Heart Beat #ป๋อจ้าน #อี้จ้าน #หวังเซียว ( Yaoi )

ตอนที่ 1 : MHz...I.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    23 ส.ค. 62

I.

.

.

 

ตั้งแต่ได้เจอเขา...ชีวิตผมก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เขาเป็นเหมือนรอยยิ้ม เป็นความสงบสุข เป็นความสดใสในโลกของผม

และผมเองก็ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ เขาเข้ามาเป็น

คนของหัวใจ

 

...............

 

ครั้งแรกที่เจอกับหวังอี้ป๋อ เซียวจ้านไม่แน่ใจนัก เขาจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่แล้ว เพราะเคยร่วมงานกันมาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ที่ทำให้เริ่มสนิทสนมกันก็คงเป็นตอนเริ่มถ่ายซีรีส์ The Untamed...ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเซียวจ้านเจอหวังอี้ป๋อมาก่อนหน้านั้น...

มันเป็นวันธรรมดาๆ ในช่วงเดือนกลางเดือนมีนาคม เซียวจ้านมีเวลาว่างจากงานเลยหยิบอุปกรณ์อย่างหมวกและแว่นตาดำ รวมถึงเสื้อคลุมกันลมตัวใหญ่มาสวม เพราะถึงแม้จะเลยฤดูหนาวมาแล้วแต่อากาศของเดือนมีนาคมก็ยังถือว่าต่ำและมีลมแรง เขาหยิบกล้องตัวโปรดมาห้อยไว้ที่คอ หยิบกระเป๋าเงินและบัตรที่จำเป็นใส่ในกระเป๋าคาดอก ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถสาธารณะ

ในวันหยุดแบบนี้ถ้าเซียวจ้านไม่นอนวาดภาพอยู่ที่ห้อง เขาก็ชอบออกไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ข้างนอก ตามประสาคนอารมณ์ศิลปินและเรียนจบเกี่ยวกับการออกแบบมา เซียวจ้านไม่มีจุดหมายที่แน่นอน เขาเดินทางไปเรื่อยๆ แต่ไม่ไกลจากหอพักเท่าไหร่นัก ลงสถานีหนึ่งก็ยกกล้องถ่ายภาพไปทั่วบริเวณ

เขาชอบมองภาพของผู้คนที่สะท้อนออกมาทางภาพถ่าย ชอบมองทิวทัศน์สวยงามตระกาลตาและเก็บมันไว้เป็นความทรงจำดีๆ

เซียวจ้านลดกล้องที่เก็บภาพแม่น้ำสายยาวลง แสงแดดอ่อนรำไรยามเย็นสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวาว ต้นไม้ใบหญ้าปลิวไสวตามลม

“สวย” เซียวจ้านพึมพำเบาๆ ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ หลับตาลงสูดเอากลิ่นอายบริสุทธิ์เข้าปอดช้าๆ แต่ซึมซับได้ไม่นานเสียงมอเตอร์ไซค์ดังลั่นที่บิดเร่งก็ทำความสงบของเซียวจ้านหายไปทันที ทำเอาพ่อหนุ่มที่หน้าตาอ่อนกว่าอายุจริงถึงกับเบ้ปากที่ถูกขัดอารมณ์สุนทรีย

“ใครมันมาขับรถแถวนี้” เซียวจ้านเก็บกล้อง สวมแว่นตาดำทั้งที่ไม่มีแดดแล้ว เก็บของเดินไปสำรวจทันที เขาด้อมๆ มองๆ อยู่สักพักก็ร้องอ๋อในใจ สนามซ้อมแข่งรถนี่เอง ขอโทษที่บ่นไปเมื่อกี้แล้วกัน เซียวจ้านเลิกคิ้วนิดๆ ก้าวยาวๆ ไปข้างใน เขาเห็นสนามค่อนข้างโล่ง มีผู้คนอยู่แค่ไม่กี่คนที่กำลังวุ่นวายอยู่ และท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น...

 

มอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินคันใหญ่แล่นด้วยความเร็วไปอย่างงดงาม

คล่องแคล่ว มีพลัง ดุจดั่งพยัคฆ์เหินบิน

 

จนเซียวจ้านอดไม่ได้ที่จะถอดแว่นกันแดดออก วางอุปกรณ์ต่างๆ ลงที่พื้นข้างๆ แล้วจากนั้น...ก็ลั่นชัตเตอร์รัวๆ ทันที...เขาอยากเก็บภาพเหล่านี้เอาไว้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน...ขนาดยามรถคันใหญ่นั้นแล่นออกไปไกลแล้วเซียวจ้านยังไม่เอากล้องลงเลย ดวงตาเรียวสวยที่มองผ่านเลนส์เห็นรถสีน้ำเงินคันใหญ่นั้นเวียนกลับมาที่จุดสตาร์ท ก่อนจะถอดหมวกออก...

“เยี่ยมมาก! ทำเวลาได้ดีมากอี้ป๋อ!

“ขอบคุณครับ” มือใหญ่ยื่นไปให้ทีมซัพพอร์ทเพื่อให้อีกฝ่ายช่วยถอดถุงมือหนักให้ก่อนจะยกมือเสยผมขึ้น แล้วก้มมองเวลาบนหน้าจอ ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อยๆ อย่างพอใจกับพัฒนาการของตัวเอง “ใกล้แข่งแล้วผมต้องเต็มที่สักหน่อย”

เซียวจ้านเบิกตาขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าเจ้าของรถคันใหญ่นั้นเป็น...

.

หวังอี้ป๋อ!

.

พ่อหนุ่มหน้าหล่อที่เป็นนักร้องดัง นักแสดงชื่อดัง...

ตอนนี้ยังเป็นนักบิดอีก?

ความสามารถเยอะจริงๆ เลยนะเด็กสมัยนี้

 

เซียวจ้านถอนหายใจเบาๆ ไอ้เขาน่ะเหรอไม่มีทางหรอกที่จะมาขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่แล้วขับเร็วขนาดนี้ ขับจักรยานเซียวจ้านยังขับไม่เป็นเลย ดังนั้นเลยอดนับถือและชื่นชมหวังอี้ป๋อไม่ได้ แล้วดูเหมือนสายตาของเขาจะชัดไปทำให้หวังอี้ป๋อที่กำลังคุยอยู่รู้ตัวว่าถูกจ้องเลยหันมามอง...

 

ดวงตาสองคู่สบกันอย่างเชื่องช้า

ช่วงเวลานั้น...ราวกับโลกถูกหยุดไปชั่วขณะ

 

ตึก..ตัก

 

ตึก..

 

เซียวจ้านเป็นฝ่ายหลุบตาลงต่ำก่อน หัวใจคล้ายกับเต้นถี่ขึ้นมาชั่วครู่หนึ่งจนเขาไม่เข้าใจ ก่อนจะฉีกยิ้มเก้อ แล้วโบกไม้โบกมือให้หวังอี้ป๋อสองสามที เมื่อเห็นหวังอี้ป๋อกำลังขยับริมฝีปากเหมือนจะเอ่ยทัก เซียวจ้านก็เบิกตากว้าง หมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ก้าวยาวๆ แล้วเปลี่ยนมาเป็นวิ่งทันทีโดยไม่พูดไม่จาพูดอะไร

 

บ้าเอ๊ยเซียวจ้าน นายจะวิ่งหนีทำไมเนี่ย!

หวังอี้ป๋อไปทำอะไรให้นาย นายจะไปกลัวเจ้าเด็กนั่นทำบ้าอะไร!

 

เซียวจ้านเอาตัวพิงกำแพง พร้อมหอบหายใจยาวๆ ยกมือกุมหน้าอกด้านซ้ายที่ยังคงเต้นถี่ไม่หยุด...วิ่งมาเลยตื่นเต้นแน่ๆ สงสัยเพราะเขาแก่แล้วด้วย ช่วงที่ซ้อมเต้นบ่อยๆ ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

“เจอกันครั้งหน้าจะทำหน้ายังไงละทีนี้” ทำเรื่องขายหน้าไปแล้วแท้ๆ เลยนะเขาน่ะ แต่ว่า...

เซียวจ้านยกกล้องของตัวเองขึ้นมาดูภาพที่ถ่ายไว้ ก่อนจะยกยิ้มน้อยๆ ดวงตาเป็นประกายวาวสวย “นายนี่เท่จริงๆ เลยนะหวังอี้ป๋อ”

 

....................

 

“เอ่อ...”

“แฮ่ม...คนรู้จักนายเหรอ เมื่อกี้?”

ทีมซัพพอร์ททั้งหลายถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นหวังอี้ป๋อยืนนิ่ง พวกเขาต่างพร้อมใจกันทำตาโต เพราะนี่นับว่าเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่มีคนวิ่งหนีหวังอี้ป๋อ!

ปกติข่าวการซ้อมของหวังอี้ป๋อก็ไม่ค่อยเป็นความลับอยู่แล้ว แต่ช่วงซ้อมหลักกับทีมนั้นจบไปเรียบร้อย แต่หวังอี้ป๋อเขาอยากทำเวลาให้ดีขึ้นเลยมาซ้อมนอกรอบก่อนแข่ง ดังนั้นทางทีมงานเลยประสานกับสนามว่าจองไว้ทั้งวันและขอให้ปิดสนามชั่วคราว  ในสนามเลยปราศจากแฟนคลับ ไม่นึกว่าจะมีหลุดมาหนึ่งคน แถมไม่ใช่แฟนคลับด้วย...เพราะวิ่งหนีไปแล้ว

 

วิ่งฉิวเลยด้วย

 

คนที่ถูกวิ่งหนีเหมือนเห็นผีอย่างหวังอี้ป๋ออึ้งอยู่หลายวินาที เขายกมือเสยผมแล้วถอนหายใจ อยากจะวิ่งตามไปถามอีกฝ่ายจริงๆ ว่าวิ่งหนีกันทำไม เขามันน่ากลัวมากเลยหรือไง...

“รู้จักครับ เขาคือเซียวจ้าน...เกอ” เติมคำสุดท้ายลงไปอย่างไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก เอาจริงๆ หวังอี้ป๋อคิดว่าถ้าไม่มีคนบอก ใครๆ ก็คิดว่ารุ่นพี่คนนั้นอายุเท่าเขาแน่

 

เล่นหน้าเด็ก หน้าใสเสียขนาดนั้น

 

“ไอดอล? นักแสดง? ถูกไหม แล้วนายไปทำอะไรให้เขาละไอ้หนู เขาถึงวิ่งหนีนายไปอย่างนั้น” พี่ๆ ทีมงานหัวเราะกันอย่างครื้นเครง ช่วยถอดชุดป้องกันของหวังอี้ป๋อออก

“ผมไม่เคยทำอะไรเลยครับ” หวังอี้ป๋อรีบบอก “เจอกันไม่บ่อยเท่าไหร่หรอก”

 

แต่หวังอี้ป๋อจำเซียวจ้านได้ติดตา...จำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน

รอยยิ้มนั้น...ดวงตานั้น

 

“จะเชื่อได้ไหมเนี่ย อี้ป๋อของเราร้ายกาจกว่าที่เห็นภายนอกนี่นา”

“นั่นสินะ พ่อหนุ่มคนเมื่อกี้ดูไม่น่าจะทันนาย”

หวังอี้ป๋อได้แต่ทำหน้านิ่ง ก่อนจะยิ้มนิดๆ ไม่ตอบโต้ เอ่ยขอบคุณทุกคนที่มาช่วยซ้อมและสนับสนุนเขาในวันนี้ ก่อนจะเดินไปยังจุดเดียวกับที่เซียวจ้านอยู่เมื่อครู่ แล้วก้มมองข้าวของที่ถูกลืมทิ้งไว้

 

กระเป๋าคาดเอวของผู้ชาย...ข้างในมีโทรศัพท์มือถือ และเงินจำนวนหนึ่ง พร้อมแว่นตากันแดดอีกหนึ่งอัน

 

“ลืมสินะ” หวังอี้ป๋อพึมพำเบาๆ หยิบของเหล่านั้นขึ้นมา ไม่ได้เปิดดูข้างในด้วยซ้ำ มือใหญ่ควงแว่นตากันแดดในมือเล่นช้าๆ ดวงตาคมของเขาหรี่ลงนิดๆ ริมฝีปากจุดรอยยิ้มจางๆ ที่อ่านไม่ออกขึ้นมา

 

ยังไงคนคนนั้นก็ต้องกลับมาเอา

 

หวังอี้ป๋อดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง แล้วเดินไปหาที่นั่งในสนามแข่ง ส่วนคนอื่นๆ เริ่มทยอยกันกลับไปเรียบร้อยแล้ว เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มย้อมเป็นสีดำสนิท ลมเย็นๆ พัดมาต้องผิว แต่หวังอี้ป๋อไม่รู้สึกหนาวเท่าไหร่ เขาเพิ่งออกกำลังกายมาหมาดๆ ดังนั้นรับลมแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน

“น่าจะไม่เกินสามสิบนาที” ถ้าอีกฝ่ายไม่รู้ตัวช้าหรือซื่อบื้อเกินไป...แต่ไม่น่าหรอก ได้ยินมาว่าเซียวจ้านเกอเขาเกิดปี 91 อายุห่างจากหวังอี้ป๋อประมาณหกปีได้

หวังอี้ป๋อหยิบมือถือของตัวเองออกมาเล่นฆ่าเวลา เขาเข้าเว่ยป๋อ เสิร์ชหาไอดีของเซียวจ้าน ก่อนจะกดเลื่อนดูเรื่อยๆ มีงานโฆษณาสินค้า พรีเซ็นเตอร์ บางทีก็เป็นงานละคร และซีรีย์ อดยอมรับไม่ได้ว่าคนอายุมากกว่าเขาความสามารถเยอะจริงๆ บางครั้งก็มีภาพถ่ายสวยๆ ไม่มีแคปชั่นหรือถ้อยคำอะไรยาวๆ ลง ภาพเหล่านั้นทำให้หวังอี้ป๋อหยุดมองอย่างสนใจ

 

เมื่อกี้เขาเห็นเซียวจ้านถือกล้อง...คงจะถ่ายรูปสินะ

 

จากนั้นหวังอี้ป๋อก็เปลี่ยนเป็นเสิร์ชชื่อเซียวจ้านดู เขานั่งอ่านเรื่อยๆ ก็แทบจะรู้ประวัติความเป็นมาของอีกฝ่ายทั้งหมดแล้ว จบมาทางด้านศิลปะ ชอบทำอาหาร ชอบถ่ายรูป ชอบวาดภาพ ชอบแมว...

ยิ่งนักดูไปก็รู้สึกว่าไม่เบื่อ น่าแปลกที่หวังอี้ป๋อดันมาทำอะไรแบบนี้ แต่เขาค้นพบว่าคนที่อายุมากกว่าเขาหกปีคนนั้นมีอะไรให้น่าค้นหาเยอะมากจริงๆ...ปลายนิ้วเรียวกำลังหยุดที่ช่องกดติดตามในเว่ยป๋อ

 

ควรติดตามเลยดีไหม?

 

หรือว่ารอโอกาสเหมาะกว่านี้ก่อน? เพราะยังไงๆ ก็ต้องได้ร่วมงานกันอีกแน่ๆ แว่วจากผู้จัดการว่าซีรีย์ฟอร์มยักษ์ที่กำลังจะฉายก็น่าจะได้ร่วมงานกับเซียวจ้านเกอเขา...

“อยู่ไหนกันแน่! ให้ตายเถอะ ไม่น่าซื่อบื้อเลยเซียวจ้านเอ๊ย!” เสียงบ่นงึมงำอย่างค่อนข้างร้อนใจนั้นทำให้หวังอี้ป๋อเก็บมือถือลงทันที  เขาเห็นร่างใครบางคนวิ่งเข้ามาในสนาม ผิวกายขาวๆ นั้นแดงเรื่อและมีเหงื่อเกาะประปราย ใบหน้าใสยู่ยี่หงุดหงิดไม่พอใจจนเห็นแล้วทั้งขำทั้งรู้สึกเอ็นดู

 

ใช่...เอ็นดูแม้ว่าอีกฝ่ายจะอายุมากกว่าก็ตาม

 

“ถ้าหากไม่เจอคืนนี้ต้องเดินกลับแน่ๆ!” ท่าทางร้อนรนนั้นทำให้หวังอี้ป๋อยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

 

อืม...สามสิบห้านาที ก็ถือว่ารู้สึกตัวช้าไปนิดนึงนะ

 

ขายาวๆ กระโดดลงจากที่นั่ง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกค้านกับอายุที่ได้รู้มา คนอายุยี่สิบเจ็ดที่ไหนจะหน้าอ่อนขนาดนี้ ใสกิ๊งเหมือนหน้าเด็กด้วย เซียวจ้านเกอเขาควรทำรายการเคล็ดลับการดูแลผิวหน้านะ หวังอี้ป๋อรับรองว่าต้องมีคนดูมากแน่ๆ...หนึ่งในนั้นจะมีเขาแน่นอน

“เซียวจ้านเกอ” เสียงทุ้มๆ ที่ทำให้เซียวจ้านสะดุ้ง เพราะในสนามมันไม่มีคนแล้ว เขาต้องพูดกับเจ้าหน้าที่ข้างนอกแทบตายกว่าจะยอมให้เข้ามา พอหันกลับไปมองว่าเป็นใครเซียวจ้านก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“หวังอี้ป๋อ”

“ครับผมเอง เซียวจ้านเกอคงมาเอาของที่ลืมไว้ใช่ไหม?” มือใหญ่ส่งกระเป๋าของเซียวจ้านให้ พอเห็นของที่ตามหาเซียวจ้านก็คลี่ยิ้มกว้างทันที

“นายเก็บไว้ให้เหรอ? ขอบใจนะ” เมื่อกี้เขาวิ่งไปแล้วก็ดันไปเจอพวกเด็กๆ วัยรุ่นมาปั่นจักรยานกันริมแม่น้ำ เซียวจ้านเลยนั่งเก็บภาพไปอีกสักพัก พอจะหาน้ำดื่มเท่านั้นแหละ ก็เพิ่งรู้เลยว่าตัวเองทำกระเป๋าหาย! วิ่งวิ่นหามาตลอดทาง ดีนะนึกได้ว่าน่าจะทิ้งไว้ที่นี่

“ไม่เป็นไรครับ...” หวังอี้ป๋ออยากจะถามว่าวิ่งหนีเขาทำไม แต่พอเห็นดวงตาที่เป็นประกายตอนหาของเจอ กับรอยยิ้มกว้างชวนมองแบบนั้นแล้วเขาก็เลือกที่จะกลืนคำถามกลับไปทันที คาดว่าถ้าถาม...ได้มีคนวิ่งหนีอีกแน่

“ไม่เป็นไรได้ยังไงกัน ถ้านายไม่เก็บไว้ให้ อาจถูกใครไม่รู้เอาไป ขอบคุณจริงๆ นะ” เซียวจ้านยิ้มไม่หยุด ที่จริงก็อยากจะจับมือหวังอี้ป๋อมาเขย่าๆ ขอบคุณอีกสักรอบ แต่พวกเขายังไม่สนิทกันถึงขั้นนั้น “นายมาซ้อมเหรอ?”

“ครับ ใกล้แข่งแล้ว...เซียวจ้านเกอจะกลับยังไงครับ ให้ผมไปส่งไหม?” หวังอี้ป๋ออาสา เขาก็บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้พูดแบบนั้นออกไป แต่เห็นหน้าแบบนี้ เห็นคนตัวขาวเขาเหนื่อยๆ แบบนี้ แล้วคิดว่าไม่ควรให้ลำบากไปมากกว่านี้แล้วละ

“หา?” คนอายุมากกว่าเบิกตานิดหน่อย ก่อนจะยิ้ม “ไม่เอาหรอก ฉันกลับรถเมลก็ได้ บริการขนส่งสาธารณะประเทศเราเป็นเลิศจะตาย รบกวนให้นายช่วยเก็บของไว้ให้ยังจะรบกวนให้นายไปส่งอีกได้ยังไง ฉันเกรงใจ”

หวังอี้ป๋อเอียงหน้าเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าที่แต่เดิมก็ดูดีอยู่แล้วดูดีขึ้นไปอีก พอเขาถอดชุดสำหรับแข่งรถออกมาเป็นชุดธรรมดาๆ ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กันเลยทีเดียว เซียวจ้านต้องสะกดใจตัวเองที่อยากยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปลงไปตั้งหลายรอบ

 

ดูดีเกินไปก็ไม่ดีนะหวังอี้ป๋อ

 

“ให้ผมไปส่งเซียวจ้านเกอดีกว่าครับ ผมเองก็ไม่ได้ลำบากอะไร ไหนๆ เราสองคนก็รู้จักกันในระดับหนึ่งแล้ว...หรือว่าเซียวจ้านเกอรังเกียจผม?”

“หืม? ใครจะไปรังเกียจนาย ฉันแค่เกรงใจต่างหาก แต่เอาเถอะ ถ้านายยืนยันอย่างนั้น” เซียวจ้านเองก็ไม่ได้เล่นตัว เขาไม่ได้รังเกียจอะไร จะมีใครกล้ารังเกียจเด็กหน้าตาดีที่ดูจะนิสัยดีมากคนนี้ลงคอกัน แต่เขาเกรงใจมากจริงๆ อายุก็มากกว่า ยังไปขอให้น้องมันช่วยอีก

“ถ้าอย่างนั้นมาทางนี้ครับ แต่ผมขับมอเตอร์ไซค์มานะ” หวังอี้ป๋อยิ้มเมื่อได้ดั่งใจ ก่อนจะเดินนำไปด้านหลัง พอเห็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีน้ำเงินนั้นเซียวจ้านก็เบิกตากว้าง ก่อนจะหันไปหาเจ้าของ

“ใช่คันที่นายขับในสนามใช่ไหม?”

“ครับ รุ่น YZF-R3 น่ะ”

“ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้หรอก แต่มันเท่ดี เมื่อกี้นายก็เท่มากด้วย! ขอถ่ายรูปได้ไหม?”

หวังอี้ป๋อมองคนที่กำลังตาวาว ตื่นเต้นเวียนไปเวียนมารอบๆ มอเตอร์ไซค์ของเขาแล้วก็ยิ้ม คิดว่าถ้าตัวเองกล้าปฏิเสธคำขอนั้นเขาจะชั่วร้ายมาก เลยพยักหน้า เท่านั้นแหละเซียวจ้านก็รัวกล้องทันทีเลย กดถ่ายทุกมุมจนพอใจแล้วนั่นแหละถึงได้พอ

“เซียวจ้านเกอบอกทางให้ผมด้วยนะครับ อันนี้หมวกสวมไว้ก่อน” หวังอี้ป๋อส่งหมวกให้เซียวจ้าน แต่คนอีกคนกลับไม่รับ ดวงตาเรียวสวยนั้นมองไปรอบๆ ก่อนจะหรี่ตาลง

“มีหมวกใบเดียว นายเป็นคนขับนายสวมไว้ดีกว่า”

“แต่กลางคืนมันลมแรง” หวังอี้ป๋อขับรถจนชำนาญแล้ว เขาสวมหมวกกันน็อคเพื่อความปลอดภัย แต่ไม่สวมก็ไม่เป็นปัญหา จะค้านก็เห็นดวงตาของเซียวจ้านมองมาอย่างจริงจัง คล้ายจะดุอยู่ในที

“หวังอี้ป๋อ ถ้านายให้ฉันสวมหมวกกันน็อค ฉันจะเดินไปขึ้นรถกลับเองนะ”

“ทราบแล้วครับ” หวังอี้ป๋อเอาหมวกกันน็อคกลับมาสวมด้วยรอยยิ้มบาง...เอาเป็นว่าเขากลัวคำขู่นั่นแล้วกัน แต่รู้ว่าคนอายุมากกว่าเขาเป็นห่วง

 

มีมุมที่จริงจังและดุด้วยสินะ

ก็อายุมากกว่าตั้งหกปีนี่นา

 

พอเห็นคนอายุน้อยกว่าเชื่อฟัง เซียวจ้านก็พยักหน้าพอใจ ตวัดขาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของหวังอี้ป๋อทันที เพราะเป็นรถสำหรับใช้แข่งคนเดียว มันเลยค่อนข้างแคบนิดหน่อย แต่เซียวจ้านก็ไม่ใช่คนตัวหนาเท่าไหร่เลยไม่มีปัญหา เขาเอามือจับข้างๆ ไว้กันตก ดูจากความเร็วในการขับรถในสนามเซียวจ้านไม่คิดว่าหวังอี้ป๋อจะขับรถแบบคนปกติได้

“สวมแว่นกันแดดไว้ครับ มันช่วยกันลมได้” หวังอี้ป๋อบอก บิดเครื่องเบาๆ “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่ขับเร็ว” เขาเอ่ยคล้ายจะรู้ ทำให้เซียวจ้านที่นั่งอยู่ข้างหลังแอบเบ้ปากเล็กน้อยกับความรู้มากนั้น

จากนั้นหวังอี้ป๋อก็ขับรถไปตามทางที่เซียวจ้านบอก เพราะแรงลมทำให้ใบหน้าขาวๆ นั่นยื่นมาใกล้เพื่อที่จะบอกได้ชัด กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่แม้จะมีหมวกกันน็อคขวางอยู่ก็กลับได้กลิ่นชัด ทำให้หวังอี้ป๋อรู้สึกว่า...อยากให้เส้นทางมันทอดยาวขึ้นไปอีกสักหน่อย แต่ว่าดันใช้เวลาไม่นานก็ถึงบ้านของเซียวจ้าน

เซียวจ้านลงจากรถแล้วก็เรียบร้อยก็หันไปยิ้มขอบคุณหวังอี้ป๋อ “ขอบคุณมากนะ ถ้าไม่ได้นายละแย่แน่ๆ”

“บ้านของเซียวจ้านเกอเหรอครับ?” หวังอี้ป๋อถอดหมวกกันน็อคออก มองบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่มากที่ตกแต่งได้อย่างน่าอยู่ แม้จะเป็นเวลาค่ำก็รู้สึกได้

“อื้อ ซื้อไว้นานแล้วแหละ ช่วงเวลาที่มีงานซีรีย์หรือถ่ายละคร จะให้ไปกลับหอพักที่ค่ายก็เกรงใจผู้จัดการ เลยซื้อไว้ดีกว่า”

“อ้อ...สวยดีครับ” หวังอี้ป๋อพยักหน้า

เซียวจ้านมองใบหน้าหล่อเหลานั้นช้าๆ กล่าวขอบคุณอีกรอบ “ขอบคุณนายอีกครั้งนะ เอ่อ...ถ้ามีอะไรที่นายอยากให้ฉันช่วยหรือตอบแทนก็บอกได้เลย” เขายินดีช่วยเต็มที่นะ ในเมื่อน้องมันนิสัยดีขนาดนี้

“ได้ทุกอย่างจริงๆ เหรอครับ?” หวังอี้ป๋อถามขึ้นมาหนึ่งประโยค ทำเอาเซียวจ้านชะงัก เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันทันที พอจะเอ่ยปากต่อว่าอย่าขอให้ช่วยอะไรแปลกๆ หวังอี้ป๋อก็ชิงยิ้มหล่อมตัดหน้าเสียก่อน “ผมขอแค่...ภาพที่เซียวจ้านเกอถ่ายวันนี้ทั้งหมดได้ไหมครับ แต่ถ้ามากเกินไปขอแค่ภาพของผมก็ได้”

“เอ่อ...” เซียวจ้านถึงขั้นไปไม่ถูกทันทีเมื่อได้ยินคำขอนั้น ที่จริงนอกจากพวกภาพเลนสเคป ภาพโพรเทส หรือพวกสตรีทที่เขาถ่ายไปไม่เท่าไหร่แล้ว ภาพของหวังอี้ป๋อนี่แหละที่น่าจะเยอะสุด อีกอย่างเซียวจ้านถ่ายภาพโดยไม่ขออนุญาตนายแบบ ถ้าพูดถึงเรื่องลิขสิทธิ์เขาก็ผิด... “ได้อยู่แล้ว ให้นายทุกภาพก็ได้ จะเอาเป็นไฟล์ภาพ หรือแบบล้างแล้วก็บอกมาได้เลย แต่มันจะไม่น้อยไปเหรอ”

“ไม่น้อยไปหรอกครับ ผมเรียกร้องเท่านี้เองนี่นา เอาแบบล้างแล้วดีกว่าครับ ไว้ครั้งหน้าที่เจอกันเซียวจ้านเกอค่อยให้ผมก็ได้”

“อื้อ ได้สิ!

“ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับ”

“ได้ๆ กลับดีๆ นะหวังอี้ป๋อ อย่าขับรถเร็วเกินไปละ” เซียวจ้านโบกมือให้ ยิ้มกว้างขอบคุณไปอีกรอบ แต่หวังอี้ป๋อก็ยังไม่ได้ขยับไปไหน เซียวจ้านที่ค้นหากุญแจในกระเป๋ารู้สึกได้ว่ามีสายตาจ้องอยู่พอมองก็สบกับดวงตาคมที่ทอดมองมายิ้มๆ ทำเอาเขาเลิกคิ้ว ก่อนจะชั่งใจนิดๆ แล้วหันไปหาหวังอี้ป๋อ ก่อนจะเอ่ยออกมาหนึ่งประโยค

“เข้ามาข้างในไหม? ฉันจะทำมื้อค่ำตอบแทนนายสักมื้อ...แล้วก็ นายอยู่รอภาพเลยก็ได้ ในบ้านมีเครื่องปริ๊นซ์รูป”

ไม่รู้ว่าคำถามประโยคนี้มันพิเศษตรงไหน แต่พอถามออกไปเซียวจ้านเห็นใบหน้าหล่อๆ ของหวังอี้ป๋อคลี่ยิ้มกว้างออกมา ดวงตาคมของเขาเป็นประกายเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นถูกใจจนทำให้เซียวจ้านต้องยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว

“ด้วยความยินดีครับ...รบกวนด้วยนะครับเซียวจ้านเกอ”

 

นั่น...เป็นครั้งแรก

และมันก็...ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

 

จังหวะของหัวใจ...เริ่มเปลี่ยนแปลงไป


................................


ใครมูฟออนได้...คุณคือผู้กล้าที่แท้จริงค่ะ ขอคาราวะด้วยเทียนจื่อเซียวเลย ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #47 เด็กติดนิยาย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 16:11

    moveไม่ไก้เหมือนกันจ้า

    #47
    0
  2. #6 pk2087 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 01:00

    เนื้อเรื่องแบบนี้น่ารักมากเลย
    #6
    0
  3. #3 สีสันในเดือนหนาว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 15:57
    น่ารักมากเลยยยย
    #3
    0
  4. #2 puipuinoon412 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 00:14
    เราเองงงมูฟออนไม่ได้เลยยยยย
    #2
    0