Game of Creation(ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย)

ตอนที่ 13 : EP.11 หนึ่งสาวงามกับคุณชายจอมหาเรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    6 ก.ย. 58




Game of Creation ภาค ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย


EP.11 หนึ่งสาวงามกับคุณชายจอมหาเรื่อง

 

            นับตั้งแต่โบราณกาลเป็นต้นมา “ศาสตร์แห่งพิษ” ถูกมองว่าเป็นอวิชชาฝ่ายอธรรมมาทุกยุคทุกสมัย บ่อยครั้งที่มีการวางยาคนของฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งการแพร่โรคระบาดและใช้แมลงพิษทำค่ายกลคุณไสย ยอดยุทธ์ผู้กล้าในประวัติศาสตร์อันยาวนานนั้น มีหลายต่อหลายคนที่สิ้นชื่อภายใต้ยาพิษหรือโรคภัย ผู้ที่ฝึกฝนมักจะถูกมองว่าเป็นมารร้าย และกลายเป็นศัตรูร่วมของยุทธภพไปโดยปริยาย คนที่ยืนอยู่ระหว่างดีชั่วย่อมศึกษาศาสตร์ทั้งสองฝ่าย วิชาพิษเป็นแขนงหนึ่งที่ซันซั่งเทียนสนใจ ทว่าพิษของเขามีลักษณะที่ให้ทั้งคุณและโทษขึ้นอยู่กับการใช้งาน สาเหตุที่เขาบัญญัติวิชาพิษเพราะต้องการมีลูกเล่นที่หลากหลายไว้แก้เบื่อ

           เพราะสำหรับซันซั่งเทียนแล้วนั้นนับตั้งแต่ที่เขาถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ จากการปลูกฝังชิ้นส่วนของจารึกแกนกลางเข้าไปในร่าง ทำให้เขามีความสามารถในการดูดกลืนพลังชีวิตของผู้อื่นเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย มิหนำซ้ำยังสามารถช่วงชิงจารึกชิ้นอื่นๆผ่านการกลืนกินผู้ครอบครอง นั่นทำให้พลังของเขายิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น ทั้งยังมีความหลากหลายสามารถแปรเปลี่ยนไปตามสภาพการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ 2 ปี เขาก็ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้อีกเลย สิ่งนั้นทำให้เขาเกิดความเบื่อหน่ายอย่างที่สุด จนกลายมาเป็นการมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเพื่อรวบรวมจารึกชิ้นส่วนหลักทั้ง 108 ชิ้น  เพื่อเผชิญหน้ากับ GOD ต้นกำเนิดแห่งอารยธรรมอันล้ำค่าที่สุดในจักรวาล

             การที่ต้องแสวงหาความพ่ายแพ้นับเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เพราะเขาไม่ชอบการยอมแพ้เป็นที่สุด ในยุคอนาคตอันไกลโพ้นนั้นมีมิวแทนท์ฤทธานุภาพสูงหลายคน ที่พอจะเป็นคู่ปรับให้กับเขาได้ น่าเสียดายที่การไล่ล่าจารึกหลักทั้ง 108 ชิ้น ทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะสู้กับคนพวกนั้น ในยุคโบราณที่วิทยาการและพลังพิเศษของผู้คน ยังห่างชั้นจากยุคของเขามากเกินไป ทำให้แทบจะไม่มีใครทำให้เขารู้สึกสนุกในการสู้รบได้ยามที่ใช่พลังของจารึก เพราะฉะนั้นเขาจึงคิดค้นวรยุทธ์ขึ้นมาเพื่อการต่อสู้กับคนในยุคโบราณ

            น่าเสียดายที่พลังแห่งจารึกแกนกลางยังคงรั่วไหลออกมา ทำให้พลังวัตรของเขาเทียบเท่ากับมนุษย์ที่ฝึกฝนตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ร่วม 400 ปี เขาต้องคอยระวังอยู่ไม่ใช่น้อยในการที่จะไม่ฆ่าคู่ซ้อมมือ นอกจากเรื่องการต่อสู้แล้วนั้นเห็นจะมีเพียงเรื่องแกล้งคน และการเข้าไปทำให้ชีวิตของใครสักคนวุ่นวายเท่านั้น ที่จะช่วยแก้เบื่อให้กับตัวเขา ซันซั่งเทียนจึงมักจะตอบรับคำขอร้อง หรือยื่นมือเข้าไปสอดกับเรื่องของคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง

           และครั้งนี้กองทัพเสเหลียงของตั๋งโต๊ะก็กลายเป็นกล่องของเล่นของชายหนุ่ม

           “สงสัยลงมือหนักไปนิด” เจ้าของดวงตาสีมรกตกล่าวขึ้นลอยๆ ในระหว่างที่ใช้พลังความร้อนจัดการแผดเผากองของเหลวที่เต็มไปด้วยพิษร้าย ท่ามกลางสีหน้าแตกตื่นของเหล่าขุนพลและคหบดีที่ได้รับเชิญมาร่วมงาน “ผมเริ่มง่วงแล้ว คงต้องขอลากลับไปนอนก่อนแล้วล่ะครับ”

           “ข้าจะให้คนไปส่ง” ตั๋งโต๊ะร้อนรนพูดขึ้น

           “ไม่จำเป็น ผมชอบไปไหนมาไหนคนเดียว” น้ำเสียงนั้นก้องกันวานขึ้น พร้อมๆกับร่างของซันซั่งเทียนที่ค่อยๆเลือนหายไปในอากาศ อันเป็นผลมาจากพลังของจารึกแห่งภาพมายาที่บดบังร่างกายของชายหนุ่มเอาไว้ ในสายตาของทุกๆคนยามนี้เขาไม่ต่างอะไรกับเทพเซียนหรือภูตผีปีศาจที่สามารถล่องหนหายตัวได้

           “น้อมส่งท่านเซียน” ตั๋งโต๊ะกล่าวชื่นชมจากใจ

           “อย่าลืมคำทำนายของผมล่ะ ไม่งั้นทัพเสเหลียงพินาศแน่!

           คำพูดทิ้งท้ายนั้นทำให้ยอดคนหรี่ตาลงครุ่นคิดอย่างหนัก เพราะคนที่อยู่ในนี้ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง การที่มีคนทรยศอยู่ใต้จมูกย่อมเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อความฝันของตั๋งโต๊ะ เรียกได้ว่าเพราะคำทำนายครั้งนี้กองทัพเสเหลียงจึงยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อคนประหลาดผู้นั้นกลับไปแล้วงานเลี้ยงที่สนุกสนานจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แม้จะมีหลายกินที่หมดสนุกเพราะมีปัญหามากมายรออยู่ก็ตามที

              ทันทีที่รุ่งเช้ามาเยือนซันซั่งเทียนก็ลาดตระเวนหาเรื่องสนุกทำ โดยไม่ลืมที่จะทิ้งป้ายประกาศิตอันหนึ่งไว้ให้กับกุยแกเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน พลังของจารึกแห่งการฟังทำให้เขารับรู้ข่าวสารมากมาย ทั้งที่น่าสนใจและไร้สาระ ส่วนมากจะเป็นข่าวลือเกี่ยวกับตัวเขาเองซึ่งดุจะใส่สีตีไข่มากกว่าที่ควรจะเป็น ระหว่างที่กำลังนั่งสูดอากาศบริสุทธิ์อยู่บนยอดไม้ใกล้ศาลเจ้าเจียงไท่กง สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งเข้า

            “คันเบ็ดนี้ข้าซื้อมาตั้ง 3 ตำลึงเชียวนะ วันนี้จะโชว์ฝีมือตกปลามาทำกับแกล้มให้เจ้าชิม” น้ำเสียงจริงจังของคุณชายคนหนึ่งกล่าวกับหญิงสาวที่เดินเคียงกันมา เขามีรูปร่างเป็นคนเจ้าสำอาง ผิวขาวหน้าออกจะหวาน ดวงตากลมโตเป็นประกายแฝงแววซุกซน สวมใส่ชุดคุณชายสีเหลืองอ่อน ยามนี้กำลังแกว่งเบ็ดที่ซื้อมาจากศาลเจ้าไปมา

           “เจ้านี่ชอบใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่เปลี่ยนเลย ซื้อของแต่ละอย่างไม่เห็นว่าจะใช้ได้เรื่องตรงไหน” สตรีนางนั้นค้อนควับ จากรูปร่างหน้าตานับได้ว่าเป็นสาวงามผู้หนึ่ง นางอยู่ในชุดอาภรณ์บางเบาสีฟ้าอ่อน แต่งกายเรียบร้อยคล้ายคุณหนูบ้านคหบดี

           “อย่าดูถูกข้านะ ฝีมือการใช้เบ็ดของข้าต่อให้แขกปริศนาของตั๋งโต๊ะคนเมื่อคืนก็ยังต้องยอมแพ้” กล่าวเสร็จก็ยักคิ้วส่งให้สาวงาม

          “พูดบ้าอะไรของเจ้า เกิดมีใครมาได้ยินเข้าเดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก” หญิงสาวผู้นั้นมีท่าทีตกใจไม่น้อย นางหันมองรอบๆด้วยความหวาดระแวง

           “จะกลัวไปทำไม? แถมนี้ไม่เห็นมีพวกทหารสักหน่อย”

           “ถึงจะไม่มีก็ต้องระวังนะจิ้นกว่าง กับเทพเซียนนะลบหลู่ได้ที่ไหนกัน”

            “เจ้านี่ก็เหลือเกินหนิงเซียน ไอ้เซียนมารแสวงพ่ายในข่าวลือนะ ก็แค่เรื่องลวงบั่นทอนขวัญของตั๋งโต๊ะเท่านั้นแหล่ะ ถ้าแน่จริงก็ลองออกมาสิข้าจะตกมันให้เหมือนตกปลาเลยเชียว” ว่าแล้วก็ตีหน้าทะเล้นพลางส่งเสียงหัวเราะ

            “ข้าไม่พูดด้วยแล้ว” ฝ่ายสาวงามทนฟังไม่ไหว ใจก็กลัวแสนกลัวจึงสาวเท้าเร็วขึ้นทิ้งให้คุณชายเจ้าสำอางเดินตามหลัง

           “เฮ้ รอกันด้วยสิหนิงเซียน” เขาร้องขึ้น ก่อนที่จะสะดุดอะไรสักอย่างล้มคะมำไปด้านหน้า หมดสภาพคนที่พึ่งคุยโวเมื่อสักครู่

          “เจ้านี่ไม่รู้จักระวังเลย แค่นี้ยังพลาดได้”สาวสวยหันกลับมามองพร้อมกับถอนหายใจ

           “โทษที”เขายิ้มแหยๆตอบกลับ “เอ่อ...เจ้าเห็นเบ็ดข้าบ้างไหม?”

          “เจ้าพึ่งหกล้มเมื่อครู่มันก็ต้องหล่นอยู่แถวนี้นะสิ” เธอบอก ท่าทางไม่ค่อยพอใจ

            “ก็มันไม่มีนี่นา”เยี่ยจิ้นกว่างบอกพร้อมกับหมุนตัวมองหาคันเบ็ดของตน

             “จริงด้วย หายไปได้ยังไงกันแถมนี้ก็ไม่ค่อยจะมีคนด้วย” หนิงเซียนกล่าวเสริม สีหน้าของนางดูไม่สู้ดีนัก

            ฟ้าว! เสียงวัตถุแหวกอากาศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มันพุ่งทะลุรอเสื้อของคุณชายเจ้าสำอางแล้วตวัดรัดคอเสื้อของสาวงาม ราวกับต้องการที่จะร้อยคนทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นร่างของคนทั้งสองก็ถูกบางสิ่งบางอย่างดึงรั้งอย่างแรงจนลอยหวือขึ้นกลางอากาศ ทั้งสองร้องลั่นเสียงดังเมื่อพบเจอกับเรื่องราวแปลกประหลาด ชั่วพริบตาทั้งเยี่ยจิ้นกว่างกับหนิงเซียน ก็ขึ้นไปห้อยต่องแต่งอยู่บนยอดไม้สูงจากพื้นราว 7 เมตร

           “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ฝ่ายชายร้องโวยวายไม่ยอมหยุด ในขณะที่ฝ่ายหญิงตกใจจนร่ำให้

           จนกระทั่งทั้งสองเริ่มมีสติจึงได้สังเกตเห็นใครสักคนในชุดผ้าคลุมสีหม่นนั่งอยู่ปลายไม้เบื้องหน้า ในมือของคนๆนั้นถือคันเบ็ดของเยี่ยจิ้นกว่างเอาไว้ด้วย แม้จะพยายามเพ่งมองแต่พวกเขาก็ไม่อาจมองเห็นใบหน้าของคนลึกลับได้ คล้ายกับมีหมอกหนามาขวางกั้นเอาไว้

            “โทษทีที่ทำให้พวกคุณตกใจ พอดีเมื่อสักครู่นี้ผมได้ยินว่ามีคนคิดจะตกตัวผมให้เหมือนตกปลา ผมก็เลยเกิดอยากจะตกคนขึ้นมาบ้าง” น้ำเสียงนั้นติดตลก คล้ายไม่ได้มีเจตนาร้ายอันใด

            “เจ้าเป็นใคร ทำแบบนี้ทำไม”จิ้นกว่างโวยขึ้น

            “เฮ้อ นายนี่มันสมองทึบรึไง บ่นหาผมอยู่เมื่อครู่ พอเจอตัวกลับมาถามว่าใครซะได้”

             “ท่านคือ...แขกลึกลับของท่านตั๋งโต๊ะ” หนิงเซียนอุทานพลางยกมือป้องปาก

             “ปล่อยให้สาวงามตัดหน้า คุณนี้ใช้ไม่ได้เลย” ซันซั่งเทียนระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจ

             “ไม่เชื่อหรอก ในข่าวลือเขาว่าเป็นเซียน แน่จริงก็แสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาสิ” เยี่ยจิ้นกว่างพูดขึ้นเพราะกลัวเสียหน้า

             “ย่อมได้” ขาดคำสายเบ็ดที่คล้องคอหนิงเซียนอยู่ก็ขาดผึงออก ร่างของนางกลับสามารถลอยอยู่กลางอากาศได้ ก่อนจะค่อยๆร่อนลงสู่พื้นราวกับเทพธิดาจุติ เช่นเดียวกับซันซั่งเทียนที่ทะยานตัวลงเบื้องล่างโดยทิ้งให้เยี่ยจิ้นกว่างห้อยต่องแต่งอยู่บนยอดไม้คนเดียว

            “ขอบคุณท่านเซียนที่เมตตาไม่ถือสา” นางคุกเข่าขอขมาชายหนุ่ม

             “ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ผมอารมณ์ดี”เขากล่าวพร้อมกับเดินจากไปเงียบๆ

             “แล้วสหายข้าล่ะคะ?” เขาถามเสียงเบาเพราะกลัวอีกฝ่ายขุ่นเคืองใจ

            “ทิ้งไว้อย่างนั้นล่ะ ให้ที่บ้านมาหาทางช่วยเอง ไม่ต้องห่วงหรอกผมเสริมพลังใส่คันเบ็ดเอาไว้แล้ว รับรองไม่มีทางตกลงมาตายแน่นอน”  และนั่นคือการพบกันครั้งแรกของพวกเขา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,707 ความคิดเห็น

  1. #3095 slzyzero (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กันยายน 2558 / 01:15
    สนุกครับ ติดตาม
    #3,095
    0
  2. #3087 mak663 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 12:43
    ใครกันนะ
    #3,087
    0
  3. #3085 -~+*. JoHanNa.*+~- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 04:42
    ความน่าตบขอบจิ้นกว่างยังคงอยู่สินะ 5555
    #3,085
    0
  4. #3083 Cocoz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 02:17
    โอ้ว ขอบคุณครับ 
    #3,083
    0
  5. #3082 saTaF (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 02:16
    มาซะดึกเชียว
    #3,082
    0
  6. #3081 kuray (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 02:13
    so cool
    #3,081
    0
  7. #105 menk01245 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 10:27
    ช่างร้ายกาจเยี่ยงนัก 555
    #105
    0
  8. #101 My.sister (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 08:35
    มึนๆกะตอนนี้อ่า แต่ก็หนุกดี แล้วคนที่พระเอกล้างความทรงจำหละ ไม่มีบทเลยอ่า
    #101
    1
    • #101-1 ApocalypseSage(จากตอนที่ 13)
      19 พฤษภาคม 2558 / 13:23
      มึนยังไงหรอครับ
      #101-1
  9. #99 ทาคาโตะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 08:29
    ขอบคุณครับที่มาต่อ สนุกมากเลยคัครบ ^_^
    #99
    0
  10. #98 WonderFul Life (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 07:09
    ร้ายกาจจจจจ ตื่นเต้นๆ จะคอยตอนต่อไปนะครับ !!
    #98
    0
  11. #97 pgolf0009 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 06:10
    ขอบคุณครับ
    #97
    0
  12. #96 mak663 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 05:50
    มองไม่เห็น
    #96
    0