๛ ไฟรัก ไฟชีวิต ๛ [จบ]

ตอนที่ 6 : ค่ำคืนอันหวามไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,879
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    2 ส.ค. 62


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





"happy birthday to you... happy birthday to you... happy birthday happy birthday... happy birthday to you..."
 
ดึกคืนนั้น ภายในบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่สุดถนนในซอยเปลี่ยว ห้องครัวอันคับแคบแต่แสนอบอุ่น กำลังอบอวลด้วยความสุข และชื่นบาน กลิ่นหอมของอาหาร และขนมหวาน ลอยคลุ้ง พิมพ์นาราร้องเพลงวันเกิด เดินถือเค้กช็อกโกแลตก้อนโต มาวางยังโต๊ะ เบื้องหน้าของบิดา ไพศาล รุ่งบริรักษ์

"สุขสันต์วันเกิดค่ะ คุณพ่อ" หล่อนร้องเสียงใสปนหวาน ก้มหน้ามาหอมแก้มบิดาฟอดใหญ่

"เอ้อ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ วันนี้ วันเกิดของลูกแท้ๆ กลับมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์พ่อ" บิดาขำปนทึ่ง

"แฮปปี้เบิร์ธเดย์พ่อสิคะ ถูกต้องแล้ว วันเกิดหนู เพราะพ่อให้มา ถ้าไม่มีพ่อก็ไม่มีหนู หนูจะฉลองให้ตัวเองทำไมล่ะคะ ต้องเลี้ยงขอบคุณคุณพ่อถึงจะถูก" ลูกสาวแสนสวย พูดอ้อนเหมือนเด็ก สองแขนยังคงกอดคอพ่อไว้หลวมๆ เช่นนั้น 

"จะมีลูกสักกี่คนนะ ที่คิดได้แบบคุณหนู" ป้าพร เดินยิ้ม ถือจานอาหารมาวางเสริมอีกใบ 

นางเป็นแม่ม่ายวัยห้าสิบ ไร้ญาติขาดมิตร ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดาของหล่อนตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน และเป็นผู้ที่ช่วยเลี้ยงดูหล่อนมาแต่เด็ก พิมพ์นาราเคารพรักเหมือนแม่แท้ๆ  

"มัดหมี่ไงจ๊ะแม่ มัดหมี่ก็คิดถึงแม่ทุกครั้ง ตอนถึงวันเกิดน๊า" ลูกสาววัยซนยกแก้วน้ำมา

พอพูดถึงแม่ พิมพ์นาราแววตาเศร้าๆ วางคางบนไหล่บิดา "คุณแม่ด่วนไปเป็นนางฟ้าก่อนวัยอันควร พิมเติบโตมาจนถึงวันนี้ได้ เพราะได้พ่ออบรมสั่งสอน เลี้ยงดูพิมทั้งกายและใจ พิมรู้ว่าพ่อเหนื่อยยากแค่ไหน เพราะฉะนั้น วันเกิดพิม คือ วันพิเศษของพ่อ ต้องตอบแทนพ่อด้วยชุดใหญ่"

ตอนท้ายเสียงร่าเริง ดึงฝาชีขึ้นมา ปรากฏว่าอาหารมากมายหลากสีสันน่ารับประทานเต็มโต๊ะ

"โอ้โห ฮะ ฮะ นี่กะจะให้พ่อท้องแตกตาย ตามแม่ขึ้นสวรรค์รึไงล่ะเนี่ย" บิดาหยอก

"พ่ออ่าา... อย่าพูดไม่เป็นมงคลซี มัดหมี่ ยังขาดผลไม้อยู่นะ ไปยกมา"

"คุณหนูฝีมือดีจริงๆ นะคะ นายท่าน ทำอาหารอร่อยทุกอย่างเลย" 

แล้วทั้งสี่คน ผู้รักใคร่สนิทสนม กลมเกลียวดุจครอบครัวเดียวกัน ก็นั่งร่วมโต๊ะ รับประทานอาหาร

"เฮ้อ หน้าตาสะสวย การศึกษาดี ฉลาดเฉลียว น่ารัก งานนอกเก่ง งานบ้านเก่ง มีเสน่ห์ปลายจวัก ครบถ้วนสมบัติกุลสตรี แต่จนป่านนี้ ยังขายไม่ออก พ่อล่ะกลุ้มจริงๆ"

คิก... มัดหมี่หลุดขำ บุตรสาวที่ตอนแรกหน้าบาน ประโยคท้ายยิ้มหุบ ทำหน้าบูด 

"พ่ออ่ะ บอกแล้วไงคะ ว่าขายพิมน่ะขาดทุน รู้ไหม ถ้าพิมแต่งออกไป ใครจะนวดไหล่ให้พ่อ ใครจะทายาให้พ่อตอนปวดขา ใครจะร้องเพลงให้พ่อฟังตอนเหงา ใครจะเอ็กเซอไซด์เป็นเพื่อน ใครจะชวนเล่นเกมสนุกๆ ใครจะทำอาหารให้ทาน ใครจะปรนนิบัติพัดวียามป่วย ดูสิคะ เงินแค่ก้อนเดียว แต่แลกกับความสุขที่ต้องสูญเสียไปมากมายขนาดนี้ พ่อยอมแลกได้ลงเหรอ"

บุตรสาวร่ายยาว น้ำเสียงงอนๆ ไพศาลถึงกับส่ายหน้า หัวเราะร่ากับป้าพร และมัดหมี่ บิดาของพิมพ์นารา เป็นพ่อค้าโชว์ห่วย เปิดร้านขายของเล็กๆ อยู่อีกแห่งหนึ่ง ครอบครัวหล่อนไม่ร่ำรวย แต่ก็มีเงินเก็บ ใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างไม่ขัดสน ไร้ภาระหนี้สิ้นใดๆ อยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง

"ดู๊ ดู ดูสิ ดูลูกคนนี้พูดเข้า ทำให้พ่อเสียนิสัยจริงๆ ต่อไปใครมาขอ พ่อจะไม่ยกให้แล้วนะ ฮ่ะ ฮ่ะ" 

พิมพ์นาราหัวเราะตาม อาหารมื้อนี้ทั้งอร่อย บทสนทนาก็ออกรสชาติ ทุกคนมีความสุข 

"ไม่คิดเรื่องที่ยังมาไม่ถึง หนูขอแค่ครอบครัวเราอบอุ่นพร้อมหน้าแบบนี้ทุกวันก็พอใจแล้วค่ะ"

ระหว่างรับประทาน ต่างพูดคุยเรื่องต่างๆ นาๆ...

"เออ จริงสิ ตกลงว่า...ทอรุ้งเขาย้ายไปอยู่ที่ไหน ใครรู้บ้าง"

พิมพ์นาราชะงัก พอได้ยินชื่อ "ทอรุ้ง" แววตาหล่อนต้องฉายความกังวลทุกที

"ถามแล้วแต่ไม่บอกค่ะ โทรไปก็ปิดเครื่อง รู้แต่ว่าไปอยู่บ้านแฟน แต่แฟนเป็นใคร อยู่ที่ไหน ไม่รู้เลย"

"อืม... เด็กคนนี้ เป็นคนทะเยอทะยาน แต่ว่าหัวเก่ง คงเอาตัวรอดได้" พูดให้ลูกสาวสบายใจ ยอมรับว่าตอนหลานสาวคนนี้มาอยู่ด้วย ดูนิสัยใจคอ และการปฏิบัติตัวหลายๆ อย่างแล้ว ไพศาลค่อนข้างมั่นใจ ทอรุ้งเป็นผู้หญิงที่...ไม่เลือกใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ธรรมดาๆ แน่!  

ติ๊ด...ติ๊ด... "อ้อ โทษทีค่ะ เมื่อกี้พิมคุยโทรศัพท์ค้างไว้ ขอตัวแป๊บนึงนะคะ" พิมพ์นาราลุกไปรับสาย โทรศัพท์มือถือของหล่อนวางอยู่บนตู้หน้าประตูทางเข้าห้อง หล่อนกดรับโดยไม่ทันมองเบอร์

"ค่ะ ต่อเลยค่ะ พี่เก่ง"

"ขอบคุณที่ชมครับ เก่งอยู่แล้ว" 

เสียงหยอกเย้ากลับมา กลายเป็นอีกคน พิมพ์นาราชะงัก ลดมือถือดูเบอร์ โชว์หราว่า...

"ภูธร! เป็นคุณได้ยังไง"

"อ้าว ถามแบบนี้ แปลว่า ไม่อยากให้เป็นผมเหรอ อ้อ คงอยากให้เป็นพี่เก่งสินะ เอ เก่งไหนน๊า จะเก่งสมชื่อ เก่งสมชายรึเปล่าไม่รู้ซี อยากเห็นตัวจริงจัง" เสียงยียวนจากปลายสาย ทำหล่อนรู้สึกตะหงิดๆ

"ฉันคุยกับเขาค้างอยู่ พอสายเข้า เลยนึกว่าเป็นเขา ไม่ทันดูเบอร์"

"งั้นผมก็เสียใจด้วยน๊า ป่านนี้ คุณเก่งคงคลั่ง อยากคุยกับคุณจะแย่แล้ว"

ภูธรไม่ระวังปาก หลุดไปตามกระแสอารมณ์ พิมพ์นาราชะงักกึก เมื่อตีความหมาย... 

"บ้า! เขาเป็นพี่ที่สำนักพิมพ์ล่าสุดของฉัน คุณ...พูดอะไรเนี่ย" 

เอ็ดอย่างขุ่นใจ ไม่รู้ทำไม น้ำเสียงยั่วเย้าของเขา ทำหล่อนโมโหอย่างประหลาด จะว่าหยอกเล่น เขาก็ "เน้น เค้น" จนเกินไป!

"พี่ที่สำนักพิมพ์? อะฮ่า แสดงว่าเขาจีบคุณแล้ว เพราะโทรมาตอนวันเกิด แถมโทรมาตอนมืดด้วย" 

ภูธรยังไม่หายบ้า เพียงแค่ได้ยินว่าหล่อนคุยกับผู้ชาย เขาก็ร้อนผ่าวไปทั่วอก ความหึงหวงมันพลุ่งพล่านจนระงับอาการไม่อยู่ เขาเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงสังสรรค์ลูกค้า ดื่มสุรามาพอสมควร จึงกระตุ้นความใจกล้า บ้าบิ่น

"คุณภูธร ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร ฉันจะวางสายแล้วนะ" พิมพ์นาราเสียงแข็งอย่างเริ่มรำคาญ

"เดี๋ยวๆๆๆ ก็...คุณบอกเองว่าคุณรอสายเขาอยู่นี่ แถมวันนี้วันเกิดคุณ ผมก็นึกว่าเขาสำคัญกับคุณแบบนั้น... พิมพ์นารา... ทำไมคุณไม่บอกผมล่ะ ว่าเขาเป็นอะไรกับคุณกันแน่!"

คำพูดนั้น ทำหญิงสาวตกตะลึง ตกใจจนต้องลดมือถือลง จ้องหน้าจอด้วยใจที่เต้นกระตุกรุนแรง ...อะไรคือ เขาเป็นอะไรกับคุณกันแน่...? ประโยคนั้น มันแปลว่าอะไร? มันไม่ควรออกจากปากคนที่เป็นเพื่อนกัน แถมน้ำเสียงเขาเหมือนคนเมาเหล้า ...เหมือนคนเมา ที่กำลังตัดพ้อผู้หญิง!

"ภูธร เป็นบ้าอะไรของคุณนะ" รีบกดปิด พึมพำอย่างใจคอไม่ดี ขณะเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร ได้แต่หลอกตัวเองว่า หล่อนคงหูฝาดไป



...กริ๊งงง... เสียงออดบ่งบอกว่ามีคนมา ทั้งสี่ทานเกือบเสร็จแล้ว

"เดี๋ยวหนูไปดูเองค่ะ" พิมพ์นาราลุกไปเปิดประตู 

"ภูธร! คุณ...มาได้ยังไง" หญิงสาวอุทานตกใจ ที่ยืนอยู่นั้น คือ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมสูทแบบเป็นทางการ เสื้อเชิ้ตสีเทาค่อนข้างยับย่น กลิ่นน้ำหอม ผสมกับกลิ่นบางอย่าง...

"ยังไม่ทันแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยู คุณก็รีบวางสาย ผมเลยต้องมาหา"

ในมือเขาถือกล่องกำมะหยี่ พูดด้วยแววตาวาวหวาน หญิงสาวสังเกตใบหน้าเขาแดง ดวงตาก็ปรือแปลกๆ

"อ้าว คุณภูธร มาเสียค่ำเชียว ทานข้าวด้วยกันสิครับ" บิดาเดินมา ชวนตามมารยาท ทั้งที่ในใจรู้สึกแปลกๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มมาหาลูกสาวเวลานี้

"สวัสดีครับ คุณพ่อ อ๋อ ตามสบายเลยครับ ผมแค่มาดู... เอ่อ แค่เห็นพิมพ์นาราอยู่กับคุณพ่อผมก็เบาใจแล้ว"

ไพศาลเลิกคิ้ว มองบุตรสาวงงๆ พิมพ์นาราเริ่มจะอารมณ์กรุ่นๆ

"คุณภูธร เวลานี้ คุณไม่ควรจะมาที่นี่ ฉันว่าคุณกลับไปดีกว่า"

"ทำไม? ผมอุตส่าห์เอาของขวัญมาให้คุณ คุณยังไม่รับเลย กลับไล่ผมแล้ว รึว่าคุณรอใครอยู่ คนชื่อเอกใช่ไหม" 

ถ้าพิมพ์นาราเดาไม่ผิด เขากินเหล้ามา แม้จะไม่มากมาย เพราะยังพูดจารู้เรื่อง แต่ก็ได้กลิ่นสุราเบาบางจากตัวเขา

"พ่อคะ หนูออกไปส่งเขาแป๊บนึงนะ ภูธร มานี่..." บอกพ่อ แล้วลากแขนเขาออกไป ไพศาลได้แต่มองตามอย่างสังหรณ์

"อ้าว รถคุณล่ะ" ออกมานอกรั้วก็แปลกใจ ที่ไม่เห็นปอร์เช่สีบรอนซ์ของเขา

"จอดอยู่ปากซอย" เขาบอกหน้าตาเฉย

"อะไรนะ ท...ทำไมไม่ขับเข้ามา" 

"ผม...อยากเดินออกกำลังกาย"

พิมพ์นารารู้สึกว่าคืนนี้ หล่อนปวดหัวกับเขาเหลือเกิน ทำไม เขาถึงทำเรื่องประหลาดๆ ให้หล่อนตกใจอยู่เรื่อย หันมองเพื่อนบ้าน โชคดีที่ไม่มีใครโผล่ออกมาเห็นทั้งสอง หล่อนกอดอก ยืนเว้นระยะห่าง เผชิญหน้ากับเขา พูดจริงจัง

"ภูธร คุณกลับบ้านไปซะ นี่มันดึกมากแล้ว คุณไม่ควรมา"

"ไล่ผมอีกแล้ว ผมแค่...อึก...เอาของขวัญมาให้"

หล่อนมองกล่องกำมะหยี่ที่เขายื่นให้ ใจจริงไม่อยากรับ แต่อยากให้เขากลับไปเร็วๆ จึงรับมาอย่างเสียมิได้ 

"ขอบคุณ คุณกลับไปได้แล้ว กุดไนท์"

เดินผ่านตัวเขาไป ภูธรหันตาม ตะโกน "ไปส่งผมหน่อยสิ!"

หล่อนชะงัก หันกลับมา "ทางเดินออกจากซอยต้องไกล ผม...ผมกลัวโจรดักปล้น"

พิมพ์นาราไม่รู้ว่า ทำไมหล่อนเชื่อเขา เดินเป็นเพื่อนเขา มาส่งถึงหน้าปากซอย แต่สิ่งที่หล่อนเห็น... 

บนลานกว้างของอาคารตึกหลังหนึ่ง เหมือนสถานที่จัดปาร์ตี้ย่อมๆ ลูกโป่งหัวใจถูกห้อยแขวน ริบบิ้นหลากสีระโยงระยาง บนพื้นโรยด้วยกลีบกุหลาบ และเศษสายรุ้ง สายไฟสีทองระยิบระยับ กระพริบเป็นตัวอักษร "happy birthday" แขวนด้วยด้ายเส้นเล็กที่มองไม่เห็น ทำให้เหมือนลอยอยู่กลางอากาศ 

พิมพ์นาราตกตะลึง ภูธรย่อตัวลงข้างๆ เอื้อมมือมาแตะเท้าหล่อน หญิงสาวมองตา ช่วยเขาถอดรองเท้าออกโดยไม่รู้ตัว เขาจับมือหล่อนอ่อนโยน เดินเท้าเปล่า เหยียบย่ำบนกลีบดอกไม้อันแสนนุ่ม 

พิมพ์นาราเหมือนตกอยู่ในห้วงความฝัน ภาพความทรงจำในวัยเด็กย้อนกลับมา...

ณ สวนผลไม้ หล่อนกับเขาวิ่งเล่นเท้าเปล่าใต้ต้นไม้ ที่มีดอกไม้ร่วงโรยเต็มพื้น รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะดังประสาน เขาพาหล่อนเกลือกกลิ้งบนพื้น คลุกพื้นนุ่มๆ นั้นอย่างแสนสุข นอนมองท้องฟ้าด้วยกัน

"พิม...เธอชอบไหม..."

"ชอบซี ฉันชอบพื้นดอกไม้นุ่มๆ"

"แล้วยังชอบอะไรอีก"

"ชอบลูกโป่ง ชอบดอกกุหลาบ ชอบแสงไฟสวยๆ"

"โตขึ้น ฉันจะหามาให้เธอ ครบทุกอย่างเลย"

"จริงนะ"

"อื้อ สัญญา"

ภูธรจับมือหล่อนมากุมไว้ สายตาสื่อความหวานจากขั้วหัวใจ  

"ผมทำตามสัญญาแล้วนะ สุขสันต์วันเกิดนะครับ พิมพ์นารา"

พิมพ์นาราตกตะลึงมองเขา แววตาวาวหวานลึกซึ้ง ดูดหัวใจหล่อนให้ลอยไปหา เขาขยับเข้ามาใกล้ช้าๆ หล่อนถูกสะกดด้วยแววตาทรงอานุภาพ จมอยู่ในความเคลิบเคลิ้ม  

ปิ๊น! เสียงแตรจากรถด้านนอกแว่วมา หญิงสาวสะดุ้ง หลุดจากภวังค์ มือหล่อนกำลังจะนาบลงบนแก้มเขา รีบดึงออกอย่างตกใจ

"...ฉัน...ฉัน...ฉันต้องกลับแล้ว" พูดอย่างกระสับกระส่าย ใจสั่น และเต้นแรงมาก หันซ้ายหันขวา ด้วยแววตาตื่น ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

"อย่าไปนะ พิม... อย่าไปจากผม...!!"

ร่างบางที่กำลังจะเดินไปชะงัก พิมพ์นารารู้สึกมึนงง ลูกโป่งหัวใจสีชมพูลอยอยู่เบื้องหน้า ดุจยั่วให้หล่อนไขว่คว้า หญิงสาวกลับตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจ ก้มลงมองช้าๆ ...เอวบางถูกโอบกอดด้วยสองแขน ส่วนหน้าที่แข็งแกร่งหนักแน่นของชายหนุ่ม ทาบอยู่กับแผ่นหลัง ตาลอยๆ ของหญิงสาวค่อยๆ เบิกกว้าง ด้วยตกใจสุดขีด

"ภ...ภูธร... คุณ...ทำอะไรน่ะ!" หล่อนแกะแขนเขาออก หันกลับมาเผชิญหน้า แววตาหญิงสาวมองเขาอย่างตะลึง

"...พิม...ผม...ผม..." สติกลับคืนมา ชายหนุ่มลิ้นพันพูดไม่ออก เขาเมาจริง แต่เมาเพียงเล็กน้อย เขารู้ตัวทุกอย่างว่ากำลังทำอะไร ฤทธิ์สุราเพิ่มความใจกล้า และเขาไม่อาจหยุดตัวเองได้ 

พิมพ์นาราไม่ต้องการคำตอบ หล่อนทั้งโกรธ สับสน และวุ่นวายใจ ไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้อีก "ผม..." ภูธรอยากอธิบาย ก็ไม่มีโอกาสแล้ว ร่างบางวิ่งจากเขาไป ชายหนุ่มหลับตาลง ด้วยความรู้สึกทรมาน เขา...พลาดไปแล้ว

 

"อ้าว พิม พ่อกำลังจะออกไปหา..."

ไพศาลเห็นลูกสาวหายไปนาน จะออกไปตาม พิมพ์นารากลับมาพอดี "หนู...ขึ้นห้องก่อนนะคะ" หลบสายตาพ่อ แล้วเดินเข้าบ้านไป

บนห้องนอน หล่อนปิดประตู ยืนค้าง เกาะลูกบิดแน่น ราวกับกลัวว่าใครจะบุกเข้ามา นับแต่จากเขากลับมาถึงบ้าน ใจหล่อนยังเต้นแรงไม่หยุด

...คุณภูธรรูปหล่อนั่น ต้องคิดอะไรกับคุณหนูแน่ๆ...

เสียงสาวใช้ผุดขึ้นมา

...ดอกคาร์เนชั่นสีแดง  เขาไว้ให้กับคนรักต่างหากล่ะคะ...

...ผมทำตามสัญญาแล้วนะ สุขสันต์วันเกิดนะครับ พิมพ์นารา...

"ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้..." พิมพ์นาราพึมพำบอกตัวเอง มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง เขาแต่งงานแล้ว เขามีภรรยาอยู่แล้ว เขาจะมา...

นึกถึงของขวัญวันเกิดที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ หญิงสาวหยิบออกมา มองอย่างลังเล ก่อนปลดริบบิ้นออก

มันคือ ปิ่นหยกรูปหัวใจ สวยและน่ารักมาก แต่พิมพ์นารากลับเข่าอ่อน หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตอนนี้ หญิงสาวแสนซื่อ เริ่มเข้าใจอะไรบ้างแล้ว



ณ คฤหาสน์เศวตพิทักษ์

พลับพลึงธารสอนให้หล่อนใจเย็น แต่ว่านน้ำทองทำไม่ได้ คืนแรกที่ทอรุ้งเข้าบ้าน พอสามีกลับมาจากโรงงาน เดิมทีตั้งใจจะค้างห้องหล่อน กลับมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องนี้อีก...

"โธ่เว้ย น่ารำคาญ"

ภูผาเหนื่อยหน่ายเต็มทน กระแทกประตูห้องดังปัง! ภรรยาหลวงทรุดนั่งร้องไห้บนเตียง ส่วนเขาไปหาภรรยาน้อยที่เรือนไทย

"ทำไมถึงทำรุนแรงขนาดนี้..." 

ในห้องนอน ทั้งสองนั่งบนเตียง ภูผาจับคางหล่อนหันไปมา มองแก้มแดงปลั่งของหญิงสาวอย่างตกใจ

"เพราะรุ้งไม่ดีเอง ไม่น่าจะเข้าไปคุยกับพี่ใหญ่ตอนนี้ เพราะเขายังไม่หายโกรธ ยังทำใจรับทอรุ้งไม่ได้ ก็เลย..." น้ำตาหลั่งมาเหมือนสั่งได้

"ก็ไม่ควรทำถึงขนาดนี้ พรุ่งนี้ ฉันจะตำหนิเขาเอง" ภูผาไม่ได้เจ็บปวดแทนหล่อนหรอก เขาแค่ไม่ชอบผู้หญิงตบตีกัน โดยเฉพาะในบ้าน

"อย่านะคะ ถ้าคุณทำแบบนั้น เขาอาจมาระบายกับรุ้งอีกก็ได้ ช่างเถอะค่ะ รุ้งจะพยายามหลบหน้าเขา อยู่แบบเจียมตัว"

"ทนๆ เอาหน่อย ไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องไปที่บ้านใหญ่... คืนนี้ ฉันนอนด้วยนะ ขอไปอาบน้ำก่อน" 

ประโยคแรก ทำหล่อนหงุดหงิด แต่ประโยคท้าย ดีใจแทบเต้น กระวีกระวาดรีบเปิดตู้ หยิบผ้าขนหนูให้เขา สามีเดินเข้าห้องน้ำ หล่อนยิ้มปลื้มปริ่ม หัวใจพองโต

แค่คืนแรก...คุณภูผาก็มาค้างกับฉันซะแล้ว หึ เห็นรึยังล่ะ ว่านน้ำทอง เธอกำลังจะกลายเป็นหมาหัวเน่า! 




ห้องนอนของภูธร

"งานเลี้ยงสนุกไหมคะ?"

พลับพลึงธารยืนปลดเนคไทให้สามีตามปกติ พอปลดดุมเสื้อ เขากลับยืนเฉย ไม่บ่ายเบี่ยงเหมือนเคย หล่อนแอบดีใจ หารู้ไม่ว่าเขากำลังเหม่อ!

"วันนี้ ตอนเช้า เกิดเรื่องวุ่นวาย พี่ใหญ่ กับ ทอรุ้ง ตบตีกัน นายแม่มาเห็นเข้า เลย...ปลดตำแหน่งผู้จัดการบ้าน แต่งตั้งฉันเป็นแทน เอ่อ ที่จริง ฉันก็ไม่อยากรับหรอก พี่ใหญ่ดูแลบ้านดีอยู่แล้ว แต่มาเกิดเรื่องแบบนี้เข้า..."

"ผมอาบน้ำก่อนนะ"

"...!?" พลับพลึงธารยืนมองตาค้าง หล่อนปลดเม็ดดุมเสร็จ กำลังจะถอดเสื้อให้ เขากลับเดินผ่านหล่อน หยิบผ้าเช็ดตัว เข้าห้องน้ำไปเลย เรื่องที่หล่อนพูด เขาไม่สนใจ ไม่รับฟังเลยหรือ? ทำไม เขาไม่แสดงความยินดีกับหล่อนสักคำ? พลับพลึงธารสะอึก รู้สึกเก้อมาก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

475 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น