คัดลอกลิงก์เเล้ว

Mission Fail (#Guixon)

โดย BAMB!

เฮกเตอร์ นักฆ่าหนุ่มผู้ทระนงตนต้องทำภารกิจลอบสังหาร แต่มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?

ยอดวิวรวม

176

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


176

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ต.ค. 61 / 02:09 น.
นิยาย Mission Fail (#Guixon) Mission Fail (#Guixon) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Fanfiction : Mission Fail (#Guixon)
By : BAMB!

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ต.ค. 61 / 02:09


Mission Fail – Short Story (#Guixon)

Fanfiction by BAMB!


 

ยืนยันเป้าหมาย กรุณายืนยันคำสั่ง

ณ จุดดาดฟ้าตึกแห่งหนึ่งที่เปล่าเปลี่ยวไร้ผู้คน ร่างสันทัดของชายหนุ่มปริศนาผมสีบลอนด์ในชุดโค้ดยาวสีทึบยาวกำลังนอนราบเหยียดกายขาทั้งสองข้างเหยียดลงกับพื้นปูนเย็นเฉียบ ดวงตามุ่งมองไปยังภาพของสะพานข้ามแม่น้ำสำคัญของเมืองหนึ่งแห่งหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ตรงหน้ามีรถยนต์สันจรขับผ่านไปมาตลอดเวลาอย่างรอคอย มือทั้งสองสวมถุงมือหนังมันวาวสีทึบเคลื่อนนิ้วจ่อเตรียมไปที่ไกปืน NTW 20mm ของตัวเองที่ตั้งวางไว้บนพื้น ขณะที่ดวงตาสีฟ้าจับจ้องไปยังรถรถคันยาวสีดำที่กำลังเคลื่อนมายังตำแหน่งผ่านลำกล้องปืน ด้วยแววตาที่ไร้ภาพสะท้อนบ่งบอกอารมณ์ใดๆ ใบหน้าไร้อารมณ์ราวกับคนตายด้านชวนน่าขนลุก ลิ้นเลียริมฝีปากล่างอย่างติดเป็นนิสัย รอคอยรถสีดำที่ค่อยๆ วิ่งเคลื่อนที่มาใกล้ยังตำแหน่งที่จับวางไว้เรื่อยๆ

ที่เหลือคือรอเสียงยืนยันคำสั่ง กระสุนในแม็กกาซีนก็จะพุ่งตรงเข้าร่างของเป้าหมายภายในรถอย่างรวดเร็วอย่างไร้ความปราณี เขาเลียริมฝีปากอีกครั้ง กระสุนพร้อมยิงแล้ว อีกประมาณ 30 วินาที เป้าหมายจะถึงตำแหน่ง ย้ำยืนยันความสั่งด้วยโดยด่วน ช้าไม่ได้แล้วนักฆ่าหนุ่มพูดเสียงเข้ม เร่งเร้าขอคำตอบเมื่อไร้สัญญาณตอบกลับจากอีกฝั่ง

อ่าทราบรับเปลี่ยน ให้ตายเถอะ  ได้ยินรึเปล่า? สัญญาณห่วยแตกฉิบหาย ทำตามแผนได้เลย เสียงทุ้มของอีกฝ่ายตอบกลับมาพร้อมเสียงสบถที่เหมือนพึมพำคุยกับตัวเองจากหูฟังบลูทูธที่สวมอยู่ข้างหู พร้อมเสียงคลื่นสัญญาณที่แทรกติดเข้ามาขัดการสนทนาเป็นช่วงๆ ชวนสร้างความน่ารำคาญใจแก่ชายหนุ่ม

รับทราบเขาเอ่ยตอบกลับใส่ไมค์ที่ติดตั้งจ่ออยู่หน้าริมฝีปาก ก่อนกดปิดเสียงหูฟัง กันไม่ให้เสียงคลื่นในหูดังขึ้นมารบกวนสมาธิ

ภารกิจของเขาในครั้งนี้คือการลอบสังหารนักธุรกิจชายชาวยุโรปนามว่า แพททริค บารอฟว์สกา ผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โตแห่งหนึ่งที่กำลังถูกจับตามองจากคนในแวดวงการขณะนี้ และจากแหล่งข่าวที่เขารับรู้มา เป็นข้อมูลที่ไม่น่าแปลกใจสำหรับชายที่ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มามากมายอย่างเขา โดยเฉพาะในโลกที่มีการแข่งขันกันตลอดเวลาอย่างโลกของธุรกิจ บริษัทคู่แข่งต้องการที่จะตัดเสี้ยนหนามทางธุรกิจทิ้งซะ นั่นคือการจ้างนักฆ่าเพื่อทำการกำจัดเสี้ยนอย่างแพททริคทิ้งให้พ้นทาง ซึ่งเขาไม่ได้รู้ข้อมูลลึกเกี่ยวกับเรื่องของผู้จ้างวานมากนั้นหรอก ผู้จ้างวานเลือกที่จะปกปิดรายละเอียดของตัวเองเอาไว้แลกกับเงินตอบแทนที่จะได้เพิ่มมากขึ้น หน้าที่เดียวของเขาคือสังหารนักธุรกิจคนนั้นทิ้งซะ เพื่อตัดทางทำลายคู่แข่งที่จะก่อปัญหาในอนาคต โดยหลังจากภารกิจสิ้นสุดลงแผนการทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ นั้นเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายต่างรู้เรื่องนั้นดีอยู่แก่ใจ

โลกแห่งความจริงก็เป็นเสียแบบนี้ การฆ่าแกงกันเพราะเรื่องนี้มีมานานนมตั้งแต่อดีตกาลก่อนยุคประวัติศาสตร์เสียอีก ทุกคนต่างรู้กันในเรื่องนี้ จนทุกวันนี้แทบการเป็นเรื่องปกติบนโลกใบนี้ไปเสียแล้ว และไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ไม่อาจลบล้างความจริงของมนุษย์ในข้อนี้ไปได้ เขารู้จักมันดี

ทั้งหมดเหลือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น ลูกกระสุนจะพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนตามองไม่ทันเข้าทะลุศีรษะของเหยื่อจนถึงแก่ความตาย การลอบสังหารนั้นก็ง่ายดายแค่นั้น ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนไปมากกว่านั้น ไม่ว่าจะใช้อาวุธอะไร ปืนหรือมีด ในระยะที่ห่างไกลเป็นกิโลหรือในระยะประชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจ ทั้งหมดคือการฆ่า มันง่ายมากจนเปรียบเสมือนมนุษย์ทุกคนนั้นไม่ต่างไปจากมดตัวเล็กๆ ที่กำลังรอคอยความตายจากพวกมนุษย์ตัวโต ที่เพียงใช้นิ้วของตัวเองค่อยๆ กดลงบิดขยี้กระดูกและกล้ามเนื้อนั้นจนร่างแหลกละเอียดกลายเป็นเศษซากศพ เป็นเนื้อขยะแขยงน่ากลัวน่ารังเกียจที่ไร้ค่าราคาและไม่มีใครต้องการ ทั้งหมดล้วนง่ายดาย แค่เหนี่ยวไกเพียงครั้งเดียว

อีกเพียง 10 วินาที

เดี๋ยวนะ

และในเสี้ยววินาทีที่ประสาทสัมผัสภายในร่างกายของนักฆ่าหนุ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากเดิมที่ด้านหลัง ชายหนุ่มสูดจมูกตัวเองเสียงดังฟุดฟิด สูดกลิ่นเหม็นแสบจมูกที่ลอยโชยเข้าจมูกอย่างพินิจวิเคราะห์ กลิ่นบุหรี่? มาจากไหนกัน เขาตั้งคำถามขึ้นในใจ ก่อนตาจะเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวอย่างตื่นกลัว รู้สึกปั่นป่วนไปทั่วท้อง มีคนอีกอยู่บนดาดฟ้า

ถ้าเป็นฉันจะไม่ยิงนะเจ้าหนู…”

!!!

            เสียงต่ำของชายปริศนาจากด้านหลังเรียกความสนใจตรงหน้าแก่นักฆ่าหนุ่มทันที เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ชายด้านหลังจะได้ทำอะไรต่อ สัญชาตญาณในร่างถูกเปิดทำงานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ร่างสันทัดคว้าปืนพกที่แนบซ่อนอยู่ข้างลำตัว หันหน้าประจันหน้ากับชายปริศนา มือทั้งสองข้างถือจ่อกระบอกปืนเล็งกลางศีรษะหมายจะปลิดชีวิตของอีกฝ่ายเพียงในเสี้ยววินาทีหากแต่ทุกอย่างที่คิดไว้ต้องกลับต้องหยุดชะงักลงทันทีเมื่อหันหลังไปเห็นอีกฝ่ายเล็งปืนดักมาจ่อตรงมาที่หัวของเขาไว้ก่อนแล้ว

            ตรงหน้าของเขาปรากฏภาพของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งชายชาวยุโรปคนหนึ่ง เส้นผมสีบลอนด์ และดวงตาสีฟ้าประหลาดเป็นตัวบ่งบอกที่ชัดเจน ร่างสูงสวมชุดสูทสีเข้มกับเนคไทสีฟ้า ปากคาบบุหรี่ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็นแสบจมูกที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณ เพียงเสี้ยววินาทีร่างสันทัดก็รู้ได้ทันทีเลยว่านี่เป็นกับดักเขาพลาดไปได้ยังไง? สัญญาณติดขัดที่เกิดขึ้นคงเป็นแผนที่จะปั่นป่วนให้เราติดขัดเพื่อถ่วงเวลา และใช้ช่วงเวลาที่มีเสียงสัญญาณรบกวนแอบเปิดประตูเข้ามาดักข้างหลัง

          สถานการณ์ ณ ตอนนี้นั้นได้ถูกแปรเปลี่ยนไปแล้ว แพททริคผู้เป็นเป้าหมายหลักได้รอดพ้นไปได้อย่างหวุดหวิด เขากัดฟันกรอด ทั้งสองมือกุมปืนอย่างแรงจนปืนในมือสั่นอย่างเคียดแค้น มันไม่สมควรจะเกิดขึ้น แผนการทุกอย่างที่ถูกวางเอาไว้กลับเริ่มยุ่งยากมากกว่าเดิม ห่าเอ้ย ดันประมาทเกินไป ต้องรีบถอยกลับไปตั้งหลักใหม่โดยด่วน

            ภาพที่เห็นตอนนี้คือภาพของชายหนุ่มทั้งสองคนกำลังยืนประจันหน้ากันจนสังเกตเห็นถึงสัดส่วนระหว่างความสูงและขนาดตัวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างสองชายหนุ่ม โดยในมือของทั้งคู่ต่างยกขึ้นปืนเล็งไปที่ศีรษะของอีกฝ่าย ทั้งคู่สบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ดวงตาคู่สวยของร่างโปร่งฉายแววซุกซน ทว่ากลับเจ้าเล่ห์ร้ายกาจในเวลาเดียวกัน เขายืนตัวตรงเต็มความสูง จับมือข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างที่ว่างอยู่เท้าเอวอย่างผู้มีชัย ในขณะที่ร่างของนักฆ่าหนุ่มที่เมื่อยืนเทียบกับร่างโปร่งของอีกฝ่ายนั้นกลับสูงเพียงระดับไหล่ มองด้วยสายตาเต็มไปด้วยความอารมณ์โมโห โกรธเกรี้ยวอย่างเปิดเผยจนเหมือนเห็นลูกไฟอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างของชายหนุ่ม ซึ่งนั่นดูเหมือนจะสร้างความบันเทิงใจแก่ตัวของร่างโปร่งเหลือเกิน รอยยิ้มที่มุมปากนั่นแหละที่เห็นชัดที่สุด

            ร่างโปร่งโยนบุหรี่ทิ้งลงพื้นก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งขยี้มันจนดับ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ยียวนกวนประสาท อ่าอีกฝ่ายครางพร้อมปล่อยควันบุหรี่ออกจากปากเหม็นๆ นั่น ดูถ้านายจะคิดไม่ถึงเลยใช่ไหมล่ะ? ดูถ้าไม่ได้กลิ่นบุหรี่นายคงไม่รู้สึกตัวเลยใช่ไหมว่ามีคนกำลังจ่อปืนอยู่ตรงหลังนายน่ะ อ่อนหัดเสียจริงนะพ่อนักฆ่าหนุ่มตัวน้อยอีกฝ่ายเอ่ยอย่างสบประมาท น้ำเสียงจงใจยั่วโมโห เอียงคอแสยะยิ้มน่าขนลุก

            ใครเป็นคนส่งแกมานักฆ่าหนุ่มแผดเสียงกลับไปด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น

            ฉันว่านายจะน่าจะพอเดามันได้อยู่แล้วล่ะนะ เฮกเตอร์

            เฮกเตอร์ยืนนิ่งเงียบไปในทันทีร่างกับถูกแช่แข็งเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้ยินจากปาก (เหม็น) ของอีกฝ่าย คำพูดทั้งหมดที่อยากจะเอ่ยโต้กลับอีกฝ่ายกลับหายไปทันทีเมื่อกลืนน้ำลายลงคอ ราวกับมันได้ไหลพัดหายไปด้วยหมดแล้ว หมอนี่รู้ชื่อของเขา และคงจะรู้เรื่องอื่นของเขากับคนอื่นในทีมอีกมากด้วยเช่นกัน ราวกับตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ปลายยอดเขาสูงที่มองเห็นพื้นด้านล่างเป็นความมืดมิดที่ดูเหมือนกับมันไม่มีที่สิ้นสุด ผู้ชายคนนี้อันตราย

            ข้อสงสัยมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขา

ไอ้หมอนี่มันเป็นใคร?

มาจากไหนกัน?

ใครเป็นคนจ้างหมอนี่มา?

หรือว่าจะเป็นคนของแพททริค?

พวกนั้นรู้แผนนี้ได้ยังไง?

มันรู้ข้อมูลของเขาได้ยังไงกัน รู้มากแค่ไหน?

ถึงแม้จะพยายามคิดของคำตอบแต่มันกลับช่างเปล่าประโยชน์ ตอนนี้เขาอยู่ในสถานการณ์ที่โคตรเสียเปรียบสุดๆ ตอนนี้เขารู้สึกปวดหัว ขณะที่สติของเขาเริ่มหลุดลอยคิดไปไกล สมองคิดฟุ้งซ่าน นักฆ่าหนุ่มหลับตาแน่น ขับไล่ภาพหลอนในหัวของตัวเองที่กำลังคืบคลานเข้ามาเกาะกุมจิตใจของตัวเอง

            และนั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเขา

          ร่างโปร่งพุ่งตัวเข้ามาประชิดตัวร่างของนักฆ่าหนุ่มอย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที อีกฝ่ายใช้มือที่ไม่ได้ถือปืนอยู่ทำการปัดปืนในมือของร่างสันทัดอย่างแรงจนกระเด็นร่วงลงพื้นก่อนจะอ้อมตัวเข้ามาล็อกคอร่างเล็กกว่าจากด้านหลัง กระชากร่างจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับหน้าอกที่ผอมแต่แข็งแรงอย่างน่าตกใจอย่างแรง ร่างสันทัดของเฮกเตอร์ที่ตอนนี้ไร้อาวุธใดๆ แล้วจึงทำเพียงแต่ดิ้นพล่านดึงกระชากแขนของร่างโปร่งที่กั้นคอของตัวเองอยู่อย่างบ้าคลั่ง พยายามหลุดให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายแต่กลับไม่เป็นผล

            อ่อนหัดเสียจริงนะร่างสูงพูดน้ำเสียงเยาะเย้ย ดูถ้าจะสิ้นฤทธิ์แล้วสินะ อั้ก!”

          หากแต่นักฆ่าหนุ่มจะยอมแพ้ง่ายๆ เขาก้มหน้าใช้ฟันขาวที่เรียงสวยจากการดูแลอย่างดีเข้ากัดแขนของร่างโปร่งอย่างแรง อีกฝ่ายสะดุ้งคลายแขนของตัวเองตามสัญชาตญาณเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการโดนกัดที่แขน เปิดโอกาสให้ร่างสัดทันผลักร่างโปร่งล้มคว่ำลงกับพื้น รีบคว้าปืนพกที่ถูกอีกฝ่ายปัดตกทิ้งไปขึ้นมา หมายที่จะเป่าหัวของอีกฝ่ายที่นอนล้มลงอยู่ เฮกเตอร์หันกลับไปเตรียมจะยกกระบอกปืนขึ้นเล็งศีรษะสังหารศัตรูตรงหน้า

            ปัง!

          เสียงลั่นไกของปืนดังลั่นก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณดาดฟ้า เกิดเสียงกรีดร้องตกใจและเสียงความโกลาหลจากพื้นถนนที่ตามมา และในไม่ช้ารถตำรวจก็คงจะมาถึง ชายหนุ่มยืนแหงนหน้ามองท้องฟ้า ปล่อยแขนทั้งสองข้างทิ้งลงข้างลำตัว ตาทั้งสองข้างหลับตาลง ไหล่ทั้งสองข้างขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจแรงอันเกิดจากความเหนื่อยหอบ ริมฝีปากเผยออกเล็กน้อยเพื่อพักสูดลมหายใจ ก่อนจะก้มหน้าลงมองร่างที่ล้มกำลังนอนคว่ำตัวสั่นเกร็งไปทั่วร่างในขณะที่โลหิตแดงฉานเริ่มขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ฝ่ามือทั้งสองของเจ้าของร่างนั้นพยายามใช้แรงกดแผลห้ามเลือดของตัวเอง สีหน้าซีดเผือดอย่างเจ็บปวด น้ำตาที่พรั่งพรูออกมาเอ่อคลอดวงตาจนภาพพร่ามัว

            เฮกเตอร์ถูกยิงร่างของนักฆ่าหนุ่มล้มลงเพราะแรงดันของลูกกระสุนที่พุ่งเข้ามาทันทีอย่างน่าสมเพช ความเจ็บปวดแล่นผ่านเส้นประสาทแพร่กระจายไปทั่วร่างกายราวกับเป็นเชื้อไวรัส ตาซ้ายของเขาถูกยิง ทัศนียภาพที่เห็นถูกผันเปลี่ยนเหลือเพียงแต่ความดำมืด หากแต่ยังมีชีวิตอยู่ เขารับรู้ถึงเสียงหัวใจของที่กำลังเต้นระรัวและเสียงลมหายใจถี่ของตัวเอง เขายังไม่ตาย

          อึดเสียจริงนะร่างโปร่งเอ่ยขึ้นเสียงสั่นขณะยันตัวลุกขึ้นยืน หายใจหอบ เหลือบตามองแขนซ้ายของตัวเองที่ตอนนี้ถูกย้อมเป็นสีแดง คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นอย่างรู้สึกเจ็บปวด

            มายิงพลาดอะไรตอนนี้วะ

          ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่เหลือบมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่เหลือเพียงแค่ดวงเดียวอย่างทุลักทุเล แม้ภาพจะพร่ามัวหากแต่ไม่อาจลบเลือนใบหน้าของร่างโปร่งที่ก้มมองลงยังตัวเขามานั่นได้น้อยลงเลยแม้แต่น้อย

คราวนี้แกไม่รอดแน่…” ร่างโปร่งพูดเสียงลอดฟัน ยกกระบอกปืนขึ้นเล็งมายังร่างที่ยังนอนแน่นิ่ง หวังปลดชีวิตของอีกฝ่าย

เฮกเตอร์หลับตาลงอย่างหมดแรง สติที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปอย่างเชื่องช้า เฝ้ารอรับความตายที่อีกฝ่ายจะมอบให้เฉกเช่นคนขี้แพ้ ถึงยากที่จะต้องยอมรับความจริง แต่ใช่ เขาแพ้แล้ว

          โลกหลังความตายมันจะเป็นยังไงบ้างนะ?

          เสียงไซเรนของรถตำรวจดังแว่วเข้าโสตประสาท เขาได้ยินร่างโปร่งร้องสบถอย่างไม่สบอารมณ์ รถตำรวจมาเร็วกว่าที่คาดไว้ ขัดจังหวะวินาทีสำคัญเข้าพอดิบพอดี ก่อนเขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งหายไป หากแต่เขาไม่มีแรงเหลือแม้แต่ที่จะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้เขารอดแล้วใช่ไหม?  นักฆ่าหนุ่มรวบรวมแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดขยับฝ่ามือที่สั่นเทาขึ้นมาเปิดหูฟัง

            ฟะเฟเบียน เฮกเตอร์ส่งเสียงขึ้นอย่างยากลำบาก น้ำเสียงสั่นและอ่อนแรง

          เฮกเตอร์!? นั่นนายใช่ไหม ขอบคุณสวรรค์ นายยังไม่ตายน้ำเสียงกระวนกระวายของอีกฝ่ายดังแทรกเข้ามาทันทีเมื่อเขาส่งเสียงเรียก นักฆ่าหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกที่อีกฝ่ายยังไม่เป็นอะไรไป ฉันพยายามติดต่อนายไป แต่นายไม่ตอบกลับมาเลย ไอ้พวกเวรพวกนั้นมัน…”

          เฮ้ รีบมาหาฉันที่ดาดฟ้าเดี๋ยวนี้เลย…”

          เฮกเตอร์ เสียงนายฟังดูแปลกๆ ไปนะ เกิดอะไรขึ้นกับนายน่ะ นี่...เฮกเตอร์!!”

          และภาพทุกอย่างก็กลายเป็นความมืด

 

          ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมอาการมึนหัวเล็กน้อย ท้องฟ้าสีฟ้าบนดาดฟ้าตึกกลับกลายเป็นเพดานสีทึบทรุดโทรมกับโคมไฟเก่าๆ หนึ่งดวง ที่พร้อมถล่มลงมาทับร่างเขาได้ตลอดเวลา อีกฝ่ายของเตียงมีประตูเหล็กสนิมเกาะไม่ค่อยแข็งแรงตั้งอยู่หนึ่งบาน โต๊ะตัวเตี้ยทำจากไม้ข้างหัวเตียง เขาลุกยันสังขารที่อ่อนแรงของตัวเองขึ้นนั่งพิงพนักหัวเตียง ก้มลงมองสำรวจร่างกายของตัวเอง เสื้อคอเต่าตัวโปรดที่ตอนนี้กลับกลายเป็นเสื้อยืดสีเข้ม และผ้าห่มผืนบางปกคลุมตัวที่ช่วยให้ความอบอุ่นคลายหนาวได้บ้างถึงจะไม่มากนัก เฮกเตอร์รู้สึกเป็นไข้เล็กน้อย ชายหนุ่มนั่งนิ่งนึกย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องที่ดาดฟ้ากับชายปริศนาคนนั้น เราสู้กันแล้วหลังจากนั้น

          เขายกฝ่ามือขึ้นมาสัมผัสลูบดวงตาข้างซ้ายที่ถูกพันแผลปิดเอาไว้อย่างแผ่วเบา ภาพที่ตัวเองถูกยิงจนนอนตัวสั่นล้มจมกองเลือดฉายเข้ามาในหัวราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้น รู้สึกถึงจิตใจของเขาที่แตกสลาย ชายในชุดสูทคนนั้น

          บานประตูเหล็กบานนั้นก็ถูกเปิดขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดชวนเสียวหู ชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดดำที่คุ้นเคยก้าวเท้าเข้ามาให้ห้อง เดินมองพื้นอย่างเหม่อลอยในมือข้างหนึ่งถือถาดใส่ยา ขณะที่อีกข้างถือแก้วใส่น้ำ แล้วการกระทำทุกอย่างต้องหยุดชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา

            ไงเขาส่งยิ้มเจื่อนให้เฟเบียน ถึงแม้จะขยับใบหน้าเพียงนิดเดียวก็สร้างความเจ็บปวดที่ซึ่งเกิดจากบาดแผลที่ดวงตา ใบหน้าของเขาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อรู้สึกเจ็บ

            ร่างใหญ่โตของเฟเบียนรีบพุ่งมาหาเขาจนน้ำในแก้วสั่นไหวเกือบหกเลอะพื้น หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจ กระวนกระวายว่างของทุกอย่างในมือลงบนโต๊ะ เฟเบียนนั่งลงบนเตียง ริมฝีปากสั่น สีหน้าเป็นกังวล เฮกเตอร์!” อีกฝ่ายพูดเสียงดังคล้ายตะโกน

            เชี้ยเอ้ยเฮกเตอร์พ่นสบถเสียงแหบแห้งเพราะพิษไข้

            อย่าเพิ่งขยับเฟเบียนยกผ้าห่มขึ้นห่อหุ้มร่าง ยกหมอนขึ้นมาตั้งพิงพนักเตียงอิงหลังของเขาให้สบายมากขึ้น เขาไม่ชินตัวเองในสภาพอ่อนแอแบบนี้เลยกินยาซะเพื่อนร่างโตเอ่ยขณะเอนตัวไปคว้าเม็ดยายื่นใส่หน้าเขา

            ทำตัวอย่างกับแม่สุดโหดบังคับให้เด็กดื้อที่ไม่ยอมกินยาไม่มีผิด

เฮกเตอร์รับเม็ดยาเข้าปากแล้วจึงยกดื่มน้ำตามอย่างว่าง่าย ตาเหลือบมองอีกฝ่ายก่อนส่งแก้วเปล่าคืน แล้วจึงเอ่ยเข้าประเด็น นี่ฉันเผลอสลบไปงั้นเหรอ

          อ่า ใช่ ตั้งเป็นวัน ฉันเกือบจะคิดว่านายจะตายแล้วเชียวอีกฝ่ายพูดติดตลก ถึงแม้สีหน้าจะตลกตามด้วยเลย

เฮกเตอร์เค้นหัวเราะไม่จริงใจ แล้วหลังจากตอนนั้นคือฉันหมายถึงหลังจากที่ฉันสลบไปน่ะ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น

 ตอนนั้นฉันรีบขึ้นไปหานายที่ดาดฟ้าทันทีตอนนายส่งข้อความมาเลย ฉันแทบอ้วกตอนเห็นนายสภาพแบบเออดูไม่จืดเฟเบียนเว้นช่วงเหลือบมองสีหน้าเขา แล้วเล่าต่อ นั่นแหละ รถตำรวจก็มาถึงกันแล้ว ฉันก็เลยรีบเก็บปืนแล้วแบกนายออกมาทันทีเลย

            แล้วรอยเลือด…” เฮกเตอร์ถามเสียงเบา ดวงตาเป็นกังวล

          นี่เป็นอีกเรื่องที่เขานึกเป็นกังวลหลังจากได้สติตื่นขึ้นมา รอยเลือดของเขายังคงเหลือเป็นหลักฐานอยู่ที่ตึกนั่น ตอนตำรวจบุกไปแล้วเห็นมัน พวกนั้นต้องไม่มีทางพลาดที่จะเก็บมันเอาไว้แน่นอน ซึ่งนั่นจะเป็นปัญหา

            เฟเบียนถอนหายใจ ฉันขอโทษ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันต้องรีบพาแบกร่างนายออกมา ไม่มีเวลาให้ฉันจัดการอะไรอย่างอื่นเลย ตอนนั้นฉันทำได้แค่นั้นน้ำเสียงของอีกฝ่ายแสดงความเสียใจ เขาไม่ถือโทษอีกฝ่าย นั่นไม่ใช่ความผิดอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

            เขาเอื้อมไปจับไหล่กว้างของอีกฝ่ายพลางส่ายหน้า เรื่องนั้นเราแก้อะไรมันไม่ได้แล้ว นั่นเป็นเพราะฉันเอง เพราะไอ้หมอนั่นในประโยคหลังนักฆ่าหนุ่มเผลอปล่อยเสียงเข้มขึ้น

            เฮกเตอร์ไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองกำมือแน่นขนาดไหน ดวงตาฉายแววแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในใจจนเฟเบียนมองเห็นมันได้ชัดเจน

            เฟเบียนก้มหน้ามองมือที่วางประสานอยู่บนตักอย่างครุ่นคิด ฉันมีเรื่องที่ต้องบอกนายอีกเรื่อง

          อะไร

          เรื่องของพวกนั้น พวกที่มาโจมตีพวกเรา

          นักฆ่าหนุ่มดวงตาเบิกโพลง นายไปรู้อะไรมา

          ไม่มากนักหรอกนะ อย่าคาดหวังอะไรมากหรอกเฟเบียนเอ่ยเตือน พวกที่เราเจอพวกนั้นไม่ฝีมือธรรมดาเลย เรียกได้ว่าเป็นแก๊งที่ดังใช่เล่นในเมืองนี้เลยล่ะ วีรกรรมแสบๆ ส่วนใหญ่ในเมืองเป็นฝีมือของเจ้าพวกนี้นี่แหละ แต่ถึงอาจนั้นก็แทบไม่มีข้อมูลอะไรที่สืบค้นได้เลย เจ้าพวกนี้นี่รอบคอบกันชะมัดเฟเบียนร้องสบถ รู้แค่ชื่อมันช่วยอะไรวะ…” ประโยคสุดท้ายที่อีกฝ่ายร้องบ่นกับตัวเอง หากแต่เรียกสนใจของร่างสันทัดเป็นอย่างดี

            มันชื่ออะไร?”

          ปีเตอร์ ปีเตอร์ กวิลเลียม

 

THE END    (?)

 

          TALK : แฮร่ มาอย่างกาวๆ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านถึงตรงนี้นะคะ เวลาที่เขียนจบคือปาเข้าไปตี 1 แล้ว นั่งเขียนเรื่องนี้มาหลายวันมากๆ อยู่ดึกถึงตี 2-3 มาหลายคืน U^U ความจริงอยากจะเขียนความรู้สึกอะไรมากกว่านี้แต่เขียนไม่ออกเลย ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เอาเป็นว่าเราตั้งใจเขียนเรื่องนี้มากๆ ถึงแม้พล็อตมันจะมาเพราะอารมณ์ชั่ววูบล้วนๆ ก็เถอะ อุปสรรคมาไม่หยุด เป็นไข้บ้าง อุปกรณ์ไม่เอื้ออำนวยอะไรบ้างเอย ทำให้เขียนช้ากว่าที่คาดไว้มากโขเลยค่ะ ตอนเขียนไปก็ท้อไปอย่าลบทิ้งหลายรอบมากๆ ขัดใจอะไรเยอะแยะไปหมด เราเคยเขียนนิยายมาบ้างแต่ก็หลายปีมาแล้ว ฝีมือก็จะกากๆ หน่อย และอยากทดลองเปลี่ยนสำนวนเขียนแบบที่เราชอบบ้าง ยากไม่ใช่เล่นเลย แง เพิ่งมาเขียนแนวนี้ครั้งแรกเลยค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องที่เราลองผิดลองถูกมาเยอะมากๆ เลย ขอโทษสำหรับคนที่ไม่ถูกใจนะคะ จะฝึกพัฒนาฝีมือให้ดีกว่านี้ค่ะ!!

ปล.ขอโทษที่เม้นท์หวานๆ น้อยนะคะ เรียกว่าไม่มีเลยน่าจะดีกว่า ฮือ TT^TT

ปล2.ตอนนี้เราเหนื่อยมากเลยค่ะ เขียนเรื่องนี้เหมือนขายวิญญาณ จะคอยมาแก้คำผิดเรื่อยๆ นะคะ

ผลงานอื่นๆ ของ BAMB!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 18:52

    สนุกมากเลยจร้าาาา//มาแต่งต่อน้าาาา

    #1
    0