Shang-Chi (Shaun's memory)

โดย AthRian

เมื่อเรื่องราวในอดีตกำลังตามหลอกหลอนชางชี เด็กชายคนหนึ่งที่ถูกฝึกให้เป็นนักฆ่ามาตลอด

ยอดวิวรวม

150

ยอดวิวเดือนนี้

25

ยอดวิวรวม


150

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


10
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 พ.ย. 64 / 21:31 น.
นิยาย Shang-Chi (Shaun's memory)


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อหาตรงนี้จะเป็นเนื้อเรื่องสั้นๆในส่วนของชางชีวัย14ก่อนจะตัดสินใจหนีจากพ่อไปอเมริกาค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 พ.ย. 64 / 21:31


Shang-Chi (Shaun's memory)

เด็กชายวัย14 ในเสื้อฮู้ดสีกรม ยืนหลังเหยียดตรงก้มหน้ามองดูชายวัยกลางคนคนหนึ่งนอนหายใจแผ่วโรยริน ส่งสายตาทั้งอาฆาตและเว้าวอนมายังเด็กหนุ่ม

 'จะเอาเท่าไหร่...บอกมา...' เสียงแหบๆเล็ดลอดออกมาจากปากสั่นระริก 


        เค้าไม่สนคำพูดนั้น ใช้มือข้างที่ถือคุไนขนาดกระชับมือปาดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ข้างคอชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว 
เด็กหนุ่มยืนหอบเล็กน้อย สูดหายใจเข้าลึกๆสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอเลือดที่คละคลุ้งสะอิดสะเอียน จนแสบจมูก ทอดสายตามองไปยังรอบกาย ร่างชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่า10คน นอนเกลื่อนกลาดไปทั่วห้อง ของเหลวสีแดงกระจัดกระจาย หยดเป็นคราบด่างบนพรม ย้อมห้องสีสะอาดสะอ้านจนแดงฉานไม่ต่างจากโรงเชือดหมู  

ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวเขา คืนวันนั้น วันที่ตัวเขาในวัยเด็กนั่งคุกเข่าอยู่ข้างร่างไร้ลมหายใจของแม่ บนพื้นหินเย็นเฉียบที่มีหิมะปกคลุมบางๆของสวนหย่อมที่ลานกลางบ้าน  ร่างชายฉกรรจ์จำนวนมากกระจัดกระจายไปบนพื้นบ้าน ล้วนแต่เป็นฝีมือของแม่ที่เข้าต่อสู้อย่างสุดความสามารถ ก่อนที่จะโดนอีกฝั่งที่มีพวกมากกว่าเข้าทำร้ายจนหมดลมหายใจไปต่อหน้าเด็กชายตัวน้อยที่ยืนร้องไห้เกาะขอบหน้าต่าง 


       เหตุการณ์วันนั้นเป็นสิ่งเดียวที่พ่อเขาพูดย้ำให้เขาจำไว้ให้ขึ้นใจ ให้จำทุกความรู้สึกหวาดกลัวตอนเห็นแม่กำลังโดนชายเหล่านั้นรุมทำร้าย จำความรู้สึกที่ใจเเตกสลายตอนนั่งข้างๆร่างไร้วิญญาณแม่แล้วพยายามเรียกหาเธอ แต่เธอไม่มีวันตื่นขึ้นมา จำใบหน้าของชายวัยกลางคนคนนั้นที่ยืนเผชิญหน้ากับแม่พร้อมบอกว่าคืนนี้ต้องมีคนชดใช้ 

ใบหน้าชายคนนั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำเด็กหนุ่มมาตลอด 7ปีไม่หาย และใบหน้านั้นก็กำลังทอดอยู่แทบเท้าของเขา พร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นออกจากคอราวกับน้ำก๊อกอย่างไม่หยุด

สำเร็จแล้ว....7ปีที่ผ่านมาตั้งแต่วัยเด็กย่างเข้าสู่วัยหนุ่มที่เค้าถูกเคี่ยวเข็ญให้ฝึกร่างกายจนเจียนตายตั้งแต่ย่ำรุ่งจนย่ำค่ำ เพื่อจะได้ฆ่าชายคนนี้ตามที่พ่อต้องการ เขาไม่เคยขัดขืนคำสั่งของพ่อและนี่ก็เป็นอีกครั้ง ร่างโชกเลือดทั้งหลายรายล้อมเด็กหนุ่มตอนนี้ รวมไปถึงกลิ่นเลือดที่คุกกรุ่นทำให้เขานึกย้อนไปถึงเนื้อหาเกี่ยวกับนรกขุมหนึ่งที่เคยอ่านตอนสมัยเป็นเด็ก อย่างกับฝันร้ายเลย... เขาอยากวิ่งหนีออกจากที่นี่ใจจะขาด 


จบแล้วใช่ไหม?  
ทำตามที่พ่อบอกครบถ้วนแล้วใช่ไหม?
กลับไปไม่ต้องฝึกต่อแล้วใช่ไหม? 
 

สิ่งเดียวที่เขาหวังตอนนี้คือการกลับไปที่บ้านแล้วพบพ่อกับแม่ที่ยืนรออ้าแขนรับอย่างอบอุ่น แม่... ไม่มีอีกแล้ว แล้วพ่อล่ะ… หลายปีที่ผ่านมา สิ่งเดียวเกี่ยวกับพ่อที่เขาจำได้คือ สายตาเรียบๆที่มองดูเขาขณะฝึก พยักหน้าเล็กน้อยยามพอใจตอนเห็นเค้าซัดบรรดานักฆ่าเหล่านั้นจนหมอบได้ ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินหนียามเห็นเขาไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีของนักฆ่าพวกนั้นได้ แทบจำไม่ได้เลยว่าเคยได้รับความอบอุ่นจากชายคนนี้

เด็กหนุ่มหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง ใบหน้าของร่างไร้ลมหายใจที่กำลังจับจ้องมาที่เขา ด้วยดวงตาเบิกโพลงอย่างอาฆาตแค้น เค้าเห็นใบหน้าไร้วิญญาณของแม่ในคืนนั้นปรากฏซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มร้องครางในลำคออย่างเจ็บปวด นี่เขาทำอะไรลงไป…เขาเบือนสายตาไปจากใบหน้านั้นก่อนจะหันไปสบตากับอีกร่างหนึ่งที่จ้องมาทางเขา ความรู้สึกหนึ่งแล่นปราดเข้ามาในร่าง ภาพตอนที่ตนเองปักคุไนแนวตะเเครงเข้าไปในอกช่องซ้ายของชายคนนั้นก่อนจะกระชากเพื่อตัดขั้วหัวใจได้ผุดขึ้นมาในหัวเขา  ความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ไหล่ซ้ายกระตุ้นให้เขานึกถึงตอนที่โดนชายคนหนึ่งซัดใส่หน้าแต่เขาโยกหลบทันทำให้หมัดนั้นถากไปโดนไหล่ ก่อนที่เขาจะถีบเข้าช่องท้องจนชายคนนั้นกระเด็นไปอีกฝั่งของห้อง จากนั้นก็เดินตามเข้าไปเอามีดปาดเข้าที่คอจนเลือดทะลัก

ใช่....7ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยลงมือกับคนจริงๆมาก่อน 


นี่เราทำอะไรลงไป...เราฆ่าคนหรอ?
ทำไมทุกสายตานั้นถึงจับจ้องมาที่ฉันล่ะ? 
เด็กชายถามตัวเองเหมือนคนบ้า ทั้งๆที่คำตอบก็เกลื่อนกลาดอยู่ตรงหน้าไปหมด 
ฉันมาทำอะไรที่นี่?


เสียงครางเจ็บปวดในลำคอดังขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ สะท้อนไปมาในห้อง คลื่นไส้ อยากจะอ้วกออกมา หูอื้ออึงไปหมด เสียงดังฉึกตอนที่เขากดใบมีดคมๆลงไปในอกของชายคนนั้นยังก้องอยู่ในหูเค้า ซ้ำแล้วซ้ำอีก ก้มลงมองคุไนที่มีเลือดอาบอยู่ในมือที่สั่นระริกของเขาก่อนจะเขวี้ยงมันทิ้ง เสียงใบมีดตกลงกระทบพื้นกระเบื้องดังกังวานไปทั่วห้อง

น้ำใสๆได้ตื้นขึ้นมาที่ขอบตาเขา แต่มันไม่ไหล…

 7ปีที่ผ่านของมาพ่อได้สอนให้เขาไม่แสดงความรู้สึกออกทางสีหน้า ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เขาเผลอแสดงออก อาจารย์ใส่หน้ากากประหลาดคนนั้นจะเอาไม้เรียวฟาดเข้าทีกลางหลังอยู่เสมอจนเด็กหนุ่มแทบจะกลายเป็นคนตายด้าน 
          พยายามนึกถึงหน้าแม่กับน้องสาว อยากกลับไปหา... แต่ภาพแม่ภาพเดียวที่ตราตึงในหัวเขาตลอดเวลาที่ผ่านมาคือใบหน้าไร้วิญญาณของแม่ เขากลั้นไม่ไหวแล้ว น้ำตาได้ไหลรินจากหางตาลงบนแก้มของเด็กหนุ่ม ถึงรู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่ก็อยากกลับไปอยู่กันพร้อมหน้า อยากได้อ้อมกอดของใครซักคนที่รับอย่างอบอุ่นแล้วบอกว่า ฉันอยู่ตรงนี้นะ จะไม่หนีไปไหน ฝันร้ายได้จบลงแล้วนะ      

ทันใดนั้นคำพูดหนึ่งของพ่อก็ผุดขึ้นมาในหัว 

'ไว้ลูกกลับมาเราจะมาฟื้นฟูเท็นริงส์ให้กลับมาเกรียงไกรอีกครั้ง' 

เท็นริงส์ องค์กรนักฆ่าของพ่อน่ะเหรอ ตั้งแต่เเม่ตายบ้านของเราก็ใช้เป็นฐานขององค์กร สำหรับเขาบ้านก็ไม่ต่างจากสถานที่ที่ทรมาณเขามาโดยตลอด เขาก็แค่เด็กคนหนึ่ง ที่อยากมีชีวิตปกติ ได้รับความอบอุ่นจากคนในครอบครัว จากใครซักคนก็เท่านั้น  ทำไมเขาต้องกลายมาเป็นแบบนี้ด้วย แม่ตายก็เพราะสิ่งที่พ่อก่อไม่ใช่เหรอ แทนที่พ่อจะคอยปลอบใจเด็กชายตัวน้อยให้ผ่านคืนนั้นที่เลวร้ายแต่พ่อกลับพาเขาเข้ามาสู่เส้นทางนี้ด้วย

แต่ตอนนี้....เขายืนอยู่ในเซฟเฮ้าส์หลังมหึมาของชายหัวหน้าแก๊งเหล็กกล้า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ออกมาเหยียบสถานที่สักแห่งนอกเหนือจากลานฝึกในเขตรั้วบ้านของเขา เขาอยู่ไกลจากพ่อมากพอแล้ว...


คำหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวเขา 'หนี'


       เขาเดินไปอีกฟากของห้อง หยิบคุไนขึ้นมาเช็ดก่อนจะเก็บเข้าฝักที่เสียบอยู่ที่เอว ต้องเก็บไว้ เพราะไม่รู้ว่าต้องรับมือกับคนที่พ่อจะส่งมาตามรึเปล่า

       คิดขึ้นมาในใจไม่เอาแล้ว ไม่อยากกลับไปที่บ้านนั่นอีกแล้ว ไม่อยากไปเจออะไรในบ้านหลังนั้นอีกแล้ว แล้วหลิงหลิงล่ะ... ตลอด7ปีที่ผ่านมาน้องสาวตัวน้อยเป็นเพียงคนเดียวที่เป็นเพื่อนคุยเล่นในบางครั้ง เป็นเหมือนแสงสว่างเล็กๆพาดมายังหุบเหวมืดๆแห่งนี้ ถึงจะโดนจับแยกกันอยู่ แต่ก็ยังมีโอกาสได้เจอบ้างทุกครั้งที่กินข้าวเย็นพร้อมหน้า

หลิงหลิง...ไม่มีพี่เธอจะอยู่ได้ใช่ไหม

เด็กหนุ่มหันไปมองห้องสีแดงที่ไม่ต่างจากภาพนรกนั้นอีกครั้ง ก่อนที่ความรู้สึกเจ็บปวดเหมือนมีดกรีดเป็นพันๆเล่มจะถาโถมเข้ามาหาเขาอีกที

'หลิงหลิง' เขาพูดเสียงสั่น 'พี่ขอโทษ'

เด็กหนุ่มหยิบเครื่องส่งสัญญาณออกมาวางลงบนพื้น ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องนั้นสู่โถงกลางอย่างรวดเร็ว ในสมองพยายามจดจำพิมพ์เขียวของเพนเฮ้าส์ที่เขาศึกษามาอย่างละเอียด 
เขาพาตัวออกมาจากตัวอาคารสำเร็จ สัมผัสกับลมหนาวที่พัดอย่างรุนแรงจนแสบผิวราวกับใบมีดกรีดบนใบหน้าเขา

จะไปไหนดี ไม่รู้ ที่ไหนก็ได้ที่ไกลๆจากบ้านก็พอแล้ว


เฮลิคอปเตอร์ของพ่อกำลังจอดรออยู่ไม่ไกลจากรั้วหลังเท่าไหร่นัก และพร้อมจะเข้ามารับเขาในทันทีที่ส่งสัญญาณ ซึ่งเขาก็วิ่งไปอีกทาง
.……………………………………………………………………………………………….

หนึ่งปีผ่านไป

       ณ ไฮสคูลแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโก เด็กหญิงอเมริกันเชื้อสายจีนคนหนึ่งกำลังเดินมุ่งหน้าไปโรงอาหารกับเพื่อนสาวอีกคน 

       'หิวแทบแย่ ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีสปาเก็ตตี้มั้ยเนี่ย' เด็กสาวพูดขึ้นด้วยเสียงแหบๆ
        'พูดอย่างกับถ้าไม่ใช่สปาเก็ตตี้เธอจะไม่ยอมกินแน่ะ' ซูเพื่อนสาวหยอก
        'เธอก็รู้ว่าอาหารโรงอาหารโรงเรียนเรามันห่วยแตก แต่ก็นะ ต่อให้ไม่ใช่สปาเก็ตตี้ ฉันก็กินอยู่ดี ไม่ออกไปหาซื้ออะไรกินหรอก' เคที่ทำหน้าเหยเกพลางนึกถึงอาหารกลางวันของโรงเรียน
      โถงทางเดินมีเด็กนักเรียนเดินกันขวักไขว่ไปหมด เสียงจ้อกแจ้กดังซะจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงวิทยุตอนกลางวัน
       'คนอย่างเธอเนี่ย รู้จักประหยัดตั้งแต่เมื่อไหร่หรอ?' เพื่อนสาวถาม
       'เริ่มตั้งแต่วันนี้ไง ซักวันฉันจะต้องเก็บเงินไว้ซื้อมัสแตงสวยๆซักคันเป็นของตัวเอง!' เธอหัวเราะร่วนพร้อมกับเพื่อนสาวด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าสู่โรงอาหาร 
        มีเด็กมัธยมกระจัดกระจายไปทั่ว เคที่ทำหน้ามุ่ยในขณะที่มองไปที่แถวรับอาหาร แซนวิชอีกแล้วหรอ ‘ไอ้สลัดผักเอ้ยย’เธอพูดเบาๆพอให้ซูเพื่อนสนิทได้ยินก่อนจะฉุกคิดขึ้นในใจว่าตัวเองใช้คำว่าสลัดผักเป็นคำสบถตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ช่างแม่งเหอะ… ทันใดนั้นเธอก็มองเห็นกลุ่มเกรด12 อันธพาลกำลังล้อมเด็กหนุ่มเอเชียคนหนึ่งอยู่ที่หางตา
         'นั่นใช่เด็กใหม่ที่เข้ามาเมื่ออาทิตย์ก่อนป้ะ?' ซูถาม
         เคที่หันหน้าไปตามทิศทางที่ซูพยักหน้าให้ดู 'ใช่สิ จำได้ว่าอาทิตย์ก่อนยั- อ่าว ชิบหายละ!' เคที่ถึงกับอ้าปากค้างในทันทีที่สังเกตเห็นว่ากลุ่มอันธพาลนั้นคือใคร


          'ไง ไอ้กังนัมสไตล์!' เค้าพูดพลางผลักไหล่เด็กหนุ่มเอเชียคนนั้นเชิงหยอกๆ แต่ก็แรงพอทำให้เขาเซถอยไปหลายก้าว
          'ฉันไม่ใช่เกาหลี! ไอ้โง่!' เด็กหนุ่มตะโกนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แต่ไม่มีท่าทีจะตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
          'หู้วววว' พวกเกรด12หันไปมองหน้ากันทำหน้าประหลาดใจแบบเยาะเย้ยเหมือนกับเวลาเห็นลูกหมาตัวเล็กๆพยายามทำท่าขู่ใส่เจ้าของ โดยไม่สนใจสายตาของเด็กทั้งโรงอาหารที่จับจ้องมาที่พวกเขา  ก่อนที่หัวโจกผมทองจะปลดเป้ที่หลังออก เสียงเป้หล่นลงกับพื้นดังตุ้บ พร้อมถกแขนเสื้อสองข้างขึ้นโชว์กล้ามแขนใหญ่โตตามแบบนักกีฬารักบี้ 
          เด็กหนุ่มเอเชียคนนั้นตั้งขาหลังเล็กน้อยเตรียมจะโยกหลบในขณะที่หัวโจกกำลังตั้งท่าจะเหวี่ยงหมัดขวาเข้ามา ทันใดนั้นเด็กหญิงคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่พร้อมตะโกนเนื้อเพลงหนึ่ง เขาก็จำชื่อเพลงไม่ได้ แต่รู้สึกเหมือนเคยได้ยินมาก่อน วงอีเกิลหรอ? ทำเอาเด็กหนุ่มตกใจจนถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะกับเหตุการณ์ตรงหน้า

  'On a dark desert highway, cool wind in my hair!'

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. 23 พ.ย. 64 / 00:19 น.

    *ตอนส่งคอมเมนต์แรกมันดีเลย์เราเลยกดส่งซ้ำอีกรอบ พอเลื่อนลงมาดูเมนต์เลยเห็นว่าส่งซ้ำไป555555 พยายามลบเมนต์แต่ก็คือลบไม่ได้ งั้นเราขอเมนต์เพิ่มเรื่องคำผิดที่เจอนิดหน่อยแล้วกันนะคะ* 

    ตัวคำผิดที่เราเห็นในเรื่องมีแค่ 2 คำคือคำว่า ชายฉกรรย์ >> ชายฉกรรจ์ และก็คำว่า โอกาศ >> โอกาส 
    ขอบคุณสำหรับการตอบคอมเมนต์เรานะและก็ถ้าอนาคตคุณมีงานเขียนออกมาอีกเราก็พร้อมซัพพอร์ตนะคะะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2564 / 12:13
    #4
    1
    • #4-1 AthRian
      23 พ.ย. 64 / 13:02 น.
      ขอบคุณมากๆเลยค่า นี่ก็นั่งอ่านซ้ำหาคำผิดลบแก้ใหม่ๆมาตั้งแต่เมื่อคืนละ555 มีตกหล่นไปบ้าง ขอบคุณที่บอกนะคะ😆🙏
      #4-1
  2. 23 พ.ย. 64 / 00:13 น.

    ฟิคนีคือสานฝันเรามาก 5555555 คุณเก็บรายละเอียดและถ่ายทอดความรู้สึกของชางออกมาได้ดีมากทั้งตอนที่ดิ่งทีสุดจนอยากใครสักคนโอบกอดเขารับฟังเขาอยู่ข้างเขา หรือตอนนึกถึงน้องสาวก่อนที่จะตัดสินใจหนีมา มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งกดดันทั้งโทษตัวเองจนเราสัมผัสได้ว่าทำไมเขาถึงเลือกอย่างนี้ทั้งที่ตอนดูหนังเราก็แอบสงสัยนะว่าถ้าชางชีรักน้องมากทำไมถึงหนีมา ทำไมไม่กลับมาช่วยน้อง แต่เพราะฟิคของคุณมันเหมือนจิ๊กซอว์ที่หายไปตรงนั้นและทำให้เราปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดมันยิ่งทำให้รู้สึกว้าวมาก ส่วนฉากในโรงเรียนตอนแรกก็แอบสตั้นไปนิดนึงเพราะไม่

    คิดว่าเคที่จะสนิทกับซู555555 แต่คุณก็ยังทำตัวละครเคที่ออกมาได้ดีมันยังมีความเฮฮาขี้เล่น แถมทิ้งปมมัสแตงไว้ด้วยคือดียย์ และอีกซีนนึงที่เราชอบสุดๆ โค่ดชอบคือซีนที่คุณให้ตัวชางชี้ไม่คุ้นกับเพลง Hotel California ตั้งแต่ทีแรก เราถือว่าคุณเก็บรายละเอียดแบบละเอียดดดดจริงจัง คือเก็บถึงขั้นว่าหยิบเอาคำพูดของชอว์นที่บอกว่าตอนมาอเมริกาแรกๆภาษายังไม่คล่องมาต่อยอดเป็นการไม่รู้จักเพลงตั้งแต่แรกแต่เป็นความรู้สึกคุ้นๆ แทน คือมันเรียลจริงๆอะ แบบถ้าเรายังไม่ลงลึกภาษานี้ทั้งเพลงทั้งหนังคือแน่นอนว่ายังไม่รู้จักแบบจริงจัง และที่นี่ชอบมากๆอย่างคือท่อนที่เคที่ร้องเป็นท่อนเดียวกับตอนที่นั่งร้านไม้ไผ่เป๊ะเลย55555 คือชอบมากไม่ไหวแล้ว รักฟิคเรื่องนี้มากๆคือรักถึงขนาดพิมพ์คอมเมนต์มารอบนึงแล้วกดผิดคอมเมนต์หายหมดก็มานั่งรื้อความจำแล้วนั่งพิมพ์ใหม่555555 แล้วถ้าพิมพ์จบก็คือวนกลับไปอ่านช้ำอีกรอบแน่นอนเพราะรักฟิคเรื่องนี้มากเท่าความยาวคอมเมนต์ที่พิมพ์เลย5555

    #3
    1
    • #3-1 AthRian
      23 พ.ย. 64 / 01:13 น.
      ขอบคุณมากเลยนะคะะะ ดีจัยมากๆเลยค่ะที่ชอบ นี่เขียนฟิคเป็นเรื่องแรกเลยย เพราะนี่ก็รู้สึกค้างคาค่ะ อยากรู้ความรู้สึกของตี๋เค้าตอนก่อนหนีออกมามากๆเลยค่ะ อยากรู้เค้าจะเศร้าจะใจสลายขนาดไหน ส่วนพาร์ทโรงเรียนนี่เป็นอะไรที่เขียนแล้วบันเทิงสุดละค่ะ555 เห็นที่ว่าซูนั่งเบาะหลังรถตอนเคที่ขโมยมัสแตงไปซิ่งด้วยเลยเดาว่าคงสนิทกันตั้งแต่ตอนนั้นละแหละ55(เดาอยู่ดี😂)
      ตอนแรกอยากเขียนต่อไปจน1ปีระหว่างชางชีหนีไปอเมริกาด้วย แต่กลัวเราจะหาข้อมูลในส่วนนี้ได้ไม่ละเอียดพอเลยคิดว่าskipไปตอนอยู่ซานฟรานเลยดีกว่า555 แต่ก็ดีใจที่ชอบมากๆเลยค่า ขอบคุณอีกรอบนะคะะ🙏🙏🙏💖
      #3-1
  3. #2 ปุยนุ่ม
    22 พ.ย. 64 / 23:29 น.

    ตัดจบแบบ5555555555เอ็นดูยัยเคที่ค่ะแงงงงงงง กอดๆนะชอนชีวิตนายจะดีขึ้นในไม่ช้า

    #2
    1
    • #2-1 AthRian
      23 พ.ย. 64 / 00:00 น.
      ชีวิตชอนจะเปลี่ยนไปในอีก10วิข้างหน้า555 เขียนแล้วเอ็นดูเคที่เหมือนกันค่ะ😆😂
      #2-1
  4. #1 NANO
    22 พ.ย. 64 / 22:38 น.

    ชอบการบรรยายมากเลยค่ะะ อ่านแล้วสงสารตี๋ 😭😭

    แงงงยัยเคธี่ที่โผล่มาช่วย จนเป็นรักแรก?😂😂

    #1
    1
    • #1-1 AthRian
      22 พ.ย. 64 / 23:12 น.
      ขอบคุณนะคะะ แต่งฟิคเป็นครั้งแรกเลยย//เป็นรักแรกรึเปล่าปลายเปิดค่ะ😂(แต่สำหรับเราคือเป็นค่ะ555)
      #1-1