คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF] Banana fish : Merry Christmas[AshEiji]

โดย Bamuko

คริสต์มาส สำหรับใครหลายๆคนอาจจะเป็นวันเทศกาลที่มีความสุข แต่สำหรับเขามันไม่เคยเป็นแบบนั้นเลย...จนกระทั่งได้มาเจอนาย

ยอดวิวรวม

691

ยอดวิวเดือนนี้

18

ยอดวิวรวม


691

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


26
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ธ.ค. 61 / 08:11 น.
นิยาย [SF] Banana fish : Merry Christmas[AshEiji] [SF] Banana fish : Merry Christmas[AshEiji] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฝากฟิคสั้นเวิ่นๆคู่นี้ไว้ให้ทุกคนค่าาา ในไทยเรื่องนี้กระแสเงียบมากเลยง่าTvT เลยหาฟิคอ่านยากด้วยเลยแต่งเองซะเลย5555
ตอนแรกว่าจะแต่งให้ทันคริสต์มาสแต่สุดท้ายก็ไม่ทัน555😂 ใครที่บังเอิญผ่านเข้ามาอ่านทุกคนก็ขอบคุณมากนะคะะะ><


ปล.ใครดูตอนจบแล้วเฮิรท์มากเม้นพูดคุยกันได้นะคะ นี่แบบตอนดูตอนจบวีคที่แล้วคือร้องไห้แทบบ้าT---T

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ธ.ค. 61 / 08:11



'Jingle bells, Jingle bells, jingle all the way' แอชหันไปมองตามเสียงเพลงที่ดังขึ้นตามเส้นทางที่เขากำลังเดินกลับ แน่นอนว่าจริงๆแล้วไม่ได้มีเพลงเดียวที่ถูกเปิดเล่นขึ้นมา แต่มีมากมายตลอดเส้นทางที่เขาเดินมาเลยต่างหาก อีกทั้งสีสันมากมายที่ถูกประดับประดาขึ้นมาทั่วเมืองบ่งบอกได้ว่าทั้งเมืองกำลังเฉลิมฉลองงานเทศกาลสำคัญกันอยู่



"คริสต์มาสเหรอ..." เด็กหนุ่มผมสีทองหันไปมองรอบๆก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ จริงๆเขาไม่ได้สนใจเทศกาลอะไรพวกนี้เท่าไหร่อยู่แล้ว เพราะแน่นอนว่าในงานวันเทศกาลที่คนทั่วไปมักใช้เวลาอยู่กับครอบครัวแบบนี้ เขาไม่เคยมีช่วงเวลาแบบนั้นอยู่แล้ว...



ท้องฟ้าตอนนี้เริ่มแปรเปลี่ยนจากสีแดงอมส้มกลายเป็นสีดำสนิทยิ่งช่วยเสริมให้แสงไฟตามข้างทางดูสว่างสไวมากขึ้นกว่าเดิม จนกระทั่งแอชรู้สึกได้ถึงละอองความเย็นที่ตกลงมากระทบเข้าที่ข้างแก้ม นั่นทำให้เขาหลุดออกจากพะวังความคิดของตัวเอง จึงแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า



"หิมะ..." เขากล่าวออกมาสั้นๆก่อนที่ความเย็นจากหิมะเหล่านี้จะเริ่มเข้ามาปกคลุมร่างกาย ปุยนุ่นสีขาวที่ค่อยๆร่วงโรยลงมาสีของมันช่างตัดกับท้องฟ้าสีดำสนิทเหลือเกิน



"เฮ้อ" แอชส่ายหน้าพร้อมผ่อนลมหายใจสีขาวออกมาก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิด เพื่อหลบหลีกจากความหนาวเย็นที่กระทบกายอยู่ตอนนี้ สองมือซุกเข้าไปในกระเป๋าข้างตัว รวมถึงหมวกฮู๊ตที่ถูกดึงขึ้นมาเพื่อปิดบังผมสีบรอนซ์นั้น



ไม่นานมากนัก แอชก็เดินจนกลับมาถึงคอนโดของเขา ช่วงนี้ทางฝั่งของดีโน่ดูเหมือนจะค่อนข้างมีปัญหาภายในนั่นทำให้พวกเขาได้มีเวลาหายใจกันบ้างแต่ถึงอย่างนั้นแอชก็ยังคงไม่ลดระดับการระวังตัวเองลง เพราะชีวิตของเขาถ้าพลาด นั่นคือหมายถึงชีวิต... แอชจับลูกบิดประตูพลางกำลังคิดว่าคนที่รอเขาอยู่จะหลับไปหรือยังนะ ก่อนที่จะค่อยๆหมุนเปิดออก



แกร็ก



ปุ้ง!



"เมอร์รี่ คริสต์มาส!!"



"หา..." แอชที่ยังไม่ทันได้เปิดประตูออกมาทั้งบานก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆด้านหลังประตูนั้น ทั้งห้องถูกประดับประดาไปด้วยแสงสีพร้อมต้นคริสต์มาสที่ถูกตั้งไว้ที่มุมห้อง และบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารเตรียมสำหรับงานฉลอง



"เมอร์รี่ คริสต์มาสครับบอส!!" โบนส์ตะโกนขึ้นมาทั้งที่ในมือยังมีพลุที่เพิ่งจุดไปเมื่อกี้นี้



"คืนนี้มาฉลองให้เต็มที่เถอะครับ" เสียงของลูกน้องอีกหลายคนดังตามขึ้นมา ยิ่งทำให้ทั้งห้องดูบรรยากาศครื้นเครงสนุกสนานมาก



"ยินดีต้อนรับกลับนะ แอช" เสียงทุ้มนุ่มของร่างเล็กกว่าตรงหน้ากล่าวต้อนรับพร้อมด้วยรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ทำให้แอชรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก



"อา... กลับมาแล้ว เอย์จิ" เอย์จิเคยสอนแอชไว้ว่านี่เป็นธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นที่เวลากลับมาแล้วจะมีบทสนทนาประมาณนี้ แต่ก่อนแอชรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ตอนนี้เขาเริ่มคุ้นชินและรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้ยินยังไงไม่รู้



"เดินตากหิมะกลับมาคงหนาวแย่ เข้าไปนั่งพักก่อนสิ" เอย์จิไม่ว่าเปล่า เขาเอื้อมมือมาช่วยถอดเสื้อโค้ทตัวหนาที่เปื้อนไปด้วยหิมะเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความหนาวเย็นของอากาศข้างนอกได้เป็นอย่างดี



"ขอบใจ" แอชถอดเสื้อโค้ทส่งให้เอย์จิก่อนจะเข้าไปนั่งอยู่ข้างเตาผิง เพื่อรับไออุ่นจากกองไฟที่กำลังลุกอยู่ พลางสายตาก็กวาดตาไปรอบๆห้องเมื่อเห็นว่าพวกลูกน้องของตัวเองกำลังร้องรำทำเพลงกันอย่างมีความสุข งานปาร์ตี้ขนาดย่อมๆกำลังสร้างสีสันให้ห้องนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม



"อ่ะนี่ ช็อกโกแลตร้อน ยังหนาวอยู่ไหมแอช" มีแก้วถูกยื่นมาให้ตรงหน้า นั่นทำให้แอชค่อยๆเอื้อมมือไปรับ ความร้อนจากแก้วถูกถ่ายทอดมาสู่มือ ช่วยตัดความหนาวที่ร่างกายได้รับเมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี



"พวกนายดูชอบจัดงานปาร์ตี้เนอะ คราวที่แล้วก็งานฮาโลวีน"



"ฮ่าๆๆ แต่ครั้งนี้ไม่มีฟักทองหรอกน่า ไม่ต้องกลัว"



"...ใครกลัวกันเล่า!" เมื่อเอย์จิพูดขึ้นมาแอชก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบเบาๆ เมื่อภาพกองฟักทองเมื่องานฮาโลวีนยังติดตาและหลอกหลอนเขามาจนถึงทุกวันนี้นี่นา



"อย่างน้อยๆ วันนี้ก็เป็นวันคริสต์มาส วันที่คนทั้งโลกร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล เราก็ควรจะจัดอะไรสักหน่อยหนิจริงมั้ย" เอย์จิหันไปยิ้มให้แอช นั่นเป็นรอยยิ้มที่ใสซื่อและบริสุทธิ์มากๆ แอชไม่รู้เลยจริงๆว่าเขาถูกรอยยิ้มนี้ช่วยมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว



"แล้วที่ญี่ปุ่นเขาจัดงานคริสต์มาสกันแบบไหนล่ะ" เอย์จิทำหน้านั่งนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆอธิบาย



"อืม... ก็คล้ายๆแบบนี้แหละ เป็นวันที่ทุกคนในบ้านจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนี่นา อ้อ! แถมน้องสาวผมยังชอบอ้อนขอของขวัญจากซานต้าครอสทุกปีเลย ทั้งๆที่ก็รู้ว่าสุดท้ายคนที่ต้องไปซื้อมาก็คือผมไม่ก็พ่อ" เอย์จิทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย โดยที่ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าแอชกำลังมองมาด้วยแววตาอ่อนแสงลง



"หืม... ฟังดูน่าสนุกดีนี่นา"



"แล้วนายล่ะแอช นายเคยจัดงานคริสต์มาสหรือเปล่า" ทันใดนั้นใบหน้าของแอชก็ดูหม่นลงอีกเล็กน้อย แต่ถึงจะเล็กน้อยแค่ไหนเอย์จิก็ยังจับสังเกตได้ จนเขาถึงพึ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป



"... ขอโทษนะแอช ผม..ถ้าผมเผลอพูดอะไรผิดออกไป"



"คนญี่ปุ่นนี่พูดเป็นแต่คำว่าขอโทษหรือไงกัน ฉันไม่ได้โกรธนายสักหน่อย" ถึงอีกฝ่ายจะพูดออกมาแบบนั้น แต่เอย์จิก็รู้ดีอยู่กับใจ ว่าเรื่องบางเรื่องมันอาจจะไปสะกิดโดนบาดแผลในใจของอีกฝ่ายได้



"เปล่า.. แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องที่นายอยากจะนึกถึงใช่ไหมล่ะแอชสะดุดเข้ากับคำพูดของอีกฝ่าย ทุกครั้งเอย์จิมักจะเป็นแบบนี้เสมอคอยเป็นห่วงความรู้สึกของเขาตลอด อาจเพราะแอชเป็นเพียงคนเดียวที่เคยเผยความอ่อนแอให้เอย์จิได้เห็น



"นับวันนายนี่ยิ่งเหมือนนักอ่านใจเข้าทุกวันนะ ไม่คิดหาอาชีพเป็นหมอดูไรงี้บ้างเหรอพี่ชาย"



"ผมจริงจังนะแอช" เมื่อเห็นอีกฝ่ายตอบทีเล่นทีจริงกลับมา นั่นทำให้เอย์จิตีหน้าจริงจังขึ้นมาแทน ทั้งที่เขาอุตส่าห์เป็นห่วงอีกฝ่ายแท้ๆ แต่ทำไมอีกฝ่ายทำเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่ต้องใส่ใจแบบนั้นล่ะ แอชเห็นดังนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ



"นี่โอนิจัง ฉันไม่เป็นไรหรอก เลิกเป็นห่วงเกินเหตุได้แล้ว" ว่าจบแอชก็เอื้อมมือมาตบบ่าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากตรงนั้นเดินเข้าไปหาลูกน้องตัวเองเพื่อคว้ากระป๋องเบียร์มากระดกเข้าปาก เอย์จิได้แต่มองตามก่อนถอนหายใจออกมา



"เมื่อไหร่นายจะยอมพูดกับผมตรงๆซะทีนะ..."



ค่ำคืนคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดห้องทั้งห้องก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบ เมื่อทุกคนส่วนใหญ่ล้มตัวลงนอนกันอย่างกระจัดกระจาย เศษซากความสนุกสนานยังคงหลงเหลือเกลื่อนพื้นห้อง รวมถึงคนที่นอนอยู่บนพื้นก็ดูหมดสภาพไม่ต่างกัน เว้นเสียแต่คนสองคนที่ยังคงนั่งอยู่หน้าเตาผิง



"เมาค้างเหรอแอช" เอย์จิถามก่อนจะยื่นแก้วน้ำเปล่าไปให้เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่สะท้อนกับแสงไฟจากเตาผิงขึ้นสีแดงเรื่อๆแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แน่ล่ะปกติแอชคอแข็งจะตาย นี่แสดงว่าเขาดื่มไปมากแค่ไหนกัน



"ใครเมากันพี่ชาย แค่นี้ยังทำอะไรผมไม่ได้หรอก" แอชยกมือขึ้นมาโบกส่ายหน้าเบาๆ ถึงเขาจะพูดอย่างนั้นแต่เอย์จิก็จับได้ถึงความผิดปกติไปของอีกฝ่าย



"เมาแล้วจริงๆนั่นแหละ เลิกดื่มแล้วไปนอนดีๆในห้องเถอะ" เอย์จิเอื้อมมือไปต้องการจะพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น แต่แล้ว...



เผียะ!! 



"อย่ามาจับ!!" ทั้งห้องตกเข้าสู่ความเงียบชั่วขณะ เอย์จิรับรู้ได้ถึงความเจ็บที่มือจากที่อีกฝ่ายปัดมือเขาอย่างแรง แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันทำให้เขารู้ แอชสติอยู่กับตัวไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นจริงๆ ทางด้านของแอชผ่านไปสักครู่ เขาจึงแสดงสีหน้าตกใจราวกับว่าเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป



"อะ... ขอโทษเอย์จิ คือฉัน..." น้ำเสียงที่กล่าวออกมาเต็มไปด้วยความสั่นเครือ มือของแอชสั่นทั้งสองข้าง ดวงตาสีเขียวมรกตทั้งสองข้างเริ่มสั่นไหววูบ 



"แอช... แอชใจเย็นๆก่อนนะ" เอย์จิกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิม เขาพยายามหลีกเลี่ยงการแตะต้องอีกฝ่ายตรงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามค่อยๆลดระยะห่างลงเรื่อยๆ



"ขอโทษ... เอย์จิ ฉันขอโทษ" แอชก้มหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง สองขาอ่อนแรงลงจนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มพร้อมริมฝีปากที่พร่ำบอกแต่คำขอโทษ



"แอช!" เอย์จิเห็นดังนั้นจึงรีบทรุดลงไปประคองอีกฝ่ายโดยโอบรอบไหล่อีกฝ่ายไว้อย่างแผ่วเบาเนื่องด้วยกลัวอีกฝ่ายจะสะบัดมือใส่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบกลับเพียงแค่มีเสียงสะอื้นแผ่วเบาดังลอดออกมาเรื่อยๆ เอย์จิจึงเพิ่มแรงบีบที่หัวไหล่เพื่อยืนยันกับอีกฝ่ายว่าเขาอยู่ตรงนี้



"แอช ใจเย็นๆนะ ผมอยู่ตรงนี้ ผมไม่เป็นอะไร" เอย์จิได้เพียงแต่จ้องมองคนข้างตัวที่ยังคงสะอื้นจนตัวโยน เอย์จิเลือกที่จะปิดปากเงียบไม่พูดอะไรขัดขึ้นมา แต่มีเพียงมือที่โอบอีกฝ่ายไว้ไม่ปล่อยไปไหน



จนสุดท้ายเมื่ออีกฝ่ายเริ่มหยุดสะอื้น จึงค่อยๆลดมือที่ปิดใบหน้าลง ตอนนี้ใบหน้าแอชมอมแมมเต็มไปด้วยคราบน้ำตาราวกับคืนนั้นไม่มีผิด คืนที่แอชสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย ทั้งๆที่วันนี้ควรจะเป็นวันที่ทุกคนมีรอยยิ้มแท้ๆ แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงต้องมาทรมานแบบนี้กัน ยิ่งคิดเอย์จิก็ยิ่งรู้สึกปวดหนึบอยู่ในอก นี่เขาไม่มีทางที่จะช่วยแบ่งเบาภาระอีกฝ่ายได้เลยเหรอ



"น่าสมเพชเนอะ..." วงหน้าของอีกฝ่ายยังมีสีแดงเรื่อๆอยู่ไม่แน่ใจเป็นเพราะที่ร้องไห้หรือฤทธิ์ของแอลกฮอล์กันแน่



"นิทานหลอกเด็กที่ว่ากันว่า วันคริสต์มาสเป็นวันที่มีความสุข คุณลุงซานต้าจะเอาของขวัญมาให้เด็กดี เป็นวันที่คนทั่วโลกมีแต่รอยยิ้ม..." แอชแค่นยิ้มออกมา แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มของความสุขแต่เป็นรอยยิ้มที่ราวกับสมเพชตัวเอง



"แอช..." เอย์จิเอื้อมมือไปกุมมืออีกฝ่าย กระชับให้แน่นขึ้น แอชในตอนนี้ช่างดูเปราะบางราวกับจะแตกสลายไปได้ทุกเมื่อ เขาจะพยายามอ่อนโยนกับอีกฝ่ายให้มากที่สุด อยากจะช่วยประคองหัวใจที่อ่อนแอดวงนี้ อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระบนไหล่ข้างนั้น อยากจะเป็นฝ่ายช่วยปกป้องอีกฝ่ายได้บ้างแม้เพียงสักนิด



"แต่สำหรับฉัน... มันก็เป็นได้แค่วันที่เจ้าพวกขยะพวกนั้นมาหาเรื่องเสพสมจากเด็กอย่างฉันแค่นั้น" เอย์จิเผลอเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ถึงแม้เขาจะเคยได้ยินเรื่องประเด็นข่มขืนจากพ่อแอชมาบ้าง แต่เขาไม่นึกเลยว่าขีวิตในวัยเด็กของอีกฝ่ายมันจะเป็นอะไรที่แย่ขนาดนี้ แค่คิดตามเขาก็อยากจะอ้วกแล้ว ทำไมเด็กคนหนึ่งถึงต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้... 



"นายถามสินะ ว่าฉันเคยจัดงานคริสต์มาสหรือเปล่า...นั่นละคำตอบ" เอย์จิเผลอกำมือที่กุมอีกฝ่ายไว้แน่นขึ้น คำตอบของแอชทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัด ไม่ว่าจะเป็นปฏิกิริยาหรือสีหน้าที่อีกฝ่ายแสดงออกมา ความทรมานที่เป็นเหมือนฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนคนๆนี้มันมีมากมายเหลือเกิน



"แอช... ผมขอโทษที่ถามแบบนั้นออกไป ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้นายนึกถึงเรื่องแย่ๆ ผมรู้ว่านายเจ็บปวด ใช่ผมเองก็เจ็บเหมือนกัน พอได้ฟังจากปากนายจริงๆแล้วผมยิ่งมั่นใจว่านายทุกข์ทรมานแค่ไหน" เอย์จิจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย คำพูดเมื่อครู่ของเขาไม่ใช่เพียงกล่าวออกมาเพียงเพื่อแสดงความสมเพชคนข้างหน้า แต่มันคือความรู้สึกในอกของเขาจริงๆ ความรู้สึกปวดหนึบเมื่อเห็นคนสำคัญเจ็บปวด เขาอยากจะช่วยอะไรอีกฝ่ายได้สักนิดก็ยังดี



"แต่แอช... ต่อจากนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ผมจะอยู่ตรงนี้ เคียงข้างนายเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... ผมสัญญา... ผมจะเป็นซานต้าให้นายเอง" เอย์จิจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวมรกตนั้น ทุกคำพูดมีความหนักแน่นและจริงจัง 



"ฮ่า ซานต้าเหรอ เรื่องหลอกเด็กพรรคนั้น" แอชหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งชีวิตเขาไม่เคยเชื่อเรื่องหลอกเด็กพวกนี้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นเพราะเหตุการณ์อันขมขื่นในวัยเด็ก ทำให้เขาหมดศรัทธาในตัวพระเจ้าไปตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ แต่ทำไมพอคนคนนี้พูดขึ้นมา... เขากลับอยากลองเชื่ออีกครั้งล่ะ



"ถึงนายจะไม่เชื่อยังไงก็ตาม แต่ผมจะคอยเป็นซานต้าประจำตัวนาย ช่วยทำให้ความปรารถนาของนายเป็นจริงให้เอง!" รอยยิ้มกว้างถูกประดับลงบนใบหน้า คำพูดที่เหมือนคำพูดปลอบเด็กน้อยนั่น น่าแปลกที่แอชกลับไม่รู้สึกรังเกียจมันเลย กลับกันยิ่งพอได้เห็นรอยยิ้มนั่นยิ่งทำให้รู้สึกสบายใจ รอยยิ้มที่เปรียบเหมือนแสงสว่างที่คอยส่องทางให้เขามาตลอด



"นั่นสินะ..." แอชว่าแค่นั้นก่อนที่จะค่อยๆเอนตัวลงมาเอาศีรษะมาพิงไหล่ของคนข้างๆและหลับตาลงช้าๆ ราวกับปล่อยวางในทุกๆเรื่อง ทั้งเรื่องอดีต ความทรงจำ ทุกเหตุการณ์แย่ๆในชีวิต ขอเพียงแค่มีไหล่ของคนๆนี้เป็นที่พักพิง เขาก็มีความหมายในการมีชีวิตของวันพรุ่งนี้แล้ว



"แอช?" เอย์จิเรียกอีกฝ่ายเบาๆแต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ผ่อนคลายของอีกฝ่ายเขาก็แอบลอบยิ้มแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายพิงไปแบบนั้น



'นั่นสินะ... ซานต้าที่เขาตามหามานาน อาจจะอยู่ใกล้ตัวเขามาตลอดเลยก็ได้'



"Merry Christmas, Ash :)"????








ผลงานอื่นๆ ของ Bamuko

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 เมษายน 2563 / 21:38
    ขอบคุณที่แต่งนะคะ ฮือ ช่วยฮีลใจน้อยๆของเราจากอนิเมะเลยล่ะค่ะ
    #4
    0
  2. วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:11

    สวยงาม และอบอุ่นมากค่ะ ขอบคุณนะคะ

    #3
    1
  3. #2 kittiya_ff (@kittiya_ff) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 15:34

    อายยยยยยดีมากกกกก
    #2
    0
  4. #1 thieves14122 (@Thieves1412) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 08:54
    อบอุ่นนนนน
    #1
    0