คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 29 : "กองปราบฯ"พลิกคดีสยอง5ศพ ฆาตกรรมไม่ใช่"ฆ่าตัว-ลูกเมีย"ตีแสกหน้าตำรวจโรงพักพื้นที


     อัพเดท 28 เม.ย. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 40 Overall : 17,189
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 29 : "กองปราบฯ"พลิกคดีสยอง5ศพ ฆาตกรรมไม่ใช่"ฆ่าตัว-ลูกเมีย"ตีแสกหน้าตำรวจโรงพักพื้นที , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 993 , โพส : 0 , Rating : 50% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





เฮ้ย!! มึงไม่ให้กูใช่มั้ย!! ตุ้บ...ตั้บ...

โอ้ย!!...

อย่า!!...อย่าทำหนู...ช่วยด้วย...อย่าทำหนู...ว้าย!!...ไม่เอา!!...หนูไม่กิน...

พวกมึงกินเข้าไป...กินเข้าไปเลย!!...

กรี๊ด!! ช่วยด้วย...ว้าย!!...

ช่วยด้วย...โอย.....

แล้วเสียงตึงตังจากการต่อสู้ขัดขืน เสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดทุรนทุรายก็เงียบลง

พร้อมๆ กับเสียงร้องโอดโอยครวญครางของชาย หญิง และเด็กๆ ในบ้านดังแผ่วลง

จนเหลือแต่ความเงียบสงัด!!



กริ๊งๆๆๆ

"สวัสดีครับ...สภ.ปลายพระยา ผมสิบตำรวจ...รับสายครับ"

"คุณตำรวจครับ ลูกบ้านผมมันคลุ้มคลั่ง กรอกยาพิษฆ่าลูกเมีย ก่อนมันจะซดยาตายตามครับ"

"เหตุเกิดที่ไหนครับ"

"ที่บ้านมัน หมู่ 13 ต.ปลายพระยา เนี่ยครับ"

เอี๊ยด!! รถปิคอัพ สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ หยุดลงตรงหน้าบ้านเกิดเหตุ ท่ามกลางกลุ่มไทยมุงนับร้อย

แล้วชุดตรวจที่เกิดเหตุก็พากันถอนหายใจกับภาพอนาถตรงหน้า เมื่อสภาพศพ สุภรณ์ คงสุวรรณ เจ้าบ้าน จำเนียร ภรรยา ปิยรัตน์ ลูกสาววัย 9 ขวบ วินัย ลูกชายวัย 6 ขวบ และปิยมาศ ลูกสาวคนสุดท้องวัย 2 ขวบ ล้วนถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม มีแผลพุพองจากการถูกกรดน้ำส้ม ซึ่งเป็นน้ำยาฟอกยางกรอกปาก และราดตามตัว จำเนียร มีรอยบาดแผลเหมือนถูกมีดฟันเข้าที่หัวเป็นทางยาว

หลังชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ วิเชียร ศรียุภักดิ์ พ่อตาเจ้าของบ้าน ได้รับแจ้งผลสรุปสาเหตุจากตำรวจทันที "ผมเชื่อว่า ภรณ์ ลงมือกรอกยาพิษฆ่าทุกคนในครอบครัว ก่อนจะซดยาพิษฆ่าตัวตายตาม สาเหตุน่าจะมาจากปัญหาเศรษฐกิจและเสพยาบ้า" หลังรับทราบผลสรุป วิเชียรนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง มันเป็นการสรุปสาเหตุที่รวดเร็วมาก จนเขาตั้งตัวไม่ทัน

แล้ววิเชียรก็รีบยิงคำถามที่คาใจอยู่ทันที "ทำไมถึงสรุปอย่างนี้ล่ะครับคุณตำรวจ?"

"ก่อนมาตรวจที่เกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า ไอ้ภรณ์มันคลุ้มคลั่งฆ่าลูกเมียก่อนฆ่าตัวตาย"



"คนอย่างไอ้ภรณ์เนี่ยนะ ที่ลงมือกรอกยาพิษ จำเนียร เมียซึ่งมันรักนักรักหนา กับบรรดาลูกๆ แก้วตาดวงใจของมัน มันจะทำได้ลงคอเชียวรึ กิจการสวนยางพาราของมันก็ไปได้สวย ไม่น่าจะเป็นปมเครียดจนคลุ้มคลั่ง ถ้าเราเชื่อตามนั้น ทั้งลูกเขย ลูกสาว และหลานๆ ทั้งสามคน อาจต้องตายฟรี" วิเชียรกลับมานั่งครุ่นคิดถึงปมการตายที่ยังติดค้างอยู่ในใจ

สุดท้าย เขาตัดสินใจบึ่งเก๋งมุ่งหน้ากองบังคับการกองปราบปราม ที่พึ่งสุดท้ายที่นึกขึ้นได้ในตอนนั้น

ที่ห้องทำงานผู้บังคับการกองปราบปราม วิเชียรได้รับคำเชิญให้นั่งประจันหน้าอยู่ตรงข้าม "ผู้การอัศวิน" หรือ พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บังคับการกองปราบปรามขณะนั้น โดยมีโต๊ะทำงานคั่นตรงกลาง ก่อนจะเล่าเรื่องร้อนใจให้ฟัง

"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2543 ......... ทั้งหมดถูกฆ่าตายอย่างทารุณในบ้านกลางสวนยาง อยากให้ท่านผู้การช่วยส่งตำรวจไปสืบสวนหาข้อเท็จจริงหน่อยครับ"

"ถ้าคุณคิดว่า ภรณ์ ไม่ได้ฆ่า แล้วใครเป็นคนทำ ปมมาจากเรื่องอะไร?"

"มันมีอยู่เรื่องนึงครับ มรดกที่ดินสวนยางพารา เห็นว่ามีญาติพี่น้องมาตามขอไอ้ภรณ์อยู่" วิเชียรบอกเบาะแส

"เฮ้ย! ไก่กับยนต์ ไปดูให้เขาหน่อย" ผู้การอัศวินสั่ง รองไก่ พ.ต.อ.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง รอง ผบก.ป. กับผู้กำกับยนต์ พ.ต.อ.ประยนต์ ลาเสือ ผกก.5ป. ให้จัดชุดสืบลงพื้นที่ พิสูจน์ความจริง

แล้วรองไก่ ผู้กำกับยนต์ ก็พาทัพนักสืบ ไล่เรียงจากรองหนวด พ.ต.ท.วีระพันธ์ ทันใจ ช่วยราชการ กก.5ป. รองพจน์ พ.ต.ท.สุพจน์ พรหมศิริ รอง ผกก.5ป. และสารวัตรจุ๊ พ.ต.ท.ดุสิต ทองวิเศษ สว.ประจำ ป. บึ่งปิคอัพมุ่งหน้า อ.ปลายพระยา เป้าหมายคือบ้านที่เกิดเหตุ

บ้านพักบนเนินเขาบรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่ กลับกลายเป็นบ้านที่ถูกปล่อยให้รกร้าง วังเวง เงียบเชียบ ทัพนักสืบย่างก้าวขึ้นบันไดบ้านที่ยกพื้นสูง เข้าตรวจดูในบ้านทุกตารางนิ้ว พร้อมหยิบกล้องถ่ายรูปขนาดพกพาขึ้นชักภาพชนิดละเอียดยิบ ซึ่งในบ้านยังปรากฏร่องรอยการต่อสู้ดิ้นรนอย่างเด่นชัด ข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจาย ตู้เสื้อผ้า โทรทัศน์ ล้มระเนระนาด ปลั๊กหม้อข้าวถูกเสียบคาอยู่ ข้าวในชามขึ้นรา ทั้งหมดถูกทิ้งไว้นานราว 4 เดือน

กระทั่งไปสะดุดกึกที่ซองยาเบื่อหนูถูกฉีกใช้แล้ว ตกอยู่ในห้องครัว 1 ซอง

"พี่ครับ ผมเจอซองยาเบื่อหนูอีก 1 ซอง ตกอยู่ตรงนี้ด้วยครับ แล้วยังเจอกางเกงในผู้หญิง 1 ตัวด้วย" หนึ่งในทีมนักสืบที่เดินตรวจสอบอยู่ข้างบ้านตะโกนบอกเพื่อนร่วมงาน

หลังตรวจบ้านที่เกิดเหตุทุกซอกทุกมุม นักสืบทั้งห้ากลับมาใช้สติปัญญาวิเคราะห์จุดเกิดเหตุ ซึ่งหลักฐานหลายอย่างน่าเชื่อว่ามีคนร้ายมากกว่าหนึ่งคนลงมือฆ่ายกครัว

"ทำไมภรณ์ต้องขยำยาเบื่อหนูในข้าวให้ลูกกิน ทั้งๆ ที่มีน้ำยาฟอกยางอยู่แล้ว กางเกงในที่พบน่าจะเป็นของจำเนียร เธอต้องดิ้นทุรนทุรายหนีตาย หากภรณ์จะฆ่าเมียกับลูกอีก 3 คนที่ต่างก็วิ่งหนีตาย วิธีการบังคับให้กินข้าวคลุกยาเบื่อหนู กับกรอกยาพิษใส่ปาก มันไม่น่าจะลงมือคนเดียวได้" ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นที่ได้จากพิรุธในที่เกิดเหตุ



"ป้าครับ ป้า...วันที่ภรณ์กับครอบครัวตาย ป้าเห็นอะไรผิดปกติบ้างรึเปล่าครับ" การหาพยานในที่เกิดเหตุเริ่มขึ้น พวกเขาลองสอบถามจากเพื่อนบ้าน เผื่อจะเห็นตัวคนร้าย หรือสิ่งผิดสังเกต

"ไม่รู้หรอกพ่อหนุ่ม คืนนั้นฝนตกหนักทั้งคืน แต่ฉันเห็นว่ามีญาติของมันมาตั้งวงดื่มเหล้าร้องเพลงกันอยู่ที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่ตอนกลางวัน เพลงที่มันร้องยังติดหูฉันอยู่เลย มันร้องกันว่า ย่างเข้าเดือนหกฝนก็ต๊กพร่ำๆ กบมันก็ร้องงึมงำ ระงมไปทั่วท้องนาฯ มันร้องกันอยู่หลายรอบ แล้วพวกมันก็หายไปหลังเกิดเหตุ" ป้าข้างบ้านพยายามนึกย้อนความทรงจำทั้งหมด แล้วถ่ายทอดให้ทีมสืบฟัง

"โอ้ย...พ่อหนุ่ม ทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าเข้าไปกรีดยางในสวนตอนมืดเลย เพราะมีเสียงร้องแบบโหยหวน หมาก็เห่าหอน มันน่ากลัวจริงๆ เลยต้องไปกรีดยางกันตอนกลางวันแทน เพราะไอ้ภรณ์มันเป็นคนทำมาหากิน รักครอบครัวมาก" ป้าบอกกับตำรวจด้วยความเชื่อว่า วิญญาณไอ้ภรณ์ยังคงวนเวียนอยู่แถวนั้น

จากนั้นทีมสืบเข้าขอข้อมูลการตรวจศพทันที แต่ละศพถูกกรอกด้วยกรดน้ำส้มเข้าปาก ตามร่างกายล้วนเป็นแผลพุพองเพราะกรดน้ำส้ม โดยเฉพาะศพเด็กๆ ถูกบังคับให้กินยาเบื่อหนูด้วย ส่วนจำเนียรมีรอยถูกฟันที่หัว

แต่เอ๊ะ!! ถ้าภรณ์ลงมือฆ่าเมียกับลูกๆ ด้วยการกรอกกรดน้ำส้มเข้าปาก มือเขาน่าจะมีแผลพุพองด้วย แต่จากผลชันสูตรไม่ระบุรอยพุพองที่มือของภรณ์

"จากสภาพศพและสภาพที่เกิดเหตุน่าเชื่อว่าไอ้ฆาตกรโหดยังคงลอยนวลอยู่ เพราะที่มือภรณ์ไม่มีร่องรอยถูกกรดน้ำส้มกัด และเขาเพียงคนเดียวไม่น่าจะมีศักยภาพลงมือฆ่าคนได้ถึง 4 คน ประกอบกับเป็นคนรักครอบครัวจึงไม่น่าจะลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ รวมถึงเพื่อนบ้านยืนยันว่ามีญาติของภรณ์มานั่งร่ำสุรากันตั้งแต่เที่ยงวันยันดึก ก่อนจะกลายเป็นศพยกครัว" ทีมสืบสวนนำหลักฐานที่เกิดเหตุมาประมวลรวมกับข้อมูลที่ได้จากพยาน ทำให้พวกเขามั่นใจว่ากำลังเดินมาถูกทาง การตาย 5 ศพของครอบครัว "คงสุวรรณ" เป็นการฆาตกรรมยกครัว และคนร้ายไม่ใช่ภรณ์



และแล้ววิเชียรก็ถูกเชิญมาสอบถามรายละเอียดข้อมูลความขัดแย้งระหว่าง ภรณ์กับเครือญาติ ตามที่เคยให้เบาะแสไว้เรื่องที่ดินสวนยางพาราอีกครั้ง

"ภรณ์มีปัญหาเรื่องที่ดินกับสุพจน์ ทองคำ ลูกชายตาพ่วง ปู่ของเขา ที่เกิดกับนางบิ้น เมียใหม่ โดยสุพจน์ขอแบ่งที่ดินจากภรณ์ 10 ไร่ จากที่มีอยู่ 40 ไร่ แต่ ภรณ์ไม่ยอม" วิเชียรบอกสิ่งที่เขาสงสัยว่าอาจเป็นชนวนเหตุการฆาตกรรม

"แล้วตาพ่วงอยู่ที่ไหน?"

"ผมก็ไม่รู้ครับ มีชาวบ้านบอกว่าคืนก่อนที่ภรณ์จะตาย พวกนั้นยังนั่งดื่มเหล้าขาวกันอยู่เลย เห็นว่าหมดไป 4 ขวด และตาพ่วงนี่ล่ะที่มันเป็นคนไปบอกกับผู้ใหญ่บ้านว่า ภรณ์มันเครียดเรื่องเงิน และเสพยาบ้าคลุ้มคลั่ง ฆ่าเมียกับลูกๆๆ" ซึ่งผมว่ามันทะแม่งๆ

ตาพ่วงตกเป็นเป้าหมายสำคัญ!!

ทีมสืบสวนกองปราบปรามใช้สำนักงานกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 นั่งประชุมหารือ โดยสนธิกำลังกับ พล.ต.ท.ไพศาล ตั้งใจตรง ผบช.ภ.8 ที่ตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง

แล้วการติดตามตัวตาพ่วงก็เริ่มต้นขึ้น รูปภรณ์ถูกพกใส่กระเป๋านักสืบคนหนึ่ง "มึงต้องช่วยกูตามจับคนฆ่ามึงนะ" เขาบอกกับรูปที่พกใส่กระเป๋า ก่อนเดินทางไปบ้านตาพ่วง

ที่บ้านหลังหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ตาพ่วง ชายสูงวัยกำลังนั่งถางหญ้าอยู่หน้าบ้าน

"คุณตาครับ ผมเป็นตำรวจ ขอเชิญออกมาคุยด้วยกันหน่อยครับ"

ตาพ่วงหน้าถอดสี ก่อนทำใจดีสู้เสือถามย้อนกลับว่า "มีอะไรครับคุณตำรวจ?"

"ก่อนวันที่ภรณ์กับครอบครัวจะตาย คุณตาไปที่บ้านเขารึเปล่า"

"ครับ?"

ตาพ่วงหลบตาตำรวจ เขาอ้ำอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบคู่สนทนา

"ปะ ปะ ไป ครับ"

"ไปทำอะไรกันล่ะ ไปกันกี่คน?"

"ไปดื่มเหล้าฉลองตามประสาญาติมิตร ไปกันหลายคน"

"หลังฉลองกันเสร็จแล้ว ทำอะไรกันต่อ?"

"ก็ ก็ กะ กะ กลับ บะ บ้าน" ตาพ่วงตอบตะกุกตะกัก

"แน่ใจนะ ว่ากลับบ้านเลย" ทีมสืบยิงคำถามต่อทันที ทำเอาตาพ่วงสะดุ้งโหยง ก่อนหลุดปากว่า "ผมทะเลาะกับมัน มันไม่ยอมแบ่งที่ดินให้เมียกับลูก แล้วก็ลูกเขยเลยเข้ามาช่วย"

"คุณตาว่ายังไงนะ ช่วยอะไร พวกลูกๆ ของลุงทำอะไร ไหนบอกผมมาให้หมดสิ?"



ก่อนที่คำรับสารภาพจะพรั่งพรูจากปากของตาพ่วง "วันเกิดเหตุ พวกผมพากันไปเจรจาขอแบ่งที่ดินเพื่อจะให้ไอ้สุพจน์ ลูกของผมกับนางบิ้น เมียใหม่ แต่กลับมีปากเสียงกับไอ้ภรณ์ หลานชายที่ปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งๆ ที่ที่ดินทั้งหมดผมเป็นคนยกให้มัน"

"จังหวะนั้น นางบิ้น ไอ้สุพจน์กับลูกเขย ได้ยินเสียงทะเลาะกันจึงตามขึ้นไปทำร้ายไอ้ภรณ์ก่อน ผมเห็นมันถูกล็อคคอจนสลบ"

"อ้าว! แล้วตอนนั้นคุณตาทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ช่วยห้าม?"

"ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย ตอนที่ไอ้ภรณ์มันสลบ พวกเขาก็เอากรดน้ำส้มที่พกมาด้วย จับกรอกปากมันอย่างทุรนทุราย ลูกๆ ของมันอยู่ที่บ้านก็เห็น พยายามหนีลนลานหัวซุกหันซุน แต่หนีไม่พ้น นางบิ้นเอายาเบื่อหนูคลุกกับข้าว จับยัดเข้าปากเด็กทั้งสาม ด้วยความโกรธมันยังเอากรดน้ำส้มเทราดตามตัวจนเด็กๆ ตายคามือ ส่วนนางจำเนียรมันกำลังทำกับข้าวอยู่หลังบ้าน วิ่งออกมาดูถูกฟันด้วยมีดเข้าที่คอ มันดิ้นทุรนทุรายหนีหัวซุกหัวซุน แต่ยังถูกไอ้สุพจน์กับลูกเขยผมวิ่งตามไปเอากรดน้ำส้มราดทุกข์ทรมานขาดใจตาย"

"แล้วหนีไปไหนกัน?"

"ก็หนีมาอยู่ที่นี่น่ะล่ะ" ตาพ่วงรับหมดเปลือก

ตาพ่วงถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน

ขณะเดียวกันตำรวจอนุมัติหมายจับ นางบิ้น ทองคำ เมียใหม่ของตาพ่วง สุพจน์ ทองคำ ลูกชายนางบิ้น สุวรรณ ทิพย์สุราษฎร์ ลูกเขย และศราวุธ ฟองอุไร เพื่อนร่วมวงเหล้า

นางบิ้น ลูกชาย และลูกเขยถูกรวบตัวได้ที่บ้านพักกิ่งอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ขณะหนีไปกบดาน ส่วนศราวุธก็จนมุมที่บ้านพักใน อ.ฉวาง ทั้งหมดยอมรับสารภาพสิ้น

ขณะเดียวกันทีมสืบสวนก็ประสานเจ้าหน้าที่กองวิทยาการเข้าตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยมีการเก็บเส้นผม เส้นขน และขวดที่บรรจุกรดน้ำส้มไปตรวจพิสูจน์ เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวน และคำรับสารภาพของผู้ต้องหา

เพราะวันเกิดเหตุไม่ได้มีการประสานงานให้เจ้าหน้าที่กองวิทยาการเข้าเก็บหลักฐานไปพิสูจน์!!

หลังจบสิ้นภารกิจ หนึ่งในทีมสืบสวนกราบไหว้ดวงวิญญาณครอบครัวคงสุวรรณ ขอให้ไปสู่สุคติ

สุดท้ายจากพยานหลักฐานที่มัดแน่น ศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิตพวกฆาตกรเลือดเย็น สถานเดียว!!!


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 29 : "กองปราบฯ"พลิกคดีสยอง5ศพ ฆาตกรรมไม่ใช่"ฆ่าตัว-ลูกเมีย"ตีแสกหน้าตำรวจโรงพักพื้นที , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 993 , โพส : 0 , Rating : 50% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android