[ GINTAMA / OC ] GIRL OF SHINSENGUMI

ตอนที่ 1 : SHINSENGUMI [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    6 ม.ค. 64

 

 

 

-1-

HI! SHINSENGUMI

 

 

 

ซ่า…

เสียงฝนตกกระหน่ำกระทบลงบนหลังคาไม่หยุดหย่อน  ผู้คนในเอโดะต่างพากันเดินควักไขว่เพื่อกลับบ้านเรือนของตน บ้างก็รีบร้อนขนาดที่ลื่นล้มกลางสายฝน ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของเด็กหนุ่มมาตลอด  

ดวงตาสีโลหิตเพลิ้มหลับลง ปล่อยให้สายฝนชำระล้างร่างกายอันมอมแมม เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย ตราตำรวจที่อยู่บนเสื้อเปื้อนรอยดำ ไม่ได้ทำให้รู้สึกน่าเกรงขามเหมือนคนในเครื่องแบบทั่วไป กลับกันมันกลับทำให้เขาเหมือนพวกไม่รู้จักหน้าที่ 

เป็นตำรวจกลับมีสภาพไม่ต่างจากอันธพาล 

ผมเผ้าที่ฟูฟ่องลีบลงเพราะเปียกสายน้ำ  แถวนี้ไม่มีหลังคาเยื้องที่ให้เขาใช้หลบฝนได้ถึงได้จำใจยอมนั่งเปียกปอนเอาอยู่อย่างนี้ เขาไม่ได้ต้องการคนเห็นใจ เด็กหนุ่มไม่ได้สนโลกถึงขนาดเรียกร้องความสนใจจากใครให้คนเมตตา เขามีชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง 

แต่ก็มีบางครั้งบ้าง…ที่เขาเองก็อยากได้รับความรักเหมือนคนอื่น 

..? 

เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นเมื่อพบความผิดปกติ ฝนที่เคยตกลงมากลับหยุดหาย เม็ดฝนไม่ตกมาถึงทั้งที่ยังได้ยินเสียงโปรยปรายสม่ำเสมอ ต้นเหตุไม่ได้อยู่ไกลเพียงแค่เงยหน้าก็พบเจอกับดวงตาสีเดียวกัน

หล่อนมีดวงหน้าอ่อนเยาว์เกินกว่าที่จะระบุได้ว่าอายุเช่นไร เรือนผมสีทมิฬแผ่ยาวกลางหลังแม้มีบางส่วนที่เปียกลู่ด้วยหยาดน้ำจากฟ้า  ริมฝีปากนั้นเรียบตึงไม่ได้เอ่ยวาจาอะไรออกมานอกจากเบี่ยงร่มฝั่งหนึ่งมาทางเขาเท่านั้น 

เราสองคนสบตากันอยู่อย่างนั้น และเป็นครั้งแรกที่เขายอมทำตามที่อีกฝ่ายต้องการอย่างโดยดี ทั้งที่ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมา 

กิโมโนสีเดียวกับเรือนผมนั่นถูกแทรกด้วยดอกไม้ราตรีสีแดงฉาน เข้ากับเรือนร่างเล็กยากจะเอ่ยถึง เราต่างเดินผ่านสายฝนไปด้วยกัน กับคันร่มสีใสที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปแต่มันก็ไม่มีที่พอที่จะปกป้องเราจากสายฝนได้ทั้งคู่ เราต่างยอมเปียกปอนทีละนิดทีละน้อยเพื่อให้ส่วนที่เหลือยังคงอยู่ดี 

จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ผ่านผู้คนมากมายมายังศาลาพักที่ไหนสักที่ เขาไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไรแต่เด็กคนนี้ยังคอยอยู่เคียงข้างไม่ไปไหน หล่อนพยักเพยินให้เขาเดินขึ้นที่ร่มไป 

หลังคาศาลาสีน้ำตาลช่วยให้เขาไม่เปียกก็จริงแต่สภาพเขาก่อนหน้านี้ก็ไม่ต่างกับลูกหมาตกน้ำ 

"เอ้านี่" นั่นเป็นคำแรกที่เด็กหญิงดวงตาสีโกเมนเอ่ยถึงพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าสีสะอาดมาให้ 

เขารับมันมาไว้ มือเธอเล็กกว่าเขามากโข หากสังเกตจริงจังตัวเธอเล็กเกินกว่าเขาหลายเท่า 

"เก็บเอาไว้ เช็ดหน้าเช็ดตา" เธอว่า ริมฝีปากอิ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กๆ แก้มใสถูกดันขึ้นตามริมฝีปากที่ยกขึ้น อยู่เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็ขอตัวไป เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ จนไกลลับสายตา 

นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ได้สบกับดวงตาสีเดียวกัน 

 

 

 

 

ซ่า… 

มือหนาดึงผ้าปิดตาขึ้นคาดหัว โอคิตะ โซโกะลุกขึ้นนั่งท่ามกลางห้องที่คุ้นเคย หัวหน้าหน่วยที่ 1 ของชินเซ็นกุมิเหม่อมองไปยังทางที่ไม่มีสิ้นสุด วันนี้เหมือนวันธรรมดาทั่วไป ไม่มีอะไรพิเศษ เขาเพียงแค่ขอตัวมาแอบนอนงีบสักพักเพราะขี้เกียจเถียงกับเจ้ารองหัวหน้านั้นแต่ไม่คิดว่าการแอบงีบครั้งนี้จะทำให้คิดถึงภาพเก่า ๆ

 แถมวันนี้ดันฝนตกเหมือนกันอีก 

โอคิตะบีบหนวดสันจมูกตัวเอง ไล่ความมึนงงหลังจากเพิ่งตื่นนอนออก ต่อให้เขาตามหาเด็กคนนั้นให้ตายก็ไม่มีวันได้พบเจอ แล้วเขาก็ดันเป็นพวกไม่ได้แยแสขนาดที่จะพลิกแผ่นดินหาผู้หญิงคนเดียวซะด้วยสิ งานการก็มีให้ทำใครมันจะว่างตามหายัยนั้นกัน 

พรึ่บ 

ขาที่จะก้าวออกจากห้องหยุดนิ่ง ดวงตาคมก้มมองผ้าเช็ดหน้าสีสว่างที่ล่วงลงมาจากในเสื้อ มองได้สักพักก็ค่อยก้มเก็บมันขึ้นมายัดใส่กระเป๋าเสื้อที่เดิม  

โอคิตะไม่ใช่คนที่ต้องพกผ้าเช็ดหน้าตลอดเวลา โดยเฉพาะไอ้ผ้าเช็ดสีขาวปักลายผีเสื้อตรงปลายผืนนี่ มันก็ไม่ใช่รสนิยมของเขาแต่ที่พกตลอดก็นั้นแหละ 

ก็นึกถึงยัยตาแดงนั้นดี 

"เฮ้ยๆ อย่าหันดาบมาทางนี้สิวะ!" 

โอคิตะหน้าตึงทันทีที่ได้ยินเสียงของคนที่ไม่ชอบขี้หน้า เสียงที่บาดแก้วหูแถมยังชอบตระโกนโหวกเหวกโวยวายตลอดเวลานั่นไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นของเจ้ารองหัวหน้าฮิจิคาตะ 

ปกติซินเซ็นกุมิก็ไม่ค่อยสงบดีอยู่แล้วแต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นใครมันจะกล้าหันดาบแหลมคมใส่รองหัวหน้าปีศาจนอกจากเขาได้อีก ที่นี่ไม่มีใครกล้าหือหมอนั่นเท่าเขา ที่เหลือก็มีแต่พวกติ๋ม ๆทสมองนิ่ม 

"โอ๊ะ" 

ทันทีที่เลื่อนประตูออกภาพตรงหน้าก็เผยให้เห็น ทุกอย่างกระจ่างชัดในหัว ไขข้อข้องใจที่สงสัย 

 ปลายดาบถูกจ่อเข้าที่ปลายคางของรองหัวหน้า คนที่ถือดาบเล่มงามคือเจ้าของเสียงที่อุทาน ทุกคนหันมามองเขา สภาพตำรวจทุกนายต่างพากันห้ามคนที่อยู่ตรงกลาง

เราสบตากันท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงของฮิจิคาตะไม่ได้เข้าสมองสักเท่าไร 

รอยยิ้มที่ถูกประดับไว้ตลอดเวลา ไร้เครื่องสำอางค์ต่างจากหญิงเอโดะทั่วไป กิโมโนสีดำสนิทถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้ราตรีสีแดงสด เรือนผมสีดำที่แผ่สยายกลางแผ่นหลังบาง

และดวงตาที่เหมือนกับเขากำลังมองมา 

ดวงตาของเด็กคนนั้น 

ที่เขาเฝ้ารอมาตลอด 

 

 

 

*.❅· °。·❆

 

 

 

"ป๋าฝากทางนี้ด้วยนะจ้ะเด็กๆ" 

หัวหน้ากองบัญชาการว่าแบบนั้นก่อนจะดันแผ่นหลังเล็กไปทางเหล่าลูกน้องตัวเอง แต่ดันเท่าไร แผ่นหลังที่ดูบอบบางนั่นกลับไม่ขยับเขยื้อนสักนิดเพราะเจ้าตัวเกร็งขาไว้ไม่ไปไหน 

เด็กผู้หญิงที่ยังอายุไม่พ้นวุฒิภาวะกรอกตามองบน เธอกอดอกอยู่นิ่ง ๆ ให้พวกผู้ใหญ่คุยกันตามประสาคนแก่มาตั้งนาน นั่งเงียบเป็นตุ๊กตามาตลอด แต่เธอจะไม่มีทางยอมถูกดันหลังให้ไปนู้นไปนี่ของเจ้าป๋าเฮงซวยนี่เด็ดขาด! 

นั่น! 

ดูนั่น! ป๋ายังทำท่าจะกินหัวเธอที่ไม่ยอมเดินไปหาพวกนั้นอีก! นี่ใจคอจะผลักไหล่ไล่ส่งกันอย่างนี้เลยเหรอ! 

นัตสึมิถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เด็กหญิงอายุ 15 ย่าง 16 จะถูกมาขายในที่ที่มีแต่ผู้ชายอกสามศอก หน้าตาเหมือนกอลิล่าโรคจิตที่เอาแต่สูดหายใจลึก ๆ ตลอดเวลางั้นเหรอ !

อ่ะล้อเล่น 

ที่พูดมานั่นล้อเล่นหมดนั้นแหละ 

จริง ๆ ไม่ได้เสียใจเท่าไรที่ถูกมาฝากไว้กับที่นี่มันออกจะน่าสนุกด้วยซ้ำ อยู่กับคนที่นิสัย(ป่าเถื่อน)คล้ายกันแถมยังดูมีอะไรให้ทำมากกว่านั่งจัดดอกไม้ ชิมน้ำชากับแม่หญิงผมส้มนั่นแล้ว 

คิดดูได้จับผู้ร้าย ได้ออกแรง ได้ฟันฝ่าเรื่องอันตราย ๆ  แค่คิดก็ดูน่าสนุกแล้วไม่ใช่เหรอ! 

"แต่ป๋า! ป๋าจะฝากใครก็ได้แต่นี่เด็กผู้หญิงนะป๋า ป๋าเห็นซินเซ็นงุมิเป็นสถานที่เลี้ยงเด็กเหรอ"ไอ้เจ้าหัวดำนั่นพูดป่าว ๆ ท่าทางหาเรื่องเหมือนนักเลงมากกว่าตำรวจ เธอพ่นลมออกมาทางปาก ทำหน้าเบื่อโลกใส่คนที่มัวแต่คาบบุหรี่ไว้อย่างจงใจกวนอวัยวะเบื้องล่าง แอบเห็นแวบ ๆ ว่าผู้ชายคนนั้นคิ้วกระตุกตอนหันมามอง 

"ดูดิป๋า ยัยนั้นทำหน้าวอนตีน!" 

เอ้าเฉยเลยจ้า หนูเปล่านะป๋าา 

"อย่าพูดงั้นสิโทชิ นั่นก็ลูกสาวสุดที่รักของฉันคนนึงนะ"ป๋าว่า ยกมือขึ้นจุดบุหรี่ม้วนเข้าปาก ท่าทางนักเลงยิ่งกว่าโทชิที่ป๋าว่า"ยัยนั่นทำงานได้ทุกอย่างนั้นแหละ วิ่งจับโจรยังได้เผลอ ๆ เป็นโจรมากกว่าโจรซะอีก แหม ๆ นัตสึจังน่ะเหมือนลูกลิงตัวน้อยๆที่ดิ้นซนเหมือนพวกแกเลยล่ะ ดื้อด้าน

เอ้ะ.. 

เอ้ะ ทำไมคำป๋าเหมือนด่าเธอเลยวะ.. แล้วไอ้สายตาเหยียดกันนั่นคืออะไร!? 

"ป๋า!" 

"เอาน่าๆ ไม่นานหรอกแค่ฝากไว้กับพวกแกไว้ก่อนเดี๋ยวมารับคืน"พูดแค่นั้นก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินออก ป๋ามัตสึคาวะกลางร่มสีดำขึ้นกันสายฝนที่พากันตกลงมา"กว่าฉันจะทำงานจบ อย่าพาลูกสาวฉันเสียคนล่ะ" 

"ป๋าพูดเหมือนพวกผมจะล่วงเกินลูกสาวป๋าอ่ะ"คอนโด้ที่มีศักดิเป็นอาว่า ทำท่าทางประกอบไม้ประกอบมือก่อนที่จะตัดสินใจวางมือลงบนกลุ่มผมคนที่เหมือนหลานสาวตนแท้ๆ 

นัตสึมิเหล่มองมือหนานิดหน่อยแต่ไม่ได้ว่าอะไร เธอรู้จักคอนโด้มาตั้งแต่เด็กๆ คุ้นเคยกันมาไหนต่อไหนเพราะเขาเป็นคนคอยดูแลตอนป๋าไม่อยู่มาตลอด 

"ทำงานให้เสร็จล่ะป๋า ทางนี้จะดูแลยัยแสบนี่เอง" 

"เออ ฝากด้วยละกัน" 

 นัตสึมิสบตากับดวงตาเฉี่ยว คนเป็นป๋าทำได้แค่ยกยิ้มเอ็นดูลูกตัวเอง

"อย่าซนมากล่ะ” 

"อย่าตายก่อนซะล่ะ”   

"ทิ้งเชื้อไม่ห่างกันจริง” 

หัวหน้ากองบัญชาการแค่นหัวเราะกับคำตอบของลูกสาว โบกมือหมุนกลับเตรียมตัวเดินออกไป แววตาสั่นไหวเพียงชั่ววูบไม่อาจรอดพ้นสายตาของหญิงสาวเพียงคนเดียว มือเล็กยกมาโบกกลับทั้งที่คนตรงหน้าไม่อาจเห็นแต่ก็ยังแสร้งที่จะทำ 

กริ้ง~ 

แต่เสียงกระดิ่งที่ถูกห้อยกับข้อมือตลอดเวลาคงบอกอะไรกับคนที่เดินไปได้ 

อย่าตายก่อนซะล่ะ 

เธอหมายถึงแบบนั้นจริงๆ 

"ว่าแต่เธอทำอะไรได้บ้าง"คนที่ชื่อว่าโทชิพูดออกมา จุดไฟที่ปลายบุหรี่อีกครั้งขึ้นสูบ ดวงตานิ่งสงบแต่ไม่ได้ทำให้เธอหวาดกลัว  

นัตสึมิยกยิ้ม ทันทีทันใดทั้งห้องก็กลาหล บุหรี่ที่คาบไว้อยู่ที่ปากแทบล่วงลงมาสู่พื้น คอนโด้แทบจะรั้งเด็กสาวไว้ไม่อยู่เมื่อดาบเล่มงามถูกจ่อเข้าที่ปลายคางของคนสนิท 

"แกว่งดาบ" 

เธอยิ้ม ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวแย่งฟักดาบข้างเอวของรองหัวหน้ามาถือไว้ในมือ เจ้าของดาบเลิ่กลั่ก มองสลับดาบตัวเองกับหญิงสาวข้างหน้า เธอแอบเห็นไรเหงื่อเล็กๆผุดขึ้นมาตามแนวไรผมของรองหัวหน้าปีศาจอย่างน่าขัน 

"เฮ้ยๆ อย่าหันดาบมาทางนี้สิวะ!"  

ฮิจิคาตะโวยวายส่วนนัตสึมิหัวเราะเสียงใส 

รองหัวหน้าปีศาจที่ว่าได้มาแค่ชื่อหรือยังไง ทำไมถึงได้ป๊อดขนาดนี้ เธอแกว่งดาบสองสามครั้งแล้วกลับมาจ่อเข้าที่ปลายคางของเจ้าของมันเช่นเดิม 

"แหม ก็แค่บอกเฉยๆว่าถนัดแกว่งดาบน่ะโทชิคุง"เน้นยำชื่อท้ายอันน่ารัก ฉีกยิ้มหวานให้กับคนตรงหน้าที่ทำได้แค่ฟึดฟัด เธอขำเล็กน้อย เลิกแกล้งสนุกกับรองหัวหน้า 

นัตสึมิคิดว่าที่ไม่กล้าทำอะไรน่าจะเป็นสถานะที่ค้ำคอ อย่างฮิจิคาตะ โทชิโร่ที่ได้ยินมา เขาเก่งเกินกว่าจะกลัวเด็กผู้หญิงหันดาบใส่ตัวเองซะอีกแต่ยังไม่ทันได้ลดปลายดาบสีเงินลง ผืนประตูที่กั้นไว้กับข้างนอกก็ถูกเปิดออกด้วยฝืมือของใครบางคน เธอหันไปมองทั้งที่รอยยิ้มยังประดับไว้อยู่บนริมฝีปาก 

"โอ๊ะ" 

ดันมาเห็นช็อตเด็ดเข้า โทชิคุงคงไม่หมดศรัทธาเอาหรอกมั้ง 

นัตสิมิลดปลายดาบลง สงสารใจคนที่เป็นรองหัวหน้าจะหมดความศรัทธาเอา สายตาจับจ้องอยู่ที่คนมาใหม่ ผมสีน้ำตาล หน้าตาหวานนิ่งแต่ดวงตากลับคนละอย่าง ดวงตาคมนั่นเหมือนเสือที่พร้อมจะขย้ำทำให้เธอหุบยิ้มไม่ได้ 

ผู้ชายคนนี้เหมือนเจ้าพี่หัวหยิกนั้นไม่มีผิด 

"คุณฮิจิคาตะเนี่ยหมดน้ำยากับเด็กที่หันดาบเข้าหาตัวเองแล้วเหรอครับ"เขาว่า ทำหน้าสมเพชใส่รองหัวหน้า นัตสึมิคิดผิด สงสัยคนคนนี้คงไม่ได้แคร์อะไรกับรองหัวหน้ามากเท่าไร ดวงตาที่เหมือนพร้อมจะฆ่าโทชิได้ตลอดเวลาบ่งบอกออกมาหมด 

เป็นผู้ชายที่อันตรายซะจริง 

"แล้วเธอน่ะ" 

เด็กสาวเลิกคิ้ว สบตากับดวงตาสีเฉกเดียวกันแต่เขากลับไม่พูดอะไรออกมา พอมองลึกเข้าไปในดวงตาก็ไม่พบเจอกับอะไรนอกจากความสับสน เหมือนกับลังเลที่จะทำอะไรสักอย่าง…—แต่เธอเองก็ไม่ได้อยากรู้อะไรขนาดนั้น เอาไว้ตั้งใจจะทำค่อยพูดออกมาใหม่ดีกว่า 

"เอาล่ะนัตสึเดี๋ยวอาจะแนะนำให้รู้จัก"คอนโด้เดินเข้ามาหา วางมือบนไหล่เล็กภายใต้กิโมโนสีดำ ใบหน้าคมเข้มถูกใช้ในเวลานี้"คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่นั่นคือหัวหน้าหน่วยที่ 1 โอคิตะ โซโกะ มันออกจะบ้าไปสักหน่อยถ้าทำอะไรไม่ถูกใจก็อย่าถือสาซะล่ะ ฮ่าๆ"เจ้าของชื่อทำเพียงมองนิ่งๆเท่านั้น"ส่วนโทชิ อย่างที่รู้กัน รองหัวหน้าของเรา ฮิจิคาตะ โทชิโร่ อย่าแกล้งเขามาก อารู้ว่าเธอชอบเล่นสนุกกับคนประเภทนี้แต่โทชิมันความอดทนต่ำนะจะบอกให้" 

"คนประเภทนี้นี่มันหมายความว่ายังไงห๊ะคุณคอนโด้!" 

นัตสึมิยิ้มแหยะ ซินเซ็นงุมิที่เห็นผ่านจอทีวีที่ว่าขรึมหนักขรึมหนา เข้มงวดนู้นนี่พอเอาเข้าจริงนึกว่าเด็กอนุบาลสามรวมตัวกันเอาไว้สักอีก เธอพยักหน้ารับกับคำของคอนโด้ เขาแนะนำทุกคนที่อยู่ในห้องจนครบไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของรองหัวหน้าแต่ถึงอย่างนั้นโอคิตะก็ตอบปากตอบคำด้วยความเจ็บแสบกลับไปอยู่ดี แซะเก่งกันจริงๆ 

จากทั้งหมดที่รู้จักมาและได้คุย นัตสึมิรู้สึกว่าคนที่ชื่อยามาซากิดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดแล้วและดูเข้าถึงง่ายจนไม่มีพิษมีภัยอะไร คอนโด้ก็เหมือนกัน คุณอาที่เคารพรัก(แต่เธอกลับเรียกว่าลุง)ก็ดูไม่ได้สนใจอะไร เขาออกจะใจดีเกินกว่าที่จะเป็นหัวหน้า ใจดีเกินจนเธอคิดว่าอาจจะมีสักวันที่จะมีกบฎ ทำไมถึงเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีขนาดนั้นนะ คอนโด้ อิชาโอะ

"เอาล่ะ นายเพิ่งเข้ามาใช่ไหมล่ะโซโกะ งั้นฉันจะแนะนำเธออีกรอบ นี่ลูกสาวคนเล็กของป๋า นัตสิมิ — มัตสึไดระ นัตสึมิ ตั้งแต่วันนี้จนกว่าป๋าจะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จ นัตสึมิจะอยู่ที่นี่ เป็นหนึ่งในซินเซ็นงุมิของเรา" 

ไม่มีใครแย้งอะไร คนที่ชื่อโอคิตะทำเพียงพยักหน้ารับส่งๆ 

"จะอยู่ก็อยู่ไปแต่ถ้าเด็กมันขัดแข่งขัดขาตอนทำงาน พ่อฆ่าไม่เลี้ยงแน่" 

เอ้า ไอ้นี่ วอนซะแล้ว 

นัตสึมิคิ้วกระตุก เธอยิ้มทั้งที่หน้าตึง 

"ก็ถ้ามันเกะกะลูกตาฉันเหมือนกันล่ะก็ระวังหัวจะไม่ได้อยู่บนบ่า" 

"อ่ะ..เอ่อ" 

คอนโด้อำอึ้ง มองจิตสังหารที่แผ่ออกมารอบตัวของทั้งคู่แล้วเหงื่อตก เหมือนรับเลี้ยงเสือสองตัวอยู่ด้วยกันแล้วจะกัดกันตาย 

"เอ้าๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน ดีกันไว้เถิดนะ"สุดท้ายก็กลั้นใจเดินมาคั่นระหว่างกลางของคนที่จะวางมวย คอนโด้บังเด็กหญิงจนมิด ลูกสาวป๋าเป็นอะไรตูก็ซวย มาขัดตาเจ้าโซโกะตูก็ตาย ไปทางไหนก็มีแต่เสียกับเสียแล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม 

"แล้วแบบนี้จะให้ยัยเด็กนั่นมาอยู่ในต่ำแหน่งไหนล่ะ"ฮิจิคาตะโผล่ขึ้นมา อันนี้เธอก็สงสัยเหมือนกันว่าจะให้อยู่ในสถานะอะไร เธออยากบู๊ อยากออกแรงมากกว่า อยากทำอะไรที่ตำรวจเขาทำกันไม่ได้อยากมาซินเซ็นงุมิให้นั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆในป้อมก็ไม่เอานะแบบนั้นน่ะ 

"เรื่องแบบนั้นฉันตัดสินใจละล่ะ ฉันจะให้นัตสึเป็นผู้ช่วยนายไงโทชิ เห็นช่วงนี้บอกว่าอยากได้คนช่วยงานนี่ แต่จริงๆฉันตั้งใจให้นัตสึจังช่วยงานฉันนะเพราะยังไงก็อยู่ในสายตาตลอดแต่ไปๆมาๆฉันก็กลัวว่าตัวเองจะจับตามองได้ไม่ดีเลยให้นายจะดีกว่าอ่ะนะ"คอนโด้ลูบท้ายทอยพร้อมหัวเราะแห้ง 

 "นี่มันไม่ต่างอะไรจากโยนภาระมาให้เลยนี่หว่า!"

 "อย่าพูดอย่างนั้นซี่เดี๋ยวนัตสึจังได้ยินแล้วจะเสียใจนะ"

ได้ยินเต็มชัดสองรูหูเลยล่ะ 

"คือว่า"นัตสึมิยกมือขึ้นมาเบรกผู้ใหญ่ที่พยายามยัดเยียดเธอ"ฉันอยากบู๊มากกว่านั่งจมกองเอกสารนะคะ" 

  ...

 "ไม่ได้!!/ไม่ได้!"ผู้ใหญ่สองคนพร้อมเพรียงพูดพร้อมกัน

คอนโด้แทบคุกเข่าให้เธออยู่เฉยๆ "ถ้าเธอไปวิ่งจับพวกก่อการร้ายแล้วโดนลูกหลงมาจนตัวเองบาดเจ็บมันจะแย่เอานะนัตสึจังเดี๋ยวป๋าจะได้ฆ่าคุณอาตายเอาซะหรอก" 

อ๋อ เหตุผลมันอยู่ข้างหลังนี่เอง 

"อีกอย่างถ้าเธอไปเดี๋ยวจะได้ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่เหมือนที่เจ้าโซโกะพูด เดี๋ยวก็ได้ตายเอาด้วยน้ำมือของหมอนั่นซะหรอก" 

เหตุผลของฮิจิคาตะไม่น่ารับฟัง 

"แต่ฉันดูแลตัวเองได้"เธอว่า ตั้งใจจะมาช่วย(ป่วน)งาน"ไม่จำเป็นต้องมีใครมาปกป้อง ถึงจะยังเด็กแต่ฉันก็พอรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ลุงเองก็อย่าเอาแต่ห่วงหนูถึงป๋าจะบอกให้ลุงดูแลแต่ลุงก็รู้ว่าถ้าหนูจะทำยังไงก็ต้องได้ทำ ตั้งใจไว้แล้วว่าจะมาช่วย(ป่วน) ขอให้หนูได้เป็นซินเซ็นงุมิแบบทุกคนเถอะ" 

คอนโด้เงียบไปอึดใจ 

"โอเค แต่งานอันตรายห้ามลงไปเด็ดขาดเข้าใจไหม" 

เธอยิ้ม พยักหน้าถี่รัวทำเหมือนเข้าใจแต่ในใจคิดแผนต่างๆนานาให้เข้าร่วมไปให้ได้ ลุงคอนโด้เอื้อมมือมาลูบหัวทุย มอบรอยยิ้มอันน่าเหนื่อยใจมาให้ 

"ฝากดูแลนัตสึด้วยล่ะโทชิ โซโกะ" 

 

 

*.❅· °。·❆

 

 

ภารกิจแรกที่ได้รับมอบหมายคือการลาดตระเวน ตรวจดูสภาพบ้านเมืองว่ายังปลอดภัยมีสุขอยู่รึเปล่า นัตสึมินั่งอยู่ข้างหลังเบาะ ข้างหน้าถูกจับจองด้วยฮิจิคาตะและโอคิตะที่เป็นคนขับ เธอตื่นเต้นกับการได้นั่งรถตำรวจเป็นครั้งแรกและได้รับหน้าที่เป็นตำรวจด้วย! 

เด็กสาวเกาะติดกระจก สภาพบ้านเมืองก็เหมือนเดิมทั่วไป เธอเคยเดินออกมาเล่นอยู่เป็นครั้งคราวแต่นานมากโข ตอนเดินก็มีคนคอยเดินตามแต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่จะไม่มีใครคอยตาม!

คอนโด้บอกว่าจะให้สองคนนี้คอยดูแลเธอแค่แรกๆเท่านั้น อารมณ์เหมือนสอนงานเด็กใหม่ พอคุ้นเคยกันก็จะถูกปล่อยให้ทำตามหน้าที่ที่ได้รับ 

กริ้ง~ 

เสียงกระดิ่งกระทบกันอีกครั้งตอนที่เด็กสาวขยับตัวไปตรงกลาง ชุดของซินเซ็นงุมิถูกสวมใส่อยู่ ตัวมันเป็นเครื่องแบบที่ถูกสั่งทำเป็นพิเศษ เปลี่ยนจากกางเกงแสล็คกลายเป็นกระโปรงหนังของผู้หญิงแทน คอนโด้ให้สารภาพว่ารู้เรื่องที่ป๋าจะฝากเธอได้มาอาทิตย์นึงแล้วตื่นเต้นเลยสั่งตัดทำให้ใหม่ทั้งหมด แถมยังจัดห้องให้พร้อมอยู่อีกต่างหาก เป็นห้องติดกับเจ้าหัวหน้าหน่วยที่ 1 ที่ทำตาเหล่มามองเธอเป็นระยะๆตลอดเวลานั่น

เป็นคนขับก็หัดมองถนนสิวะ นัตสึมิได้แต่คิดในใจ

"นี่คุณฮิจิคาตะครับ ถ้าจะโผล่หน้าไปสูบบุหรี่ขนาดนั้นก็ช่วยโผล่ออกไปให้หัวขาดเลยจะได้ไหมครับ" 

"นี่แกจะแช่งฉันให้ตายไปถึงไหน" 

เอี๊ยดดด! 

"อ่อก!" 

 ฮิจิคาตะที่หันไปแหวใส่ได้ไม่นานก็ถูกโอคิตะเหยียบเบรกจนหน้าทิ่มเข้ากับหน้ารถ นัตสึมิเองก็ไม่ต่างจากกัน ตัวเธอแทบจะปลิวไปข้างหน้า ลำตัวถูกกระแทกกับเบาะจนจุก พอหันไปมองคนขับที่หันมายิ้มเยาะก็ได้แต่คิ้วกระตุก 

"โทษทีพอดีแมววิ่งผ่าน" 

แล้วไหนแมวสักตัววะ! นี่มันแกล้งกันชัดๆ! 

"หน็อย..แก" 

นัตสึมิไม่เคยอยากซัดหน้าใครเท่าเจ้าหมอนี่มาก่อน 

"อะไร แค้นอะไรฉัน ก็บอกแล้วไงว่าแมวมันตัดหน้ารถ" แล้วไอ้รอยยิ้มเหยียดกับการมองเธอแบบนั้นมันดูน่าเชื่อถือตายมากมั้ง! 

"ละเมอหรือไง หิวจนตาลายเหรอ มีแมวสักตัวไหมหรือเล่นยาจนเห็นภาพเบลอน่ะห๊ะ?"เธอทำหน้าหาเรื่อง ไม่สนใจฮิจิคาตะที่ลูบปลายคางแดงเถือก"สงสัยโทชิคุงต้องตรวจห้องคุณหัวหน้าหน่วย 1 ซะแล้วเผื่อเขาจะเล่นยาจนหลอน" 

"พูดอะไรมั่วชั่ว เป็นเด็กเป็นเล็กคิดจะเถียงผู้ใหญ่รึไง แมวมันมีทั่วบ้านทั่วเมืองเธอไม่เห็นเองต่างห่าง" 

"ก็ไม่เห็นน่ะสิเลยเถียง! หัดหันมองรอบๆบ้างว่ามีแมวสักตัวให้มาตัดหน้ารถเล่นไหม อันนี้มันเรียกแกล้งกันชัดๆ แถจนสีข้างถลอกแล้ว!" 

"เอะอะโวยวายน่ารำคาญจริงๆ ตอนเช้าป๋าไม่ได้ให้นมรึไงถึงได้โมโหหิวขนาดนี้" 

"โตแล้วไม่กินนมแล้วเว้ย! อีกอย่างไม่ได้หิวด้วย!" 

โครกคราก 

... 

ค..คือ.. 

โอคิตะหันมามองเธออีกครั้ง ใบหน้าของผู้ชนะทำให้รู้สึกอับอายจนไม่น่าให้อภัย ท้องเจ้ากรรมดันร้องออกมาเสียงดังเหมือนรู้จังหวะให้เจ้าของรู้สึกพ่ายแพ้ 

"สุดท้ายก็โมโหหิว" 

ฮึ่ย อย่าให้ถึงตาเธอบ้างแล้วกัน! 

 

 

 

 

เรามาหยุดที่ร้านขายอาหารสารพัดอย่าง โอคิตะทำหน้าระรื่นเหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 ฮิจิคาตะก็เอาแต่สูบบุหรี่แล้วบอกว่าพวกเธอเถียงเป็นเด็กจนขี้เกียจจะห้าม ถึงจะพูดจาชวนน่าโมโหแต่ก็ต้องขอบคุณที่บอกให้โอคิตะหักเลี้ยวแวะพักกินข้าวกันก่อน พอเดินเข้ามาข้างในร้านแล้วมองนาฬิกาที่แปะตรงผนังถึงได้รู้ว่ามันบ่ายแล้ว เกินเที่ยงแล้วด้วย เพราะงั้นเพื่อสุขภาพที่ดีก็ต้องกินข้าวให้ตรงเวลา พอไม่ตรงก็อาจทำให้ตัวเองไม่มีเรี่ยวแรงและอาจทำให้อับอายได้!  

พูดแล้วโมโห คิ้วกระตุกยิกๆ 

"รับอะไรดีคะ"พนักงานเดินเข้ามารับออเดอร์ เธอจัดการสั่งของที่ตัวเองชอบอย่างเสร็จสรรพแล้วให้คนที่เหลือได้สั่งต่อ 

"เอาสเต็กที่หนึ่งครับ ขอน้ำชุปร้อนๆด้วย ส่วนเครื่องดื่มขอเป็นชากับนมสด" 

 เธอยกยิ้ม มองคนที่อายุมากกว่าไม่กี่ปี 

"โตปานนี้แล้วยังจะกินนมอยู่อีกเหรอ คิดถึงคุณแม่ตอนเด็กๆที่ให้ดูดนมจ๊วบๆรึไง" 

"หึ"ดวงตาโอคิตะวาววับเหมือนเด็กเล่นสนุก"สั่งมาให้เธอกินต่างหาก ยัยเด็กเถียงเก่ง กลัวว่าป๋าจะไม่ได้ให้นมจริงๆเลยสั่งมาให้ เผื่อจะมีสติมากกว่านี้"

"ไอ้!" 

เธออยากซัดหน้าเขา! สักครั้งก็ยังดี! 

"เฮ้ยๆ ทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้ ทำตัวให้ดีๆหน่อย"ฮิจิคาตะห้ามปราบคนที่จะออกสงครามฝีปากกันอีกครั้ง นัตสึมิแทบจะล้มโต๊ะ ทุบหัวโอคิตะได้อยู่แล้วข้อหากวนส้นมากเกินไปแต่ที่ทำได้ก็แค่นั่งฟึดฟัดเหวี่ยงไปมา 

รอไม่นานของที่สั่งไปก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ช็อคโกแลตคาเฟ่ถูกมาวางตรงหน้าทำให้อารมณ์ที่ครุกกรุ่นดีขึ้นมาหน่อย เวลาลิ้นได้รับรสหวานๆของช็อคโกแลตที่ไรทำเธอแทบจะขึ้นสวรรค์ทุกที นัตสึมิไม่อยากกินข้าว เธอเลยเลือกสั่งของโปรดมาแทน แอบเหล่มองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคิ้วก็กระตุกเป็นรอบที่ร้อยของวัน 

หมอนั้นแกว่งแก้วนมสดยั่วเธอ! 

เสียงในร้านที่ว่าดังยังไม่อาจลอดเข้าหูได้นอกจากเสียงแค่นหัวเราะอันชั่วร้ายของเจ้าหัวหน้าหน่วย 1 หมอนั้นเอานิ้วจุ่มเข้าที่นมสดในแก้ว ปาดรอบขอบแก้วใสจนเห็นน้ำนมสีขาวแล้วยกนิ้วขึ้นมาจ่อตรงหน้า

"อยากกินไหมล่ะ เลียสิเจ้าลูกแมวน้อย" 

ปี๊ด! 

เหมือนเส้นความอดทนจะขาดผึง เธอคว้าเข้าที่ถ้วยน้ำชาที่โอคิตะสั่งมาฟาดเข้าที่หัวเจ้าตัวอย่างแรง เป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝั่งของร้านมีอะไรบางอย่างขว้างมาโดนฮิจิคาตะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย 

โต๊ะทั้งโต๊ะพังลง ผู้คนที่อยู่ในระแวกต่างพากันหนี นัตสึมิไม่สนใจเสียงโวยวาย ไม่สนใจใบหน้าที่จุ่มมายางเนสของฮิจิคาตะ ไม่สนใจแม้กระทั่งเลือดที่ผสมกับน้ำชาของโอคิตะที่ไหลเต็มหัว เธอยกของที่ทับฮิจิคาตะออกแล้วเขวี้ยงใส่โอคิตะอย่างไม่ลังเล 

ถ้าจะตาย ก่อนตายขอฆ่าหมอนี่ก็ยังดี! 

ตู๊ม! 

"โอ๊ยเจ็บๆ ขว้างกันเป็นสิ่งของเลยนะเว้ย" 

ควันลอยฟุ้งจนแทบมองไม่เห็น เสียงทุ้มดังเข้าหูเป็นอับดับแรกก่อนที่ควันจะจางลง ไอ้สิ่งที่เธอขว้างไปตะกี้คือมนุษย์ตัวเป็นๆกำลังนั่งทับโอคิตะ ใบหน้าตายด้านหันมามองสบ นัตสีมิยืดตัวตรง ใบหน้าที่ต่อให้ห่างหายกันไปนานแค่ไหนก็จำได้ 

ยังอยู่ในความทรงจำ ไม่เคยจางหาย 

หัวหยักศกสีขาว ใบหน้าเฉยชากับทุกสิ่ง กับดวงตาที่คุ้นเคย ถึงจะแอบอึ้งไปหน่อยแต่ริมฝีปากตัวเองกลับยกยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างน่าประหลาด แม้ใจจะอยากกระโดดเข้าไปหาเหมือนตอนเด็กแต่ที่ทำได้เพียงแค่มองหน้ากันนิ่งๆเท่านั้น 

"เธอนี่นิสัยไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ"ซากาตะ กินโทกิลุกขึ้นยืน ปัดเศษฝุ่นออกตามตัว ชูแก้วที่แตกละเอียดขึ้นมาโชว์ 

"ยังจะกินของไร้สารอาหารแบบนี้อยู่อีกรึไง" 

"ของที่ไร้สารอาหารที่ว่ามันก็ของที่แกกินทุกวันนั่นแหละ!" นัตสึมิแยกเขี้ยว ตรงไปคว้าเศษแก้วที่เคยใส่ของหวานที่ตัวเองชอบแต่ก็ถูกดันหัวด้วยมือข้างเดียวของคนที่อยู่ตรงหน้า 

"สตอเบอรี่ของฉันมันมีประโยชน์กว่าช็อคโกแลตเลี่ยนๆนั่นอีก" 

หยาบคาย! 

"อากินจัง! ลื้อไปทำอะไรให้เขาเดือดร้อนเนี่ย อั้วบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นน่ะน้อ" 

"หล่อนนั้นแหละที่เป็นคนขว้างฉันมา!!" 

"อย่าใส่ร้ายอั้วสิน้อ เนอะ อาชินปาจิ" 

"ผมไม่รู้ ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น" 

เจ้าหัวหยักศกหันไปทะเลาะกับคนที่เข้ามาใหม่ทั้งสองคน เด็กผู้หญิงผมส้ม หน้าตาน่ารักตอนนี้ถูกบี้หน้าจนไม่เหลือเข้าโครงเดิมด้วยฝีมือของกินโทกิที่แทบจะงับหัวเข้าไปได้ อีกคนคือเด็กผู้ชายใส่แว่นที่ชื่อชินปาจิกำลังพยายามห้ามทั้งสองคน 

“ยังไงผมก็ต้องขอโทษแทนทั้งสองคนด้วยนะครับคุณฮิจิคาตะ คุณโอคิตะ”พอพยายามที่จะห้ามสองคนนั้นไม่สำเร็จก็เปลี่ยนใจหันมาขอโทษขอโพยฝั่งนี้แทน ชินปาจิดันแว่นขึ้น หน้าตาเหนื่อยใจกับอีกสองคนที่เหลือจนเห็นได้ชัด"แล้วนี่คุณ?" 

 "นัตสึมิจ้า"เธอฉีกยิ้ม

"แค่ขอโทษมันไม่พอหรอกนะ ต้องชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดทั้งที่ของที่เรายังไม่ได้กินและค่าโต๊ะ อ๋า — รวมถึงค่าน้ำนมของลูกแมวฉันด้วยล่ะ" 

 แล้วทำไมไอ้ประโยคสุดท้ายมันหันมามองเธอวะ

ปั๊ก! 

"แหม ลืมๆเรื่องที่เจ้าหมอนี่พูดไปละกันเนาะเดี๋ยวเรื่องทั้งหมดโทชิคุงจะเป็นคนจัดการเอง ใช่ไหมโทชิคุงง" 

นัตสึมิยิ้ม หันไปออเซาะคนที่คาบบุหรี่ไว้ในปากทั้งที่หัวยังเลอะมายองเนสอยู่ ปลายเท้าที่ถูกห่อหุ้มด้วยรองเท้าหนังสีดำขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลที่อยู่ด้านล่างไปพลาง 

 "แล้วทำไมต้องเป็นฉันล่ะฟะ พวกเอ็งเป็นคนทำนะเว้ย ฉันน่ะผู้เสียหายชัดๆ"

"ไม่เอาน่าโทชิคุง ไม่มีสัจจะในหมู่โจรน่ะรู้จักไหม" 

"อ..เอ่อ.." 

 ชินปาจิมองทั้งคู่สลับกัน เหงื่อแตกพลั่กเพราะเพิ่งเคยเจอคนที่ปากต่อปากคำกับรองหัวหน้าของชินเซ็นงุมิได้นอกจากนายตัวเองกับโอคิตะ แล้วไหนปลายเท้าของแม่หญิงยังมีคนที่น่ากลัวไม่แพ้กันเหยียบย้ำอีก แล้วไอ้ที่บอกว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจรน่ะ พวกเอ็งเป็นตำรวจนะเฟ้ยย!

"ไม่ต้องเถียงกันเดี๋ยวค่าใช้จ่ายทั้งหมดคุณกินจะเป็นคนจัดการเอง"เจ้าของประโยคเดินเข้ามาพร้อมกับแคะขี้มูกไปด้วย ท่าทางสกปรกจนน่าอี๋ ดวงตาปลาตายหันมามองเธอ"ถือว่าเลี้ยงรับเด็กที่ไม่เจอกันมานาน" 

"เหอะ เลี้ยงทั้งที่ยังไม่ได้กินสักคำเนี่ยนะ"เธอหัวเราะ กินโทกิดีดขี้มูกไปทางอื่น ใบหน้าตายด้านยังไงก็ยังคงอยู่อย่างนั้น 

"งั้นจะเลี้ยงทีหลังละกันแต่ขอแบบนานๆเลยนะเพราะคุณกินเองก็ไม่ค่อยจะมีเงินเก็บสักเท่าไร" 

"แล้วจะเสนอหน้าไปเลี้ยงเขาตั้งแต่แรกทำไมล่ะครับบ!!"ชินปาจิตบเข้าที่หัวสีเงินนั้นดังแป๊ะ เกิดความชลมุนอีกครั้งระหว่างกินโทกิกับหนุ่มแว่น 

"เพิ่งจะเคยเห็นไอ้เจ้าตี๋ซาดิสนี่สภาพแย่แบบนี้เป็นครั้งแรกเลยน้อ"เด็กหน้าหมวยว่า ดวงตาสีฟ้ามองเหยียดเข้าที่โอคิตะที่โผล่มาแค่หัวให้เธอเหยียบเล่น ส่วนตัวถูกจมลงอยู่ใต้พื้นและเพราะสายตาของคนตรงหน้าทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าไอ้นุ่มๆที่เหยียบอยู่คือหัวของเพื่อนร่วมชายคาเดียวกัน 

นัตสึมิซักเท้าออก ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่ตัวเองทำ โอคิตะแทบจะกระโจนออกมาฆ่าเธอให้รู้แล้วรู้รอด หน้าตาเริ่มไม่สบอารมณ์เห็นได้ชัดก็ตั้งแต่ที่เด็กคนนี้โผล่มา 

"อั้วชื่อคางุระน้อ เป็นลูกจ้างของร้านสานพัดรับจ้าง อาเจ๊ล่ะ?" 

"นัตสึมิ เป็นหน่วยพิเศษของซินเซ็นงุมิเรียกแบบนั้นก็ไม่ถูกเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำหน้าที่ยังไง"เธอจับมือกับคางุระเป็นการทักทาย 

ดูท่าแล้วอายุน่าจะห่างกันพอสมควรโดยที่เธอโตกว่า ไม่แปลกใจที่คางุระจะเรียกเธอว่าอาเจ๊ เราคุยกันสักพักตามประสาผู้หญิงปล่อยให้พวกผู้ชายที่เริ่มจะมีเรื่องกันอีกแล้วไปลำพัง ฮิจิคาตะทะเลาะฝีปากกับกินโทกินจนแทบได้เลือดโดยมีชินปาจิ(อีกแล้ว)เป็นคนห้ามปรามตลอดเวลาส่วนโอคิตะกำลังถูกเป็นหัวข้อสนทนาในตอนนี้ 

 คางุระบอกว่าโอคิตะเป็นพวกซาดิส ชอบทารุณคนอื่นและนิสัยไม่ดีจนถึงขั้นว่าแย่(ซึ่งเธอก็ไม่เถียง) ชอบทำหน้ากวนส้นจนมีเรื่องกันตลอดเวลาที่เจอแต่น่าแปลกที่ครั้งนี้ไม่ได้ทะเลาะกันเหมือนทุกครั้งแล้วหล่อนก็บอกอีกว่า

"ให้ดีก็อยากให้อยู่ห่างจากเจ้าตี๋นั้นน้อเดี๋ยวอาเจ๊จะถูกล่วงละเมิดเอา ยิ่งอาตี๋นั้นไม่น่าไว้ใจด้วย" 

แล้วไอ้คนที่ไม่น่าไว้ใจนั่นน่ะกำลังเหล่มองทางนี้เป็นระยะๆเลยจ้าคุณเธอ 

แล้วเวลาก็ล่วงเลยจนน่าใจหาย รู้ตัวอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มครึมบอกเวลาใกล้จะหมดวัน เราต่างพากันเดินออกจากร้าน ยุติสงครามน้ำลายเพียงชั่วครู่เพราะฮิจิคาตะขอตัวไปล้างคราบมายองเนสออก 

"ไอ้หย๋าาาาา" 

จะบอกว่ายุติสงครามก็ไม่ถูกนักเนื่องจากอาหมวยคางุระจังกำลังประลองพละกำลังกับโอคิตะอยู่ไม่ห่าง เห็นแบบนี้ก็เชื่อแล้วว่าไม่ถูกกันจริงๆ เหอะๆ 

 "วุ่นวายดีจริงๆ"ชามูไรหัวเงินเดินมาขนาบข้าง มือถูกวางคั่นอยู่ระหว่างเอวตนเอง นัตสึมิยังคงระบายรอยยิ้มบางๆประดับไว้อยู่บนหน้า เธอเห็นด้วยว่ามันวุ่นวายแต่เป็นความวุ่นวายที่สนุก

"ก็ธรรมดานี่" เธอหัวเราะ ขยับข้อมือสางผมข้างหลังออกให้พ้นทาง 

กริ๊ง~ 

เสียงกระดิ่งที่ห้อยตลอดเวลาดังขึ้นอีกครั้งตอนขยับ กินโทกิเหล่มอง ดวงตาคมจับจ้องอยู่กำไรข้อมือธรรมดาที่ถูกห้อยไว้กับกระดิ่งสีเงินสองพวงก่อนจะเลื่อนมาจับจ้องที่ใบหน้าสวย 

"ยังเก็บไว้อยู่อีก?" 

"อือ"

เธอตอบรับในลำคอ มองเหม่อไปยังเด็กหนุ่มสาวที่ปะทะกันทั้งที่ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม นิ้วเรียวจับเข้าที่พวงกระดิ่งทั้งสองอย่างถนุดถนอม 

"ก็ของพ่อ จะให้ทิ้งไปได้ยังไงล่ะ จริงไหม?" 

 

 

*.❅· °。·❆

 

 

 

 

โอคิตะหยุดปะทะกับเด็กหน้าหมวยแล้ว นัตสึมิกับฮิจิคาตะรออยู่ที่รถโดยที่เขาขอตัวออกมาห้องน้ำ ข้ออ้างข้างๆคูๆถูกยกขึ้นมาใช้อย่างถ้าขับกลับไปที่หน่วยแล้วปวดระหว่างทางจะแย่เอาเลยขอตัวจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จก่อน  

โอคิตะเดินเข้าห้องน้ำอย่างที่ว่าจริงๆแต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือชายหนุ่มชามูไรที่ยืนพิงกำแพงอยู่ตรงนั้น ปราศจากผู้ติดตามทั้งสอง สังเกตดีแล้วถึงได้รู้ว่าที่ตรงนี้มีแค่พวกเขาเท่านั้น 

"มีอะไรงั้นเหรอโอคิตะคุง"ลูกพี่ว่า ทำตัวน่าเกลียดอย่างแคะขี้มูกเสร็จก็ดีดไปที่อื่น ดวงตาสีโลหิตเดียวกับเขาถูกมองลงมา บาดลึกเหมือนต้องการล่วงรู้คำตอบที่อยู่ในใจ 

"ทำหน้าทำตาเหมือนจะฆ่าฉันเลยน้า"กินโทกิผละตัวเองออกมายืนดีๆ แขนข้างขวาถูกวางไว้คั่นกับกิโมโน 

"ใครมันจะไปฆ่าลูกพี่ล่ะครับ"เขาทำหน้าเป็นเด็กใสชื่อไม่รู้สาแต่เพียงแค่แปบเดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นดวงหน้าจริงจัง"แค่จะถามอะไรสักหน่อย" 

"?" 

"ลูกพี่สนิทกับยัยนั่นมากขนาดไหน?" 

โอคิตะเหล่มองคนที่อยู่ในรถให้รู้ว่า'ยัยนั่น'ที่ว่าเขาหมายถึงใคร ดวงตาเฉกเช่นเดียวมองลงมา เรียวตาคมนั้นแทบจะทะลวงทุกอย่างที่ขวางหน้า ริมฝีปากของชามูไรหัวขาวยกยิ้ม 

"ก็สนิทมากพอที่จะอาบน้ำด้วยกันได้น่ะนะ" 

ไหน ขอจุดไฟสักหน่อยสิ้ 

 ปั๊ก!

"อ่า..โทษทีครับ พอดีมันหลุดมือน่ะ" 

น้ำเสียงโอคิตะเรียบนิ่ง ใบหน้าที่จะแทบฆ่าคนได้ตอนดึงดาบออกจากกำแพงที่เฉียดปลายเส้นผมกินโทกิไปนิดเดียวทำเอาเหงื่อตก คนโตกว่าหัวเราะแห้ง พยายามเลี่ยงออกจากเด็กหนุ่มที่ดูจะจริงจังกับรุ่นน้องตัวเอง 

"ระ เหรอ.. คือคุณกินหมายถึงสนิทมากๆ เอ่อ หมายถึงแบบ..พี่น้อง! ใช่ๆ พี่น้องน่ะ ไม่มีอะไรหรอก เมื่อกี้คุณกินแค่พูดเล่นเฉยๆน่ะโอคิตะคุง ฮ่าๆๆ" 

เวรเอ้ย กลัวเด็กเฉยเลยตรู 

"อ้อเหรอ" 

เด็กหนุ่มว่า เก็บดาบเข้าฝักตัวเอง กินโทกิพอเห็นว่าเริ่มสงบแล้วถึงได้วางมาดจริงจังอีกครั้ง คนตัวใหญ่กว่าเหยียดตัวขึ้น ท่าทีไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่ 

กินโทกิถอนหายใจออกมา ดวงตาสีโลหิตมองไปทางเด็กสาวที่เขาคุ้นเคยดี นัตสึมิกับคางุระ(ที่มาจากไหนไม่รู้)กำลังคุยกันอย่างออกรส ดวงหน้าที่เคยเห็นตั้งแต่เด็กหันมามอง นัตสึมิหันมาสบตากับเขาท่าทางสงสัยจนปิดไม่มิดแต่เขาเลือกที่จะเมินสายตาของเด็กที่อยากรู้อยากเห็นมาสนใจเด็กหนุ่มตรงหน้า 

"สนใจยัยแสบรึไง" 

โอคิตะไม่ได้ตอบอะไรและกินโทกิก็ไม่คิดจะถามอะไรต่อ 

ใบหน้าของหัวหน้าหน่วยที่ 1 บอกชัดตั้งแต่เจอกันครั้งแรก บ่งชี้ตั้งแต่โอคิตะไม่คิดจะตอบโต้นัตสึมิหรือจงใจให้เขารู้? อันนั้นก็ไม่ค่อยแน่ใจ 

"แต่ถ้าคิดจะทำบัดสียัยนั่นล่ะก็ข้ามศพคุณแม่ให้ได้ก่อนละกัน" 

 กินโทกิไม่คิดจะล้อเล่นกับประโยคข้างบน ดวงตาเขาวาววับ ไม่ปกปิดจิตสังหารตัวเองที่แผ่ออกมา

นัตสึมิเป็นน้องเขา 

ไม่ผิดแปลกที่จะหวง ใช่ไหมล่ะ? 

 

 


 

 

 

 

TALK

ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เราเป็นนักเขียนฟิค(กากๆ)คนนึง ไม่ได้เก่งอะไรมากและไม่มีเรื่องไหนสำเร็จสักเรื่อง(เพราะขี้ดอง)แต่มันห้ามใจให้เปิดเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ555555 เรื่องนี้เคยถูกเอามาลงเมื่อนานมาแล้ว ใครจำได้ก็ขอให้รีเซ็ตกันใหม่นะคะ เพราะไม่มีอะไรเหมือนเดิม55555555 

Ps. เรื่องนี้ไม่ใช่แนวใสๆนะคะ อะไรยัดได้ฉันก็จะยัดให้หมดและเนื้อหาบางส่วนค่อนข้างเรท— แค่ก 

Ps2. เราอ้างอิงตามอนิเมะนะคะ แต่จะมีเนื้อหาบางส่วนที่จะถูกดัดแปลงนิดหน่อย อย่างเช่นอายุหรืออะไรทำนองนี้เพราะฉันเป็นคนแต่ง(หัวเราะชั่วร้าย) 

สุดท้ายนี้ ฝากฟิคเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ ใครชอบใครถูกใจอย่าลืมเม้นให้กันนะคะ! ถึงจะขี้ดองไปหน่อย ถึงจะอัพช้าไปบ้าง แต่ก็จะมาต่อแน่นอน! ขอบคุณค่า 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #52 Jitlada_Jakthong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 17:46

    คือชอบอ่ะ555กำลังหาแนวนี้อ่านอยู่

    #52
    0