นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

ยอดวิวรวม

193

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


193

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 พ.ค. 61 / 10:36 น.
นิยาย Love you no more... ѡѹѹش () By Ǩ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Love you no more

รั ก นิ รั น ด ร์ วั น สุ ด ท้ า ย


แด่ ผู้เสียสละที่ไม่เคยเข้าใจในความรัก...  เพื่อความรัก...











ผมสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง ... ผมสงสัยว่าคนเราสามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้ไหม ?


เสียงฝนตกกระทบบนพื้นคอนกรีต ... ผมมองเห็นผืนฟ้าเป็นสีน้ำเงินขมุกขมัว รอบกายของผมเปียกชุ่มแต่ยังมีไอระอุอ่นๆลอยขึ้นจากพื้นคอนกรีต... ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าฝนสามารถทำให้คนเราหนาวเย็นได้ถึงเพียงนี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าท้องฟ้าจะเป็นสีน้ำเงินได้ขนาดนี้ ...

ปึ้บ !

มีใครบางคนกำลังลงจากรถ และเสียงน้ำบนพื้นถูกย่ำมุ่งตรงมาทางนี้ ...มันไม่ทันแล้ว ผมรู้ดี ... ผมรู้สึกหนาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่แบบนี้มันอาจจะดีแล้วก็ได้ ... เพราะถ้ามันจบตรงนี้

พรุ่งนี้... ผมก็ไม่ต้องรักใครอีกต่อไปแล้ว







" มึงจะกลับยังวะ " 

'ใต้ฝุ่น' เพื่อนสนิทของผมเอ่ยถามพลางรินเบียร์ใส่แก้วส่งให้ผม เรากำลังนั่งดื่มด้วยกันเหมือนทุกที

" ยังอ่ะ ยาวๆแหละ " ผมตอบ

ผมกับฝุ่นเป็นเพื่อนเรียนเอกเดียวกันมานาน 3 ปี เราสองคนสนิทกันมาก และทุกสัปดาห์ผมมักจะมานั่งดื่ม หรือไม่ก็เล่นเกมส์ที่คอนโดของมันอย่างนี้เสมอ 

" วันนี้มึงหนักไปป่าว มีเรื่องอะไรเครียดวะ "

ฝุ่นถาม และผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ --- ถ้าหากผมมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ มันจะเป็นคนแรกที่รู้โดยที่ผมไม่ต้องบอก และทุกครั้งที่มันเอ่ยปากถาม ผมจะตอบตามความจริง เว้นเสียแต่ว่า

ผมมีความลับที่ยังไม่เคยบอก ไม่ว่าจะเมื่อไหร่

" เรื่องใหญ่เหรอ... หรือไอ้พวกนั้นมันมาวุ่นวายอีก "

" ไม่มีอะไรหรอกน่า... ถ้ามีก็บอกไปแล้ว " ผมตอบก่อนจะซดเบียร์อึกใหญ่

ไอ้พวกนั้นที่ว่า มันคงไม่มาวุ่นวายกับผมให้เสียเวลา --- เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งผมและฝุ่นไปมีเรื่องกับเด็กอาชีวะโรงเรียนใกล้ๆ พวกมันเป็นอริกับคนอื่นเขาไปทั่ว รวมไปถึงพวกผมหรือเด็กคนอื่นจากโรงเรียนของผม มันเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ จะเพื่อศักศรีหรือเพื่อชื่อเสียงอะไร ผมก็ไม่เคยเห็นว่ามันมีค่าเลยสักครั้ง --- สิ่งเดียวที่มีค่าพอให้ผมกล้าไปมีเรื่องหรือเหวี่ยงหมัดชกหน้าคนอื่นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่า ข้างๆตัวของผมมีคนที่จะปล่อยให้มันเจ็บอยู่คนเดียวไม่ได้ก็เท่านั้น

นอกหน้าต่างฝนกำลังตกอย่างหนัก บางครั้งผมได้ยินเสียงเม็ดฝนสาดกระทบบานกระจกจนกลบเสียงรายการทีวีที่เปิดทิ้งไว้ ไฟในห้องสลัววูบไหวไปตามแสงของจอแก้วเพราะเรามักจะปิดไฟทั้งห้องเพื่ออรรถรสในการดูหนังหรือเล่นเกมอยู่เสมอ เราจะนั่งที่พื้นห้อง พิงของเตียงและหันหน้าเข้าหาทีวี เป็นอย่างนี้แทบทุกครั้ง

" เอาเถอะ ไม่บอกก็ไม่บอก " มันว่าพลางเอนหลังพิงขอบเตียง

" ทีมึงยังไม่บอกกูเลย " ผมพูด

" เรื่องไรวะ "

" เด็กบัญชีอ่ะ "

ผมพูดก็พลางนึกถึงใบหน้านักศึกษาสาวบัญชีที่พักนี้เข้ามาพัวพันอยู่กับใต้ฝุ่นบ่อยๆ เธอเป็นสาวหน้าตาดี ยิ้มเก่ง ร่าเริง ... เป็นผู้หญิงที่ผมคิดว่าเหมาะสมกับมันมาก นั่นทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ

" ก็ ... บอกได้แหละ แต่มึงไม่ได้ถามนี่ "

ใช่ ผมไม่ได้ถาม --- ไม่อยากจะถามด้วย และถ้าจะต้องมานั่งฟังว่าทั้งสองคนรู้จักกันได้อย่างไร เจอกันที่ไหน หรือชอบกันเพราะอะไร  แบบนั้นผมคงกระอักเอาเบียร์ที่ซดเข้าไปออกมาจนหมดกระเพราะเป็นแน่ --- ผมรู้ว่ามันแปลกที่จะรู้สึกอย่างนี้ และผมสงสัยว่าคนเราสามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้มั้ย

" กูคบเขามาสักพักแล้วอ่ะ "

กะแล้วเชียว ก็ผู้หญิงน่ารักขนาดนั้น --- มันก็ตลกดีที่ผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่งซึ่งไม่เคยใช้ร่างกายตัวเองปกป้องใครได้เลยแต่กลับได้รับความรักความใส่ใจอย่างท่วมท้น กับคนที่เจ็บแทบตายก็ยังเป็นแค่คนที่เจ็บแทบตายเท่านั้น

" แล้วพรุ่งนี้กูจะไปดูหนังกับเขาด้วย มึงจะกลับกี่โมงอ่ะ ถ้ามึงจะนอนนี่กูจะทิ้งกุญแจไว้ให้ "

" ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวกูก็กลับแล้ว " ผมตอบ

ในคอรู้สึกปวด หน้ามืดไปหมด --- มันอาจเป็นอาการเมาหรืออะไรสักอย่าง แต่ผมรู้สึกเจ็บแบบอธิบายไม่ได้ ผมคลำมือไปบนพื้นห้องเพื่อควานหาข้าวของเก็บใส่กระเป๋า

" เห้ยๆ เดี๋ยวค่อยไปก็ได้ ฝนยังตกอยู่เลย " มันบอก มือข้างหนึ่งจับแขนผมไว้

" ไม่เป็นไร กูกลับได้ "

ให้ตกแรงแค่ไหนก็กลับได้ ต่อให้พายุเข้าหรือสึนามิซัดเข้ามากลางกรุง ผมก็กลับได้ ขอแค่ได้ออกไปจากที่นี่ก็พอ ผมไม่อยากฟังเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้น --- เธอเป็นคนสวย ผมไม่ชอบเลย เธอเป็นคนน่ารัก นั่นยิ่งทำให้ผมเจ็บปวด

" มึง --- เดี๋ยวค่อยไป มึงเมามากแล้วเนี่ย "

แขนของผมถูกรั้งเอาไว้แน่น ผมหันกลับไปมองก็เห็นมันกำลังจ้องผมด้วยสีหน้าจริงจัง จากนั้นผมเงียบ และเราเงียบ --- จ้องมองกันอยู่นานเป็นนาที --- มันค่อนข้างหน้าอึดอัด มีบางอยากติดอยู่ที่คอของผม เป็นก้อนความรู้สึกที่อยากจะพูดออกไปให้หมดเปลือก พูดเพื่อให้มันปล่อยมือจากผม

" มีอะไรก็บอกกูได้นะ " มันพูด

ไอ้มีมันก็มีแหละ --- แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนก่อน อย่างเช่นว่า 'ฝุ่น กูว่ามึงอย่าไปกับเขาเลยว่ะ' หรือไม่ก็ 'พรุ่งนี้มึงไปธุระกับกูหน่อยดิ่ เลื่อนนัดมึงไปก่อนได้มั้ย' หรือซื่อตรงกว่านั้นอย่างเช่น

'กูชอบมึงว่ะ'

" มึงชอบน้องบัญชีมากป่ะ " ผมถาม

" เขาชื่อฟาง "

" มึงชอบฟางมากป่ะ "

" .... ก็ชอบ ... มึงมีอะไรเหรอ "


" งั้นมึงปล่อยกู "

ผมรู้คำตอบดีอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นผมก็ยังถาม --- ใต้ฝุ่นมองหน้าผม และผมรู้ว่ามันไม่เข้าใจ แน่อยู่แล้วเพราะมันไม่เคยเข้าใจอะไรเลย มันคลายมือออกจากผมและยังคงจ้องหน้าเหมือนกำลังรอให้ผมพูดอะไรบางอย่าง แต่ผมไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไปแล้ว ผมก้มลงเก็บของใส่กระเป๋า ดันแก้วเบียร์วางไว้ข้างเตียงและยันตัวลุกขึ้น ผมไม่สนถึงแม้ว่าฝนจะตก --- ช่างมัน

" เดี๋ยวดิ่ ! มึงเมาแล้วฝนก็ตกหนักขนาดนี้ มึงจะกลับได้ไง "

" กูกลับได้ "

" มึงเป็นอะไรเนี่ย "

คำถามเดิม สีหน้าเดิม --- แขนของผมถูกจับแน่นเหมือนเดิม เราเผชิญหน้ากันในห้องที่มืดสลัว ทีวีส่องแสงเป็นสีน้ำเงินสลับส้มวูบวาบสาดให้เห็นใบหน้าฉงนปนความเครียดเล็กๆ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามที่ผมไม่อยากจะตอบ

" บอกกูมาเหอะ ยิ่งมึงทำงี้กูยิ่งหงุดหงิดนะ "

พูดยังไม่ทันจบมันก็เหวี่ยงแขนของผมออกจากมือ --- ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นใบเสร็จเซเว่นที่ถูกขยำจนป่นปี้ แล้วโดนเขวี้ยงลงถังขยะโดยที่ไม่เคยถูกอ่านเลยสักครั้ง ถังขยะตรงหน้าเซเว่นนั่นแหละ ... เพราะใบเสร็จอย่างผมมีเวลาลอยหน้าอยู่บนโลกนี้ได้ไม่นานนักหรอก

" .... "

" สัส --- จะไปก็ไปเลยไป " น้ำเสียงที่ผมได้ยิน ... เหมือนคนหมดความอดทน

ผมรู้สึกเหมือนโดนไล่ด้วยคำหยาบคาย ทั้งที่มันก็ไม่ได้หยาบคายแต่ทำไมรู้สึกเจ็บ ?

เมื่อตอนปีหนึ่งผมนั่งหน้าโง่อยู่ที่โรงอาหารของวิทยาลัย แล้วจู่ๆก็มีผู้ชายหน้าตาโง่ๆคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับสมุดในมือ สมุดล่ารายชื่อเพื่อนสาขา ผู้ชายหน้าโง่คนนั้นถามผมว่า ชื่ออะไร เรียนเอกอะไร และเมื่อผมตอบมันก็ทำหน้าโง่ๆใส่เหมือนไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราเรียนเอกเดียวกัน ทั้งที่เราก็เคยเจอกันตอนอยู่ห้องประชุมมาตั้งหลายครั้งแล้ว

ปีต่อมาเรากลายเป็นเพื่อนสนิท ผู้ชายโง่ๆคนนั้นลอกการบ้านผมแทบทุกวัน ในทุกครั้งที่เรามีเรื่อง ผมไม่เคยเลยที่จะวิ่งหนีหรือทิ้งมันเอาไว้ และถ้าหากว่าผมจะต้องเจ็บ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ยิ้มได้ในตอนที่ถูกรุมยำจนเละก็คงหนีไม่พ้นข้างตัวของผมจะต้องมีมันนอนแอ้งแม้งอยู่ด้วยกันเสมอ

พวกเราไม่เคยเจ็บแทนกัน... เรามีแต่เจ็บไปด้วยกัน...

ปีต่อมาเรายิ่งสนิทกันมากขึ้น --- ผมไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราสนิทกันขนาดนี้ เวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน และผมอยากจะย้อนมันกลับไป กลับไปให้ไกลที่สุด วันนั้นผมจะไม่นั่งอยูที่โรงอาหาร และผู้ชายหน้าโง่คนนั้นจะไม่เข้ามาคุยกับผม ผมจะไม่ให้มันลอกการบ้าน และทิ้งให้มันโดนกระทืบอยู่คนเดียว

แล้วเราก็จะไม่สนิทกันขนาดนี้ ...

คืนนี้ผมจะไม่อยู่ที่นี่ ...

คอเสื้อของผมถูกขยำ ความเจ็บแปลบเล็กๆสะกิดผ่านผิวหนัง อีกครู่หนึ่งผมถูกผลักออกจากริมฝีปากอบอุ่นที่เคล้าไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ ผมมัวเมาและร้องขออยู่ในความเงียบงัน ขอให้ยืดเวลาออกไปอีกนิด พระเจ้าอย่าเพิ่งแยกเราออกจากกัน... อีกแค่นิดเดียวก็ยังดี... เพื่อนของผมจ้องหน้าเขม็ง มันคงจะตกใจมาก ผมเองก็ตกใจที่ตัวเองทำอย่างนั้น --- ในขณะที่หัวของผมว่างเปล่ามันก็สาดหมัดใส่ผม --- ถึงผมจะเห็นแล้ว ผมเคยโดยต่อยมาเป็นร้อยครั้งในชีวิต ... แต่ไม่มีเหตุผลที่จะหลบเลย... ก็ ... ผมสมควรโดน

" มึงเป็นเหี้ยไรวะ ! "

ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าผมเป็นเหี้ยอะไร ... ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ --- จริงๆนะ --- ผมไม่อยากรู้จักผู้ชายคนนี้เลย... ถ้าไม่รู้จักกันวันนี้ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ หรือบางทีมันอาจะผิดที่ผมเอง ผมคิดอีกแล้วว่าคนเราสามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้รึเปล่า ?

" ขอโทษ กูแค่เมาเฉยๆ " ผมตอบ

" มึงออกไปเลยไป "

ผมก้มลงเก็บกระเป๋าที่ตกบนพื้น --- หันหลังเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับไปมอง 'ออกไปเลยไป' ไม่รู้ว่าปะรโยค หรือว่าน้ำเสียงที่มันใช้ อะไรทำให้เจ็บปวดได้มากกว่ากัน...







ผมเดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนน --- ทั้งเมา ทั้งเจ็บที่หน้าถูกต่อย ฝนก็ตกจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว --- ตลอดเวลาที่ก้าวเดินผมก็ยังคงสงสัย ... ว่าคนเราสามารถห้ามความรู้สึกตัวเองได้จริงเหรอ เพราะถ้าผมทำได้มันก็คงดี... ผมยังนึกไม่ออกว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงต่อ ถ้าผมกลับไปถึงบ้านแล้วนอนหลับ ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วผมจะรู้สึกยังไง ผมคงหายเมา และอาจจะแฮงค์นิดหน่อย... แต่ความรู้สึกหลังจากนั้นล่ะ ?  เพื่อนของผมจะว่ายังไงบ้าง เราจะคุยกันเหมือนเดิมมั้ย ถ้าเจอกันที่โรงเรียน มันจะขอผมลอกการบ้านเหมือนเดิมรึเปล่า ตอนพักเที่ยงเราจะไปกินข้าวด้วยกัน หรือเราจะยิ้มให้กันเหมือนเดิมได้มั้ย ?

" เฮ่ย ! มึงอ่ะ --- เรียนที่ไหนวะ "

เสียงคนไม่คุ้นหูดังทักทาย เมื่อหันมองไปก็เห็นเด็กอาชีวะยืนอยู่หลายคน ผมไม่รู้ว่าพวกนี้เดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ --- อาจเพราะฝนตกหนักจนไม่ได้ยิน หรือไม่ก็เพราะผมมัวแต่เดินคิดเรื่องไม่เข้าท่า

" วิศวะ --- ตรงโน้นไง "

ผมตอบพลางชี้ไปทางมหาลัยที่ไม่ใช่โรงเรียนของผม --- พวกมันเป็นอริไม่ผิดแน่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเด็กโรงเรียนผมไปมีเรื่องกับพวกนี้เอาไว้ และผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์ ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มีใครสักคนในพวกมันจำหน้าผมได้

" ไหนเอาเข็มกลัดมาดูดิ๊ " พวกมันคนหนึ่งพูด

" ไม่ได้พกมา --- ชุดนักศึกษายังไม่ใส่เลยเนี่ย "

" โกหกป่าวสัส "

ผมกำลังเข้าตาจนแล้ว --- พวกมันเดินเบียดเข้ามา และผมไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ผมกำลังเมามาก ถ้าหากวิ่งหนีก็คงไม่พ้น ผมตัวคนเดียวให้สู้ทั้งหมดนี่คงไม่ไหว ถ้าปล่อยให้ตัวเองโดนรุมกระทืบก็อาจจะสาหัสปางตาย

" จะโกหกไปทำไม เพิ่งไปกินเหล้ากับเพื่อนมาเลยไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษา... "

" แล้วไหนอ่ะเพื่อนมึง "

คนหนึ่งพูด แล้วตรงเข้ามาผลักที่ไหล่ของผม พวกที่เหลือก็ขยับเข้าประชิดตัว ผมรู้สึกว่ามีคนหนึ่งต้อนผมจากด้านหลัง และอีกคนหนึ่งยืนประชิดทางด้านขวา คนข้างหน้าที่กำลังเดินเข้ามาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเหมือนซุกอะไรบางอย่างเอาไว้ในนั้น --- ผมรู้สึกร้อนวูบ หัวใจเต้นระทึกอย่างที่ไม่เคยเป็น... ผมไม่สามารถละสายตาออกไปจากมือที่ซุกในกระเป๋านั้นได้เลย

" พอไม่มีเพื่อนแล้วหายเก่งเลยเนอะ "

ผมได้ยินเสียงพูด แต่ไม่ได้มองหน้ามัน --- แสงสีเงินวาววับให้เห็นได้ในความมืดสลัว ของมีคมเผยออกจากกระเป๋ากางเกง --- จากนั้นผมได้ยินเสียงในจิตใต้สำนึกของตัวเอง เสียงร่างกายของผมถูกแทงด้วยวัตถุมีคมที่ผมเองก็มองเห็นไม่ชัดเท่าไหร่ ผู้ชายที่อยู่ด้านหลังล็อกตัวผมเอาไว้ --- ผมไม่สามารถหนีไปไหนได้

" ฝากไปให้เพื่อนมึงด้วยนะ "

เสียงนั้นดังอยู่ข้างหู และวัถถุที่เสียบตัวผมก็ถูกดึงออกไป ผมไม่รู้ว่าผมถูกแทงกี่ครั้ง แต่เมื่อมันหนำใจคนที่ล็อกจากด้านหลังปล่อยตัวผมทิ้งลงพื้น --- มันเจ็บเหมือนตอนที่ถูกต่อยท้องอย่างแรง แต่คราวนี้ มันเจ็บปวดกว่านั้นหลายเท่า....

พวกมันจากไปแล้ว

และฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย ผมถูกทิ้งเอาไว้บนถนนมืดมิด ไร้ผู้คน --- ความเจ็บปวดก็เป็นความรู้สึกเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นคนเราคงห้ามไม่ให้ตัวเองรู้สึกไม่ได้หรอก เพราะถ้าผมทำได้ผมคงห้ามไม่ให้ตัวเองรู้สึกเจ็บในตอนนี้ --- ผมขยับตัวไม่ได้ แต่เลือดกำลังไหลออกจากร่างกายไม่หยุด ถึงผมจะมองไม่เห็นเพราะขยับไปไหนไม่ได้แต่ผมรู้สึกอุ่นที่ปากแผล ไหลอาบลงไปที่เอว ...สีข้าง .. และทั่วแผ่นหลัง ผมกำลังจะเสียเลือดจนตายในไม่ช้านี้

จะว่าไปแล้ว ถ้าผมไม่ตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้ ... มันจะเป็นยังไงบ้าง

มันก็จริงที่เราไม่เคยเจ็บแทนกันเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เราไม่ได้เจ็บไปด้วยกัน มีเพียงแค่ผมเท่านั้นที่นอนอาบเลือดอยู่บนพื้นเพียงลำพัง ...  ผมหลับตาลง นอนนิ่งๆเพื่อไม่ให้ตัวเองเจ็บมากไปกว่านี้ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที ฝนก็ช่วยชะน้ำตาให้ --- การร้องไห้อาจไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีพื้นที่ให้กับน้ำตามากเท่าไหร่ ... แต่ถ้าผมจะร้องไห้ก่อนตาย มันก็คงไม่น่าสมเพชเกินไปใช่มั้ย ? อย่างน้อยก็ไม่มีใครเห็นน้ำตาของผม ใช่มั้ย ?

พวกมันบอกว่า 'ฝากไปให้เพื่อนมึงด้วย' แต่ของแบบนี้ใครมันจะอยากได้ แล้วผมจะกล้าแบกบาดแผลนี้ไปฝากเพื่อนได้ยังไง ท้ายที่สุดแล้ววิธีการเจ็บแทนกันก็คงเข้าท่า...

เพราะเราสามารถเจ็บแทนคนที่เรารักได้อยู่แล้วจริงมั้ย มันอาจเป็นคำสาปก็ได้

......

ผมมองเห็นผืนฟ้าเป็นสีน้ำเงินขมุกขมัว รอบกายของผมเปียกชุ่มแต่ยังมีไอระอุอุ่นๆลอยขึ้นจากพื้นคอนกรีต... ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าฝนสามารถทำให้คนเราหนาวเย็นได้ถึงเพียงนี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าท้องฟ้าจะเป็นสีน้ำเงินได้ขนาดนี้ ...

ปึ้บ !

มีใครบางคนกำลังลงจากรถ และเสียงน้ำบนพื้นถูกย่ำมุ่งตรงมาทางนี้ ...มันไม่ทันแล้ว ผมรู้ดี ... ผมรู้สึกหนาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่แบบนี้มันอาจจะดีแล้วก็ได้ ... เพราะถ้ามันจบตรงนี้


พรุ่งนี้ ... ผมก็ไม่ต้องรักใครอีกต่อไปแล้ว






End

แมวจร.




   




      

? w i t h b ?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 พ.ค. 61 / 10:36


Rewrite ( May22,2018 )
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ติดตามผลงานเรื่องสั้นอื่นๆได้ที่

{ ห้ อ ง ส มุ ด แ ม ว จ ร }

ผลงานอื่นๆ ของ Kun_Mu

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 22:26
    เศร้าค่ะ รู้สึกไปตามตัวละคร งานดีจริงๆ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ! อ้อ ขอบคุณที่ร่วมสนุกกับกิจกรรมกลุ่มด้วยนะคะ!
    ยูเองจ้า
    #3
    0
  2. วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:03
    แต่งดีมากค่ะ! โศกนาฏกรรมรึเปล่าเนี่ย? ;; แต่เราจะคิดเอาเองว่าไม่ตายละกันนะ(?)
    #2
    0
  3. วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 16:12
    ความรักที่จบลงด้วยความตาย บาดลึกในหัวใจ และลึกซึ้งในความรู้สึก เขียนได้ดีมากเลยครับ
    ผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบเพื่อนชายของตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่ารักนั้นไม่มีทางสมหวัง แต่น่าจะปูเรื่องความรักของท่านน้องผู้หญิงมากกว่านี้ก็ดีครับ
    #1
    0