Angel237
ดู Blog ทั้งหมด

วิเคราะห์เกี่ยวกับการแบนค่ะ

เขียนโดย Angel237

อ่า สวัสดีค่ะ วันนี้แวะมาเข้าบล็อกอีกทีหลังจากอัพฉลองคริสต์มาสไปหยกๆ อยากจะบ่นนิดนึงว่าช่วงนี้.......

ยุ่งชิบหายเลยว้อยยยยยยยย!!!!!

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมือเป็นระวิงขนาดนี้ เพิ่งรู้ว่าภาระของพี่ชายพี่สาวคนโตของตระกูลมันหนักขนาดไหน ยิ่งตอนนี้อีพี่บ้าหนีหายไปเสวยสุขพักร้อนทัวร์ยุโรปแล้ว...แม่ม....อย่าให้ถึงทีช้านบ้างนะเฟร้ยย นอกจากนั้น อีงานพวกนี้ก็จะท่วมหัวชั้นอยู่แล้ว ชั้นเรียนอักษรเพื่อจะทำงานสนุกๆสบายๆไม่ซีเรียสกับชีวิตนะคะ แต่อีกองแฟ้มบริหาร + ตรวจเช็คพนักงาน นี่มันอาร้ายยยยย!!?? หน้าที่พี่ก็อย่าโยนให้น้องสิคะคุณน้า ฮือออออ TT^TT

เอาละค่ะ หลังจากบ่นกันพอหอมปากหอมคอ เนื่องจากว่าวันนี้หัวข้อเราบดเบียดเสียดประเด็นร้อนฉ่าราวกับออกมาจากหม้อไฟสุกี้ 1000 องศา วันนี้ไลท์จะมาคุยเกี่ยวกับการ แบนค่ะ

ไลท์เคยคุยกับอาจารย์เกี่ยวกับเนื้อหานิยายสมัยใหม่ที่มีการบรรยายฉากพระฉากนางให้ลึกซึ้ง ว่ามันเป็นการมอบทัศนคติและความรู้ที่เกินตัวให้กับเยาวชนรึเปล่า? เพราะว่าหนังสือมันหยิบอ่านง่ายและดูดซับได้ง่ายถึงง่ายมากที่สุดสำหรับเด็กๆ อาจารย์เค้าก็หยุดคิดนิดหนึ่งแล้วก็ตอบกลับมา ว่ามันก็ต้องแล้วแต่ทัศนนิยมของแต่ละคน ถ้ามองในแบบอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย มันก็สมควรอยู่ที่จะให้เรื่องบนเตียงเป็นอะไรที่ควรจะเรียนรู้เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นการตีกรอบสังคมในแง่ของการพัฒนาได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้ามองในทัศนนิยมของต่างประเทศ การกระทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการมอบไฟให้มนุษย์ ถ้านำไปใช้ถูกทางก็จะทำให้มีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นและความระมัดระวังรอบคอบมากขึ้น แต่ถ้าหากใช้ผิดทาง ก็อาจทำให้สังคมเกิดการเน่าเฟะได้เหมือนกัน มันแล้วแต่ว่าเราต้องการแบบไหน การเดินในเส้นทางที่ตีกรอบเอาไว้แล้ว? หรือว่าต้องการให้เดินเองจนรู้กรอบของตัวเองว่าอยู่ตรงไหนในระดับไหน

อาจารย์พูดแบบนี้เหมือนเป็นการทิ้งให้ไลท์คิดเหมือนกันนะคะ ว่าเราเป็นอะไร? เป็นผู้ชี้นำที่ถูกต้องของสังคมให้เป็นไปในทิศที่เหมาะสม? หรือเป็นเพียงแต่ผู้มืดบอดที่ตีตราสังคมเพื่อมิให้เขาได้เดินได้ด้วยตัวเอง?

อาจเป็นเพราะอาจารย์เข้าใจนิสัยส่วนตัวของไลท์ดีก็ได้ ความฉลาดที่จะปล่อยปมให้ไลท์ได้ขมวดเอาเอง ว่าทางเลือกใดที่จะเลือก เพื่อให้ผลแบบใดบังเกิดแก่ตามที่ต้องการ นักปราชญ์ที่เก่งที่สุดคือนักปราชญ์ที่ปล่อยให้ลูกศิษย์ได้ลงมือจับปลาเอง มิใช่จับปลามาให้ คนที่ฉลาดที่สุดคือคนที่เรียนรู้จากความสำเร็จและความพ่ายแพ้ของผู้อื่น มองทั้งด้านแห่งความดีและความชั่วร้ายของคนหนึ่งคน

หากบอกว่าเราเป็นผู้ชี้นำสังคมให้เหมาะสม แต่อะไรคือสิ่งที่เหมาะสมล่ะ? มนุษย์ไม่มีวันที่จะรู้ถึงสิ่งที่ถูกต้องได้หากไม่เคยที่จะเรียนรู้ถึงสิ่งที่ผิดพลาด หากไม่เคยพบเจอสงคราม ก็จะไม่รู้ว่าอะไรคือสันติภาพ หากเขาไม่เคยที่จะลำบาก แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอะไรคือความสบาย? เรื่องแบบนี้ก็เหมือนกันค่ะ ถ้าเขาไม่รู้ว่าส่วนไหนที่เป็นความรัก เขาจะรู้ไหมว่าส่วนไหนคือความใคร่? การปิดบังทุกอย่างรอบด้านของฉากพระนางไม่ได้แก้ปัญหา มันเป็นเพียงแค่การปัดสวะให้พ้นจากตัว จุดประสงค์ที่แท้จริงของการแบนนั้นไม่ได้แก้อะไรเลย การเปลี่ยนแปลงมันขึ้นอยู่กับการชี้นำค่ะ แทนที่จะบอกว่าให้แก้ไขบทความทันที ทำไมไม่บอกให้ชี้นำอย่างถูกต้องแทนล่ะคะ? การลบออกไปไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร การย้ายไปไว้ที่บอร์ดอื่นๆก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรอีกเช่นกัน การชี้นำให้คนอ่านคนอื่นเข้าใจว่าส่วนไหนคืออะไรต่างหากที่จะเปลี่ยนแปลง มอบความรู้ให้เขาสิคะว่าการกระทำไหนเกิดจากความรัก และการกระทำไหนเกิดจากความใคร่ สร้างมาตรฐานทางจริยธรรมให้เขาสิคะ ไม่ใช่การทำลายมาตรฐานทางจริยธรรมของเขา

มดตัวเล็กตัวหนึ่งไม่สามารถที่จะทำลายราชอาณาจักรได้ หากแต่มดตัวเล็กตัวหนึ่งสามารถมอบความรู้ที่จะส่งต่อให้เกิดกระแสคลื่นที่จะแผ่วงกว้างออกไป แล้วจากนั้น ราชอาณาจักรจึงจะเปลี่ยนแปลงได้เอง

ไลท์เคยไปเจอกระทู้นี้มา >>>คลิ๊กค่ะ<<<

มันแสดงอะไรได้เยอะนะคะ หากเว็บมาสเตอร์รับไว้พิจารณาไลท์ไม่แปลกใจ และหากเว็บมาสเตอร์มองว่าบล็อกครั้งนี้เป็นอะไรที่ส่อเสียด ไลท์ก็ไม่แปลกใจค่ะ การกระทำที่ได้รับผลตอบแทน เป็นสิ่งล่อตาล่อใจมนุษย์โดยธรรมชาติ แต่หากการกระทำนั้นเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงอยู่ขอบของมาตรฐานทางจริยธรรม... มันจะแสดงถึงอะไรเล่า?

การแจ้งแบนเดี๋ยวนี้ทำเพื่ออะไร? เคยมีใครที่มองลึกๆถึงจุดนั้นรึเปล่า? คนที่เขียนเมื่อถูกแจ้งแบนส่วนมากก็จะสติแตก ไม่โวยวายก็ดื้อเงียบ ส่วนคนแจ้งแบนก็จะรู้สึกภูมิใจ เหมือนคิดว่าตัวเองทำให้สังคมพัฒนาขึ้น แต่ไม่ใช่ค่ะ

โดยทั่วไป มนุษย์ชื่นชอบที่จะมีอำนาจไว้กับตัวเอง การแจ้งแบนแล้วพอมาเห็นว่าเรื่องที่ตัวเองแจ้งแบนถูกแบนจริงๆ มันทำให้เขารู้สึกมีอำนาจ ทุกคนต้องกลัว หากเว็บมาสเตอร์จะบอกว่าไม่จริง ลองหันดูรอบตัวสิคะ เดี๋ยวนี้การแบนเป็นอะไรที่ไม่ใช่ไรท์เตอร์ส่วนมากมองว่าดีแล้ว มันไม่ใช่การตักเตือน มันกลายเป็นอะไรบางอย่างที่ดำมืด และน่าหวาดกลัว ทุกคนจะหลีกหนี หลบเลี่ยง หวาดกลัวราวกับกลัวปีศาจร้าย เช่นกัน ผู้ประสงค์ดีที่กล่าวว่าตนเองทำเพื่อประโยชน์ของเว็บไซต์ มั่นใจแน่หรือ? มั่นใจหรือว่าคุณไม่ได้แสดงอำนาจเพื่อความต้องการและสนองการเติมเต็มภายในจิตใจเบื้องลึกอันสุดหยั่งถึงของคุณ... และหากการแบนด้วยจุดประสงค์อย่างนั้นได้รับผลตอบแทน ในฐานะถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้ดูแลเว็บไซต์และมอบสิ่งนั้นให้ คุณจะตอบว่าอย่างไร? สิ่งที่จะคิดต่อมันคือวิจารณญาณและมาตรฐานทางจริยธรรมของคุณแล้วค่ะ

ไลท์เป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ก้ำกึ่งระหว่างแสงสว่างและความมืด ไลท์มองว่าสิ่งที่มนุษย์เรียนรู้ควรเกิดจากการกระทำของตัวเอง แต่เช่นกัน บทเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำซากมาตลอดทั่วช่วงชีวิตของประวัติศาสตร์ เราก็ควรเรียนรู้และจดจำมันไว้โดยที่ไม่ต้องไปทำซ้ำไม่ใช่หรือ  แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดี.........มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์มิใช่หรือ?

หากเราทำสิ่งใด ทำอะไรด้วยตนเองแล้วผิดพลาด มันก็จะจดจำเอาเองเป็นบทเรียน เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง แต่เช่นเดียวกัน ถ้าบทเรียนใดที่เราฟังโดยที่ได้เพียงคิดเอาไว้ มนุษย์เองก็ย่อมที่จะอยากรู้อยากเห็น มันเป็นกระแสแห่งการเรียนรู้โดยธรรมชาติ อยากรู้ว่าไอ้สิ่งที่ห้ามนักน่ะ มันจริงหรือ? การลงมือทำจะเกิดอะไรขึ้น? และมนุษย์ก็จะลงมือทำในสิ่งนั้นๆเอง ซึ่งผลส่วนมากก็จะผิดพลาด

ทั้งหมดนี้เองที่ประกอบขึ้นมาเป็นมนุษย์ การปกปิดและตราหน้าสิ่งหนึ่งว่าไม่ดี ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา การแก้ปัญหาคือการชี้นำอย่างมีสติ มอบตัวอย่างและผลกระทบให้เขาดู

เด็กทุกคนผิดพลาดได้ และเด็กทุกคนก็สามารถหันมาเพื่อมองในปัญหาเดียวกันในหลากหลายมุมมอง เด็กไทยติดอันดับแก้โจทย์ปัญหาเก่งที่สุดในโลก แต่ความคิดสร้างสรรค์ต่ำที่สุดในโลก เหตุเพราะว่าสังคมที่ตีกรอบเรามากเกินไปทำให้เรามองไม่เห็นถึงความซ้ำซากของประวัติศาสตร์ และความผิดพลาดซ้ำซากของมนุษย์ เด็กไทยปฏิเสธที่จะเรียนรู้โดยการลงมือทำ ขณะที่เด็กต่างชาติแก้ปัญหาเก่ง และเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆได้เร็ว แต่ไม่แม่นเกี่ยวกับทฤษฏี เป็นเพราะสังคมที่เปิดกว้างจนน่ากลัว ทำให้เขาได้โอกาสมากที่จะลงมือทำในหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง เมื่อได้ทำก็ตอบสนองต่อพัฒนาการ... พัฒนาการที่จะเรียนรู้ความผิดพลาดซ้ำซากที่เกิดขึ้น

ตัวไลท์เองโตในวัยเด็กที่อังกฤษ และมีช่วงวัยรุ่นที่ไทย ทำให้ตัวไลท์เองมองได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะค่ะ ว่าจะเป็นแบบไหน?

ท้ายนี้ ไลท์ทิ้งไว้ถามหน่อยค่ะ สำหรับเหล่าผู้ที่ชอบแจ้งแบนและเหล่าผู้แบนทั้งหลาย

Who are you? Young one…

The Angel of Revenge, or a Faithful Savior? Which duty will you bear on your shoulder?

Salvation?

Or just simply sickle of your own mind fulfill?

Could you tolerate the prejudice? Or you just walk in the part of fame and fortune?

Choose wise…… and be discreet decide, Young one…

บางคนอาจมองว่าไลท์เป็นใคร? ทำไมถึงกล้ามาเขียนฉอดๆใส่แบบนี้? เห็นบล็อกก่อนๆก็มีแต่รีวิวเกมไม่ก็สรุปเนื้อเรื่องเกมทั้งนั้น อย่างที่บอกค่ะ เกมที่ดีซ่อนอะไรไว้อย่างที่เราคาดไม่ถึง คนที่มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น วิสัยทัศน์ของคนๆนั้นย่อมแปลกและแตกต่างเสมอ คิงดองฮาร์ทมอบแนวคิดของแสงสว่างและความมืดให้ไลท์ ไฟนอลแฟนตาซีภาคหลังๆตั้งแต่สิบมา ก็เริ่มแตะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้องและความไม่ถูกต้องที่มีความเหลื่อมล้ำทางจริยธรรมและจิตวิญญาณ ให้คุณได้คิดทั้งสองแบบ ตัวร้ายมีเหตุและมีผลที่เราแย้งไม่ออก เพราะถ้าหากคุณเป็นคนๆนั้น คุณก็คงจะทำเช่นนั้นเช่นเดียวกัน ขอให้โชคดีและมีความสุขกับวันปีใหม่ค่ะ ^.^

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น