เหยื่อร้ายบงการรัก

ตอนที่ 20 : ไขว้เขว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 มิ.ย. 62

                                ไขว้เขว

แสงแดดอ่อนๆยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้อง  ผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีชมพูสดใส   แสงแดดที่ส่องเข้ามาทำให้ร่างบางที่นอนหลับใหลไปด้วยฤทธิ์ยาค่อยๆลืมตาขึ้น  ดวงตากลมโตกระพริบตาและมองไปรอบๆห้องที่คุ้นเคย  หญิงสาวค่อยๆพยุงกายของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง  ใบหน้าหวานเหยเกเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่าเท้าบอบบาง

“โอ๊ย” ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  ฝ่าเท้านุ่มรู้สึกถึงความตึงจนปวด

“แพทตื่นแล้วเหรอแล้วเป็นยังไงบ้าง” หญิงสาวที่อยู่ในชุดคลุมสีฟ้าเดินเข้ามาหาเพื่อนและถามด้วยความเป็นห่วง 

“เจ็บแผลมากเลย” คนที่นั่งอยู่บนเตียงบ่นอุบ

“เดี๋ยวก็หายนะ” ปลอบเพื่อนสาวเสียงนุ่ม

“พวกเรากลับมาถึงบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่  แพทไม่เห็นรู้เรื่องเลย” อยากจะถามว่าใครเป็นคนพาเธอขึ้นมาบนห้องมากกว่า  และเหมือนว่าเพื่อนสาวจะรู้ทัน  นางแบบสาวสวยยืนอมยิ้ม

“มาถึงเมื่อคืนแต่แพทหลับตลอดทาง  พอมาถึงบ้านคุณฌอห์ณก็อุ้มแพทขึ้นมาบนห้องนี่แหละ” 

“แพทไม่ได้อยากรู้สักหน่อยว่าใครอุ้มแพทขึ้นมา” พูดเสียงเบา  ใบหน้างามแดงก่ำและรู้สึกเห่อร้อน  เหตุการณ์เมื่อวานทำให้รู้ว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไป

“แต่อ้อนอยากบอกนี่  แพทจะได้เลิกใช้คุณฌอห์ณเป็นเครื่องมือแก้แค้นคนอื่นสักที” อยากให้เพื่อนล้มเลิกความตั้งใจ 

“ขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน”  ยังไม่รับปากเสียทีเดียว  แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ทำตาม

“คิดให้ดีๆล่ะ” นางแบบสาวพูดและแอบชำเลืองมองเพื่อนสาวที่นั่งหน้าแดงอยู่บนเตียงไปด้วยด้วยความขบขัน

“ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก” การสนทนาของทั้งคู่ถูกขัดจังหวะขึ้นด้วยเสียงเคาะประตู  นางแบบสาวเดินไปเปิดประตูเพราะคิดว่าสาวใช้คงจะยกอาหารมาให้  และเพียงแค่ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก  ร่างบางก็ต้องรีบก้มหน้าเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่  ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาในห้อง  ตามด้วยสาวใช้ที่ยกข้าวต้มกลิ่นหอมตามเข้ามา

“เป็นยังไงบ้างเจ็บแผลมากหรือเปล่า” ถามลูกสาวเสียงนุ่ม  ดวงตาคู่คมมองไปยังเท้าเล็กที่มีผ้าก็อตสีขาวพันอยู่

“ไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ” ส่ายหน้านิดๆ

“เดี๋ยววันนี้พ่อจะให้ฌอห์ณพาไปล้างแผลนะ  แล้วก็อย่าดื้ออย่าซนล่ะ  อยู่บ้านต้องทำตัวดีๆห้ามเหลวไหลเข้าใจไหม” พูดกับลูกสาว  แต่ความหมายกับแฝงไปหาใครบางคน  นางแบบสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก  ก็เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง  เพราะคำพูดบางคำที่พาดพิงมาถึงเธอ  นางแบบสาวเดินเลี่ยงไปเงียบๆเพราะไม่อยากทนฟังคำพูดที่ทำร้ายจิตใจอีก

“ค่ะ คุณพ่อ”  คนเจ็บรับคำอย่างว่าง่าย  จนคนที่เป็นพ่ออดที่จะสงสัยไม่ได้

“ไม่โวยวาย” หรี่ตามองลูกสาวที่ดูนิ่งผิดปกติ

“ไม่ค่ะ  แพทต้องขอบคุณนายฌอห์ณเสียอีกที่ช่วยแพทไว้” ความรู้สึกในใจบอกให้เธอพูดออกไปแบบนั้น

“ไม่ได้เกลียดเขาก็ดีแล้ว  นายฌอห์ณเป็นคนดี” ร่างสูงรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกการที่ลูกสาวเลิกมีทิฐิก็ดีเหมือนกัน

“ค่ะคุณพ่อ” รับคำอย่างว่าง่าย

“พ่อให้คนทำข้าวต้มมาให้” มองไปยังข้าวต้มร้อนๆที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง

“คุณพ่อคะ”

“มีอะไร” คนที่เป็นพ่อมองลูกสาว

“คุณพ่อหาตำแหน่งงานให้กับนายฌอห์ณไม่ได้เหรอคะ  เขาจะได้ไม่ต้องเป็นแค่คนสวนอย่างเดียว” อยู่ๆก็นึกสงสารชายหนุ่มขึ้นมา  เธอก็แค่อยากตอบแทนเขาบ้าง

“นายฌอห์ณไม่ยอมทำน่ะสิ  เห็นบอกว่าอีกไม่นานก็จะกลับไปอยู่บ้าน   นี่พ่อก็เสียดายความสามารถของเขาอยู่เหมือนกันนะ”

“เหรอคะ” เสียงหวานเบาลง  ใจดวงน้อยกระตุกวูบ

“เดี๋ยวพ่อจะพูดกับเขาอีกทีก็แล้วกันเผื่อว่าเขาจะเปลี่ยนใจ”

“ค่ะ คุณพ่อ” ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ  ร่างสูงมองลูกสาวและส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู  ลูกสาวของเขาถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่เอาแต่ใจ  แต่ถ้าดีกับใครก็จะดีจนน่าใจหาย  แต่ถ้าเกลียดใครก็จะเกลียดชนิดที่ไม่ยอมเผาผีกันเลยทีเดียว

“ถ้าอย่างนั้นหนูทานข้าวนะลูกจะได้กินยา  แล้วก็พักผ่อนเยอะๆจะได้หาย”

“ค่ะ  คุณพ่อไปทำงานเถอะค่ะ  แพทมีอ้อนอยู่เป็นเพื่อนแล้วคุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”  พูดกับบิดาเสียงใส

“นี่แหละที่พ่อห่วง” ปรายตามองหญิงสาวที่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว  และคำพูดที่ออกจากริมฝีปากหยักก็ทำให้คนที่เดินออกมาต้องเม้มริมฝีปากของตัวอีกครั้ง 

“คุณพ่อพูดว่าอะไรนะคะ” มองตามสายตาของบิดาก็พบว่าสายตาของท่านมองไปยังเพื่อนรักที่ยืนอยู่ไม่ไกล   ทั้งคู่ยืนสบตากันแต่ก็เป็นเพื่อนของเธอที่ก้มหน้าหลบไปเสียก่อน  คนเจ็บเริ่มสงสัยกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่

“เมื่อกี่คุณพ่อว่าอะไรนะคะ” กระตุกแขนบิดา  ร่างหนาที่ตกอยู่ในภวังค์หันมามองลูกสาว

“เปล่าลูกไม่มีอะไร  แพทพักผ่อนเถอะจะได้หายไวๆ  เดี๋ยวพ่อจะให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อนอีกคนก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ  แค่อ้อนคนเดียวก็พอแล้ว” เธออยากอยู่กับเพื่อนสองคนมากกว่าคุยอะไรกันก็สะดวก

“มีคนอื่นมาอยู่เป็นเพื่อนก็ดีนะแพท  คุณอาจะได้สบายใจด้วย” พูดออกมาด้วยความน้อยใจ  เขาคงกลัวว่าเธอจะแอบขโมยของในบ้านไปขายล่ะมั้งถึงต้องให้คนอื่นมาอยู่เป็นเพื่อน  หญิงสาวเดินออกจากห้องของเพื่อนรักไปด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง

“ทำไมคุณพ่อทำแบบนี้คะ”  มองตามหลังของเพื่อนรักด้วยความสงสาร

“พ่อมีเหตุผลของพ่อก็แล้วกัน”

“คุณพ่อ”

“ทานข้าวซะแล้วก็รีบกินยา”  พูดตัดบทแค่นั้น  ร่างสูงหมุนตัวและเดินออกจากห้องไป  เป้าหมายคือผู้หญิงที่เพิ่งจะเดินผ่านหน้าของเขาออกไป  หญิงสาวทำเหมือนกับว่าเขาเป็นแค่อากาศซึ่งเป็นสิ่งที่เขายอมไม่ได้

“หยุด” เสียงห้าวสั่ง   ร่างบางที่กำลังจะเดินลงมาข้างล่างก็ต้องชะลอฝีเท้าลงและยืนนิ่งอยู่กับที่ 

“คุณอามีอะไรจะให้หนูทำคะ”  สบสายตากับร่างสูง  คนตัวโตปรายตามองหญิงสาวที่ดื้อเงียบและพูดบางอย่างออกมา

“บ้านของฉันมีกล้องวงจรปิด  จะทำอะไรก็คิดให้ดีๆล่ะ” กระตุกยิ้มเย็นเยือก 

“ค่ะ  หนูจะระวัง” พูดประชดใส่ร่างสูงอย่างอวดดี 

“อวดเก่งนักนะ”  มองหญิงสาวที่ยืนคอแข็งอยู่ตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้  แต่แล้วเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างอวบอิ่มที่เดินเข้ามา

“คุณชัชคะ  มายืนทำอะไรตรงนี้คะ”  ผู้หญิงสาวกลางคนที่เพิ่งจะกลับมารีบเดินมาหาคล้องเข้าที่แขนของสามีเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ   ดวงตายาวรีจิกตามองหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าตาขวาง

“สวัสดีค่ะ” นางแบบสาวยกมือขึ้นมาไหว้ตามมารยาท

“เธอมาทำอะไรที่บ้านของฉัน” ถามพร้อมกับจิกตาใส่หญิงสาวรุ่นลูกที่ดูสวยสะดุดตาและมีเสน่ห์ที่ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ดีเหลือเกิน

“มาอยู่เป็นเพื่อนแพทค่ะ”  ตอบกลับเสียงดังฉะฉาน  น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่นิด  ดวงตายาวรีมองผู้หญิงวัยกลางคนด้วยความไม่ชอบใจ  ยิ่งเห็นว่าฝ่ามือนุ่มจับเข้าที่แขนแกร่งของคนตัวโตไม่ปล่อย  เธอก็ยิ่งไม่ชอบเอาเสียเลย 

“ทำไมจะต้องมาอยู่เป็นเพื่อนหนูแพทด้วย  หนูแพทเป็นอะไร” ตะคอกใส่อีกคนด้วยความหึงหวง  ดวงตาคู่สวยที่กรีดด้วยอายไลเนอร์มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า  ฝ่ามือนุ่มกระชับเข้าที่แขนของสามีแน่นขึ้น

“พอดียัยแพทไม่ค่อยสบายน่ะ”  เป็นร่างสูงที่ตอบแทน  คนตัวโตปรายตามองภรรยาที่ยืนอยู่ข้างๆ  เมื่อตอนนี้เธอบีบเข้าที่ท่อนแขนของเขาโดยไม่รู้ตัว

“อุ๊ย  ตายแล้ว  หนูแพทป่วยเหรอคะ” ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ

“อืม” ร่างสูงพยักหน้าเล็กน้อย

“เดี๋ยวพรขอตัวไปดูหนูแพทสักหน่อยนะคะ  ไม่รู้ว่าไม่สบายเป็นอะไรมากหรือเปล่า”  เงยหน้ามองสามีที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว

“โดนเศษแก้วบาดเท้าน่ะก็เลยมีไข้” ตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มและอ่อนโยนผิดกับพูดกับใครบางคน  นางแบบสาวเบือนหน้าหนีโดยไม่รู้ตัว  เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงที่อ่อนโยนของสามีภรรยาที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“ตายจริง  ฉันขอเข้าไปดูหน่อยนะคะ” ผละจากร่างหนาของสามี  ผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้าไปในห้องของลูกเลี้ยงสาวโดยพละการโดยมีสามีเดินตามไปติดๆ  ประตูห้องถูกเปิดออกทำให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงต้องหันไปมอง  คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความไม่ชอบใจ

“หนูแพทได้ข่าวว่าไม่สบายเป็นยังไงบ้างคะ  น้าล่ะเป็นห่วงแทบแย่”  ร่างบางนั่งลงข้างๆลูกเลี้ยงสาวที่เพิ่งจะทานข้าวอิ่ม  หญิงสาววางแก้วน้ำกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง

“แพทไม่ได้ยินที่คุณพรถามหรือไง” คนที่เป็นพ่อถามลูกสาวที่นั่งหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับ

“ออกไปเลยนะ  อย่ามาเสนอหน้าทำตัวเป็นคนดี”

“แพทคุณพรเขาหวังดีนะ”  คนที่เป็นพ่อปรามลูกสาวเมื่อเห็นว่าภรรยาหน้าเจื่อนลง

“หนูไม่เคยเห็นความหวังดีในตัวของผู้หญิงคนนี้เลยค่ะ” เริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาอีก

“คุณชัชคะ  พรเป็นห่วงหนูแพทจริงๆนะคะ  หนูแพทก็เหมือนกับลูกของพรคนหนึ่งด้วยเหมือนกัน” เงยหน้ามองสามีเพื่อขอความเห็นใจ

“ตอแหล  ออกไปเลยไป” คนที่กำลังเจ็บแผลตะโกนไล่เสียงดังลั่นห้อง 

“ยัยแพท”  เรียกชื่อของลูกสาวเสียงดังจนกลายเป็นตะคอก

“คุณพ่อพานางบำเรอของคุณพ่อออกไปเลยค่ะ” เบือนหน้าหนีทันทีที่พูดจบ  แค่ฟังเสียงเธอก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เสแสร้งแต่ทำไมคนเป็นพ่อถึงไม่เห็นบ้างนะ

“มันจะมากไปแล้วนะคะหนูแพท  น้าไปทำอะไรให้ทำไมถึงต้องเกลียดน้าขนาดนี้” ลุกขึ้นยืนด้วยความลืมตัว

“ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้  ไสหัวออกไปเลยไป”  ชี้หน้าไล่อย่างไม่เกรงกลัว  ผู้หญิงวัยกลางคนมองลูกเลี้ยงสาวตาเขียว

“พอได้แล้วยัยแพท  คุณพรเขาแค่เป็นห่วง”  

“เอากองไว้ตรงนั้นแหละค่ะ  แพทไม่อยากได้ความห่วงใยจากผู้หญิงคนนี้”  โต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้  และก็ต้องเป็นคนที่เป็นพ่อที่ล่าถอยออกมา

“กลับห้องก่อนเถอะคุณ  พูดกับเด็กที่ไม่รู้จักโตก็เป็นแบบนี้แหละ” จับเข้าที่ฝ่ามือนุ่มของภรรยาและกำลังจะเดินออกจากห้องของลูกสาวไป  ร่างสูงชำเลืองมองนางแบบสาวที่ยืนอยู่ที่หน้าห้องด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย  นางแบบสาวหันไปมองประตูบานใหญ่ที่เพิ่งจะถูกปิดลงด้วยความหดหู่   ร่างบางเดินมาหาเพื่อนสาวที่นั่งอยู่บนเตียงหลังจากที่ทุกคนออกไปหมดแล้ว

“แพทล่ะเกลียดมันจริงๆ  เมื่อไหร่มันจะออกไปจากบ้านของแพทสักทีก็ไม่รู้” คนที่นั่งอยู่บนเตียงบ่นอุบ  ฝ่ามือนุ่มกำเข้ากับผ้าปูที่นอนเอาไว้จนมือสั่น

“ใจเย็นๆก่อนนะ  อ้อนว่าแพททานยาก่อนดีกว่า” ยกแก้วน้ำและยาส่งให้กับเพื่อนสาว 

“ขอบใจจ้ะ” หย่อนเม็ดยาเข้าไปในปากและรีบดื่มน้ำตาม  ก่อนที่จะส่งแก้วน้ำให้กับเพื่อนรัก

“อ้อนอยู่เป็นเพื่อนแพทนะ”

“จ้ะ” ส่งยิ้มอบอุ่นให้กับเพื่อนรักถึงแม้ในใจจะหนักอึ้งก็ตาม 

“แพทนอนพักผ่อนก่อนดีกว่านะ  เดี๋ยวตอนบ่ายต้องไปล้างแผลที่โรงพยาบาลอีก”  ดันร่างของเพื่อนรักให้นอนลงและจัดการห่มผ้าให้  สักพักคนที่ถูกฤทธิ์ยาเข้าครอบงำก็ค่อยๆหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย  นางแบบสาวที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรก็หาหนังสือแฟชั่นขึ้นมาอ่านไปพลางๆ  เธอไม่อยากลงไปข้างล่างตอนนี้เพราะกลัวว่าจะเจอกับพ่อของเพื่อนสาวอีก  เพราะถ้าเจอก็คงจะมีคำพูดที่ทำร้ายเธออีกมากมาย  หญิงสาววางหนังสือลงและนั่งหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า 

ผ่านมาหลายวันแล้วที่นางแบบสาวเอาแต่หมกตัวอยู่กับเพื่อนบนห้อง  สร้างความไม่พอใจให้กับประมุขของบ้านเป็นอย่างมาก

“ดูเพื่อนของหนูแพทสิคะ เอาแต่ประจบประแจงหนูแพททั้งวัน  ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปบ้าง” เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่พูดออกมาก่อน  เธอต้องการให้นางแบบสาวออกไปจากบ้านหลังนี้  เพราะเพียงแค่มองตาก็รู้แล้วว่านางแบบสาวแอบหลงรักสามีของเธอ  และถ้ามองไม่ผิดสามีของเธอก็ดูแปลกๆไปเหมือนกัน

“ผมให้คนที่บ้านคอยดูอยู่” ชำเลืองมองไปยังชั้นบนของบ้านด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง   เพราะหลายวันมานี้เขาไม่เจอหน้าของหญิงสาวเลย  ขนาดเข้าไปดูอาการของลูกสาวถึงในห้องแต่ก็ยังไม่เจอนางแบบสาวอยู่ดี  ไม่รู้ว่าตอนที่เขาเข้าไปนางแบบสาวไปหลบอยู่ส่วนไหนของห้อง  ร่างหนาคิดด้วยความหงุดหงิด 

“ผมไปทำงานก่อนนะ  วันนี้ผมมีประชุมแต่เช้า”

“ค่ะ” เดินไปส่งสามีที่หน้าบ้านอย่างออดอ้อน 

“เสื้อค่ะ”  ยื่นเสื้อสูทตัวหนาให้กับสามี

“แล้วหนูเดือนจะกลับวันนี้หรือเปล่า”

“คงจะอีกสักพักค่ะ  เห็นว่ายังคุยงานไม่เรียบร้อย” พูดถึงลูกสาวที่เธอส่งตัวให้ไปดูงานที่ต่างประเทศกะทันหัน

“หนูเดือนทำงานดีมากกลับมาผมจะต้องเลื่อนตำแหน่งให้สักหน่อยแล้ว”

“ขอบคุณแทนลูกเดือนด้วยนะคะ” พนมมือและกราบลงที่อกแกร่งอย่างรู้งาน  ผู้ชายร้อยทั้งร้อยแพ้มารยาของผู้หญิง  และคนที่ผ่านโลกมามากก็ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองพลาด

“ผมไปทำงานก่อนนะ” เดินไปยังรถคันโตที่ถูกจอดรออยู่ก่อนแล้ว  และทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกไป  ผู้หญิงวัยกลางคนก็รีบเดินไปคว้ากระเป๋าสะพายและออกจากบ้านไปด้วยความดีใจ  โดยมีสายตาของนางแบบสาวมองตามด้วยความสงสัย

“จะรีบไปไหนนะ” มองตามผู้หญิงวัยกลางคนที่เดินแกมวิ่งไปยังประตูรั้วบานใหญ่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

19 ความคิดเห็น