กีตาร์ไม้เก่าๆกับความเหงาในหัวใจ... - กีตาร์ไม้เก่าๆกับความเหงาในหัวใจ... นิยาย กีตาร์ไม้เก่าๆกับความเหงาในหัวใจ... : Dek-D.com - Writer

กีตาร์ไม้เก่าๆกับความเหงาในหัวใจ...

โดย mamamomame

เป็นเรื่องราวที่ผมแต่งขึ้นเองอีกเรื่องหนึ่งครับ ตัวละครในเรื่องจะมาจากชื่อเพื่อนๆของผมเองครับ อ่านแล้วอย่าลืมติชมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ผู้เข้าชมรวม

332

ผู้เข้าชมเดือนนี้

1

ผู้เข้าชมรวม


332

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 พ.ย. 51 / 08:30 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ

               

                ท่ามกลางเหล่านักเรียนม.ปลายที่กำลังตะโกนโหวกเหวกนั้น  บัดนี้ได้มีเสียงของกีตาร์ตัวหนึ่งได้ขับขานอย่างพลิ้วไหว

    เฮ๊ย! ใหญ่แกไม่อ่านหนังสือเหรอ  ใกล้สอบแล้วนะโว๊ยเสียงของแฟร์หนุ่มอารมณ์ดีประจำห้องดังขึ้นดังขึ้น

    คร้าบบบ   พ่อ  เดี๋ยวลูกจะอ่านครับ  ขอเวลาผ่อนคลายอารมณ์แป๊บนึง  เสียงใหญ่ตอบไปอย่างอารมณ์ดี  ส่วนมือก็ดีดกีตาร์อย่างเมามัน

    เฮ้ย! อาจารย์มาเสียงใครสักคนหนึ่งดังมาจากหน้าห้อง

    พรึบ!!!

    ภายในเวลาไม่กี่วินาทีทั้งห้องก็ตกอยู่ในอาการเรียบร้อยราวกับว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

    เอาล่ะค่ะนักเรียน  วันนี้เราก็จะมาต่อกันที่เรื่อง…”  ภายในเวลาไม่ถึง  ห้านาทีคนทั้งห้องก็เกิดอาการง่วงหงาวหาวนอนกันเป็นว่าเล่น  โดยที่อาจารย์ก็ได้แต่พูดต่อไปอย่างเมามันโดยไม่สนใจเหล่านักเรียนที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะเลย

     

    ตอนพักเที่ยง

     

    เฮ้ย!  ใหญ่ กินข้าวโว๊ยเสียงชีพดังมาจากหน้าห้อง

    เออๆ  ไปเถอะๆ  เดี๋ยวรอตาลแป๊บ  ตาลไปรึยัง  ประโยคสุดท้ายใหญ่หันไปถามเพื่อนสาวที่คบกันมาตั้งแต่ชั้นประถม  และเป็นคนๆเดียวที่ทำให้ใหญ่ตัดสินใจมาเรียนต่อที่นี่

    ใหญ่ไปเถอะนะ  เผอญตาลนัดโชไว้นะ  ตาลพูดเสร็จก็เดินออกไปจากห้องทันที  โดยไม่ทันเห็นแววตาที่น้อยใจของใหญ่เลย

     

    โช…”  ใหญ่พึมพำแล้วได้แต่ถอนหายใจ  เขารู้เพียงแค่โชพยายามจีบตาลอยู่แต่บางสิ่งบางอย่างของโชก็ทำให้เขาไม่ไว้ใจโชเลย  แต่เขาก็ไม่รู้ทำไมทั้งที่เขาควรจะดีใจ  ดีใจที่เห็นเพื่อนมีความสุข  แต่ทุกๆครั้งที่เขาเห็นโชกับตาลอยู่ใกล้กันเขากับรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ มันทั้งเศร้าและเหงาอย่างบอกไม่ถูก...

               

    แต่จนแล้วจนรอดตลอดบ่ายวันนั้นใหญ่ก็ไม่เห็นตาลขึ้นไปที่ห้องเรียนอีกเลย  มันทำให้เขาเริ่มรู้สึกกระวนกระวายจนเขาแทบจะออกไปตามอยู่หลายครั้ง  ยิ่งพอถึงเวลาเลิกเรียนเขาแทบจะพุ่งออกนอกประตูโรงเรียนทันทีที่ออดดัง  เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เป็นห่วงตาลนัก

    บางทีตาลอาจจะไม่สบายก็เลยกลับบ้านไปก่อนก็ได้  เมื่อคิดได้ดังนี้แล้วใหญ่ก็รีบมุ่งหน้าไปบ้านตาลทันทีเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน  ในมือก็ถือกีตาร์ตัวเก่งไปด้วย

    ช่วยด้วยยยย

    ในระหว่างทางนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วย  ใช่แล้ว! เสียงตาลนั่นเอง! แต่ตาลอยู่ใหนล่ะพอใหญ่มองไปทางด้านซ้ายก็พบกลุ่มวัยรุ่นประมาณสองสามคนกำลังฉุดกระชากลากตาลไปยังเรือนเพาะชำ  โดยไม่รอช้าใหญ่รีบวิ่งไปทันที  โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใช้กีตาร์ในมือนั่นเหละฟาดใส่ไอ้คนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างเต็มแรง!

    ผลั๊ว!!!    ด้วยแรงที่ฟาดลงไปยังผลให้กีตาร์หักทันที  ส่วนไอ้คนที่โดนตอนนี้เซแซ่ดๆ  ใหญ่ไม่รอช้าปล่อยฮุคขวาเข้าหน้าของอีกคนทันที!

    ผลั่ก!!!   ด้วยแรงที่ออกหมัดไปยังผลให้คนที่โดนล้มลงทันที

    ผลั๊ว!   หมัดของอีกคนที่เหลือซัดเข้ามาเต็มๆหน้าใหญ่เล่นเอาใหญ่ถึงกับมึนตึ๊บ โอ้..ดาวจ๋า

    ปรี๊ดดดดดดดดดด!!!!  ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายไปกว่านี้เสียงนกหวีดของอาจารย์ดังขึ้น( ตามประสานิยายน้ำเน่าที่อาจารย์หรือตำรวจมักจะมาตอนจบเสมอ )  ทำให้เจ้าพวกนั้นรีบล่าถอยไปโดยดีแต่ไม่วายส่งคำสุดฮิตมาให้อีก 

    ฝากไว้ก่อนเถอะ ฮั่นแน้~~

    ตาลไม่เป็นไรใช่มั๊ย ?” ทันทีที่เจ้าพวกนั้นไปแล้วใหญ่ก็ถลาไปถามคนที่ยืนสะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ

    ฮือไม่เป็น ฮึก.. ไร  พูดได้แค่นี้ตาลก็โผเข้าไปกอดใหญ่เต็มแรง  ยังผลให้คนถูกกอดทำหน้าแย่ยิ่งกว่าโดนหมัดเมื่อกี้หลายเท่านัก

    โอ๊ย!!!” 

    ใหญ่ร้องลั่นบ้านเมื่อตาลแกล้งใช้นิ้วมาจิ้มที่แผล

    แหม  ทีตอนที่โดนชกไม่ร้องชักแอะตาลว่าพลางเอาสำลีชุบยามาทาให้อย่างเบามือพลางแอบลอบมองใบหน้าคมคายนั่นแต่จู่ๆก็รู้สึกใจเต้นผิดจังหวะพร้อมกันหน้าแดงขึ้นมาอย่างกระทันหันเมื่อคิดถึงตอนที่เขามาช่วยเธอ

    แล้วเธอไปทำอีท่าไหนล่ะ  มันถึงเล่นงานเอาได้ใหญ่หันมาถามยังผลให้คนแอบมองสะดุ้งก่อนรีบก้มหน้าตอบอ้อมแอ้มเพราะตอนนี้เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าตัวเองหน้าแดงขนาดไหน

    ก็ตอนแรกโชเขาก็พาไปเที่ยว  แล้วเขาก็พาพวกนี้มา  เล่าถึงตรงนี้ตาลก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อีกรอบ ยังผลให้ใหญ่รีบลุกมาโอ๋ทันทีพลางโทษตัวเองโทษฐานที่ถามอะไรไม่คิด

    โอ๋ๆพอๆ  ฉันพอจะเดาออกแล้วอย่าร้องนะอย่าร้อง  ใหญ่รีบเข้าไปโอบตาลไว้พร้อมกับลูบหลังทันทีเพราะเห็นว่าตาลเริ่มร้องไห้อีกครั้ง

    เอ่อใหญ่  ฉันเสียใจด้วยนะ  เรื่องกีตาร์น่ะ  ตาลมองไปยังซากของกีตาร์ที่แทบจะไม่เหลือเค้าโครงกีตาร์เลยสักน้อยนิดก้มหน้างุดขณะที่พูดเพราะตังเองเริ่มจะหน้าแดงอีกครั้ง

    ไม่เป็นไรหรอก  มันก็เก่าแล้วนะอีกหน่อยก็คงซื้อใหม่อยู่ดี  ไปนะ  ใหญ่หันมากล่าวลาเมื่อเห็นว่าสมควรแล้วทั้งๆที่เขาไม่อยากปล่อยมือที่โอบตาลไว้เลยพร้อมกับหอบซากกีตาร์ไปด้วย

                ทันทีที่ใหญ่ออกบ้านไปตาลก็ได้แต่ถอนหายใจ  ทำไมจะไม่เป็นไรล่ะใหญ่  เรารู้  ตั้งแต่คบกันมาว่านายรักกีตาร์ของนายอันนี้มากแค่ไหน  เรายังจำได้ถึงวันนั้นวันที่นายวิ่งมาบอกว่า  ดูสิตาล  กีตาร์ตัวนี้เราเก็บเงินซื้อเองเลยนา  ต่อไปนี้เราจะเล่นให้ตาลได้ฟังทุกวันเลยดีไหมล่ะนี่ๆดูสิตรงนี้มันเป็น..

    หือ? 

    ตาลหยุดความคิดของตนลงเพียงแค่นั้นเพราะสายตาเหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง   ของใหญ่  ตาลคิดแล้วหยิบออกมาเปิดอ่าน  นายคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมหุหุ

     

    “…เฮ้อ!!!  ฉันไม่รู้ว่าฉันตัดสินใจย้ายโรงเรียนตามเธอมาทำไมกันนะ   จนทุกวันนี้ยังหาเหตุผลไม่ได้เลย   อาจจะเป็นเพราะว่าอากาศแจ่มใส ก็ไม่ใช่  น้ำมันรดราคา เอ๊ะก็ปล่าว  หรืออะไรก็แล้วแต่  แต่ที่สำคัญที่สุดคือเวลาที่ได้อยู่ใกล้เธอแล้วฉันมีความสุข  เหมือนโลกทั้งโลกสว่างสดใส  แต่เธอรู้มั๊ย?  เวลาที่ฉันเห็นเธออยู่กับคนอื่นฉันรู้สึกเจ็บแปลบๆที่หัวใจ  ไม่รู้ว่ามันคืออะไร  แต่ในทางกลับกันถ้าเวลาที่มีเธออยู่กับฉันนั้น  ฉันรู้สึกสุขใจอย่างน่าประหลาด  เหมือนโลกทั้งโลกมันสดใสมีชีวิตชีวา  มันทำให้ฉันลืมความทุกข์ต่างๆได้  แปลกใหมล่ะ ฉันก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันเป็นนี่เขาเรียกว่าอะไร แต่ที่แน่ๆฉันรู้สึกดีกับมัน  และนับวันความรู้สึกนี้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ  ฉันจึงได้ตัดสินใจที่จะข่มความรู้สึกนี้ไว้  แต่เธอรู้อะไรไหมว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่จะซ่อนความรู้สึกนี้ไว้  ภายใต้คำว่าเพื่อน…”

     

    หลังจากที่ตาลอ่านมาถึงตรงนี้จู่ๆน้ำตาก็ค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

     

    ไม่หรอกใหญ่ ไม่ใช่นายคนเดียวที่ทำหรอก นายรู้มั๊ยว่าฉันก็ทุกข์ทรมานขนาดไหนที่ต้องเก็บมันไว้เหมือนกัน...

     

     

                หลังเลิกเรียนตาลได้พยายามค้นหาใหญ่ไปทั่วโรงเรียนแต่ก็ไม่มีใครบอกว่าพบเลยทำให้ตาลร้นใจมาก

    ไปไหนของนายนะ...ตาลค่อยทรุดนั่งลงตรงม้าหินอ่อนพลางมองไปรอบๆกายแต่ก็ไม่มีแม้เงาของใหญ่เลย

    เฮ้อ...ตาลถอนหายใจและคิดทบทวนถึงที่ต่างๆที่ใหญ่น่าจะไป

    โรงยิมก็ไม่มี ห้องสมุดก็ไม่เห็น ห้องดนตรีก็ไม่เจอ เฮ้อๆๆ... คราวนี้ตาลถอนหายใจออกมายาวเหยียด แต่แล้วก็คิดขึ้นได้ว่ายังมีอีกสถานที่หนึ่งที่เธอยังไม่ได้ไป...

     

    หึๆนายเสร็จฉันแน่นายใหญ่เอ๋ย ตาลพูดตาเป็นประกายเพราะมั่นใจว่าเขาอยู่ตรงนั้นแน่นอน พันเปอร์เซนต์เอาหัวใจเป็นเดิมพันเลยเอ้า

     

     

    ในที่สุดตาลก็เจอเขากำลังก้มๆเงยๆอยู่จุดที่เกิดเหตุเมื่อวานทำท่าเหมือนค้นหาอะไรสักอย่าง

    หานี่อยู่เหรอตาลพูดพร้อมกับยื่นสมุดบันทึกไปตรงหน้าใหญ่  ใหญ่หันมาพอเห็นเป็นสมุดบันทึกของตัวเองก็ยิ้มกว้างสุดๆ  ยิ้มแบบที่ทำให้คนมองแทบจะเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้นเลย  อ๊ากกกกว่าที่แฟนใครเนี่ยยิ้มได้น่ารักน่ากอดที่สุดเลย  แต่เพราะแทบไม่มีแรงตาลจึงได้แค่หน้าแดงเท่านั้นเอง

    ใช่  ตาลเจอมันที่ไหนเหรอ?”  ใหญ่ลุกขึ้นมาทำท่าว่าดีใจสุดๆที่ได้เจอมัน

    ก็เมื่อวานใหญ่ลืมไว้ที่บ้านเราน่ะ  ตาลเริ่มหน้าแดงอีกครั้งเมื่อนึกถึงข้อความในสมุดบันทึก

    หืม?  ตาลเป็นไข้รึเปล่าทำไมหน้าแดงขนาดนั้น  ใหญ่ถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นหน้าตาลแดงๆพลางเอามือมาอังที่หน้าผากเพื่อวัดไข้  แต่กลับทำให้ตาลหน้าแดงมากขึ้นไปอีก 

     

    อ๊ากกกวันนี้นายอย่าทำตัวน่ารักอย่างนี้ได้ไหม คนยิ่งกำลังคิดไม่ซื่ออยู่ด้วย

     

    คือใหญ่มีอะไรจะบอกเรามั๊ย  เกี่ยวกับข้อความในสมุดบันทึกน่ะ  ตาลถามออกไปอย่างเขินๆพร้อมกับหน้าที่แดงยิ่งกว่าลูกตำลึงสุก

    นี่นี่แปลว่าตาล  ตาลอ่านหมดแล้วหรือ?”  ใหญ่เองก็ทำหน้าเหวอไปพอรู้ว่าตาลรู้ความลับที่ตนปิดบังมาตลอดแล้วก็ออกอาการหน้าแดงๆ

    อื้ม  ยิ่งเห็นตาลพยักหน้าใหญ่ก็ยิ่งหน้าแดง  หูอื้อ  ร่างกายเหมือนจะไร้เรี่ยวแรง

    เอ่อคือ…”

    เร็วสิ  เรารอฟังอยู่  ยิ่งเห็นใหญ่อายหูแดงแก้มแดง  ตาลก็ยิ่งแกล้ง 

    คือเราชอบตาล  พูดแล้วใหญ่ก็ก้มหน้างุด  เพื่อซ่อนอาย หัวใจเต้นโครมๆ

     

    ตายไอ้ใหญ่ตายแล้วนี่จะเป็นโรคหัวใจรึเปล่าล่ะเนี่ย

     

    หาว่าอะไรนะ  แม้ว่าจะได้ยินแล้วแต่ก็ยังอยากแกล้ง  ยิ่งใหญ่อายหูแดงหน้าแดงยิ่งดูยิ่งน่าแกล้ง โทษฐานที่ไม่ยอมบอกรักเธอซะแต่แรก   ตอนนี้ต้องเอาให้คุ้ม

    เราชอบตาล!!!!!”  คราวนี้คนที่ควรจะอายกลับกลายเป็นตาลแทนเพราะใหญ่เล่นตะโกนออกมาชะดังลั่น  เล่นเอาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่อมยิ้มกันเป็นทิวแถว

                ทั้งเขาและตาลไม่รู้ว่าความรักของพวกเขาจะยืนนานแค่ไหน อนาคตไม่มีใครที่ล่วงรู้ได้  แต่สิ่งที่ทั้งคู่รู้คือทั้งสองจะใช้หัวใจร่วมสร้างความรักด้วยกัน  ทำให้ดีที่สุดเพื่อที่ในวันข้างหน้าทั้งสองจะได้ไม่คิดเสียใจที่ยังไม่ได้ทำมัน...

    เป้าหมายของชีวิตก็เปรียบเสมือนปลายทาง   การศึกษาก็เหมือนกับถนนที่เราต้องเดิน    ส่วนความรักก็เปรียบเสมือนจักรยาน    เพราะถ้าไม่มีจักรยานเราก็จะต้องเหนื่อย  ที่จะต้องเดินไปบนถนนอันห่างไกลนั้น   แต่ถ้ามีจักรยานแต่ไม่มีถนนก็ไม่มีความหมาย

     

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    คำนิยม Top

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    คำนิยมล่าสุด

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    ความคิดเห็น

    ×