~Sweet WonHyuk Short Fiction~

ตอนที่ 1 : [SF] Trust + Love = You

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 พ.ย. 54

[SF] Trust+Love = You – WonHyuk



เพราะว่าเชื่อ.......



เพราะว่ารัก........



สุดท้ายแล้ว....อย่างไร  ก็ต้องเป็นเธอ









~It’s a quarter after one, I’m all alone and I need you now. Said, I wouldn’t call, but I lost all control, and I need you now~

    เสียงเพลงที่ตั้งไว้โดยเฉพาะดังมาจากมือถือเครื่องเล็ก ร่างบางคว้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ส่งให้แม้คนปลายสายจะไม่ได้เห็นมัน

    “ยอบูเซโย”

    /อืม...ฮยอกแจ  ผมจะโทรมาบอกว่าวันนี้ผมคงไม่ได้กลับคอนโดอีกแล้วหล่ะ/

    “ทำไมหล่ะ อีกแล้วหรอ”

    เสียงหงอยๆเปล่งถามออกไปพร้อมกับการหุบหายไปของรอยยิ้มสดใสก่อนหน้า กี่วันแล้วนะ ที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลย

    /มีประชุมที่ต่างเมืองครับ และผมคงจะหาโรงแรมพักแถวนั้นเลย เอาเป็นว่าเจอกันพรุ่งนี้ตอนเย็นนะ/   

    “อื้ม.....เจอกัน.....รักนายนะ”

    /รักเหมือนกันครับ.../

    จริงอย่างนั้นหรือ มันจริงอย่างที่พูดออกมาหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นเพียงความคุ้นชิน ที่จะต้องเอ่ยตอบเมื่อถูกเอ่ยบอกไป มือบางกดวางสายเจ้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กแผ่วเบา ตาคู่เล็กวูบไหวอย่างประหลาด





    /เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้  sorry…the number…./

    มือบางกดวางสาย ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวันนี้ วันเสาร์ที่เคยสดใสเสมอของฮยอกแจ วันนี้กลับดูหมองหม่น นายอยู่ไหนกันนะ ซีวอน
   
    แม้ผ่านเลยเวลาที่ร่างสูงบอกว่าจะกลับมาในวันรุ่งขึ้นแต่ซีวอนก็ไม่ได้กลับมา ฮยอกแจรออยู่เมื่อคืนจนผล็อยกลับไปที่โซฟาในห้องนั่งเล่น   ตื่นมากลางดึก ก็ยังคงไร้วี่แววของร่างสูง ร่างบางเริ่มใจเสีย พยายามโทรหา หากก็ไร้การตอบรับ โทรเช็คที่บริษัทเมื่อตอนเช้า ก็ได้รายละเอียดแค่ว่าไปประชุม บวกกับวันนี้เป็นวันเสาร์ จึงมีเพียงแค่พนักงานบางคนเท่านั้นที่มาเคลียงาน และจนตอนนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อร่างสูงได้
   
    เสียงกุกกักที่ประตูทำให้ร่างบางไหวตัว   รีบเดินไปเปิดประตู ร่างสูงที่หอบหิ้วเอกสารเข้ามาด้วยใบหน้าที่ดูอิดโรย ทำให้ร่างบางใจเสีย  รับของจากร่างสูงไปวางไว้ ก่อนจะโผเข้ากอดอย่างเต็มอ้อม เอ่ยถามเสียงเครือ

    “ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ฉันเป็นห่วงมากเลยรู้ไหม โทรที่บริษัทก็ไม่มีใครรู้”

    มือหนาลูบหัวร่างบางแผ่วเบา กอดตอบร่างบาง ลูบหลังไหล่อย่างปลอบๆ
   
    “มือถือแบตหมดครับ แล้วผมก็มีประชุมตั้งแต่เช้าด้วย ยังไม่ได้เข้าบริษัทเลย”

    อ้อมแขนบางกอดแน่นขึ้น ร่างบางยังคงสะอื้นไม่หยุด ซีวอนเชยคางมนขึ้นเพื่อสบตาคนตรงหน้า ประทับจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากเล็ก

    “เดี๋ยวผมต้องไปอาบน้ำก่อนนะ ต้องไปคุยกับลูกค้าต่อด้วย”

    “ต้องไปอีกหรอ วันนี้วันเสาร์นะซีวอน”

    ฮยอกแจเอ่ยเสียงแผ่ว หวังไว้ว่าจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันบ้างหากแต่ร่างสูงต้องออกไปอีกแล้ว ตาแดงๆทำให้ร่างสูงทำใจลำบาก หากแต่ ทางนั้น ก็สำคัญไม่แพ้กัน

    “ครับ แต่ว่าวันนี้กลับมาแน่ๆ”

    มือหนาลูบหัวทุยเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป

    ฮยอกแจมองตามคนตัวสูง เพราะบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป
   
    กลิ่นน้ำหอม......จำได้ว่าไม่ร่างสูงไม่เคยใช้กลิ่นแบบนี้ มันฉุนกว่าปกติจนบอกได้ไม่ยากว่าเป็นน้ำหอมผู้หญิง ฮยอกแจหลับตาลงช้าๆ รู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตา ความรู้สึกภายในกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำที่เอ่อล้นจนดวงตาพร่ามัวไปหมด สุดท้ายแล้วมันก็ยากที่จะต้านทานให้มันไหลลงอย่างที่ไม่สามารถจะควบคุมมันได้

    มือบางยกขึ้นปาดมันออกแผ่วเบา พยายามอดกลั้นความรู้สึกเจ็บลึกๆภายในอก  พยายามข่มความกังวลต่างๆที่แย่งกันผุดขึ้นมาในหัวให้หายไป

    มั่นใจ.....ว่าฉันยังคงเชื่อใจนายได้

    ฉันยังคงเชื่อนายได้ใช่ไหม  ซีวอน






    RRRRRrrrrRRRrrr

    ฮยอกแจหอบหิ้วข้าวของที่ไปซื้อมาเข้าห้องอย่างทุลักทุเล หากแต่เจ้าโทรศัพท์บ้านเจ้ากรรมดันดังขึ้นมา ร่างบางมุ่ยหน้าก่อนจะรุกรนเอาของไปวางในครัว  แต่แล้วมันก็ตัดเข้าระบบฝากข้อความเสียก่อน เสียงใสๆของใครคนหนึ่งดังออกมา หากแต่ชื่อที่คนปลายสายเอ่ยเรียก มันไม่ใช่เขา

    /นี่ซีวอน นายอยู่ไหน เรื่องที่เราคุยกันไว้ ยังไม่เสร็จเลยนะ ฉันรอนายตั้งนาน ใจร้ายจริงเลย วันหลังมีอะไรไม่ต้องมาคิดถึงฉันเลยนะ โทรหาฉันด้วยนะ/

    ฮยอกแจไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้รู้สึกชาไปหมด เสียงที่ดังออกมาทำไมเขาจะจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงใคร ก็เพื่อนรักเขานี่นา แต่ไม่ว่า ดงเฮ จะโทรหาซีวอนทำไม ข้อความที่ได้ยิน มันก็อดที่จะทำให้คิดไม่ได้

    “ฉันทำอะไรผิดกันซีวอน  ทำไมนายถึงต้องทำแบบนี้”

    ความรู้สึกที่มันปวดร้าวไปหมดทำให้ร่างบางแทบล้มลง ดวงตาคู่เล็กเอ่อนองไปด้วยน้ำตา ร่างบางสั่นไหวเพราะแรงสะอื้นที่ไม่สามารถจะกลั้นมันไว้ได้ พยายามบอกกับตัวเองว่าไม่ให้คิดอะไร

    ฮยอกแจเดินไปเก็บของที่เพิ่งซื้อมา พลางมือบางก็ยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด ไม่รู้ว่าที่รู้สึกเจ็บแบบนี้เป็นเพราะว่าความรู้สึกที่ได้รับจากร่างสูงทำให้เขาอุ่นใจ ความรักที่เคยได้รับมันทำให้เขาวางใจและไม่เคยคิดว่าจะต้องมารู้สึกเจ็บ.....แบบนี้

    ร่างบอบบางล้มตัวลงที่เตียงนอน พยายามไม่คิด ไม่สนใจ หากแต่น้ำตาเจ้ากรรมมันกลับไหลไม่ยอมหยุด

    เมื่อจิตใจมันอ่อนล้าก็เหมือนจะทำให้ร่างกายมันอ่อนล้าไปตามๆกัน ฮยอกแจผล็อยหลับไปในที่สุด


   
    ร่างบางตื่นมาอีกครั้ง พลิกข้อมือขึ้นดูเวลา

    11.30 น.

    ยังไม่มีวี่แววของร่างสูงอีกแล้ว

    ฮยอกแจเดินออกไปภายในห้องนั่งเล่นที่มืดสนิทเพราะร่างบางไม่ได้เปิดไฟไว้ กอดตัวเองน้อยๆเมื่อรู้สึกหนาวอย่างบอกไม่ถูก เหลือบตาไปมองเจ้าโทรศัพท์บ้านที่มีแสงไฟกระพริบบ่งบอกว่ามีคนฝากข้อความ ตัวเลขสองที่โชว์ แสดงว่าคงจะมีใครโทรมาหลังจากดงเฮตอนช่วงที่เขาหลับ

    มือบางกดฟังข้อความ กดข้ามข้อความของดงเฮไป แอบหวังในใจว่ามันจะเป็นข้อความของซีวอน

    /ฮยอกแจ วันนี้ผมคงไม่ได้กลับนะ งานยังไม่เสร็จเลย คงต้องอยู่เคลียอีกสองสามวัน ไว้เสร็จงานแล้วจะโทรหานะครับ รักนายนะ/

    คำๆนี้อีกแล้ว .........

    คำๆนี้ที่ยังคงผูกหัวใจเขาได้เสมอ  ปากบางขมุบขมิบเอ่ยบอกรักกลับไปอย่างแผ่วเบา แม้ว่าคนปลายสายจะไม่ได้ยินมันก็ตาม

    ฮยอกแจเข้าไปอาบน้ำก่อนจะเข้านอนทั้งที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เย็น ดวงตาคู่เล็กร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้ง มือบางคว้าหมอนใบโตข้างๆเข้ามากอด กลิ่นที่แสนคุ้นเคย อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ตอนนี้กลับไม่มี.....

    เมื่อร่างสูงยังคงบอกรัก ยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม ถึงแม้จะไม่ได้เหมือนเดิมไปซะทุกอย่าง เพียงแค่นี้ก็ดีแล้ว


    “ยังไง ฉันก็ยังรักนายเหมือนเดิมนะ”

    ร่างบางพูดเบาๆกับหมอนใบโต ดวงตาคู่เล็กยังคงคลอไปด้วยน้ำตา




    ซีวอนยังไม่กลับมา สามวันแล้วที่ไม่เจอกัน ทุกวันที่ผ่านไปเหมือนไร้ความหมาย ฮยอกแจไขประตูห้องอย่างยากลำบาก เพราะว่ามันไม่มีอะไรมาดลใจให้อยากจะเปิดมันเข้าไปเสียเท่าไหร่ เพราะเมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่มีใครคนนั้นอย่างที่เคยเป็น

    ขณะที่ร่างบางพยายามไขประตู อยู่ดีๆประบานหนาก็โดนเปิดออกจากด้านใน คนตัวสูงที่เขาคิดถึงมาตลอดสองสามวันที่ไม่ได้เจอกัน ยืนอยู่ตรงหน้า เขาตาฝาดหรือเปล่า

    ฮยอกแจก้าวเข้าห้องและปิดมันลงช้าๆ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่หัวตา น้ำร้อนๆเอ่อล้นจนมองอะไรก็พร่าไปหมด และเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แนบมาด้านหลัง ร่างบางก็ไม่สามารถอดกลั้นมันได้อีกต่อไป

    ซีวอนโอบกอดร่างบางแน่น ปากคมจุมพิตแผ่วเบาที่กระหม่อมบางและแก้มนวล หมุนตัวคนตัวเล็กให้หันมามองหน้ากัน มือหนาลูบแก้มขาวที่เปียกไปด้วยน้ำตา ดวงตาคู่เล็กที่ตอนนี้ดูเจ็บปวด และริมฝีปากบางๆนี้ที่คิดถึง

    ซีวอนก้มลงจูบร่างบางอย่างโหยหา จุมพิตที่มุมปากบางก่อนจะไล่ละเรื่อยไป จูบเบาๆที่อ่อนโยนแต่เนิ่นนานราวกับไม่อยากจะผละออก มือหนาช้อนท้ายทอยคนตัวเล็กน้อยๆปรับมุมองศาให้เขาได้จูบคนตัวเล็กได้ถนัด ลมหายใจที่ขาดห้วงทำให้ร่างสูงยอมผละออก แนบหน้าผากกับคนตัวเล็กที่ยังไม่หยุดร้องไห้ มือบางกำแน่นที่เสื้อร่างสูง เหมือนไม่อยากจะปล่อยให้คนตรงหน้าหายไป

    “คิดถึงนายจัง”

    “............”

    “นายกินข้าวบ้างหรือเปล่า ทำไมถึงผอมไปแบบนี้”

    ฮยอกแจไม่แม้แต่เอ่ยตอบหากกลับโถมเข้ากอดซีวอน กอดแน่นอย่าที่ไม่เคยทำมาก่อน ดีใจที่ร่างสูงกลับมาสักที แม้จะยังไม่รู้ว่า ร่างสูงจะหายไปอีกหรือไม่

    “ขอบคุณนะ”

    “.....................”

    “ขอบคุณ....ที่กลับมา แม้จะเพียง....ไม่นาน ก็....ขอบคุณที่กลับมา”

    ทำไมมันถึงได้เป็นความรู้สึกที่โหยหาขนาดนี้  เขาไม่คิดที่จะนึกไปถึงเรื่องกลิ่นน้ำหอมวันนั้น หรือโทรศัพท์จากดงเฮ หรือแม้กระทั่งถามว่าหายไปไหนมา เพียงเพราะว่าตอนนี้ ร่างสูงกลับมา และกอดเขาอยู่ แค่นั้นพอแล้ว

    เสียงพูดที่ขาดเป็นห้วงทำให้ซีวอนแทบอยากจะกระทืบตัวเองนัก เขาไม่รู้ว่าทำไมร่างบางถึงพูดแบบนี้ แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่เขาหายไป แต่เรื่องที่บอกว่าเขาจะกลับมาเพียงไม่นาน เขาไม่เข้าใจ แต่ยังไงก็เถอะ คนตัวเล็กของเขาร้องไห้หนักและเดาได้ว่าคงจะกินน้อยแน่ๆ ถึงได้ผอมลงผิดหูผิดตาขนาดนี้

    “อย่าร้องไห้นะคนดี ร้องแบบนี้ผมใจไม่ดีเลย คนสวยหน้าหมองหมดแล้ว เงียบเถอะ”

    ซีวอนโอบกอดคนตัวเล็ก ลูบหลังลูบไหล่เบาๆเป็นการปลอบอย่างที่ทำประจำ

    “ไปอาบน้ำเถอะ จะได้ไปกินข้าวกัน.

    “อืม....”

    “ยิ้มหน่อยสิ คนสวยของผมหายไปไหน หรืออยากให้อาบน้ำให้ ไปสิ ผมเต็มใจนะ”

    ซีวอนทำท่าจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นบ่า หากแต่ร่างบางดันไว้เสียก่อน

    “ไม่เอา!!!  ฮะฮะ  อย่าแกล้งสิ”

    ร่างบางแย้งเสียงเบา หลบคนตัวใหญ่ที่จั๊กจี้ตัวเองเล่น

    “ถ้าอย่างนั้นก็ไปอาบเร็วเข้า ช้าเดี๋ยวผมจะตามเข้าไปไม่รู้ด้วย”

    ฮยอกแจเลยได้แต่ยิ้มเขินๆ ยิ้มได้อย่างที่ไม่ได้ยิ้มมาเป็นเวลานาน….






    ในคืนที่แสนเงียบและมองดูเงียบเหงา หากแต่วันนี้ฮยอกแจไม่ได้รู้สึกแบบนั้น อ้อมกอดที่คุ้นเคยทำให้อบอุ่นไปถึงหัวใจ ร่างบอบบางนอนราบทับบนร่างแกร่ง แนบหูกับหัวใจที่เต้นหนักแน่นเป็นจังหวะ

    “ทำไมเงียบจังหล่ะ”

    “แค่มีความสุขหน่ะ”

    “ขอโทษนะที่หายไป”

    “ไม่เป็นไรหรอก อย่าพูดถึงมันเลย”

    ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมอง ก้มลงจูบปลายคางสากเบาๆ ก่อนจะแนบแก้มลงกับอกอุ่นเหมือนเดิม จะว่าไปแล้ว ซีวอนไม่ได้มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนไปเลย ความอ่อนโยนที่เคยมีให้ ก็ยังคงมอบให้ไม่เปลี่ยน จะว่าเขาเชื่อผู้ชายคนนี้มากเกินไปก็ได้ แต่ว่าจะขอรักผู้ชายคนนี้ต่อไป ถึงแม้จะมีอะไรที่กำลังถูกปิดบัง

    จะไม่ถาม.....

    จะไม่สงสัย.....

    จะขอรักเธอ...แบบนี้ต่อไป






    สายลมที่พัดเย็นสบายในสวนสาธารณะยามเย็นใจแถวๆคอนโดที่ทั้งสองเลือกที่จะมาเดินเล่น มือหนากุมมือบางแน่น เดินไปด้วยกันช้าๆ มองเด็กเล็กๆเล่นกันเจี๊ยวจ๊าวที่เครื่องเล่น พวกผู้ใหญ่ก็ออกกำลังกายหลังเลิกงาน ทำให้รู้สึกว่าทุกๆวันกลับมาดำเนินเหมือนอย่างที่เคยเป็น ความสดใสของโลกใบนี้ ฉันจะไม่รู้สึกถึงมันสินะ ถ้าหากไม่มีนาย

    “ไปนั่งตรงนั้นกัน”


    แขนแกร่งโอบเอวบาง ก้าวเดินไปที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ตัวยาวตรงริมสวนด้วยกัน มือหนากุมมือบางแน่น ดึงคนตัวเล็กที่นั่งซะห่างให้เข้ามาชิดตัว จนคนตัวเล็กส่งเสียงพ้อน้อย”

    “ซีวอน...คนเยอะแยะ ไม่เอา”

    “ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่ดึงมานั่งชิดๆกันเฉยๆเอง คิดถึงนายแทบแย่เลย รู้รึเปล่า”

    มือหนาลูบแก้มใสแผ่วเบา รั้งคอคนตรงหน้าเข้าหา ประทับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากเนียน ดวงตาคู่เล็กหลับพริ้มยามความอุ่นซ่านสัมผัส รอยยิ้มเล็กประดับปากบางอย่างสุขใจ 

    “..........”

    ร่างบางเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิบนม้านั่ง หันหน้าเข้าหาซีวอน มือบางถูกกุมไว้ไม่ยอมปล่อย หากแต่เจ้าของก็ไม่ได้อยากจะถูกปล่อยไปเช่นกัน

    ฮยอกแจกำลังมีความสุข

    ขอกอบโกยช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุด

    ในตอนที่ยังทำได้

    ซีวอนยกมือขึ้นปัดใบไม้บนกลุ่มผมนุ่ม มองคนข้างๆด้วยแววตาที่แสนรัก

    “ไปเที่ยวกันไหม ฉันอยากจะพานายไปที่ที่หนึ่ง”

    “ที่ไหนหล่ะ”

    “เป็นความลับ ไปถึงก็รู้เองแหละ”

    “ไปสิ ไม่ได้พักผ่อนมานานแล้ว”

    “งั้นไปกัน”

    รอยยิ้มกว้างถูกส่งมาให้ยามคำตกลงถูกเอ่ยออกไป  กระชับมือบางแน่น เดินไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม จนร่างบางอดขำไม่ได้ว่า แค่ไปเที่ยวเอง จะอารมณ์ดีอะไรขนาดนั้น หากแต่ร่างบางคนนี้จะรู้หรือเปล่านะ ว่าคำตกลงครั้งนี้ มีความหมายมากมายแค่ไหน







    /กำลังออกจากโซลนะ ขอบคุณมากๆที่มาช่วย/
   
    มือบางกดปิดข้อความที่เพิ่งได้รับมาจากเจ้าเพื่อนตัวดี มองดูรอบบ้านด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย ว่าไปเจ้าเพื่อคนนี้ของเขามันก็มีสไตล์ดีไม่น้อยเหมือนกัน ถึงแม้จะขอความช่วยเหลือจากเขาแต่ก็เพียงแค่เรื่องจัดหาของเท่านั้น ส่วนเรื่องการตัดสินใจ เจ้าตัวดีนั่นยืนยันว่าจะทำเอง

    ดงเฮสำรวจทุกอย่าให้เรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะเตรียมตัวออกจากบ้าน แต่ทันใดเจ้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋วก็ดังมาเสียก่อน ยิ้มนิดๆกับชื่อที่ปรากฏหน้าจอ Kibommy

    “สวัสดีครับ นั่นคนสวยของผมรึเปล่าหน่ะ”

    ปากสวยฉีกยิ้มให้คนปลายสาย

    “แล้วไม่ทราบว่าคนสวยของคุณนี่ใครหรือครับ”

    “ชื่อลีทงเฮหน่ะครับ เผอิญว่าไม่ได้เห็นหน้าคนสวยคนนี้มานานก็จนใกล้จะขาดใจตายแล้ว เลยต้องโทรตามตัวกันหน่อย”

    เสียงนุ่มผ่านสายทำให้ดงเฮยิ้มปากแทบฉีก อดขำกับมุกของคนรักตัวเองไม่ได้

    “อ๋อ ลีทงเฮตอนนี้ไม่อยู่หรอกครับ เห็นพูดอยู่ว่าต้องรีบกลับบ้าน ไปหาคนหล่อแก้มอูมที่บ้าน ชื่ออะไรก็จำไม่ได้ เห็นบอกว่าคิดถึงใจจะขาดแล้วเหมือนกัน”

    “เอ ท่าอย่างนั้น คุณช่วยบอกให้ลี ทงเฮกลับหลังหันมาสักทีได้ไหมครับ พอดีว่าผมมารอเขานานมากแล้ว”

    ดงเฮได้ยินเสียงสัญญาณที่ตัดไป พร้อมกับอ้อมกอดที่โอบมาเต็มอ้อมจากด้านหลัง ริมฝีปากร้อนประทับจูบแผ่วเบาที่ต้นคอเนียนก่อนจะแกล้งซุกอยู่แบบนั้น เสียงพึมพำอยู่กับลำคอขาว

    “คิดถึงจังเลย ไม่ได้เจอนายตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็มๆเลยนะ จะบ้าตายอยู่แล้ว”

    ดงเฮ เอียงคอไปมองคนที่ซุกอยู่กับซอกคอตัวเอง ก่อนจะกดจูบที่แก้มอูมไปฟอดใหญ่ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วตอนที่คิบอมกลับจากประชุมที่ต่างเมืองและสามารถที่จะอยู่ได้เพียงวันเดียว เพราะต้องเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น ดงเฮก็มาอยู่ช่วยซีวอนอยู่ สรุปแล้วคือคราดกันแค่วันเดียวเท่านั้น 

    “แล้วคิดว่าฉันไม่คิดถึงนายรึไงกัน พอแก้มอูม”

    “ไม่เชื่อหรอก นายไม่คิดถึงฉันแน่ๆเลย เพราะว่าฉันยังไม่ได้รางวัลชุดใหญ่เลยหล่ะ ได้แต่ชุดเล็ก”

    ดงเฮหมุนตัวในอ้อมกอดอุ่น มือบางลูบแก้มคนรักแผ่วเบา รอยยิ้มหวานหยดถูกคลี่ส่งไปให้กับแววตาขำๆ ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นนุ่มจะแนบทับลงไปช้าๆ จูบอย่างเขินอายหากแต่แนบแน่นตรึงใจ

    “เอาชุดกลางไปก่อนได้ไหม ชุดใหญ่ไว้จัดที่บ้าน”

    แก้มเนียนแดงปลั่งกับคำพูดที่ตัวเองพูดออกไปเอง จนคนแก้มอูมอดใจไม่ไหว อุ้มร่างบางตัวลอยไปด้วยกัน

    เตรียมรับรางวัลชุดใหญ่ที่ไม่ได้รับ ตั้ง หนึ่งสัปดาห์






    ภูมิทัศน์ข้างทางเปลี่ยนไปตามการเคลื่อนที่ของรถยนต์คันใหญ่ จากตึกสูงสู่ชาญเมือง จนล่วงเข้าสู่ความกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาของท้องทะเลสีคราม

    รถยนต์คันหรูแล่นขนานกับชายฝั่งทะเล ก่อนจะเลี้ยวเข้าทางเข้าบ้านพักส่วนตัวหลังใหญ่ ตั้งตระหง่านริมชายฝั่ง เด่นเป็นสง่าท่ามกลางความกว้างขวางของอนาบริเวณรอบข้าง

    ซีวอนจอดรถโดยหันหน้าออกทะเล หันไปมองฮยอกแจผล็อยหลับไประหว่างทางยังคงหลับสนิท ซีวอนยกมือขึ้นลูบหัวนุ่มแผ่วเบา อมยิ้มในใบหน้าให้กับคนรักที่หลับพริ้มราวกับเด็กน้อย ก้มลงประทับจูบที่หน้าผากมล กดจูบที่ปากนุ่มสีชมพูแผ่วเบา และเลยไปกระซิบปลุกร่างบาง

    “ตื่นได้แล้วครับ เจ้าหญิง”

    ฮยอกแจยกมือขึ้นปัดๆราวกับรำคาญสิ่งรบกวนการนอนที่แสนสุขของตน ซีวอนยิ้มขำๆให้กับคนขี้เซา ก้มลงไซ้ซอกคอขาว กดจูบลงไปจนคนขี้เซาต้องลืมตาโพลง

    “ซีวอน!! ทำอะไร”
   
    “ก็ปลุกคนขี้เซา”

    ตากลมที่เบิกโพลงกับหน้าตาตลกๆของคนตรงหน้าทำให้ซีวอนอดขำไม่ได้ ร่างสูงฉกจูบที่ปากบางอีกครั้งจนคนตัวเล็กโวยลั่นพร้อมแก้มขาวแดงปลั่งอมชมพู

    “อะไรกันเล่า!!! ไม่เห็นจะได้ยินเลย”

    “หึหึ ถึงแล้วครับ ลงไปดูกันเถอะ”

    ซีวอนเอื้อมปลดเข็มขัดนิรภัยให้ร่างบาง เดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้และจูงมือเดินไปด้วยกัน ก่อนแขนแกร่งจะเปลี่ยนเป็นโอบเอวบางๆเอาไว้ เดินช้าๆตามทางเดินเล็กๆสู่ตัวบ้านด้านหน้า

    “บ้านใครหน่ะ ซีวอน”

    ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นถามด้วยใบหน้าสงสัย ซีวอนมองคนน่ารัก ก่อนจะก้มลงจูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ กระซิบชิดหูร่างบาง

    “บ้านเราไง”

    บ้านไม้หลังใหญ่สีขาวสองชั้น ที่มองแล้วรู้สึกถึงความเงียบสงบ สวนดอกไม้เล็กๆด้านหน้าที่ถัดจากซุ้มประตู้เข้ามาเขียวชอุ่มจากการได้รับการดูแลอย่างดี ชั้นสองของบ้านมีระเบียงด้านนอกยื่นออกมาและมีม้านั่งให้นั่งรับลม ผ้าม่านสีขาวบางเบาปลิวไสวจากหน้าต่างบางใหญ่

    จากทางเดินเล็กๆปูด้วยกรวดสู่ประตูทางเข้า

    ….SIWON♥HYUKJAE…..
              
     10/8

    ป้ายตัวอักษรไม้แขวนไว้ที่ด้านข้างของประตู  ฮยอกแจยิ้มเต็มแก้ม โผเข้ากอดคนตัวสูงแน่น

    “ขอบคุณนะ.....”

    เสียงเครือๆดังอู้อี้มาจากคนในอ้อมกอด น้ำอุ่นๆที่ไหลซึมบนอกเสื้อทำให้รู้ว่าร่างบางกำลังร้องไห้

    “ร้องไห้ทำไมครับคนดี ฮยอกแจของผมกลายเป็นคนขี้แยไปแล้วหรอเนี่ย”

    ว่าพลางจูบซับน้ำตาให้แผ่วเบา จูงมือร่างบางให้มานั่งที่ชิงช้าตัวเขื่องที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของชานบ้าน รั้งร่างบางให้นอนพิงอก เอ่ยเสียงเบา

    “ผมซื้อบ้านไว้สักพักแล้ว แต่ไม่มีเวลามาได้ดูแลเลย...”

    “.........”

    “เพิ่งจะมาคิดว่าจะต้องจัดการเสียที ก็เมื่อเดือนที่แล้ว ที่งานเริ่มเพลาๆลงบ้าง มีเวลาปลีกตัวมาลงงาน”

    เมื่อสมองประมวลผลสิ่งที่ซีวอนเล่าอยู่กับช่วงที่ร่างสูงหายไป มันคือช่วงเวลาเดียวกัน ฮยอกแจมองร่างสูงแล้วยิ่งอยากจะร้องไห้เข้าไปใหญ่ เขาเองคนเดียวเลยใช่มั้ยที่คิดไปเอง

    “อย่าบอกนะว่าที่นายหายไป ไม่กลับบ้าน บอกว่ามีประชุม นายมาอยู่ที่นี่หน่ะ”

    ซีวอนยิ้มให้ ลูบผมนุ่มที่โดนลมพัดจนไม่เป็นทรงของร่างบางให้เข้าที่

    “ครับ แต่รู้หรือเปล่าว่ากว่าจะตัดใจยอมจากใครบางคนมาชั่วคราวเพื่อแต่งบ้านนี้เนี่ยมันยากขนาดไหน”

    ใครบางคนที่เริ่มจะรู้ตัวอมยิ้มน้อยๆ ดวงตาคู่เรียวที่น้ำใสๆแห้งไปแล้วกลับมาเอ่อคลอด้วยความเปี่ยมสุขอีกครั้ง

    “ขอโทษนะ ขอโทษ....ที่คิดไปเอง...ขอโทษที่คิดว่านายไปมีใคร”

    ซีวอนกุมมือฮยอกแจแน่น ก่อนจะล้มตัวลงหนุนตักร่างบาง จุมพิตที่หลังมือแผ่วเบาแล้วเอามันมาทาบที่หัวใจ

    “ทำไมถึงได้คิดแบบนั้นหล่ะ ผมมีฮยอกแจคนเดียวนะ ไม่น่า ตอนนั้นที่ผมกลับไปหลังบ้านเสร็จ ฮยอกแจถึงพูดอะไรแปลกๆ ว่าผมจะกลับมาไม่นาน อะไรทำนองนั้น”

    “ก็วันหนึ่งหลังเลิกงาน ฉันกำลังเข้าห้องพอดีแล้ว เอ่อ ดงเฮ โทรมาแล้วทิ้งข้อความไว้ ว่านายใจร้าย ทิ้งให้เขารอ อะไรทำนองนั้น ฉันก็เลย....อืม...คิดมากนิดหน่อย”

    ซีวอนยกมือขึ้นบีบจมูกร่างบางส่ายไปมาเบาๆ

    “คิดมากจริงเชียว วันนั้นเป็นวันที่ผมเลิกงานแล้วกำลังจะมุ่งมาที่นี่แต่เลขาดันโทรตามว่ามีประชุมด่วนที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดกับผู้ร่วมหุ้นซึ่งผมลืมไปเสียสนิท ผมก็เลยต้องตีรถกลับวันนั้นซึ่งผมนัดดงเฮไว้เรื่องมาช่วยผมจัดหาของสำหรับบ้านหลังนี้ ผมปิดมือถือระหว่างประชุม และลืมโทรบอกเจ้าตัวว่าติดประชุม ดงเฮเลยคิดว่าผมเบี้ยวไปหาฮยอกแจแน่เลย เลยโทรเข้าที่บ้าน”

    ซีวอนกุมมือบางทั้งสองข้าง จูบไล่นิ้วเรียวเล่นเพลินๆ

    “แต่ทำไมดงเฮ ถึงได้พูดเหมือน....เหมือน...งอนนายเลยหล่ะ”

    ฮยอกแจลังเลที่จะพูดว่าดงเฮพูดเหมือนเป็นแฟนซีวอนหน่ะสิ

    “ก็รู้อยู่ว่าดงเฮเป็นคนยังไง ที่วันนั้นเขาว่าผมใจร้ายเพราะว่าเขาคราดกับคิบอมที่กลับมาวันนั้นพอดีหน่ะสิ เลยประนามผมใหญ่หลังจากนั้นว่ามาพรากคนรักออกจากกันแม้จะแค่วันเดียวก็ใจร้ายมากๆ คิบอมงานยุ่งช่วงนี้ กลับมาได้แค่วันเดียวแต่ดงเฮก็มาอยู่ช่วยผม แต่ผมไปผิดนัดเขา ก็เลยเหมือนเจ้าตัวมาเสียเวลาเปล่า เข้าใจรึยังครับ อย่าหึงไปเลย ดงเฮไม่ใช่สเป็กผมหรอก”

    “ไม่ได้หึงสักหน่อย ก็แค่ แค่ความคิดชั่ววูบ”

    ฮยอกแจบือนหนีสายตาที่จ้องมองมา แก้มขาวอมชมพูเพราะโดนจับได้ 

    “ครับๆ ไม่หึงก็ไม่หึง”

    ฮยอกแจยิ้มน้อยๆ ก้มมองคนที่นอนหนุนตักกุมมือเขาไม่ยอมปล่อย ก้มลงจูบเบาๆที่ปากเรียวอย่างเขินอาย เอ่ยเบาๆ

    “ขอบคุณนะ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่าง”





    ทามกลางผืนผ้าสีดำที่ครอบคลุมท้องนภายามค่ำคืน ยังคงมีเหล่าดาวน้อยใหญ่แย่งกันเปล่งแสงประกายประดับท้องฟ้า ฮยอกแจยืนกอดอกมองออกไปสุดสายตา เสียงวินชาร์มขับกล่อมให้เพลิดเพลินได้อย่างประหลาด

    ฮยอกแจรับรู้ถึงความอบอุ่นจากด้านหลัง ซีวอนโอบกอดร่างบาง กดจูบแก้มนวลแผ่วเบา

    กลิ่นนั้นอีกแล้ว กลิ่นน้ำหอมที่ได้กลิ่นจากร่างสูงคราวนั้น

    “มายืนตากลมทำไมกัน เดี๋ยวไม่สบายกันพอดี”

    ฮยอกแจกุมมือทับซีวอนก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

    “ถามอะไรอย่างสิซีวอน คือ...ฉันได้กลิ่นน้ำหอม..จากตัวนาย...มัน ไม่ใช่กลิ่นที่นายใช้นี่นา”

    ซีวอนคลายอ้อมกอด เดินอ้อมมานั่งที่ระเบียงด้านหน้าฮยอกแจ ยิ้มขำๆให้คนตัวเล็กทียังคงมองว่าเขาขำอะไร

    “จริงๆเลยนะ ซื้อเองก็จำไม่ได้เอง ว่าแล้วว่าต้องเข้าใจผิด”

    “......”

    “จำตอนที่เราไปห้างแล้วนายบอกให้ฉันเปลี่ยนอาฟเตอร์เชปได้รึเปล่า นายบอกว่ากลิ่นนั้นมันแรง แล้วนายก็เป็นคนเลือก”

    เมื่อความทรงจำถูกดึงกลับมา ฮยอกแจก็แทบจะอยากทุบตัวเองสักทีสองที สรุปแล้ว ทุกอย่างคือตัวเขาเองที่คิดมากไปเอง คิดไปเองทั้งหมดเลยจริงๆ  ฮยอกแจทำหน้าสำนึกผิดมาให้ จนซีวอนอดไม่ไหว ดึงร่างบางมานั่งบนตัก กอดไว้แน่นๆอย่างหมั่นเขี้ยว

    “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนิดเดียวเอง”

    “รู้รึเปล่าว่าตอนนั้น ตอนที่ฉันเข้าใจผิดว่านายมีใครอื่น ฉันเสียใจมากเลยรู้มั้ย แถมนายไม่ได้กลับบ้านด้วยอีก มันยิ่งทำให้ฉันคิดมาก แต่เพราะว่าตอนนั้นฉันบอกกับตัวเอง...ว่าฉันเชื่อนาย และฉัน..ก็รักนาย...สุดท้ายแล้ว ฉันก็ตัดใจจากนายไม่ได้อยู่ดี ตอนนั้นมันทำให้ฉันรู้ ว่านายนั่นแหละตาบ้า ที่มาขโมยหัวใจฉันไปเสียหมด...นะ..”

    ประโยคยาวๆที่เสียงเริ่มจะขึ้นจมูกถูกตัดขาดหายไปเพราะปากบางโดนประกบจูบ กลั้นคำพูดที่กำลังจะพลั่งพรู ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำรักที่ยังไงก็น่าฟัง แต่เพราะว่าเขารับรู้มันได้ด้วยใจของเขาเองต่างหาก เพราะคงจะไม่ใช่แค่ร่างบางคนเดียวที่ถูกขโมยหัวใจ เพราะว่าหัวใจของเขาก็โดนขโมยไปตั้งแต่คราแรกที่พบเจอ....

    จากระเบียงบ้าน สู่เตียงนอนนุ่ม ร่างบอบบางทอดยาวบนที่นอนสีขาวสะอาด จ้องมองคนด้านบนด้วยสายตาที่เปี่ยมสุข แสงสลัวภายในห้องจากโคมไฟดวงเล็ก สร้างเงาของคนสองคนที่ซ้อนทับกันและกันผ่านผ้าม่านเนื้อบาง

    การเคลื่อนไหวที่หนักแน่น ถ่ายทอดซึ่งความรัก ความเอาใจใส่ และเชื่อมั่นให้กันและกัน ถักทอความสมบูรณ์แบบ อย่างที่มันควรจะเป็น

    เพราะว่าเชื่อ.......ที่ทำให้ฉันยังคงมีนาย

    เพราะว่ารัก........ที่ทำให้ฉันได้มีความรักที่สมบูรณ์แบบ

    สุดท้ายแล้ว....นายก็คือคนที่ฉันจะฝากหัวใจไว้ตลอดกาล
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #132 หมอก_เมฆ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 20:56
    น่ารักจังเลย -/ซึ้ง
    #132
    0
  2. #130 EternaL (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 01:10
     ฮยอกแจจะผู้หญิงไปไหน หวาดระแวงมากจริงๆ 555 แต่เราชอบ
    ชีวอนอบอุ่นเกินไปแล้วน๊าาา อ๊าาา น่ารักที่สุดเลย
    #130
    0
  3. #129 SakuraKimchi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2555 / 19:04
     คุณชายจัดเต็มเลยเฮีย! 555
    #129
    0
  4. #126 iamtsubame (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 00:36
    หึงก็เพราะรักน่ะนะ.....เข้าใจใช่ไม๊คะ? สุดหล่อ!!!
    #126
    0
  5. #115 ae snoopy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2555 / 11:24


    หวานอะเขินจัง มีแอบเศร้านิดหน่อย
    #115
    0
  6. #101 BBLooK^^" (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 23:11
    น่ารักมากกกก

    ฮยอกดูน่าถนุถนอม

    ปอลอ ชอบBGจังเลยยย
    #101
    0
  7. #95 chanis407 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 23:02
    ฮาๆ ชอบบ้านเลขที่ 8/10
    ชอบที่วอนรักฮยอกแจเวอร์ๆ  หวานซะ^^
    **ชอบๆ ไรเตอร์ฟิวส์**
    #95
    0
  8. #87 ซูจู๑๓ | `มายซีอึน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2554 / 16:20
    ฮยอกดูอ่อนแอและขี้แยมากจริงๆ
    คิดมากจริงๆเลยฮยอกแจ นิน่าา ..
    แต่ชอบวอนฮยอกคู่นี้มาก !! ฮยอกน่าปกป้องอ่า
    #87
    0
  9. #84 Super Jr_♥^^~ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 12:06
    ตอนแรกคิดว่าว่ามันนอกใจจริงๆนะ
    แต่แล้วก็ฮยอกแจคนเดียวจริงๆเลย ><
    ฮยอกแจแนวนี้น่าปกป้องที่สุดเลยอ่ะ
    ชอบๆ วอนรักฮยอกมากมาย  >///<
    #84
    0
  10. #81 I'M MAD (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 01:29
    ชอบฮยอกฟีลนี้ น่ารัก น่าสงสาร น่าปกป้อง

    วอนรักฮยอกมากมาย ทำงานหนักเพื่อฮยอกเลยทีเดียว

    ดีที่ฮยอกเชื่อใจ ไม่งั้นดราม่าแน่

    แต่นะ พี่ชอบดราม่าวะ กรั่กๆๆ
    #81
    0
  11. #78 I'M MAD (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 00:54
    ฮยอกอ่า น่าตีจริง คิดอยู่คนเดียวเลย

    น่ารักมากเลย ภาษาสำนวนก็ดีมากๆ

    น่ารักมากคะ
    #78
    0
  12. #42 piggy-oun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2553 / 23:12
    ฮยอกคิดเอง เออเองแถมลืมเองอีกตะหาก
    คิดว่าซีวอนไปมีคนอื่น ซะงั้น
    คู่นี้เค้าจะหวานไปไหนเนี่ย
    #42
    0
  13. #41 Kipaihae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2553 / 23:08
    ไก่คิดมากกกกกกกกกกกกก >
    #41
    0
  14. #31 กิ๊กป๋าภริยาหมี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2553 / 22:26
    ฮยอกคิดไปเองอะ

    แถมยังขี้ลืมอีก

    แต่จะน่ารักไปไหนเนี่ยคูนี้อะ
    #31
    0
  15. #11 ท่านอึนอึน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 01:58
    โหยยย ชเวน่ารักอ่า... ฮยอกก็คิดไปต่างๆนานา อิอิ (แอบคิดเหมือนกันนะตอนแรกว่า ชเวแอบไปกิ๊กกับหมวย ฮ่าๆ) แต่ตอนนี้น่ารักมากกก อิอิ
    #11
    0
  16. #4 lee sung min (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 09:36
    แหม ไม่ได้หึง แค่คิดชั่ววูบ แค่นั้นเอง

    ฮยอกน่ารักมากเลย แค่เชื่อใจเท่านั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ก็ยังจะรัก

    น่ารักมาก วอนก็น่ารักมาก จะแอบเซอร์ไพร์ซ จนทำให้คนรักเข้าใจผิด
    #4
    0
  17. #2 g_grabb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 07:05
     รักกันมากมายและเชื่อใจกัน
    นานๆจะเจอซักคน
    ขอติหน่อยนะ เว้นบรรทัดเยอะเกินไป
    อ่านแล้วไม่ต่อเนื่อง
    #2
    0
  18. #1 geejajaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 02:09
    ซึ้งอ่ะ ความรักของ วอนฮยอก ดีแล้วี่รักและเชื่อใจกัน

    #1
    0