สัญญาในคำสารภาพ - นิยาย สัญญาในคำสารภาพ : Dek-D.com - Writer
×

สัญญาในคำสารภาพ

เรื่องราวระหว่างความฝันและความจริงของคำสารภาพจากผู้อันเป็นที่รักที่รอคอยจากคำสัญญาที่เคยให้ไว้

ยอดวิวรวม

55

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


55

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนตอน : 8 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  24 พ.ค. 65 / 18:29 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ตอนที่ 1 แบบนี้ก็โดนหักเหรอ
 

วิภาดาหรือดาด้าที่ทุกคนรู้จักเธอเป็นหญิงสาวที่มีผิวพรรณรูปร่างสวยละมุมใบหน้ารูปไข่ดูอ่อนโยน แต่ลึกๆในจิตใจของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังบวกที่จะมอบให้กับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ ในทุกๆวันเมื่อเธอตื่นนอน อาบน้ำแปรงฟันเสร็จแล้วเธอก็ออกมาแต่งตัวในห้องนอนของเธอ เธอบรรจงทาครีมเซรั่มที่โฆษณาว่าดีที่วางขายตามร้านสะดวกซื้ออย่างเบามือ เธอทาแป้งและเขียนคิ้วบางๆก่อนจะ ทาลิปสติกสีอ่อนบนปากกระจับได้รูป หลังจากนั้นเธอก็เปิดตู้เสื้อผ้าหยิบการเกงผ้าฮานาโกะและเสื้อเชิตสีตามวันมาสวมใส่ เมื่อใส่เสื้อผ้าเสร็จหญิงสาวก็ไม่ลืมที่จะตรวจความเรียบร้อยของตนเองก่อนจะหยิบถุงผ้าสีขาวสะอาดตาและโทรศัพท์มือถือลงไปยังด้านล่างเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน  อาชีพของหญิงสาวคือคนทำความสะอาดรายชั่วโมง แต่เธอก็ไม่เคยรับงานเยอะมากมายเกินกำลังเพราะเธอนั้นไม่มีความจำเป็นในการที่จะต้องใช้เงิน และคิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว อยู่แบบพอเพียง พอกิน พอใช้ ดีกว่าไม่ต้องกังวลอะไรอีกด้วย “สวัสดีค่ะ” เมื่อพบลุงยามตรงทางเข้าก่อนถึงที่ทำงาน “วันนี้อากาศเย็นเหมือนจะมีหมอกเล็กน้อยนะค่ะ”พูดพลางก็ยิ้มอ่อนๆให้ลุงยาม “เห็นทีคงจะไม่ใช่หมอกหรอกครับน่าจะเป็นฝุ่นเสียมากกว่า”ลุงยามพูดติดตลกเพื่อจะได้เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวมากยิ่งขึ้น แต่หญิงสาวทำได้เพียงแค่ยิ้มอ่อนดังเดิมแล้วเดินจากไป เธอเดินผ่านเสาธงที่มีธงชาติโบกไสวปลิวสวยงามบนยอดปลายของเสา เธอเดินเข้าไปในตัวอาคารที่มีจำนวน5ห้อง ห้องโถง1ห้อง และอีก1ห้องที่เป็นห้องที่หญิงสาวไม่อยากจะย้ำกลายเข้าไปโดยไม่จำเป็น ห้องนี้เป็นห้องของเจ้านายของเธอเอง อดัมชายหนุมลูกครึ่งไทยอเมริกาผิวสีน้ำผึ้ง หน้าตาหล่อคิ้วเข้ม รูปร่างสูงโปร่งดูผิวเผินเหมือนนายแบบ ผู้หญิงที่ได้พบเจอก็ต้องหันมามองชนิดแบบต้องมีกลืนน้ำลายกันบ้างอดัมชายหนุ่มเจ้าของบริษัทอานาคตไกลทายาทเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และยังมีหุ้นส่วนอีกหลายบริษัทในเครืออสังหาริมทรัพย์ในแถบอเมริกา ซึ่งหน้าที่หลักอดัมจะต้องมาบริหารงานส่วนใหญ่ในประเทศไทยและกำลังหาลู่ทางขยายบริษัทไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

หญิงสาวเดินเข้าไปเก็บของในที่ประจำของเธอก่อนที่จะเดินเข้ามาให้ห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะเดินไปหยิบอุปกรณ์ในการทำความสะอาดซึ่งเป็นหน้าที่หลักของหญิงสาวในการทำความสะอาดทั้งตึกก่อนที่พนักงานคนอื่นๆจะเริ่มเข้ามาทำงานหญิงสาวจะต้องทำความสะอาดให้เสร็จ ภายใน3ชั่วโมงและรีบออกจากตึกเพราะเธอยังมีงานอีกหลายงานที่จะต้องทำให้เสร็จ“เหลือเวลาอีกนิดหน่อยไปดูในสวนก่อนว่าวันนี้มีดอกอะไรบานบ้าง”หญิงสาวพูดงึมงำกับตัวเองและเดินออกมายังสวนหลังตึก ไม่รอช้าเธอหยิบกรรไกรออกมาตัดดอกกล้วยไม้มาใส่แจกัน  แล้วนำไปบูชาพระที่ห้องทำงานของเจ้านายที่เธอรู้สึกเกรงกลัวอยู่ลึกๆ หญิงสาวยกข้อมือนาฬิกาขึ้นมาดูและเตรียมตัวไปเปลี่ยนชุดและพร้อมที่จะออกจากตึกนี้แต่ระหว่างที่หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำนั้นหญิงสาวก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้เป็นป้าที่คอยดูแลเธอมาตั้งแต่เธอยังจำความได้ “ใกล้เสร็จรึยัง รีบกลับมาเร็วหน่อยได้มั้ย” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดอะไรปลายสายก็ตัดทิ้งเสียแล้ว และตอนนี้งานทุกอย่างก็เสร็จหมดแล้วหญิงสาวจึงรีบกลับบ้านทันที   “ทำไมวันนี้รีบกลับล่ะ” แค่ได้ยินเสียงหญิงสาวก็ขนลุกขึ้นมาทันที หญิงสาวค่อยๆหมุนตัวแล้วหันไปสบตาแล้วกำลังจะพูด แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไปเจ้านายผู้ที่ทำให้เธอเกรงกลัวก็ดึงแขนเธอเข้าห้องอย่างไว “นี้เอาดอกอะไรมาใส่ในแจกันพระรู้มั้ยว่าดอกไม้นี้ห้ามเด็ดหรือตัดออกมาจากต้น” เมื่อหญิงสาวได้ยินก็พูดอะไรไม่ออกนอกจากคำขอโทษที่ค่อยๆเปล่งออกมาจากปากเบาๆ “ครั้งแรกฉันก็ไม่ให้อภัยเธอ ฉันจะตัดค่าแรงรายชั่วโมงของเธอออกรู้ไว้ด้วย” พูดจบก็เดินจากไปปล่อยให้หญิงสาวยืนสำนึกผิดแบบงงๆตรงนั้น ซึ่งโดยปกติแล้วหน้าที่การเอาดอกไม้ไปใส่ในแจกันพระเธอก็ทำทุกวันเพราะในสวนหลังตึกมีดอกไม้มากมายจะเอาดอกไม้ชนิดไหนมาใส่แจกันก็ย่อมได้ คิดแล้วก็เริ่มมีอาการโมโหในใจ  “นี้กะจะแกล้งกันใช่มั้ย” นึกไม่ถึงเพียงคำพูดที่อยู่ในหัวหญิงสาว เจ้านายจะเหมือนมีกระแสจิตยั่งรู้ว่ามีคนแอบคิดว่ากล่าวอยู่ “ไม่รีบกลับบ้านรึไง หรือจะมาทำความสะอาดต่อฉันไม่คิดค่าแรงเพิ่มให้หรอกนะ” “กำลังจะกลับบ้านพอดีเลยค่ะ” “สวัสดีค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมและเดินออกมาเพื่อกลับบ้านไปหาป้าที่กำลังรอเธออยู่ “วันนี้มันวันอะไรว่ะเนี้ย  มีแต่เรื่อง โอ๊ย! จะบ้าตายรายวัน” หญิงสาวพร่ำบ่นอยู่ในใจแล้วสาวเท้าเดินกลับบ้านอย่างอย่างงุนหงิด

เมื่อหญิงสาวกลับมาถึงบ้านแบบรีบร้อน หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาก็พบว่าป้ากำลังจะโทรหาเธออีก “กลับมาแล้วเหรอซื้ออะไรมาฝากบ้าง ไหนดูซิ เริ่มหิวแล้วเนี่ย” คำพูดของป้าทำให้อาการหงุดหงิดของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความเอ็นดูที่มีต่อป้าผู้เป็นที่รัก “ป้าโทรหาด้าแบบนี้ด้าก็รีบแทบแย่เลย ไม่ได้ซื้ออะไรมาฝากเลยค่ะ แต่เดี๋ยวด้าจะทำอาหารเช้าให้ทานนะค่ะ ป้ารอแป๊บ” พูดจบก็สาวเท้าเข้าครัวรีบทำอาหารเช้าให้ป้าทันทีเพราะป้าเป็นแบบนี้จนบางทีหญิงสาวก็รู้สึกสงสารจับใจ ทำให้หวนคิดถึงเหตุการณ์สมัยที่เธอกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยม ซึ่งครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ป้าอาละวาดสติแตกเพราะมีปัญหาเกี่ยวกับการเงินของทางบริษัท หุ้นส่วนเริ่มถอนหุ้นหนีกันไปหมดเพราะมีข่าวลือเกี่ยวกับบริษัทที่กำลังจะล้มละลายป้าเครียดมากจนเป็นโรคซึมเศร้าและเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่โชคยังดีที่ยังมี ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งขอซื้อบริษัทต่อ ทีแรกป้าก็ไม่อยากจะขายเพราะรักบริษัทนี้มากแต่เพราะกำลังจะล้มละลายสถานการณ์บีบบังคับเลยจำใจต้องขายไป ซึ่งต่อมาป้าพิมลก็ย้ายมาอยู่กับครอบครัวของดาด้าที่บ้านย่านกัลปพฤกษ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นตกแต่งสไตล์ฝั่งตะวันตก และเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของดาด้าที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนจะหายตัวไปอย่างปริศนาทิ้งให้ดาด้าอยู่กับป้าพิมล และตอนนี้คนที่หญิงสาวห่วงใยมากที่สุดก็คือป้าพิมล ผู้มีพระคุณและเป็นที่รักของเธอที่เหลืออยู่ “นี้ค่ะข้าวต้มปลาดอลลี่ด้าทำสุดฝีมือเลยค่ะ ทานเยอะๆนะค่ะป้า เดี๋ยวด้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนเพราะวันนี้ด้าต้องออกไปรับงานต่อค่ะ”  

 “แล้วด้าทานอะไรมารึยัง ข้าวต้มอร่อยมากเลย มาทานด้วยกันซิ” ป้าพิมลถามขณะที่หลานสาวกำลังเดินขึ้นห้องไปเพื่ออาบน้ำ “ด้าไม่หิวเลยค่ะป้า ด้าขอตัวก่อนนะค่ะ” พูดจบก็เดินขึ้นห้องไป ทิ้งให้ป้ามองตามหลานอย่างเอ็นดูระคนตื้อตันใจขึ้นมา


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น