~Sweet WonHyuk Short Fiction~

ตอนที่ 2 : [SF] My SweetHeart~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 พ.ย. 54

[SF]WonHyuk  –  My SweetHearT


Talk : เหตุที่แต่งเรื่องนี้มันมาจากเพลง จะว่าไปแล้วมันไม่มีไรเลยอะ  แต่ว่าลองอ่านดูแล้วกัน ชอบไม่ชอบยังไงบอกกันไว้นะ มันคือเอนซีครั้งแรก จะบ้าตายคาคอม ภาษาไม่เนียนก็ขออภัยจ้า ไปอ่านเลย

PS. suju_lanla_fuseza.com@hotmail.com >> เมลล์ไรท์เตอร์เนาะ มีไรก็ถามมานะคะ เพราะเมลล์ที่เคยใช้จากของเดิมเด็กดีไม่ได้ใช้แล้ว

 

 

“When I fall in love with you


Anything is out of the blue


In the dark night


There'll be sunlight


And you'll be the destiny that I'm going to


When I fall in love with you


Wishing dream is forever true


Having you right here, face to face


Let nobody else comes between me and you


When I fall in love

There will be no more, no more lonely night


I'll cry out no more, love has come ease the pain


Just to touch your hands, whispering your name


I can feel no pain, feel myself breath again”

 

 

 

“ความรัก” บางคนว่ามันทำให้โลกนี้เป็นสีชมพูยามคุณได้สัมผัส บางคนว่ามันเหมือนกับหนามคมที่ควรระวังเพราะมันทำให้คุณเจ็บได้ทุกเมื่อ หรือบางคนอาจจะเปรียบมันกับอะไรก็ตามที่หวานปราณจะกลืนในตอนแรกแต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างกลับกลายเป็นขมขื่นแต่ต่อให้คนจะมองความรักเป็นยังไง มันไม่เคยมีผลต่อความรู้สึกของผมที่มีต่อคนรักของผมหรอก เมื่อแรกเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น.....

 

Super Dance Studio

 

สตูดิโอสอนเต้นขนาดใหญ่ใจกลางกรุง ที่มักจะพรุกพล่านไปด้วยเด็กๆเสมอในทุกช่วงเวลา ร่างสูงภูมิฐานในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน กับกางเกงสแลคสีดำสนิท  แขนเสื้อถูกพับขึ้นมาถึงข้อศอกทั้งสองข้างกับกระดุมที่ปลดออกสองเม็ดหลังจากเลิกงานก็ยังคงทำให้ร่างสูงดูสง่าในแบบสบายๆ

 

“อ้าวซีวอน มารับฮยอกแจหรอ”

 

“ครับพี่ชินดง”

ชินดงเป็นหุ้นส่วนของฮยอกแจในการเปิดสตูดิโอนี้ และรู้จักมักคุ้นกันดีกับซีวอนอยู่แล้ว เพราะร่างสูงจะมารับฮยอกแจทุกครั้งที่ฮยอกแจมีสอนที่สตูดิโอ ชินดงยกข้อมือขึ้นมองนาฬิกา ก่อนจะหันมาบอก

 

“อืม....นี่คลาสที่ฮยอกแจสอนกำลังจะปล่อยพอดี เดี๋ยวก็คงออกมาแล้วหล่ะ พี่ไปก่อนนะ แล้วเจอกัน”

 

“ครับพี่  ขอบคุณครับ”

 

ซีวอนเดินเข้ามาในสตูดิโออย่างสบายๆ เค้ามาที่นี่บ่อยจนให้หลับตาเดินยังได้ แม้แต่เด็กๆที่เรียนเต้นกับฮยอกแจส่วนใหญ่ก็จะรู้จักเขาทุกคนนั่นแหละ

 

“พี่ซีวอนนน  มาหารับคุณครูหรอฮะ”

 

เสียงเล็กๆตะโกนมาแต่ไกลก่อนจะวิ่งเข้าหา เด็กชายตัวน้อยๆอายุ 6 ขวบที่เค้าเจอบ่อยที่สุดนื่องจากจ้าตุวล็กนี่ชอบขลุกอยู่กับฮยอกแจหลังเลิกเรียนบ่อยๆ

 

“อ้าวฮงกี  ครับ พี่มารับคุณครูหนูนั่นแหละ แล้วนี่คุณครูอยู่ไหนเนี่ย”

 

ซีวอนย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกันกับเจ้าตัวเล็กตรงหน้า

 

“ห้องเดิมครับ คุณครูเก็บของอยู่ ผมไปก่อนน้า  บ้ายยบายยย”

 

“บ้ายยยบายยย  แล้วเจอกัน”

 

เด็กน้อยหันมาโบกมือหวอยๆก่อนจะวิ่งออกไป ซีวอนจึงเดินไปที่ห้องเดิมที่เจ้าตัวเล็กว่า ห้อง 0704 ^^

 

 

ครืดดดด

 

ร่างบางๆกำลังวุ่นวายกับการเก็บของของตัวเองลงเป้  เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูก็คิดว่าเด็กๆลืมของ จึงส่งเสียงถามไปทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง

 

“ใครลืมของหรอครับ ฮงกีรึเปล่า  ขี้ลืมจิงน้า  เราเนี่ย  อ๊ะ...!

 

ร่างบางๆถูกตะครุบ?จากด้านหลังแต่อ้อมแขนที่คุ้นเคยก็ทำให้ร่างบางแหวขึ้นมาทันที

 

“ซีวอนเล่นอะไรบ้าๆอีกแล้ว ตกใจหมดเลย”

 

ร่างบางหันไปเอ็ดเสียงเบา

 

“โหววววว  ไรอ่ะ  รู้ได้ไงว่าเป็นฉัน เซงเลย” ถึงปากจะบ่นแต่อ้อมแขนก็ไม่ได้ครายออกแม้แต่น้อย ปากเรียวจูบขมับคนตรงหน้าอย่างรักใคร่

 

“จะมีใครกล้ามากระทำการอุกอาจแบบนี้ได้อีก นอกจากนาย ฮึ?”

 

เงยหน้าขึ้นไปถามกวนๆ ให้ เลยเปิดโอกาสให้คนข้างหลังกระทำการอุกอาจเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง ปากเรียวประทับจูบลงมาแผ่วเบา หยอกล้อกับกลีบปากบางที่กี่ทีๆก็ไม่เคยลดความหวานลงเลย ตาคู่เรียวหลับพริ้มราวกับเจ้าหญิงที่รับจุมพิตจากเจ้าชาย พอถอนจูบออกแก้มขาวก็แดงปลั่งแข่งกับกลีบปากเลยทีเดียว

 

“สวัสดีตอนเย็นครับ”

 

รอยยิ้มพร้อมหลุมอุกกาบาตทรงเสน่ห์? ส่งมาเป็นตัวช่วยให้ระทวยอีกครั้งหนึ่ง

หยุดละลายฉันได้แล้วตาบ้าเอ้ย

 

“อะ...อืมมม  แล้วนี่มาได้ยังไงเนี่ย ฉันว่าฉันไม่ได้บอกนายนี่นาว่าวันนี้ฉันมีสอน”

 

พอได้สติจากการถูกละลาย?ก็เลยทำเฉไฉถามเรื่องอื่น 

 

“อ้าวววว  ดูถูกกันเกินไปแล้วครับที่รัก  เรื่องของสุดที่รัก ต้องรู้อยู่แล้ว”

 

“จ้า...พ่อคนเก่ง”  

 

“แล้วนี่นายเก็บของเสร็จรึยัง จะได้ไปกินข้าวกัน หิวไส้จะขาดแล้ว”

 

“เสร็จแล้ว....โอเว่อร์จริงๆเลยนายหน่ะ”

 

“ส่งของมาเร็ว ฉันหิ้วให้” ร่างสูงยื่นมือมาจะคว้ากระเป๋าที่ร่างบางถืออยู่แต่คนตัวเล็กกลับยื้อมันไว้ก่อน

 

“ไม่เป็นไรแค่นี้เอง” หันไปทำหน้าตาประว่ามัน ‘แค่เนี้ยจริงๆ แต่คนตัวสูงก็ยังไม่ยอมอยู่ดี ฮยอกแจจึงเดินเข้าไปจับมือหนาแบบประสานเข้าด้วยกันก่อนจะเขย่งจุ๊บเบาๆที่ปลายคางสาก ก่อนจะพูดเสียงอ้อนๆ

 

“ฉันถือได้ ไปเถอะคนดี นะ”

 

แล้วมีหรือที่มันจะได้ผลกับคนดื้อๆคนนี้.....แน่นอน   มันสยบเค้าให้เลิกดื้อจะถือกระเป๋าเลยหล่ะ^^ แบบนี้ต้องดื้อบ่อยๆแฮะ

 

 

 

แอร์คอนนิชั่นบนรถคันหรูยังคงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพของมันเพราะพอฮยอกแจขึ้นรถได้ไม่ถึงสิบนาที ร่างบางก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า จากที่ตั้งใจจะไปกินข้าวกันข้างนอก ซีวอนจึงเปลี่ยนเป็นซื้อกลับเข้าคอนโดแทน เพราะไม่อยากปลุกร่างบางกลางทาง

 

“ฮยอกแจ...ถึงคอนโดแล้ว  ตื่นก่อนเร็ว” ร่างบางสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ก่อนจะคว้าของของตัวเองเดินตามร่างสูงที่คอยมาจับมือไม่ห่าง เพราะกลัวว่าสุดที่รักจะหน้าคะมำไปซะก่อน เพราะดูท่าจะไม่อยากตื่นซะจริงๆ

 

 “นายไปนอนคอยเถอะ เดี๋ยวเตรียมอาหารเสร็จแล้วฉันจะเรียก”

พอถึงห้องซีวอนจึงให้ฮยอกแจไปนอนคอยเค้าเตรียมอาหาร ฮยอกแจเพียงแค่พยักหน้าเบาๆก่อนจะไปทิ้งตัวที่โซฟาตัวใหญ่

 

บนโต๊ะอาหารมีเพียงความเงียบ ร่างบางเพียงนั่งเอามือนวดขมับเบาๆ ก่อนจะรวบช้อนทั้งที่อาหารในจานเพิ่งจะพร่องไปเพียงนิดเท่านั้น  ทั้งที่ปกติฮยอกแจออกจะเป็นคนกินเก่ง

 

“ไม่สบายรึเปล่าฮยอกแจ”

 

“ฉันปวดหัวนิดหน่อยหน่ะ แต่ได้นอนพักคงหาย” มือบางยังคงคลึงเบาๆที่ขมับ

 

“งั้นนายเข้าไปนอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันเอายาตามไปให้” ยกมือขึ้นลูบหัวนุ่มเบาๆก่อนจะลุกขึ้นเก็บจาน มองตามร่างบางอย่างเป็นกังวล ปกติฮยอกแจเป็นคนแข็งแรงแต่หากเป็นไข้ขึ้นมาวันใด ร่างบางจะเป็นหนักอย่างไม่น่าเชื่อ ซีวอนเดินเข้ามาพร้อมนมอุ่นๆและยาแก้ไข้หวัด วางลงข้างเตียงแผ่วเบาก่อนจะทาบหลังมือวัดอุณหภูมิร่างกายของร่างบาง มันเริ่มสูงขึ้น เขารู้สึกได้

 

“ฮยอกแจ ดื่มนมอุ่นๆหน่อยนะ นายกินข้าวไปนิดเดียวเอง ถ้ากินยาตอนท้องว่างมันไม่ดีกับนายเลย”

 

ร่างหนาทรุดตัวลงนั่งที่เตียงนุ่มปลุกคนที่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มขึ้นมากินยา

 

“ขอบคุณ”

 

เอ่ยขอบคุณเสียงแผ่วก่อนจะล้มตัวลงนอน แต่ตาคู่เล็กก็ยังคงมองร่างสูงตาแป๋ว

 

“ทำไมไม่หลับซะหล่ะคนดี จะได้รู้สึกดีขึ้น”

 

มือหนาปัดกลุ่มผมนุ่มที่ลงมาปรกหน้าขึ้นไป ก่อนจะประทับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากมล

 

“หลับซะนะ ฉันไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวก็มานอนเหมือนกัน”

 

พอกำลังจะผละออกไปมือหนาก็ถูกแรงน้อยๆรั้งไว้เสียก่อน  แล้วคำพูดที่ออกมาจากร่างบางราวเสียงกระซิบก็ทำให้เขายิ้มแก้มแทบปริ

 

“รักนายนะซีวอน ....”

 

 

 

“รักเหมือนกันครับ” ก้มลงหอมแก้วนวลอีกครั้งก่อนจะผละออกมา ได้แต่ส่ายหัวในใจ(ส่ายยังไงของมันวะ) คนป่วยนี่ขี้อ้อนจนน่าจับกดอย่างนี้ทุกคนมั้ยเนี่ย เป็นเวลาปกตินายคงไม่รอด หึหึ (เย็นก่อนลูกกก  - -“)

 

 

 

แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่มาได้เกือบสามชั่วโมงแล้วแต่ซีวอนก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ ลมหายใจร้อนๆของคนในอ้อมกอดทำให้ไม่น่าไว้วางใจเท่าไรนัก หน้าผากมลที่ซุกแนบอยู่กับลำคอเขาตอนนี้ก็ดูร้อนจนน่ากลัว ปากบางที่ปกติมักจะแดงเพราะถูกจูบ?คราวนี้มันกลับแดงเพราะพิษไข้ คิดแล้วไม่มีผิด ว่ากลางดึก ฮยอกแจต้องไข้ขึ้นแน่ๆ  ซีวอนขยับตัวอย่างแผ่วเบาเพราะไม่อยากทำให้ร่างบางตื่นแม้ว่าเวลานี้ต่อให้เขาลุกออกไปเลยร่างบางก็คงจะไม่รู้สึกตัว  ซีวอนกลับเข้ามาพร้อมอ่างน้ำใบย่อมกับผ้าขนหนู  จัดท่าให้คนตัวเล็กนอนสบายขึ้นก่อนจะเช็ดตัวให้ร่างบาง ตั้งแต่ใบหน้าขาวนวลจนแม้กระทั่งปลายเล็บ  ก่อนจะเอาผ้าขนหนูบิดหมาดโปะลงไปที่หน้าผากมลเพื่อลดไข้ ห่มผ้าให้แผ่วเบาก่อนจะลุกไปอาบน้ำ แล้วมานั่งทำงานที่โต๊ะริมหน้าต่าง ความกังวลได้ขับความง่วงงุนออกไปหมดสิ้น

 

 

 

ร่างกายที่เมื่อยขบ อาการปวดหัวหนึบๆจนรู้สึกหนักไปหมดทั้งร่างเพราะพิษไข้ ทำให้ฮยอกแจแทบขยับตัวไม่ไหว แขนบางยันตัวขึ้นนั่งช้าๆ เสียงขยับตัวทำให้ซีวอนหันมามอง ก่อนจะถลามาพยุงร่างที่โงนเงน

 

“ฮยอกแจ  ลุกขึ้นมาทำไม  นายไม่สบายอยู่นะ นอนลงไป”

 

ร่างบางที่แทบพยุงตัวเองไม่ไหวซบอย่างหมดแรงอยู่กับอกอุ่น คนตัวสูงยกแขนขึ้นกอดร่างบางลูบหลังลูบไหล่แผ่วเบา

 

“นายต้องไปทำงานไม่ใช่หรอ ฉันยังไม่ได้หยิบชุดให้นายเลย แล้วนี่ทำไมไม่อาบน้ำ เดี๋ยวก็สายหรอก”

 

ฮยอกแจขยับมือมาผลักร่างหนาแผ่วเบา ทำท่าจะผละออกแต่มีหรือที่จะสู้แรงร่างสูงได้ ซีวอนยกนิ้วขึ้นเคาะจมูกร่างบางแผ่วเบา ยิ้มให้กับคนน่ารักแต่แสนดื้อ

 

“นายนี่จริงๆเลย ขนาดไม่สบายยังอุตสาห์บ่นได้นะ ไม่ต้องหยิบหรอก ไม่หล่อสักวันคงไม่เป็นไร”

 

ฮยอกแจยิ้มเซียวๆให้ มือบางยกขึ้นลูบแก้มสากแผ่วเบา

 

“ใครบอกกันว่าวันนี้นายจะไม่หล่อ หึหึ ถึงฉันไม่ได้จัดชุดให้ นายก็หล่อทุกวันอยู่แล้ว”

 

รอยยิ้มทรงเสน่ห์ถูกส่งมาให้ ร่างสูงก้มหน้าลงมาเอาหน้าผากแตะหน้าผากมล จมูกโด่งแกล้งปัดป่ายจมูกเล็กไปมา อย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะกระชับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม

 

“ก็แล้วใครบอกนายหละ ว่าถึงนายไม่จัดฉันก็หล่อ ไม่ใช่เลย ทุกอย่างที่นายทำ สำคัญสำหรับฉันเสมอ ทุกวันของฉันเป็นไปอย่างมีความสุขเพราะว่าฉันมีนาย จำไว้นะคนดี”

 

จุมพิตแตะแผ่วเบาที่หน้าผากมล ส่งมอบทุกความรู้สึกมาให้ผู้ที่ได้รับได้ชุ่มชื่นในหัวใจ

 

“ขอบใจนะ”

 

เสียงอู้อี้ออกมาจากคนในอ้อมกอด แขนบางกอดกระชับร่างสูงมากขึ้นเช่นกัน....

 

ฮยอกแจยอมกลับมานอนที่เตียงแล้วแต่คนที่ทำตัวเป็นเด็กกลับกลายเป็นคนตัวใหญ่ที่ทำท่าจะไม่ยอมไปทำงาน เหตุผลเพราะไม่อยากทิ้งร่างบางไว้คนเดียว จนร่างบางยืนยันว่าจะให้ดงเฮมาอยู่เป็นเพื่อนนั่นแหละ คนที่ทำตัวดื้อผิดอายุถึงได้ยอมแต่ก็ยังมิวายต่อรองว่าจะรอจนกว่าดงเฮจะมานั่นแหละถึงได้ยอมไปทำงาน

 

 so sweet อะไรขนานน้านนน พ่อคุณ

.

.

.

.

.

.

พอซีวอนไปแล้วฮยอกแจก็กลับมาล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม ไข้ที่ลดลงไปบ้างตอนที่ซีวอนเช็ดตัว ก็กลับเพิ่มมากขึ้นไปอีก

 

“ฮยอกแจๆ  นายเป็นยังไงบ้าง”

 

ดงเฮเดินเข้ามาเขย่าตัวฮยอกแจน้อยๆ แต่ความร้อนที่สัมผัสได้จากตัวของเพื่อนมันร้อนจนเกินไปแล้ว

 

“ทำไมนายตัวร้อนอย่างนี้เนี่ย!!

 

เมื่อไร้การตอบสนองจากเพื่อนรัก ดงเฮจึงความโทรศัพท์กดหาคนที่ใกล้ตัวที่สุดตอนนี้ ก่อนจะพาร่างบางไปโรงพยาบาล..

 

นายอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะเพื่อนรัก

 

 

ซีวอนยังคงกังวลถึงคนไข้ที่นอนป่วย แม้จะมีดงเฮมาอยู่ด้วยก็ไม่เหมือนเขาดูเองนี่นา ตาคมกวาดอ่านรายงานการประชุมจากแฟ้ม แต่มันกลับไม่มีอะไรเข้าสมองเขาเลย ยังคงมีเพียงเรื่องของฮยอกแจเท่านั้นที่ครองทุกพื้นที่ในหัวสมองและทุกๆลมหายใจเข้าออกของเขาไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน

 

ครืดๆ ครืดๆ

 

โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสั่นกระทบกับพื้นโต๊ะแสดงอาการว่ามีข้อความเข้าถึงเจ้าของเครื่อง เขาใจไม่ดีจริงๆ หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่เขาคิด

 

 

/ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล****นะซีวอน ฮยอกแจไข้ขึ้นสูงมาก รีบมานะ.....ดงเฮ/

 

 

ร่างสูงคว้ากุญแจรถ ก่อนรีบร้อนออกไปทันที ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง แม้ว่าจะมีประชุมสำคัญก็ตาม ในใจตอนนี้มีเพียงฮยอกแจเท่านั้น  

 

“ขอโทษครับ คนไข้ชื่อลี ฮยอกแจอยู่ที่ห้องไหนหรอครับ”

 

“ห้อง 108 ค่ะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

เอ่ยของคุณอย่างร้อนรนก่อนจะตรงดิ่งไปทันที

 

 

เสียงเปิดประตูทำให้คิบอมกับดงเฮหันกลับมามอง ก่อนดงเฮจะลุกขึ้นเพื่อให้ซีวอนเข้าไปแทนที่ ฮยอกแจนอนให้น้ำเกลืออยู่ ร่างบางยังคงหลับสนิทเพราะพิษไข้ หน้าขาวซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด

 

“ไข้สูงมากจนหมดสติไปเลยหน่ะ แต่ว่าตอนนี้ก็ลดลงไปบ้างแล้ว ฉันเห็นว่าคิบอมอยู่ใกล้กว่า ก็เลยโทรเรียกคิบอม ก่อนจะส่งข้อความบอกนาย เพราะไม่รู้ว่านายประชุมรึเปล่า”

 

“ขอบใจนะ คิบอม ดงเฮ”

 

“อืมมม ไม่เป็นไร งั้นฉันไปก่อนนะ จะแวะมาอีกทีตอนเย็น”

 

“อืมม แล้วเจอกัน”

 

 

 

แม้เวลาจะผ่านไปเพียงสี่ชั่วโมงแต่ซีวอนกลับรู้สึกว่ามันนานชั่วกัปชั่วกัลป์ เพียงเพราะไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วที่คุ้นเคย ร่างสูงนั่งจับมือบางไว้ไม่ห่าง   ร่างบางขยับตัวนิดๆก่อนตาคู่เล็กจะกระพริบถี่ปรับแสง

 

“ซีวอน”

 

เสียงเรียกชื่อที่เปล่งออกมาทำให้ซีวอนราวกับได้หายใจอีกครั้ง ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจราวกับครายไปเมื่อร่างบางตื่นขึ้นมา

 

 Just to touch your hands, whispering your name I can feel no pain, feel myself breath again

 

“ฮยอกแจ นายเป็นไงบ้าง”

 

สายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลที่ส่งมาให้ทำให้คนป่วยยิ้มออกมาได้ มือหนายื่นมาลูบหัวบางแผ่วเบาก่อนจะประทับจูบเนิ่นนานที่หน้าผากมล ราวกับจะซึมซับพิษไข้ให้ถ่ายเทมาที่ตัวเองแทน

 

“ดีขึ้นแล้ว แล้วนี่ฉันมาอยู่โรงพยาบาลได้ยังไง”

 

“ดงเฮหน่ะ นายไข้ขึ้นสูงจนหมดสติไม่รู้สึกตัวเลย ดีนะที่ให้ดงเฮมาอยู่ ไม่อย่างนั้นนายจะเป็นยังไงกันเนี่ย”

 

“ไม่เป็นอะไรหรอก ฉันถึกจะตาย”

 

รอยยิ้มเซียวๆส่งมาให้ ซีวอนบีบจมูกคนที่บอกว่าตัวเองถึกเบาๆ ก่อนจะแกล้งให้คนป่วยเลือดลมไหลเวียนดีขึ้น

 

“เอาไว้หายดี แล้วมาพิสูจน์กันว่าถึกจริงไม่จริง หึหึ”

 

คนป่วยก็เลยเลือดขึ้นหน้าไปตามระเบียบ (คนป่วยอยู่ก็ไม่เว้นนะแกนะ)

 

“แล้วนี่นายไม่ทำงานรึไง”

 

“ไม่ทงไม่ทำแล้วงานหน่ะ กลายเป็นเห็นหน้าฉันนายต้องถามเรื่องงานทุกทีเลย ชักน้อยใจแล้วนะ”

 

“หึหึ  ฉันก็แค่เป็นห่วงว่านายจะโดนหุ้นส่วนเขาว่าเอา นายไม่ได้มีความสำคัญน้อยกว่างานนะ”

 

“ขอบคุณครับ เพราะฉะนั้นก็จงเข้าใจด้วย ว่าตัวนายหน่ะ มีความสำคัญมากกว่างานของฉันเสมอ จำไว้นะ เอาหล่ะ หยุดจ้อ แล้วหลับซะ ตื่นมาจะได้รู้สึกดีขึ้นนะครับคนดี”

 

ว่าจบก็ก้มลงจูบปากร่างบางแผ่วเบา ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่อย่างห่วงหา

 

“อะแฮ่มๆ  ทำอะไรก็เกรงใจคนจะเข้ามาหน่อยสิจ๊ะ พ่อคุณ นอกจากหนีงานมาหาแฟนแล้วยังจะทำอะไรอุกอาจกับน้องฉันอีกนะ”

 

เสียงกระแอมกระไอที่ฟังดูก็รู้ว่าจงใจทำให้ซีวอนผละออกจากฮยอกแจ  ร่างเพรียวบางของรุ่นพี่ร่วมหุ้นของเขาที่บริษัทก้าวเข้ามาข้างเตียงอีกฟากก่อนจะยกมือลูบหัวฮยอกแจช้าๆ

 

“เป็นยังไงบ้างนายหน่ะ ไปทำอีท่าไหนถึงได้ไข้สูงขนาดนั้น หรือเจ้าซีวอนมันทำอะไรตามใจตัวเองบ่อย นายก็ตามใจมันจริงๆเลย”

 

ฮีชอลแหย่ให้คนป่วยได้อายอีกครั้ง หัวเราะน้อยๆที่แกล้งน้องได้

 

“ไม่ใช่นะ พี่อ่ะ” ร่างบางพ้อน้อยๆ

 

“หึหึ ล้อเล่นหน่ะ”

 

“แล้วพี่มาได้ยังไงเนี่ย แล้วพี่ฮันหล่ะ” ซีวอนหันมาเอ่ยถามเพราะแน่ใจว่าตนยังไม่ได้บอกใคร

 

“ดงเฮโทรบอก วันนี้ฮันมันต้องประชุม แทนแกหน่ะแหละเจ้าตัวดี โดดงานมาไม่บอกกล่าวใครเลย เลขาหน้าห้องแกยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ”

 

“คนรักผมทั้งคนนะ ลองพี่ฮันป่วยดูสิ พี่ก็โดดงานเหมือนกันแหละ”

 

หันไปย้อนพี่ชายหน้าหวาน แต่มือก็ยังคงกุมมือบางไว้ไม่ห่าง

 

“ใครบอกแก   ชิ! มันก็แน่อยู่แล้ว”

 

ย้อนกลับมาเหมือนจะเถียงแต่สุดท้ายก็เห็นด้วยอยู่ดี จึงเรียกเสียงหัวเราะน้อยๆจากคนป่วยได้

 

 

 

 

เมื่ออยู่โรงพยาบาลได้ไม่ถึงอาทิตย์ดีนัก ร่างบางก็รบเร้าจะกลับบ้านท่าเดียว อ้างว่าไม่ชอบกลิ่นโรงพยาบาลบ้าง เบื่ออาหารโรงพยาบาล เตียงนานไม่สบาย สารพัดจะอ้างได้ เมื่อกลับมาถึงห้องฮยอกแจก็ตั้งท่าจะเข้าครัว แต่ร่างบางๆก็ปลิวตามแรงตะคลุบของคนตัวสูงไปซะก่อน

 

“มานี่เลย  มาให้กอดให้หายคิดถึงหน่อยซิ”

 

พอคว้าคนตัวเล็กมาได้ก็ล้มตัวลงโซฟาตัวใหญ่โดยให้คนตัวเล็กนอนทับตัวเองอยู่ด้านบน

 

“ฮะฮะ อะไรของนายเนี่ย ได้ข่าวว่าเราเจอกันทุกวันนะ พ่อสิงโตเอาแต่ใจ”

 

ฮยอกแจมีหรือจะสู้แรงได้จึงโอนอ่อนผ่อนตามไป แนบแก้มนวลกับแผ่นอกอุ่น

 

“ใช่ เจอกันทุกวันแต่ฉันได้กอดนายน้อยมากเลย คิดถึงจะแย่ แล้วดูสิ ไม่สบายผอมลงไปเยอะเลย ตูดเติดหายหมด”

 

จากที่กอดเฉยๆ มือไม้ก็เริ่มลามไปจับนู่นจับนี่ ก่อนจะตบบั้นท้ายกลมกลึงเบาๆอย่างหยอกล้อ

 

“อ๊ะ! เล่นอะไรของนายเนี่ย”

 

“นี่ฮยอกแจ ไปเที่ยวกันมั้ย ไปพักผ่อนบ้าง นายทำงานเยอะไปแล้วนะ”

 

อยู่ดีๆจากที่เล่นๆอยู่ เสียงร่างสูงก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อยนะ แค่ไม่สบายเอง แล้วนี่ก็หายแล้วด้วย”

 

ร่างบางเงยหน้าขึ้นมาอธิบายฉอดๆ ว่าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ

 

“พูดอย่างนี้ทุกที คราวที่แล้วก็พูดแบบนี้ ไม่เอาละ คราวนี้ฉันไม่ฟังนายแล้ว ไปเก็บของเลยที่รัก เราจะไปพักผ่อนกัน”

 

ซีวอนดันตัวลุกขึ้นโดยมีร่างบางปลิวติดมือขึ้นมาด้วยก่อนกระเป๋าใบใหญ่ที่ใช้ร่วมกันจะถูกจัดอย่างฉับไวโดยฝีมือคนที่บอกว่าไม่อยากพัก - -“

 

 

 

เมื่อมาพักผ่อนทั้งทีมีหรือที่ซีวอนจะพลาดรีสอร์ทส่วนตัวของครอบครัวที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ คราวนี้เหล่าเพื่อนๆถือโอกาสติดสอยห้อยตามไปเที่ยวด้วย ทั้งดงเฮ คิบอม ฮีชอล และฮันคยอง พอไปถึงทุกคนก็แยกย้ายกันเก็บของก่อนจะมาจัดปาร์ตี้กันในสนามหน้าบ้านพัก ลมหนาวพัดมาทำให้ทุกคนผ่อนคลาย เพราะนานๆทีจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวกันแบบนี้  หลังจากที่เก็บของทั้งหมดเรียบร้อยทุกคนก็มานั่งล้อมวงกันที่ชานชั้นสองของบ้านพัก กองไฟในกระถางที่ก่อไว้ยังคงลุกสร้างความอบอุ่น

 

“อันที่จริงพวกเราทุกคนก็รู้จักกันมานานแล้วนะ นาน....จนได้มาเจอคนที่ใช่” ดงเฮพูดขึ้นมายิ้มๆขณะที่นั่งพิงหลังคิบอม ร่างสูงยิ้มรับยกมือขึ้นขยี้หัวคนน่ารักอย่างเอ็นดู

 

“กี่ปีแล้วนะ จริงๆถ้าคนอื่นๆได้มาด้วยก็ดีสินะ” ฮีชอลเอ่ยพลางนึกถึงเพื่อนๆที่รู้จักกันมาเป็นสิบปีที่เหลือ รับแก้วนมจากฮันคยองที่ส่งมาให้ก่อนคนตัวใหญ่จะล้มตัวลงหนุนตัก คว้ามือบางมาจับไว้

 

“ไม่รู้สิฮะ แต่ไม่ว่ายังไงเราก็จะเป็นเพื่อนกันแบบนี้ตลอดไปไม่ใช่หรอ” ฮยอกแจเอ่ยขึ้นมาบ้าง เอนหัวซบไหล่หนาด้านหลังกอดทับอ้อมแขนของคนข้างหลังเพิ่มความอบอุ่นให้กันและกัน

 

“มันแน่นอนอยู่แล้ว” ดงเฮเอียงหน้ามาจากไหล่คิบอม ตอบยิ้มๆ

 

เรา จะไม่เป็นเพื่อนกันแบบนี้ตลอดไปหรอกฮยอกแจ”

 

ซีวอนพูดมาเสียงเรียบๆ เน้นคำว่าเรา มองตาร่างบางที่เงยหน้าขึ้นมามอง สื่อสิ่งที่อยู่ในใจให้ร่างบางรับรู้ ซีวอนยิ้มน้อยๆ สานต่อประโยคที่เติมเต็มทุกช่องว่างในหัวใจฮยอกแจ

 

“เพราะว่านายจะเป็นภรรยาที่น่ารักของฉันตลอดไปต่างหาก” ร่างบางยิ้มรับ ซีวอนก้มลงมาเอาจมูกโด่งปัดเบาๆกับจมูกเล็ก

 

“พวกนายสองคนนี่ช่างสร้างโลกส่วนตัวจริงๆเลยนะ”  ฮีชอลขัดมาอย่างอยากแกล้ง ทำให้ฮันคยองที่เงียบมานานพูดขึ้นมาบ้าง

 

“นายก็สร้างโลกส่วนตัวกับฉันมั่งสิ นายจะได้ไม่ต้องอิจฉาน้อง”  ฮีชอลดีดจมูกโด่งๆเบาๆ

 

“นี่แน่ๆ  พูดมากจริงนายหน่ะ นอนเฉยๆไปเลย”

 

“ครับเจ้าหญิง เอาไว้เรารอเข้าห้องก่อนแล้วกันเนาะจะได้ไม่ต้องสร้างโลกส่วนตัว ฮ่ะฮ่ะ”  ฮีชอลได้แต่ดีแขนล่ำๆนั่นไปข้อหาพูดอะไรล่อแหลมในที่สาธารณะ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ถ้วนหน้า

 

“คิบอมหล่ะ ไม่พูดะไรมั่งหรอ ดงเฮมันลุ้นตัวโก่งรอนายแล้ว”   ฮีชอลหันไปแกล้งคิบอมกับดงเฮบ้าง ร่างบางที่ไม่รู้เรื่องหันไปมองรุ่นพี่คนสวยตาโต ใครบอกกันว่าเขาลุ่นตัวโก่ง คิบอมขยับตัวหันมามองคนที่นั่งพิงหลังเขาอยู่เงียบๆ รู้ว่าฮีชอลแกล้งแต่ก็แกล้งร่างบางต่อเช่นกัน

 

“นายอยากรู้หรอดงเฮ” พูดเสร็จก็ไม่รอคำตอบ คว้าคนตัวเล็กขึ้นมานั่งตัก โอบกอดแนบแน่นก่อนจะกระซิบบางอย่างที่รู้กันเพียงสองคนแต่คนที่ทำความลับเปิดเผยก็ร่างบางบนตักที่หล่ะที่หน้าแดงจนคนรอบข้างเดาออกได้ไม่ยาก

 

“ฉันว่าเราไปพักผ่อนกันดีกว่า นี่ก็ดึกแล้ว”  ฮีชอลพูดขึ้นก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันไป

 

 

 

 

ฮยอกแจยืนกอดอกมองออกไปดานนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย เพียงแค่รู้สึกอยากจะมอง ราวกับอยากจะแบ่งปันความสุขที่มากมายในจิตใจสู่ผืนฟ้าและป่าเขา อ้อมแขนอบอุ่นที่สอดมาโอบกอดทำให้รอยยิ้มแต่งแต้มบนหน้านวล มือบางวางทับลงไปบนมือหนา พิงอกแกร่งที่คุ้นเคย

 

“นายรู้รึเปล่าว่าตั้งแต่วันแรก จนวันนี้ ความรู้สึกที่ฉันมีต่อนาย มันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

 

“นายทำให้ทุกสิ่งในตัวฉันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทุกวันของฉันดำเนินไปได้เพราะมีนาย เวลาที่ไม่มีนายมันทำให้ฉันเหมือนจะหายใจไม่ออก ชีวิตนี้ของฉันคงดำเนินไปไม่ได้......ถ้าไม่มีนาย ฉันรักนายนะฮยอกแจ”

 

ร่างบางหมุนตัวในอ้อมแขนแกร่งสองตาประสานกัน เสียงแผ่วเบาแต่ดังก้องกับไปมาทุกห้องหัวใจของคนร่างสูง

 

“ฉันก็รักนายเหมือนกัน ขอบคุณนะ ขอบคุณทุกความรู้สึกดีๆที่มอบให้ตลอดมา”

 

Click!!!  วอนชอบกินกาแฟไร?

http://www.mediafire.com/?tzbyom5oiwm

 

“ฉันรักนายนะฮยอกแจ รักมากที่สุดและจะรักนายแบบนี้ตลอดไป”

 

“ฉันก็รักนายเหมือนกัน”

 

ร่างบางยกแขนขึ้นกอดตอบก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราที่เหนื่อยอ่อนไปพร้อมๆกัน

 

 

 

ความเย็นในตอนเช้าทำให้ร่างบางซุกตัวเข้าหาที่อุ่นๆข้างกาย ซีวอนรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมา ก้เจอใบหน้าขาวนวลของคนรักที่ยังคงหลับพริ้ม จึงถือโอการจูบปลุกรับอรุณ

 

“ตื่นได้แล้วครับเจ้าหญิง”

 

กระซิบเสียงแผ่วข้างหู ร่างบางบิดขี้เกียจน้อยๆ ลืมตาขึ้นมามองคนรักตาแป๋ว ก่อนจะหน้าแก้มนวลจะแดงปลั่งเมื่อฉากเร่าร้อนเมื่อคืนย้อนเข้ามาในความรู้สึก ไม่กล้าซบตาคนข้างกายจึงได้แต่เสมองที่อกแกร่งแทน ซีวอนเชยคางมลขึ้นมาก่อนจะประทับจูบแผ่วเบาอีกครั้ง พลิกกายบางให้มานอนทับตัวเองด้านบน ลูบไล้แผ่นหลังบางแผ่วเบา

 

“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก”

 

“อรุณสวัสดิ์”

 

ร่างบางยิ้มรับเขินๆ แต่ความสุขที่ได้รับมันก็มากมายเช่นกัน  ร่างบางแนบแก้มกับตำแหน่งหัวใจ   กายแนบกายแม้ใจจะไม่ได้แนบใจแต่ยังไงความรู้สึกนี้ก็ส่งถึงกัน

 

“อาบน้ำกัน” ซีวอนลุกขึ้นโดยไม่รอคำทักท้วงใดๆ กระชับตัวร่างบางขึ้นให้ขาเรียวหนีบเอวแกร่งเอาไว้ มือหนาช้อนบั้นท้ายกลมกลึงกันร่างบางตก ทุกอย่างเป็นไปโดยไร้คำพูด หากแต่สื่อออกมาทางการกระทำ ทั้งสองลูบไล้ร่างกาย ขัดสีฉวีวัลย์ให้กันใต้สายน้ำที่โปรยปราย จูบนุ่มนวลหอมหวานผนึกความรักให้แนบแน่นมั่นคง

 

“ขอบคุณ” ร่างบางจูบเบาๆที่จมูกโด่งเมื่อซีวอนบริการแต่งตัวให้จนเสร็จเพราะร่างบางที่ระบมไปทั้งตัว (แกนะแก ทำลูกสาวฉันได้ยังไง – writer )

 

ฮยอกแจขี่หลังซีวอนลงมาที่โต๊ะอาหาร หัวร่อต่อกระซิกกันลงมาจากชั้นบน เรียกสายตาทุกคู่ให้หันมาสนใจ อันที่จริงร่างบางเดินไหวแต่คนตัวสูงเองนี่แหละที่ยืนยันจะให้ขี่หลัง

 

“อะไรกันยะ เพิ่งหายไข้ไม่ทันไร”

 

ฮีชอลเปรยขึ้นมาลอยๆ แต่อยอกแจก็หน้าแดงก่ำเพราะรู้ๆกันอยู่ว่าฮีชอลหมายถึงอะไร ซีวอนยิ้มขำเมื่อเห็นคนรักหน้าแดงแต่ก็หาทางแก้เผ็ดพี่ชายเหมือนกัน

 

“พี่ครับ คอนเสื้อมันล่นลงแล้ว ปิดหน่อย”

ซีวอนพูดยิ้มๆเมื่อเหลือบไปเห็น รอยแดงเป็นจุดๆที่โผล่พ้นผ้าพันคอออกมา เลยกลายเป็นฮีชอลที่หน้าแดงบ้างหันไปส่งค้อนวงโตให้คนข้างๆกระซิบว่าเสียงกระเง้ากระงอด  

 

“เพราะนายคนเดียว ฮันคยอง บอกแล้วก็ไม่เชื่อ”

 

ฮันคยองได้แค่ส่งสายตาง้อๆมาให้พร้อมๆกับการกลั้นขำไปด้วย ดงเฮเท่านั้นที่นั่งเงียบไม่พูดอะไรได้ยิ้มขำๆกับเพื่อนและพี่ที่โดนล้วงความจริง ซีวอนส่งสายตาไปหาคิบอมเป็นคำถาม อาการยักหน้าน้อยๆทำให้ซีวอนแอบยิ้ม ก่อนจะหันไปส่งสายตาให้ฮันคยอง คุยกันทางสายตาซะงั้น

 

“นี่พวกนายคุยอะไรกันทางสายตาไม่ทราบ”

 

ฮีชอลโพล่งออกมา ก่อนจะหันไปส่งสายตาให้ฮยอกแจ และดงเฮก่อนจะพยักหน้าพร้อมกัน

 

เพี้ย!!!

 

แต่ละคนตีแขนล่ำของแฟนตัวเองไปคนละทีสองทีข้อหาหมั่นไส้ที่บังอาจคุยเรื่องไม่ควรคุยกันทางสายตา(มันอุตส่าห์รู้- -“)

 

แล้วทุกคนก็หัวเราะกันอย่างรู้ๆกันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร

ความรักเป็นตัวก่อนเกิดทุกๆสิ่ง ไม่ว่าจะความทุกข์หรือความสุขอยู่ที่ว่าใครจะสามารถดำเนินมันไปในทางไหน ใส่ใจและมอบความรักให้กันสม่ำเสมอความสุขก็จะอยู่คู่กับคนสองคนตลอดไป....



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #127 iamtsubame (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 15:39
    So Sweet ม๊ากกกกกกก มากกกกกกกกกก

    โอยยยยย อิจฉาอ่ะ

    ฮยอกทำบุญมาด้วยอะไร

    ถึงได้เจอผู้ชายที่น่ารักขนาดนี้

    ดูแลกันประมาณพ่อดูแลลูกเลยอ่ะ อบอุ่นเชียว



    แต่.............

    ไรเตอร์คะ!!!!!!

    มันไม่ใช่ americano หรอกเหรอคะ!!!!!

    งือ~~~ อ่านตอนนั้นไม่ได้อ่า~~~~



    #127
    0
  2. #116 ae snoopy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2555 / 11:36


    ฮยอกจะน่ารักเกินไปแล้วนะ
    #116
    0
  3. #112 friday (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 20:04
    ฮยอกน่ารักน่าทนุถนอมจริง ๆ

    คุณชายก็ช่างดูแลเอาใจใส่...



    อ่านแล้วแอบมดกัดนะนี่ คิ ๆ
    #112
    0
  4. #96 chanis407 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 23:06
    หวานกันซะ...>\\\<
    เขิลไปด้วย(เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย)
    #96
    0
  5. #80 I'M MAD (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 01:09
    หวานไปและ วอนฮยอก แบบว่า

    เอ็นซี...เลือดแทบไหล อ่านดูก็รู้เลยว่าวอนรักฮยอกมาก หึหึ

    ขอสูดหายใจลึกๆ อ่านเอ็นซีจบหมาดๆ หุหุ

    ชอบฮยอกฟีลนี้ น่ารัก วอนต้องปกป้องอะไรงี้

    หวานจริงๆนะเรื่องนี้
    #80
    0
  6. #43 piggy-oun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2553 / 23:49
    หวานกันจนมดขึ้นเต็มไปหมด
    ไม่แ้พ้กันเลยทั้งสามคู่
    #43
    0
  7. #32 กิ๊กป๋าภริยาหมี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2553 / 22:37
    หวานมากกกก

    อ่านแล้วน้ำตาลขึ้น

    แถมตายังร้อนผ่าวๆๆอีกตะหาก
    #32
    0
  8. #12 ท่านอึนอึน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 02:05

    อุอุอุ
    เรื่องนี้หวานทั้งตอนเลย 
    อิจฉาแหะ เหอๆ


    วอนฮยอกสวีทมากกก

    #12
    0
  9. #5 lee sung min (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 09:58
    หวานกันซะ ทุกคู่เลย แต่คงไม่พ้นคู่ 108 นะ

    รักมาก จนยอมทิ้งงาน ก็แน่นะ ที่รักไม่สบายซะขนาดนั้น
    #5
    0
  10. #3 g_grabb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 07:14
     วอนรักฮยอกมากมาย
    #3
    0