Coke's Lover [YAOI] #เราชอบโค้ก

ตอนที่ 7 : | 06 |

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    23 ก.ย. 62

| 06 |



       06.30 น.


ผมเมาขี้ตาลุกขึ้นนั่ง งงนิดหน่อยที่ตื่นแบบไม่มีเสียงนาฬิกาปลุกดังรบกวน ประสานมือยกขึ้นเหนือหัวเอนตัวไปทางซ้ายทีขวาที จากนั้นก็ใฃ้มือปัดป่ายหามือถือบนหัวเตียงทั้งที่ตายังหลับอยู่ 


“เพิ่งหกครึ่งเองทำไมต้องตื่นก่อนนาฬิกาปลุกด้วยเนี่ย” ผมตั้งท่าจะล้มตัวลงนอนต่อเพื่อรอให้เสียงนาฬิกาปลุกดังก่อนค่อยตื่นอีกที ปกติผมตั้งเอาไว้ 7 โมงนู้น 


“ต่อสักงีบละกัน” พึมพำกับตัวเองแล้วล้มตัวลงนอนอีกรอบ ความนุ่มของหมอน ความอุ่นของผ้าห่ม ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำผมเคลิ้ม ในขณะที่กำลังสะลึมสะลือกำลังจะหลับไปอีกรอบ เสียงมือถือบนหัวเตียงก็ดังขึ้นเสียก่อน


“ฮื่อ ยังนอนไม่ถึง10นาทีเลยปลุกไวจัง” ยื่นมือขึ้นไปควานหามือถือลงมาดู ก่อนจะสะดุ้งตื่นเต็มตา


“แม่!!” 


ผมรีบกดรับสายทันที ไม่นอนต่อแล้ว จะคุยกับแม่!!


“แม่ค้าบ เค้าคิดถึงแม่จัง” รู้สึกเสียงตัวเองแหบแห้งติดจะงัวเงียนิดหน่อยเพราะพึ่งตื่นนอน


ผมกระแอมไอเบาๆแล้วลุกจากเตียงนอนเพื่อไปหาน้ำดื่ม 


(ครับลูก แม่ก็คิดถึง น้องทำอะไรอยู่ตื่นหรือยังเอ่ย?) แม่ถามด้วยน้ำเสียงเดิมที่ใช้กับผมตั้งแต่เด็ก


แม่กับผมจะใช้สรรพนามเรียกแทนกันหลายคำ แม่จะเรียกผมว่าวา ไม่ก็ลูก แต่ที่เรียกบ่อยๆคือน้อง ส่วนผมจะแทนตัวเองว่าวา เค้า ไม่ก็แทนตัวเองว่าน้องเหมือนแม่เรียกผมนั่นแหละ


“เค้าเพิ่งตื่นครับ กำลังเปิดตู้เย็นกินน้ำ” ผมบอกไปตามตรงอย่างไม่คิดโกหก


(ทำไมช่วงนี้น้องเงียบจัง เรียนหนักเหรอครับ) 


“นิดหน่อยครับแม่ ตอนนี้กำลังเตรียมกิจกรรมหลายอย่างด้วยเลยวุ่นๆ” ผมเว้นรายละเอียดกิจกรรมเอาไว้เพราะถ้าเล่าต้องยาวแน่ๆ 


(ถึงว่าเปิดเทอมแล้วไม่ค่อยโทรหาแม่เลย) เสียงปลายสายเหมือนจะตัดพ้อผมหน่อยๆ


“ขอโทษค้าบ” ปกติผมกับแม่จะโทรหาติดต่อกันตลอด แต่ช่วงที่ผ่านมามีหลายเรื่องพอกลับถึงหอจะต้องมีนั่นนี่ให้ทำตลอด พอเสร็จงานก็ง่วงเลยจนลืมโทรหาแม่ไปเลย “แม่ไม่งอนเค้านะครับ”


(ไม่งอนหรอกครับ แม่เข้าใจแล้วน้องได้โทรหาพี่บ้างมั้ย) 


“ไม่ได้โทรเลยครับ” 


นี่เป็นเหตุผลที่แม่เรียกผมว่าน้อง 


ก็เพราะผมมีพี่ชายไงล่ะ 


(ว่างๆก็อย่าลืมโทรหาพี่บ้างล่ะ)


“โอเคครับ” 


(แม่ไม่กวนน้องล่ะ คิดถึงน้องเฉยๆ แม่ต้องไปทำงานบ้านแล้ว)


“ครับ แม่ดูแลสุขภาพด้วยนะ ห้ามดูละครดึกเข้าใจมั้ย” แม่ผมน่ะชอบนอนดึก แล้วก็ชอบตื่นเช้า ผมกลัวว่าจะป่วยเอาสักวัน


(ใครดูละครดึก ไม่มี๊)


“แม่..เข้าใจที่น้องพูดใช่มั้ยครับ” ผมกดเสียงลงต่ำ


(โอเคครับโอเค แม่จะพยายาม)


“ดีมาก” ผมยิ้ม “งั้นแค่นี้นะครับ รักแม่นะ”


(ครับ รักลูกเหมือนกัน)


วางสายแม่เสร็จผมก็ส่งข้อความหาพี่ชายของผม ‘พันลี้’ บอกว่าคิดถึงมากๆ อย่าลืมของฝากผมด้วย เพราะว่าพี่ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นกับแฟน เราอายุห่างกัน 6 ปี ตอนนี้พี่ผมเรียนจบทำงานไปแล้ว เห็นบ่นๆว่าไม่ค่อยมีเวลาสวีตกับแฟนเท่าไหร่ พอได้วันพักร้อนก็บินไปญี่ปุ่นกันเลย นี่ก็จะครบกำหนดวันที่บอกว่าจะกลับล่ะ ผมเลยต้องทวงของฝากหน่อย น่าจะได้คุยแชทกันไปก่อนเรื่องโทรคงต้องรอให้ลี้หลับจากญี่ปุ่นก่อนนั่นแหละ 


เห็นทีตอนนี้คงกลับไปนอนไม่ได้แล้ว ไม่งั้นต้องไม่ตื่นยันเที่ยงแน่ๆ ผมเลยตัดสินใจอาบน้ำเลยดีกว่า หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็จะลงไปหาอะไรกินแล้วเข้ามอเลย 


วันนี้ตอนเย็นคณะของผมนัดน้องๆเพื่อชี้แจงกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ด้วย ไม่รู้ความคืบหน้าเรื่องสถานที่เลยแต่ในไลน์กรุ๊ปบอกว่าจะได้รู้พร้อมกันกับน้องปี1 แสดงว่ารุ่นพี่คณะผมไปคุยกับรุ่นพี่คณะนิเทศน์แล้ว


นิเทศน์…


อา...จริงด้วยสิเสื้อแขนยาวพี่โค้กยังอยู่กับผม เพิ่งรู้ว่าพี่โค้กเรียนนิเทศน์จากไอ้ฝรั่งแควพอนึกถึงนิเทศน์ก็นึกถึงพี่โค้กขึ้นมาด้วย รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณพี่้ขาเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่รู้จะตอบแทนพี่เขาอย่างไรดี เอาเป็นว่าเย็นนี้ผมจะแวะเอาเสื้อไปคืนพี่เขาที่คณะก็แล้วกัน


หลังจากอาบน้ำเสร็จผมทักไปหาพี่โค้กเรื่องเสื้อ เถียงกันอยู่นานได้ข้อสรุปว่าพี่โค้กจะมาลานกิจกรรมคณะผมเพื่อมาเอาเสื้อ คือผมจะเอาไปคืนพี่เขาไงแต่พี่เขาก็เถียงผมขาดใจเลย สรุปผมแพ้เพราะพี่โค้กบอกว่า ‘พี่มีรถ’ พี่เขาดึงดันจะมาให้ได้ อืม ผมมันไม่มีรถนิ พอเถียงไม่สู้ผมก็ยกธงขาวยอมแพ้ไป 


07.43 น.


ผมเลือกเดินเข้าร้านข้าวต้มไม่ไกลจากหอพักนัก ร้านนี้ขายดีมากๆเปิดตอนเช้าตรู่ตั้งแต่หกโมง ปิดตอนเก้าโมง แล้วก็เปิดอีกทีตอนหกโมงเย็นปิดตอนสี่ทุ่ม ขนาดสายๆแบบนี้คนยังเต็มร้านอยู่เลย ดีที่ผมมาทันโต๊ะตัวสุดท้าย ถ้ามาสายกว่านี้นิดหน่อยต้องไม่ทันแน่ 


“มีโต๊ะว่างมั้ยคะ”


พูดไม่ทันขาดคำก็มีคนเดินมาที่หน้าร้านเลย


“โต๊ะเต็มแล้วลูก” คุณป้ากลับลูกค้าซึ่งผู้หญิงสวมชุดนักศึกษามหาลัยเดียวกันกับผม “ต้องรอหน่อยนะจ๊ะไม่งั้นก็ต้องใส่ถุงกลับบ้าน”


“ว้า หนูนึกว่ามาสายๆหน่อยคนจะซานะเนี่ย” ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับ 


เอ๊ะ 


ทำไมเสียงคุ้นๆจัง 


ผมมองหน้าลูกค้าคนนั่นก่อนจะร้องอ้อในใจ 


“นิริน” ผมตะโกนชื่อพร้อมโบกมือให้ ผมจำเธอได้ผู้หญิงที่ผมเก็บกระเป๋าตังให้เธอในวันนั้น


“อ้าว” เธอโบกมือกลับ พร้อมใบหน้าตกใจเล็กน้อย จำได้ว่าตอนนั้นยังไม่ทันแนะนำตัวเลยเธอก็ขึ้นรถไปก่อน


“มานั่งด้วยกันมั้ย” ผมเอ่ยถาม


“ได้หรอ!?” เธอทำตาโตใส่ผม ผมจึงพยักหน้าให้หนึ่งทีก่อนที่เธอจะหันไปสั่งคุณป้าแล้วเดินมานั่งลงตรงข้ามกับผม


“ฮือ ขอบคุณมากๆเลยนึกว่าจะต้องยืนรอซะแล้ว” เธอทำหน้าซึ้งใจเกินเหตุจนผมขำออกมา

 

“เอ้อ ช่วยเราสองครั้งล่ะขอถามชื่อหน่อยดีกว่ายังไม่รู้จักชื่อเลย” 


“อ๋อ เราชื่อพันวา เรียกวาเฉยๆก็ได้”


“วาเฉยๆ ชื่อยาวจัง” นิรินตอบกลับมองหน้าผมตาแป๋ว


“....” ตึ่ง


“....” ตึ่ง


แดดแอร์3วิ


“ฮ่าๆ/ฮ่าๆ” 


เราสองคนระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกันเสียงดัง มุขที่ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ยินจากปากนิริน ขำดังชนิดที่ว่าโต๊ะรอบๆหันมามองพวกเราเป็นตาเดียว 


ฮึบ


เราทั้งสองเลยต้องกลั้นขำเอาไว้ แต่พอมองหน้าบู้บี้ของกันและกันก็พาลจะขำอีกรอบ 


“อย่าไปเล่นที่ไหนอีกนะมุขนี้” ผมว่าทั้งกลั้นขำไปด้วย


“ทำไมล่ะ” นิรินก็พยายามกลั้นขำสุดๆไม่ต่างกัน


“ไปจำที่ไหนมาเนี่ย เสียภาพลักษณ์หมด” หน้าสวยๆแบบนี้ไม่ควรเล่นมุขอะไรแบบนี้นะ


“อ่านนิยายแชทเจอบ่อยเลยอยากลองเล่นบ้าง เวิร์คอยู่นะ”


“ฮ่าๆ” ผมหัวเราะอีกรอบเป็นจังหวะเดียวกันกับพนักงานเดินมาเสิร์ฟข้าวต้มผมพอดี ผมและนิรินเอ่ยชอบคุณพร้อมๆกัน กลิ่นหอมของข้าวต้มลอยคลุ้งมากับไอควัน นี่แหละสุดยอดอาหารเช้าของผม


ผมตักข้าวต้มพูนช้อน เป่าๆให้อุ่นๆก่อนจะยัดเข้าปาก พอตวัดตาขึ้นก็เห็นนิรินมองหน้าอยู่


“กินเร็วเจ้านี้อร่อยมากๆเลยนะ เรามากินบ่อยเป็นลูกค้าประจำเลยแหละ” ผมบอกพร้อมตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าอีกช้อน กินตอนกำลังร้อนๆอุ่นๆนี่แหละอร่อยที่สุด


“ใช่ อร่อยสุดในย่านนี้แล้ว” นิรินว่าแล้วตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าบ้าง


“นิรินเคยมากินเหรอ” ผมเคี้ยวไปถามไป


“กลืนก่อนค่อยถามก็ได้” เธอเอ่ยกลั้วหัวเราะ “นานแล้วแหละพักหลังไม่มีเพื่อนมาเลยไม่ค่อยได้มากิน” ประโยคหลังที่เอ่ยผมแอบเห็นว่าแววตานั้นหมองลงไปแต่แค่วูบเดียวเท่านั้นก็กลับมาเป็นปกติ


“ถ้าจะมากินชวนเราได้นะหอเราอยู่ตรงนี้เอง” ผมชี้ไปทางหอตัวเอง 


“ได้เหรอ ดีเลย” เธอทำหน้าดีใจ ผมเลยพยักหน้าให้เป็นการยืนยันคำตอบ


พวกเรากินไปคุยไปเพราะต่างฝ่ายต่างไม่เร่งรีบ ผมมารู้ทีหลังว่านิรินเป็นรุ่นพี่ผมหนึ่งปี พอจะเรียกพี่ก็โดนห้าม สรุปให้ผมเรียกรินเฉยๆแทน ไม่เล่นมุขแบบรินแล้วนะเดี๋ยวแป๊ก หลังจากนั้นรินก็อาสามาส่งผมที่มหาลัย ปฏิเสธไปแล้วแต่ก็แพ้อยู่ดีสุดท้ายก็เลยต้องนั่งรถรินเหมือนเดิม




..................




ผมโบกมือลานิรินเมื่อรถจอดเทียบที่หน้าตึกเรียน ผมขอบคุณนิรินยกใหญ่แต่อีกฝ่ายบอกว่าเป็นค่าตอบแทนที่ให้นั่งกินข้าวต้มด้วย ก่อนแยกกันเราแลกไลน์แลกเบอร์กันไว้ ผมรู้สึกถูกชะตากับนิรินนะ ทั้งๆที่เราเพิ่งรู้จักกัน และเจอกันแค่สองครั้งแต่ตอนนี้กลับรู้สึกสนิทกันเหมือนรู้จักกันมานานมากแล้ว ผมชอบนะสายตาที่เธอใช้มองผม มันเหมือนกับตอนที่พันลี้พี่ชายผมมองผมเลย 


วันนี้มีเรียนทั้งวัน ผม พีคกับแควเกาะกลุ่มคุยกันอยู่ในห้องรอเวลาอาจารย์เข้าสอน คือผมน่ะมาเช้าเกินไปมากๆกว่าจะมีเพื่อนเข้าห้องมาผมเกือบหลับคาโต๊ะไปแล้ว


“ถุงไรวะมึง” ไอ้ฝรั่งหัวแดงถาม ชี้นิ้วไปยังถุงกระดาษที่ถูกวางบนพื้นทำให้พีคมองตามแล้วหันมาทำหน้าสงสัยใส่ผม กลายเป็นว่าทั้งสองคนทำหน้าสงสัยใส่ผม


“เสื้อแขนยาว” ผมตอบเสียงเอื่อยๆ ตื่นเช้าไปเลยไม่สดชื่นเท่าที่ควร ง่วงแล้วอาจารย์รีบมาเถอะก่อนที่ผมจะหลับ


“เอ๋า เอามากะใส่คนติ๊ สิใส่ถุงเฮ็ดหยัง(เอามาก็ใส่คนสิจะใส่ถุงไว้ทำไม)” 


“แล้วมึงจะพูดอีสานทำไม ไอ้พีคมันฟังไม่รู้เรื่อง” ผมบ่นไอ้แควไม่จริงจังนัก คุยกับผมเป็นภาษาอีสานได้เพราะผมเข้าใจ แต่เวลามีพีคอยู่ด้วยต้องลำบากผมทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาให้อีกเนี่ยสิ


“เว่าดู๋ๆมันกะเข้าใจเอง(พูดบ่อยๆมันก็เข้าใจเองแหละ)” แควละสายตาจากมือถือมามองหน้าผมเพื่อเถียงอย่างจริงจัง ส่วนพีคเกาหัวตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว



[สแควร์]


ผมเถียงไอ้วาตาตั้ง ไม่รู้อะไรดลใจผมให้นึกเถียงมันได้  ปกติก็เถียงบ้างนะ พอมันเถียงกลับก็สนุกดี แต่ครั้งนี้เหมือนผมจะคิดผิดที่เถียงมัน


“ทำไมมึงต้องเถียงกูด้วยวะ” มันเริ่มเบะปาก อาการแม่งคุ้นๆ


“วา...” ไอ้พีคหลังจากเลิกเกาหัวก็แสดงอาการเดียวกันกับผม “มึงนอนน้อยใช่มั้ย”


“...” คนถูกถามผงกหัวหงึกๆเป็นคำตอบ

 

“แล้วมึงตื่นกี่โมง” ผมถามต่อ 


“หกครึ่ง” มันเบะอีกรอบ ดวงตาสดใสสมวัยของเพื่อนผมเริ่มหงอยเหงา คือมันมีที่มาที่ไปแบบนี้ครับ 


ไอ้พันวามันก็เป็นคนปกติธรรมดา ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรหรอก แต่ปัญหาของมันคือถ้ามันนอนน้อยสะสมหลายๆวัน มันจะเป็นอาการแบบนี้แหละครับ อาการที่ว่าคือจะว่าเหมือนไบโพล่าอาจจะเกินไปหน่อย ให้นึกถึงผู้หญิงตอนวันนั้นของเดือนมานั่นแหละครับ ถามว่ามันปวดท้องหรือ เปล่าหรอกครับแต่อารมณ์แม่งโคตรสวิง อย่างสถานการณ์ตอนนี้ที่มันกำลังเป็นอยู่คือมันน่าจะนอยที่ผมเถียงมัน


คือ...เอ่อ


ผมเคยเจอแบบนี้ตอนปีหนึ่งก็เป๋เหมือนกันนึกว่าไปทำอะไรขัดใจมันถึงขนาดน้ำตาลูกผู้ชายหลั่งเชียวหรือ ผมเลยเปิดใจคุยกับมันได้ข้อสรุปว่าช่วงที่มันเป็นแบบนั้นมันจะอ่อนไหวเก่ง ตื้นตันเก่ง มันบอกว่าเคยเปิดยูทูปดูสเตจของพวกไอดอลเกาหลีแล้วมันร้องไห้ ผมเดาว่าเพลงที่เขาร้องบนสเตจต้องเป็นเพลงเศร้าแน่ๆ แต่เปล่าเลยครับมันตื้นตันที่แฟนคลับพูดโค้ดอะไรสักอย่างที่มันบอกเขาเรียกว่าแฟนชานท์ คือมันตื้นตันจนน้ำตาไหลอ่ะ เก่งป่ะละเพื่อนผม


“วา มึงฮึบก่อน” ไอ้พีคตบไหล่ปลอบ “แควมึงขอโทษเพื่อนเดี๋ยวนี้” มันหันมามองค้อนผมส่งสัญญาณให้พูดขอโทษพันวา


“วาเพื่อนรัก กูผิดไปแล้ว ซอรี่สีดาพี่ทำพลาดไปอภัยพี่เถิด” 


“มึง กูเศร้าว่ะ ทำไมมึงต้องเถียงกูด้วยวะ” มันเงยหน้ามองผม ไอ้วาเพื่อนรัก หน้ามันเศร้าเหมือนผมไปแย่งกินน้ำอัดลมมันจนหมดขวดอย่างนั้นแหละ 


เอ้อ ถ้าอยากให้มันหายคือต้องให้มันพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ก็ต้องเอาน้ำอัดลมมาเซ่นมัน


“ตอนเที่ยงกูเลี้ยงน้ำโค้ก หายเศร้านะ” ผมเสนอ


“จริงนะ” ตาแม่งเป็นประกาย “แต่กว่าจะเที่ยง” แล้วก็หงอยลงอีกรอบ 


อารมณ์สวิงไวโพ้ด


“ว่าแต่สรุปเสื้อใครนะ” ผมถามต่อโดยใช้ภาษากลางแทนภาษาอีสาน


“เสื้อพี่โค้ก” มันตอบเสียงเศร้าๆ “เอามาคืนพี่เขาอ่ะ”


ผมขมวดคิ้ว “แอ้ อะไรยังไงกับพี่เขาอ่ะ ทำไมเสื้อมาอยู่ที่มึงได้น้า” ผมแซวโดยลืมไปสนิทเลยว่าไอ้วาน่ะ


“ทำไมมึงต้องแซวก็ด้วยวะ” แล้วมันก็เศร้าอีก แถมเป็นคนที่เศร้าได้น่าสงสารด้วยนะ


“ไอ้แคว” พีคหันมาดุผมทางสายตาก่อนจะหันไปปลอบไอ้วา 


อยากเสือกแต่เก็บเอาไว้ก่อน ปลอบเพื่อนเศร้าก่อนแปป


กว่าจะกล่อมให้มันเป็นปกติอารจารย์ก็เดินเข้าห้องมาพอดี ผมกับไอ้พีคมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ สงสัยคราวหน้าต้องพกน้ำอัดลมติดกระเป๋าไว้แล้วมั้งช่วงกิจกรรมเยอะๆเนี่ย 



[พันวา]


ผมกลับมาอารณ์ดีอีกครั้งเพราะเมื่อตอนเที่ยงได้น้ำตาลกับคาเฟอีนในน้ำอัดลมช่วยให้อารมณ์ผมกลับมาปกติแถมก่อนเริ่มเรียนคาบบ่ายผมได้งีบเกือย20นาทีแหนะ ช่วงนี้ผมทั้งทำการบ้านทั้งทำกิจกรรม นอนดึกบ่อยๆ แถมวันนี้ยังตื่นเช้าอีก ตอนเช้าๆก็ปกติดีอยู่หรอก แต่พอสายเข้าหน่อยพลังงานผมก็น้อยลง ผมไม่อยากเป็นแบบนั้นหรอกแต่บางทีมันก็ตามอารมณ์ตัวเองไม่ทัน รู้ตัวเองทีก็เศร้ามากๆ ไม่ก็ตื้นตันมากๆจนน้ำตาไหล ไอ้แควมันเคยถามว่าผมเป็นวันนั้นของเดือนหรือเปล่า คือผมไม่มีมดลูกไง แล้วก็ไม่ได้หลุดเข้าไปในนิยายที่ตัวเอกผู้ชายท้องได้สักหน่อย แต่ถึงจะหลุดเข้าไปในนิยายแบบนั้นแต่ผู้ชายก็ไม่มีประจำเดือนอยู่ดี


คาบเรียนภาคบ่ายจบลง ด้วยดี ทุกคนในคลาสเก็บของเตรียมตัวไปรวมกัน ณ ลานกิจกรรมของคณะเพื่อพบน้องปีหนึ่ง พวกผมเดินไปแวะห้องน้ำชั้นหนึ่งเพื่อทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนเพระเหลือเวลาก่อนเวลานัดราวๆ 15 นาที ระหว่างรออีกสองคนที่เหลือผมก็ทักไปหาพี่โค้กเพื่อนัดเวลาใหม่ ตอนนั้นผมนัดพี่เขาพร้อมกับเวลาที่นัดน้องๆแต่ตอนนี้พวกผมเรียนเสร็จก่อนเวลาเลยอยากนัดให้พี่เขามาเอาเสื้อไปก่อน เพราะนอกจากผมจะรบกวนให้พี่เขามารับเสื้อถึงที่แล้วถ้านัดเย็นกว่านี้ก็มีแต่จะกินเวลาพี่เขาเปล่าๆ


หลังจากเสร็จกิจในห้องน้ำพวกเราก็เดินออกจากตึกมานิดหน่อยก็เป็นลานกินกรรมกว้างๆของคณะแล้ว เวลานี้ต้นไม้ใหญ่ให้เงาธรรมชาติทำให้รอบๆบริเวณดูร่มรื่น เพื่อนๆร่วมคณะเริ่มทยอยกันมาบ้างแล้ว ผมมองหาที่นั่งม้าหินอ่อนข้างตึกเห็นที่ว่างเลยตั้งใจจะตรงไปนั่งรอที่นั่น ซึ่งมันพอดีกับที่มือถือผมส่งเสียงดังเตือนว่ามีข้อความเข้า


Cocacola: อย่าเพิ่งไปนั่งครับ รถพี่จอดอยู่ถนนฝั่งนี้แล้ว

             : ให้พี่เดินไปหาเลยมั้ยครับ


ผมมองไปยังอีกฝากฝั่งของถนนเห็นรถคนที่ผมเคยนั่งจอดเด่นหราอยู่ แล้วก็ตอบปฏิเสธพี่เขาไปพร้อมบอกว่าผมจะเดินไปเอง ซึ่งพี่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรผมเลยบอกให้เพื่อนไปนั่งรอก่อน จากนั้นจึงเดินข้ามไปหาคนที่อยู่อีกฝั่งถนน ที่ออกมายืนรออยู่นอกรถแล้ว


“นี่ครับ เราซักแล้วนะไม่มีกลิ่นเราติดไปแน่นอน” ผมยื่นถุงกระดาษที่มีเสื้อแจ็คเก็ตพี่เขาอยู่ด้านใน


“ขอบคุณครับ” พี่โค้กรับถุงนั่นไปจากมือผม


“ไม่ๆ เราสิต้องขอบคุณพี่ ขอบคุณมากนะครับ สำหรับทุกเรื่องเลย” เพราะพี่เขาน่ะดีกับผมมากๆเลยนะ ผมเกรงใจจะแย่


“พี่เคยบอกเรามั้ยว่าพี่เต็มใจ” พี่เขายิ้มอ่อนโยนมาให้


ผมหลุบตาลงต่ำ ไม่รู้ว่าทำไมแต่มันรู้สึกแปลกๆ 


“ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณอยู่ดี” ผมพึมพำแต่เดาว่าพี่เขาคงได้ยิน


“ครับ” ยิ้มให้ผมอีกแล้ว


“งั้นเราไปแล้วนะ” ผมบอกก่อนจะหันหลังกลับ


“เดี๋ยวครับ” ผมเอี้ยวตัวกลับทันทีก่อนที่พี่เขาจะเข้ามาประชิดด้านหลัง “พี่ยังรอคำตอบอยู่นะที่เคยถามไป...หวังว่าเราคงไม่ลืม” แล้วพี่เขาก็ผละตัวออกไปโบกมือลาผมก่อนจะขึ้นรถไม่พอก่อนปิดประตูยังยิ้มให้ผมอีกทีด้วย


คือ…..


คำตอบของผมน่ะ…..ยังไม่มีหรอก ก็มีให้ผมเลือกสองทางเองนี่ ให้ไปจีบพี่เขากับให้พี่เขาจีบ ใครจะไปเลือก คราวหน้าจะถามหาตัวเลือกที่สามแล้ว ข้อสอบที่ดีต้องมีอย่างน้อยสี่ตัวเลือกสิ


ผมเดินข้ามถนนกลับมาฝั่งเดิมแต่ยังไม่ทันจะถึงโต๊ะที่พีคกับแควนั่งอยู่ผมก็ถูกขวางด้วยใครคนหนึ่งที่ผมจำได้ว่าอยู่ปีเดียวกันคณะเดียวกันกับผมแต่คนละสาขากัน


“นายรู้จักรุ่นพี่คนนั้นด้วยเหรอ?” 


ผู้ชายคนนี้ตัวเล็กกว่าผมสอง-สามเซนติเมตรน่าจะได้ หน้าตาดีดูจิ้มลิ้มน่ารัก แถวผิวยังขาวมากอีกด้วย


“เอ่อ...ก็รู้จัก-” ผมกำลังจะตอบแต่ไม่ทันได้จบประโยคก็ถูกแทรกขึ้นมาเสียก่อน


“รู้จักกันได้ไงอ่ะ พี่เขาเรียนคนละคณะนี่” หน้าตาที่ดูใสซื่อ แต่แววตากลับซ่อนบางอย่างเอาไว้ ไม่พอใจที่ผมรู้จักกับพี่โค้กหรืออย่างไรกัน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกเขาจะไม่พอใจทำไม แต่ทำไมถึงถามผมแบบนี้ล่ะ อยากรู้จักที่เขาหรือเปล่า ผมแนะนำให้ได้นะ แต่ถ้าถามว่าผมรู้จักกับพี่เขาได้อย่างไรผมคงไม่บอกไปหรอกว่ารู้จักเพราะความเมาของผมน่ะ 


“เอ่อ..ก็” จะบอกว่ายังไงดีล่ะ “เจอกันก็ทำความรู้จักกันธรรมดานี่แหละ” คำตอบที่ดีที่สุดในหัวผมตอนนี้


“หรอๆ” อีกคนทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อแล้วหันหลังเดินหายไปหากลุ่มเพื่อนตัวเอง ผมยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ช่างเขาเถอะ เดินไปหาเพื่อนตัวเองบ้างก็แล้วกัน



----------------

ครบแล้ว

(ยังไม่ตรวจเช็คคำผิด)




ครบแล้วครับ คือจะบอกว่าอาการพันวาน่ะคือตัวเรานี่แหละ แหะ

ขอคนละเมนต์สองเมนต์เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับ

ถ้ามีคำผิดหรือข้อมูลใดผิดพลาดสามารถติได้เลยนะครับผม



มาแล้วทีละนิดนะครับ

ตัวละครที่2 3 4จะโผล่เข้ามาเรื่อยๆแล้วค้าบตัวละครตัวไหนจะมีบทบาทอะไรรอติดตามกันนน
อยากให้มาไวต้องตามจี้เอานะครับ 555


คุยกันได้ในแท็กนี้หรือติดตามได้ที่ทวิตเตอร์ด้านล่างนี้เลย


#เราชอบโค้ก


TWITTER:@Baskettian1
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #26 KaoRungnapa (@KaoRungnapa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 22:43
    ถ้ามาแย่งพี่โค้กนี่จะทุบให้หลังหักเลยอะ
    #26
    1
    • #26-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 7)
      17 กันยายน 2562 / 23:26
      เตรียมอุปกรณ์เลยฮะได้ทุบแน่ๆ
      #26-1
  2. #25 เจ้าเมฆน้อยฯ. (@sunanta1047) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 11:31
    แย่งกรูฟาดหน้าหันเลยอะ
    #25
    1
    • #25-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 7)
      17 กันยายน 2562 / 11:52
      แม่!! ใจร่มๆก่อนน555
      #25-1
  3. #24 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 05:36
    อ่ะ! จับคู่กับบักฝรั่งน่ะโลด คือสิคัก
    #24
    3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #24-3 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 7)
      17 กันยายน 2562 / 11:59
      บักฝรั่งมีคู่แล้วค้าบบ อิอิ
      #24-3
  4. #23 SUTH17 (@SUTH17) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 04:07
    ยังไง คิดในแง่ดี คือน้องชายพี่โค้ก5555
    #23
    1
    • #23-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 7)
      17 กันยายน 2562 / 04:18
      แต่พี่โค้กเป็นลูกคนเล็กนะ •.•
      #23-1
  5. #22 5948294 (@5948294) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 16:19

    รอน้าาา​ สู้ๆ
    #22
    1
    • #22-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 7)
      16 กันยายน 2562 / 19:37
      ขอบคุณค้าบบบ
      #22-1
  6. #21 Patcharee_AP (@Patcharee_AP) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 11:35
    รอออออออออ
    #21
    1
    • #21-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 7)
      16 กันยายน 2562 / 19:37
      ขอบคุณค้าบบ รอหน่อยน้า
      #21-1
  7. #20 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 18:07
    .... คู่เเข่ง?
    #20
    1