นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

รักเหนือการควบคุม Yaoi (one shot)

เมื่อ คานาเมะ ยูกินะ นักเขียนนิยายโนเนมได้พบกับ เรียวโนสุเกะ คาซึกิ เจ้าพ่อมาเฟียด้วยความบังเอิญ แค่วันแรกที่เจอกัน ยูกินะ ก็ถูก คาซึกิ ลากขึ้นเตียงซะแล้ว ยูกินะจะทำอย่างไรให้รอดพ้นจากภัยคุกคาม

ยอดวิวรวม

399

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


399

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


32
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 มิ.ย. 60 / 15:54 น.
นิยาย ѡ˹͡äǺ Yaoi (one shot)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



คาซึกิxยูกินะ

เป็นครั้งแรกที่วาดรูปลงนิยาย อาจไม่สวยเท่ากับมืออาชีพ แต่ก็พยายามสุดความสามารถเลยนะ^^

(แรเงาไม่เก่งอย่าว่ากันเลยเนอะ^^)


แนะนำตัวละคร

เรียวโนสุเกะ คาซึกิ(พระเอก) : เจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่เมื่อมาเจอกับยูกินะความรู้สึกของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป

คานาเมะ ยูกินะ(นายเอก) : นักเขียนนิยายอิสระ ชื่อเสียงไม่โด่งดัง แต่กลับเป็นที่ถูกใจของเจ้าพ่อมาเฟียอย่างคาซึกิ


คำโปรยเพิ่มเติม

เมื่อ คานาเมะ ยูกินะ นักเขียนนิยายโนเนมได้พบกับ เรียวโนสุเกะ คาซึกิ เจ้าพ่อมาเฟียด้วยความบังเอิญ แค่วันแรกที่เจอกัน ยูกินะ ก็ถูก คาซึกิ ลากขึ้นเตียงซะแล้ว ยูกินะจะทำอย่างไรให้รอดพ้นจากภัยคุกคามของเจ้าพ่อมาเฟียจอมเผด็จการคนนี้ได้ ติดตามได้ใน รักเหนือการควบคุม Yaoi (one shot)

***นิยายสั้นเรื่องแรก...ฝากติดตามด้วยนะจ๊ะ^^

ปล.ถ้าเม้นเกิน 10 และแฟนคลับเกิน 10 แต่งเรื่องอื่นต่อจ้า อิๆๆ^^

ปล.2 หวังเกินไปรึเปล่านะ (_ _)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 มิ.ย. 60 / 15:54



ผมชื่อคานาเมะ ยูกินะ เป็นนักเขียนนิยายโนเนม ไม่ได้มีชื่อเสียง ไม่เป็นที่รู้จัก แต่ผมก็พยายามเขียนมันอย่างหนักในทุกๆ วัน เวลาว่างผมก็จะนั่งหมกมุ่นกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ คอยเขียนเรื่องราวต่างๆ แล้วเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และวันนี้เองก็เช่นกัน

บ้านของผมเป็นบ้านปูนสองชั้นหลังเล็กๆ แค่พออาศัยอยู่คนเดียว มีห้องแต่ละห้องจัดเป็นโซนของใครของมัน รอบตัวบ้านจะถูกห้อมล้อมไปด้วยไม้น้อยใหญ่ ผมเป็นคนรักธรรมชาติเลยซื้อต้นไม้มาปลูกไว้เยอะ

ผมเดินมาเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มที่ชั้นล่าง อากาศวันนี้ค่อนข้างร้อนเลยทำให้หิวน้ำมากกว่าปกติ

“อ่าว น้ำหมดเหรอเนี่ย”

ผมพึมพำกับตัวเองแล้วถอนหายใจออกมา ให้ตายเถอะ ผมไม่อยากออกไปข้างนอกเวลาใกล้เที่ยงแบบนี้เลย อากาศร้อนอย่างกับจะแผดเผามวลมนุษยชาติอย่างนี้ แต่ยังไงก็ต้องไปล่ะนะ จะรอให้ถึงตอนเย็นผมคงได้ตายเพราะขาดน้ำแน่

ผมตัดสินใจสวมเสื้อฮูดแขนยาวสีดำพร้อมกับร่มสีครีมเดินออกไปข้างนอก รีบซื้อแล้วรีบกลับดีกว่า ร้านสะดวกซื้อก็อยู่ไกลพอสมควร ใช่ว่าจะนั่งรถแท็กซี่ไปไม่ได้ แต่รายได้ในช่วงนี้มันแย่มาก นอกจากเขียนนิยายขายผมก็ไม่รู้ว่าจะไปทำมาหากินอะไร

พอถึงร้านสะดวกซื้อผมรีบคว้าน้ำดื่มเท่าที่จะขนได้แล้วจ่ายเงินเดินออกจากร้านทันที

ปึก!

ผมชนเข้ากับใครไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมล้มก้นกระแทกพื้นอย่างจัง

“เจ็บๆๆ”

“เป็นอะไรรึเปล่า?”

ผมเงยหน้าขึ้นก็เจอกับผู้ชายคนหนึ่งแต่งตัวดูภูมิฐาน หน้าตาอย่างกับนายแบบที่หลุดออกมาจากหนังสือแม็กซีนรายสัปดาห์ สูทที่เค้าสวมราคาคงเทียบไม่ได้กับเสื้อผ้าที่ผมใส่อยู่แน่ ท่าทางเป็นคนมีอันจะกินจนเหลือเฟือ 

เขายื่นมือมาตรงหน้าผม ผมเลยยื่นมือไปหาเขา แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้คว้ามือของเขาที่ยื่นมาให้ เขากลับเป็นคนดึงผมลุกขึ้นซะก่อนจนหน้าผมไปกระแทกกับแผงอกของเขา

ด้วยความตกใจ ผมจึงรีบถอยหลังออกห่างเขาทันที

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะชนคุณ”

ผมรีบโค้งขอโทษ แววตานั่นดูดุดันและน่าเกรงขามมาก อะไรจะดูน่ายำเกรงขนาดนั้น 

“นายไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”

เขาถามแล้วเดินเข้ามาหาผม ผมส่ายหน้ารัวๆ เมื่อมองสถานการณ์รอบข้าง เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มาพร้อมกับชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างหลังอีกสี่ห้าคน รู้สึกได้เลยว่าพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน อย่างกับผู้มีอิทธิพลหรือไม่ก็มาเฟียยังไงยังงั้น

“ผะ ผม ผมไม่ได้เป็นอะไร ขอตัวก่อนนะครับ”

หมับ

ยังไม่ทันที่ผมจะเดินไป เขากลับคว้ามือผมและจับไว้แน่น นั่นยิ่งทำให้ผมตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับไปไหน

“เดี๋ยว นายไม่เป็นอะไรแน่นะ”

“ผมไม่เป็นอะไร ปล่อยผมนะ!

ผมเริ่มดิ้นเมื่อเขาดึงผมเข้าไปไว้ในอ้อมกอดท่ามกลางสายตาของชายชุดดำที่อยู่ด้านหลัง แต่พวกเขากลับไม่ได้ตกใจกับการกระทำของชายคนนี้เลย

“ไม่เป็นอะไรแล้วนายจะดิ้นทำไม?”

“ก็แล้วคุณจะกอดผมทำไมเล่า! ปล่อยนะปล่อยผม!

“ฉันถูกใจนาย”

ว่าไงนะ?!

ผมเงยหน้ามองเขาก็เห็นรอยยิ้มบางๆ เกิดขึ้นมุมปาก เขาดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลมาก แต่มันไม่ใช่เวลาจะมาหลงความหล่อของใคร และอีกอย่างผมเป็นผู้ชาย!

“พูดเรื่องอะไรของคุณ!

“ไปกับฉัน แล้วนายจะได้ทุกอย่างตามที่นายต้องการ”


10%

เขาพาผมมาที่คฤหาสน์ขนาดใหญ่และผมคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นบ้านของเขา ผมถูกอุ้มแล้วโยนลงบนเตียงขนาดคิงไซน์  จากนั้นเขาก็ขึ้นมาค่อมผมบนเตียงแล้วตรึงข้อมือทั้งสองข้างเหนือศีรษะของผม

“คุณจะทำอะไร?! ปล่อยผมนะ!

“ฉันจะให้ในสิ่งที่นายต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเงิน ลาภยศ ชื่อเสียง ขอแค่นายยอมเป็นของฉันเท่านั้น สิ่งเหล่านี้จะตกเป็นของนายทันที”

เราเพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมง แต่เขากลับลากผมขึ้นเตียงพร้อมกับข้อเสนอประหลาดนั่น เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ ผมและคุณเราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่!

“แล้วไง?”

แล้วไงนะเหรอ...ก็มันแปลกน่ะสิ!!! นี่เขาไม่ได้ดูทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิด ต่างกับผมที่พยายามดิ้นพล่านเพื่อหาทางหนี

“คุณไม่เข้าใจรึไงว่าเราต่างก็เป็นผู้ชาย!

“ใครสน”

“ผมไง!

ผมหอบหายใจอย่างหนักด้วยความโมโห คนอะไรพูดไม่รู้ฟัง

“ใช่ว่าฉันจะทำแบบนี้กับผู้ชายทุกคน”

“นั่นมันใช่ปัญหามั้ยเล่า! ประเด็นคือเราสองคนไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ!!!

“งั้นเหรอ?”

เขาลุกออกจากตัวผมแล้วเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิมองหน้าผมแทน เห็นอย่างนั้นผมเลยรีบถอยหลังไปจนติดหัวเตียง

“มะ...มองผมทำไม?”

“นายอยากให้ฉันทำความรู้จัก ฉันก็กำลังจะทำอยู่นี่ไง ฉันชื่อ เรียวโนสุเกะ คาซึกิ แล้วนายล่ะ?”

แม้จะไม่เข้าใจคนตรงหน้าว่าคิดอะไร แต่ผมก็ตอบคำถามของเขา

“ผมชื่อ คานาเมะ ยูกินะ”

“แนะนำตัวเสร็จแล้ว มาต่อจากเมื่อกี้เลยแล้วกัน”

ว่าจบ เขาก็ดึงขาของผมจนตัวผมไถลไปอยู่ใต้ร่างของเขา จากนั้นเขาก็ตรึงข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะของผมเหมือนเดิม เพียงไม่กี่วินาที นี่ผมต้องตกเป็นเบี้ยล่างอีกแล้วงั้นเหรอ!

“รู้จักแค่ชื่อ ใช่ว่าจะทำอะไรแบบนี้กับผมได้นะ!

คาซึกิมองหน้าผมนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะลุกออกจากตัวผมแล้วกลับไปนั่งขัดสมาธิตามเดิม ไม่รอช้า ผมรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหลบอีกมุมของห้องทันทีพร้อมกับถือหมอนขึ้นมาใบนึง เผื่อเขาวิ่งมาผมจะได้ปาใส่ อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เขาเข้าหาผมได้ช้าลง(ทำอย่างกับจะรอดได้เนอะยูกินะ^^ : moodang)

“ถ้างั้นฉันให้เวลานายหนึ่งชั่วโมง จากนั้นฉันจะขึ้นค่อมนาย”

โว้ย! ใครให้คนแปลกหน้าที่รู้จักกันแค่ชั่วโมงเดียวขึ้นค่อมห๊ะ!

“ไม่!

“สองชั่วโมง”

“ไม่!!

“สามชั่วโมง”

“ไม่!!!

“งั้นจัดตอนนี้เลยละกัน”

เขาทำท่าจะลุกออกจากเตียง ผมเลยยกหมอนขึ้นมาขู่ เห็นอย่างนี้ผมปาแม่นนะ ไม่เคยพลาดเป้าเลยสักครั้ง

“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นผมปาหมอนใส่คุณแน่!

“น่ากลัวจังเลย~

เขาลากเสียงยานยาวเหมือนกับล้อเลียนผม สายตาที่ใช้มองผมเป็นประกายวิบวับ บวกกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปากนั่น ถ้าผู้หญิงได้เห็นเขาตอนนี้คงยอมยกกายถวายหัวให้ แต่มันไม่ใช่กับผม ผมเป็นผู้ชาย!

“ไม่รู้ล่ะ เข้ามาผมปาใส่คุณจริงๆ ด้วย”

คาซึกิระเบิดเสียงหัวเราะลั่นบ้านเลยเมื่อจบประโยคที่ผมพูด นี่เขาตลกอะไร ผมจริงจังมากนะ กลัวจริง ตกใจจริง แล้วก็ระแวงเขาจริงๆ แต่เขากลับหัวเราะแบบไม่ดูหน้าที่กำลังอมทุกข์ของผมเลย

“ฮ่าๆๆ โอเคๆ ฉันยอมนายแล้ว นายนี่ทำให้ฉันแปลกใจได้ตลอด”

ผมต่างหากที่ต้องแปลกใจ อยู่ดีๆ ก็โดนฉุดมาแถมเกือบโดนปล้ำอีก

“คุณไม่ต้องมาหัวเราะผมเลยนะ ผมไม่ใช่ตลกคาเฟ่ แล้วผมก็อยากกลับบ้านแล้วด้วย”

“คิดว่าจะได้กลับง่ายๆ งั้นเหรอ เราสองคนรู้จักกันแล้วนะ แค่นายยอมฉัน ไม่ว่าอะไรฉันก็ให้นายได้ ขอแค่ยอมเป็นของฉันเท่านั้น”

ในหัวเขามีแต่เรื่องอย่างว่าเหรอเนี่ย!

“ผมไม่อยากได้อะไรจากคุณทั้งนั้น ปล่อยผมไปเถอะ เราต่างคนต่างแยกย้ายกันไป เรื่องจะได้จบๆ”

“ที่จริงฉันจะฝืนใจนายก็ได้นะ หากว่านายไม่ยอม”

เขาลุกออกจากเตียงแล้วเดินเข้ามาหาผมอย่างใจเย็น จากในตอนแรกที่ผมเตรียมตั้งท่าจะปาหมอนใส่เขา แต่ตอนนี้ร่างกายกลับหยุดนิ่ง ไม่ฟังสมองสั่งการ ตัวผมแข็งทื่อเหมือนกับโดนมนต์สะกดเมื่อคาซึกิมองมาที่ผมด้วยสายตาเยือกเย็น

!!!

เขาเดินมาหยุดตรงหน้าผม แล้วก้มลงกระซิบข้างหู

“แต่เพราะเป็นนาย ฉันเลยไม่อยากทำ”

 

30%

ผมนิ่งไป ถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้ผมคงไม่รอดจากมือเขาแน่ เขาดูจริงจังกับการอยากได้ผมไปเป็นของเขามาก มันไม่ดูฝืนธรรมชาติไปเหรอ เราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่นะ มันจะเป็นไปได้ไงที่ผู้ชายสองคนจะมีอะไรกัน

“ผมต้องการเวลา...”

ผมบอกเขาเสียงแผ่ว หากผมยังฝืนดื้อดึงต่อไป ผลคงออกมาคือการโดนบังคับขืนใจ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันไม่ต่างกับการโดนบังคับ แต่อย่างน้อยๆ ผมก็อยากให้เขาต้องการอะไรที่มันไม่ใช่ร่างกายของผมเพียงอย่างเดียว

ถ้าจะต้องลงเอยด้วยการมีอะไรกัน ผมอยากให้เขาทำมันด้วยหัวใจ ไม่ใช่ความใคร่

“ฉันก็ให้นายไปแล้วไง”

เขาพละออกจากตัวผมเล็กน้อย และยังคงจ้องผมไม่วางตา

“สามชั่วโมงมันไม่พอหรอกนะ ผมไม่ใช่ผู้ชายขายบริการที่คุณจะเอาเงินมาวางให้ แล้วผมต้องยอมแก้ผ้านอนกับคุณ”

“แล้วนายต้องการเวลาเท่าไหร่ ต้องการแค่ไหนถึงจะเพียงพอกับสิ่งที่เรียกว่า รู้จัก

“...”

“แค่ไหนถึงจะพอ...”

คำพูดของเขาเหมือนกำลังตัดพ้อผม มันจะเป็นไปได้ไง เราเพิ่งรู้จักกันนะ ถ้าเรารู้จักกันมาก่อนหน้านี้หรือสนิทสนมกัน ผมจะไม่แปลกใจเลย

แต่เขาทำเหมือนรู้จักผมมานานแล้ว

“...สามวัน ผมมีบางอย่างต้องทำ ผมขอแค่นี้จะได้มั้ย?”

เขาดึงผมเข้ามากอดแล้วซบหน้าลงกับไหล่

“ตกลง แล้วฉันจะรอ...”

 

ผมได้กลับมาบ้านและแน่นอนว่าคนที่มาส่งเป็นคาซึกิ ตลอดทางที่เดินทางมาเขาเอาแต่กอดผมไว้ เราสองคนแทบจะรวมร่างกันด้วยซ้ำ เบาะนั่งของรถหรูราคาแพงแทนที่ผมจะได้นั่งมันจนถึงบ้าน แต่เปล่าเลย ผมกลับได้นั่งบนตักของเขาแทน

เมื่อรถจอดตรงประตูหน้าบ้าน ผมรีบผละออกจากตักเขาแล้วเปิดประตูลงจากรถ เขาเองก็ตามผมลงมาด้วยเช่นกัน

“ขอบคุณที่มาส่งผมถึงบ้าน ผมขอตัว...”

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้หมุนตัวออกไป เขากลับดึงมือผมไว้ซะก่อน

“ฉันอยากอยู่กับนายที่บ้านนี้”

“ได้ไง! เกิดคุณหน้ามืดปล้ำผมขึ้นมาจะทำไง?!

“ฉันจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ”

มันใช่สิ่งที่ควรตอบมั้ยเล่า!

“คุณกลับคฤหาสน์สุดเลิศหรูของคุณไปเลย ตอนนี้มันเป็นเวลาส่วนตัวของผม”

“เวลานายก็เหมือนเวลาฉัน เราสองคนมีเวลาร่วมกัน”

นี่เขาอยากได้ตัวผมขนาดนี้เลยเหรอ?!

“เราตกลงกันแล้วว่าคุณจะให้เวลาผมสามวัน”

ผมรีบทวงสิ่งที่เราตกลงกันไว้มาอ้าง แต่เขาเพียงยักไหล่แล้วปล่อยมือออกจากมือผมเดินกลับเข้าไปในรถ

“ฉันกลับก็ได้ เพราะไม่ว่ายังไงนายก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี”

คนขับรถลงมาปิดประตูให้เขาแล้วกลับไปทำหน้าที่ต่อ ผมมองรถแล่นออกไปจนสุดสายตา มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตอันแสนสงบสุขของผมกันนะ ทำไมผมต้องมาเจอเขา มาเจอคนเผด็จการและเอาแต่ใจตัวเองอย่างคาซึกิ

จะเรียกว่าความบังเอิญหรือความซวยดีเนี่ย!

ผมเดินเข้ามาในบ้านและไม่ลืมล็อกประตูบ้านชั้นล่างไว้เหมือนเดิมทุกครั้ง จากนั้นผมรีบเดินตรงขึ้นชั้นสองทันที สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการแต่งนิยาย ครั้งนี้ผมตั้งใจจะไม่ขายแค่ในอินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว แต่ผมอยากให้นิยายของผมได้ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มของหนังสือ และนี่คือความฝันของผม

ตลอดชีวิตของการเป็นนักเขียน...

 

ผมเริ่มเขียนนิยายหามรุ่งหามค่ำ วันนี้เป็นวันที่สามแล้วในการเขียนนิยายของผม นับตั้งแต่วันที่คาซึกิมาส่งผมที่บ้าน เขาก็ไม่ได้แวะเวียนมาหาผมหรือติดต่อมาเลยสักครั้ง และนั่นเป็นการดี มันทำให้ผมมีสมาธิในการเขียนเพิ่มมากขึ้น

ผมอ่านนิยายของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบหลังเขียนจบ รีไรท์ไปก็เยอะและต้องคอยแก้คำผิดต่างๆ จนในที่สุดนิยายเรื่องนี้ก็จบโดยสมบูรณ์แบบ

ชื่อของมันคือ...รักเหนือการควบคุม (Love over control)

นิยายรักโรแมนติกที่แหกทุกกฎเกณฑ์ของความรัก ไม่มีคำจำกัดความ ไม่ต้องมีนิยาม แต่เกิดขึ้นจากหัวใจของคนสองคนที่มอบความรักให้กันโดยไม่มีเงื่อนไง 

รักที่เกิดจากหัวใจของคนรักกัน...

ผมกดเซฟนิยายใส่เครื่องและไม่ลืมจะเซฟเก็บไว้ในแฟลชไดรฟ์เพื่อป้องกันข้อมูลหาย ความรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนนิยายอย่างผม

ผมมองแฟลชไดรฟ์สีน้ำเงินที่ห้อยพวงกุญแจรูปหมูกระต่าย มันดังมากจากซีรีย์เกาหลีเรื่องหนึ่งที่ผมเคยดู ผมยิ้มให้กับมันเพราะในนี้มันมีสิ่งล้ำค่าที่ผมเก็บใส่ไว้ นิยายเรื่องแรกที่ผมจะส่งสำนักพิมพ์

มันจะมีโอกาสได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือมั้ยนะ?

ก๊อกๆๆ

เอ๋? ทำไมมีเสียงเคาะประตูหน้าห้องผมได้?

ผมมองประตูหน้าห้องของตัวเองด้วยความสงสัย ผมอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด และที่สำคัญประตูชั้นล่างผมก็ล็อกไว้แล้ว แม้มันจะเป็นเพียงลูกบิดประตูก็เถอะ ใครมันจะกล้าเข้าบ้านคนอื่นหากว่าประตูล็อกไว้ นอกจาก...

ผมนั่งนิ่งอย่างใช้ความคิด ไม่กล้าคิดไปในทางไม่ดี บางทีอาจเป็นคาซึกิก็ได้ เพราะเขาชอบทำอะไรตามใจตัวเอง เขาอาจเกิดนึกสนุกปลดล็อกกุญแจบ้านผมแล้วขึ้นมาทำตัวเผด็จการอย่างทุกครั้งที่เขาเคยทำก็เป็นได้

ก็อกๆๆๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งเหมือนคนข้างนอกเร่งให้ผมรีบไปเปิดประตู ผมลืมบอกไปว่าห้องนอนของผมมีทั้งแบบลูกบิดแล้วก็แบบกลอน และผมก็ล็อกมันทั้งสองอย่าง

ผมลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปหยุดหน้าประตู ใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะเลยตอนนี้ ลุ้นว่าคนที่อยู่อีกฝากจะเป็นคาซึกิอย่างที่คิดไว้รึเปล่า ถ้าหากว่าเป็นเขาผมคงไม่ต้องห่วงอะไรนอกจากร่างกายที่เขามักจะฉวยโอกาสจากผม

แต่ถ้าไม่ใช่เขาล่ะจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

ผมปลดล็อกกลอนประตูทั้งสองแบบและเปิดมันออกช้าๆ พร้อมกับเงยหน้ามองดูคนที่อยู่อีกด้าน คนตรงหน้าส่งยิ้มให้ผม และตามด้วยผู้ชายอีกสองคนยืนอยู่ข้างหลัง คำถามที่ค้างในใจได้รับคำตอบขึ้นมาทันที

ไม่ใช่คาซึกิ!

 

50%

พวกเขาทั้งสามคนเดินเข้ามาหาผมอย่างใจเย็น ผมผงะทันทีแล้วก้าวถอยหลังด้วยใจระทึก คำถามมากมายเกิดขึ้นในสมอง พวกเขาเป็นใคร มาจากไหน มาที่นี่ทำไม แล้วต้องการอะไรจากผม?!

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกไป เสียงจากหนึ่งในสามคนก็เอ่ยขึ้นมาซะก่อน

“เอาตัวมันไป!

เวรแล้วสิ!

ผมหันหลังเตรียมวิ่งแต่ไปได้ไม่กี่ก้าว พวกมันก็เข้ามาประชิดตัวแล้วจับแขนผมทั้งสองข้างบิดไว้ข้างหลัง แล้วดันตัวผมไปกระแทกกับขอบโต๊ะคอมฯ อย่างแรง ส่งผลทำให้ข้าวของบนโต๊ะหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ยังไม่พอ ตัวเคสกับจอคอมพิวเตอร์ก็หล่นลงไปด้วย ยังดีที่ผมเป็นคนรอบคอบเซฟข้อมูลใส่แฟลชไดรฟ์ไว้ เพราะดูจากสภาพตัวเครื่องแล้วคงเสียหายอย่างหนัก

ผมพยายามออกแรงดิ้นขัดขืนแต่พวกมันแรงเยอะกว่าผมมาก แถมยังมีตั้งสองคน ผมคนเดียวไม่มีทางสู้ได้อยู่แล้ว

“ปล่อยฉันนะ! พวกแกต้องการอะไรก็บอกมาสิ! ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย!

ผมตะเบ็งเสียงดังลั่นบ้าน เผื่อว่าคนที่ผ่านไปมาแถวนี้จะได้ยินเสียงแล้วเอะใจว่าในบ้านเกิดอะไรขึ้น

“หุบปาก! หึ...อยากรู้มากเหรอว่าทำไมพวกฉันถึงทำแบบนี้ เพราะท่าทางแกคงจะทำเงินได้เยอะ ค่าตัวคงสูงไม่เบา”

“พวกแกพูดเรื่องอะไร?!

“ก็พูดถึงค่าตัวแกจากการเรียกค่าไถ่ยังไงล่ะ”

เรียกค่าไถ่...พวกมันเอาสมองส่วนไหนมาคิดว่าผมมีเงินมากมาย และอีกอย่างใครมันจะเอาเงินมาจ่ายเพื่อแลกกับตัวผม!

“ฉันอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง ฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวย คนรู้จักก็ไม่ค่อยมี แล้วแกคิดว่าใครจะเอาเงินมาให้พวกแก”

“ก็ไอ้ผู้ชายที่มาส่งแกเมื่อสองวันก่อนยังไงล่ะ”

ผู้ชายที่มาส่งเมื่อสองวันก่อนงั้นเหรอ...หรือพวกมันหมายถึง...

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเค้า เราสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด วันนั้นเขาแค่มาส่งฉันที่บ้านเฉยๆ”

“ไม่ต้องโกหกให้เสียเวลาหรอก ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไอ้หมอนนั่นมันต้องการแกมากแค่ไหน เด็กอนุบาลยังดูออกเลย หมดคำถามแล้วสินะ...เฮ้ย! พาตัวมันไป!

ผมออกแรงดิ้นอีกครั้ง ถ้าพวกมันพาผมไปได้คนที่จะลำบากที่สุดคงไม่พ้นตัวผมเอง ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าคาซึกิจะยอมเอาเงินมาแลกกับตัวผม แม้เขาจะแสดงออกว่าอยากได้ตัวผมนักหนาก็เถอะ...และถึงแม้ว่าเขาจะยอมเสียเงิน แต่เขาก็ต้องหาข้ออ้างมาทำให้ผมลำบากใจทีหลังเพิ่มอีกแน่

เพราะงั้นผมต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงนี้ให้ได้!

ผมอาศัยจังหวะที่พวกมันกระชากตัวผมให้เดินตามไป ใช้หัวไหล่กระแทกใส่คนที่ล็อกแขนผมไว้ด้านหนึ่ง เมื่ออีกด้านเสียการทรงตัว ด้านที่เหลือก็เซถลาตามกันมาจนล้มลงไปนอนกับพื้นทั้งสามคน

“แกนี่มัน...รีบจับมันลุกขึ้น!

พวกมันกระชากตัวผมลุกขึ้นจากพื้นอย่างแรง จนผมเผลอทำแฟลชไดรฟ์หลุดจากมือ

“เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ?”

หนึ่งในนั้นพูดขึ้น

“แฟลชไดรฟ์ว่ะ”

เพื่อนของมันอีกคนตอบกลับมา

“ทำลายทิ้งซะ มันไม่มีประโยชน์สำหรับเรา”

“ไม่นะ! ไม่!!!

ผมแผดเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ

แกล็บ!

หัวใจผมกระตุกอย่างแรงเมื่อเห็นหนึ่งในนั้นใช้เท้าเหยียบแฟลชไดรฟ์แล้วบดขยี้จนมันไม่เหลือชิ้นดี น้ำตาผมไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้าง ความฝันชิ้นสุดท้ายของผมถูกทำลายไปแล้ว มันถูกทำลายไม่เหลือซากจากคนเห็นแก่ตัว ละโมบโลภมาก ความฝันที่ผมหวังว่าสักวันมันจะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ความฝันที่ผมอยากจะให้ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่เนื้อหาที่อยู่ในอินเตอร์เน็ต แต่มันควรจะเป็นที่รู้จักในรูปเล่มของหนังสือ

ผมทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น มองสภาพข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง ผมในตอนนี้แทบไม่มีแรงทำอะไรสักอย่าง ใจมันหายไปพร้อมกับนิยายที่ถูกแต่งขึ้นด้วยความรักที่ผมมี ตอนนี้มันไม่เหลืออะไรแล้ว ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว!

“เสียเวลาจริงๆ พาตัวมันไปได้แล้ว”

“ถ้าคิดว่าจะได้ออกไปจากที่นี่ง่ายๆ คงจะไปได้แค่วิญญาณเท่านั้นแหละ”

ทุกคนหันไปยังต้นเสียงจากทางประตูหน้าห้อง เขาคือคนที่ผมหวังให้มาที่นี่ตั้งแต่แรก ถ้าเป็นเขา...ผมคงไม่ต้องสูญเสียสิ่งสำคัญมากมายขนาดนี้

ผมมองหน้าเขา เขาเองก็มองหน้าผมเช่นกัน แทนที่เขาจะตกใจกับสภาพห้องแต่ดูเหมือนเขาจะตกใจที่เห็นผมร้องไห้มากกว่า

คาซึกิชักปืนที่เหน็บไว้ข้างหลังเอวขึ้นจ่อตรงหน้าชายทั้งสามคนแทบจะทันที

“อยากตายนักใช่มั้ย?!

สามคนนั่นตัวสั่นงันงกทันทีที่เห็นยมทูตอย่างคาซึกิยืนอยู่เบื้องหน้า

“อยากวอนหาที่ตายกันเอง...แล้วจะรู้ว่านรกของจริงมันรอพวกแกอยู่ตรงหน้า!”

ว่าจบ คาซึกิก็ใช้ปืนตบเข้าที่หน้าของพวกมันทั้งสามคนอย่างเต็มแรง จากนั้นลูกน้องของเขาที่ตามมาด้วยก็ลากพวกมันออกไป

คาซึกิเดินเข้ามาหาผมแล้วย่อตัวลง เขาดึงผมเข้าไปกอดแนบอก และนั่นยิ่งทำให้น้ำตาผมไหลหนักขึ้นกว่าเดิม

“ฮึกๆๆ”

“นายเจ็บตรงไหนรึเปล่า?! พวกมันทำอะไรกับนายบ้าง?!”

เขาถามผมอย่างร้อนใจ เร่งเร้าเอาคำตอบจากปากผม

“ความฝัน พวกมันทำลายความฝันของผม นิยายของผมที่เซฟเก็บไว้ในคอมฯ แล้วก็แฟลชไดรฟ์ถูกทำลายหมดแล้ว”

เสียงของผมสั่นเครือ ยิ่งพูดน้ำตายิ่งไหล สมองผมตอนนี้มันตื้อไปหมด ในใจคิดแต่เพียงว่าต้องทำยังไงผมถึงจะพามันกลับมาได้ ต้องใช้วิธีไหนผมถึงจะเอาความฝันที่สูญหายไปกลับมาเหมือนเดิม

ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรผมก็ยอม

“จูบฉันสิ ถ้านายจูบฉัน ฉันจะพาความฝันของนายกลับมาเอง”

ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับคาซึกิ เขาพูดจริงเหรอว่าจะเอาความฝันของผมกลับมาให้ มันจะเป็นไปได้ใช่มั้ยกับความหวังที่เขาหยิบยื่นให้ผมตรงหน้า 

เรียกว่า 'โอกาส' สินะ...

ผมไม่มีทางเลือกอื่นและไม่มีอะไรจะต้องเสีย ถ้าเขาทำมันได้อย่างที่บอกจริงๆ ผมก็ยอม...

ผมใช้มือทั้งสองข้างจับแก้มของคาซึกิแล้วค่อยๆ โน้มหน้าเขาลงมาให้ริมฝีปากของตัวเองแนบกับริมฝีปากของเขา ผมกดแช่ไว้อย่างนั้นสักพักแล้วผละออก 

หน้าของผมตอนนี้คงแดงไม่น้อยเลยล่ะ

“ผะ ผม ผมจูบไม่เป็น ทำได้มากสุดคงเท่านี้...”

เขาก้มหน้าลงมาแล้วจุ๊บริมฝีปากของผมเบาๆ

“แค่นี้ก็เกินพอแล้ว...”

 

80%

คาซึกิเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ผม แล้วลุกขึ้นเดินมานั่งเก้าอี้โต๊ะคอมฯ ลูกน้องของเขาพากันยกหน้าจอคอมพิวเตอร์และตัวเคสขึ้นมาตั้งไว้บนโต๊ะเหมือนเดิม ยังดีที่จอคอมฯ เป็นขอบพลาสติกและเป็นจอแบนเลยไม่เสียหายอะไรมาก แต่ที่เสียหายหนักสุดเลยคือตัวเคส เมื่อคาซึกิจัดแจงใช้ไขควงที่ลูกน้องของเขายื่นมาให้ไขน็อตออกเองกับมือ ถึงได้รู้ว่าข้างในเสียหายแค่ไหน เห็นแค่นั้นน้ำตาผมก็เอ่อล้นขึ้นมาอีก

เขาจะพามันกลับมาได้จริงเหรอ?

เขาทำให้ผมมีความหวัง และถ้ามันเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ล่ะ...ผมจะทำใจได้มั้ยนะ

คาซึกิเงยหน้ามองผมที่ตอนนี้ได้ยืนอยู่ข้างๆ เขาสักพักแล้ว หลังจากที่เขางัดแงะตัวเคสตั้งนานสองนาน ซึ่งผมเองไม่ได้เข้าใจเลยว่าเขาทำอะไรบ้าง ลำพังแค่น้ำตาผมยังไม่มีกะจิตกะใจจะเช็ดมันออกเลย

คาซึกิคว้าเอวผมแล้วดึงมานั่งบนตักเขา ผมตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร และเขายังคงทำหน้าที่ต่อไป เมื่อซ่อมคอมฯ เสร็จเขาเปิดคอมฯ ทันที ผมนั่งมองเขาใช้เมาส์คลิกเข้าไปในโฟลเดอร์ต่างๆ ที่ผมเซฟข้อมูลเก็บไว้ ผมลุ้นด้วยใจระทึกแล้วจับมือเขาซ้อนจากด้านบน เปลี่ยนมาคลิกเมาส์หานิยายที่เซฟไว้เอง ผมรู้ดีว่าตัวเองเก็บนิยายไว้ที่ไหน คาซึกิทำหน้าแปลกใจนิดนึงแต่ก็ปล่อยให้ผมทำตามใจตัวเอง จนในที่สุดเมื่อผมคลิกเมาส์ครั้งสุดท้าย

นิยาย...ของผม

“เจอแล้ว! ผมเจอแล้ว...นิยายของผมมันไม่ได้หายไปไหน ดีใจจริงๆ ผมดีใจที่สุดเลย!

ผมตะโกนออกมาทั้งน้ำตา แต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความยินดีและปลื้มปิติ ไม่ใช่น้ำตาจากความเศร้าโศกอย่างก่อนหน้านี้ 

คาซึกิ...เพราะเขาผมถึงได้สิ่งสำคัญกลับคืนมา

ผมโผเข้ากอดเขาทั้งที่ยังนั่งอยู่บนตัก เรื่องที่ว่าผมกับเขาเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ผมไม่สนใจมันอีกต่อไปแล้ว ขอแค่ตอนนี้มีเขาคอยอยู่ข้างๆ ผมในเวลาที่ผมไม่เหลืออะไร แค่นี้มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าผมควรจะทำตามที่เขาต้องการ

ถ้าไม่มีเขาผมคงไม่เหลือความฝันให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ

“ดีใจด้วยนะ...”

คาซึกิส่งยิ้มมาให้ผม ผมรับรู้ได้เลยว่าหัวใจข้างในกำลังเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือว่าผมจะชอบเขาเข้าแล้ว จะเป็นไปได้เหรอในเวลาแค่เพียงสั้นๆ จะทำให้คนรักกันได้

แต่ผมก็เขียนนิยายขึ้นมาแบบนั้นนะ...

“ขอบคุณนะครับ ที่พาความฝันของผมกลับคืนมา ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ”

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นแทนได้มั้ย?”

เขาส่งสายตาวาววับมาให้ผม ณ เวลานี้ ถ้าเขาต้องการอะไร ผมคงต้องให้เพื่อตอบแทนเขา

“ได้ครับ ร่างกายของผม...ผมจะยกให้คุณ”

คาซึกิส่ายหัวไปมาแล้วยกนิ้วมาจิ้มหน้าอกข้างซ้ายของผมเบาๆ

“ที่ฉันอยากได้มันอยู่ตรงนี้ ข้างใน...หัวใจของนาย”

ผมอึ้งมองหน้าคาซึกิอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนี้ออกมา ตั้งแต่เราเจอกัน เขาเอาแต่ใช้กำลังคุกคามผม ทำอะไรเอาแต่ใจ ตามใจตัวเองตลอด เผด็จการ แถมฉวยโอกาสจากผมไปเยอะแยะ

แต่ไหงกลับอยากได้หัวใจแทนร่างกายของผมซะนี่

“ผมคิดว่า...”

“เอาล่ะ...กลับบ้านเรากันเถอะ ยังไงก็ครบสามวันแล้ว”

“เอ๋...บ้านเรา หมายความว่าไง?”

“บ้านเราก็บ้านฉันไง...หรือที่นี่บ้านนายก็เหมือนบ้านฉัน” 

(ความหมายของคาซึกิ คือ ไม่ว่าจะบ้านหลังไหนก็เป็นบ้านของพวกเขาทั้งสองคน : กลัวคนอ่านงง^^)

“หา!

“ไม่ต้องหา เดี๋ยวก็ไปกันแล้ว...แต่ก่อนจะไปฉันขอรางวัลก่อน”

“จะให้ผมควักหัวใจให้คุณงั้นเหรอ?”

“ฮ่าๆๆ ดูพูดเข้า...นั่นเป็นรางวัลที่ฉันจะได้จากนายอยู่แล้ว แต่รางวัลอันนี้คือรางวัลพิเศษ ฉันขอแบบที่มันมีค่าเทียบเท่ากับการพาความฝันของนายกลับมาหน่อยละกันนะ”

“ผม...”

“ให้ฉันได้มั้ย...”

ผมมองสบตาเขาอยู่อย่างนั้นสักพัก จึงตัดสินใจใช้มือเกาะไหล่ของคาซึกิทั้งสองข้างแล้วโน้มหน้าไปจูบหน้าผากของเขาเบาๆ ก่อนจะกลับมาจ้องตากับเขาตามเดิม

“ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่พาความฝันอันแสนมีค่าของผมกลับคืนมา”

“...เพราะนายคือคนสำคัญ”

“คาซึกิ...”

ผมเอ่ยชื่อเขาอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าถ้าพูดดังกว่านี้กลัวว่ามันจะเลือนหายไป

“ฉันรักนาย...ยูกินะ”

เขายิ้มให้ผมอีกครั้งตามแบบฉบับของเขา แต่ครั้งนี้มันอบอุ่นและอ่อนโยนมาก ผมดีใจนะที่ผมได้เจอกับเขา และเขาคือคนเปลี่ยนชีวิตที่แสนน่าเบื่อของผมให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง ความรักที่ไม่แบ่งอายุ ไม่แบ่งฐานะ ไม่แบ่งชนชั้นหรือแม้กระทั่งไม่แบ่งเพศ

นี่สินะ...พรหมลิขิต

“ผมก็รักคุณครับ...คาซึกิ”

 

แถมท้าย

ผมชื่อ เรียวโนสุเกะ คาซึกิ เป็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ผมมีทั้งอำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง ทุกอย่างจัดได้เลยว่าเพียบพร้อม หรือแม้กระทั้งเรื่องผู้หญิง ไม่ว่าผมต้องการอะไร ขอแค่คนเหล่านั้นรู้ว่าผมเป็นใครก็สยบยอมแทบเท้ากันทุกราย

ยกเว้นก็แต่...เขา คนนั้น

คานาเมะ ยูกินะ เป็นนักเขียนนิยายโนเนมที่ผมบังเอิญรู้จักขณะที่กำลังเสิร์ชอินเตอร์เน็ตหานิยายดีๆ อ่านสักเรื่อง อ้อ! หลายคนคงแปลกใจว่าทำไมมาเฟียอย่างผมถึงชอบอ่านนิยาย ก็นะ...ผมเป็นพวกชอบจินตนาการจากการอ่าน วรรณกรรม งานเขียน บทกลอน บทกวี ผมอ่านหมด รวมไปถึงนิยายอื่นๆ ด้วยนะ

แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนถูกใจผมเท่ากับนิยายของนักเขียนที่ชื่อ คานาเมะ ยูกินะ อีกแล้ว

ผมให้ลูกน้องตามสืบประวัติว่าเขาอาศัยอยู่ที่ไหน แต่ก็ยากพอสมควรเพราะเขาไม่ได้เปิดเผยข้อมูลตัวเองสักเท่าไหร่ รูปจริงก็ไม่มี ประวัติตามอินเตอร์เน็ตไม่ต้องพูดถึง...จะรู้ก็แค่งานเขียนเท่านั้น

แต่ถึงยากแค่ไหนก็ไม่เกินอำนาจในมือผมหรอก...ใช้เวลาอยู่สองอาทิตย์ผมก็ได้ข้อมูลทุกอย่างพร้อมทั้งรูปถ่ายตัวจริงและที่พักของเขา

แปลกใจนิดหน่อยว่านักเขียนที่ผมชื่นชอบเป็นผู้ชาย...

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับผมถูกใจเขา...

อาจดูเผด็จการและบังคับขืนใจไปหน่อยที่ผมพาเขามาที่บ้านทั้งที่เขาไม่ยินยอม ทีแรกก็คิดว่าเขาอาจจะเหมือนคนทั่วไป แค่เพียงมีข้อแลกเปลี่ยนเสนอให้...ก็คงจะง่ายเหมือนที่ผ่านมา

แต่ผมคิดผิด...และนั่นยิ่งทำให้ผมชอบเขา

เวลาเพียงน้อยนิดก็สามารถทำให้ผมตกหลุมรักคนๆ นึงได้อย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ผมเป็นพวกรู้หัวใจตัวเองเร็ว เลยไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า

ผมปิดหนังสือนิยายในมือหลังจากอ่านมันอยู่เกือบสองชั่วโมง แล้วเก็บมันกลับเข้าชั้นหนังสือตามเดิม นิยายของคนที่ผมรักเป็นคนเขียน และมันก็ถูกตีพิมพ์เป็นรูปเล่มของหนังสืออย่างที่เขาหวังไว้ ยูกินะจะรู้มั้ยนะ...ว่าต้นฉบับนิยายที่เขาส่งสำนักพิมพ์ แท้จริงแล้วผมเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ที่ว่านั่นเอง

...จะตีพิมพ์นิยายที่เขาเขียนสักล้านเล่มก็ยังได้...ในเมื่อผมเป็นผู้บริหาร

 

The End.


100%


จบแล้วจ้ากับนิยายเรื่อง รักเหนือการควบคุม ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ตั้งใจเข้ามาอ่านหรือจะหลงเข้ามาก็ตาม ทุกคอมเม้นต์ทุกกำลังใจทำให้ไรท์มีแรงฮึดสู้ทุกครั้งเลยนะ^^ 

อ่านเม้นต์ทีไรนั่งยิ้มคนเดียวทุกที 

แล้วเจอกันใหม่ในเรื่องอื่นจ้า ^0^

ผลงานอื่นๆ ของ moodang_lovely

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 0926616804 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 16:16
    ขอตอนต่อไปได้ไหมคะ//นะๆๆๆๆน้าาาาาาาาา~
    #11
    1
    • #11-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 1)
      22 พฤศจิกายน 2560 / 18:47
      มันเป็นนิยายสั้นตอนเดียวจบจ้า :)
      #11-1
  2. #10 Apichaya F'fern Jamnoi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 18:28
    โอ้ย.. !!ชอบ มากกก!!โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย ชอบสุดๆ
    #10
    1
    • #10-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 1)
      16 พฤษภาคม 2560 / 18:06
      ขอบใจมากจ้า ดีใจจังที่มีคนชอบ มีกำลังใจแต่งเรื่องอื่นขึ้นเยอะเลยจ้า ^0^
      #10-1
  3. วันที่ 15 เมษายน 2560 / 18:56
    ง่าาา ไม่อยากหั้ยจบเลยอ่ะ เรื่องนี้โรแมนติกดี อิๆ^^
    #9
    1
    • 17 เมษายน 2560 / 08:52
      ฮ่าๆๆ ไว้เรื่องอืนค่อยแต่งยาวแล้วกันเนอะ^^
      #9-1
  4. #8 SYMFOCIPY' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 19:22
    โง้ยยยยยยย โรแมนติกจังงง
    #8
    1
    • #8-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 1)
      10 เมษายน 2560 / 12:49
      โรแมนติกจนจบเรื่อง^^
      #8-1
  5. #7 huiyu
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 20:11
    เรื่องนี้น่าติดตามมากค่าไรท์มาต่อไวๆเด้อ
    #7
    1
    • 10 เมษายน 2560 / 12:48
      จ้า...จัดหนักๆ เลยเนอะ^^
      #7-1
  6. วันที่ 2 เมษายน 2560 / 13:21
    จะร้องไห้ตามยูกินะอ่ะT^T
    #6
    1
    • 2 เมษายน 2560 / 18:24
      ความรู้สึกของนักเขียน...
      #6-1
  7. #5 huiyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 18:31
    รออออน๊า ^_^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 มีนาคม 2560 / 18:34
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 31 มีนาคม 2560 / 18:40
    #5
    1
    • #5-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 1)
      1 เมษายน 2560 / 22:21
      จ้า ^0^
      #5-1
  8. วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 11:40
    FC  คาซึกิ   จะรอตอนต่อไปน๊าา อิอิ ^^
    #4
    1
    • 30 มีนาคม 2560 / 21:56
      คาซึกิมีแฟนคลับแล้ว^^
      #4-1
  9. #3 Apichaya F'fern Jamnoi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 11:24
    ต่อเร็วๆนะไรท์
    #3
    1
    • #3-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 1)
      28 มีนาคม 2560 / 16:39
      จ้า ช่วยรอหน่อยนะ^^
      #3-1
  10. วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:29
    เหหห???!! จาเป็นไงต่อไปละเนี่ย ? จะรอดทั้ยน้าาาา คึคึ รอตอนต่อไปนะค้าาา XD
    #2
    1
    • 28 มีนาคม 2560 / 09:47
      อิๆๆ ในหัวไรท์มีแต่ความหื่น =.,=
      #2-1
  11. วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:27
    อยากอ่านเรื่องนี้ต่ออ่าา เรารออยู่ววววนะ สู้ๆ
    #1
    1
    • 28 มีนาคม 2560 / 09:46
      ขอบคุณค่ะ ^0^ จะเร่งแต่งเร็วๆเลยจ้า^^
      #1-1