นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Genshin Fic: Childe x Lumine] 10%

โดย Ame_no_Haru

ทำธุรกิจร่วมกับ Fatui ไม่เคยน่าไว้ใจ ดังนั้น 10% ที่ให้ไปมันคุ้มค่าหรือขาดทุนกันแน่? Childe x Lumine | Genshin Impact

ยอดวิวรวม

4,491

ยอดวิวเดือนนี้

211

ยอดวิวรวม


4,491

ความคิดเห็น


36

คนติดตาม


363
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 พ.ย. 63 / 23:26 น.
นิยาย [Genshin Fic: Childe x Lumine] 10%

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Childe x Lumine: 10%

#GenshinImpactFic




When I’m with you, It’s feel like gonna losing my mind

I try to find the true side of your smile, like I’m running in the maze.

Before I realized, I can’t run away from you anymore…



_____________________________________________________


สวัสดีค่ะ! >__< 

ขอบคุณทุกคนหลงเข้ามาและคนที่รักเรือนี้ โรสขอฝากแฟนฟิคเอาไว้ด้วยนะคะ

เป็นเรื่องแรกเลยที่ได้เขียนของด้อมเกนชิน ไม่นึกว่าจะโดนตกขนาดนี้ได้ 555555

อ่านแล้วอยากหวีด อยากพูดคุยเรื่องคู่นี้สามารถคอมเม้นคุยกันได้นะคะ

หรือจะติดตามผลงาน พูดคุย ให้กำลังใจกันได้ทุกช่องทางเลยค่ะ 

ขอบคุณทุกคนมากนะคะ 


Follow me at

FB: Rosetta Villiano

Fanpage: Ame no Haru

Twitter: @RVilliano

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 พ.ย. 63 / 23:26


 

 

10%

Childe x Lumine (Genshin Impact)

 

 

 

When I’m with you, It’s feel like gonna losing my mind

I try to find the true side of your smile, like I’m running in the maze.

Before I realized, I can’t run away from you anymore…

 

 

 

 

เมือง Liyue

 

 

 “เฮ้อ เหนื่อยชะมัดเลย”

 

พระอาทิตย์ตกดินย้อมท้องฟ้าเมืองหลี่เย่วเป็นสีส้มแดงงดงาม ขณะที่นักเดินทางกำลังเดินไปในเมืองท่าค้าขายแสนกว้างใหญ่ เสียงแหลมก็ดังมาจากร่างเล็กคล้ายภูติลอยอยู่ข้างหญิงสาว เธอทำหน้าตายหันไปมองเพื่อนร่วมทางแล้วเอ่ยถาม

 

“เวทมนต์ลอยตัวของเธอมันทำให้เหนื่อยด้วยรึไง ไพม่อน?”

 

“มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินด้วยขาหรอกนะ!”

 

“แต่เธอก็คงไม่ปวดขา”

 

“นั่นสิ วันนี้เราเดินไปไหนมาไหนทั้งวันเลย หาที่พักกันเถอะ”

 

ตั้งแต่มาเมืองหลี่เย่วทั้งไพม่อนและนักเดินทางสาว—ลูมีนก็วิ่งวุ่นไปทั่ว เพราะเหตุการณ์หลังราชาแห่งหินถูกลอบสังหาร ก็ต้องเดินทางตามหาเซียนไม่พอ ตอนกลับมาเมืองเธอยังมีเรื่องให้ทำเพิ่มอีกต่างหาก

 

พิธีส่งเทพขึ้นสวรรค์กำลังจะถูกจัดโดยจงหลี่ ผู้ชายที่มีความรู้รอบด้านและรู้จักพิธีเป็นอย่างดี จากเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เธอต้องไปพัวพันกับพิธีนี้ อย่างไรก็ตามทั้งหมดนั่นก็ไม่ได้เหนื่อยเสียเปล่า หากมันทำให้เธอเข้าใกล้เบาะแสการตามหาพี่ชายฝาแฝดได้มากขึ้น

 

แต่พิธียิ่งใหญ่ย่อมาพร้อมกับการเตรียมการอันแสนเหน็ดเหนื่อย วันนี้ทั้งวันลูมีนถูกจงหลี่พาไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองหลี่เย่ว เพื่อซื้อวัตถุดิบทำของประกอบพิธีบ้าง สร้างของบ้าง เมื่ออาทิตย์ก่อนก็ยังพาไปไกลถึงเมืองลม ลูมีนเริ่มคิดในใจแล้วว่าต่อให้ไปเกาะแห่งท้องฟ้าเพิ่มอีกสักที่คงไม่แปลกอะไร

 

“คืนนี้เราพักในเมืองแล้วกัน ฉันไปไหนไม่ไหวแล้ว”

 

“อื้อ ว่าแต่เราจะไปพักโรงแรมงั้นเหรอ?” ไพม่อนถามกลับพลางหันมองไปรอบกาย หลี่เย่วเป็นเมืองค้าขายขนาดใหญ่ที่มีโรงแรมหรูมากมายให้เลือกสรร ปัญหาอยู่ที่พวกเธอมีเงินพอสำหรับค่าเข้าพักสักคืนรึเปล่า “ห้องหนึ่งดูท่าจะแพงมากเลยนะเนี่ย...”

 

“อืม...”

 

“เผลอๆ ห้องตรงนั้นคงแพงเท่ากับค่าข้าวสามวันของเรา”

 

“เฮ้อ”

 

ลูมีนถอนหายใจแล้วก้มมองสภาพตัวเอง ชุดสีขาวของเธอมีรอยเปื้อน รองเท้าเองก็เช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่ภายนอกที่ดูเหนื่อยล้า แต่ขาของเธอต้องเดินไปทั่วเมืองทั้งวันมันไม่ไหวจะขยับอีกต่อไปแล้ว รู้สึกว่าจะพลิกเล็กน้อยอีก...

 

“งั้นฉันยอมไม่กินข้าวสามวันเพื่อนอนพักตอนนี้แล้วกัน”

 

“เอ๋!? แล้วข้าวฉันล่ะ!”

 

“เธอก็คิดว่าเราไดเอทสักสามวันสิ”

 

“นั่นเรียกอดตายแล้ว!”

 

“แต่ถ้าไม่พักตอนนี้ฉันตายแน่”

 

เธอไม่รอช้าเดินเข้าไปหาโรงแรมตรงหน้าเพื่อติดต่อขอเข้าพักทันที ถึงแม้ว่าตอนเห็นป้ายราคาห้องที่แปะแนะนำเอาไว้เธอจะแทบลมจับล้มลงไปก็เถอะ อย่างน้อยมันก็ดีกว่าต้องไปนอนพักในป่าคืนนี้แล้วกัน

 

“ทั้งหมด xxxxxx mora ค่ะ กรุณาชำระก่อนเข้าที่พักด้วยนะคะ”

 

เฮือก

 

นั่นราคาห้องพักหรือบ้านนะ?

 

อยู่ดีๆ เธอก็เริ่มอยากจะกรีดร้องเมื่อต้องควักเงินจ่าย ตอนนั้นเองถึงได้เหลือบไปเห็นถุงโมร่าที่ได้รับมาจากชิลด์—ผู้บริหารลำดับที่สิบเอ็ดของฟาทุย เพราะเรื่องธุรกิจที่ทำตอนนี้เขาก็เลยให้เงินมาจำนวนหนึ่งสำหรับเตรียมพิธีส่งเทพ อย่างไรก็ตามมันมากพอที่จะใช้จ่ายค่าที่พัก....

 

ไม่ ไม่เอาดีกว่า

 

ลูมีนคิดใหม่ว่าถ้าเธอใช้เงินนี้จ่ายค่าโรงแรม แล้วพรุ่งนี้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้ตาทึ่มชอบเหมาทุกร้านอย่างจงหลี่กัน

 

“เฮ้อ สักครู่นะคะ บางทีเรา...” เธอกำลังจะหันไปปรึกษาไพม่อนอีกทีว่าเราจะนอนข้างนอกกันดีกว่ารึเปล่า แต่ในตอนนั้นเองใครคนหนึ่งได้เรียกทั้งสองคนเอาไว้...

 

“อ่าว นั่นคุณหนูไม่ใช่เหรอ~? มาทำอะไรตรงนี้กัน?”

 

“...!”

 

เสียงร่าเริงของคนที่ไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้ดังขึ้นข้างหลัง พอหันไปลูมีนก็เจอเข้ากับเจ้าของถุงเงินในมือเธอ— ให้ตายสิ ทำไมต้องสถานการณ์นี้ล่ะ...

 

“ชิลด์ เอ่อ...”

 

“หืม?”

 

ร่างสูงเจ้าของผมสีน้ำตาลประดับหน้ากากสีแดงยืนมองภาพหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาสีน้ำเงินประเมินสถานการณ์จากเคาน์เตอร์ชำระค่าห้องโรงแรม ไพม่อนที่ท่าทางเหนื่อยอ่อน และลูมีนที่ดูเหนื่อยไม่ต่างกัน จากนั้นสายตาเขาก็เลื่อนลงไปมองถุงเงินในมือเธอที่เขาจดจำได้ดีว่านั่นมันของเขาเอง

 

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง”

 

“อ๋า! เดี๋ยวๆๆ นายเข้าใจอะไรผิดแล้ว! เราไม่ได้กำลังจะเอาเงินที่นายให้มาไปใช้จ่ายค่าโรงแรมหรอกนะ!”

 

“...”

 

“ไพม่อน...เธอพูดออกไปชัดเจนกว่าการกระทำแล้ว...”

 

“อะ ฮ่าๆ พวกเธอนี่ตลกจัง”

 

ลูมีนถอนหายใจยาวเหยียด...การตัดสินใจจะทำเรื่องไม่ดีของเธอถูกพับเก็บไปทันทีเมื่อได้เจอกับเจ้าของเงิน ขืนเป็นแบบนี้ลำพังเพียงเงินจากที่เธอมีไม่พอจ่ายค่าห้องสักคืนแน่ ดูเหมือนตัวเลือกการออกไปนอนข้างนอกดูจะสิ่งที่ต้องทำ

 

“ขอโทษนะ แต่จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นหรอก” แม้รู้ว่าการพูดไปตอนนี้จะดูเป็นคำแก้ตัวก็ตาม “ยังไงก็พวกฉันขอตัวก่อน เราอยากจะไปพักผ่อนกันแล้ว”

 

“งั้นก็ไปด้วยกันสิ ฉันเตรียมห้องรับรองเอาไว้ให้คุณหนูแล้วนะ”

 

“เอ๊ะ??”

 

ชิลด์ยิ้มจนดวงตาปิด ทำให้เธออ่านเจตนาที่แท้จริงของเขาไม่ออก

 

“เธอคงไม่คิดว่าฉันจะไม่เตรียมอะไรไว้รับรองแขกหรอกใช่มั้ย?” พูดจบเขาก็หันไปหาพนักงานหน้าเคาน์เตอร์แล้วพูดอะไรบางอย่าง จากนั้นเธอก็ยิ้มแย้ม โค้งตัวลงขอบคุณพร้อมกับยื่นกุญแจห้องให้สองอัน

 

“ขอให้เป็นคืนที่ดีนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ท่านชิลด์”

 

“ไปกันเถอะ ห้องอยู่ชั้นบน”

 

“...”

 

ลูมีนมองหน้าไพม่อนอย่างชั่งใจว่าจะตามเขาไปดีมั้ย สำหรับเธอแล้วการมาข้องเกี่ยวกับฟาทุยไม่ใช่สิ่งที่อยากจะทำตั้งแต่แรก ทว่าพอมองหน้าสหายที่ทำท่าทางเหมือนมองชิลด์เป็นเทพมาโปรด แถมยังไม่ลังเลจะลอยตามหลังเขาไปเธอก็ยอมแพ้ทันที

 

เอาเถอะ ก็ดีกว่านอนข้างถนนล่ะนะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากได้รับความช่วยเหลือของชิลด์ทั้งสองคนก็มีห้องพักให้นอนสักที ไม่เพียงแค่ได้ที่ซุกหัวนอนคืนเดียว แต่เขากลับบอกว่าระหว่างที่เธออยู่ในเมืองก็ยินดีจะให้ที่พักอาศัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อ้างว่าคนทำธุรกิจกับฟาทุยย่อมได้รับการดูแลดีอยู่แล้ว

 

ไพม่อนโดนของกินที่ถูกเตรียมเอาไว้ล่อลวงจนทิ้งให้ลูมีนต้องอยู่คนเดียวในห้องพัก แต่นั่นก็ดีเพราะเธอไม่มีแรงจะไปวุ่นวายอะไรแล้ว ข้อเท้าที่ผ่านการเดินมาทั้งวันส่งอาการปวดจนหญิงสาวทำได้แค่นอนพัก เธอเกือบจะหลับไปแล้วถ้าไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูเรียกซะก่อน

 

ก๊อก ก๊อก

 

“หลับรึยัง คุณหนู?”

 

ลูมีนถอนหายใจที่รู้ว่าใครมา แต่เพราะเธอเองก็มีเรื่องอยากรู้จากเขา จึงยอมเดินไปเปิดประตูห้องให้ 

 

“ยังไม่หลับ” เธอโผล่หน้าไปตอบห้วนๆ การเว้นระยะห่างกับพวกฟาทุยคือสิ่งที่ต้องจำขึ้นใจ ถึงแม้ว่ามันจะแอบทำได้ยากกับชายตรงหน้าก็ตาม “นายมีธุระอะไรรึเปล่า?”

 

“ก็ไม่เชิงว่าธุระหรอก แต่...คิดว่าคุยตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน”

 

“...”

 

“ไม่เอาน่า ทำสายตาไม่ไว้ใจฉันขนาดนั้นก็เจ็บปวดนะคุณหนู”

 

“...เฮ้อ เข้าใจแล้ว”

 

ลูมีนเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อต้อนรับเขาเข้ามาในห้อง พอเห็นว่าชิลด์เอากล่องปฐมพยาบาลติดมือมาด้วยก็นึกแปลกใจ “นายเอากล่องนั่นมาทำไม?”

 

“ฮะๆ เห็นเธอขาเจ็บไม่ใช่เหรอ?”

 

“...”

 

“จะปล่อยคุณหนูที่กำลังบาดเจ็บเอาไว้ก็ไม่ใช่นิสัยฉันซะด้วยสิ”

 

ร่างสูงไหวไหล่เมินสายตาระแวดระวังของลูมีน แล้วเดินไปยังระเบียงข้างนอกที่มีเก้าอี้พิงวางไว้สองตัว โชคดีที่คืนนี้อากาศดีเหมาะกับการนั่งคุยกันด้านนอก เขาจึงเอ่ยปากชวนเธอออกไป

 

“ไปนั่งที่ระเบียงกันดีมั้ย?”

 

“...”

 

“เพราะมันคงจะไม่ดีเท่าไหร่ที่จะให้ฉันอยู่ในห้อง ที่มีเตียง...กับคุณหนูนะ~”

 

“ถ้านายทำอะไรบ้าๆ ฉันไม่เอาไว้แน่”

 

“ฉันไม่คิดสั้นด้วยการหาเรื่องกับผู้หญิงที่ปราบมังกรทั้งตัวได้หรอกน่า”

 

ท่าทางของชิลด์ที่ชอบพูดทีเล่นทีจริงล้อเลียนเธอเป็นบางเวลา มันทำให้ลูมีนนึกอยากจะฟาดเขาสักทีด้วยความหมั่นไส้ แต่พอลองนึกดูแล้วเขากลับรู้จักเรื่องของเธอมากกว่าที่คิดเอาไว้ ราวกับว่าสิ่งที่เกิดในเมืองลมเอง ก็กลายเป็นข้อมูลในมือเขาเช่นกัน...ไม่แปลกนัก เพราะพวกฟาทุยก็มีเครือข่ายที่ค่อนข้างใหญ่โต ข่าวสารมากมายก็มักจะรับรู้ได้

 

ทั้งที่เป็นฟาทุย—หนึ่งในพวกที่ทำเรื่องโหดร้ายกับเวนตี้ต่อหน้าเธอ แม้ไม่ได้เป็นศัตรูกันตรงๆ แต่เขาก็น่าสงสัยและเชื่อใจไม่ได้ ถึงอย่างนั้นชิลด์กลับเป็นคนยื่นมือเข้ามาช่วยลูมีนเอาไว้ตอนเดือดร้อน ให้ความช่วยเหลือหลายอย่างตั้งแต่มาเมืองหลี่เย่ว กระทั่งตอนนี้หากไม่มีเขาเธอก็ได้ไปนอนข้างถนนหรืออดอาหารสามวันไปแล้ว

 

เหมือนจะเชื่อใจได้ แต่ลูมีนกลับรู้สึกว่าหากพลาดไว้ใจคนแบบเขาไป...จะต้องเสียใจในภายหลัง

 

เธอรู้สึกสับสนทุกครั้งที่เจอเขา

 

“คืนนี้อากาศดีแถมยังมองเห็นดาวได้ชัดด้วย”

 

เสียงของชายหนุ่มดึงความคิดเธอให้ตื่นจากภวังค์ พวกเขานั่งลงบนเก้าอี้ริมระเบียงห้องนอนแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าตามคำพูดอีกฝ่าย เป็นจริงอย่างที่ชิลด์ว่า...คืนนี้เห็นดาวได้เต็มฟ้าเลย

 

“นายคงไม่ได้ชวนฉันเพื่อออกมานั่งดูดาวเฉยๆ หรอกนะ?”

 

“เธอนี่ไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย” เขาถอนหายใจเพราะถูกขัดจังหวะ “ปล่อยตัวตามสบายก็ได้ การตั้งการ์ดระแวงฉันทุกเวลามันไม่เหนื่อยรึไง?”

 

“งั้นก็ทำตัวให้ไม่น่าระแวงสิ ฉันจะได้หายเหนื่อย”

 

“แล้วฉันทำตัวน่าสงสัยตรงไหน? เพียงแค่เป็นฟาทุย เธอก็ปักใจเชื่อว่าฉันเป็นคนไม่ดีซะแล้ว”

 

“ก็...”

 

“แต่ฉันก็อาจจะเป็นคนไม่ดีจริงๆ ก็ได้นะ?”

 

“เนี่ยแหละ ที่ทำให้ฉันไม่ไว้ใจนาย...”

 

“คุณหนูพูดแบบนี้ฉันเสียใจแย่เลย”

 

ท่าทางของเขาดูตรงข้ามกับคำพูดซะจนลูมีนเหนื่อยจะต่อล้อต่อเถียง เธอถอนหายใจเหนื่อยหน่ายก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ทุกครั้งที่คุยกับเขาเธอรู้สึกแปลกไปจากเดิม

 

ไม่ใช่แค่ตอนคุยกัน ตั้งแต่ได้เจอชิลด์ก็เหมือนว่าความรู้สึกภายในตัวเธอจะเปลี่ยนไป...เหมือนเธอไม่ใช่เธอคนเดิม ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจจะสวมหน้ากากเข้าหาอยู่ แต่ก็ดันอยากค้นหาความจริงใต้รอยยิ้มใจดีนั่น แม้ลางสังหรณ์เธอจะกระซิบบอกว่าหากถลำลึกลงไปผูกพันกับชายคนนี้ เธอจะไม่มีวันหนีออกมาจากเขาได้อีก

 

“อ๊ะ!?”

 

ลูมีนสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆ ชิลด์ก็ลงไปนั่งอยู่ตรงหน้าเก้าอี้เธอ! 

 

“จะทำอะไรของนาย!?”

 

“ใจเย็นก่อนสิคุณหนู ฉันไม่ได้จะทำอะไรแปลกๆ หรอกน่า”

 

เขายิ้มแล้วหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาวางใกล้ๆ เธอ แทนคำตอบว่าต้องการจะทำอะไร ลูมีนมองท่าทีของเขาด้วยสายตาไม่ไว้ใจเหมือนเคย เธอไม่รู้เลยว่าเขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่ 

 

“ไม่ต้อง ฉันทำเองได้”

 

“เธอจะไม่ไว้ใจฉันก็ได้ แต่จะใจร้ายถึงขนาดที่จะไม่ยอมรับน้ำใจกันเลยเหรอ?”

 

“...”

 

ลูมีนรู้สึกเหมือนเธอทำอะไรผิดพลาดไป การปล่อยให้ชิลด์มานั่งอยู่ตรงหน้าโดยมีระยะห่างกันไม่มาก ซ้ำยังเป็นครั้งแรกที่มุมมองสายตาของเขาอยู่ต่ำกว่า...ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นคนตัวสูง เธอจึงมักจะได้เงยหน้าคุยกับเขาประจำ พอเขามานั่งมองจากมุมนี้ ช้อนตามองราวกับออดอ้อนขอความเชื่อใจสักเล็กน้อยจากเธอ หญิงสาวก็เพิ่งเข้าใจว่าวิธีนี้สามารถใช้กดดันเธอได้ดีแค่ไหน

 

ให้ตายเถอะ ถ้าทำสายตาแบบนั้นแล้วใครจะปฏิเสธได้ลง...

 

“จะทำอะไรก็ทำ...”

 

“งั้นอยู่นิ่งๆ นะ คุณหนู”

 

พูดจบก็จับขาของเธอไปวางไว้บนตักตัวเอง แล้วค่อยๆ ทายาให้อย่างเบามือจนแทบไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย ปลายนิ้วเรียวที่สัมผัสขาเธอมันชวนให้รู้สึกแปลกประหลาด แปลกเสียจนลูมีนไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ เธอหันหน้าหนีมองวิวเมืองด้านล่างราวกับมันน่าสนใจนักหนา ทำทุกอย่างเพื่อให้เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวตอนนี้ถูกกลบไปเพราะความสนใจอย่างอื่น

 

ยิ่งเงียบบรรยากาศระหว่างเราก็ยิ่งแปลกไปจนบอกไม่ถูก อาจเพราะไม่มีใครเคยทำกับเธอแบบนี้มาก่อน...ลูมีนเป็นนักเดินทางผู้กล้าหาญ เพิ่งจะช่วยเหลือเมืองแห่งลมและถูกแต่งตั้งเป็นอัศวินทรงเกียรติ เธอถูกปฏิบัติในฐานะแบบนั้นมาตลอด

 

มีแค่ชิลด์ที่ดูแลเธอเหมือน ‘ผู้หญิง’ คนหนึ่ง

 

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูมีนรับมือไม่ถูกเวลาเจอกับเขา...

 

“เวลาคุณหนูอยู่เงียบๆ ไม่จ้องจะเถียงฉัน ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ”

 

“...ถ้านายไม่หาเรื่องก่อนฉันก็ไม่ได้จะพูดเถียงอะไรนี่”

 

เธอนึกโล่งใจขึ้นมาที่เขาหาเรื่องมาคุยในตอนนี้ แต่ชิลด์กลับมองออกอยู่แล้วว่าหญิงสาวกำลังอึดอัดจึงได้หาเรื่องพูด อย่างน้อยก็ดีกว่าเงียบอยู่เฉยๆ

 

“ฉันหาเรื่องอะไรกัน?”

 

“...”

 

“ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วฉันพยายามจะช่วยเหลือเธอหลายอย่าง น่าน้อยใจจังนะที่ถูกมองแบบนี้”

 

“นั่นแหละที่แปลก นายเป็นฟาทุยแท้ๆ ทำไมถึงยื่นมือมาช่วยเหลือฉัน?”

 

ลูมีนตัดสินใจถามสิ่งที่เธอคิดมาตลอดออกไปตรงๆ จนอีกฝ่ายชะงัก ชิลด์เงยหน้าขึ้นมามองสบตาก่อนจะยิ้มอ่านไม่ออกให้เธอ

 

“อืม...ที่มันน่าสงสัยเพราะฉันเป็นฟาทุยสินะ”

 

“...”

 

“ถ้าตัดสิ่งที่ฉันเป็นไป เธอคงไม่สงสัยเจตนาของฉันใช่รึเปล่า?”

 

“...ก็...อาจจะ”

 

เธอยอมรับตามตรง เพราะได้รู้และเห็นสิ่งที่พวกฟาทุยทำกับเวนตี้มาต่อหน้าต่อตา จึงอดไม่ได้ที่จะคาดการณ์ว่าเขาเองก็คงจะทำเหมือนกัน บางทีชิลด์แค่กำลังตามหาเบาะแสของท่านราชาแห่งหินอยู่ ถ้าได้เจอเขาคงไม่ลังเลที่จะขโมยโนซิสของราชาแน่ เมื่อตอนนั้นมาถึงก็แปลว่าเขาคือศัตรูของเธอ

 

ถึงตอนนั้นเธอคงจะสับสนกับการกระทำที่ผ่านมาของเขา

 

ดังนั้นจึงอยากรู้ความจริงว่าทำไมชิลด์ถึงใจดีกับคนที่อยู่คนละฝั่งอย่างเธอนัก

 

“มันน่าแปลกตรงที่จุดยืนของเราเหมือนฝั่งตรงกันข้าม แต่นายก็ยังยื่นมือมาช่วยเหลือฉัน”

 

“ตอนนี้เราร่วมมือกันอยู่นะ เธอเองก็เหมือนกับผผู้ร่วมมือทำธุรกิจกับฟาทุย”

 

“ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเป้าหมายของแต่ละฝ่ายบรรลุ เราจะไม่กลายเป็นศัตรูกันภายหลัง”

 

“หึ ระแวงฉันจังนะ คุณหนู”

 

ชิลด์หัวเราะในลำคอพลางปล่อยมือจากขาของเธอหลังจัดการทายาแล้ว เขาเลือกที่จะไม่รีบร้อนลุกขึ้นแต่กลับมองสบตาเธอและอมยิ้มแทน สีหน้าอย่างนั้นยิ่งทำให้ลูมีนไม่เข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อเลยสักนิด ชายคนนี้เข้าใจยาก อ่านไม่ออก มีหลายด้านหลายหน้ากากเกินไป 

 

ยิ่งเธอพยายามจะค้นหา ก็ยิ่งเหมือนถูกดึงเข้าไปติดกับบางอย่าง...

 

“สำหรับฉันแล้วมันไม่สำคัญหรอกว่าเธอจะสงสัยในเจตนา หรือคิดว่าฉันมาร้ายมาดียังไง”

 

“...”

 

“แต่อย่างน้อยฉันก็อยากให้เธอตัดเรื่องฟาทุยอะไรนั่นออกไปซะ”

 

“...”

 

“แล้วลองเดาดูสิว่าถ้าไม่มีเรื่องนั้น ทำไมฉันถึงคอยช่วยเหลือเธอ?”

 

เมื่อถูกเขาตั้งคำถามกลับมาลูมีนก็เกิดอาการชะงักไป หัวสมองคิดหาเหตุผลตามที่เขาบอก หากตัดเรื่องของสถานะพวกเราไป...เขาจะได้ประโยชน์จากการทำดีกับเธอ?

 

ปกติเธอมักจะเป็นฝ่ายช่วยคนอื่นเพราะถูกขอร้องและตั้งความหวังเอาไว้ ดังเช่นเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองแห่งลม บางครั้งก็จะมีเรื่องที่ต้องเป็นเธอเท่านั้นจึงจะทำได้ ลูมีนคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ ‘ต้อง’ ช่วยเหลือถึงได้ทำไปโดยไม่คาดหวังอะไรตอบแทน

 

แต่สำหรับเธอและชิลด์ อย่างน้อยที่สุดเธอก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเรียกร้องขอความช่วยเหลืออะไรจากเขาก่อน อีกฝ่ายต่างหากที่มักจะโผล่มาช่วยเหลือเอง หยิบยื่นความใจดีให้กับหญิงสาว...พอลองคิดถึงตรงนี้แล้วเธอก็นึกได้ว่าชิลด์ไม่เรียกร้องอะไรตอบแทนเลย

 

“อืม...”

 

ไม่ว่าจะคิดมากเท่าไหร่ เหตุผลเดียวในตอนนี้ที่ลูมีนคิดได้ก็เป็นไปในทางหาผลประโยชน์ เพราะความไม่ไว้ใจเขาที่ถูกฝังลึกไว้ในหัวสมอง มันพาลให้เธอคิดอคติอยู่ดี

 

“นายทำไปเพื่อซื้อใจฉัน?”

 

“อะ ฮ่าๆ เข้าใจคิดดีนี่ คุณหนู”

 

“อะไรกันเล่า...”

 

เนื่องจากเขาไม่เคยเรียกร้องอะไรตอบแทนจากเธอเลย ดังนั้นลูมีนจึงคิดได้เพียงแค่ว่าที่ไม่ต้องการอะไรคืน เพราะเขาจะได้มันเองโดยไม่ต้องทวงถาม...ในเมื่อไม่ใช่สิ่งของจับต้องได้หรือมีค่า ก็มีแค่ความรู้สึกไว้ใจเท่านั้นที่เขาอาจจะอยากได้มันจากเธอ

 

“แต่มันก็อาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ได้นะ ฉันคงทำทุกอย่างไปเพื่อซื้อใจเธอ”

 

“นาย...”

 

“ถ้างั้นฉันก็เริ่มอยากรู้แล้วสิ...”

 

“...?”

 

“ตอนนี้ฉันได้ใจคุณหนูมาเท่าไหร่แล้ว?”

 

“อึก...”

 

คำถามกะทันหันของเขาทำเอาเธอไม่รู้จะตอบอะไร ทั้งที่เป็นคนบอกว่าเขาพยายามจะซื้อใจเธอเองแท้ๆ แต่พอถามแบบนี้ ลูมีนก็คิดไม่ออกว่าต้องตอบยังไง...ได้เท่าไหร่แล้วงั้นเหรอ...

 

ในครั้งแรกเธอเชื่อใจเขา เพราะถูกช่วยเอาไว้จากการโดนทหารล่า

 

แล้วก็หักลบความคิดนั้นไป เพราะเขาคือฟาทุย

 

แต่เมื่อลองได้ร่วมงานกันและรู้จักมากขึ้น...ชิลด์ได้กลายเป็นเหมือนคนที่ต้องทำงานร่วมกันอีกคน

 

สรุปแล้วตอนนี้เธอ ไว้ใจเขามากแค่ไหนนะ?

 

“...”

 

“หืม? เป็นอะไรไป เงียบนานเชียว...เอ...หรือว่าคำตอบคือศูนย์งั้นเหรอ?”

 

“...เอ่อ..”

 

“ไม่มีเลยจริงๆ เหรอเนี่ย? สะเทือนใจจังแฮะ”

 

เขายกมือทาบอกตัวเองแล้วแสร้งทำหน้าเศร้าเจ็บปวดใจ พอเห็นแบบนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา ต่อให้จะทำเหมือนแกล้งเสียใจ แต่ถ้าเธอเป็นชิลด์ที่คอยช่วยเหลือกันขนาดนี้ แล้วโดนบอกว่าไม่ไว้ใจเลยสักนิดเดียวก็คงจะเจ็บปวด...

 

“สะ สิบเปอร์เซ็นต์!”

 

“หือ?”

 

“ฉันไว้ใจนาย...สิบเปอร์เซ็นต์ในตอนนี้!”

 

“ว้า น้อยจัง แต่ก็ยังดีกว่าศูนย์ล่ะนะ”

 

ชิลด์ทำหน้าดีใจขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังได้ยินเธอบอกแบบนั้น ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนบิดตัวเล็กน้อยพร้อมกับหยิบกล่องพยาบาลมาวางไว้บนเก้าอี้ตัวข้างๆ

 

“ใจจริงก็คาดหวังว่าจะได้เยอะกว่านี้นะเนี่ย แต่สำหรับการลงทุนแล้วได้มาสิบเปอร์เซ็นต์ก็ไม่แย่นัก”

 

“อะไรของนาย...”

 

“ฉันทายาให้แล้วนะ ยังไงก็ช่วงสองสามวันนี้อย่าเดินเยอะก็แล้วกัน”

 

“จะพยายาม...แต่คงไม่ง่ายนัก”

 

ลูมีนถอนหายใจเมื่อคิดไปถึงการเตรียมตัวทำวัตถุดิบต่างๆ เพื่อพิธีส่งเทพ มันไม่ง่ายเลยสำหรับการตามจงหลี่ไปรอบเมืองเพื่อพิธีนี้ ทั้งยุ่งยากและเหนื่อยล้า มิหนำซ้ำยังต้องปวดหัวกับการใช้เงินไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลังของเขาอีก

 

“แต่ถึงเธอจะฝืนเดินจนเจ็บมาอีกก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอก ฉันจะได้มาทำแผลให้ ได้ซื้อใจเพิ่มด้วยยังไงล่ะ~”

 

“นายนี่มัน...ช่างประชดประชันเก่งจริงนะ”

 

“หึหึ”

 

เธอรู้ว่าการใช้คำว่าซื้อใจมันไม่เหมาะเท่าไหร่กับคนที่อุตส่าห์คอยช่วยเหลือตัวเอง เธอไม่คิดจะกลับคำ แต่พอพูดไปแล้วโดนอีกฝ่ายล้อเลียนอย่างนี้ก็เริ่มคิดอยากแก้ไข จึงถอนหายใจก่อนจะเอ่ยบอกชิลด์

 

“ไม่เรียกซื้อใจก็ได้ ฉันขอโทษ”

 

“เอาน่า ฉันไม่ได้คิดอะไร—”

 

“ถ้านายยอมบอกเจตนาดีๆ ฉันก็คงไม่ต้องใช้คำนั้น ว่าไงล่ะ? นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะ”

 

“หึ นึกว่าจะทำให้ลืมได้แล้วซะอีก”

 

“...”

 

สาเหตุที่เขาเอาเรื่องอื่นมาแกล้งล้อเลียนเธอ ก็เพื่อเบี่ยงเบนจากคำถามเดิมที่หญิงสาวเคยถามตนเอาไว้ เพราะไม่ต้องการจะตอบจึงพยายามไม่พูดถึง แต่ลูมีนไม่ใช่คนโง่ เธอไม่ลืมสิ่งที่อยากจะรู้แน่นอน

 

ชิลด์ยักไหล่เมื่อจนแต้มหาทางหนีไม่ได้ จากนั้นจะยิ้มมุมปากเช่นเคยแล้วตอบคำถามของเธอ

 

“มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรขนาดนั้นแท้ๆ แต่เธอก็กลับมองข้ามอยู่ตลอด”

 

“...?”

 

“ฮะๆ ก็...”

 

“...”

 

“การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำดีกับผู้หญิงสักคน ถ้าเขาไม่ใช่สุภาพบุรุษมากนักก็แปลว่ากำลังจีบเธออยู่ไม่ใช่เหรอ?”

 

“...!!?”

 

“ฮึ...ทำหน้าเหลือเชื่อเลยนะ คุณหนู”

 

ชายหนุ่มหัวเราะเสียงใสเพราะปฏิกิริยาตอบสนองของลูมีนเป็นไปอย่างที่เขาคิดไว้ เธอทำหน้าเหมือนตอนนี้รับข้อมูลอะไรไม่ทัน นิ่งเงียบตกใจไปแล้ว แต่นั่นก็น่ารักสำหรับเขา ชวนให้รู้สึกสนุกอยากจะแกล้งเธอมากกว่านี้

 

ชิลด์เดินอ้อมไปยังหลังเก้าอี้ขณะที่ลูมีนกำลังอึ้งจนเหมือนสติลอยไปไกล เขาวางมือลงไปไหล่เล็กแล้วหัวเราะเบาๆ

 

“ตกใจเกินไปแล้ว”

 

“นะ นาย...นาย”

 

“ฮึ...ฮะๆ อย่าคิดมากสิ นึกว่าเธอจะตอบว่าไม่เชื่อซะแล้วนะ”

 

“นี่แล้วตกลงมันยังไงกันแน่!”

 

“ไม่~บอก~”

 

“ชิลด์!”

 

เขาหัวเราะชอบใจหนักกว่าเดิมเมื่อเธอทำหน้าเหมือนอยากจะฟาดเขาสักที ชายหนุ่มจึงแกล้งยีหัวหญิงสาวให้ยุ่งฟูปรับเปลี่ยนอารมณ์ในตอนนี้ จากที่กำลังสับสนกับคำพูดอีกฝ่าย ลูมีนก็เปลี่ยนมาจ้องหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์ที่ทำหัวเธอฟูไปหมดแล้ว

 

“อย่างน้อยเธอก็ควรจะขอบคุณฉันสักหน่อยนะ ที่อุตส่าห์มาช่วยทำแผล...อืม...”

 

“สรุปแล้วนายมาที่นี่เพื่อทำแผลให้เฉยๆ รึไง? แปลกคน”

 

“เปล่า ฉันแค่เอาเรื่องแผลเป็นข้ออ้างในการมาหาคุณหนูเฉยๆ~”

 

“...เอ๊ะ?”

 

“ฮะๆ จริงสิ เธอใช้น้ำหอมด้วยเหรอ?”

 

ยังไม่ทันที่ลูมีนจะประมวลผลคำพูดของเขาได้เข้าใจดี ชิลด์ก็เอ่ยถามประเด็นใหม่ขึ้นมา หญิงสาวจึงหันกลับไปดมแถวๆ ข้อมือตัวเองว่ามันมีกลิ่นติดขนาดนั้นเลยหรือ เพราะวันนี้เธอเพิ่งจะไปทำน้ำหอมสำหรับใช้ในพิธีมา ก็เลยอาจจะมีกลิ่นอ่อนๆ ติดตัวหลงเหลืออยู่บ้าง เขาจมูกดีเกินไปแล้ว

 

ร่างสูงโน้มตัวลงไปใกล้กับต้นคอด้านซ้ายของเธอเพื่อดมกลิ่นหอมนั่น มันคล้ายกับกลิ่นดอกไม้ที่ปลูกในเมืองนี้ จึงเอ่ยถาม “กลิ่นดอกอันนั้นเหรอ?”

 

“อ๊ะ ใช่ คงจะติดมาตอนใช้ดอกไม้ทำน้ำหอม—”

 

อุบ

 

ลูมีนที่กำลังจะหันหน้ากลับไปตอบเขาเสียงขาดหายไปในวิต่อมา เพราะเธอรีบร้อนหันมาโดยไม่ทันระวัง จึงไม่รู้ว่าชิลด์กำลังยื่นหน้ามาอยู่ใกล้ตอนไหน เมื่อจู่ๆ หันไปหาแบบนั้น...ปลายจมูกของเธอจึงกดลงบนแก้มเขาเข้าเต็มๆ!!

 

“!!!”

 

“...!!”

 

คราวนี้ไม่ใช่เพียงแค่เธอที่ตกใจ แต่ชายหนุ่มที่เพิ่งจะถูกสาวเจ้าหอมแก้มเข้าก็เบิกตากว้างตกใจไปด้วย! เหมือนเวลารอบข้างถูกหยุดลงไปชั่วขณะ กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เขาผละออกไปยืนด้านหลังอย่างเคย แล้วยกยิ้มมุมปากให้กับเธอที่นิ่งอึ้งไปแล้ว...

 

“หึ...”

 

“นะ นาย...นาย!”

 

“รู้สึกว่าฉันจะได้อะไรที่คุ้มค่ากว่าคำขอบคุณซะแล้วสิ”

 

“ชิลด์!!”

 

“ขอบคุณนะ คุณหนู~”

 

คนถูกเรียกชื่อกลับหัวเราะร่าไม่รู้สึกรู้สา ตีหน้ามึนเดินออกจากระเบียงไปโดยทิ้งไว้เพียงลูมีนที่ตอนนี้พูดอะไรไม่ออก ใบหน้าร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นแรง และทำได้เพียงมือสั่นอยู่คนเดียวตรงนี้

 

เสียรู้หมอนั่นจนได้!

 

เธอกรีดร้องในใจ แทบอยากจะกระโดดลงไปเอาหน้ามุดน้ำทะเลเมืองหลี่เย่วดับความร้อนในตอนนี้แทน พยายามจะสลัดภาพเหตุการณ์เมื่อกี้ออกไป แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ช่วยอะไรเลย...

 

ให้ตายเถอะ ทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้นะ...พออยู่กับเขาแล้วรู้สึกว่าไม่เป็นตัวเองคนเดิมเลย รับมือไม่ถูกกับผู้ชายอย่างเขา ชิลด์คือคนที่เธออ่านไม่ออก ไม่รู้ว่าภายใต้รอยยิ้มนั่นคิดอะไรอยู่ ซ้ำร้ายกว่านั้นคือพอทวงถามคำตอบจากเขาเรื่องเจตนาที่แท้จริง เธอก็ต้องมาอึ้งกว่าเดิมด้วยคำตอบบ้าๆ นั่น!

 

“แย่ชะมัด...”

 

ลูมีนก้มหน้าลงซบฝ่ามือตัวเอง ยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งได้รู้ว่าใบหน้าเธอตอนนี้ร้อนมากแค่ไหน เสียงหัวใจเต้นดังจนน่ารำคาญ พอเธอพยายามจะตั้งสติคิดเรื่องอื่นแทน ก็พบว่าในหัวมีแต่ภาพรอยยิ้มของผู้ชายคนนั้น และเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เธอหอมแก้มเขาก็ลอยเข้ามา...

 

อยู่ดีๆ เธอก็เริ่มรู้สึกว่า...

 

สิบเปอร์เซ็นต์ที่ให้เขาไป...มันคือการขาดทุนครั้งใหญ่ยังไงก็ไม่รู้...

 

 

 

 

The end

_________________________________________________________

 

กรี๊ดดดดดดดดด เขียนเองเขินเองได้ค่ะ ไม่ไหวแล้ว กสวดสหกวงด

5555555555555555555555555555555

 

พูดคุยกันได้ที่

Follow me at

FB: Rosetta Villiano

Fanpage: Ame no Haru

Twitter: @RVilliano

ผลงานอื่นๆ ของ Ame_no_Haru

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

36 ความคิดเห็น

  1. #36 AdaNoodat
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 20:48
    ...:-;
    #36
    0
  2. วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 08:57

    อยากได้อีกอ่าแงงงงง

    #35
    0
  3. #34 consort
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 14:36
    งือออออ
    #34
    0
  4. #33 ฝนฟ้าเป็นใจ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 21:09
    คุณพระช่วย สมใจอิฉันนัก!!!!
    #33
    0
  5. #32 ✿ Red_Tsubaki ✿ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:23
    เขินไปหมดดดดด
    #32
    0
  6. #31 aratakun
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:57

    รู้สึกอยากให้มีต่อเเฮะ 5555 นี่เขินจนตัวบิดไปหมดเเล้ว https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-08.png

    #31
    0
  7. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:04
    เขียนดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วเขิลมากกก
    #30
    0
  8. #29 คนไม่(เคย)เข้าตาใคร (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 23:53
    โอ้ยยย น่ารักมากกกก เขียนดีมากค่ะ ไม่หลุดคาแรกเตอร์เลยย อยากให้มี ากนี้จริงๆ เง้อออ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ ❤️
    #29
    0
  9. #28 NB.reader
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 10:36

    พึ่งเล่นถึงไม่นานเองแต่... กริ้ดด ชอบมากก

    #28
    0
  10. #27 ซูโครสสึ
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 02:34

    อ่ยยย เขิน 5555555 ฟกกถคกตุกตกยุ

    #27
    0
  11. วันที่ 17 มกราคม 2564 / 10:28
    เราผู้อ่านไม่ได้;-;
    #26
    0
  12. วันที่ 13 มกราคม 2564 / 10:17
    เรือหลวงอฟช.เขาแหละ ด้อมนี้5555
    #25
    0
  13. #24 PinkMagenta
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 21:55

    แง~ น่ารักมากกก

    เพิ่งเล่นถึงหลีเยว่พอดีด้วย

    #24
    0
  14. #23 mareyamayako (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 01:02
    แง้ น่ารักเกินไปแล้ว////
    #23
    0
  15. #22 Ixora FlowerLady (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 16:51
    สนุกดีค่ะ

    ^_^
    #22
    0
  16. #21 Akiko'^' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 22:17
    ทำเอาอยากอ่านตอนต่อเลยง่าา
    #21
    0
  17. #20 wanmaii13
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 07:38
    เอ๊ะ!!! คุนน้อง มิรีบๆตามหาพี่ชาย 👻
    #20
    0
  18. วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 00:40
    ทำไมเราอ่านไม่ได้อ่ะคะ คือมันขึ้นแค่บทนำ เนื้อหาหายไปเลย
    #19
    0
  19. #18 pitikan-rupud (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 01:33

    ขอภาคต่อได้มั้ยค่ะพรีสสส
    #18
    0
  20. #17 emeaow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 03:10
    เตงคะ คือลือ คือบุ๋งๆต่อมจมากค่ะ เราชอบแบบนี้มั่กก ไม่หลุดคาร์เลย หง่ากกกก ///_/// มีแต่งตอเรื่องสั้นอื่นๆมั้ยเตงงง
    #17
    0
  21. วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 20:58
    ขออนุญาตอุดปาดกรี๊ดค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด แต่งดีมากๆๆๆๆ คือบับ กรี๊ดดดดดดดด
    #16
    0
  22. #15 RaIn
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 09:43

    ขอภาคต่อด้วยค่าา

    #15
    0
  23. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 10:06

    คูมมมมม ดือมากกกก อ๊ายยยย จะตายแล้วค่ะ /////

    #14
    0
  24. #13 GhostZ:I
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 16:51

    ฟินจิกหมอนขาดเลยค่าาา

    #13
    0
  25. #12 แยม
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 14:15

    คือดีย์ แต่สุดหล่อชื่อไชลด์นะคะ ไม่ใช่ชิลด์

    #12
    0