[นิยายแปล] ยอดนักสืบราชวงศ์หมิง

ตอนที่ 1 : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,096
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    1 ก.ค. 62

เรื่องที่หนึ่ง

ดอกไห่ถังหยก

 

ต้นเรื่อง

 

คลองจิงหังต้าอวิ่นเหอ[1] ตลอดเส้นทางปกคลุมด้วยเงาของร่มไม้ใบหญ้าที่เกิดจากอาทิตย์ส่องเฉียง ไหลคดเคี้ยวไปสู่เมืองทงโจวในเขตชานเมืองเป่ยจิง[2] บนผิวน้ำมีไอหมอกลอยอ้อยอิ่ง นานๆ ครั้งจะมีเรือสินค้าลำใหญ่ใบเรือขนาดมหึมาแล่นผ่านมา เหล่าลูกเรือสวมเสื้อนวมแขนกุดสีขาวกลางเก่ากลางใหม่ เผยให้เห็นท่อนแขนสีดำแดงที่กำยำ ต่างส่งเสียงร้อง “เฮยโยวๆ” เป็นสัญญาณ ใบพายจ้ำลงไปในน้ำ จนเกิดละอองน้ำกระเซ็นขึ้นมาเป็นพักๆ

ขณะนั้นเป็นกลางฤดูหนาว แสงตะวันสั้นกว่าปกติ บัณฑิตกลุ่มหนึ่งนั่งร่ายบทกวีอยู่บนเขื่อนริมคลอง ชูจอกเหล้ารสเลิศขึ้นสูง ชวนกันดื่มด้วยความสำราญ

แสงแดดอ่อนๆ ค่อยๆ จางลง ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน มีคนกลุ่มหนึ่งขี่ม้ามาปรากฏตัวที่ริมเขื่อน ทั้งหมดสิบสามคนสวมเสื้อขนสัตว์สีขาวเหมือนกันหมด ดูสะอาดเรียบร้อย ไร้ฝุ่นจับ มองออกทันทีว่าเป็นชาวมองโกล ข้างหลังยังมีม้าต่างอีกแปดตัว บนหลังม้าทุกตัวมีถุงผ้าป่านหนักอึ้งพาดอยู่ กองคาราวานม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนใหญ่ดูเป็นระเบียบหลังหนึ่ง

หัวหน้าเป็นชายมองโกลอายุราวสี่สิบเศษเดินเข้าไปในห้องโถงพลางตะโกนเป็นภาษามองโกลสองสจีามประโยค ป้ายที่แขวนอยู่เหนือประตูใหญ่เขียนว่า “โรงเตี๊ยมทงโจว” เถ้าแก่หนุ่มของโรงเตี๊ยมรีบวิ่งออกมาต้อนรับทันที

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมชื่อหวังฟาน ใบหน้ากลม ดวงตาเหมือนลืมไม่ขึ้น หรี่จนเป็นเส้นตรง ที่มุมปากประดับรอยยิ้มตลอดเวลา สวมเสื้อสั้นสีน้ำตาล ประสานมือคารวะไม่หยุด หวังฟานเป็นคนเจ้าคารม ดังนั้นการค้าจึงไม่เลวนัก โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีเพียงสามีภรรยาช่วยกันดูแล ไม่มีเสี่ยวเอ้อร์ หวังฟานทำหน้าที่พ่อครัว เก็บเงิน และยาม ภรรยาคอยดูแลงานเบ็ดเตล็ด รวมทั้งซักผ้าให้ลูกค้าและทำความสะอาด

วันนี้แขกกลุ่มนี้ดูไม่ธรรมดาเลย

ในกองคาราวานมีโฉมสะคราญอายุราวสิบแปดสิบเก้าสองนาง ต่างใช้ผ้าแพรปิดบังใบหน้า แต่ยังพอมองเห็นเค้าหน้าของทั้งสองได้ เป็นยอดหญิงงามที่หายากในแผ่นดิน หวังฟานมองตาค้าง ชายที่เป็นหัวหน้ากระแอมเสียงดังด้วยความไม่พอใจ หวังฟานหัวเราะแฮ่ๆ โชคดีที่ภรรยาของเขาไม่เห็น

ชาวมองโกลกลุ่มนี้จู้จี้มาก จะเข้าพัก แต่ขอเก็บกวาดห้องพักเอง คนทั้งหมดใช้น้ำขัดถูพื้นห้องจนสะอาดเอี่ยม ยังเอาผ้าปูเตียงมาเองด้วย พอเข้าพักเรียบร้อยก็บอกให้หวังฟานไปหาซื้อลูกแพะที่อายุไม่เกินสามเดือน ด้วยจะเอามาต้มกิน คนที่เป็นหัวหน้าเห็นสีหน้าหวังฟานลำบากใจ จึงล้วงเงินแท่งห้าตำลึงออกมา ท่าทางเหมือนมีเงินก็คือเจ้านาย

หวังฟานเที่ยวหาในหลายหมู่บ้านจึงซื้อลูกแพะได้ แบกกลับมายังโรงเตี๊ยมทงโจว

ชาวมองโกลเอาลูกแพะไปหลังร้าน ลงมือเชือดกันเอง พวกเขาล้วงลำไส้ใหญ่ออกมา ล้างสะอาดแล้วกรอกเลือดแพะใส่ เอาลงต้มในหม้อ พอต้มสุกก็ใช้มีดหั่นเป็นท่อนๆ แบ่งกันกิน ขณะกินก็พูดว่า “ให้คนจงหยวนได้เปิดหูเปิดตาเสียบ้าง อาหารเสริมชั้นดี!

กลางดึกหวังฟานถือโคมกระดาษใส่ตะเกียงน้ำมัน เริ่มเดินยามตีบอกเวลา

ชาวมองโกลกลุ่มนี้นอนหลับเป็นตาย หวังฟานยืนพิงกรอบประตูโรงเตี๊ยมอย่างเกียจคร้าน ทันใดนั้นก็มีเสียงหวีดร้องอย่างน่ากลัวดังแว่วมาเข้าหู เขาพยายามแยกแยะทิศทางของเสียง พบว่ามาจากหลังร้าน หลังร้านเป็นห้องเก็บฟืนกับโรงม้า หวังฟานปลุกใจให้กล้า แล้วเดินตรงไปยังหลังร้าน โคมไฟในมือสั่นระริก

ในห้องเก็บฟืนมีแสงตะเกียงสว่าง

“ใครอยู่ในนั้น” หวังฟานร้องถาม

ไม่มีเสียงตอบ

หวังฟานออกแรงผลักประตู ประตูห้องเก็บฟืนเอียงล้มไปอีกด้านทันที ในห้องมีสาวงามในชุดขาวนางหนึ่งนอนอยู่ ใบหน้าหญิงสาวขาวผ่อง ดวงตาปิดสนิท ริมฝีปากสีชมพูเผยอออกเล็กน้อย เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่มิอาจทำได้แล้ว ร่างอรชรอ้อนแอ้นนี้สามารถประชันโฉมกับนางคณิกาอันดับต้นๆ ของหอไป่ฮวาในเมืองหลวงได้ ทว่าที่ทำให้หวังฟานยิ่งประหลาดใจก็คือใต้ร่างนางปูด้วยดอกไห่ถังนับไม่ถ้วน! กลีบดอกไห่ถังขาวโปร่งแสงคล้ายแผ่นน้ำแข็ง ราวกับว่าถ้าแตะถูกจะแตกสลาย หวังฟานมองออกทันที นางก็คือหนึ่งในสองหญิงงามชาวมองโกลเมื่อครู่นั่นเอง เขาขยับเข้าไปใกล้ แล้วพบว่านางตายแล้ว!

หวังฟานร้องด้วยความตกใจ หันหลังกลับ วิ่งออกมาจากห้องเก็บฟืน แล้วชนเข้ากับภรรยาอย่างจัง

ภรรยาร้องด่า “เป็นอะไรไป เจอผีหรืออย่างไร”

หวังฟานพูดปากคอสั่น “มีคนตาย รีบไปตามคนมา ชาวมองโกลกลุ่มนั้นเล่า”

ภรรยาหวังฟานถามด้วยความสงสัย “พวกนั้นเป็นคนร้ายหรือ”

สีหน้าหวังฟานตื่นกลัว เขารีบเอามือปิดปากภรรยา จากนั้นก็คว้าไม้คานขึ้นมา เดินย่องไปที่ห้องพักของชาวมองโกลกลุ่มนั้น

รอบๆ เงียบสงัด มีแสงตะเกียงลอดออกมาจากในห้อง หวังฟานออกแรงผลักประตู ประตูปิดแน่น เขาร้องเรียก ไม่มีเสียงขานตอบ มองเห็นเพียงเงาตะเกียงวูบไหว ภรรยาหวังฟานขยิบตาให้เขา หวังฟานเข้าใจทันที เขาใช้ตัวโผเข้ากระแทกประตูเต็มแรง หลังจากบานประตูล้มลง ทั้งคู่กลับยิ่งแปลกใจ ในห้องไม่มีใครเลย ชาวมองโกลทั้งหมดหายไปในห้องที่ปิดมิดชิดอย่างไร้ร่องรอย ที่น่าแปลกยิ่งขึ้นก็คือบนพื้นห้องวางตะเกียงไว้เจ็ดดวง เปลวไฟของตะเกียงสั่นไหวตามแรงลม เงาของสองสามีภรรยาพลอยสั่นตามไปด้วย

หวังฟานหยิบไม้ขัดประตูที่หักเป็นสองท่อนขึ้นมา นึกในใจว่าคนในห้องนี้หายไปจากห้องที่ปิดมิดชิดใส่ดาลประตูไว้ได้อย่างไร



[1] คลองใหญ่จากเป่ยจิงถึงหังโจว

[2] หรือปักกิ่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #7 มารอักษร (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 16:14

    เสียดายสำนวนไม่ค่อยดีเท่าไร

    #7
    0