|  |  | เป็นที่ทราบกันดีว่า วันเด็ก ก็คือวันของเด็ก ๆ ที่ผู้ใหญ่ตั้งใจมอบโอกาสในการเข้าถึงสาระความรู้ - ประสบการณ์น่าประทับใจต่าง ๆ ให้กับอนาคตของชาติ แถมยังเปิดโอกาสให้เด็กได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนมุมมองของตัวเองที่มีต่อสังคมให้ผู้ใหญ่ได้รับฟัง จึงไม่แปลกที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านต่างหมายมั่นปั้นมือจะพาลูกไปสัมผัสประสบการณ์วันเด็กที่น่าประทับใจนี้กันให้จงได้ อย่างไรก็ดี เด็กและผู้ปกครองที่ตั้งใจจะเข้าร่วมกิจกรรมในวันเสาร์นี้ ก็ไม่ควรละเลยกฎกติกามารยาททางสังคมด้วยเช่นกัน เพื่อให้การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่เกิดเหตุการณ์บาดหมาง สร้างความขัดแย้งกับผู้อื่นตามมา ซึ่งมารยาทที่พึงมีได้แก่ 1. รู้จักเข้าแถว การแจกของขวัญ ของชำร่วยให้กับเด็กในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติเป็นสิ่งที่พบได้ทุกที่ และก็ถือเป็นโชคดีของประเทศไทยที่มีพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยเห็นคุณค่าของการเข้าคิวรอรับของขวัญ ต่อคิวกันจนเป็นแถวยาวเหยียด ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ครอบครัวสอนให้ลูกรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น แต่ก็มีบางครอบครัวที่หาทางจะละเมิดกฎข้อนี้ อันนำไปสู่ พฤติกรรมการแซงคิว (ซึ่งโดยมากมักนำทีมโดยผู้ใหญ่เสีียด้วย) การยื้อแย่งสิ่งของ หรือการยืนรุมเจ้าหน้าที่ผู้แจกของขวัญ ฯลฯ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในวันเด็กค่ะ (จริง ๆ แล้ววันอื่น ๆ ก็ไม่ควรทำเช่นกัน) เพราะนอกจากจะสร้างความบาดหมางให้กับผู้ที่ต่อคิวอย่างเป็นระเบียบแล้ว พฤติกรรมของพ่อแม่เหล่านั้นก็ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีที่ลูก ๆ ควรเห็นอีกด้วย 2. รู้จักอดทน ความที่กิจกรรมวันเด็กได้รับความนิยมสูง สถานที่เช่น ทำเนียบรัฐบาล กองทัพบก กองทัพเรือ ฯลฯ จึงอาจแน่นขนัดไปด้วยผู้คน รถราติดขัด ดังนั้น หากจะพาลูกไปร่วมกิจกรรมก็ควรฝึก "ความอดทน" เตรียมพร้อมให้ลูกเอาไว้ก่อนก็จะเป็นการดีค่ะ เพราะเด็กอาจต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เขาไม่ชอบ อากาศร้อน เสียงดัง คนเยอะ ถูกพ่อแม่จูงตลอดเวลา(กันพลัดหลง) ทำให้ไม่มีอิสระในการวิ่งเล่น เหล่านี้เป็นที่มาของการงอแง อารมณ์ไม่ดีได้ในที่สุด อย่างไรก็ดี ระยะหลัง ๆ มานี้ เส้นความอดทนของเด็กและผู้ใหญ่ในสังคมไทยขาดผึงกันได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก โดยเฉพาะการถูกแซงคิว ซึ่งคนที่แซงคิวคนอื่นสมควรถูกตำหนินั้นถูกต้องแล้ว แต่ว่า คุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่ควรอารมณ์เสีย หรือทำให้เกิดสถานการณ์กระทบกระทั่งบานปลายกับผู้ที่ละเมิดสิทธิคนนั้น ถ้าสามารถข่มใจ หันมาเล่นกับลูกแทน ชี้ชวนให้ลูกดูสิ่งอื่นที่จรรโลงใจกว่า ก็คงจะดีไม่น้อยค่ะ (ดีกว่าให้ลูกเห็นว่าเราระเบิดอารมณ์ใส่คนอื่น) สุดท้ายแล้ว การที่เด็กคนหนึ่งสามารถอดทน ยิ้ม มีความสุข และมองโลกในแง่ดีได้ในทุกสถานการณ์ คนที่ควรยกย่องมากกว่าใครก็หนีไม่พ้นพ่อแม่ผู้อบรมนั่นเองค่ะ 3. รู้จักขอบคุณ-ขอโทษ ในสังคมไทย ยามที่ผู้ใหญ่มอบของขวัญให้แล้วเด็กยกมือไหว้อย่างนอบน้อม พร้อมกล่าวคำว่า "ขอบคุณค่ะ/ครับ" ย่อมทำให้ผู้ที่มองเห็น อดยิ้มอย่างชื่นชมไม่ได้ ตรงกันข้ามกับเด็กที่ "ขาด" ในสิ่งเหล่านี้ ที่มักทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างเห็นแล้วรู้สึกอิดหนาระอาใจไปตาม ๆ กัน คำขอโทษก็เช่นเดียวกันกัน เพราะคงต้องมีบ้างที่เด็กจะเกิดการกระทบกระทั่งกับเด็กคนอื่น (แม้แต่ผู้ใหญ่ก็มีสิทธิเช่นกัน) การกล่าวคำขอโทษอย่างรวดเร็วจึงเป็นการเยียวยาความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ดีกว่าคำอีกนับหมื่นนับพัน และช่วยให้บรรยากาศการเที่ยวไม่กร่อยลงอีกด้วย 4. รู้จักแบ่งปัน กิจกรรมวันเด็กถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะสอนให้เด็กรู้จักการแบ่งปัน เพราะทั้งอาหาร ขนม ของเล่น ของขวัญ นั้นถูกเตรียมไว้มากมายสำหรับให้บริการเด็ก ๆ ดังนั้น หากเด็กได้รับของขวัญ - ขนมมามากกว่า 1 ชิ้น คุณพ่อคุณแม่อาจสอนให้ลูกแบ่งให้เด็กคนข้าง ๆ ที่เขายังไม่ได้รับ หรือเก็บไปฝากเด็กข้างบ้านที่ไม่มีโอกาสมาเดินเที่ยวงาน ฯลฯ ได้เช่นกัน นอกจากนั้น กิจกรรมการพาลูกไปทำบุญในสถานที่ที่ยังขาดแคลนก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ดี ดังที่คอลัมนิสต์ของ Life & Family ดร.สุภาพร เทพยสุวรรณ ได้ให้คำแนะนำเอาไว้ในบทความ .......... ยุคนี้ จะเที่ยววันเด็กให้สนุกก็ต้องสอนให้ลูกรู้สึกเคารพสิทธิของคนอื่นค่ะ
|
|
ความคิดเห็น