ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 1 : ถึง...คิม แทฮยอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    21 พ.ย. 63

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง…

เหมือนเด็กน้อยนั่งกาปฏิทินรอคอยวันเวลา ถึงแม้วันนี้แทฮยองจะไม่ได้แต่งตัวอะไรมาก แต่ก็ถือว่าแต่งนานกว่าทุกวันล่ะนะ ..เสื้อแขนยาวเขียวอ่อนพับเข้าใส่ในกางเกงทรงคุณลุงตัวใหญ่สีน้ำตาล รองเท้าหนังหัวตัดเหลี่ยมสีขาว มือเรียวจับเรือนผมสีดำหยักศกระต้นคอ ให้เข้าที่เข้าทาง แต่ความจริงแล้ว เขาไม่ได้ใส่ใจที่จะจัดมันมากนัก น้ำหอมถูกฉีดไปเบื้องหน้า เขาขยับตัวเข้าไป ณ.พื้นที่ว่างข้างหน้า หวังจะให้โดนน้ำหอม

เฉียดๆ ก็พอ มากกว่านี้กลัวจะฉุน

ดวงตาสีน้ำตาลเพ่งกระจก ตรวจเช็คความเรียบร้อย แต่แค่นี้ก็คงพอแล้วล่ะมั้ง สำหรับ ผู้ชายชื่อ คิม แทฮยอง เจ้าตัวคว้ากระเป๋าสะพายข้างสีขาวแล้วออกจากโรงแรมทันที

อากาศที่ปูซาน ดูเหมือนจะหนาวขึ้นมาบ้างแล้ว…แทฮยองโชคดีที่ใส่เสื้อแขนยาว เขาไม่ใส่ใจที่จะหยิบถุงมือออกมา แต่เขาเพียงแค่เอามือถูกันให้เกิดความอุ่นขึ้นมาบ้าง ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะมองหาแท็กซี่ที่เขาโทรเรียกก่อนหน้านั้นแล้ว

ท้องฟ้ายามเย็นที่ปูซานเป็นสีส้มอ่อน แสงแดดที่หายไปช่วยทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาชั่วครู่

หลังจากนั้นไม่นาน แท็กซี่ก็มารับเขา แทฮยองขึ้นไปอย่างไม่รีรอ สี่ล้อขับเคลื่อนพาเขาไปตามถนนหนทางที่ดูจะเจริญขึ้นมากเมื่อเทียบกับสมัยที่เขายังเคยอยู่ที่นี่ นั่นมันก็ผ่านมาราว 15 ปีที่แล้ว…ช่วงเย็นผู้คนที่ปูซานพากันเลิกงาน มีเด็กนักเรียนที่เดินไปตามถนนหลังจากเลิกเรียน พวกเขาอาจจะกลับไปหาครอบครัว สัตว์เลี้ยง หรือไม่ก็ไปเที่ยวกันต่อ บรรยากาศที่คุ้นเคย แม้กาลเวลาเปลี่ยน แต่แทฮยองก็ยังคิดถึงมันทุกครั้ง

เขามองออกไปนอกกระจกรถ รถกำลังวิ่งผ่านตึกรามบ้านช่องมากมายด้วยความเร็วจนดูเหมือนวิวภายนอกจะเป็นภาพที่ฉายวนซ้ำๆ ช่วงเวลาที่หัวสมองของนักเขียนจากกรุงโซลอย่างเขาได้ว่างเปล่า และปราศจากความคิดเรื่องงานหรือเรื่องอะไรก็ตามที่กำลังถาโถมเข้ามาในชีวิต

เสียงวิทยุในรถนั้นช่วยดับความเงียบ เป็นข่าวการเมืองที่แทฮยองนั้นฟังเกือบทุกวัน เขาก้มมองนาฬิกา และพบว่าเวลานี้ใกล้จะหกโมงแล้ว คงจะไปทันงานคืนสู่เหย้าของโรงเรียนมัธยมจงแดแน่นอน เขาจะได้กลับไปเจอเพื่อนๆ ในรุ่น

ไม่รู้ว่าทุกคนจะเป็นยังไงกันบ้าง?

มือเรียวของแทฮยองบรรจงเขียนชื่อลงไปในสมุดรายชื่อผู้เข้างาน สายตาไม่ลืมที่จะมองหารายชื่อเพื่อนๆ ที่เขาจำได้ เขาเห็นรายชื่อของเพื่อนทุกคน แปลกใจตัวเองที่เขาจดจำชื่อพวกนั้นได้แม่น แม้เวลาจะผ่านมานานหลายปีแล้ว

ร่างสูงละจากหน้างานก้าวเข้าไปในงานที่จัดขึ้นที่ลานกว้างของโรงเรียน บรรยากาศรอบตัวเหมือนพาเขาย้อนกลับไปในอดีตอีกครั้ง

“เฮโหล่วว แทฮยองนั่นนายจริงๆ ใช่มั้ย” เสียงของใครบางคนดังขึ้น ทำให้เจ้าของชื่อต้องหันไปมอง โทรศัพท์เครื่องหรูกำลังยกขึ้นถ่ายเขาอยู่…จนเมื่อเจ้าของลดโทรศัพท์ลง แทฮยองก็ต้องยิ้มด้วยความดีใจ เพราะนั่นคือ ปาร์ค จีมิน เพื่อนสนิทของเขาในวัยเด็กนั่นเอง

อีกฝ่ายดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย เว้นก็แต่ส่วนสูงที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นเสียเท่าไหร่นัก

“อึ้งเลยๆ หล่ออะเด้” จีมินยักคิ้วเล่นตา แทฮยองหัวเราะก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดเพื่อนรักเอาไว้

“คิดถึงนายว่ะ!” เขาบอก ฝ่ายจีมินเองก็ไม่น้อยหน้า สวมกอดเขาเช่นเดียวกัน ก่อนจะผละออกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดไลฟ์สด พร้อมกับทำหน้ายิ้มแย้ม ยกกล้องหันมาถ่ายตัวเขากับแทฮยอง

“เทสๆ ได้ยินกันมั้ยครับ สวัสดีคนเข้ามาดูใหม่ด้วย วันนี้ผมมางานคืนสู่เหย้า แทฮยองขยับเข้ามานี่ดิ” เขาหันไปสั่งแทฮยองที่ยืนทำตัวไม่ถูกต่อหน้ากล้อง แต่ก็ยอมขยับตัวเข้าไปในระยะรัศมีของไลฟ์สด “นี่แทฮยองเพื่อนผมเอง โสดมั้ยไม่รู้ ยังไม่ได้ถาม เอิ้กๆ” จีมินพูดคุยใส่กล้องอย่างสนุกสนาน แทฮยองเห็นยอดคนดูไลฟ์สดของเพื่อนแล้วแอบตกใจเล็กน้อย ก็มันมียอดคนดูเกือบหมื่นเลยน่ะสิ!

จีมินเป็นเน็ตไอดอลเหรอ?

“นี่ ทักทายแฟนๆ หน่อยสิ” จีมินบอก ก่อนที่เขาจะยิ้มให้กล้อง แทฮยองที่หน้าเหวอ ชี้ตัวเอง “ฉันเหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ…”

“เอ่อ อันยองครับ” แทฮยองโบกมือเบาๆ ให้กล้องด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ก่อนที่จะละสายตาไปทางอื่น เขาเห็นเพื่อนอีกสองคน คิม นัมจุน กับ มิน ยุนกิ กำลังเดินมาทางนี้

“แทฮยองใช่มั้ย ฉันแทบจำไม่ได้” ยุนกิเป็นคนเอ่ยทัก

“มันดูดีหรือแย่ลงล่ะ” แทฮยองถามขำๆ “ดูดีล่ะมั้ง ถ้านายไม่สะพายกระเป๋าบ้านี่น่ะ” ยุนกิตอบกลับขำๆ เช่นกัน

“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้เจอกันอีก” นัมจุนพูดขึ้น ก่อนที่ยุนกิจะหันไปโบกมือทักทายให้คนดูไลฟ์สดของจีมิน

พวกเขาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดแล้วก็น่าจะเรียกได้…แทฮยองแค่รู้สึกหัวใจพองโต มันเหมือนกับเขาได้เติมเต็มความรู้สึกว่างเปล่ามานาน การเติบโตและทำงาน มันไม่ได้ยากมากนัก แต่การที่จะมีความรู้สึกดีๆ เหมือนตอนนี้มันค่อนข้างยาก เมื่อแทฮยองเริ่มค้นพบว่า การเติบโตควบคู่ไปกับการแตกสลาย หลายๆ อย่างของการเป็นผู้ใหญ่มันบั่นทอนเขาตลอด

แต่เขาก็ต้องก้าวข้ามผ่านมันไป ฉะนั้น ในช่วงเวลาพักร้อนนี้ เขาจะใช้มันให้คุ้มล่ะนะ อย่างน้อยก็ต้องมีความสุขกับเพื่อนเก่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

พวกเขานั่งคุยสารทุกข์สุกดิบกันที่โต๊ะเลี้ยง มีเพื่อนอีกหลายคนที่รู้จักกันมาร่วมโต๊ะ เรื่องส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องเกม หรือของเล่นแบบตอนที่เขายังเด็กมักจะคุยกันเป็นประจำ แต่มักจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต ครอบครัวซึ่งบางคนก็มีครอบครัวมีลูกแล้ว ส่วนเขาก็ยังโสดต่อไป

“ได้ยินว่า พวกเขาจะเปิดกล่องโบราด้วยนะ จำได้ปะ ตอนที่พวกเราเรียนจบกัน โรงเรียนให้เขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคตใส่กล่องแล้วเอาไปเก็บไว้น่ะ ฉันจำได้ว่าตัวเองใส่เงินไปด้วยนะ” นัมจุนบอก ทุกคนดูตื่นเต้นกันมาก เพราะการเขียนจดหมายใส่กล่องโบรา มันเป็นธรรมเนียมที่สืบต่อกันมานานแล้ว ก่อนที่จะเรียนจบจากที่นี่ ครูใหญ่จะให้ เขียนสิ่งที่อยากบอกกับตัวเองในอนาคต หรือใส่สิ่งของที่อยากใส่ลงไปก็ได้แล้วแต่ใจเรา จากนั้นพวกเขาจะเอาไปเก็บไว้อย่างดี รอเวลาคืนสู่เหย้าเพื่อจะเปิดมันอีกครั้ง

ซึ่งก็คือวันนี้…แทฮยองจำไม่ได้แล้วว่าเขาเขียนอะไรลงไป

อาจจะเป็นคำอวยพรโง่ๆ ให้ตัวเขาในวัยผู้ใหญ่มีความสุขก็ได้ล่ะมั้ง

“เปิดหมดกล่องอะนะ จะบ้าเหรอ ฉันไม่ต้องนอนที่นี่รอฟังจดหมายโง่ๆ นั่นทั้งคืนเลยรึไง!” อัปเดตมินบ่นโวยวายเล็กน้อย จึงโดนยุนกิฟาดไหล่ไปที “เขาสุ่มต่างหากเจ้าโง่ ขออย่าให้เป็นฉันเลย”

“ทำไม นายเขียนอะไรทุเรศๆ รึไง” จีมินถาม

“จำไม่ได้โว้ย แต่มันน่าอายเข้าใจมั้ย!”

จีมินและยุนกิเถียงอะไรกันอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะต้องสงบศึกเมื่อจีมินหันไปขอความเห็นใจจากแฟนๆ ในไลฟ์สด ดูๆ แล้ว เขาก็เป็นคนที่ติดโซเชี่ยลมากเหมือนกันแฮะ

จนตอนที่ สี่ทุ่มกว่าๆ แทฮยองเริ่มรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาบ้างแล้วเพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่จีมินขยันเทให้เขาดื่มนี่แหละ เขาพยายามจะจิบเล็กน้อยพอควร เพราะไม่อยากเมาเละกลับโรงแรม แทฮยองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเข้าทวิตเตอร์

หน้าฟีดของเขาไม่มีอะไรมาก นอกจากเรื่องทั่วไปอย่างแอควาดรูปกับแอคงานเขียน ที่ขยันโปรโมทผลงาน วันนี้เขาไม่ได้อัปเดตอะไรเลย เพราะแทฮยองไม่ค่อยแตะโทรศัพท์เท่าไหร่นัก เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันหมดไปกับการเขียนงานส่ง ไม่ก็อ่านหนังสือ

 

Vante_bear @kimvantae

ปูซานคืนนี้อากาศหนาว บรื๊อ~

 

ทวิตแรกของวันถูกอัพลงทันที ก่อนที่เขาจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง เมื่อเงยหน้าก็เห็นพิธีกรขึ้นมายืนเคาะไมค์บนเวทีแล้ว

“ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยกันแล้ว มีใครอยากรู้บ้างว่าในกล่องนี้มีอะไรอยู่” มีคนยกกล่องโบราสีม่วง ขึ้นมาบนเวที มันเป็นกล่องโง่ๆ แม้ด้านนอกจะมีสีม่วงหลุดร่อนออกมาบ้างแล้ว แต่มันก็ยังทำหน้าที่บรรจุความทรงจำพวกนั้นได้เป็นอย่างดี

“เฮ้!!! เปิดเลย” เสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั่วสนาม เพราะพวกเขาเองก็ตื่นเต้นกับการเปิดกล่องโบรา ในขณะที่ยุนกิทำหน้าเบื่อโลกไปทีกับเสียงน่ารำคาญพวกนั้น

“นายว่าในนั้นจะมีอะไรบ้าง” นัมจุนหันมาถาม

“ก็กระดาษโง่ๆ เขียนว่า รักคนอ่าน ล่ะมั้ง” แทฮยองตอบ

“…..”

“ลืมมันซะเถอะ ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” แทฮยองบอกปัด ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อจะไปห้องน้ำ มันเป็นจังหวะเดียวกับที่พิธีกร สุ่มหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลเปื่อยๆ ออกมาจากกล่อง แทฮยองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเพื่อเช็คทวิตเตอร์เรื่อยเปื่อย โดยไม่ได้สนใจรอบข้างหรือพิธีกรที่กำลังหยิบจดหมายออกมาจากซองนั้นมากนัก เขาก้มหน้าก้มตามองดูหน้าจอโทรศัพท์และกำลังจะเดินไป แต่แล้ว

“ของใครกันหว่า….ไม่มีชื่อด้วยแฮะ!”

 

Vante_bear @kimvantae

ปูซานคืนนี้อากาศหนาว บรื๊อ~

Ohayo ya @ohayoyo ได้ตอบกลับ

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

Kimminyongba @minyongba

คุณแทฮยองไปเที่ยวปูซานเหรอคะ?

 

แทฮยองเช็คทวิตเตอร์ของเขาไปเรื่อย ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมา จังหวะเดียวกันกับที่พิธีกรเปิดจดหมายอ่าน

“ถึง คิม แทฮยอง…..”

 

ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดอยู่กับที่ เมื่อได้ยินชื่อของเขาออกจากปากของพิธีกร เสียงดนตรีที่บรรเลงเป็นจังหวะโบ๊ะบ๊ะเงียบไป ในขณะที่ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา

แน่นอนว่าคนในรุ่นรู้จักเขา

บางอย่างคล้ายกับปรากฏขึ้นมา แล้วกระตุ้นก้อนเนื้อในอกให้เต้นเร่าๆ ด้วยความตื่นเต้นและแปลกใจ

ชื่อของเขา หรือว่านั่นจะเป็นจดหมายของเขาล่ะ!

แต่เขาคิดผิด!

“นายคงไม่รู้จักฉัน เพราะงั้น…ฉันจึงเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาและใส่มันลงไปในกล่องโบรา” พิธีกรเงยหน้าขึ้นมามองเหล่าบรรดาศิษฐ์เก่าที่อยู่ล่างเวที

สมองประมวลผลให้อ่านต่อ แน่นอนว่าแทฮยองทำตัวไม่ถูก นั่นไม่ใช่จดหมายของเขาแน่ๆ เขามองไปที่โต๊ะของเขา เพื่อนๆกำลังจ้องมาที่เขากับเวทีสลับกันอย่างตกใจ

“ในอนาคตข้างหน้า ฉันไม่รู้ว่าฉันจะจำความรู้สึกแบบนี้ได้อีกมั้ย ฉันจึงตัดสินใจเขียนถึงนายแทนไงล่ะ”

ไอบ้านี่ มันเขียนอะไรของมันเนี่ย!

“ฉันอยากได้ยินเสียงฮัมเพลงตอนเช้าของนายจัง แต่ก็เหมือนงีบหลับไปซะงั้น" ในช่วงเวลานั้น น่าแปลกที่ทุกคนนั้นเอาแต่นั่งเงียบๆฟัง แม้แต่นักดนตรีเองก็ยังต้องหยุดเล่นดนตรีและจ้องไปด้านหน้าแทน

 "แม้แต่คำเดียวที่ฉันยังไม่เคยพูดออกไป ถึงทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจแบบนี้ อีกหลายปีต่อจากนี้....ฉันกลัวว่าฉันจะจำดวงตาของนายไม่ได้ ถ้าจะให้ฉันวาดรูปปากของนาย ฉันก็กลัวว่าฉันจะวาดมันไม่ได้เหมือนเดิม ฉันอาจจะไม่รู้แล้วว่าจมูกโด่งๆ ของนายมีรูปร่างยังไง แก้มของนายจะเป็นยังไงนะตอนนั้น ฉันก็แค่กลัวว่านายจะกลายเป็นยามค่ำคืนที่แสนว่างเปล่าไป”

ข้อความในจดหมายประหลาดมาก แต่กลับปลุกเร้าให้หน้าของเขาเริ่มแดงขึ้นมา หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ทั้งโกรธและอับอาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็อธิบายไม่ได้ว่านอกเหนือจากความรู้สึกที่กล่าวมามันคืออะไรกัน?

“ฉันน่ะ ชอบนายนะ คิม แทฮยอง จะหัวเราะก็ไม่เป็นไรหรอก ก็ฉันชอบนายจริงๆ...”

พิธีกรอ่านจบแค่นั้น ทั้งที่มีเนื้อหาอีกมากมายในกระดาษ แต่เพราะทุกคนเริ่มที่จะสงสัยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเขาจึงหยุดอ่าน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาแล้วหันมามองที่แทฮยอง

"เอ่อ...เอาซะผมเขินเลยเนี่ย" เขาหัวเราะแห้งๆ มองหาเจ้าของชื่อ

ขณะเดียวกันที่แทฮยองทำตัวไม่ถูก เขายืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง ความรู้สึกนี้มันบ้าอะไรกัน ไอก้อนเนื้อในอกทำไมถึงเต้นไม่หยุดเลยล่ะ แล้วเจ้าของจดหมายนั้นเป็นใครกัน มาเขียนสารภาพรักเขาซะงั้น…..

เขาไม่เคยถูกสารภาพรักมาก่อน จะตอนไหนก็ไม่เคย

"ฉันกลัวว่าฉันจะจำดวงตาของนายไม่ได้

ถ้าจะให้ฉันวาดรูปปากของนาย ฉันก็กลัวว่าฉันจะวาดมันไม่ได้เหมือนเดิม

ฉันอาจจะไม่รู้แล้วว่าจมูกโด่งๆ ของนายมีรูปร่างยังไง

แก้มของนายจะเป็นยังไงนะตอนนั้น

และฉันก็กลัวว่านายจะกลายเป็นยามค่ำคืนที่แสนว่างเปล่าไป"

 

……..กลัวว่าเขาจะกลายเป็นยามค่ำคืนที่แสนว่างเปล่างั้นเหรอ………

ใครเป็นคนเขียนจดหมายนี่กันล่ะเนี่ย...???

 

 

 

#ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #35 Ver_a (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 18:51
    กี้ดดดดดด เขิน!
    #35
    0
  2. #1 00:00 PM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 15:07
    แอร้ยยยยย แกมัน แอแงงง ชอบตรงฉากบรรยายถึงหน้าตาน้องเเทมาก อ่านเเล้วใจเต้นตามเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #1
    0