×

After Our Decade Series A : โลกสุริยคราสครึ่งวง เล่ม 1-3

โดย SixmaR.J

แมรีลิน กันยาผู้ถูกตราหน้าว่าตนคือแม่มดผู้นำพาซึ่งหายนะ หล่อนสิ้นศรัทธาต่อทุกสรรพสิ่งที่ตนเองเคยเคารพ ความสูญเสียได้นำพาหล่อนมาพบกับตาแก่ผู้มีทักษะการเอาตัวรอดเป็นยอดที่จักปัดเป่าโชคร้ายออกไป

ยอดวิวรวม

1,397

ยอดวิวเดือนนี้

17

ยอดวิวรวม


1,397

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


119
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
จำนวนตอน : 62 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ค. 65 / 01:26 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

After 0ur Decade โหมโรง : โลกสุริยคราสครึ่งวง (เล่ม 1-3)

ชื่อสัญลักษณ์ : เดกะ (Deka-Nulla) / ความหมาย : จุดเริ่มต้น หรือ เลข 0

วันที่เปิดเรื่อง 15 ต.ค. 2563 โดย SixmaR.J (AzA)

Writer's Signature ลงรายเซ็นไรท์เตอร์

After 0ur Decade Series A -นิยายสไตล์ตะวันตก อัพเดทตอนรายสัปดาห์-

แนวหลัก : ไซไฟ - แฟนตาซี (ติดดิน) / แนวรอง : ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกอ่านเล่มไหน

เรื่องนี้เป็นนิยาย Original สำหรับนักอ่านสายเนื้อเรื่องจริงจังที่ชอบความท้าทายใหม่ๆ

เป็นนิยายที่แทบจะไม่มีใครเหมือนแน่ๆ และไม่มีใครกล้าเขียนด้วย! เพราะมันตอบโจทย์นักอ่านเฉพาะกลุ่ม

เหมาะสำหรับนักอ่านสายบ้า Lore (ชอบจักรวาลนิยายใหญ่ๆ เช่น HP,LOTR,GOT,DUNE) เดินเรื่องแบบไม่รีบ

(50/50) แฟนตาซี / อิงความจริง

สำหรับเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำแก่ข้อมูลบางส่วน เนื่องด้วยเนื้อหาจะเอนไปกลุ่มนักอ่านผู้ใหญ่ การเรียบเรียงเส้นเรื่องหรือทามไลน์เนื้อเรื่องตัวละครเป็นสิ่งสำคัญ ควรแยกแยะให้ออกว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร (ทุกตัวละครเทาหมด!) ไรท์จะไม่จูงมือรีดเดอร์ให้เดินตามนิยาย มีแต่ท่านที่ต้องตามมันเอง 

ปรัชญา , ดื่มด่ำโลกนิยาย (Immersive) , วิธีการเล่าเรื่องอาร์ทๆ (แฝงเมซเสจลึกซึ้งแต่ต้องตีความ) , และวัฒนธรรม นิยายเรื่องนี้มีสิ่งที่เกริ่นไปให้คุณกระดกอิ่มแน่นอน 

 

 โลกสว่าง Utopia  (ตีมที่ให้อารมณ์เบาสมองในแบบที่แตกต่าง, มีกลิ่นอายดราม่าเล็กๆ) 

 

Steam เล่าในเล่ม 1 ตัวละคร : อเดลลีน (สัญลักษณ์ Mars) : เศรษฐกิจการท่องเที่ยวท่วมล้น , การผลิตสินค้าส่งออกต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว , เรือเหาะไอน้ำขนาดยักษ์ที่สามารถแล่นผ่านมหาสมุทรได้ ให้กลิ่นอายวิคตอเรียน (ตีมนักบัลเลต์กลิ่นอาย Steampunk Victorian)

Ray "1 ตัวละคร : แซม (Uranus) : การคมนาคมอวกาศทำได้อย่างลื่นไหล , อาณานิคมอวกาศในแถบดาวเคราะห์ชั้นใน , การผจญภัยหาขยะอวกาศเป็นที่นิยมเฉกเช่นกีฬาที่ควรค่าแก่การประกอบอาชีพ (ตีมไซไฟอวกาศ)

Bios "1 ตัวละคร : โรลิน่า (Neptune) : สัญลักษณ์นี้แยกย่อยมาจาก Ray, การดัดแปลงพันธุกรรมเป็นเรื่องที่ปกติสำหรับชีวิตนอกอวกาศ , มนุษย์หน้าตาประหลาดสามารถพบได้ทั่วไป -หรือว่ามนุษย์เองนั่นแหละ คือ เอเลี่ยน??- (ตีมไซไฟอวกาศ)

Atomic “2 ตัวละคร : ยุนนา (Venus) : โลกแห่งความเอนเตอร์เทน (บันเทิง) , บุพการีสามารถเลือกให้บุตรเกิดมารูปร่างหน้าตาดีได้ ,  เมืองที่ทุกอย่างล้วนเป็นสีขาวสะอาดสะอ้านในยามที่แสงตะวันเฉิดฉาย (ตีมไฮเทค Eco-Friendly)

Utopia = มุมโลกที่คนอยู่แล้วคิดว่า พวกเขาสบายใจและไม่อึดอัดเท่านั้น (High-life) ไม่ใช่ทุ่งดอกทานตะวัน Field of Reeds ที่ทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบไปเสียหมด

โลกมืด Dystopia  (ตีมที่เป็นโทนสีเทามัวๆ ให้อารมณ์อึดอัด, ตื้นตันใจ, ลึกลับน่าขนลุก) 

 

Diesel เล่าในเล่ม 1 ตัวละคร : ไบรซ์ หรือ ไบรอัน (Earth) : สงครามปะทุขึ้นในพื้นที่ทะเลทรายอาหรับ , แถบตะวันออกกลางเป็นแหล่งขุดหาพลังงานน้ำมันแห่งเดียวของโลก (ตีมสงครามทะเลทราย)

Cyber "2 ตัวละคร : โรส (โรเซ่) หรือ ฮิโตะคิริ กาตานะ (Mercury) : ไม่มีข้อมูลส่วนตัวเหลือไปอย่าง , ฤดูฝนกรดที่แสนจะยาวนาน , หุ่นยนต์เริ่มมาแทนที่การงานของมนุษย์ (ตีมแบบต้นตำหรับนิยาย Cyberpunk)

Hymn "3 ตัวละคร : แมรี่ลิน (Pluto) : ย้อนกลับสู่ยุคล่าแม่มด , ฤดูกาฬไข้ห่ามรณะ , พายุหิมะคร่าสติ , ศรัทธาคือสิ่งเดียวในการเยียวยาใจ (ตีม Peroid ย้อนกลับไปเล่าช่วงยุคกลาง)

Cattle "3 ตัวละคร : ตาลุงไร้นาม (Saturn) : ยาเสพติดแพร่ระบาดในแถบบ้านนอก , เกมพนันเสี่ยงชีวิต , แก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์สุดโฉดแห่ง Route 66 (ตีมอเมริกันคาวบอยผสม Mad Max)

Dystopia = มุมโลกที่คนอยู่แล้วคิดว่า พวกเขาใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างไม่มีความสุขและล้อมรอบไปด้วยภัยอันตรายหลากหลายรูปแบบ (Low-life)  ทว่ามันยังคงซุกซ่อนความสวยงามเอาไว้ เพราะยังไงซะนิยายเรื่องนี้มันก็ไม่มีโลก Utopia หรือ Dystopia อย่างเห็นได้ชัดเจน 

 

และจงอย่าลืมฟั่นเฟือน : ทุกเล่มจะเปิดด้วย Dystopia ก่อนเสมอ

--------------------------------------------------------------------------------------------------

ไตรภาค Series A ไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงลำดับเล่ม ท่านสามารถเริ่มตรงไหนก่อนก็ได้โดยทุกเล่มจะมีจุด Reference (โยง) เชื่อมกันอยู่ 10 ถึง 40% และไม่ควรอ่านนิยายหลายเรื่องสลับกับเรื่องนี้ (แนะให้ยิงยาวรวดเดียวจบเล่มไปเลยดีที่สุด) เดี๋ยวกลับมาอีกทีจะงงฉิบหายว่าอะไรเป็นอะไร ตัวละครเยอะแถมดีเทลโลกนิยายเยอะอีก

ข้อมูล เล่ม 1 After : ช่วงเวลา (พร้อมลิงก์ E-Book) แอคชั่นน้อยแต่ต่อยหนัก, โรแมนติกปนดราม่า , ที่สุดของเล่มนี้คือการจบแบบค้างเติ่งจนทุกคนต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ห๊ะ? มึงจบงี้เลยเหรอ!” ถึงอย่างงั้นก็เถอะ ทว่าเล่มนี้ถือคือจุดอธิบาย Lore ใหญ่ๆ ให้ทั้ง 2 เล่มที่จะตามมาจากนี้เลยดังนั้นห้ามพลาดเด็ดขาด

พาร์ท 1 After : ช่วงเวลา (ReadAWrite / MEB E-Book / Fict'log) ตอนที่ 1-27

ดำเนินแบบชีวิตประจำวันปนกลิ่น Hope Romantic (70% คือนิยายคุย! 120,000 คำ)

*เนื้อเรื่องโดยรวมคือการเกริ่น ว่าจักรวาลนิยายเรื่องนี้มีอะไรให้คนอ่านสามารถจับต้องได้บ้าง*

พาร์ท 1 มาตีมช่วงเวลา แน่นอน! Flashback ตัวเอกเยอะแน่ๆ

ข้อดีของเล่มนี้ : ตัวละครเอก 4 ตัวที่ทำออกมาได้น่าจดจำ, ตัวเอกเก่าที่ต้องเดินเส้นเรื่องต่อจากตัวเอกใหม่เลยทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจ, ปูพรมสู่โลกนิยายอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่ชวนออกค้นหา รวมถึงปู Gadget (อุปกรณ์สุดล้ำต่างๆ) ที่ตัวละครเอกอาจจะต้องใช้ในอนาคต เช่น ……จุๆ ไม่สปอย……

ข้อเสีย : เนื้อเรื่องช่วงแรกของตัวเอกอย่างไบรซ์ค่อนข้างอืด, ตอนจบแบบทิ้งปมค้าง บังคับให้ต้องอ่านเล่ม 3 ถึงจะคลาย, เนื้อเรื่องทำมาเพื่อปูเส้นทางไป Series B โดยเฉพาะ, ตัวละครหลักมี 4 ตัวซึ่งมากกว่าเล่มอื่นๆ ที่มี 2 (บางครั้งก็เฉลี่ยบทบาทไม่เท่ากันในช่วงท้ายเรื่อง), ช่วงหลังจะให้อารมณ์คล้ายนิยายโรแมนติกทำให้ตอนจบนั้นดูธรรมดามากหากเทียบเล่ม 2 กับ 3

พาร์ทนี้ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Full Metal Jacket, Girl 2018, และ Star Trek

ข้อมูล เล่ม 2 Our : จิตวิญญาณ (พร้อมลิงก์ E-Book) แอคชั่นดิบและบ่อย, ดราม่าระดับซีรีส์แบบเล่นกับอารมณ์ได้น่าตบสุดๆ, เล่มนี้มีตัวร้ายหลักชัดเจนกว่าเล่มไหนๆ, สนุกสุดเท่าที่ไรท์เขียนมาจนถึงกับต้องมีนิยาย Standalone และเนื้อหาตอนพิเศษ เบิ่งเอาละกันว่าลูกฮักปานใด๋

พาร์ท 2 0ur : จิตวิญญาณ (90,000 คำ / กระชับเนื้อเรื่อง) ตอนที่ 28-48

พลิกโลกมาวัฒนธรรมเอเชียกันบ้าง เนื้อเรื่องเริ่มมีกลิ่นแอคชั่นเข้ามาเล็กน้อย

*เป็นเรื่องราวที่ไรท์ยกเรื่องใกล้ตัวทุกคน อย่างปัญหาหุ่น AI แทนที่ทรัพยากรมนุษย์มาเล่า*

“อยากบอกว่าฉากต่อสู้ดิบมาก ภาคนี้ยิ่งพระเอกเป็นหุ่นยนต์คือทนมือทนตีน เทียบกับนางเอกนี่คนละขั้วเลย….น่ารักกวนตีน xD เนื้อเรื่องโดยรวมลึกซึ้งกินใจเพราะเล่มนี้ใช้ตีม จิตวิญญาณ แถมการพัฒนาตัวละครนี่เริ่มตั้งแต่ 0 → 100 ไว้ดูเอาเองแล้วกันไม่อยากสปอยให้เสียของ ประเด็นคือไรท์ยังลังเลอยู่ว่าพาร์ท 3 ที่บรรยายภาษาสระสลวยจะกลบเนื้อเรื่องพาร์ท 2 ได้รึเปล่า”

ข้อดีของเล่มนี้ : เอ่อ…. ข้างบนไรท์คงพูดไปหมดแล้วนะ เอ้อ! มีอีกอย่างสิ การแยกชีวิตโลกมืดกับโลกสว่างออกจากกัน ทำให้เราเห็นได้ว่าพระเอกกับนางเอกใช้ชีวิตแตกต่างกันขนาดไหน 5 ตอนแรกของพระเอกจะเดินเรื่องตอนกลางคืนเยอะมาก ส่วนอีก 5 ตอนที่เปลี่ยนมาเล่ามุมนางเอกคือเช้าเน้นๆ ไปตีความเอาเองแล้วกัน

ข้อเสีย : ตัวร้ายที่แลดูใช้น้อยไม่ค่อยคุ้ม, ช่วงกลางเรื่องจะมีกลิ่นอายของนิยายโรแมนติกมาคั่นให้นักอ่านผ่อนคลายความตึงจากเนื้อเรื่องที่เพิ่งเครียดมาหมาดๆ (ช่วงสลับมุมมองเป็นนางเอก และเราจะไม่ได้เห็นโมเม้น-หวานจีบของพระเอก-นางเอกเหมือนเล่มแรกเท่าไหร่ แต่จะเห็นความสัมพันธ์อบอุ่นแบบพี่-น้องแทน), ส่วนใครที่อยากได้ความเชื่อมโยงกับเล่มแรกคงต้องผิดหวัง เพราะเนื้อเรื่องโดยรวมนั้นไม่ได้เชื่อมต่อกับเล่มแรกมากนักเนื่องจากใช้เซ็ตติ้งในทวีปเอเชีย มิใช่ตะวันตกเหมือนเล่มแรก (มีเชื่อมแค่ 10% เอง)

การุญ  /\  เหี้ยม

พาร์ทนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากมังงะ/อนิเมะ Akira, GITS, และ ซีรีส์ดราม่าเกาหลีรวมๆ ประกบกัน

ข้อมูล เล่ม 3 Decade : ศรัทธา / โชคชะตา (กำลังดำเนิน) เนื้อเรื่องโดยรวมดิบแถมให้กลิ่นอายลึกลับกว่าสองภาคที่ผ่านมา, ภาษาเขียนที่สระสลวยจนถึงขั้นต้องใช้ตัวช่วย (มีฉากนึงมาเป็นกลอน xD) และสานต่อตอบจบที่โคตร “ห๊ะ?” ของเล่มแรก (สรุปให้คือเอาข้อดีเล่ม 1 เติมเต็ม Lore + เล่ม 2 กระชากอารมณ์นักอ่าน)

-ชอบความขี้เกียจเติมสี xD เออหน่า~ ขาวดำก็เข้ากับตีมโบราณๆ อยู่แหละ-

พาร์ท 3 Decade : ศรัทธา / โชคชะตา (กำลังดำเนิน) ตอนที่ 50-???

เนื้อเรื่องออกแนวโบราณๆ จะเล่าในยุคล่าแม่มดและชีวิตนักบิดทะเลทราย

ช่วงสุดท้ายของพาร์ท 3 จะสานต่อตอนจบของ 2 พาร์ทที่แล้วแน่นอน โดยไรท์จะจำกัดมุมมองการเล่าแค่ในกรอบตัวเอกของพาร์ท 3 เท่านั้น  คนที่ยังไม่ได้อ่าน 1-2 จักได้ไม่ต้องกังวลแต่ถ้าอ่านมาก่อนคงฟินกว่านี้ และอย่าให้ไรท์ต้องพูดถึงบทบรรยายช่วง 7 ตอนแรก “เพรียกใช้พจนานุกรมเสียหน่อยจักอำนวยยิ่งเจ้าคะ” พีเรียดจ๋า และแน่นอนธีมพาร์ทนี้คือศรัทธา…… มันต้องใช้วิจารณญาณหนักสุดกว่าทุกพาร์ท ทุกคนรู้แก่ใจ

ข้อดีของเล่มนี้ (อาจเปลี่ยนเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปสักระยะ) : ภาษาสวยขึ้น, เนื้อหาติดดินพอสมควรเพราะพาร์ทนี้เทคโนโลยีอนาคตแทบไม่ได้แตะ (แฟนตาซี-ไซไฟ ไม่ใช่ ไซไฟ-แฟนตาซี), เคมีของตัวเอกทั้งสองที่ได้ไม่แพ้พาร์ท 2 (คล้ายเกม TLOU), การคลายปมที่ค้างคาของตอนจบพาร์ทที่แล้วได้น่าพอใจ, และท้ายที่สุด…..พวกเขาทุกคนจะกลับมา โดยช่วงองก์ 1-2 จะเป็นการแนะนำตัวละครคู่สุดท้าย ส่วนองก์ 3 จะสรุปและขยายตอนจบเล่ม 1-2 ผ่านสายตาตัวละครเอกเล่มนี้

ข้อเสีย (อาจเปลี่ยนเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปสักระยะ) : ภาษาสลวยสวยเก๋ขึ้นก็จริงแต่อาจจะมากเกินไปจนบางครั้งต้องพึ่งพจนานุกรมในช่วง 7 ตอนแรกเนื่องจากเนื้อเรื่องเป็นการย้อนอดีตไปช่วงยุคกลาง ค.ศ.1500 ก่อนจะตัดสลับกลับมาในยุค 2070 เหมือนเล่มที่ผ่านมา, เล่มนี้อาจจะมีเนื้อหารุนแรงกว่าเล่มก่อนๆ 2 เท่า เพราะด้วยเนื้อหาที่ติดดินของมัน (ตอนพรรณนาฉากบั่นคอในเล่ม 2 ยังไม่โหดอีกเหรอ?!  เดี๋ยวเจอฉาก Climax ช่วงองค์แรกของเล่มนี้เข้าไปมีหยอง~)

คนที่อ่านเล่ม 1-2 มาก่อนจะต้องจับทางการเล่าของไรท์ได้ละนะ 

ว่าเนื้อเรื่ององค์ (1 2 3) ควรเป็นยังไงและให้อารมณ์แบบไหน แล้วสุดท้ายจะลงยังไง

เพราะนี่คือบททดสอบสุดท้าย Series A เล่ม 3 บททดสอบแห่ง ศรัทธา

 

พาร์ทนี้ได้แรงบันดาลใจจาก The Witch 2015 (น้องจอย~), Mad Max, และ Django

Blessed are the meek for they will inherit the earth.

(บุญของผู้มีใจอ่อนโยน เหตุว่าเขาจะได้ครอบครองแผ่นดิน)

Blessed are they which do hunger and thirst after righteousness.

(บุญของผู้กระหายโหยหาความชอบธรรม เหตุว่าเขาจะได้รับความอิ่มหนำสมบูรณ์)

 

Status : กำลังเข้าสู่เล่ม 3 ศรัทธา / โชคชะตา - ส่วนที่ 9 : เจ้ากระทิงผู้แบกลมไว้บ่า

Status ตอนล่าสุด : ตอนที่ 62 : เจ้ากระทิงผู้แบกลมไว้บ่า บทที่ 12 : ศรัทธา (รีไรท์ V.3)

ตัวละคร: ตาแก่ไร้นาม / ตัวแทนโลก: Dystopian / สัญลักษณ์: Cattleigh, The Blood Money

 

*หมายเหตุ (นักอ่านหน้าใหม่ห้ามข้ามเด็ดขาด!!!)*

*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่ง โดยการนำประวัติศาสตร์มาดัดแปลง*

*ตัวละครทุกตัวถูกสร้างขึ้นและไม่ได้อิงจากชีวิตใคร ยกเว้นชื่อบุคคลอ้างอิง 1900-1990s เช่น เอลวิส*

*สถานที่ (ยกเว้นชื่อประเทศ, รัฐ-เมือง, แลนด์มาร์ก, ดวงดาว) ไรท์อุปโลกน์ขึ้นมาทั้งหมด*

*ทุกภาพประกอบไรท์จัดทำเอง (ใช้ไปทำอะไรโปรดให้เครดิตด้วย)

(เทคนิคโมเดล Blender ผสม Photoshop เพื่อใช้เก็บงานภาพให้โมเดลดูการ์ตูนไม่สมจริงเกินจนน่าขนลุก ยกเว้นตัวละครที่ไรท์จงใจทำออกมาให้น่ากลัวจริงๆ, และ ArtBreeder ผสม โปรแกรมตัดต่อหน้าถ้าไรท์ขี้เกียจจริงๆ)*

.

.

.

.

.

!!!! ระวัง !!!! 

.

.

.

ภาพต่อไปอาจเกิดสภาวะ JUMPSCARE! หากเลื่อนเร็ว

.

.

.

ปล.ภาพนี้ใหญ่มาก!!! โผล่แบบเต็มหน้า

.

.

.

หรืออาจติดตาหากจ้องมันนานๆ ถึงขั้นเก็บไปฝันได้เลย

.

.

.

พร้อมดูนะ?!

.

.

3

.

.

2

.

.

1

.

.

  [สิ่งที่ควรระวังในการอ่าน โดยเฉพาะเนื้อหาในสัญลักษณ์ DYSTOPIA]

  มีเนื้อหาพรรณนาถึงความรุนแรงและสื่อถึงการฆาตกรรม, การใช้เทคโนโลยีดัดแปลงร่างกายมนุษย์อย่างผิดจริยธรรม (เล่ม 2), เนื้อหาที่เกี่ยวกับความเชื่อและโยงศาสนา (เล่ม 3), ภาษาที่สื่อถึงการเหยียดรูปแบบต่างๆ (เล่ม 3 ยิ่งพระเอกเป็นคนผิวดำ), และฉากที่ตัวละครใช้สารคล้ายสิ่งเสพติด แถมยังมีการใช้มุกสำหรับผู้ใหญ่กับฉากร่วมรักเบาๆ (อันนี้เห็นได้ชัดในเล่ม 1 ส่วนที่ 3 Ray & Bio) 

 

เสริม : ทำไมไรท์ถึงเรียกผิวดำแทนที่จะใช้ผิวสี เพราะหากเป็นบริบทของคนไทยอาจเห็นว่ามันสุภาพที่เรียกแบบนั้น แต่จริงๆ ผิวสีคือการเรียกเหมารวมกลุ่มคนที่ต่างจากคนผิวขาว 

People of Color

เอเชีย = ผิวโทนเหลือง / แอฟริกัน = ผิวดำ-มืด-คล้ำ / อินเดียไปอาหรับ = แขก

คำว่า “Black People (คนดำ)” เป็นสิ่งที่คนต่างชาติปกติเค้าเรียกกัน หรือถ้าสุภาพกว่านี้คงต้องเรียก “แอฟริกัน (แต่ก็ใช่ว่าคนแอฟริกันจะมีแต่ประชากรผิวดำเสมอไปนะ)” ถ้าเราเรียกคนดำว่าผิวสีมันก็เหมือนเป็นการสื่อว่า เราเกรงใจเขาและรู้สึกกลัวว่าเราจะปฏิบัติกับเขาไม่เท่าเทียม 

ทั้งที่ในใจของคนดำเขาก็คิดว่า “ไอก็คนเหมือนยูแค่ผิวดำจะเหมารวมไอผิวสีทำมาย” คำว่าผิวสีนี่แหละที่แสดงถึงความไม่จริงใจทั้งที่เรารู้ว่าเขามีผิวสีดำ แต่ทำไมเรากลับพูดอ้อมๆ กับเขาเชิงประมาณว่า 

“ยูเป็น people of color นะ ยูอยู่ในกลุ่มต่างจากผิวขาว แต่ไอไม่อยากพูดว่าดำเพราะกลัวยูเจ็บ” 

อ่าว~!~ เอายังไงละทีนี้! บางทีในสายตาเขาอาจฟังดูเหมือนประชดมากกว่าจริงใจด้วยซ้ำ

 

แต่!!! แต่~ หากคุณไม่ใช่คนดำแล้วไปใช้คำว่า “นิโกร (N Word)” เรียกคนดำเมื่อไหร่……

คุณมีสามทางเลือก 1.กราบเท้าเขางามๆ / 2.วิ่ง / 3.ก้มตัวน้อมรับส้นตีน!

วัฒนธรรมคนต่างชาติจะตรงไปตรงมาต่างจากของไทยที่อ่อนน้อมถ่อมตนอันนี้ไรท์ทราบดี  ถ้าคนไทยได้ยินคำว่า “เห้ย! ไอ้ดำ!” ก็ต้องใจแป้วบ้างแหละเนอะ เพราะส่วนมากคำนี้ของเราจะมาแนวบูลลี่ๆ ทว่าไรท์อยากสื่อทั้งสองมุมมองให้ทุกคนได้เข้าใจ  ยิ่งนิยายของไรท์ที่พยายามถ่ายทอดวัฒนธรรมมันควรตรงตามเจ้าของวัฒนธรรมอยู่แล้ว ถ้าไรท์ต้องเอามารยาทแบบไทยไปใช้ในนิยาย ลองนึกภาพคนดำที่สนิทสนมกันพูดสนทนา

เดี๋ยวยกตัวอย่างประโยคคำแสลงที่คนดำในย่านแอฟริกัน-อเมริกันพูดเลยนะ

Ex. “Yo! Homie~ What's up~ Big G Thang! Get ya nasty ass over here”

1.แปลเวอร์ชั่นมีมารยาท : “เฮ้! สวัสดีพวกผิวสี~ ไง! บิ๊กจีแตงก์ มานี่หน่อยสิพวก” 

2.เวอร์ชั่นของไรท์ : “โย่วพี่มืด! เป็นไงบ้างวะ~ บิ๊กจีแตงก์! ย้ายก้นแกมานี่ให้ว่องเลยไอ้กร๊วก!”

?????? อันไหนฟังดูแอฟริกัน-อเมริกันมากกว่ากัน ??????

\\*-*-*-และใช่! โดยรวมคือนิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนโลกสวยอย่างยิ่ง (ไม่ไหวก็ถอยปาย~)-*-*-*//

*โปรดอ่านเพื่อความบันเทิงและอย่างมีวิจารณญาณ ไรท์ให้ความสำคัญและเคารพแก่ทุกชาติพันธ์ุ ความเชื่อ รวมถึงวัฒนธรรมต่างๆ แม้บางครั้งตัวละครอันเปรียบเสมือนตัวแทนชาตินั้นๆ บ้างจะถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบตัวร้ายก็ตาม แต่อย่าลืมว่านิยายเรื่องนี้เป็นสีเทา = ทุกคนคือฮีโร่ในฝั่งของตนเอง ไม่มีใครดีเลิศหรือย่ำแย่ไปเสียทั้งหมดหรอก แค่ไรท์เลือกเล่าในมุมมองกลุ่มตัวเอกเป็นหลัก

บทสนทนาตัวละครจะถูกปรับให้เข้ากับภาษาไทย ทันสมัย & ไม่ลิเกจนเกินไป ส่วนใครว่าชื่อตอนหรือ Chapter ทั้งภาษาไทยกับอังกฤษมันดูแปลกๆ ทำไมอ่านแล้วฟังคุ้นหูก็ตามนั้นแหละเด้อสู

#คำสบถแรงๆ จะใช้เป็นภาษาชาติของตัวละคร เช่น อังกฤษ,สเปน,จีน,เกาหลี, ฯลฯ รวมถึงโลกอนาคตของนิยายที่อิงความเปลี่ยนแปลงคล้ายโลกปัจจุบันของเรา  ตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศ L G B T Q + จึงมีให้พบเห็นในนิยายอยู่ประปราย (ตัวประกอบจะเห็นชัดสุด) และที่สำคัญที่สุดเลย!!!

*ห้ามนำตัวนิยายไปดัดแปลง, คัดลอก, แคป, หรือแก้ไขเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์หากไม่ได้รับอนุญาตจากไรท์*

^3^ เพราะวันดีคืนดีอาจมีคนในเครื่องแบบไปเคาะประตูบ้านคุณ!! วึฮ่าๆๆ หยอกเล่น~ …..เนาะ!!! 0_0

Wallpaper : Series B Antagonist (Act 1) - Round Table Member (Control)

 

General Elias Hiatsh' Wota

นายพล อไลอัส ฮัช'โวต้า - บ้านเกิด ณ ชนเผ่าแอฟริกาใต้ซึ่งคือแดนอันยากไร้ปราศจากห่าฝนใดๆ ฤาแม้แต่ความช่วยเหลือจากประเทศโลกที่หนึ่ง  ช่วงชีวิตวัยเด็กนั้นยากลำบากถึงกับต้องทอยลูกเต๋าเพื่อประทังชีวิต กินข้าวกี่คำล้วนแต่ขึ้นอยู่กับเลขลูกเต๋าที่ทอยได้ยามเมื่อต้องกิน  หลังได้เข้ารับการศึกษา ฮัชโวต้าประทับใจกับการศึกษาเรื่องดาราศาสตร์ และยังได้รู้จักกับชายผู้เลื่องชื่ออย่างมาทารี บาทรูส ซึ่งเขาคือผู้บุกเบิกดินแดนตะวันฉายอย่างอาณาจักรลาย์แห่งวีนัส 

ทั้งสองคือเพื่อนซี้ตั้งแต่ช่วงมหาลัยทว่าความสัมพันธ์กลับแตกหัก เมื่อบาทรูสปฏิเสธข้อเสนอของฮัชโวต้านั่นคือการส่งชนเผ่าบ้านเกิดของตนขึ้นไปตั้งรกรากบนดาวศุกร์เป็นกลุ่มแรก เพื่อพวกเขาจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่าการที่ต้องพึ่งข้าวปลาอาหารจากดินแห้ง เนื่องจากชาวเผ่าของฮัช'โวต้านั้นปราศจากความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศ  นั่นยิ่งปลูกฝังความขุ่นเคืองให้แก่ฮัชโวต้าเป็นอย่างมาก 

มันจึงทำให้เจ้าตัวตรัสได้ว่า “เราเองเปรียบเสมือนทาสที่คอยแบมือรับน้ำจากผู้คนโลกที่หนึ่ง”

“ทว่าบัดนี้ฉันมีอำนาจมากพอที่จะทำทุกอย่างด้วยการกระดิกนิ้ว!! แล้วพวกมันจักได้เห็นว่าใครสมควรอยู่บนโลกที่สามอันแสนโสมมอย่างที่พวกมันเองเคยพูดเปรยไว้ อไลอัส ฮัช'โวต้า! ชื่อนี้พวกแกจงจำไว้ให้ขึ้่นใจ”

 

แรงบันดาลใจตัวละคร : Killmonger (BlackPanther), MLK JR. (ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิคนดำ), Bane (Batman)  
 

O' Father of The Afterlife. 0ur Judgment Has Risen, Soon The High Table Will Fall And Thou Shalt Prevail Afresh In a New Decade. (บรรพบุรุษผู้ล่วงลับเอ๋ย~ คำพิพากษาของผองเราได้ประจักษ์แล้ว  มินานนักหรอก เบื้องบนแห่งทิศทั้งแปดจักต้องมลายและท่านคือผู้กำชัยครั้นดวงตะวันใหม่ทอแสง)

มันคือการแย่งชิงถ้วยรางวัลระหว่างคนสองกลุ่ม  ผลงาน! ไม่มีใครดีหรือแย่กว่ากัน….เพราะแนวคิดในการรังสรรค์งานนั้นแตกต่างจนเข้ากันไม่ได้  สุดท้ายแล้ว~ มันก็จบที่ว่าผลงานของใคร! สมควรได้รับรางวัลมากกว่าเท่านั้นครับ” 

กล่าวโดย อาเธอร์ คริสตอฟ์. แวนดราน ประธานบริหารแห่ง A.R.C.I American

(Jupiter)

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น