นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

I will say it to you now. (Newzkung x Aito)

โดย Bookmark S

ช่วงนี้กำลังหาแรงบันดาลใจในการแต่งนิยายเก่า อยู่แต่ไม่ได้อู้นะครับ 555 (แต่นิยายเก่ากับเรื่องนี้คนละแนวเลยนะ)

ยอดวิวรวม

1,793

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


1,793

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


37
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ธ.ค. 60 / 20:12 น.
นิยาย I will say it to you now. (Newzkung x Aito)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็นฟิคเฉพาะกิจ คือ ลองแต่งตั้งแต่ช่วงหยุด3วัน ผสมความขี้เกียจจึงได้ผลลัพธ์อย่างที่เห็นครับ แล้วส่งมาให้เลยครับ
ตอนแรกที่แต่ง มีเรื่องที่ต้องคิดอยู่บ้าง อาทิ วันเกิดพี่นิวแต่ไหงตัวเอกเป็นไอโตะบ้าง เขียนเข้าไปถึงความรู้สึกบ้าง เดาผิดเรื่อง ผิดที่ผิดทางบ้าง กลัวเรื่องโดนคิดว่า เป็นจิต สตอร์คเกอร์บ้าง แต่ไปๆมาๆก็คิดว่า ถ้าไม่ล่วงลึกจนเกินไป แล้วอยากที่จะเขียนก็เขียนๆไปเถอะ
แต่ยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทุกคนเลย
ปล. พื้นหลังกับไอคอนไม่สวยเท่าไหร่ รวมไปถึงเรื่องด้วย ถ้ามีอะไรแนะนำก็บอกได้นะครับ (แต่ฟังรึเปล่านี่...)


ข้าน้อยขอคารวะ
ช่องของนิวคุง https://www.youtube.com/user/dcparker2
ช่องของไอโตะ https://www.youtube.com/user/toonation01


เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ธ.ค. 60 / 20:12


 

I will say it to you now.

            สวัสดีครับ ผมนายไอโตะคนเก่าเจ้าประจำเอง ก็อย่างที่รู้กันครับว่าในวันที่26กรกฎาคมที่ใกล้จะถึงนี้เป็นวันเกิดของพี่นิวหรือNewzkung Raccoonzaผู้ที่ถือได้ว่า เป็นแรงบันดาลใจให้ผมที่เดิมเป็นแค่แฟนคลับคอยวาดแฟนอาร์ตให้เขาเฉยๆ อยากแคสเกมเหมือนกับเขาจนกลายมาเป็นตัวผมในปัจจุบันซึ่งทั้งหมดก็เพื่อจะได้ใกล้ชิดและเคียงข้างกับเขา...

            จนกระทั่งบัดนี้เวลาก็ผ่านไปเกือบ3ปีเข้าไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าพี่นิวจะไม่รู้สึกถึง ความรู้สึกที่แท้จริง ของผมที่มีต่อเขา ทั้งๆที่ผมพยายามแสดงมันออกมาอย่างชัดเจนมาตลอดแท้ๆ...

            เพราะฉะนั้นในปีนี้...ผมจะให้เขาได้รับของขวัญชิ้นใหญ่...เพื่อที่เขาจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของผมเสียที...ว่าแล้วก็เตรียมอุปกรณ์จำพวกโซ่ แส้ กุญแจมือและยาสลบในการนี้ดีกว่า ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า...

 

 

 

 

 

            ใช่ที่ไหนเล่า! นี่ชีวิตจริงนะไม่ใช่ละคร ขืนผมทำแบบนั้นมีหวังโดนตำรวจจับเข้าคุกกันพอดี แถมดีไม่ดีโดนท่าเก็บสบู่ในตำนานอีก แค่คิดก็เสียวสันหลังปานคุณคูมายืนอยู่ข้างหลังแล้ว

            แต่เรื่องที่ผมจะทำของขวัญและบอกความรู้สึกกับเขาเป็นเรื่องจริงนะครับ   เพราะจนถึงตอนนี้ ผม...มั่นใจในความรู้สึกนั้นและหากเก็บมันไว้ต่อไปมีหวังอกแตกตายแน่ซึ่งการบอกออกไปนี่ก็เป็นปัญหาที่ใหญ่พอดู แต่ที่ยิ่งกว่าคือเรื่องของขวัญที่จะให้เนี่ยล่ะครับ

            เมื่อ2ปีที่แล้วผมได้วาดรูปพี่นิวร่างมนุษย์ที่เป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ (และต่อมาโดนเอาคืนจากพี่นิวในวันเกิดผมซึ่งมันก็...เอิ่ม) ปีก่อนก็รีวิวช่องพี่นิวไปแล้ว แล้วปีนี้ผมทำอะไรเป็นของขวัญให้เขาดี ถีงแม้ว่าพี่นิวจะดีใจกับของขวัญทุกชิ้นก็เถอะ แต่ในเมื่อเป็นโอกาสพิเศษ ถ้าให้ของขวัญปกติ แล้วตัวผมที่เป็นคนให้จะแตกต่างอะไรจากคนอื่นล่ะ ดังนั้นมันควรเป็นของที่ให้ความรู้สึกพิเศษเช่นกัน อะไรดีว่ะเนี่ย

            ออดแอด ออดแอด   ระหว่างที่ผมคิดอยู่นั้นเองก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้น ผมเปิดหน้าจอดูชื่อผู้ที่โทรมาก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแล้วรับสาย “มีอะไรเหรอ เกย์ปุริซัง”

            “เกย์บ้าอะไรยะ อีตาไอโตะ!” เกย์ปุริ เอ้ย กิ๊บปุริตะโกนตอบกลับคำทักทายของผมเสียงดังจนผมต้องรีบดึงมือถือออกมาห่าง   ผู้หญิงบ้าอะไรเสียงแหลมชะมัด “คนเขาอุตส่าห์จะมาคุยด้วยดีๆ อยากศพไม่สวยใช่มั้ยยะ”

            “โธ่เอ้ย! ผมแค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง ไว้ชีวิตผมเต๊อะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนตามประสาเพื่อน “แล้วมีอะไรเหรอครับ”

            “จำได้ใช่มั้ยว่า วันที่26กรกฎาฯเป็นวันเกิดนิวคุงน่ะ” พี่กิ๊บถามเสียงเข้ม ถ้ามันเป็นการ์ตูน ผมว่ามันต้องมีเสียง ชิ้ง! พร้อมกับสายตาวิบวับด้วยแน่ๆ

            “จำได้สิครับ” ผมพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะเมื่อคำว่าวันเกิดดังขึ้นมา ทำให้ความเครียดกลับมาอีกรอบ “จะจัดงานวันเกิดให้พี่นิวเหรอครับ”

            “ถูกต้องแล้ว เดี๋ยวสถานที่จะบอกทีหลัง” พระแม่แห่งแก็งอะจะอะเอ่ยกลับ “มาด้วยล่ะ ฉันรู้ว่าวันนั้นแกว่าง” ยังพูดดักอีกแน่ะ แล้วผมปฏิเสธยังไงว่ะ ถึงวันนั้นจะไปอยู่แล้วก็เถอะ

            “โอเคๆ ได้ครับ” ผมรับคำ “ว่าแต่ปีนี้ผมจะเอาอะไรเป็นของขวัญให้พี่นิวดีครับ” สิ้นเสียงผมรีบเอามืออีกข้างปิดปากตัวเอง ผมเผลอถามเรื่องนี้กับพี่กิ๊บได้ไง ถึงพี่กิ๊บจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีในบางเรื่อง (?) ก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้มัน...

            “ไอโตะอย่าบอกนะว่า แก...” นั่นไง เซ้นส์ของผู้หญิงนี่มันน่ากลัวจริงๆ “คิดจะตุ๋ยตูดนิวคุงน่ะ ฉันไม่ยอมหรอกนะยะ!” แต่แบบนี้เรียกว่า เดาส่งเดช แถมความหมายยังแย่สุดๆเลยครับพี่

            “ไม่ใช่ครับ” ผมปฏิเสธทันควัน “ผมแค่คิดไม่ออกเฉยๆ อีกอย่างกลัวพี่นิวเขาไม่ชอบด้วยน่ะครับ”

            พี่กิ๊บเงียบอยู่ชั่วครู่จนผมนึกว่า อีกฝ่ายทิ้งสายไปแล้ว “นิวคุงน่ะดีใจกับของขวัญทุกชิ้น แกก็รู้นี่นา” แล้วเว้นช่วงก่อนจะพูดต่อ

            “ของขวัญน่ะ จุดสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่พิเศษอย่างความสวยงามหรือมูลค่า แต่มันอยู่ที่ความตั้งใจของคนมอบ ตั้งแต่ตอนเลือกซื้อ ตอนทำและตอนมอบให้อีกฝ่ายต่างหากซึ่งฉันก็คิดว่า ที่นิวคุงดีใจกับของขวัญทุกชิ้น เพราะแบบนั้นนั่นล่ะ” คำพูดของพี่กิ๊บทำให้ผมรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

            “ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำ” ผมเอ่ยตอบกลับพลางยิ้มน้อยๆ “ผมพึ่งรู้นะครับเนี่ยว่า วันนี้พี่กินยาผิดมาถึงพูดอะไรแบบนี้ได้ ฮะๆๆๆ” แล้วเอามือถือห่างออกจากหู

            “วันนั้น หลังเลิกงาน แกตายแน่ อีตาบ้าไอตูด!” ดังคาดจริงๆนะครับ...เรื่องเสียงน่ะ “แล้วเจอกัน บาย” แล้วก็ตัดสายทิ้งไปแบบไม่รอผมด้วย เฮ้อ เอาเถอะ

            แต่ก็จริงอย่างที่พี่เขาพูดนั่นล่ะ สิ่งสำคัญมันอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว ทำให้ผมนึกอะไรบางอย่างออกและรู้สึกได้ว่า ตอนนี้ตัวเองกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ ผมหันไปมองที่โต๊ะคอมของตัวเอง

            มาเริ่มกันเลยดีกว่า ความตั้งใจของผมที่มีต่อพี่น่ะ

 

 

 

 

 

            เคยมีคนจากที่ไหนสักแห่งกล่าวไว้ว่า ร่างกายมีผลต่อจิตใจ จิตใจมีผลต่อร่างกาย ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจคำพูดนั้นอยู่หรอก แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องให้เข้าใจขนาดต้องให้เป็นไข้ในวันเกิดพี่นิวเลยนี่นา!

            การที่ผมเป็นไข้นี่ ถ้าให้พูดตามหลักเหตุและผล ผมคิดว่า คงเป็นเพราะเมื่อคืนหมกมุ่นอยู่กับการตกแต่งของขวัญช่วงสุดท้ายอยู่ ประมาณว่า เติมตรงนั้นอีกดีมั้ย ตัดตรงนั้นดีกว่า พอรู้ตัวอีกทีก็เกือบตี3 แล้วคิวม่อน (ที่โทรมาหาแทนพี่กิ๊บ ฐานเกลียดขี้หน้าในคราวโน้น) ก็บอกว่า งานจัดตอน10โมง แถมสถานที่ยังไกลจากบ้านไปโขอีกต่างหาก เรือหายล่ะ ดังนั้นผมก็เลยรีบปิดคอม รีบนอนและด้วยความกังวลหลายเรื่องประกอบกับความรีบ ผมเลยลืมห่มผ้าทั้งที่เปิดแอร์ไว้อย่างหนาวซึ่งผลลัพธ์ก็คือ ผมต้องใส่ที่คาดปากเดินทางแบบสะโหลสะเหลมางานนี่ล่ะครับ

            “ไง ไอโตะ สบา... เฮ้ย! นายเป็นอะไรว่ะเนี่ย” โซระที่อยู่หน้าห้องจัดงานทำสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นสภาพผมก่อนจะเอามือมาพยุงตัวผมไว้ “ตัวร้อนจี๋นี่หว่า ป่วยขนาดนี้ยังอุตส่าห์มาอีกเหรอ”

            “ป่วยอะไรกันเล่า กินยาแล้วน่า” ผมโกหกคำโตตอบกลับพลางเดินเข้าไปในห้อง “แล้วพี่นิวมารึยัง”

            “มาจนได้นะ อี...ทำไมตัวร้อนแบบนี้เนี่ย!” ไม่ทันที่โซระจะตอบผม เสียงแหลมที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นทำเอาผมปวดหัวมากขึ้นแบบไม่ทราบสาเหตุ “ไม่สบายขนาดนี้ โทรมาบอกก็ได้ ฉันไม่ว่าหรอกนะยะ!” ส่วนผมทำเป็นไม่สนใจหญิงตรงนี้และเดินไปนั่งตรงโซฟาตัวหนึ่งในห้อง

            “เป็นไข้เฉยๆ กินยาแล้วครับพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก” ผมตอบซ้ำ ขณะที่คนอื่นๆเริ่มมาดูอาการของผม

            “ไอโตะ กินยาอะไร แล้วตั้งแต่กี่โมง” รันเปียวถาม ขณะเอามือทาบหน้าผากพลางมองผมด้วยสายตาจับผิดระคนเป็นห่วง

            “ยาลดไข้ไง กินมาตั้งแต่7โมงแล้วเนี่ย” ผมตอบส่งๆไป ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกตัวว่า ตัวเองพูดอะไรผิดไป เพราะรันเปียวเริ่มส่งรังสีอำมหิตมาให้ผมแล้ว

            “ถ้าเป็นคนอื่น ฉันคงเชื่อและปล่อยไปอยู่หรอก แต่ดูจากท่าทีนายวันนี้ ฉันว่านายเป็นไปได้2อย่าง คือ เป็นไข้เลือดออกกับไม่ได้กินยา เพราะตอนนี้เวลา10โมงเท่ากับนายกินยามา3ชั่วโมงแล้วแต่ไม่มีท่าทีเลยว่า ยามันจะออกฤทธิ์” เธอพูดเสียงเรียบกับผมเป็นเชิงจี้ “บอกความจริงมาซะ ไอโตะ ไม่งั้นคงต้องพาไปโรงพยาบาลแล้วล่ะ”

            ผมถอนหายใจเล็กน้อยพลางประคองสติตัวเองไว้ จริงๆ ผมอยากเลือกที่จะไม่ตอบอยู่ แต่เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายและคนอื่นที่มองมาด้วยความเป็นห่วง “ไม่ได้กินมาน่ะ ขอโทษที”

            “กร ช่วยไปขอพาราจากพนักงานมาให้ทีนะ” รันเปียวหันไปพูดกับกรหรือมิซาวะ เคียวจิที่ยืนอยู่ข้างหลัง ขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้และเดินออกไปจากห้อง ส่วนตัวเองก็เอาผ้าเช็ดหน้ามัดน้ำแข็งที่อยู่ในกระป๋องแล้วเอามาประคบไว้ที่หน้าผากผม เย็นดีจังเลยแฮะ “ตอนนี้นายนอนพักไปจนกว่าเจ้าของวันเกิดจะมาก็แล้วกัน”

            “แต่จริงๆ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องฝืนตัวเองขนาดนี้เลย ตัวเองป่วยขนาดนี้แท้ๆ” กิ๊บเล็กหรือคริสตี้มาสเตอร์เอ่ยพลางถอนหายใจ “นายสนิทกับพี่เขาขนาดนั้น ของขวัญน่ะให้ตอนไหนก็ได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

            “น่าๆ ตอนนี้มันก็มาแล้วนิ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” คิวม่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ “อีกอย่างวันเกิดสามีแท้ๆ มีเหรอที่ภรรยาจะยอมพลาดน่ะ”

            “นายนี่มันจริงๆเลยนะ คิวม่อน ไอโตะป่วยขนาดนี้ ยังล้อมันอีก” โซระเอ่ยเตือนพลางทำหน้าคิ้วขมวดเป็นเชิงดุซึ่งก็ดูไม่ได้ผลเลย

            “มันก็ไม่เคยบอกซักหน่อยว่า ชอบหรือไม่ชอบนิ รึว่านายเล็งพี่นิวไว้กันแน่ โซระ” คิวม่อนเอ่ยสวนกลับก่อนจะหัวเราะ คนอื่นๆก็หัวเราะตามอย่างขบขัน ขณะที่โซระทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ส่วนผมหัวเราะไม่ไหวจึงได้แต่ยิ้มเท่านั้น

            “ยามาแล้ว ป้า” กรกล่าว ขณะที่วิ่งมาและส่งยาให้รันเปียว ส่วนกิ๊บเล็กก็หยิบแก้วน้ำให้ รันเปียวจึงเอาของ2อย่างส่งมาให้ผมอีกทีหนึ่ง

            “กินยาซะ นายคงไม่อยากให้พี่นิวมาเห็นสภาพนี้ใช่มั้ย” รันเปียวพูดดัก หลังจากที่เห็นผมไม่ยอมยื่นมือไปรับยาซักที แต่เมื่อพูดมาแบบนี้ ผมจึงต้องรับยามาดื่มอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะนอนพิงโซฟาต่อ หวังแต่ว่ายามันจะออกฤทธิ์ก่อนที่พี่นิวจะมาล่ะกัน

            “ขอโทษทีที่มาช้านะครับ ทุกคน พอดีรถติดไปหน่อย” แต่ก็เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง เพราะหลังจากที่ผมคิดไปเมื่อกี้ เสียงพี่นิวก็ดังพร้อมกับร่างของเขาเข้ามาในห้องทันที โธ่! พี่มาช้าหน่อยก็ไม่ได้เหรอครับ ในกรณีแบบนี้เนี่ย “อ้าว แล้วไอโตะเป็นอะไรไปเหรอ”

            “มันเป็นไข้ แต่รันเปียวให้กินยาแล้วน่ะ ไม่ต้องห่วง” คุณคู เกรียนเกมเมอร์ตอบ “มันหอบสังขารมาที่นี่เพื่อตุ๋ยตูดนิวคุงโดยเฉพาะเลยนะ ฮ่าๆๆๆ”

            “ใช่ที่ไหนล่ะว้อย” ผมตะโกนปฏิเสธก่อนจะไอผ่านผ้าปิดปากเล็กน้อย

            พี่นิวเดินย่างสามขุมมาหาผม แล้วสบตาผมด้วยสายตาที่แฝงด้วยความเป็นห่วงและเอามือมาทาบบนหน้าผาก แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ไฟในห้องก็ดับลงเสียก่อน ทำให้พวกเราที่อยู่ในห้องหันไปมองรอบๆอย่างประหลาดใจ

            “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยู” เสียงพี่กิ๊บดังขึ้นตามด้วยเสียงปรบมือประกอบจังหวะ “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยู” แล้วแสงเทียนก็ปรากฎขึ้นพร้อมกับเค้กชิ้นใหญ่โดยคนถือคือโซระ “แฮปปี้เบิร์ด...เดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์” โซระและคนอื่นค่อยๆเข้ามายังจุดที่พี่นิวกับผมอยู่

            “แฮปปี้...เบิร์ด...เดย์...นิว...คุง เย้!” สิ้นเสียงเค้กที่มีเทียนเล่มใหญ่ก็มาถึงตรงหน้าพี่นิว ถึงแม้ว่าตอนนี้พี่นิวจะหันหลังให้ผม แต่ผมมั่นใจว่า ตอนนี้พี่เขากำลังยิ้มอย่างแน่นอน

            “สุขสันต์วันเกิดนะ ป่าป๊า ขอให้มีความสุขมากๆ มีสุขภาพที่แข็งแรงนะ” พี่กิ๊บกล่าวพลางยิ้มน้อยๆ “อธิษฐานเสร็จแล้วเป่าเลยนะ”

            “ขอบคุณครับ” พี่นิวเอ่ยตอบกลับ แล้วนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเป่าเทียนให้ดับ เมื่อแสงเทียนดับลง แสงไฟของห้องก็สว่างพร้อมกับเสียงปรบมือของคนทั้งห้อง รวมถึงผมด้วย

            “เอาล่ะ ต่อไปนี้ก็ถึงเวลามอบของขวัญแล้วจ้า!” แล้วพี่กิ๊บก็กลับมาเสียงแหลมดังเหมือนเดิม “เริ่มจากนายก่อนเลย โซระ”

            “แล้วทำไมคุณกิ๊บถึงไม่เริ่มก่อนล่ะ” นั่นสิ ทำไมกัน

            “ฉันเป็นหัวเรือใหญ่ของงานก็ต้องคนสุดท้ายสิยะ แบบใหญ่สุดท้ายสุดไง” พี่กิ๊บตอบกลับพร้อมกับส่งรังสีอำมหิตผ่านสายตาซึ่งโซระกลืนน้ำลายเอือกหนึ่งอย่างขยาด แล้วพยักหน้าเป็นเชิงยอมทำตามแต่โดยดี ดังนั้นช่วงมอบของขวัญจึงเริ่มทันที โดยพี่นิวก็เปลี่ยนจากนั่งไปบริเวณกลางห้องตามคำเชิญของหัวเรือใหญ่ (?) สาวของเรา

            เริ่มจากคนแรก คือ โซระที่ซื้อพวงกุญแจเป็นตัวอักษร HBD มาให้

            คนถัดมาเป็นคุณคูที่มาพร้อมกับตุ๊กตาแรคคูนใบหน้าอาเบะ (ที่ไม่รู้ว่าไปสรรหามาจากไหน) รวมถึงออร่าสีม่วงบางๆให้รู้สึก ทางฝ่ายพี่นิวก็แกล้งทำท่ากลัวตอนจะรับของขวัญ แล้วหัวเราะและรับตุ๊กตาอย่างร่าเริง

            ถัดจากของทำลายตาก็มาถึงของเซอร์วิสกันบ้าง คิวม่อนเอาตุ๊กตาเมดสาวผมทองมาให้ซึ่งพี่นิวก็รับมากอดอย่างไม่ลังเลและบ่นว่า “น่ารักอ่ะ” ตามสไตล์เขา

            คราวนี้มาเป็นคู่ รันเปียวกับกรรวมเงินซื้อรูปปั้นรูปแมว2ตัวกอดกันในโถแก้วใส่กากเพชรพร้อมกับขอโทษที่หาแรคคูนมาให้ไม่ได้เลยซื้อแมว ทางฝ่ายพี่นิวก็กล่าวว่า “แค่ซื้อให้ก็ดีใจแล้ว ขอบใจมากนะ” และรับมาอย่างร่าเริงเช่นเคย

            ต่อมาเป็นกิ๊บเล็กกับมายน์วาดรูปมาให้ตามความถนัด

            โดยรวมๆ พี่นิวก็เหมือนปกติ คือ เขาก็ดีใจกับของขวัญทุกชิ้นอย่างที่คิดจนผมเริ่มไม่แน่ใจว่า เขาดีใจจริงๆรึเปล่าโดยเฉพาะถ้าเขามาเห็นของขวัญของผม แต่เอาเถอะ ต่อไปก็ตาเราแล้ว วัดดวงกันไปเลย!

            “ต่อไปก็ตาฉัน” แต่ไม่ทันที่ผมลุกขึ้นจากที่นั่ง พี่กิ๊บก็เอ่ยขึ้นมาก่อน อ้าว แล้วผมล่ะพี่

            “ขอโทษทีนะ ไอโตะ แต่คนป่วยไม่นับเป็นคิวหรอกนะยะ โฮะๆๆๆ” พี่กิ๊บตะโกนบอกผมแล้วเดินไปหาพี่นิว พอผมจะทักท้วง อาการปวดหัวจากพิษไข้ก็เกิดจะกำเริบขึ้นมาซะงั้น อะไรครับ!

            “อ่ะนี่ ป่าป๊า ทำอยู่ตั้งนานเชียวนะ” เมื่อผมเห็นของขวัญของพี่กิ๊บ ผมรู้สึกถึงความหนืดที่คอและอาการร้อนผ่าวจากพิษไข้ที่ชัดเจนขึ้น เพราะมันเป็นตุ๊กตารูปชายผมทอง มีหูและหางเป็นแรคคูนซึ่งเป็นร่างมอสคอตของพี่นิว

            “โห ขอบคุณมากครับ คุณกิ๊บ” พี่นิวตอบกลับและยิ้มที่ดูดีใจมากกว่าปกติ

            “แล้วก็นะ ป่าป๊า” พี่นิวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เขาสบตากับพี่กิ๊บ ขณะที่ผมรู้สึกว่า หนังตาของตัวเองหนักแปลกๆพร้อมกับทัศนียภาพที่มืดลงเรื่อยๆ

            “เค้าอ่ะ รักป่าป๊าที่สุดเลย!” ทันใดนั้นพี่กิ๊บก็โผกอดพี่นิวอย่างรวดเร็ว แล้วทุกสิ่งก็ดำมืดไปหมดรึว่า...ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น...ผมแค่ฝันไปเท่านั้น

 

 

 

 

 

            “ไอโตะ ไอโตะ!” เสียงพี่นิวดังขึ้นพร้อมกับแรงสะกิด ผมสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปมองหน้าพี่นิวที่ขมวดคิ้วมองผม “คิดอะไรอยู่ตั้งนาน”

            “นั่นดิ มางานเลี้ยงทั้งทีก็สนุกสนานหน่อยน่า” คิวม่อนเอ่ยสำทับพลางหัวเราะร่า ขณะที่ผมมองไปรอบตัวก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่กลางงานเลี้ยงที่เดียวกับเมื่อกี้ ทุกคนกำลังดูสนุกสนาน มีเสียงเพลงเร็วเปิดเร้าอารมณ์ ส่วนผมเองก็ไม่รู้ถึงพิษไข้แล้วด้วย น่าแปลกที่ภาพพี่กิ๊บกอดพี่นิวยังคงคาอยู่ในหัวผม

            “ขอโทษที พอดีนึกถึงอะไรแปลกๆ” ผมรีบแก้ตัวพลางหัวเราะแหะๆ “เรื่องที่พี่กิ๊บกับพี่นิวเป็นแฟนนี่เป็นแค่ฝันอยู่แล้วใช่มั้ยครับ ฮ่าๆๆๆ” สิ้นเสียงของผม เสียงเพลงเมื่อกี้เงียบลงทันที

            “นายลืมไปแล้วรึไง ไอโตะ” ผมหันไปมองที่พี่นิวก็พบว่า เขากำลังแสยะยิ้มโดยมีพี่กิ๊บที่ยิ้มแบบเดียวกันเกาะแขนของเขา ผมมองไปรอบๆอีกครั้ง แต่คนอื่น แม้แต่คิวม่อนที่พูดกับผมเมื่อกี้หายตัวไปหมดจนเหลือแค่เรา3คนในห้อง “พี่น่ะเป็นแฟนกับกิ๊บมาได้1ปีแล้วนะ” เดี๋ยวก่อนนะ! เป็นไปได้ยังไง

            “เดี๋ยวก่อนนะพี่ 1ปีงั้นเหรอ...” ผมเอ่ยด้วยความตกใจ มันมีอะไรแปลกๆ

            “ปีนี้มันปี2560ไง เรากลับมาจัดงานเลี้ยงที่เก่า เมื่อคืนนอนดึกรึเปล่า ถึงเบลอขนาดนี้ยะ” พี่กิ๊บพูด เฮ้ย! แต่ปีนี้มันปี2559ไม่ใช่เหรอ

            “แล้วนายก็คบกับคุณคูไง” เดี๋ยว! ว่าไงนะ! ไม่ทันที่ผมจะลำดับความคิดที่มาแบบกะทันหันได้ก็มีอะไรบางอย่างมากอดผมจากข้างหลัง

            “ไอโตะ นายลืมความสัมพันธ์กับเราแล้วเหรอ หือ?” ผมสะดุ้งเฮือกใหญ่ เมื่อรู้ว่า เป็นเสียงใคร ผมพยายามแกะแขนของคูออก แต่แกะไม่ออก แรงเยอะชะมัด “สงสัยคงต้องทำให้จำได้แล้วล่ะ” แล้วหน้าของคูก็อ้อมจากด้านหลังมาใกล้หน้าผม เฮ้ย! ไม่เอานะว้อย!

            “เดี๋ยวก่อน ผมขอเวลาตั้ง...”

            “พี่กับกิ๊บไปทำธุระข้างนอกก่อนนะ ไม่อยากขัดนายกับคุณคูน่ะ” พี่นิวกล่าวก่อนจะโบกมือลา แล้วเดินออกไปพร้อมกับพี่กิ๊บ ทั้งสองค่อยๆเลือนหายไปจากสายตาผม

            ไม่ใช่แบบนี้ ผมยังไม่ทันจะได้พูดอะไรอย่างที่คิดเลย พี่จะไปแล้วเหรอหรือถ้าไปก็เอาคูไปด้วย อย่าทิ้งผมไว้แบบนี้ คอยผมก่อนสิครับ!

            ม่าย!!!

 

 

 

 

 

            “ม่าย!!!

            “ไอโตะ ฟื้นแล้วเหรอ” เสียงคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับแรงเขย่า ผมเปิดเปลือกตาหันไปยังต้นเสียงพบว่า พี่นิวนั่งข้างๆผม ผมรู้สึกถึงความนิ่มของโซฟาที่ผมนอนทับ ผมอยู่ที่เดิมอีกแล้ว เมื่อกี้ผมฝันเหรอ แต่ในฝันเมื่อกี้ก็ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมฝันอยู่นี่นา แล้วในห้องมแค่ผมกับพี่นิวด้วย ฝันซ้ำซ้อนรึไงหว่า “เป็นไงบ้าง”

            “พี่ช่วยหยิกผมก่อนมั้ย เผื่อผมฝันไป” ผมเอ่ยพลางยิ้มน้อยๆ ก่อนที่พี่นิวจะเอามือมาหยิกแก้มผม2ข้างตามคำขอ “โอ๊ย! โอเคแล้วครับพี่ เจ็บชะมัด” พี่นิวยิ้มขำ เมื่อผมพูดจบ

            “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ แล้วคนอื่นๆล่ะ”

            “นายเป็นไข้แล้วสลบในช่วงมอบของขวัญน่ะ ส่วนคนอื่นไปซื้อของข้างนอก เดี๋ยวกลับมา” พี่นิวตอบ ขณะหยิบแก้วน้ำส่งให้ ผมรับมาดื่ม จะว่าไปก็ยังรู้สึกตัวร้อนรุ่มๆและปวดหัวนิดหน่อยแฮะ

            “แล้ว...” ผมรู้สึกลังเลที่จะถามเรื่องนั้นจึงตัดสินใจพูดเรื่องอื่นแทน “ขอโทษทีครับที่ทำให้งานล่ม เพราะผมแท้ๆเลย”

            “ไม่หรอก หลังจากไอโตะสลบ งานเลี้ยงยังดำเนินต่อไม่มีติดขัดเลยล่ะ” พี่นิวตอบพลางยิ้มหัวเราะก๊ากทันทีที่เห็นผมทำหน้าบอกบุญไม่รับเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว หนอย! เจ้าพวกบ้า คนสลบนะเว้ย เป็นห่วงหน่อยก็ไม่ได้ “แล้วอาการไข้เป็นไงบ้าง”

            “ดีขึ้นหน่อยแล้วครับพี่ ขอบคุณมาก” ผมตอบพลางส่งยิ้มให้

            “ดีแล้วที่ไม่เป็นไร พี่เป็นห่วงแทบแย่” พี่นิวกล่าว เขาลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่มานั่งพื้นพิงโซฟาข้างผมที่นอนอยู่ “วันนี้พี่ดีใจมากเลยนะที่ช่วยจัดงานเลี้ยงให้ ขอบใจมากนะ”

            “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ถ้าจะขอบคุณไปบอกพี่กิ๊บเถอะครับ ฮ่าๆๆๆ” พูดไป ภาพที่พี่กิ๊บกอดพี่นิวก็เข้ามาในหัวอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมมันเจ็บแปลกๆอย่างไม่มีสาเหตุ

            “ไม่หรอก พี่ขอบใจนายที่มาวันนี้ต่างหาก” พี่นิวกล่าวพร้อมกับหยิบของบางอย่างจาก...เฮ้ย! นั่นมันกระเป๋าผมนี่หว่า “แล้วก็ของขวัญนี่ด้วย” แล้วหยิบมันขึ้นมา

            อันที่จริงจนแล้วจนรอด ผมก็คิดอะไรไม่ออก นอกจากการวาดรูปให้พี่นิว ทำไงได้ คนมันจนแต้มแล้วนี่หว่า สุดท้ายก็เลยวาดรูปให้ซึ่งมันเป็นรูปพี่นิวในชุดนักเวทย์ยืนกอดอกโดยมีผมในชุดนักดาบชะโงกหน้าจากหลังพี่นิวทางขวาตามแบบการ์ตูน น้องสาวผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก ส่วนชุดที่ใส่ผมเอามาจากเกมRagnarok 2 เป็นเกมที่พี่นิวกับผมแคสด้วยกันเป็นครั้งแรก โดยมีโพสต์อิทแผ่นน้อยเขียนว่า สุขสันต์วันเกิดนะครับ พี่นิว ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ

            “พี่ก็นึกว่า นายลืมไปแล้วซะอีก” พี่นิวมองมันอย่างใจจดใจจ่อ พูดกับผมเสียงเรียบผิดจากทุกที “ขอบใจมากนะ ไอโตะ”

            “พอดีนึกออกกะทันหันนะครับ เลยวาดซะ ฮะๆ” จริงๆ ต้องดูวิดีโอในช่องพี่นิวย้อนไปตั้งนานกว่าถึงเจอคลิปนี้ เหนื่อยแทบแย่ “ถ้าพี่ชอบก็ดีแล้วล่ะครับ”

            “แต่ไม่ใช่ของขวัญที่ดีที่สุดของวันนี้” พี่นิวกล่าวพลางมองผมนิ่ง ผมรู้อยู่แล้วล่ะน่าว่าต้องเป็นแบบนี้ แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดชัดขนาดนี้ก็ได้ “ของขวัญที่ดีที่สุดคืออันนี้ต่างหาก” แล้วหยิบของบางอย่างในกระเป๋า (เอ่อ พี่ครับ นั่นกระเป๋าผมอย่าค้นอะไรมั่วซั่วสิ) เดี๋ยวก่อนนะ นั่นมัน...

 

 

 

            ในตอนที่ผมขึ้นรถเมล์และหาที่นั่งด้วยสภาพที่เหนื่อยอ่อนเพื่อเดินทางไปงานวันเกิด ผมก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่า ควรจะเขียนโพสต์อิทติดกับของขวัญไว้ด้วย สาเหตุมาจากสภาพของผมในปัจจุบันที่อาจทำให้สติผมไม่อยู่ถึงตอนนั้นได้

            ประเด็นมันไปตกอยู่ที่ว่า จะเขียนอะไรดี ผมก็เลยลองเขียนเล่นๆว่า

            ถึงแม้ว่าของขวัญนี้จะไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่ผมใช้ใจทำมันอย่างเต็มที่ หวังว่าพี่จะชอบนะครับ

สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่นิว   ผมชอบพี่นะครับ

Aito Loli Heart’

            แน่ล่ะ ผมตัดสินใจเขียนแผ่นใหม่ทันที เพราะข้อความมันน่าอายและน่าขนลุกมาก (ประโยคที่เขียนนี่อย่างกับมาจากนิยายรัก) ส่วนแผ่นนี้ ผมเก็บไว้ในกระเป๋า ตอนนั้นไข้ไม่ได้รุนแรงมาก แถมยังไงซะ มันก็อยู่ในกระเป๋าผมคงไม่มีใครเปิดหรอก

            ไม่ได้คิดว่า จะมาอยู่ในมือของพี่นิวแบบนี้!!

            “ขอโทษที พอดีคุณกิ๊บเขาเห็นนายสลบเลยถือวิสาสะค้นในกระเป๋าน่ะ” พี่กิ๊บจำไว้เลย สักวันผมต้องเอาคืนหนี้แค้นนี้ให้ได้! “พอเจอปุ๊บ พวกเราก็รู้กันหมดเกือบทั้งกลุ่มเลยล่ะ”

            “ถ้างั้นที่ทุกคนหายไปจนเหลือแต่ผมกับพี่ก็หมายความว่า...” ถึงแม้จะไม่มีกระจกในห้อง แต่ผมรับรู้เลยว่า หน้าตัวเองซีดเป็นขาวๆกลมๆคุงแน่นอน

            “ไม่หรอก ไปซื้อของจริงๆ แต่อาจจะมาช้าหน่อย ยกเว้น...”

            “เฮ้ย! ไอโตะเป็นไงบ้าง ซื้อน้ำส้มมาให้แล้ว” โซระเปิดประตูห้องพลางพูดแบบไม่ดูบรรยากาศ ทันใดนั้นเองก็มีมือลึกลับมาปิดปาก จับตัวเขาไว้ แล้วพระแม่ของแก็งตัวดีก็โผล่มาจากหลังโซระ แต่เท่าที่สังเกตคนที่อยู่ตรงนั้นคงไม่มีแค่2คนนี้แน่นอน

            “ขอโทษที จะเอาไอ้ตัวก้างขวางคอนี่ไปเก็บเดี๋ยวนี้ล่ะ โซระไปเดินเล่นข้างนอกกัน! ไป!” แล้วทั้งหมดก็ออกไปพร้อมกับประตูที่ปิดสนิท อย่าบอกนะว่าที่เมื่อกี้พี่บอก เกือบ หมายถึงแบบนี้น่ะ!

            “ไอโตะ” พี่นิวเรียกพลางจับหน้าผมที่เดิมกำลังดูเหตุการณ์เมื่อกี้ให้มามองที่หน้าเขาที่หันตัวมาทางผม ผมรู้สึกว่า ไข้กำเริบอีกแล้ว เพราะร้อนที่หน้าอย่างมาก “มีอะไรจะพูดกับพี่มั้ย”

            “พี่อย่ามาหลอกผมนะ ผมรู้ว่าพี่คบกับพี่กิ๊บแล้ว ตอนนั้นก็กอดกันอยู่” ผมรีบชิงเปลี่ยนประเด็น ใครจะยอมพูดล่ะ น่าอายจะตาย

            “พี่ไม่ได้คบกับคุณกิ๊บ เขาแค่กอดพี่เฉยๆ แถมคำพูดนั่น นายที่อยู่ด้วยกันในกลุ่มตั้งนานก็รู้ดีว่า พี่กิ๊บพูดบ่อยจะตายไป” อย่ามาพูดเหมือนว่า ผมเข้าใจผิดจนเก็บไปฝันเองนะ! “พูดความจริงมาซะ ไอโตะ นาทีนี้ ตอนนี้ พี่กำลังรับฟังนายอยู่”

            ประโยคหลังของพี่นิวทำให้ผมที่เตรียมจะโวยวายต่อชะงัก ความฝันเมื่อกี้หวนกลับมาอีกครั้ง ถ้าผมไม่บอกตอนนี้ในปีนี้...หมายความว่า ความฝันเมื่อกี้จะเกิดขึ้นจริงในปีหน้างั้นเหรอ แล้วโอกาสของผมมีเพียงตอนนี้เท่านั้นใช่มั้ย

            “อะ...อะ...เอ่อ...” จู่ๆ ไข้ผมก็กำเริบหนักแบบไม่ทราบสาเหตุ “คือ...คือว่า...” แต่ว่าผมไม่ยอมหรอก ยังไงก็ต้องพูดออกไปให้ได้ “ผม...ผม...ว้อย!” พี่นิวสะดุ้งเฮือกทันทีที่ผมตะโกน ขอโทษนะครับพี่

            “ผมชอบพี่มานานแล้ว! รักเลยล่ะ! คบกับผมได้มั้ยครับ!” พี่นิวผงะกับคำพูดของผมแล้วถอยหลังไปเล็กน้อย ผมยันตัวที่นอนอยู่มานั่งพร้อมรับชะตากรรม แต่ดูจากท่าทีของพี่นิวแล้ว...ผมตายแน่

            พี่นิวลุกขึ้นยืนแล้วหันกลับไปที่ประตู ล็อกประตูห้อง แล้วเดินกลับมาทางผมและยิ้มบางก่อนจะมานั่งข้างๆ ตอนนี้ผมรู้สึกได้เลยว่า ตัวเองตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

            “ไม่ต้องกลัว พี่ไม่ได้จะว่า” พี่นิวกล่าวพลางตบไหล่ผม “เมื่อกี้พี่ก็แค่ตกใจที่ไอโตะกล้าพูดมันออกมามากกว่า”

            “จริงๆ เรื่องนี้พี่เองก็อยากบอกกับนายมาตั้งนานแล้ว แต่ก็กลัวนายปฏิเสธ” พี่นิวลูบหัวผมเล็กน้อยแล้วหันมาสบตากับผม “พอมาวันนี้ พี่ดีใจมากเลยนะ ขอบใจมากที่บอกนะ ไอโตะ”

            “พี่ตกลง ไอโตะ” สิ้นเสียงผมรู้สึกว่า กำลังโผกอดพี่นิวอยู่โดยไม่ทันคิด ในขณะที่พี่นิวเองก็กอดผมตอบเช่นกัน ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่ มันแค่รู้สึกดีใจสุดๆจนหาคำบรรยายอื่นมานิยามไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ว่า...

            “ขอบคุณมากครับ พี่นิว” ผมยิ้มตอบด้วยความดีใจพลางเอามือจับแขนของเขา “แต่ช่วยเอามือออกไปจากเอวผมทีครับ ที่นี่เปิดแอร์มันหนาวนะครับ”

            “ไม่เอาน่า นี่เป็นของขวัญที่ยิ่งกว่าที่ดีที่สุดอีกนะ” พี่นิวพูดพลางเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อและจับมือนอนกับโซฟา

            “อะไรครับพี่ ของขวัญที่ว่า” ผมถาม ขณะที่พยายามผลักตัวพี่เขาออก พี่นิวมีแรงพอๆกับคูหรือผมแรงน้อยเองว่ะ ทำไมขัดขืนไม่สำเร็จสักที

            “ไอโตะกับชุดวันเกิดไง” ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ผมคงไปสะกิดต่อมอะไรบางอย่างของเขาเข้าแล้ว แต่เดี๋ยวก่อนในสภาพนี้มัน... “ไม่ต้องห่วง พี่จะทำให้เร็วและนิ่มนวลเลยล่ะ” ประเด็นอยู่ที่มันเร็วไปพี่ แล้วไหนจะพวกข้างนอกอีก อีกอย่างผมไม่ใช่เคะครับ ปล่อยผมไปเถอะ!

ม่าย!!!

            สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่นิว คิดจะทำสิ่งใด ขอให้สมปรารถนา ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงและโชคดียิ่งๆขึ้นไปครับ

By Bookmark S

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Bookmark S

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 ชื่ออะไรสนทำไม=^=
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 03:41

    อ่านแล้วเขินแบบ! สุโค่ยย!!! คุณไอโตะนี่คือฝันซ้อนฝันเร้ยย~~~××

    #11
    0
  2. #10 Grizzly-Bear (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 17:04
    หน้าแดงสุดๆไปเลยล่ะ ตอนนี้•~•
    #10
    0
  3. #9 Hahasa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 15:06
    ฟินนนนนนน~~เขิน/////
    #9
    0
  4. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:08
    ชั้นรอเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้เลย
    แอบมองแรงอยู่นิดๆ แต่ดูชั้งเฉยเมย
    เองเจี้ยมใจไว้หน่อย~ เธอจะอัพไม่อัพต้องเสี่อง
    เอ๋~อี~เอ~อี~เอ
    #8
    1
    • 8 มีนาคม 2561 / 02:57
      เรื่องแต่งต่อนี่ขอหาไอเดียก่อนนะครับ ถ้าได้ไอเดียดีๆ แล้วคงจะได้อ่านครับ 555 (แต่อาจเป็นเรื่องสั้นเรื่องใหม่เลยนะครับ)
      #8-1
  5. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:02
    แต่งต่อเถอะ
    #7
    0
  6. #6 ชิมชิม s1 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 08:46
    ชอบอ่าา~~ ?~? >///<
    #6
    0
  7. วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 20:58
    ???สนุกมากแต่งต่อๆ( #??` )*??
    #5
    0
  8. วันที่ 12 กันยายน 2559 / 06:52
    0/////[]/////0
    น่ารักมากค่าาาาา
    เก่งจังเลยค่ะ เราเเต่งแบบนีเไม่ได้เลยอ่ะ
    ยังไงก็อยากให้มีอีกนะคะ!*^*
    #4
    0
  9. #3 s39387
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 15:14
    รักคู่นี้ขั้นรุนเเรงค่ะ ขอบคุนที่เเต่งนะคะ
    #คู่นี้หายากมาก
    #3
    0
  10. #2 Konix
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 23:29
    ทำร้ายคนป่วย------

    HBDพี่นิวเช่นกันค่ะ
    #2
    0
  11. #1 ...
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 16:08
    สนุกมากๆเลยค่ะะะะ ชอบคู่นี้อ่ะ
    #1
    0