[END] Soul Verse : [I.M x KiHyun]

โดย I.M the BEST

"ยูกีฮยอน, ในใจดวงนั้นของคุณ เป็นผมหรือเป็นเขา ที่อยู่ในนั้น ..."

ยอดวิวรวม

2,924

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


2,924

ความคิดเห็น


104

คนติดตาม


130
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
จำนวนตอน : 25 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  21 พ.ย. 62 / 12:48 น.
นิยาย [END] Soul Verse : [I.M x KiHyun]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





สนามบินนานาชาติดัลลัส,



     ยูกีฮยอน กำลังนั่งจิบช็อคโกแล็ตร้อนอยู่ในร้านสตาร์บัคส์ที่อาคารผู้โดยสารขาออกเพื่อรอเวลาประกาศเรียกขึ้นเครื่อง แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ที่ท่าอากาศยานแห่งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แต่จิตใจกลับเตลิดไปไกลถึงค่อนโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


     ...และการได้กลับบ้านเกิดเป็นเรื่องที่ดีทีสุดสำหรับเขาในวันนี้


     ต้องขอบคุณทุนวิจัยทางการแพทย์ ที่ทำให้หมอนิติเวชอย่างเขามีโอกาสเข้าร่วมในงานวิจัยและใส่ชื่อเป็นผู้ค้นพบโรคทางประสาทวิทยาอันเกิดจากการใช้กล้ามเนื้อส่วนเดิมๆมาเป็นเวลานาน เขาทุ่มเทเวลาเป็นแรมปีเพื่อการศึกษาครั้งนี้และมันก็ไม่ได้สูญเปล่าอย่างที่ใครเคยสบประมาทเอาไว้ เขากำลังกลับบ้านพร้อมกับความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจ



          "ไปเที่ยวที่เกาหลีเหรอคะ"



     เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินสาวที่มีผมนำ้ตาลเข้มและตาสีบรูเน็ตถามขึ้นขณะเอื้อมมือมารับบัตรโดยสารจากกีฮยอนมาแสกนบาร์โค้ดก่อนขึ้นเครื่องพร้อมทักทายเขาอย่างเป็นมิตร



          "อ้อ กลับบ้านน่ะครับ" กีฮยอนตอบหล่อนด้วยภาษาอังกฤษแบบสุภาพพร้อมรอยยิ้ม



          "งั้นก็ขอให้เป็นไฟล์ทที่ดีนะคะ" นั่นคือคำอวยพรสุดท้ายจากพนักงานสาวคนนั้น



     กีฮยอนไม่ว่าอะไรต่อนอกจากเอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วก้าวเข้าสู่งวงช้างที่เป็นทางเดินเข้าสู่ตัวเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 เที่ยวบินที่ 514 ลำนี้


     ด้วยใบหน้าขาวใสไร้ริ้วรอยกับความสูงแบบชาวเอเชีย ยูกีฮยอนค่อนข้างตัวเล็กเมื่อเทียบกับชาวตะวันตกคนอื่นๆ แต่ด้วยความเป็นตัวเขาต่างหากที่มันกลับดึงดูดให้คนเข้าหา นอกจากรูปร่างหน้าตาแล้วยังมีเรื่องของสติปัญญาที่พ่วงมาด้วยดีกรีนายแพทย์เฉพาะทางอีก


     แต่ถึงอย่างนั้นกีฮยอนก็ยังไม่ได้คิดคบใครจริงจัง...เขามีแค่งาน และงานเท่านั้น



.


.


.



     กีฮยอนนั่งประจำที่ริมหน้าต่างของตัวเอง ข้างๆเขาเป็นที่ว่างและที่นั่งถัดไปเป็นเด็กหญิงวัยรุ่นชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีที่อายุไม่น่าจะเกินยี่สิบนั่งอยู่ถัดไปอีกที


     ในขณะที่เครื่องบินทะยานขึ้นจากรันเวย์สนามบินดัลลัสและไต่ระดับขึ้นมาได้พอสมควร สัญญาณรัดเข็มขัดก็ดับลงพร้อมกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเริ่มทยอยแจกเครื่องดื่มเป็นของว่าง


     นายแพทย์หนุ่มรับแก้วน้ำส้มที่เปรี้ยวจนแทบลืมตาไม่ขึ้นจากลูกเรือมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งที่อยู่ในมือของเด็กสาวที่นั่งถัดจากเขาไปหนึ่งที่นั่ง



          "คุณก็อ่านเรื่องนี้เหมือนกันเหรอ" หล่อนหันมาถามเขาด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันชัดแจ๋ว



          "ไม่หรอก แค่เห็นหน้าปกสวยดี" เขาพูดไปตามความจริงพร้อมกับปรายตามองไปที่หนังสือหน้าปกสีน้ำตาลไหม้พร้อมกับตัวหนังสือสีทองในมือของเธออีกครั้ง



     เด็กสาวส่งยิ้มกว้างให้เขา พร้อมกับชูหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาให้เห็นชัดๆ และพูดว่า 



          "เมฆทางตะวันออก ไม่ฉาบสีทองอีกต่อไปแล้วล่ะ"



     นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายระหว่างกีฮยอนกับเธอ เพราะอีกไม่กี่วินาทีถัดมาเครื่องบินก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จนในห้องโดยสารนั้นเต็มไปด้วยข้าวของมากมายที่ปลิวว่อนไปมา ทั้งแก้วน้ำ กระเป๋า คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ช้อนส้อมและมีดแบบพลาสติก ดินสอ ปากกา หนังสือ ทุกอย่างพุ่งไปมาอยู่รอบๆตัวของผู้โดยสารทั้งหมด


     สัญญาณรัดเข็มขัดปรากฎขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความวุ่นวาย ทั้งกีฮยอนและเด็กหญิงอเมริกันเชื้อสายเกาหลีคนนั้นต่างรีบคว้าเข็มขัดมาคาดร่างของตัวเองให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์ทุกลักทุเลเช่นนี้


     แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะเลวร้ายมากกว่านั้น เมื่อในห้องโดยสารเริ่มมีควันไฟปรากฎขึ้นมา ผู้โดยสารคนอื่นเริ่มไอโขลกขณะที่กีฮยอนแหงนมองบนเพดานเหนือที่นั่งของตัวเอง พร้อมกับสบถขึ้นในใจ



          'บ้าเอ๊ย หน้ากากออกซิเจนไม่ได้ทำงานแบบอัตโนมัติหรือไงกัน'



     เขาจึงขยายเข็มขัดที่รัดหน้าท้องตัวเองให้หลวมขึ้นก่อนจะยืดตัวไปทุบที่แผงหน้าปัดไฟเหนือที่นั่งจนมันแตกออกจากกันเป็นเสี่ยง เผยให้เห็นอุปกรณ์สีเหลืองสดพร้อมกับสายยางที่ถูกเก็บเอาไว้อย่างเป็นระเบียบนอนขดนิ่งสนิทอยู่ในนั้น


     กีฮยอนล้วงมือหยิบมันออกมาโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก..ก่อนจะทันได้เห็นว่า มีหน้ากากออกซิเจนสองอันติดมือเขาออกมา


     นายแพทย์หนุ่มคว้าหน้ากากอันหนึ่งมาสวมครอบจมูกและปากของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะใช้อีกอันหนึ่งสวมใส่ให้เด็กหญิงข้างๆแบบเดียวกัน เขาใช้มือกดหัวเธอให้ก้มลงต่ำและหวังว่าคำแนะนำนั้นจะเป็นความหวังของการรอดชีวิตจากเหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้


     กลุ่มควันคุหนาแน่นกว่าเดิมในส่วนของห้องผู้โดยสาร ความหวาดกลัวนั้นเกิดขึ้นเมื่อไม่รู้ว่าไฟนั้นอยู่ที่ไหนหรือมันเผาไหม้อะไรไปแล้วบ้าง


     แล้วความปั่นป่วนอันน่ากลัวนั้นก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น กีฮยอนรู้ดีว่าตอนนี้เครื่องบินที่เขากำลังโดยสารนั้นเริ่มทำมุมตกสู้พื้นดินและชันขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เขาเหมือนนั่งอยู่บนรถไฟเหาะในสวนสนุกที่กำลังดิ่งลงด้วยความชันเกือบๆเก้าสิบองศาเสียด้วยซ้ำ


     วูบหนึ่งในความคิดเขานึกขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า ให้เครื่องบินลำนี้ตกลงบนมหาสมุทรหรือท้องทะเลกว้างสักแห่ง แต่อีกใจก็ร้องบอกขึ้นมาว่า เครื่องบินดิ่งลงขนาดนี้ ไม่มีหรอกการจอดลงในน้ำอย่างปลอดภัยแบบในหนัง มีเพียงแค่การกระแทกบนพื้นน้ำที่แรงที่สุดเกินกว่าเขาจะจินตนาการได้ก็เท่านั้น


     ขณะที่แรงกดอากาศในเครื่องเพิ่มสูงมากเกินกว่าจะรับได้อีกต่อไป แรงสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวก็ทำให้ตัวเครื่องสั่นอย่างแรง ปีกขนาดยักษ์ที่กีฮยอนเห็นด้านนอกนั้นสั่นกระพือราวกับกำลังจะหลุดออกจากตัวเครื่องเสียให้ได้


     เมื่อถึงจุดหนึ่งนายแพทย์ยูกีฮยอนคงจะตระหนักแล้วว่าความหวังทั้งหมดนั้นได้สูญสิ้นไปแล้ว เขากับผู้โดยสารและลูกเรือคนอื่นๆกำลังจะตกลงสู่ความตายในเวลาอีกไม่นาน เครื่องยนต์ที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างส่งเสียงแผดร้องราวกับโหยหวนในนาทีสุดท้ายพร้อมกับประกายไฟลุกโชนจนสว่างวาบเข้ามาในห้องโดยสาร


     ในตอนนั้นเองกีฮยอนดันนึกถึงบทความหนึ่งที่ตัวเองเคยอ่านเจอในคัมภีร์ไบเบิลขึ้นมาราวกับมีคนมากระซิบอยู่ในหัวตลอดเวลา และเขาเองก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไมถึงนึกถีงบทบัญญัติเหล่านี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยอยู่ในความทรงจำเลยเสียด้วยซ้ำ



          "ถ้ามนุษย์ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาอีกหรือ? ถ้าเป็นได้ ข้าฯสมัครใจคอยตลอดเวลากำหนด จนกว่าจะทรงปล่อยข้าฯออกมา" - โยบ 14:14



     ช่วงวินาทีหนึ่งเขานึกลังเลที่จะสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าเพื่อขอให้มีความหวังในสถานการณ์อันน้อยนิดแบบนี้ดีไหม แต่ก็รู้สึกว่านี่คือสิ่งสุดท้ายที่เขาพอจะทำได้ก่อนความตายจะมาถึง..นั่นคือการสวดมนต์แค่นั้น


     เครื่องบินโบอิ้ง 777-300 ปะทะกับทุ่งหญ้าด้วยการกระแทกอย่างวินาศสันตะโรเสียงจนเสียงนั้นดังไปไกลมากกว่ายี่สิบไมล์ในชนบท ฝูงนกต่างบินแตกฮือออกจากกิ่งไม้เพราะความตกใจ และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแถบนั้นต้องสะดุ้งตื่นก่อนเวลาอันสมควร


     การตกครั้งนั้นของเที่ยวบินหมายเลข 514 เป็นหายนะ หลังจากตัวเครื่องระเบิดในการกระแทกกับพื้นดินแล้ว ยังไถลไปในทุ่งหญ้าและแตกเป็นเศษซากที่ลุกไหม้เป็นเสี่ยงๆแทบจะนับไม่ได้ น้ำมันไอพ่นที่ทะลักออกมาจากเครื่องยนต์ ทำให้ติดไฟลุกไหม้กับเศษหญ้าและต้นไหม้จนป่าทั้งป่าสว่างไสวไปด้วยเปลวเพลิง 


     ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดในเที่ยวบิน514 จำนวนสามร้อยยี่สิบสี่คนเสียชีวิตลงทันที









=========================================================================


แนวนี้จะรอดไหมน๊อ...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

104 ความคิดเห็น

  1. #104 Natsurat (จากตอนที่ 25)
    10 ม.ค. 63 / 07:47 น.

    พอดีมาอ่านรวดเดียว ติดงอมแงมเลยค่ะ เป็นเรื่องที่แบคกราวน่ากลัวแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นเยอะมากๆ พวกปีศาจที่ มีความเห็นอกเห็นใจกันมากกว่าที่คิด แทบจะไม่เห็นด้านร้ายๆ ก่อนอื่นต้องบอกว่าบรรยากาศเนื้อเรื่อง ภาพสวยมากค่ะ อ่านแล้วรู้สึกได้อะไร ได้ข้อคิดหลายอย่างค่ะ โดยเฉพาะในแง่ความรัก แล้วก็เหมือนเติบโตไปพร้อมตัวละคร ความสัมพันธ์ที่เริ่มจาก0จากวันที่ฝนโปรยปราย ของชางกยุนกับหมอกีฮยอน สวยงามมาก อินค่ะ ยิ่งตอนที่จากกันท้ายๆ เจ็บปวดตามตัวละครเลยแบบ ไปแล้วจริงสิ ไปแล้วจริงๆเหรอ แต่สุดท้ายก็กลับมา คือเรื่องที่วอนโฮบอกค้างเอาไว้ตอนถอดจิตไปคุยใช่มั้ยเรื่องมิสเซิลโทรล แต่เซอไพร้สุดคือวอนโฮค่ะ เฉลยตอนหลังคือน้ำตาไหลนอกจากเอ็มกีแยกกันเลย คือความรักเค้ายิ่งใหญ่มากนะ ตอนที่เฉลยว่าคือคุณตาคนนั้น แง ขอบคุณที่จบแฮปปี้เอนดิ้งนะคะ สนุกมากๆเลย

    #104
    0
  2. #103 Snookkim95 (จากตอนที่ 21)
    20 พ.ย. 62 / 22:36 น.
    ก็คนมันขี้หึง นิดนึงก็คิดไกล~~~
    #103
    0
  3. #102 Snookkim95 (จากตอนที่ 19)
    20 พ.ย. 62 / 19:17 น.
    เขา ได้ กัน แน้ววววว ้ขาเป็นของกันและกันแล้ววววววว
    #102
    0
  4. #101 Snookkim95 (จากตอนที่ 10)
    19 พ.ย. 62 / 20:31 น.
    ตอนนี้คนอ่านคือตายไปแล้วจ้าาาาาา
    #101
    0
  5. #100 MiMinPark (จากตอนที่ 25)
    15 พ.ย. 62 / 10:38 น.
    และแล้วเขาก็มีความสุขกัน ณ ที่แห่งนี้ ปราสาทของเขาทั้งสองคน
    คนโง่ ปีศาจโง่ลิเวียธาน พี่ๆเขาบอกใบ้ไปตั้งขนาดนี้แล้วยังบื้อไม่ยอมไปหาคุณหมอที่เบดฟอร์ดอีก
    เนี่ยนะ ถ้าไปตั้งแต่เนิ่นๆก็ได้เจอคุณหมอไปตั้งนานแล้ว
    นี่แอบหัวเราะนิดนึงตอนที่นี่คิดไปว่า ตอนที่ลิเวียกลับเข้ามาในปราสาทแล้วคิดว่าคนที่ทักทายคือแมมม่อน
    อันนั้นคือคิดแทนตัวคุณหมอไปเลยว่า เอ้า! นี่ไม่ได้สนใจกันเลยใช่มั้ย แค่ใช้หางตามองกันแค่นี้หรอวะ
    เห้ย!! ชางกยุนนน ฉันคุณยูกีฮยอนไง เฮ้ๆ! แล้วคุณหมอก็ทนไม่ไหว ทำแพนเค้กกินมันซะเลย
    แต้งกิ้ว คุณเบส~
    ขอบคุณที่ทำให้เรารักตัวละครพวกนี้ ขอบคุณที่ทำให้เขาได้มีชีวิตขึ้นในนิยายของคุณเบส
    เราชอบทุกเรื่องที่คุณแต่งจริงๆนะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2562 / 10:43
    #100
    0
  6. #99 MiMinPark (จากตอนที่ 24)
    15 พ.ย. 62 / 10:17 น.
    เข้าใจลิเวียอย่างดีเลยค่ะ การสูญเสียคนรักแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
    ถึงแม้จะจะระแคะระคายอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดว่าคุณหมอจะตัดสินใจเร็วแบบนี้
    ลิเวียดูเป็นยุคคลที่น่าสงสารไปเลย ยามที่เขามาหาที่ปราสาทเป็นคู่ๆ
    ลูซิเฟอร์คือแบบ ...... ฉันรักเขา ฉันอยากแย่งเขาจากซาตานนนน
    #99
    0
  7. #98 nnasa
    15 พ.ย. 62 / 02:45 น.
    ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆแบบนี้มานะคะ ตอนกีฮยอนยอมสละชีวิตตัวเองก็ร้องไห้หนักแล้ว ตอนกีฮยอนกลับมา ร้องหนักกว่าเดิมอีกจ้าา
    #98
    0
  8. #97 ssinnee (จากตอนที่ 25)
    11 พ.ย. 62 / 05:56 น.
    ขอบคุณนะคะไรท์ เป็นอีกอย่างที่ทำให้เราได้ยิ้มออกในช่วงนี้ จบแล้วแฮปปี้มากด้วย รักในตัวละครของไรท์เช่นเดิม เค้าดูมีชีวิตเหมือนที่เราเคยบอก คงจะคิดถึงคุณหมอและลิเวียธานมากๆเลย // รักไรท์ด้วยนะ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ 💜
    #97
    0
  9. #96 masji_jp (จากตอนที่ 25)
    10 พ.ย. 62 / 23:56 น.
    รักคุณไรท์ที่แต่งเรื่องดีๆ ลึกซึ้งมาให้อ่านค่า ชอบมาก คิดแล้วว่าอ่านจากตอนที่แล้วตอนนี้ต้องเป็นตอนจบที่ดีแน่นอน จะรอเรื่องต่อไปนะคะ สู้ๆค่าา คุณลิเวียกับคุณหมอนี่เค้าเหมาะกันจริงๆนะคะ
    #96
    0
  10. #95 ssinnee (จากตอนที่ 24)
    6 พ.ย. 62 / 19:55 น.
    ขอบคุณมากๆนะคะไรท์ // 💜
    #95
    0
  11. #94 PonPiiM (จากตอนที่ 24)
    4 พ.ย. 62 / 12:11 น.

    ขอบคุณที่อัพนะคะไรท์ จริงๆไรท์พักก็ได้นะคะ ถ้าดีขึ้นมาค่อยมาอัพก็ไม่เป็นไรเลย เรารอได้ สู้ๆนะคะ

    #94
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. #92 masji_jp (จากตอนที่ 23)
    29 ต.ค. 62 / 05:05 น.
    บาดใจมากกก สงสารทั้งคุณหมอ ลิเวีย แมมม่อนเลย คุณหมอแสนดีจริงๆ ลุ้นตอนตอไปค่ะ
    #92
    0
  14. #91 PonPiiM (จากตอนที่ 23)
    29 ต.ค. 62 / 01:23 น.

    อมก เศร้ามา บีบมากฮือออ คุณหมอทำแบบนี้ทำไม ไหนพี่นูบอกตะช่วยอ่า เศร้ามากเลย สงสารพี่ลิเวียจัง พี่ต้องผ่านมันไปได้นะ แง

    #91
    0
  15. #90 MiMinPark (จากตอนที่ 23)
    28 ต.ค. 62 / 01:01 น.
    น้ำตาไหลเป็นทาง
    สงสารลิเวียจังคุณเบสสสสส แมมม่อนยังร้องไห้เลยอะ
    ลิเวียจะอยู่ได้ยังไงคะ ไม่มีคุณหมออยู่ด้วยแล้ว
    แอบบตกใจเหมือนกันที่ลูซิเฟอร์เป็นคุณตาที่อุปการะคุณหมอ
    คนที่เสียใจไม่แพ้ลิเวียก็ลูซิเฟอร์นี่แหละ เด็กที่เขาเลี้ยงดูมากับมือ เฮ้ออออ
    เราเดาว่าคุณหมอจะกลับมาพร้อมช่อมิสเซิลโทแน่นอน
    #90
    0
  16. #89 ssinnee (จากตอนที่ 23)
    27 ต.ค. 62 / 22:45 น.
    เศร้าจริงๆค่ะ น้ำตาไหลเลย 😭😭😭😭 สงสารเค้าจัง
    รอลุ้นให้คุณหมอได้กลับมาหาลิเวียธานนะคะ // ขอบคุณค่ะไรท์ 💜
    #89
    0
  17. #88 L_Mint (จากตอนที่ 22)
    24 ต.ค. 62 / 01:50 น.
    คุณหมอออออ ทางนี้นอนร้องไห้แทนลิเวียธานแล้ววว ;-;
    #88
    0
  18. #87 may30th (จากตอนที่ 22)
    21 ต.ค. 62 / 14:18 น.
    ;—;คุณหม๊อออออออ อย่าทิ้งลิเวียนะ พลีส
    #87
    0
  19. #86 MiMinPark (จากตอนที่ 22)
    21 ต.ค. 62 / 06:53 น.
    โอ้มายก็อดดดดด โอ้มายก็อด
    ความเจ็บปวดของลิเวียจะเอาไปวางไว้ที่ไหนคะคุณหมอ
    ใคร่ครวญอีกสักนิดไม่ได้หรอ รู้สึกถึงความเศร้าของตอนต่อไปเลยค่ะ
    แต่ก็แอบคิดว่าแบบนี้ก็ดีแล้ว คุณหมออาจจะได้ไปเกิดใหม่เพื่อรอพบลิเวียธานอีกชาติพบนึง
    อย่างลิเวียนานแค่ไหรก็รอคุณหมอได้ จริงๆนะ
    **ฉันชอบลูซิเฟอร์!!! พี่วอนโฮ~ ความขาวสว่างของพี่ทำให้เราพร่ามัว
    ความแอบช่วยเหลืออยู่ห่างๆไม่ต้องการให้ตาย ฮืออออ เทวดายังไงก็เป็นเทวดาอย่างนั้น
    ฉันรักลูซิเฟอร์
    #86
    0
  20. #85 masji_jp (จากตอนที่ 22)
    21 ต.ค. 62 / 03:03 น.
    เข้มข้น เศร้าใจ สงสารคุมกี ไรท์แต่งดีมากกก อยากชมจริงๆ จะรอตอนต่อไปนะคะ
    #85
    0