Part V: Seven Princesses of Light
ตัดซีนมาที่ริคุซึ่งยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหน้าร่างไคริบนเรือโจรสลัดสุดโฉด พลังของริคุเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆด้วยพลังอำนาจด้านมืด แต่กลับไม่ถูกความมืดกลืนกินตัวตน เนื่องด้วยความสามารถพิเศษของตัวเขาเอง พลังแห่งความมืดจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นแต่เพียงหัวใจที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น หรือผู้ที่มีพลังด้านลบอยู่มาก ก็จะได้รับพลังจากความมืดมากขึ้นและไม่ถูกดูดกลืนเช่นกัน มาเลฟิเซนต์ที่รับบทเป็นแม่ยกริคุ เห็นดังนั้นก็ยุต่อ (อีนี่รู้สึกชอบหลอกคนนะ = =”) แล้วก็เริ่มเปรยๆถึงแผนการของนาง ว่าริคุจะมาอยู่เป็นพวกด้วยกันไหม ว่าแล้วเจ๊แกก็เริ่มร่ายถึงตำนานโบราณ
มาเลฟิเซนต์ : ข้าบอกเจ้าแล้ว เด็กนั่นไม่ใช่เพื่อนของเจ้าอีกต่อไปแล้ว เจ้าไว้ใจเขาไม่ได้อีกแล้ว
ริคุ :
มาเลฟิเซนต์ : (กรีดยิ้มบางๆแล้วเอามือแปะบนไหล่) มันน่าเศร้า แต่มันคือความจริง อีกอย่าง เจ้าก็แข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว ตกลงเจ้าจะมาร่วมมือกับข้าไหม
ริคุ :
(มองหน้ามาเลฟิเซนต์ด้วยท่าทีเรียบนิ่งยังกับน้ำแข็ง)
มาเลฟิเซนต์ : (เวง ไอ้นี่มันกล่อมยากแฮะ เปลี่ยนเรื่องๆ) นานมาแล้ว มีหญิงสาวเจ็ดคนที่ครอบครองหัวใจพิสุทธิ์แห่งแสงสว่างเจ็ดดวง หากรวมรวบเจ็ดหัวใจนั้นได้ครบ จะทำให้สามารถเปิดประตูแห่งหัวใจใดๆก็ได้ในโลก เผยถึงประตูสู่อาณาจักรแห่งหัวใจ (Kingdom Heart) อีกทั้งผู้ถือคีย์เบลดซึ่งเปิดผนึกนั้นจะได้รับความรู้และพลังอันไม่มีสิ้นสุดของอาณาจักรแห่งหัวใจ ถ้าหากเจ้าช่วยข้ารวบรวมมันทั้งหมด ไม่แน่ใจว่าหัวใจของไคริอาจจะถูกปลดปล่อยด้วยเช่นกัน...
ริคุ : ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยไคริ...
ริคุรับปากไปด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ ดวงตาของเด็กหนุ่มตอนนี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งอารมณ์
Caution:
- การช่วยมาเลฟิเซนต์เป็นเพียงหนึ่งในการทดสอบที่ริคุเห็นว่ามันจะช่วยให้เขาก้าวขึ้นไปเหนือกว่าโซระเท่านั้นค่ะ การช่วยไคริเองก็เช่นกัน หากเขาช่วยไคริได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งโซระ โซระก็จะเห็นว่าเขาเก่งกว่า
กลับมาที่กลุ่มทีมโซระ ซึ่งได้เดินทางมาถึงทะเลทรายอาหรับแดนอาละดิน ซึ่งได้ไปช่วยอาละดินที่ซุ่มซ่ามตกบ่อทรายดูด ในอีกทางหนึ่ง เจ้าหญิงแจสมินก็วิ่งหนีพวกสมุนของมหาเสนาบดีจาฟาร์เป็นพัลวัน ขณะที่เจ้าตัวเดินเชิดชมเมืองพร้อมกับมาเลฟิเซนต์ ซึ่งแม่มดสาวสองพันปีก็ทำหน้าเบื่อหน่ายพร้อมทั้งกำชับไม่ให้จาฟาร์พึ่งพลังความมืดมากเกินไป มิฉะนั้นจะถูกความมืดแด๊กเอาได้
ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ แต่ผลสุดท้ายเจ้าหญิงแจสมินก็ถูกจับได้แล้วเอาถ่วงใส่ไห ให้มาเลฟิเซนต์หิ้วติดไม้ติดมือกลับไปที่สภาประหนึ่งเป็นของฝากจากแดนไกล และจาฟาร์ก็รับบทคนถ่วงเวลาสู้กับเรา ขณะที่โซระทันเห็นมาเลฟิเซนต์เพียงแวบเดียว
โซระ : แกคือมาเลฟิเซนต์ใช่มั๊ย!!??
โซระ : แกทำอะไรกับริคุ!!!
มาเลฟิเซนต์ : ......(มองหน้าโซระเหยียดๆประหนึ่งมองแมลงสาบ)
ว่าแล้วชีก็เดินลับวาร์ปผ่านรูกุญแจไป ทิ้งให้โซระกัดฟันกรอดๆแล้วหันไปถามจาฟาร์
โซระ : แกเป็นพวกเดียวกับมาเลฟิเซนต์ แกจับแจสมินไปทำไม!?
จาฟาร์ : ข้าไม่จำเป็นต้องตอบหนูสกปรก (ว่าแล้วก็ทำหน้าตาชั่วๆประหนึ่งกูเป็นตัวร้ายติดอันดับโลก)
จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการสู้ล้างผลาญกับจาฟาร์ ขอบอกว่าร่างสุดท้ายสู้ยากค่ะ เล็งอีนกแก้วเอียโก้ยากมาก แถมพื้นก็ขึ้นๆลงๆ รำคาญเว้ยเฮ้ย!! แต่ก็เป็นไปตามฉากจบดิสนี่ย์ปกติ จาฟาร์ถูกดูดเข้าตะเกียงจากพรของตัวเอง แล้วโซระก็จะเริ่มระแคะระคายเกี่ยวกับการทำงานของไอ้พวกกลุ่มสภาตัวร้ายทั้งหลาย
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ไปปราบเจ๊หมึกอ้วนเออร์ซูล่าที่โลกแอตแลนติกา เนื้อเรื่องก็จะคล้ายๆกับในการ์ตูน แต่ทางวกวนค่ะ ต้องจำทางดีๆ เพราะภาค I จะไม่มีระบบแผนที่ให้ ต้องจำลูกเดียวค่ะ แล้วก็บังคับการเคลื่อนไหวในโลกแอตแลนติกาจะยากหน่อย แต่ถ้าฝึกดีๆก็ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะทิศของการโจมตีมันจะหันหาศัตรูอัตโนมัติอยู่แล้ว แล้วก็ไปต่อที่ฮาโลวีนทาว์น ไปฆ่ากระสอบทราบยัดแมลง (อูกี้บูกี้) โลกนี้จะไม่น่าอภิรมย์ค่ะ มีแต่อะไรก็ไม่รู้เลือดสาดไปหมด ไม่น่าทัศนาๆ -0-
ทีนี้กลับมาที่โลกสำคัญค่ะ คือเนเวอร์แลนด์ เป็นโลกของปีเตอร์แพน โซระที่ขับยานเข้าโลกมาอย่างเอ๋อๆ จู่ๆก็ถูกเรือโจรสลัดบิ๊กเบิ้มจี้ โซระที่สู้กับฮาร์ทเลสโจรสลัดจู่ๆก็อึ้งไปเมื่อเจอกับริคุที่ยืนเท่เป็นผู้บัญชาการฮาร์ทเลสบนเรือพร้อมกับกัปตันฮุค แล้วผลสุดท้ายคือโซระไปถูกขังร่วมห้องกับปีเตอร์แพนค่ะ (เหมือนจะน่าสมเพชชอบกล =_=”)
แต่ด้วยความรัก(?)ที่โซระมีต่อริคุ ต้องการจะหาคำตอบให้ได้ว่าริคุเป็นอะไรและไคริอยู่ที่ไหน โซระเลยแหกคุกออกมาพร้อมกันปีเตอร์แพน บุกฝ่าไปเรื่อยๆจนไปเจอกับริคุที่ยืนนิ่งอยู่ข้างไคริที่เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณ
ริคุ : ว่าไงโซระ (ยิ้มเย็นๆ)
โซระ : นั่นไคริใช่มั๊ย!!?? ริคุ!!
ริคุไม่ตอบความค่ะ แต่พลังมืดเรียกฮาร์ทเลสร่างก็อปปี้ของโซระออกมาสู้กับโซระ ส่วนตัวเองอุ้มไคริก็วาร์ปผ่านประตูมิติออกไปยังที่ใดไม่รู้ โซระที่คับแค้นใจมากก็ไม่สามารถจะตามหาริคุต่อไปได้ ก็ปราบกัปตันฮุคตามเนื้อเรื่องค่ะ แล้วก็จะตามเนื้อเรื่องไปยังส่วนสุดท้ายของเกม
Part VI: Darkness that Reside in your heart
ตัดฉากมายังปราสาทหินเก่าแก่โบราณมืดๆ แม่มดสาวสองพันปีได้ออกปากเตือนริคุที่เดินทางผ่านประตูมิติแห่งความมืดมา เพราะการพึ่งความมืดมากเกินไป มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้ถูกความมืดดูดกลืนได้ ถึงแม้หัวใจของริตุจะแข็งแกร่งจริงๆก็เถอะ แต่ริคุกลับบอกปัดความห่วงใยของมาเลฟิเซนต์
ด้านทีมโซระที่กลับไปที่ Traverse Town และให้ซิดช่วยติดตั้งอุปกรณ์กัมมี่ชิบให้ เพื่อจะเดินทางไปยังฮอลโลบัสเตียนได้ (ที่พักของมาเลฟิเซนต์) และเมื่อพอไปถึงฮอลโลบัสเตียนก็พบกับเจ้าชายอสูรที่สภาพร่อแร่ โดนริคุฟันซะปางตาย เพราะริคุลักพาตัวเบลล์มาค่ะ โซระที่ด้วยความเป็นเด็กมีเมตตา(?) ก็เข้าไปช่วยเจ้าชายอสูรค่ะ แต่กลับถูกริคุแย่งคีย์เบลดไป
ริคุ : ไง นายมักจะตามฉันมาเสมอเลยนะ เราเป็นคู่แข่งกันเสมอ... แต่ทุกอย่างมันจะจบที่นี่ล่ะ!
ริคุ :
ไม่มีทางที่จะมีคีย์เบลดมาสเตอร์สองคน (ว่าแล้วก็กวาดมือวูบ)
โซระ : !!!???
คีย์เบลดจู่ๆก็เปล่งแสงค่ะ แล้วหายวับไปโผล่ในมือริคุทันที
Caution:
- อย่างที่บอกไปตอนต้นนะคะ ริคุเองเป็นผู้สืบพลังที่แข็งแกร่งที่สุดลำดับแรก ดังนั้นคีย์เบลดจึงต้านพลังของริคุไม่อยู่ ถูกอยู่ในมือของริคุและถูกใช้ได้ตามสะดวกค่ะ
โซระที่พอถูกริคุแย่งคีย์เบลดไปก็ช็อค+อึ้ง+ทึ่ง หมดเรี่ยวหมดแรงซดน้ำข้าวต้มนั่งทรุดแปะอยู่ตรงนั้นน่ะแหละ อีเห็บเหาสองตัวนี่ก็ชั่วเกินจะกล่าว เพราะพระราชาบอกว่าให้ไปตามหากุญแจ พอคีย์เบลดเปลี่ยนผู้ถือปุ๊ป อีโดนัลด์ก็บอกกูฟฟี่เลย
โดนัลด์ : เฮ้ย!! เปลี่ยนคนติดตามเถอะ เด็กนั่นเป็นผู้ถือกุญแจไปแล้วนะ!
แค่นั้นแหละ ทิ้งโซระกันหมด (อีเป็ดชั่ววววววววว =w=^^) แล้วจากนั้นลิงหนามน่ารักของเราก็ได้คำพูดปลอบใจจากเจ้าชายอสูรค่ะ ทำให้ไต่เต้าเข้าไปได้ถึงในปราสาท (รู้สึกเหมือนลอบเข้ายังไงชอบกล ต้องพังท่อระบายน้ำด้วย =o=)
ตัดฉากมายังริคุ ร่างกายของเด็กหนุ่มดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาบางอย่างกับความมืด ทำให้ริคุเริ่มที่จะท่าทางไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังยืนเมะเท่ต่อไปในลานหินอ่อนกลางปราสาท ส่วนโซระที่พอไปถึงลานหินอ่อน ก็ปรากฏว่าเจอกับริคุอีกครั้ง
ริคุ : นายนี่ไม่รู้จักเลิกราเลยนะ (ยิ้มน่ากลัวๆ)
ริคุ : ไสหัวไปซะ ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่นายจะมาเล่นกับดาบไม้ของนาย
โซระ : ไม่! ถ้าไม่มีไคริฉันไม่ไป!!
ริคุ : (หัวเราะหึๆ) นายจะทำอะไรได้ โดนความมืดทำลายซะเถอะ!!
ว่าแล้วก็ยิง Dark flare ใส่โซระค่ะ แต่ถูกโล่ของไอ้หมาไอคิวต่ำช่วยไว้ได้ทันเวลา (ชั้นเพิ่งเห็นแกมีประโยชน์เนี่ยแหละ =3=) แล้วก็เข้าสู่ฉากน้ำเน่าค่ะ โดนัลด์กับกูฟฟี่มาเข้าทีมโซระเหมือนเดิม เพราะว่าเป็นเพื่อนกัน แล้วโซระก็ใช้พลังแห่งผองเพื่อนเอาคีย์เบลดกลับคืนครองได้สำเร็จ
โซระ : นายจะมีคีย์เบลดก็ไม่เป็นไร เพราะฉันมีอาวุธที่ดีกว่านั้น นั่นคือหัวใจของฉันไงค่ะ พลังแห่งมิตรภาพของพวกเรา!!
คีย์เบลดที่โดนพลังแห่งแสงสาดใส่อย่างนั้นก็กลับมือผู้ถือครองสิคะ ริคุที่ยืนประหลาดใจอยู่ได้ไม่นานก็เข้าโหมดบ้าพลังสาดใส่เรา (ฉากนี้สู้กับริคุไม่ยากค่ะ) เฮียแกถือ Soul Eater เหมือนเดิม แต่พอสู้เสร็จก็หายตัวไปอีกค่ะ
ริคุที่หลังจากหลบออกมา ก็เริ่มสติแตกค่ะ คล้ายๆกับเซฟิรอธตอนรู้ว่าตัวเองเป็นทายาทหายนะจากฟากฟ้า หัวใจของริคุเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อทั่วร่างเต้นระริกเหมือนจะระเบิดออกมา แต่แล้ว.....ไอ้บุคคลปริศนาโหงวเฮ้งตัวร้ายก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งค่ะ คราวนี้หมอนี่เล่นกล่อมริคุอย่างเทพค่ะ
บุคคลปริศนา : ...หึหึหึ
ริคุ : แกเป็นใคร!?
บุคคลปริศนา : เจ้าเคยแสดงให้ข้าเห็นถึงความกล้าหาญอันบ้าบิ่นแล้ว เจ้าไม่กลัวการที่จะต้องใช้ความมืดเป็นพลัง...
บุคคลปริศนา : โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้เจ้าต้องการพลัง...
บุคคลปริศนา : ทำไมถึงไม่ย้อมตัวลงไปในความมืดเสียล่ะ ดำดิ่งให้ลึกลงไปยิ่งกว่านี้ ปล่อยให้ทั้งหัวใจและร่างกายของเจ้ากลายเป็นความมืด เป็นหนึ่งเดียวกับมัน แล้วเจ้าจะได้รับพลังอันเยี่ยมยอดที่สุด
ริคุ :
ว่าแล้วก็ตัดฉับมาที่มาเลฟิเซนต์ค่ะ ชีกำลังทำพิธีจะเรียกรูกุญแจของโลกใบนี้ออกมา โดยอาศัยหัวใจของเจ้าหญิงทั้งเจ็ดที่เธอรวบรวมมาได้
แม่มดหงำแต่งหน้าเข้มจัด : โอ! เจ็ดเจ้าหญิงแห่งแสงสว่าง! ผู้ถือครองหัวใจแห่งแสงอันบริสุทธิ์ทั้งเจ็ดดวง!! จงเปิดเผยรูกุญแจต่อหน้าข้า!!
รอบข้าง :
(เงียบกริบเป็นป่าช้า)
มาเลฟิเซนต์ : =o=” (เวง เกิดไรขึ้นวะ ทำไมมนตร์กรูไม่ได้ผล!?)
??? : ...เพราะว่าหัวใจมันไม่ครบเจ็ดดวงน่ะสิ
แม่มดชั่วหันไปมอง ปรากฏว่าเป็นริคุในร่างมืดค่ะ (รูปลักษณ์เฮียแกส่อมากอะ กล้ามท้องกล้ามอกนี่เผยกันชัดๆ *q*) ริคุกำลังถือคีย์เบลดแห่งความมืดอยู่
Maleficent : เจ้า......เปลี่ยนไปหน่อยรึเปล่า แล้วดาบนั่น...?
ริคุ : หึ...ตราบใดที่หัวใจของเจ้าหญิงองค์นี้ยังไม่คืนกลับมา (ชี้ไปที่ไคริ) รูกุญแจนี้ก็จะไม่มีวันถูกเปิดได้ หากเจ้าคลายรูกุญแจนี้ ฮาร์ทเลสก็จะเข้ามาสู่โลกใบนี้ ย้อมให้เต็มไปด้วยความมืด
Maleficent : หึ...ข้าไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก ความมืดไม่มีพลังอำนาจเหนือข้า ข้าต่างหากที่จะใช้พลังแห่งความมืดควบคุมทุกดวงดาวในจักรวาล!
ริคุ : มั่นใจจริงนะ?
ขณะที่กำลังคุยกันนั้นเอง เสียงตูมตามก็ดังขึ้นข้างนอก
Maleficent : ไอ้พวกลูกน้องของพระราชามันอยู่ที่นี่ ข้าคงต้องจัดการมันด้วยตัวเองซะที
ว่าแล้วชีก็หายตัวไปโผล่หน้าโซระค่ะ ทำให้มาเลฟิเซนต์ออกโรงตบตีกับหนุ่มน้อยเจ้าของหัวใจเด็กในสังกัดเจ้าหล่อน (ฟังดูเหมือนแม่เล้าไงชอบกล? =o=)
Maleficent : เจ้าเด็กตัวกระจ้อย เจ้าคิดจะสู้ข้าได้เรอะ!? ข้า!! คือนายหญิงแห่งเหล่าปีศาจทั้งหลาย!!!
ก็ตบตีกันไปตามระเบียบค่ะ พอสู้เสร็จ มาเลฟิเซนต์ชีก็กรี๊ดสนั่น แล้วกระเซอะกระเซิงกลับไปหาริคุ
ริคุ : ต้องการความช่วยเหลือหน่อยไหม?
มาเลฟิเซนต์ : แฮ่ก.....แฮ่ก
ทันใด โซระก็วิ่งมาเจอทั้งคู่ค่ะ
โซระ : ริคุ!! แล้วนั่น!?
ริคุ : (มองหน้าเหยียดๆ) ใช่ นี่แหละ ...คีย์เบลด แต่แตกต่างจากของเจ้านิดหน่อย คีย์เบลดนี้มีอำนาจในการปลดปล่อยผนึกของหัวใจ
ริคุ : ได้โปรด ขอให้ข้าได้สาธิตให้เจ้าดู (ยิ้มแสยะยิ้ม)
ว่าแล้วริคุก็เสียบคีย์เบลดความมืดใส่อกแม่มดแก่(แต่หน้าโคตรสาว) ทิ้งให้ทุกคนอ้าปากค้าง
โซระ : !!!???
ริคุ : จงเปิดใจของเจ้าแล้วยอมจำนนสู่ความมืดซะ!! กลายเป็นความมืดไปซะ!!!!
Maleficent : เจ้า!!??.......
ว่าแล้วมาเลฟิเซนต์ก็จะกลายร่างเป็นมังกรอุบาท์พ่นไฟได้ (ไลท์ว่ามันกระจอกกว่าเดิมนะ ไม่เคยโดนไฟมันสักครั้ง) สู้เสร็จชีก็จะกรี๊ดลั่นหายไปค่ะ
มาเลฟิเซนต์ : ม่ายยยยยยยย (ยอมให้มึงแย่งผู้ชายในสังกัดกรูร๊อกกกกกก) [แล้วก็คร่อก ดับไปตามระเบียบค่ะ orz
]
พอตบกับมาเลฟิเซนต์เสร็จ เราก็จะมาเจอริคุค่ะ ริคุก็จะยิ้มหยันแล้วขยี้เท้าบนซากร่างมาเลฟิเซนต์ค่ะ (โคตรจะแบบเหยียดหยามอ่ะ =o=”)
ริคุ : นางแพ้เพราะพึ่งพาความมืดมากเกินไปจนไม่รู้ตัวว่าถูกความมืดกลืนกินตนเองอยู่ ช่างน่าสมเพชเสียจริง เป็นจุดจบที่เหมาะกับพวกโง่เง่าอย่างนางแล้วแหละ
ต่อค่ะ ไปต่อเรื่อยๆ คราวนี้ก็จะไปเจอริคุที่ลานประลอง เจอไคริค่ะ ด้วยความที่โซระกระดี้กระด๊ามาก เลยเข้าไปเข่าปลุกไคริแทบเป็นแทบตาย แต่ก็เจอริคุนั่งเท้าแขนมองจากบนระเบียง แล้วพูดด้วยเสียงหยันๆค่ะ (ริคุนี่แบบโคตรใกล้เคียงเซฟิรอธอ่ะช่วงเนี้ย)
โซระ : ไคริ! ไคริ!! ตื่นสิ (ไลท์/มึงจะปลุกทำด๊อยอาร๊ายยยยยยย)
ริคุ : เด็กนั่นเสียหัวใจไปแล้ว เธอไม่สามารถที่จะตื่นขึ้นมาได้หรอก
โซระอึ้งไปค่ะ แต่สัญชาตญาณความรักก็แล่นปลาบเข้ามาหัวใจอย่างทันทีทันใดเลยอ่ะ เจ้าลิงหนามของเขาเลยพูดออกไปคำหนึ่ง
โซระ : แกไม่ใช่ริคุ...
ริคุ : หึ...
ริคุ : อย่างที่ข้าบอก ตราบใดที่หัวใจของเจ็ดเจ้าหญิงยังไม่กลับคืนมาสู่ร่างกายของพวกนาง รูกุญแจนี้ก็จะไม่สมบูรณ์
โซระ : แกเป็นใคร!!??
ริคุ : (ยิ้มกว้าง) ข้าเอง อัมเซม ผู้ไขว่คว้าแสวงหาซึ่งความมืด
เท่านั้นล่ะค่ะ โซระแทบร้องกรี๊ดสนั่น
โซระ : แกปล่อยริคุไปนะ!!!! คืนหัวใจให้เขาไปซะ!!!!! (สัญชาตญาณความรักออกโรงปกป้อง สามีถูกยึดร่าง เคะน้อยที่ดี(?) จะยอมอยู่เฉยได้ยังไง!? 555+)
Caution:
- ไลท์กรี๊ดจุดนี้มากอ่ะ!! โซระสัมผัสจับได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่ริคุ แสดงว่าสองคนนี้ต้องมีสายใยผูกพันกันลึกซึ้ง เพราะแค่นิดเดียวยังจับทางได้แล้วเลย กรี๊ดๆ >o<
ริคุ : อืมม์ ขั้นแรกคงต้องคืนหัวใจให้เจ้าหญิงก่อนสินะ (ชี้ปลายคีย์เบลดมาใส่โซระ)
โซระ : (โดนพลังจากในอกกระแทกจนคุกเข่า) !!??
โซระ : เจ้าหญิง!? ไคริเป็นเจ้าหญิงเหรอ!??
ริคุ : ถูกต้อง... และตราบใดที่หัวใจของเจ้าหญิงยังคงอยู่ในตัวเจ้า รูกุญแจนี้ก็จะไม่มีทางสมบูรณ์...
โซระ : หัวใจของไคริอยู่ในตัวของฉันเหรอ!? (ไลท์/เออสิวะ แม่งโง่จริง = =**)
และแล้วไม่พูดพล่ามทำเพลง เฮียแกชักดาบออกมาสู้ก่อนเลย ทำให้เราต้องสู้กับริคุค่ะ
Extra:
- ขอบอกว่าฉากสู้ริคุครั้งนี้ยากบัดซบค่ะ หลบก็ยาก ริคุไวมาก เล็งเป้าทีนี่มุมกล้องหมุน 360 องศาเลย พลิกกันเร็วมาก เท่านั้นไม่พอ ไอ้ท่าตีลังกาทีนึงข้าม 360 ลี้ของเห้งเจียน่ะ เอ็งจะปล่อยลำแสงออกมาจากพื้นด้วยทำม๊ายยยยยย หลบไม่ได้ว้อยยย TTwTT
พอสู้เสร็จ เมะผมเงินกล้ามบึ้กของเราจะหายวับไป ส่วนรูกุญแจก็จะเริ่มสั่นๆเหมือนระเบิดค่ะ ลิงน้อยของเราก็พยายามล็อค แต่ล็อคไม่สำเร็จ ทำให้ผลสุดท้ายต้องเอาไอ้คีย์เบลดเมื่อกี้เสียบอกตัวเอง พอเสียบแล้ว หัวใจของเจ้าหญิงทั้งเจ็ดก็จะกลับคืนสู่ร่างกายทั้งหมดค่ะ เช่นกัน ทันทีในเวลาที่โซระถูกคีย์เบลดแห่งความมืดเสียบอกและตกลงสู่ความมืด ร่างกายของโซระก็ถูกแยกออกมาเป็นสามส่วนค่ะ คือหัวใจ ร่างกาย และวิญญาณ หัวใจของโซระนั้นก็ลอยละล่องออกไปพร้อมๆกับหัวใจของไคริ กลับคืนสู่ร่างกายของเธอ ส่วนโซระนั้นก็ตกลงสู่ความมืดแล้ว ก็จะเห็นแต่ความมืดอยู่รอบด้าน มืดมนไปหมดค่ะ
Caution (อันนี้สำคัญมากค่ะ):
- โซระมันเข้าใจอะไรยากมาก แทนที่เมื่อกี้จะปล่อยให้ริคุใช้คีย์เบลดเสียบอก มันก็จะได้จบๆไปแล้ว ไม่ค่ะ ต้องให้รู้สึกด้วยตัวเอง หัวช้าจริงๆ =o=”
- ตัดฉากไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ใกล้ๆหอนาฬิกาที่ประดับระฆังอันอาบไปด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น ร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก็ค่อยๆปรากฏขึ้นบนพื้นหญ้านั้น.......
อ่าา ยังไม่จบนะคะ >o< เหลืออีก 1 Part สุดท้ายค่ะ ^o^b
ความคิดเห็น