คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Absolutely .. You .. [Singto x Krist / Mew x Gulf] Absolutely .. You .. [Singto x Krist / Mew x Gulf] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ฟิคสั้นเรื่องแรก แต่ไม่ใช่ฟิคแรกของเรา
5555555 (ปกติแต่งแต่ฟิคยาวววย๊าวยาว)

ก่อนอื่น.. เนื่องด้วยหลายคนอาจรู้มาบ้างแล้ว ก็คือ เรื่องนี้เป็นฟิคแก้บน!คร้าบ ผ๊ามผ่าม
กว่าจะได้ฤกษ์มาแต่ง เลยคิดว่าเอาลงเด็กดีเลยแล้วกัน

ไหนๆ เด็กๆของเราก็ได้อยู่บนเวทีและได้พูดคุยกันในงานงานหนึ่ง
ซึ่งคนบ้าๆอย่างเราเผลอบนไว้เล่นๆขำๆ (แต่ดั๊นมีคนทวงให้แต่งจริงๆ)

อ่ะ เพราะงั้น มาแล้วน๊า ใครหลงมาอ่านไม่ว่าจะอยู่ด้อม พีรญา หรือ หวานใจมิวกลัฟ
"ยินดีต้อนรับนะครัช <3"

อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นต์พูดคุยกันได้นะ




----------------




แนะนำตัวละคร

สิงโต & คริส






มิว & กลัฟ








 *นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย (ช x ช) ถ้าไม่ชอบปิดทิ้งนะจ๊ะ
**นิยายเรื่องนี้ มีสองคู่ ย้ำ คู่ สิงโตคริส และคู่ มิวกลัฟ ไม่ชอบไม่อิน ปิดทิ้งได้เลยนะจ๊ะ
***รัก รี๊ดทุกคน ชุ้บๆ 

พูดคุยกันได้เสมอทางทวิตเตอร์ @Barcode_gstz

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 มี.ค. 63 / 23:46


 


 

 

Absolutely

.. You ..

[Singto x Krist / Mew x Gulf]

 

 

 

.

.

 

ในยุค 2020 ซีรี่ส์เกิดใหม่มากมาย .. โดยเฉพาะวงการวาย หรือเรื่องราวที่นำเสนอตีแผ่ในเรื่องชายรักชาย สื่อบันเทิงและหนังสือ แม้แต่หนังหรือซีรี่ส์ที่ออกฉายทางทีวีจะไม่เป็นเรื่องที่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป เมื่อโลกเปิดกว้างขึ้น เรื่องเพศก็ไม่ใช่ข้อจำกัดของความรั...

 

ฟึ่บ

 

หน้าจอโทรทัศน์ที่ฉายรายการอะไรไม่รู้ไม่ทราบได้ ถูกดับลงมืดสนิท อาจจะเพราะคนที่หยิบรีโมทมากดปิด ไม่ได้สนใจจะดูด้วยซ้ำ ดังนั้นเสียงอื้ออึงที่ดังผ่านหูก็ออกจะน่ารำคาญไปซักหน่อย

เพราะอีกสิ่งที่เจ้าของห้องสนใจตอนนี้ก็น่าจะเป็นเรื่อง.. อื่น

 

 

“เฮ้อ”

เสียงถอนใจดังมาจากคนที่นั่งๆนอนๆอยู่กับพื้นห้องคอนโดของเจ้าตัวเอง ถัดไปไม่ใกล้ไม่ไกลเป็นชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งที่ยังคงใจจดใจจ่อกับหนังสือในมือ .. จมอยู่ในโลกของตัวเองอย่างมีสมาธิ แม้แต่เสียงทีวีที่ดับลงก็ไม่เข้าสู่โสตประสาทการรับรู้

หรือแม่แต่เสียงถอนใจของหนุ่มรุ่นน้องคู่จิ้น อย่าง ‘คริส พีรวัส’

 

ความสัมพันธ์ที่ยาวนานจากการเล่นซีรี่ส์ร่วมกัน รวมกับการรู้จักกันมาก็ยาวนานร่วม 8 ปี

ไม่ใช่น้อยๆเลย

 

.. ใครต่อใครว่าไว้ว่า .. คำว่าพี่น้องคู่จิ้นมันก็อาจจะเป็นแค่คำบังหน้าเท่านั้น ใครจะรู้ เพราะความจริงมันยาวไกลไปกว่าคำว่า Always ซะอีก

 

“พี่สิง”

ในเมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้ยิน ในเมื่อสิงโตยังไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร คนน้องก็ลุกขึ้นจากพื้น เดินเข้าไปนั่งใกล้ๆอีกฝ่าย

 

มือบางจับหนังสือคนพี่ที่ยกขึ้นปิดหน้าปิดตา กดลงเล็กน้อยจนแววตาคมสบมองกันในที่สุด

 

 

“ห๊ะ คริส?! ว่าไงนะ”

“นี่วันหยุดน๊า พี่จะมาคอนโดผมทำไมเนี่ย ถ้าจะเอาแต่อ่านหนังสือเรียนอยู่แบบนี้”

 

จะว่าเอาแต่ใจก็ได้ แต่เพราะเห็นว่าวันนี้เป็นวันหยุด ก็เลยชวนพี่สิงโตมานั่งดูหนัง ทำกับข้าวกินกันที่คอนโด (แน่นอนว่าแบบลับๆ) ไม่ให้ใครรู้

ก็รู้อยู่ว่าพวกแฟนคลับด้อมพีรญาเราไวยิ่งกว่านักสืบโคนันเพราะงั้นไม่ต้องคิดเลยว่าวันว่างจะไปกินข้าวที่ห้างหรือออกไปข้างนอกกัน

 

“...”

สิงโตไม่ตอบอะไร สบตากลมวาววับที่ดูจะเริ่มเกิดอารมณ์ตัดพ้อนิดหน่อย จำใจปิดหนังสือแล้ววางลงข้างตัว ส่ายศีรษะกับนิสัยหนุ่มรุ่นน้องที่จะว่าชินก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไมอีกฝ่ายยังไม่ชินกับนิสัยเขาซักที

 

“คริสอยากทำอะไรล่ะ ดูทีวีเหรอ ไม่เปิดทีวีล่ะ”

“..ผมเปิดจนปิดไปแล้ว พี่สิงยังไม่รู้เลย”

“อ่า..”

 

“ช่างเถอะ พี่อยากกินอะไร เดี๋ยวผมไปทำ”

 

เห็นแบบนั้นก็ไม่รู้จะต่อความให้ทะเลาะกันไปทำไม จะว่าคบกันมานานไม่รู้จักนิสัยพี่มันเลยก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะมีบ้าง

 

น้อยใจ..

แต่บางครั้งก็เก็บเอาไว้ดีกว่า บอกออกไปพี่มันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ เสียอารมณ์กันทั้งคู่เปล่าๆ

 

ร่างบางลุกขึ้นจะเดินออกไป แว่วเสียงคนนั่งอยู่เอ่ยทักแซวตามหลังมา

“หืม ทำอาหารเป็นด้วยเหรอเราน่ะ พี่จะกินได้รึเปล่า”

 

คนหันหลังเดินไปหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนเดินต่อ ไม่วายตอบรับคำแซวนั้น

“กินไม่ได้ก็ต้องกินไอ้พี่สิง ไม่งั้นพี่ก็ช่วยผมทำ แต่น้ำมันกระเด็นก็ไม่รู้ด้วยนะ”

 

ได้ยินเสียงหัวเราะจากคนที่นั่งอยู่ คนที่หลบออกมาเดินมาโซนครัว ยืนเงียบๆกับตัวเองซักพัก

 

พี่สิงก็ยังคงเป็นสิงต้วนที่เป็นแบบนี้ทุกที พอรู้ว่างอนไม่พอใจก็ง้อ

 

มันก็ดีใจนะที่พี่มันให้ความสำคัญ

 

แต่ลึกๆคริสก็อดคิดไม่ได้

จะดีแค่ไหนนะ ถ้าพี่มันทำอย่างที่เค้าต้องการบ้าง โดยไม่ต้องมารอให้งอนแล้วค่อยง้อทุกที

 

 

------------------------

 

 

.

.

 

“โอเคครับ เดี๋ยวน้องๆไปพักก่อนได้เลยครับ”

 

เสียงพี่สตาฟที่คุมงาน คุมการถ่ายพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้า เอ่ยบอกสองหนุ่มนักแสดงในขณะที่ทีมงานเก็บของแยกย้ายกันไปพัก

 

.

 

ห้านาทีผ่านไป

ในห้องเงียบๆที่จัดไว้ให้ ซึ่งตอนนี้ก็มีเพียงแค่สองหนุ่มคู่จิ้น ที่ใครเห็นก็ต้องบอกว่า ตัวติดกันยิ่งกว่าปาท่องโก๋ซะอีก

 

แม้แต่ในตอนที่ห้องไม่มีใคร ไม่มีกล้องถ่ายแบบนี้

ก็..

 

 

“...”

เด็กหนุ่มที่กำลังกดเกมในมือถืออย่างเมามันส์ รู้สึกได้ถึงแรงจากอ้อมแขนแกร่งมาพร้อมกับไออุ่นโอบล้อมอยู่ข้างตัว

 

 

“พี่มิว .. ผมร้อน”

รุ่นพี่นักแสดงคู่จิ้นที่ติดเขาซะจนโดนแฟนคลับ หวานใจมิวกลัฟ แซวอยู่ตลอดว่า พ่อเลี้ยงน้องมากับมือหวงหนักปนดูแลประคบประหงมซะจนแทบไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ ..

ที่เขาเรียกว่าพ่อพ่อ ก็ไม่ใช่พ่อแบบนั้นหรอก ก็เราเป็นคู่จิ้นที่อายุห่างกันตั้งเกือบหกปีได้

 

และมันจะแปลกตรงไหนที่บางครั้ง ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ เด็กผู้ชายสายเล่นเกม เตะบอลอย่างเขาจะไม่ชิน เมื่อเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะน้องใหม่แบบนี้

 

.

.

ถึงแม้ความสัมพันธ์ของเขากับพี่มิวจะก้าวไปเกินกว่า แปดเต็มสิบอย่างที่พี่เขาให้สัมภาษณ์ ว่าที่เหลือไว้พัฒนาความสัมพันธ์

อันที่จริงมันเป็นความสัมพันธ์ แบบที่ ตัวเขาเองก็ไม่รู้มันเริ่มขึ้นตอนไหนเหมือนกัน

 

มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นในความเป็นผู้ใหญ่ รู้สึกดีไปกับการดูแลเอาใจใส่ แต่มันก็มีบ้างบางครั้ง ที่รับมือไม่ได้เหมือนกัน

 

 

“กอดหน่อยก็ไม่ได้”

เสียงงอแงของผู้ชายที่โตกว่า ทำเอากลัฟทำตัวไม่ถูก จะบอกว่าง้อใครไม่เป็นก็คงจะได้

 

และยิ่ง..รู้จักกันมากเท่าไหร่ เขาก็ยังคงทำตัวไม่ถูก ว่าควรทำยังไงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจ

 

กลัฟมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่กั้นห้อง ทันเห็นสายตาหลายคู่ที่กำลังมองอยู่ของเหล่าเด็กฝึกงานและทีมงานรีบเสหลบไปทันที ท่าทางซุบซิบพูดคุยกัน หัวเราะต่อกระซิก ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าโดนนินทาอีกแล้ว

อีกไม่นานแอคในทวิตเตอร์ ก็คงมีเขียนหรือโพสรูปพวกเขา .. ‘เค้ากอดกันอีกแล้ว’ ‘บู๋บี๋ตัวติดกันตลอดเลย’

 

“พี่มิว..”

“หืม”

 

เสียงอู้อี้ที่ยังซุกอยู่ตรงไหล่ทั้งไม่เงยหน้า ทำให้กลัฟกดเสียงแข็งใส่รุ่นพี่อย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

“คนมองกันใหญ่แล้ว ปล่อยน่า”

“แล้วไง ก็ให้เค้ามองไปสิครับ”

“พี่มิว”

“ก็ได้ๆ”

 

กลัฟหันมองคนที่ยอมละอ้อมแขนออกมาหยิบมือถือเล่น หน้ามุ่ย

ดูก็รู้เลย ... โดนงอนอีกแล้ว

 

“โกรธผมอีกละพี่”

“ไม่ได้โกรธ”

 

แต่น้ำเสียงแบบนั้น ไม่ได้โกรธแล้วอะไรล่ะ กลัฟได้แต่ถอนใจเพียงแค่ในใจ ไม่อยากให้มีปัญหา รู้ดีว่าพี่มันก็ขี้น้อยใจแบบนี้

 

“ผมก็แค่ไม่อยากให้คนมาว่าพี่ว่าชอบทำเซอร์วิสแฟนคลับ”

 

พูดออกไปตามที่คิด ตามที่เห็น รู้สึกได้ว่าคนข้างๆละสายตาจากมือถือมามอง กลัฟก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจ

ถ้านี่คือการง้อ เขาเองก็ง้อแล้วนะ และคิดแบบนั้นจริงๆ

 

แต่ดูเหมือนจะผิดคาดเพราะยิ่งพูดแบบนั้น พี่เขาก็ขยับตัวเอนหลังทิ้งตัวทั้งตัวมาพิงเขาซะเฉย

 

“นี่พี่เข้าใจที่ผมพูดมั้ยเนี่ย”

“เข้าใจ”

“แล้วนี่..”

 

“คนอื่นจะมารู้ดีกว่าเราได้ยังไง เขาจะคิดจะพูดอะไรก็ช่างเขาสิ แค่เรารู้ว่าพี่คิดยังไงและอะไรคือเรื่องจริงก็พอแล้ว พี่ก็แค่อยากทำตามใจ”

 

เหนื่อยจะปรามไปก็เท่านั้น พี่มิวก็คือพี่มิว

คนที่เอาแต่ใจ ชอบทำตามความรู้สึก และแม้ว่ากลัฟจะเข้าใจทุกอย่าง

 

แต่ลึกๆกลัฟก็อดคิดไม่ได้

 

จะดีแค่ไหนนะ ถ้าพี่มันจะแสดงออกน้อยลงบ้าง บางทีเขาเองก็ไม่อยากจะไม่สบายใจที่เห็นคนมาว่าพี่เขาหรือเรื่องของเราเหมือนกัน

 

------------------------

 

.

 

.

 

 

ในวันหนึ่งของเดือนมีนาคม เหล่าดารานักแสดงจำนวนมากได้รับเชิญไปร่วมในงานเดินแฟชันโชว์ รวมถึง คริส สิงโต และ มิว กลัฟ ก็ได้รับเชิญไปร่วมในงานนี้เช่นเดียวกัน

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยแฟนคลับจากแฟนด้อมต่างๆรวมถึงดาราผู้ใหญ่มากหน้าหลายตา

 

“คนเยอะมากเลยพี่มิว ผมไม่เคยมางานคนเยอะแบบนี้เลย รู้สึกแปลกๆแฮะ”

“อือ พี่ก็เหมือนกัน”

 

“น้องสองคนมาแล้ว เดี๋ยวเชิญตามพี่ไปที่ห้องเตรียมตัวนักแสดงเลยค่ะ”

 

มิวและกลัฟ เดินตามสตาฟของงานเข้าไปยังห้องแต่งตัว นอกจากพวกเขายังมีนักแสดงคนอื่นๆที่จัดให้มาเปลี่ยนชุดหรือนั่งพัก แต่ดูเหมือนห้องที่พวกเขาเข้ามาตอนนี้มีคนอยู่กันก่อนแล้ว

คนในห้องหันตามเสียงเมื่อรับรู้ถึงคนที่เข้ามาใหม่ สองหนุ่มคู่จิ้นที่คนหนึ่งกำลังนั่งฮัมเพลงตามประสาคนอยู่ไม่สุข ช่างคอนทราสกับคนข้างๆที่นั่งกดโทรศัพท์แนวนอน เล่นเกมยุกยิกๆอยู่เงียบๆ

 

พวกเราสี่คนหยุดจังหวะมองกันและกันซักพัก ก่อนที่กลัฟจะเป็นคนเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

 

“..พี่คริส พี่สิงโต”

“หืมม รู้จักพวกพี่ด้วยเหรอ”

 

คริสรับไหว้ ไม่วายเอ่ยถามรุ่นน้องนักแสดงต่างค่าย ตามประสาคนเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ใช่ว่าเขาเองจะไม่รู้จัก กับทั้งสองคนคริสเองก็เคยเห็นอยู่ผ่านทางโซเชียล

แหม ไม่รู้รึไง ทวิตเตอร์นี่แอพประจำที่เขาชอบเข้าไปเล่น ไปหยอกล้อแกล้งตอบเม้นต์แฟนคลับประจำ ซีรี่ส์วายที่ฉาย เห็นผ่านตาในทวิตเตอร์ก็รู้จักกันได้ไม่ยากตามประสานักแสดงเหมือนๆกัน

แม้ตอนนี้จะมาเอาดีทางด้านร้องเพลงด้วยก็เถอะ แต่งานแสดงก็ยังรับนะคร้าบ ขอเถอะ

 

 

“รู้จักสิพี่ ผมเคยดูโซตัสที่พวกพี่เล่นด้วย”

คนเงียบๆที่ไม่ค่อยพูดกับคนอื่นที่ไม่สนิท แต่พอตอนที่เจอพี่ๆที่เคยเห็นผ่านจอก็อดทักทายเสียงใสไม่ได้

 

มิวได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองคนที่มาด้วยกัน บ่นอุบตามประสาให้พอได้ยินกันแค่สองคน

“ทีตอนกลัฟเจอพี่แรกๆ รู้ว่าพี่เคยแสดงซีรี่ส์มาก่อน ไม่เห็นจะตื่นเต้นแบบนี้บ้างเลย”

“..เอ้าาพี่ มันไม่เหมือนกัน”

 

จังหวะเดียวกันกับคริสที่ลุกจากเก้าอี้เดินมาหากลัฟ เพราะตอนนี้สิงโตยังกดมือถือมองจอเล่นเกมไม่เลิก

มิวไม่ว่าอะไรต่อ ทักทายคริสแล้วเดินเลยสองหนุ่มที่เหมือนจะยังติดลมอยากคุยกัน เดินเลยจะไปนั่งกับอีกคนในห้องที่เงียบนิ่งตามสไตล์

 

“อ้าว พี่มิวเป็นอะไร ดูหน้ามุ่ยๆนะ”

คริสกระพริบตาปริบๆ มองคู่จิ้นน้องมันที่โตกว่าเขาเหมือนกัน

 

“เฮ้อ ไม่รู้ดิพี่ พี่คริสนี่ดีนะ .. พี่สิงโตดูเป็นผู้ใหญ่ดี เงียบๆนิ่งๆ”

“ก็พูดไป .. นิ่งๆเงียบๆที่ว่าก็ใช่ว่าจะดีหรอก พี่ว่า..”

 

 

พรึ่บ!!!!

!!!!

 

คริสยังไม่ทันได้พูดต่อประโยคจนจบคำ จู่ๆไฟในห้องก็ดับลงมืดสนิท มืดจนมองไม่เห็นอะไร

 

 

เฮ้ยย

ไฟดับ?!

 

แต่บางอย่างในสมองสั่งการเหมือนว่า เขาได้ยินเสียงบางอย่างที่ดังมากๆ หรือจะเป็นหม้อแปลงระเบิดฟะ

กำลังจะเอ่ยคุยกับอีกสามคนที่ตกอยู่ในความมืดพอกัน มือจะควานหยิบมือถือเปิดไฟฉาย

 

แต่ไม่รู้ทำไม ยังไม่ทันได้พูดอะไรหรือได้ทำอะไรต่อ เขาก็รู้สึกมึนๆจนสติดับวูบไป

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

คริสหยีตา เปลือกตาบางกระพริบปรือขึ้น เขาลุกขึ้นนั่งอย่างงุนงง

แล้วนี่ ..มาฟุบอยู่ที่พื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ฟระ

 

ที่ตลกกว่าคือห้องมืดๆตอนนี้ ไฟไม่ดับแล้ว สว่างจ้า

ไม่ใช่สว่างจ้าธรรมดาด้วย ต้องเรียกว่าตอนนี้เขาอยู่ในห้องที่ขาวโพลน

 

มีเก้าอี้ มีเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเหมือนห้องแต่งตัวเดิม แต่ขาวไปทั้งห้อง

 

..ที่จริง เขาไม่ได้สังเกตด้วยว่าห้องที่เขาอยู่ตอนแรกมันขาวขนาดนี้เลยเหรอ

ว่าแต่คนอื่นไปไหนกัน หรือออกไปเตรียมตัวแล้ว

 

..เผลอหลับไปได้ยังไงนะเรา.. ไอ้พี่สิงก็นะ ไม่เรียกเลย ถ้าเจอได้หงิกใส่แน่ คอยดู

 

 

คริสลุกขึ้นยืน รู้สึกเมื่อยตัว ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ที่แน่ๆตอนนี้ต้องรีบออกไปก่อน ถ้าช้าจะโดนว่าเอาได้

มือจับกรประตูห้องพักนักแสดงเปิดออกไป .. แล้วเขาก็ต้องชะงักงันก้าวขาไม่ออก

 

ถึงแม้จะจำไม่ได้ว่าห้องตอนแรกมันสีขาวขนาดนี้ไหม แต่ที่แน่ๆด้านนอก มันไม่ได้ขาวโพลนแบบนี้แน่

 

ที่นี่ที่ไหน?!

นั่นคือความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้น ความรู้สึกต่อไปคือ .. เขาจะมัวมายืนอยู่แบบนี้ไม่ได้

 

ต้องหาทางออกไปก่อน นี่มันเงียบผิดปกติไปแล้ว

 

คริสกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปนอกห้อง แม้แต่พื้นและผนังรอบข้างก็ยังเป็นสีขาว ไฟรอบข้างยังเปิดสว่างเหมือนเมื่อตอนเขามาที่นี่ เขาพาตัวเองวิ่งไปจนถึงหัวมุมทางเลี้ยว แล้วก็ต้องปะทะเข้ากับคนที่เดินมาจากอีกฝั่งอย่างแรงจนถลาล้มก้นกระแทกพื้น

 

อูย เจ็บเว้ย

 

“...”

“...”

“อ้าว พี่มิว”

“น้องคริส?!”

 

“โทษที” คนโตกว่าส่งมือมาช่วยดึงคนที่ถูกชนล้มขึ้นจากพื้น

“คนอื่นเขาไปไหนกันแล้วอ่า”

“ไม่รู้เหมือนกัน พี่ยังไม่เจอใครเลย พึ่งเจอคริสเนี่ย”

“อ้าว แล้วพี่มาจากทางไหน ข้างนอกเหรอ”

“มาจากห้องตรงโน้นน่ะ .. จะออกไปข้างนอก แต่เมื่อกี๊เดินไปลองเปิดแล้วมันเปิดไม่ได้”

 

“ทำไมเปิดไม่ได้ล่ะพี่”

“ประตูมันล็อคจากข้างนอก”

“ห๊ะ?!”

 

“ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวลองไปดูห้องอื่น ตามมาๆ”

“เดี๋ยวสิพี่ แล้วคนอื่นล่ะ — เอ้ย พี่มิวรอด้วย”

 

คริสรีบเดินเร็วๆตามอีกฝ่ายที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเร็วๆหายไป

 

 

... สุดท้าย เขาก็มาอยู่ในห้องห้องเดิมที่คริสลืมตาขึ้นมาเห็นเป็นห้องแรก

และก็ยังไม่เห็นว่าจะมีทางออกด้วย

 

 

ด้วยความที่คริสรู้ตัวเองดี ว่าเขาเป็นคนมีพลังงานเหลือล้นตลอดเวลา การจะให้มานั่งใจเย็นคิดหาทางออกไม่ใช่แน่ .. แต่ตอนนี้ไม่อยากจะเชื่อว่าในเวลาที่ผ่านเลยไปเกือบจะครึ่งชั่วโมง เขาก็ยังหาหนทางที่จะออกจากพื้นที่สีขาวโพลนที่ไม่มีทางออกนี่ไม่ได้ ไม่คิดว่ามันจะเหนื่อยขนาดนี้

 

ร่างบางทรุดตัวลงนั่ง ยกมือปาดเหงื่อลวกๆ มองนักแสดงรุ่นพี่ที่รู้จักกันเพียงผิวเผิน ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังเดินไปเดินมาไม่ต่างจากเขาก่อนจะทรุดลงนั่งไม่ต่างกัน

 

“เหนื่อยแฮะ”

“..อืม เหมือนกันพี่ ทำไงดี”

 

“หรือลองออกไปดูข้างนอกอีกรอบ”

“แต่ผมพึ่งออกไปเมื่อกี๊แล้วกลับเข้ามาเองนะ”

“...งั้นพักแป๊ปนึง”

 

“...ผมก็ว่างั้น เฮ้อ”

 

“นี่พวกเราควรจะห้ามกันถึงจะถูกไหม .. ควรจะพักตั้งนานแล้ว”

อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นตอนที่เรานั่งหอบหายใจกันอย่างเหนื่อยล้า แถมยังไม่ได้อะไรกลับมาเลยด้วย คริสเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันและเหมือนพวกเราพึ่งจะรู้ตัว

 

“ก็ผมเห็นพี่เดินไปเดินมา หาทางออกไม่หยุด ผมก็ไม่ทันคิดน่ะสิ”

“คริสก็เดินไม่หยุดเหมือนกัน พี่ก็ไม่ทันคิดเหมือนกัน”

 

เราสองคนมองกันอย่างปลงๆ

เฮ้อ ให้มันได้อย่างนี้

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร.. คริสได้แต่คิดในใจ

ในสถานการณ์นี้ ตอนนี้.. เขาอาจจะไม่ว้าวุ่นใจแบบนี้

 

พลังงานที่มากมายของเขาที่ใช้ไป กับใครอีกคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันตอนนี้ ใครอีกคนที่ดูจะมีพลังทำสิ่งต่างๆ มีชีวิตชีวาเจิดจ้าเหมือนกับเขา

ก็จริง .. แต่

 

ถ้าพี่สิงโตอยู่ตรงนี้

เขาอาจจะรู้สึกสงบกว่านี้

 

ถ้าพี่สิงโตอยู่ตรงนี้

เขาอาจจะสบายใจกว่านี้

 

ที่พูดไปมันไม่จริงก็ตอนนี้

ที่อยากให้พี่สิง.. เปลี่ยนไปอย่างคนอื่นๆ ที่อยากให้เป็น

 

“สิงต้วน.. อยู่ไหน”

 

 

 

------------------------

 

 

 

“อือ”

 

ร่างที่นอนฟุบอยู่ที่พื้นขยับตัวนั่งพิงผนังทั้งรู้สึกเจ็บแปลบศีรษะ

มือบางยกขึ้นลูบส่วนที่เจ็บแสบ .. คงแค่กระแทกพื้นแต่ก็ไม่มีเลือดออกอะไรสบายใจแล้ว นอนต่อได้

 

!!! สบายใจอะไร นี่มันไม่ใช่เวลานอนนี่นา

 

กลัฟกระพริบตาปริบๆ จำได้ว่าล่าสุดเขากำลังเตรียมตัวรอเดินงานแฟชันโชว์

แต่ตอนนี้เขากำลังอยู่ในห้องสีดำสนิท ..

 

ใช่ จำได้แล้ว ไฟดับ

 

แต่ตอนนี้ไฟไม่ดับ มันเหมือนเขาแค่อยู่ในห้องที่ถูกทาสีดำทั้งหมดต่างหาก

 

 

“เฮ้ย”

ยังไม่ทันตั้งสติได้ เขาตกใจรีบลุกขึ้นยืนทันทีตอนที่ประตูห้องถูกดึงกระชากเปิดออกจากใครอีกคน

 

กลัฟมองคนที่พุ่งตัวเข้ามาและรีบปิดประตูเร็วๆอย่างงุนงง

 

“พี่สิงโต?”

“..กลัฟ เห็นคริสไหม”

“ไม่เห็นพี่”

 

คนถูกถามส่ายศีรษะ ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกจนกระทั่งสิงโตเดินมานั่งลงที่พื้นอีกฝั่งตรงกันข้ามกับเขา

 

พึ่งสังเกตว่า เก้าอี้ในห้องนี้ที่เคยมีมันหายไปไหนหมด

..หรือพวกเราถูกจับตัวมาเรียกค่าไถ่!!

 

“แล้วพี่มิวล่ะครับ”

“พี่ยังไม่เจอใครเลย พึ่งเจอกลัฟเนี่ยแหละ”

 

“...”

“...”

 

ความเงียบเข้าปกคลุมเป็นเดธแอร์ แต่เราต่างก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรกับความเงียบ อาจเพราะในสถานการณ์แบบนี้นิสัยที่คล้ายกันของเราทั้งคู่ก็สั่งการให้ทำได้เพียงเท่านี้

แต่ไม่ใช่ว่าไม่กังวล

 

“... นี่เราอยู่ที่ไหนครับพี่”

“นั่นสิ อยู่ที่ไหน”

 

สิงโตทวนคำ เงยหน้ามองรอบห้องสีดำสนิทอย่างใช้ความคิด

 

“ก่อนหน้านี้..พี่รู้สึกว่าเราอยู่ในห้องแต่งตัว แล้วอยู่ดีๆก็.. จำอะไรไม่ได้เลย รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงนี้”

“...”

 

กลัฟพยักหน้ารับคำ ดูท่าเราจะเจอเหตุการณ์ที่หาคำตอบไม่ได้ไม่ต่างกัน

 

“เอาไงดีพี่ .. ผมลองเดินออกไปดูข้างนอกไหม”

 

“เดี๋ยวกลัฟ .. อย่าพึ่ง คือ..พี่เดินออกไปแล้ว”

 

กลัฟแง้มประตูออกไปพอดีกับที่สิงโตเอ่ยห้าม

 

“...”

“..มัน....”

 

..ไม่ทันแล้ว..

 

“฿/%€@$”

กลัฟหลุดสบถหยาบคายกระแทกประตูห้องปิดดังปัง!

 

แต่ช้ากว่าสิ่งมีชีวิตที่คล้ายแมลงสาปสีดำสนิทดูแปลกประหลาดกว่าแมลงสาปปกติ

แต่ texture ของแมลงสาปก็คือแมลงสาป

 

!

กลัฟยกขากระโดดโหยง ถอยกลับมาชิดติดผนังห้อง มองเจ้าสิ่งมีชีวิตน่าหวาดผวา ที่ไม่อยากอยู่ร่วมโลกด้วย

 

..คนข้างๆก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน

 

พี่สิงโต .. ถึงจะยืนนิ่งกว่าเขา แต่ก็นิ่งแบบ ไม่บอกก็รู้ว่าไม่อยากอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตนี้เช่นกัน

 

 

“ม..แมลงสาป พี่ มันมาจากไหน”

 

“ใจเย็นๆน่า ..มีไม้อยู่ในห้อง”

สิงโตเอื้อมไปหยิบไม้โดยไม่หันไปมอง .. กำไว้แน่น ถึงปากบอกว่าใจเย็นแต่สภาพถอยหลังชิดติดผนังช่างดูสวนทาง

 

ไม้อะไรไม่รู้แหละบังเอิญเห็นอยู่ในห้อง เหมือนถูกจับมาขังในที่ที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดให้หาทางรอดด้วยไม้ที่เหมือนด้ามไม้กวาดแค่อันเดียว

นี่มันบ้าอะไรล่ะนี่

 

“หรือเราจะอยู่ในเกม”

กลัฟพึมพำพอดีกับที่สิงโตหันขวับมอง .. เออ เมื่อกี้ตอนตื่นมาเขาก็เผลอคิดอะไรบ้าๆฟุ้งซ่านแบบเดียวกันกับน้องมันเป๊ะ

 

ไม่ผิดหวังที่เป็นเด็กสวนกุหลาบเหมือนกัน เฮ้ย ไม่เกี่ยว

 

แต่ตอนนี้ จะเอาไงกับไอ้แมงกระจั๊วบ้านี่ดีเนี่ย

 

“กลัฟ”

“เอาเลยพี่ ผมจะดูต้นทาง”

“เอาเลย”

“ครับ?”

 

“กลัฟจัดการเลย”

 

ด้ามไม้กวาดถูกยื่นให้ รุ่นน้องนักแสดงและร่วมสถาบันส่ายหัวทันที

 

“ไม่เอา พี่สิงโต ผมกลัว”

“พี่ก็ไม่..”

 

“ว้ากกกกก!:/?#%”

 

แค่เพียงสิ่งมีชีวิตสีดำสนิทที่ทั้งคู่ต่างคิดว่าไม่ควรอยู่บนโลก กางปีกทะยานบินรอบห้องเท่านั้น ทั้งสองคนก็แทบประสานเสียงกัน พร้อมใจเขวี้ยงด้ามไม้กวาด วิ่งไม่คิดชีวิตไปทางประตู

 

“หยุดก่อน อย่าเปิด”

“พี่...มันจะบินมาเกาะเรานะ”

 

“ข้างนอก..มันมีอีกเป็นสิบ”

 

“ผมกลัว”

“..ใจเย็นๆ ด..เดี๋ยวมันก็ไป”

“เย็นไม่ได้แล้วพี่ ผมอยากออกไปจากตรงนี้ ;-;”

 

 

บางทีกลัฟก็คิด ปัญหาในชีวิตที่ผ่านเข้ามาบางครั้งมันก็หนักใจและน่าร้องไห้ยิ่งกว่าต้องมาอยู่ในห้องบ้าๆกับแมงกระจั้ว

ใครอีกคนที่ร่วมชะตากรรม เป็นคนที่ใช้ชีวิตช่างคล้ายกับเขาหลายอย่าง.. แต่

 

ในเวลาที่อยากร้องไห้แบบนี้

ถ้า..พี่มิวอยู่ก็คงดี

 

ถ้าพี่มิวคอยโอ๋แล้วหาทางจัดการเรื่องน่ากลัวพวกนี้

เขาคงจะสบายใจ

 

ที่พูดไปมันไม่จริงก็ตอนนี้

ที่อยากให้พี่มิว.. เปลี่ยนไปอย่างคนอื่นๆที่อยากให้เป็น

 

“พี่มิว.. ฮืออ”

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

“สิงต้วน.. อยู่ไหน สิงต้วน”

 

“คริส!!!!! คริสตื่น คริส”

 

 

 

 

“พี่มิว.. ฮืออ”

 

“กลัฟ เป็นอะไร กลัฟ ได้ยินพี่มั้ย”

 

 

 

.

 

 

 

ฟึ่บบบบ

 

กลัฟผุดลุกนั่ง เหงื่อโทรมกาย หวาดผวาเหมือนตื่นจากฝันร้ายรู้สึกอยากจะร้องไห้บอกไม่ถูก หรือน้ำตาไหลแล้วก็ไม่รู้ ฮึก

 

“กลัฟ ...โอเครึเปล่า”

“...พี่มิว”

 

ดวงตาคมสบมองคนที่กำลังใช้อ้อมแขนที่คุ้นเคยกอดเขาไว้แนบอกไม่สนใจสายตานับสิบคู่ของสตาฟที่มองมา

เหมือนเคย..

 

 

แต่..ไม่เป็นไรอีกแล้ว

ต่อไปใครจะพูดอะไรก็ช่าง

 

ตอนนี้เขาแค่รู้สึกดีใจมากจนอดไม่ได้ที่จะผวาเข้ากอดอีกฝ่ายแน่นราวกับกลัวว่าจะหายไปอีก

 

“พี่มิวผมกลัว”

“ชู่วๆ ไม่กลัวนะครับ นี่ไงพี่อยู่นี่ แค่ฉากมันล้มใส่เอง เจ็บตรงไหนรึเปล่า พี่ตกใจหมดเลย คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ”

 

กลัฟขยับออกจากอ้อมกอด มองรอบข้าง เขายังคงอยู่ในห้องแต่งตัวที่เดิม เพียงแต่สภาพดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการที่มีคนมามุง ทั้งฉากคัทเอาท์ขนาดกลางที่ก่อนหน้าถูกเก็บวางอยู่ในห้องแต่งตัวล้มระเนระนาดลงบนพื้น

เขาคลำศีรษะป้อยๆ คงแบบนี้สินะที่รู้สึกเจ็บหัวบอกไม่ถูก

กลัฟถอนใจ ถ้าเป็นแค่ฝันร้ายก็ดีแล้ว

 

 

“พี่มิว”

“หืม”

 

 

“ต่อไปจะไม่ว่าอะไรแล้ว กอดกันบ่อยๆเลยนะ"

 

.

.

 

มองไปอีกฝั่งฟาก คนที่คุยกับเขาก่อนหน้าที่ฉากบ้าๆจะหล่นใส่ ยืนอยู่ใกล้ๆก็คงเจ็บตัวพอๆกัน

 

 

 

 

คริสกระพริบตา ก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อแสงสว่างจากห้องกระทบสายตา ภาพเบลอๆค่อยๆชัดเจนขึ้น หวังว่าจะไม่ใช่ห้องขาวโพลนเมื่อกี๊นี้นะ

หรือแค่เขาเหนื่อยจนหลับไป

 

ไม่ได้สิ ต้องหาทางออกต่อแล้ว

อยากไปจากที่นี่แล้ว

 

 

“พี่สิงโต..”

เสียงที่ปกติเจื้อยแจ้วร่าเริงเอ่ยเพียงแผ่วๆเหมือนพึมพำเพ้อกับตัวเองมากกว่า

 

“คริส!! คริส ฟื้นแล้วเหรอ”

 

?! หืม พี่สิงโต

เจ้าของชื่อแทบสติกลับมาเต็มที่ตอนที่เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยเรียก ไม่บ่อยครั้งที่คนเนิบๆเรื่อยๆ บางครั้งก็นิ่งอย่างพี่สิงโตจะใช้น้ำเสียงร้อนรนแบบนี้

ถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเขา ถ้าไม่ใช่เวลาที่พี่สิงโตเป็นห่วงเขา

จะเดินสะดุด หกล้ม หรือเจ็บตัวตรงไหน

 

ถ้างั้นตอนนี้ สบายใจได้แล้วสินะ

 

“พี่สิงจริงๆด้วย”

“ก็พี่น่ะสิ เราโอเคไหม”

“ไม่โอเคเลย”

“เจ็บตรงไหน ไปหาหมอไหม เดี๋ยวพี่..”

 

“ไม่ต้อง.. ผมยังพูดไม่จบ ผมจะบอกว่าไม่โอเคเลย ถ้าไม่มีพี่ คราวหลังผมจะสลบหรือหลับไป พี่ก็ต้องอยู่กับผมนะพี่สิง จะนั่งอ่านหนังสือ เล่นเกม หรือทำอะไรก็ต้องอยู่ เข้าใจไหม”

“คริส..”

 

“ตอบสิว่าตกลง”

“พี่มีตัวเลือกอื่นด้วยเหรอ”

 

คริสหัวเราะให้คนที่เริ่มหายกังวลและยิ้มได้

ใช่ เขาเอาแต่ใจ แต่ก็แค่เฉพาะกับคนนี้เท่านั้นแหละที่อยากเอาแต่ใจ

 

“ผมเจ็บหัว พี่โอ๋ผมเลยนะ ทำไมครั้งนี้ต้วนวิ่งมาไม่ทัน”

“พี่จับทันนะ ไม่งั้นคริสเจ็บกว่านี้อีก”

 

“ขอบคุณนะ ผมรู้อยู่แล้วว่าพี่ต้องมา”

 

 

.

 

.

 

 

ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ..

แต่เราทุกคนต่างมีสิ่งที่ใช่ในแบบของเรา

 

แม้โลกนี้จะไม่ใช่ทุกสิ่งที่สมบูรณ์แบบ

..แต่ถึงอย่างนั้น..

 

ก็ไม่มีอะไรที่จะมาแทนที่

สิ่งที่ สมบูรณ์ ในแบบ ของเรา

 

 

 

รักที่คุณเป็นคุณ

 

 

 

- THE END -

ผลงานอื่นๆ ของ Barcode-

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

"Review ks mg"

(แจ้งลบ)

ตอนแรกก็หลงเข้ามาอ่าน ได้ไงไม่รู้วว พอเห็นการใช้ศัพท์ใช้คำอธิบายก็คุ้นๆนะ แต่ไม่ได้สนใจ ไม่รู้ว่าคู่นี้มาเจอกันไ... อ่านต่อ

ตอนแรกก็หลงเข้ามาอ่าน ได้ไงไม่รู้วว พอเห็นการใช้ศัพท์ใช้คำอธิบายก็คุ้นๆนะ แต่ไม่ได้สนใจ ไม่รู้ว่าคู่นี้มาเจอกันได้ไง 55 แต่ว่าพออ่านแล้วบวกกับที่คริสไปเม้นในไลฟ์น้องกลัฟกับพี่สิงเล่นเกมกับพี่มิวแล้วก็ อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม นั่นแหน่ เป็นเพื่อนกันก็ดีใจ สนุกดี แต่แปลกนิดๆ แต่ก็ดีอยู่แล้ว เป็นกำใจให้คูมบาร์นะฮะ ย่อ

Paped-ppp | 3 มิ.ย. 63

  • 0

  • 0

คำนิยมล่าสุด

"Review ks mg"

(แจ้งลบ)

ตอนแรกก็หลงเข้ามาอ่าน ได้ไงไม่รู้วว พอเห็นการใช้ศัพท์ใช้คำอธิบายก็คุ้นๆนะ แต่ไม่ได้สนใจ ไม่รู้ว่าคู่นี้มาเจอกันไ... อ่านต่อ

ตอนแรกก็หลงเข้ามาอ่าน ได้ไงไม่รู้วว พอเห็นการใช้ศัพท์ใช้คำอธิบายก็คุ้นๆนะ แต่ไม่ได้สนใจ ไม่รู้ว่าคู่นี้มาเจอกันได้ไง 55 แต่ว่าพออ่านแล้วบวกกับที่คริสไปเม้นในไลฟ์น้องกลัฟกับพี่สิงเล่นเกมกับพี่มิวแล้วก็ อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม นั่นแหน่ เป็นเพื่อนกันก็ดีใจ สนุกดี แต่แปลกนิดๆ แต่ก็ดีอยู่แล้ว เป็นกำใจให้คูมบาร์นะฮะ ย่อ

Paped-ppp | 3 มิ.ย. 63

  • 0

  • 0

2 ความคิดเห็น

  1. #2 wachi
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 01:38

    แงงงงง พล็อตดีมากเลย ชอบทั้งสองคู่ ดึงคาร์เรคเตอร์ออกมาได้น่ารักมากค่ะ

    #2
    0
  2. #1 RAINBOW
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 00:50

    เป็นฟิคที่ดีมากๆไม่ผิดหวัง ติดตามงานเขียนไรท์ทุกเรื่องเลย น่ารักมากกกกกก ชอบ

    #1
    0