คัดลอกลิงก์เเล้ว

One Piece Oc ตอนสั้นจากแบบร่าง // ตอน สงครามมารีนฟอร์ดกับการปรากฏตัวของคนที่ไม่คาดคิด//อัพเพิ่มเติม100%

โดย Jackrice

การตายของหมัดอัคคีสร้างชัยชนะให้กับกองทัพเรือพร้อมกับหมาแดงที่กำลังจะฆ่าลูกชายของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ในขณะเดียวกันก็ได้ปรากฏร่างของชายคนนึงที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

ยอดวิวรวม

379

ยอดวิวเดือนนี้

60

ยอดวิวรวม


379

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


29
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ก.ค. 63 / 19:09 น.
นิยาย One Piece Oc ͹鹨ҡẺҧ // ͹ ʧչ촡ѺûҡǢͧҴԴ//Ѿ100% One Piece Oc ตอนสั้นจากแบบร่าง // ตอน สงครามมารีนฟอร์ดกับการปรากฏตัวของคนที่ไม่คาดคิด//อัพเพิ่มเติม100% | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
อ่า...เรื่องนี้เป็นเนื้อหาบางส่วนของตัวละครออริของเราเอง ข้อมูลตัวละครสามารถไปอ่านได้ในส่วนของของนิยายของเราชื่อ ตัวละครOCที่คิดไว้แต่ยังไม่เอามาแต่ง ได้เลยเพราะเรื่องนี้จะเฉลยข้อมูลหลาย ๆ ส่วนของตัวออริ

จริง ๆ ก็ว่าจะแต่งอยู่แต่กำลังคิดพล็อต

อ้อเรื่องนี้สปอยภาคมารีนฟอร์ดเต็ม ๆ ถ้ายังไม่เคยไปดูหรืออ่านปิดไปก่อนได้เลย(กรณีคนพึ่งตามวันพีชหรือไม่เคยดูนะเดี๋ยวจะไม่เข้าใจเอา)

นิยายเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องวันพีช และเหตุการณ์กับตัวละครบางตัวเป็นส่วนที่สมมุติขึ้นมาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักแต่อย่างใด

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ก.ค. 63 / 19:09


ณ ศึกที่มารีนฟอร์ด

 

เหตุการณ์กำลังชุลมุนและวุ่นวายอย่างมากรวมไปถึงเหตุการณ์การปะทะของเอสและอาคาอินุที่พึ่งจะระเบิดพลังจนเกิดความเสียหายขนาดใหญ่ไป

 

“แก..ลูกชายดราก้อนตายสะ!!”

 

เมื่อพูดจบก็ทำการพุ่งเข้าใส่ลูฟี่หวังฆ่าให้ตายในคราวเดียว ในขณะเดียวกันก็มีร่างหนึ่งพุ่งมารับการโจมตีนั้นไว้

 

“ลูฟี่!”

 

“อะ...เอส!!”

 

ลูฟี่มองไปยังร่างของเอสที่เอาตัวมาบังเขาเอาไว้จากหมัดของอาคาอุนิ พร้อม ๆ กับรับร่างที่โถมลงมาบนตัวเขา

 

“เอสล้มไปแล้ว!” มัลโก้พูดขึ้นมาอย่างตกใจ

 

“หยุดอาคอินุไว้ไห้ได้!!”

 

“ดูเหมือนจะยังหายใจนะ” อาคาอินุพูดขึ้นและง้างหมัดหมายจะต่อยซ้ำ

 

“ฉันจะไม่ปล่อยให้แกทำแบบนั้นอีกแน่!!” จินเบวิ่งเข้ามารับการโจมตีนั้นและตามมาด้วยมัลโก้กับวิสต้าที่เข้ามาเสริม

 

“ขอโทษนะ...ลูฟี่” เอสพูดพลางพร้อมกับลมหายใจที่โรยริน

 

“น...นาย บาดเจ็บ นายต้องรักษ--”

 

“ขอโทษนะที่ฉันทำให้นายช่วยฉันไม่ได้…ยกโทษให้ฉันด้วยนะ!” เอส

 

“นายพูดบ้าอะไรอยู่น่ะ!!”

 

“นี่พวกนาย..ใครก็ได้มาช่วยรักษาเอสที”

 

“ฉันมาแล้ว” ใครคนที่ดูเหมือนจะเป็นหมอวิ่งตรงมาทางพวกเขา

 

“ไม่มีประโยชน์หรอก แค่ก ๆ – ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเวลาของฉันใกล้จะหมดแล้ว... อวัยวะภายในถูกเผาหมดแบบนั้นถ้ารักษาได้คงต้องเป็นพระเจ้าแล้วล่ะ แค่ก ๆ -” เอสพูดอย่างเหนื่อยอ่อน

 

“ฟังฉันที...” เอส

 

“นายจะพูดอะไรน่ะ เอส... นายกำลังจะตายเหรอ... ไม่! สัญญากันแล่วนิ่! นายเคยบอกไม่ใช่เหรอว่านายจะไม่ตายไม่ใช่เหรอ!!” ลูฟี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ

 

“ใช่...นายก็รู้ว่าถ้าไม่เคยเกิดเรื่องที่ซาโบ้ต้องตาย...ถ้าไม่มีน้องชายอย่างนายฉันก็คงไม่คิดที่จะมีชีวิตอยู่...” เอสค่อยๆพยายามพูดออกมา

 

“ไม่มีใครต้องการให้ฉันมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ เพราะเป็นลูกของราชาโจรสลัดนั่นแท้ ๆ...”

 

“…ฝากบอกลาดาดันด้วยนะ... ฉันคงมีเรื่องผิดหวังอย่างเดียวในชีวิต คือการที่ฉันไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นความฝันของนายเป็นจริง...แต่ฉันรู้ว่านายต้องทำได้แน่ น้องชายของฉัน... พ่อ!!!พวกนายทุกคน!!! และ...ลูฟี่...ถึงแม้ชีวิตของฉันจะไม่มีดีอะไรดีเลย แต่ แค่ก ๆ - พวกนายทุกคนก็ยังรักฉัน ขอบคุณมากจริง ๆ” เอสพูดพลางน้ำตารินไหล

 

ตุบ!

 

ลูฟี่ก้มมองลงไปยังเอสและวีเบิลการ์ด ที่ค่อย ๆ ไหม้จนกลายเป็นฝุ่นผงและหายไป

 

“เอส!!!!”

 

“หมวกฟางบอย!!” อีวานคอฟ

 

“ถึงตาแกแล้วหมวกฟาง!!!” อาคาอินุพุ่งตัวมาพร้อมกับแม็กม่าหมายจะฆ่าลูฟี่แต่ก็ได้มัลโก้มาหยุดไว้

 

ในขณะนั้นก็มีใครบางคนก้าวเข้ามาในสนามรบ

 

“นี่..แก” อาคาอินุพูดออกมาพร้อมกับสายตาของทุกคนในมารีนฟอร์ดมุ่งตรงมายังจุด ๆ เดียว

 

ทุกสายตามองไปยังผู้มาใหม่ที่เดินตรงมาหาลูฟี่ ในขณะที่ร่างของลูฟี่ก็รับรู้ถึงความอบอุ่นของมือทีกำลังลูบหัวเขาก่อนที่จะไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

 

“พักผ่อนเถอะลูฟี่... เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา ทุกอย่างก็จบลงแล้วล่ะ”

 

“นะ...นั่นมันหมาป่าดำ...จักพรรดิหมาป่าดำ วอร์เดน!!”

 

“และนั่นมันเรือแบล็คการ์ด?! อย่าบอกนะว่า--!!”

 

ทุกสายตาของทุกคนในมารีนฟอร์ดมองไปยังเรือสีดำขนาดใหญ่พร้อมกับ ๆ หมอกที่เริ่มเปิดเผยร่างของเหล่าเสนาทิการและลูกเรือคนอื่น ๆ ของกลุ่มโจรสลัดหมาป่าดำ! สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน โดยเฉพาะกับเซ็นโงคุที่เริ่มใจคอไม่ดีแล้ว

 

“...แดน” หนวดขาวที่กำลังจะฟิวส์ขาดก็ได้หันมามองยังร่างของชายที่เขานั้นรักดังเช่นลูกหลานของเขา

 

“ดูเหมือนว่าคุณเนี่ย... จะไม่ไว้หน้าผมสักเท่าไหร่เลยนะ คุณเซ็นโงคุ” ร่างสูงเพรียวของวอร์เดนพูดขึ้นพลางมองไปยังเซ็นโงคุที่กำลังมองมา

 

พวกทหารเรือได้แต่เงียบและรวมไปถึงเซ็นโงคุที่รู้ดีว่าสิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้น และเขาเข้าใจดีว่าทำไมอีกฝ่ายถึงโผล่มา ซึ่งเขาก็พยายามทำใจและตัดสินใจพูดกับอีกฝ่ายโดยที่เขารู้ว่ามันจะไม่ได้ผลก็ตามที

 

“ฉันเสียใจที่มันเป็นแบบนี้ วอร์เดน แต่ฉันไม่---”

 

“ไม่มีคำพูดสำหรับคนที่หักหน้ากันแบบนี้หรอกนะคุณเซ็นโงคุ ผมเคยบอกคุณไปแล้วว่าถ้าคุณไว้หน้าผม ผมก็จะไว้หน้าคุณแต่ในเมื่อผมเตือนคุณแล้ว คุณก็ยังไม่ไว้หน้าผมอีก ซึ่งดูเหมือนว่าพวกคุณจะได้ใจมากเลยนะที่เห็นว่าผมไม่เคยลงมือถึงได้ทำแบบนี้...งั้นได้ ในเมื่อพวกคุณอยากจะลอง ผมก็จะสนองให้ แน่นอนผมจะไม่ไว้หน้าคุณเด็ดขาด!”

 

“งั้น..เริ่มจากเหตุการณ์ในเอนิเอสร็อบบี้ก่อนเป็นไง”

 

ทันทีที่พูดออกมาจอที่กำลังฉายภาพเหตุการณ์ในมารีนฟอร์ดทั่วโลกก็ปรากฏเป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเอนิเอสร็อบบี้! ทำให้ทุกคนรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เอนิเอสร็อบบี้ถูกเผาทั้งเมืองนั้นเกิดจากบัสเตอร์คอล! ไม่ใช่กลุ่มหมวกฟางแต่อย่างใด และนี่ทำให้ทั้งทหารเรือและรัฐบาลโลกนั้นได้แต่กัดฟันกรอดอย่างทำอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะเซ็นโงคุที่ตอนนี้ได้แต่ทำใจยอมรับผลของการกระทำของตนและรัฐบาลโลกในครั้งนี้ให้ได้ เขารู้ดีว่าวอร์เดนนั้นไม่ได้น่ากลัวในด้านความแข็งแกร่งและกำลังรบอย่างเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดของอีกฝ่ายคือข้อมูลข่าวสารและความลับมากมายที่อีกฝ่ายถือครองอยู่ แต่รัฐบาลโลกก็ยัง....

 

“นี่คือผลกระทบแรกที่คุณจะได้เจอ พวกนายทุกคนจัดการพวกนั้น และช่วยเหลือกลุ่มหนวดขาวกับคนอื่น ๆ ซะ....”

 

เมื่อวอร์เดนพูดกับเซ็นโงคุเรียบร้อยเขาก็สั่งให้ลูกเรือของเขาเข้าจัดการกับทหารเรือกับช่วยเหลือกลุ่มหนวดขาวและคนอื่น ๆ เหตุการณ์ฝ่ายทหารเรือเริ่มตึงมือและเสียเปรียบมากขึ้น เมื่อต้องมาปะทะกับกลุ่มของจักพรรดิอย่างหมาป่าดำ โดยที่ตัวของโดฟรามิงโก้ที่ห้าว ๆ ก็ต้องปะทะเข้ากับคาริโอผู้ที่เป็นหน่วยต่อสู้และหนึ่งในสามเสนาธิการของกลุ่มก็ไปไม่เป็นถึงแม้จะพยายามใช้ด้ายหยุดอีกฝ่ายก็ไม่อาจทำได้สุดท้ายก็ถูกจัดการพร้อมกับร่างที่ถูกซัดปลิวจนทะลุกำแพงและชิ่งหนีไป เดือดร้อนคิซารุที่ต้องมารับมือกับคาริโอแทน ทางคุซันก็ต้องมาปะทะกับธันเดอร์ผู้ที่เป็นต้นหนของกลุ่มที่ตอนนี้อยู่ในร่างของครึ่งนกอย่างวิหคสายฟ้า ในขณะที่อาคาอินุฝ่าวงล้อมใครก็ตามที่ขวางเขาเพื่อที่จะไปฆ่าลูฟี่แต่ก็โดนชินโซที่เป็นรองกัปตันของกลุ่มฟันสะแขนหายไปข้างนึง และทหารเรือคนอื่น ๆ ต่างก็ไม่อาจรับมือกับพวกลูกเรือของวอร์เดนได้ทำให้ถูกฆ่าตายไปเป็นจำนวนมาก ส่วนทางเจ็ดเทพคนอื่นก็ใช่ว่าจะว่าง แฮนค็อกเข้าข้างลูฟี่ ตาเหยี่ยวออกจากการต่อสู้เพราะเขาแค่มาช่วยต่อสู้กับหนวดขาวไม่ใช่วอร์เดน จินเบย์กับอีวานคอฟคุ้มกันลูฟี่พร้อมกับคนอื่น ๆ

 

“แสบได้ใจนะ...แดน” หนวดขาวหันมามองวอร์เดนที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ลูฟี่และร่างของเอส

 

“หืม...อานิวก็ใช่ย่อยนะไหงหน้าอกเป็นแบบนั้นล่ะ เอานี่ดื่มไปก่อนจะได้ดีขึ้นมามั่ง” วอร์เดนพูดขึ้นพลางโยนขวดยาสีฟ้าให้กับหนวดขาว

 

หนวดขาวที่รับขวดยามาจากวอร์เดนก็ทำการดื่มทันทีและสิ่งที่สร้างความตกตะลึงให้กับสนามรบอีกครั้งก็คือแผลตามตัวของหนวดขาวนั้นค่อย ๆ หายไป จนหมด ซึ่งหนวดขาวเองก็พอจะชินขึ้นมาบ้างน่ะนะ เพราะว่าผลหักล้างของอีกฝ่ายมันคือที่สุดของการควบคุมทุกอย่างได้ดั่งใจนึกจริง ๆ และใหนจะเรื่องของยาที่อีกฝ่ายทำขึ้นมาโดยใช้พลังของผลการะการะเสริมเข้าไปด้วยอีก เมื่อเห็นแบบนั้นวอร์เดนก็ไม่ได้พูดอะไรและปล่อยให้หนวดขาวพุ่งไปหาอาคาอินุและเริ่มปะทะกันขนานใหญ่โดยไม่ยั้งมือ

 

“และนี่คือผลกระทบอย่างที่สองที่คุณละเลยคำเตือนของผม และแน่นอนผมบอกแล้วในเมื่ออยากลอง ผมก็จะสนองให้เตรียมรับอารมณ์โกรธที่ผมจะทุ่มใส่พวกคุณให้ดีก็แล้วกัน”

 

การต่อสู้ที่เริ่มลุกลามมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในขณะนั้นอาคาอินุที่แขนนั้นกลับมาแล้วและกำลังปะทะกับหนวดขาวอยู่นั้นก็หลบพ้นจากระยะโจมตีมาได้ก็ตะโกนใส่วอร์เดนว่า

 

“แก!!หมาป่าดำ ขี้ขลาดมากที่เอาแต่ยืนดูแบบนั้นมีน้ำยาแค่ดีแต่สั่งรึไง!!!”

 

ด้วยคำพูดนั้นทำให้ผู้คนที่ได้ยินโดยเฉพาะชินโซกับวิสต้านั้นอยากจะพุ่งไปฟันปากหมา ๆ นั่นก็ต้องหยุดเพราะหนวดขาวนั้นใช้พลังซัดเปลี้ยงไปยังอาคาอินุซึ่งเหมือนจะได้ยินเสียงกระดูกร้าวตามมาพร้อม ๆ กับร่างที่กองไปกับพื้นแต่ยังมิวายฟื้นร่างกายจากผลสายโรเกียและปะทะกันต่อจนท้ายที่สุดก็ถูกซัดจนล่วงไปเหวที่เกิดจากพลังของผลสั่นไหว แต่ในขณะที่กำลังปะทะกันอยู่ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะน่าเกลียดดังมาจากด้านหลัง

 

“สวัสดีเหล่าทหารเรือ และกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว ซี ฮ่าฮ่าฮ่า” ทีชหัวเราะออกมาโดยที่เหมือนจะลืมไปว่าพวกของกลุ่มโจรสลัดหมาป่าดำก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน

 

เมื่อได้ยินเสียงนั้นหนวดขาวจึงมองไปยังตัวต้นเหตุในการจุดชนวนของสงครามครั้งนี้ที่กำลังยืนอยู่ตรงกำแพง หนวดดำและพรรคพวกจากอิมเพลดาวน์ ส่วนวอร์เดนที่เห็นพวกหนวดดำก็หรี่ตาลงเล็กน้อยแต่ก่อนที่คิดจะทำอะไรหนวดขาวก็พูดดักเขาไว้ก่อน

 

“ฉันเอง...แดน...ปล่อยให้ฉันจัดการ”

 

เมื่อพูดจบหนวดขาวก็มองไปยังพวกของทีชที่กำลังยืนยิ้มอยู่ด้านบนกำแพง

 

“ทีช...!”

 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับพ่อ ฉันล่ะดีใจที่ได้ทันมาเห็นแกตาย” หนวดดำพูดพลางมองลงมายังผู้ที่เคยเป็นอดีตกัปตันของตน

 

“นี่คงเป็นการประกาศสงครามสินะ”

 

เมื่อสิ้นคำหนวดขาวก็ทำการใช้พลังของผลสั่นไหวใส่พวกหนวดดำโดยมีวอร์เดนยืนมองอยู่และจากนั้นการปะทะก็เริ่มขึ้น โดยที่หนวดดำใช้พลังของผลยามิยามิในการทำให้พลังของหนวดขาวไร้ผล แต่ก็ถูกอีกฝ่ายสวนกลับเสียจนแทบจะกองไปกับพื้นเพราะร่างกายของหนวดขาวในตอนนี้ไม่ได้อ่อนแอลงเพราะโรคประจำตัวและบาดแผลมากมายเหมือนครั้งแรกแต่ก็ยังต้องไปรักษาเพิ่มถึงจะหายดี แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นตอนนี้ตัวของหนวดขาวก็ยังได้เปรียบอยู่มากถ้าไม่ติดว่าหนวดดำมันเล่นไม่ซื่อ ผ่านไปสักพักทีชที่ถูกซัดคว่ำจนกองไปกับพื้นก็ถูกหนวดขาวบีบคอพร้อมกับพลังของผลสั่นไหวที่พร้อมจะระเบิดหัวอีกฝ่ายทันที

 

“ความมั่นใจกับความประมาท คือจุดอ่อนของแก”

 

“เดี๋ยวครับพ่อ พ่ออย่านะ พ่อคงไม่ฆ่าลูกตัวเองใช่มั้ย?!”

 

หนวดขาวไม่ได้พูดอะไรและทำการระเบิดพลังในมือทันที ซึ่งการแรงระเบิดนั่นทำให้สิ่งก่อสร้างแถว ๆ นั้นพังไม่เป็นท่าพร้อมกับร่างที่ยังมีลมหายใจของทีชกำลังกระอักเลือดออกมาคำโต

 

“ขอแค่ครั้งเดียว มันไม่รอดแน่”

 

“พ่อนิ่งไปเลย”

 

ทีชที่กำลังกระอักเลือดก็เงยหน้ามองไปยังร่างสูงใหญ่ของอดีตกัปตันของตนที่กำลังเดินตรงมาหาเขา พร้อมกับใบหน้าเรียบเฉยที่ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายฆ่าเขาแน่

 

“ไปลงนรกซะ”

 

หนวดขาวพูดขึ้นพร้อมกับใช้หมัดที่มีพลังของผลสั่นไหวพุ่งตรงมายังทีช ทางด้านทีชนั้นมีสีหน้าตื่นตระหนกและ...

 

ปัง!!

 

กระสุนจากปากกระบอกปืนของทีชพุ่งตรงไปยังหนวดขาวทำให้หมัดของอีกฝ่ายที่หยุดทันที พร้อมกับทีชที่สั่งให้ลูกน้องของตนโจมตีใส่หนวดขาวแต่ทว่า....

 

วอยด์เฟรม!

 

เปลวไฟสีม่วงครามถูกปล่อยออกมาตัดผ่านระหว่างลูกน้องของหนวดดำกับหนวดขาว ยิ่งไปกว่านั้นไฟนั่นมันกำลังรักษาบาดแผลที่ถูกยิงให้กับร่างสูงใหญ่ของเอ็ดเวิร์ด นิวเกต?! แต่ที่หน้าตกใจกว่าคือไฟดังกล่าวมันกำลังเผาแขนของเบอเจสที่เฉียดไปโดนตอนหลบออกมาจนเห็นรอยไหม้และเปิดกว้างจนเห็นกระดูกด้านใน ตอนนี้ทุกสายตาในสนามรบมองไปยังที่มาของของเปลวไฟก็พบเข้ากับร่างของหมาป่าดำที่ยืนอยู่ตรงขอบหุบเหวที่ถูกสร้างขึ้น

 

“แกนี่มันชอบเล่นไม่ซื่อจริง ๆ นะ”

 

หนวดดำที่ได้ยินแบบนั้นจึงทำได้แต่หน้าถอดสีเพราะเขาไม่มีทางฆ่า จักพรรดิหมาป่าดำผู้แข็งแกร่งได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นพลังของผลหักล้างที่อีกฝ่ายถือครองอยู่มันอันตรายมาก ผลปีศาจที่ขึ้นชื่อว่าเปรียบดั่งผู้คุมกฎของโลก และต่อให้ไม่มีผลปีศาจอีกฝ่ายก็ยังเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งทั้งด้านกำลัง ฮาคิ ใหนจะมันสมองของอีกฝ่ายอีก

 

วอร์เดนไม่ได้พูดอะไรและเดินตรงมายังจุดที่หนวดขาวกับกลุ่มของหนวดดำอยู่

 

“จะพูดอะไรก่อนมั้ยครับอานิวเกต เพราะต่อจากนี้ผมจะจัดการเอง”

 

หนวดขาวที่เห็นแบบนั้นเขาก็รู้ดีว่าเขาคงไม่อาจเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้ รวมถึงตัวทีชเองที่มันดันไปล้ำเส้นคนแบบวอร์เดนซึ่งถือว่าหาเรื่องตายแบบชัดเจน และใช่ตอนนี้เขาเองก็นึกถึงโรเจอร์และตัดสินใจพูดออกไป

 

“ชายที่โรเจอร์รออยู่ มันไม่ใช่แกทีช อย่างน้อยก็ไม่ใช่แก” หนวดขาวพูดพลางมองลงมายังทีช

 

“ในอนาคต สักวันหนึ่งผู้ที่จะแบกรับประวัติศาสตร์หลายร้อยปีก็จะปรากฏตัว และเข้าท้าทายต่อสู้กับโลกใบนี้!!!”

 

“เซ็นโงคุพวกแกรัฐบาลโลก กำลังหวาดกลัวการต่อสู้ครั้งใหญ่ขนาดที่ทำให้โลกทั้งใบยุ่งเหยิงที่จะมาถึงในสักวัน!!”

 

“ถึงฉันจะไม่สนใจแต่ยามที่มีใครสักคนค้นพบสมบัตินั่น...โลกก็จะเกิดการพลิกผลัน!! และวันนั้นจะต้องมาถึงแน่ เหอะ ๆ”

 

“หึ่ย...หนอย...”

 

เซ็นโงคุที่กำลังฟังอยู่ก็ได้แต่กัดฟันด้วยความโกรธ

 

“วันพีชน่ะ...! มีตัวตนอยู่จริง!!!”

 

สิ้นเสียงคำประกาศก้องของหนวดขาวสร้างความตกตะลึงให้กับผู้คน พร้อมดับเซ็นโงคุที่ตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย

 

“แก..นะแก!!!”

 

“ถ้างั้นผมขอรับช่วงต่อนะครับ”

 

เมื่อวอร์เดนพูดจบหนวดขาวก็พยักหน้าให้ก่อนที่เพลิงสีม่วงครามจะเริ่มลุกโชนอีกครั้งพร้อม ๆ กับหนวดขาวที่เดินไปหาลูก ๆ ของตน ปล่อยให้เปลวเพลิงดังกล่าวปิดกันระหว่างพวกเขาและกองทัพเรือรวมไปถึงมันได้กักขังพวกของหนวดดำไว้กับวอร์เดน ในขณะนั้นธันเดอร์ก็บินมาเกาะไหล่ของหนวดขาวพร้อมกับคุยบางอย่างกับอีกฝ่าย

 

“เข้าใจแล้วพวกฉันจะอยู่ดูห่าง ๆ ก็แล้วกัน”

 

หนวดขาวและกลุ่มก็ย้ายไปอยู่จุดไกล้กลับเรือแบล็คการ์ดและโมบี้ดิกอีกลำนึงพร้อมกับพาร่างของเอสออกมาจุดนั้น โดยที่จะมองดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อยู่ห่าง ๆ เพราะสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งในขณะนั้นตัวของลูฟี่กับจินเบย์ได้ไปหนีกับเรือดำน้ำของลอว์เป็นที่เรียบร้อย

 

เมื่อพวกของหนวดขาวได้ถอยไปยังจุดเดียวกับที่พวกหมาป่าดำยืนอยู่ ส่งผลให้ทหารเรือในตอนนี้ทำอะไรไม่ได้หากพวกเขาคิดตุกติกทางกลุ่มของสองจักพรรดิก็พร้อมที่จะจัดการพวกเขาทันที ใหนจะอาคาอินุที่ตอนนี้นอนอยู่ใต้ผา คิซารุก็ถูกเล่นงานจนสาหัสและกำลังถูกคาริโอยืนดึงไว้อยู่ พวกหนวดดำก็ถูกไฟนั่นล้อมรอบเอาไว้ ส่วนคุซันเองก็ไม่อาจทำอะไรได้เพราะบาดเจ็บไม่ต่างกันก็ต้องยอมถอยไปอยู่จุดเดียวกับที่เรกัลนั่งอยู่ ส่วนทางการ์ปกับเซ็นโงคุก็อยู่ไกล้ ๆ กับเรกัลป์และพวกเขาก็ไม่อยากที่จะลงมือเพราะถ้าพวกเขาเคลื่อนไหว วอร์เดนจะลงมือฆ่าทหารเรือที่เหลือและถล่มทั้งมารีนฟอร์ดแน่นอน เลยได้แต่ปล่อยไป เพราะพวกตนเป็นฝ่ายเริ่มก่อนและรู้ดีว่าหากยังดื้อดึงก็จะกลายเป็นว่าพวกเขานั้นเร่งเวลาแห่งความพินาธของมารีนฟอร์ดให้ไวขึ้นกว่าเดิม

 

“เอาจริง ๆ ฉันไม่จำเป็นต้องมาสนพวกแกด้วยซ้ำ แต่พวกแกและกองทัพเรือเพิกเฉยต่อคำเตือนของฉัน และล้ำเส้นที่ฉันขีดขึ้นมา และแกที่เป็นชนวนของสงครามแกโดนหนักกว่าคนอื่นแน่นอน”

 

“แกกล้ามากทีช ที่ส่งตัวหลานชายของฉันให้กับกองทัพเรือ และทำให้หลานของฉันอีกคนต้องมาอยู่ท่ามกลางสนามรบนี่” ประโยคนี้วอร์เดนพูดในเสียงโทนที่คนรอบข้างไม่ได้ยินแต่หนวดดำนั้นได้ยินอย่างชัดเจน

 

เมื่อพูดจบดวงตาสีอความารีนจ้องมายังพวกหนวดดำภายในดวงตานั้นไม่ต่างจากเพชฌฆาตที่พร้อมจะลงทันพวกเขา ในขณะที่มือซ้ายของวอร์เดนได้ปรากฏสัญลักษณ์บางอย่างขึ้นมา พร้อมกับไอสีดำที่กลายเป็นดาบในมือของอีกฝ่าย ในขณะนั้นบรรยากาศรอบ ๆ เริ่มเปลี่ยนไปตอนนนี้สิ่งที่ทุกคนเห็นคือบรรยากาศรอบตัวของพวกเขาเริ่มกลายเป็นสีดำสนิทที่ไร้แสงสว่าง พร้อมกับพื้นที่พวกเขายืนอยู่นั้นกลายเป็นทะเลเลือด ในขณะที่จุดที่วอร์เดนยืนอยู่นั้นได้ปรากฏประตูขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเก่าแก่และดูน่ากลัวขึ้นด้านหลังของอีกฝ่าย ตอนนี้พวกของหนวดดำไม่อาจขยับไปใหนได้เพราะมีมือสีดำมากมายมาจับที่ขาของพวกมันและตรึงเอาไว้

 

“นี่คือสิ่งที่แกจะได้รับ และถือว่าเป็นบทเรียนของทุกคนก็แล้วกัน” 

 

เมื่อพูดจบคมดาบสีดำสนิทก็เริ่มฟาดฟันไฟยังกลุ่มของพวกหนวดดำด้วยความเร็วที่มองไม่ทัน ทุก ๆ การฟันนั้นเชือดเฉือนลงไปในเนื้อหนังจนเผยให้เห็นกระดูกด้านในและตัดผ่านเส้นเอ็นทุกเส้นจนทำให้ร่างกายของพวกมันไม่อาจเคลื่อนไหวได้ และกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อการโจมตีนั้นหยุดลงวอร์เดนได้เดินตรงมายังหนวดดำพร้อมกับใช้นิ้วแตะไปที่ตัวของอีกฝ่ายทำให้ผลปีศาจหยุดทำงาน จากนั้นก็ใช้ดาบของตนกรีดเข้าไปที่แขนและตัดเอากระดูกด้านในออกมาท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของทีช

 

“เสียงดังจังนะ”

 

วอร์เดนพูดพลางผ่าไปที่คางของทีชจนแยกออกและตัดลิ้นทิ้งไปพร้อมกับมีมือสีดำมากมายค่อย ๆ ไหลไปตามตัวของทีชและเริ่มฉีกกระชากกระดูกที่อยู่ด้านในผ่านทางเนื้อที่เปิดออก ทำให้หนวดดำที่พยายามกรีดร้องก็ไม่อาจทำได้ คมดาบสีดำสนิทได้ผ่าไปที่หน้าอกของเขาจนเปิดออกเผยให้เห็นหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ด้านใน พร้อมกับมือสีดำเหล่านั้นไปพันรอบหัวใจของมันและเริ่มบีบหัวใจดวงนั้นสร้างความเจ็บปวดปานจะขาดใจแต่ก็ไม่อาจร้องออกมาได้ ในขณะที่วอร์เดนก็ฟันลงไปยังตัวของหนวดดำอยู่เรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ส่วนลูกน้องคนอื่น ๆ ของหนวดดำก็ถูกมือเหล่านั้นฉีกกระชากแขนขาเหลือไว้แต่ตัวกับหัวและยังคงหายใจอยู่ แต่มันยังไม่จบมือเหล่านั้นทำการควักลูกตาของแต่ละคนออกมาคนละหนึ่งดวงก่อนจะขยี้แหลกคามือ และไฟสีม่วงครามก็เริ่มแผดเผาตามตัวของพวกมันสร้างเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทุกที่ ๆ ไฟนั้นผ่านสร้างลอยไหม้ที่เหวอะจนไปถึงข้างใน 

 

ทุกการกระทำที่เกิดขึ้นทำให้เหล่าทหารเรือหรือแม้กระทั่งโจรสลัดที่อยู่โดยรอบถึงกับต้องหันหน้าหนีจากการกระทำอันโหดร้ายนั้น ขณะที่บางคนถึงกับอ้วกออกมา โดยเฉพาะกับโคบี้ที่ตอนนี้ซุกอกและอยู่ในอ้อมกอดของเฮลเมปโป้โดยมีเรกัลกอดทั้งสองอีกที ส่วนทางหนวดขาวและพวกหัวหน้าหน่วยหลายคนก็ได้แต่มองอยู่เฉย ๆ และหลับตาลง ซึ่งทางกลุ่มของชินโซและคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกันมาก

 

จนในที่สุดวอร์เดนที่หยุดลงพร้อมกับมองไปยังหนวดดำด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือด ก่อนจะทำการฟันคลื่นดาบสีดำสนิทไปยังทีชและลูกน้องพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นออกมาเต็มไปหมด แต่พวกมันก็ยังไม่ตายสภาพของพวกมันทุกคนในตอนนี้สยดสยองเสียจนแทบจะไม่เห็นเค้าโคลงเดิม ทีชในตอนนี้อยู่ในสภาพเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลที่ถูกเปิดออกจนเห็นกระดูกด้านในที่ไม่หายไปก็แหลกละเอียดไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วนตรงหน้าอกมีรอยถูกผ่าออกทำให้เห็นหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ด้านใน ดวงตาถูกควักออกไปข้างนึงคางถูกผ่าออกกลายเป็นสองซีกพร้อมกับลิ้นที่ถูกตัดไป ส่วนลูกน้องคนอื่น ๆ นั้นไม่ต่างกันมากแขนขาหายไปดวงตาถูกควักออกมาหนึ่งข้าง ตามตัวเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกฟันและรอยไหม้ที่สร้างบาดแผลเหวอะหวะเต็มไปทั่วร่างกาย เลือดมากมายไหลออกมาตามบาดแผลและกลมกลืนไปกับทะเลเลือดที่อยู่รอบ ๆ และตอนนี้พวกหนวดดำก็สังเกตเห็นว่าประตูด้านหลังของวอร์เดนนั้นเปิดออกพร้อมกับร่างเงาขนาดใหญ่มีดวงตาสีแดงก่ำมองมายังพวกมัน ในมือซ้ายมีลูกพลังงานบางอย่างที่ลักษณะเป็นทรงกลมสีแดงขลับดำกำลังลอยอยู่บนมือนั้น และที่หลังมือนั่นมันมีสัญลักษณ์แบบเดียวกับที่ปรากฏบนมือของวอร์เดนอยู่ด้วย ซึ่งมันสร้างความตกใจให้กับเหล่าทหารเรือกับโจรสลัดโดยรอบโดยเฉพาะกับทาชิงิที่ดูจะช็อคมากที่สุด

 

“เป็น...เป็นไปไม่ได้ มีจริง ๆ เหรอดาบเล่มนั้น... คำสาปนั่น!”

 

“หมายความว่ายังไงทาชิงิ?”

 

สโมคเกอร์ที่เห็นทาชิงิกำลังนิ่งค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงได้ถามออกไป

 

“นั่นน่ะ คือคำสาปของดาบดำเรียวเค็ทซึ ว่ากันว่าสิ่งที่สิงอยู่ในดาบเล่มนั้นคือประตูปีศาจหรือที่เรียกกันว่า คิม่อน และเงานั่นถ้าคิดไม่ผิดล่ะก็..มันคือโอะนิหรือยักษ์ที่คอยมาทำหน้าที่รับดวงวิญญาณและนำไปสู่โลกหลังความตาย ซึ่งประตูนั่นจะอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามที่พ่อเล่าให้ฉันฟังเขาบอกว่าดาบเล่มนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในถ้ำทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศวาโนะ แต่ว่า..”

 

“แต่ว่า?”

 

“ดาปดำเรียวเค็ทซึคือดาบต้องสาปที่เป็นหนึ่งในตำนานของประเทศวาโนะ ว่ากันว่ามันแข็งแกร่งมากและผ่านการสังหารมามากมายทำให้ดาบเล่มนั้นเป็นดาบกระหายเลือดไม่มีที่สิ้นสุด มิหนำซ้ำดาบเล่มนั้นยังถูกเรียกว่าเป็นตัวแทนของการนองเลือด และคำสาปที่ติดตัวดาบมาคือดาบจะครอบงำและฆ่าใครก็ตามที่แตะต้องมันหากไม่แข็งแกร่งพอที่จะเป็นเจ้านายของมัน แน่นอนผู้ที่ตายด้วยคำสาปของดาบเล่มนี้มีมากมายนับไม่ถ้วน ส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองดาบเล่มนี้นั้นมีแทบจะนับคนได้ เพราะขนาดผู้ที่เป็นต้นกระกูลที่เป็นเจ้าของดาบเล่มนี้อย่างตระกูลเรียวเค็ทซึยังควบคุมมันแทบจะไม่ได้ แล้วจะนับภาษาอะไรกับคนอื่นกัน ฉันคิดว่ามันเป็นแค่ตำนานเพราะดาบเล่มนั้นมีรูปร่างที่ไม่แน่นอนทั้งยังเป็นเรื่องเล่าปากต่อปากในหมู่ของคนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับดาบหรือไม่ก็นักดาบบางคน แต่..ไม่คิดว่ามันจะมีจริงและยังมาอยู่กับจักพรรดิจิ้งจอกดำ....”

 

เมื่อทาชิงิพูดจบทำให้สโมคเกอร์หันไปมองยังร่างของวอร์เดนและเงาขนาดใหญ่นั่นด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก

 

ณ ตอนนี้ร่างเงาสูงใหญ่นั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและกังวาลไปทั่ว ซึ่งมันสร้างความหวาดกลัวให้กับเหล่าคนที่ได้ยิน 

 

“ช่างเป็นดวงวิญญาณที่น่ารังเกียจ แต่มันช่างมีกลิ่นที่หอมหวาน”

 

ร่างเงานั้นพูดขึ้นและมองสำรวจพวกกลุ่มหนวดดำทีละคนก่อนจะแสยะยิ้มขึ้นมาโดยไม่มีใครสังเกตุเห็น

 

“ถ้าเช่นนั้น.. ข้าขอรับดวงวิญญาณเหล่านี้ไปเลยก็แล้วกัน”

 

เมื่อพูดจบก็มีเหล่ามือมากมายที่โผล่ออกมาจากบานประตูนั้นและกลายเป็นโซ่ที่พันธนาการกลุ่มโจรสลัดหนวดดำทุกคนและลากพวกนั้นเข้ามาด้านในประตู ซึ่งพวกของหนวดดำก็พยายามต่อต้านแต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะเส้นเอ็นตามร่างกายที่ถูกตัดขาด และกระดูกที่หายไปทำให้ตอนนี้พวกมันไม่ต่างจากก้อนเนื้อที่กำลังถูกลากไปตามพื้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของร่างเงานั้น และตอนนี้สิ่งที่ทุกคนเห็นคือมัจจุราชที่กำลังพาวิญญาณของพวกหนวดดำเข้าไปสู่โลกแห่งความตายที่อยู่หลังประตูบานนั้น หนวดดำที่ทำอะไรไม่ได้อีกแล้วได้แต่มองมายังวอร์เดนด้วยสายตาอ้อนวอน แต่ก็มิอาจได้รับความเห็นใจและภาพสุดท้ายที่กลุ่มหนวดดำเห็นคือภาพของชายร่างใหญ่ภายใต้หน้ากากยักษณ์สีแดงนั้นกำลังมองมายังพวกเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกก่อนที่ทุกอย่างจะจมลงสู่ความมืดมิดพร้อมกับเสียงของประตูบานใหญ่ที่ปิดลง

 

เมื่อประตูบานใหญ่นั้นปิดลงความมืดและทะเลเลือดที่อยู่โดยรอบก็หายไปเหลือแต่ร่างไร้ลมหายใจของกลุ่มโจรสลัดหน่วยดำที่อยู่ในสภาพเละเทะไม่สมปะกอบ แขนขาถูกกระชากออกกระจายไปทั่วทิศทางพร้อมกับเลือดสีแดงสดที่ไหลนองเต็มพื้น ที่น่าสยดสยองที่สุดคือร่างของหนวดดำที่หน้าอกถูกผ่าออกให้เห็นหัวใจด้านในที่ถูกบีบจนแหลก ทุกส่วนของร่างกายเหวอะออกให้เผยให้เห็นกระดูกที่แหลกละเอียดอยู่ด้านใน ตรงส่วนหัวถูกควักลูกตาออกไปหนึ่งข้างในขณะที่ดวงตาที่ยังเหลืออยู่ยังคงลืมตาค้างพร้อมกับเลือดที่ไหลท่วมลงมาจนถึงคางที่ถูกผ่าจนแยกออกจากกัน ภาพของพวกหนวดดำทำให้บางคนที่เห็นถึงกับอ้วกแตกไม่ก็เป็นลมไปเลย ส่วนวอร์เดนนั้นก็กำลังยืนมองศพเหล่านั้นพร้อมกับถือบางอย่างอยู่ในมือ

 

“อานิวผลปีศาจเนี่ย เคยเป็นของอามาก่อนไม่ใช่เหรอ จะเอากลับไปมั้ย”

 

“ไม่ล่ะ เจ้าเอาไปเถอะมันไม่มีความหมายกับพวกเราหรอก”

 

หนวดขาวพูดความจริง เพราะผลปีศาจนี่ทำใหซัจต้องมาตาย ใหนจะเอสที่มาโดนพลังของผลปีศาจนี่ทำให้ถูกจับให้กับกองทัพเรือ แล้วกลายเป็นแบบนี้

 

เมื่อหนวดขาวพูดแบบนั้นผลปีศาจในมือของวอร์เดนก็พลังของผลหักล้างทำให้หายไป ซึ่งมันสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน

 

“มันไม่ได้หายไปใหนหรอก แค่อาจจะไปเกิดอยู่ตรงใหนสักแห่งเนี่ยแหละ แต่ว่าจะไปอยู่ตรงส่วนใหนของโลกก็อีกเรื่องล่ะนะ”

 

เมื่อพูดจบก็หันมามองเหล่าทหารเรือ

 

“เอาล่ะ... ถึงตาพวกคุณแล้วล่ะ…”

 

เมื่อสิ้นคำพูดนั้นทหารเรือทุกคนต่างหน้าซีดเผือก โดยเฉพาะกับเซ็นโงคุที่ไม่อาจทำอะไรได้ ยิ่งต่อต้านก็เหมือนยิ่งฆ่าพวกพ้องตนเอง แล้วคนอย่างวอร์เดนถ้าเข้าไปช่วยใครก็ตามที่อีกฝ่ายกำลังหมายหัวอยู่ ก็ไม่ต่างจากการเร่งเวลาให้คน ๆ นั้นตายไวขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าโชคดีหรือว่าโชคร้ายเมื่อมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมา

 

“แก!! เจ้าจักพรรดิหมาป่าดำ! หรือจะเรียกให้ถูกน้องชายดราก้อน! แกคิดว่ากองทัพเรือเป็นอะไรทำไมกองทัพเรือถึงต้องฟังแกหะ ที่แกยังอยู่ได้ถึงทุกวันนี้เพราะพวกเรายังไม่คิดจะจัดการแกต่างหาก! แกมันก็แค่หลบอยู่ด้านหลังของลูกน้องตัวเองถ้าไม่มีผลปีศาจนั่นแกมันก็แค่ไอ้ไก่อ่อนไร้ค่า และแกไม่มีทางชนะฉันได้!! สำหรับพวกเราแกมันไม่มีค่าพอที่กองทัพเรือจะสนใจหรอก!”

 

เซนโงคุ การ์ป และ ซึรุ ได้แต่ทำหน้าเครียดเพราะความเลือดร้อนและไม่ดูหน้าดูหลังของอาคาอินุ อาจจะทำให้กองทัพเรือพังพินาศภายในวันนี้เลยก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งของวอร์เดนนั้นเซ็นโงคุและการ์ปรู้ดีว่าแข็งแกร่งขนาดใหนผลปีศาจของอีกฝ่ายมันเป็นแค่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง แน่นอนถ้าอาคาอินุยังเอาชนะเรกัลไม่ได้ก็อย่าได้หวังว่าจะเอาชนะวอร์เดนได้ แล้วยิ่งสถานการณ์ในตอนนี้ด้วยยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ และเซ็นโงคุเองก็ไม่อยากเสี่ยงกับวอร์เดนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้เขาและทุกคนตกใจมากที่สุดก็คือ “น้องชายดราก้อน!” หรือว่า?!

 

“การ์ป...นายไม่ได้บอกฉันว่านายมีลูกสองคน”

 

คำถามของเซ็นโงคุเรียกความสนใจของทุกคนให้พุ่งตรงไปยังการ์ปที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เซ็นโงคุพร้อมกับดวงตาที่จ้องเขม็งไปยังเจ้าหมาแดงปากดีนั่น

 

“อา... นั่นลูกชายคนเล็กของฉันเอง”

 

!!!!!!

 

เมื่อพูดจบก็สร้างความตกใจให้กับทุกคนและช็อคกันไปตาม ๆ กัน โดยเพาะผู้คนที่กำลังดูถ่ายทอดสดกันอยู่ จะยกเว้นก็แต่หนวดขาวและลูกเรือของวอร์เดนที่รู้กันอยู่แล้ว และข่าวนี้มันก็ดังพอ ๆ กับข่าวของลูฟี่ที่เป็นลูกชายของดราก้อนแน่นอน

 

“เอางี้เลยเหรอพ่อ”

 

“ก็ต้องแบบนี้แหละถึงขั้นนี้แล้วนี่นะแดนนี่ ปิดไปก็เท่านั้น และเจ้าก็รู้ดีว่าพ่อไม่เคยเสียใจ”

 

“อา…ผมรู้อย่าได้โทษตัวเองล่ะ”

 

แดนพูดพลางมองไปยังพ่อของตนก่อนจะยิ้มให้เล็กน้อย ซึ่งการ์ปเองก็ตอบรับรอยยิ้มนั้นก่อนจะหลับตาลง

 

“นี่มันบ้าไปแล้วจักพรรดิหมาป่าดำคือคือลูกชายของพลโทการ์ปงั้นเหรอ?!”

 

“ถ้างั้นชื่อเต็ม ๆ ของวอร์เดนก็คือ มังกี้ ดี. วอร์เดน น่ะสิ!”

 

แต่ตอนนี้วอร์เดนไม่สนใจเสียงเอะอะหรือสายตารอบข้างและเดินไปประจันหน้ากับอาคาอินุ

 

“เอาเถอะ คุณเซ็นโงคุผมไม่รู้ว่าคุณคุยอย่างไรกับคนของคุณ แต่ว่าไอ้หมาบ้านี่ดูท่าจะรู้จักผมน้อยไปจริง ๆ นะ”

 

เซ็นโงคุไม่ได้พูดอะไร แต่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร “ผู้คุมกฎแห่งโลกใต้ดิน ชายผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเทพแห่งข่าวสารและข้อมูลมากมายนับไม่ท้วน” และใช่อาคาอินุไม่ได้สนใจเรื่องนี้และมองว่ามันก็เป็นแค่สิ่งที่คนอ่อนแอเอาไว้ใช้ป้องกันตัว

 

“แกอย่ามาอวดดีนักเลย!!!”

 

อาคาอินุพูดออกมาด้วยความเดือดดาลและพุ่งมาด้วยความเร็วพร้อมกับหมัดลาวาที่เตรียมตัวจะซัดใส่อีกฝ่าย แต่ก็ถูกวอร์เดนเตะเข้ายอดหน้าและปลิวไปไกล ก่อนจะทำการหยิบแหวนที่ทำจากหินไคโรมาสวมไว้ที่นิ้วกลางข้างขวา

 

“อา...ฉันเองก็ไม่ได้ชอบผลปีศาจของตัวเองนักหรอก เพราะงั้นฉันก็ขอสู้ในแบบที่ฉันถนัดล่ะนะ”

 

“จะดูถูกกันมากไปแล้ว! แกที่บังอาจทำให้กองทัพเรือต้องอับอาย แกจะต้องถูกประหารเหมือนกับลูกของโรเจอร์นั่น! และแน่นอนคนรอบข้างแกจะต้องโดนด้วย!!!”

 

วอร์เดนที่ตอนแรกกะว่าจะอัดมันแค่พอระบายอารมณ์ เพราะเขาระบายในส่วนของเอสกับลูฟี่ใส่หนวดดำไปแล้ว แต่ในเมื่อมันพูดคุกคามวอร์เดน เขาจึงเริ่มใช้ไม่แข็งทันที ส่วนพวกเซ็นโงคุก็หน้าถอดสีเพราะอาคาอินุนั้นล้ำเส้นของวอร์เดนมากไปแล้ว และพวกเขาก็ได้แต่หวังว่าวอร์เดนจะลงกับอาคาอินุไม่ลามมาถึงกองทัพเรือ และดูเหมือนโชคจะเข้าข้างพวกเขา

 

“หึพอฟื้นตัวหน่อยปากดีนักนะแก ซาคาสุกิ... แต่ไม่เป็นไรคราวนี้ฉันจะลงกับแกแค่คนเดียว และไม่ลามไปถึงกองทัพเรือแน่นอน แต่จงจำไว้ด้วยว่าถ้าคิดจะเข้ามาช่วยมันล่ะก็ พวกคุณจะไม่ต่างกับการเร่งเวลาตายของมันให้เร็วขึ้น และผมก็ไม่รับประกันความปลอดภัยของทุกคนหรอกนะ...”

 

อาคาอินุที่ได้ยินถึงกับแสดงหน้าตาไม่พอใจออกมา ที่เจ้าคนอวดดีนี่มันบังอาจมาเรียกแค่ชื่อของเขา และใหนจะกล้าบังคับกองทัพเรือไม่ให้เข้ามายุ่งแถมพวกเซ็นโงคุก็ยังเห็นด้วยอีก แน่นอนมันทำให้อาคาอินุโกรธมากขึ้นไปอีก!!

 

“อย่ามาปากดีนักเลย แกจะต้องทำให้กองทัพเรืออับอายไปถึงใหน! ตายสะแก!!!”

 

เมื่อพูดจบอาคาอินุก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับใช้หมัดลาวาต่อยมายังวอร์เดน แต่เจ้าตัวกลับรับหมัดนั้นได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่จะเสยเข้าที่คางของอาคาอินุและเตะเข้าไปที่ข้างลำตัว ทำให้อาคาอินุกระเด็นออกไปตามแรงเตะพร้อม ๆ กับเสียงกระดูกหักที่ตามมา แต่ไม่ทันไรอาคาอินุที่กำลังใช้ท่าหมัดลาวาปะทุก็ถูกวอร์เดนที่ใช้โซลพุ่งเข้ามาก่อนจะถูก หน้าแข้งหนัก ๆ นั่นเตะเข้าที่กลางลำตัวและหมัดที่เต็มไปด้วยฮาคิพุ่งตรงมายังหน้าอกของเขาแบบเต็ม ๆ ทำให้กระดูกสันอกของเขานั้นแหลกภายในหมัดเดียว

 

“ฉันบอกแกไว้เลยซาคาซุกิ ฉันล่ะโครตเกลียดความยุติธรรมในแบบของแกหรือใครก็ตามที่เป็นแบบแก บางทีก็อยากรู้เหมือนกันว่าความยุติธรรมที่มันเขียนอยู่บนหลังเสื้อโค้ทเนี่ย มันเป็นแบบใหนกันแน่”

 

เมื่อพูดจบก็ทำการชูมือขึ้นมาพร้อมกับกางนิ้วออกในรูปแบบของเล็บมังกร ใช่แล้วนั่นคือ ท่ากรงเล็บมังกร! และพุ่งตรงไปยังหน้าอกของหมาแดงแห่งกองทัพเรือ ลึกไปจนถึงหัวใจก่อนที่จะบีบมัน

 

“อ้าก!!!!”

 

อาคาอินุดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ยังฝืนไช้หมัดลาวาพุ่งตรงมายังวอร์เดนซึ่งเจ้าตัวหลบได้ ในขณะที่อาคาอินุถอยออกมาตั้งหลักและพุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง แต่ก็ถูกวอร์เดนใช้เข่าเสยเข้าที่ท้องก่อนจะเตะเข้ามาที่ขาของหมาแดงจนหักไปข้างนึง ทำให้อาคาอินุล้มลงไป จากนั้นก็ถูกหน้าแข้งเสยเข้าที่ใต้คางและปลิวออกไป โดยมีเจ้าตัวพุ่งไปซ้ำโดยการใช้หลังเท้าฟาดลงมายังหัวของอาคาอินุทำให้ตัวของมันล่วงไปพร้อม ๆ กับพื้นที่ยุบลงไปตามแรงกระแทก ทำให้หมาแดงแห่งกองทัพเรือนั้นกระอักเลือดออกมา

 

“แค่ก ๆ... แก!!!”

 

อาคาอินุที่พยายามลุกขึ้นมาก็ใช้ท่าหมัดลาวาประทุใส่วอร์เดนเต็ม ๆ

 

ตูม!!

 

“วอร์เดน/แดน!!/กัปตัน!!”

 

หลายคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตะโกนออกมาอย่างตกใจ

 

“สุดท้าย... แกก็แพ้ฉันอยู่ดี แกคิดผิดแล้วที่ไม่ใช่พลังผลปีศาจสู้กับฉัน”

 

อาคาอินุพูดขึ้นมาอย่างสะใจและกำลังจะเปลี่ยนเป้าหมายไปยังกุ่มโจรสลัดที่เหลือ แต่ทว่า

 

ครืน! ฟิ้ว! 

 

คลื่นดาบสีดำสนิทพุ่งออกมาจากควันสีดำตรงมายังอาคาอินุอย่างรวดเร็ว แต่มันหลบได้แต่ก็ไม่ได้พ้นมากนักทำให้ต้นแขนข้างขวานั้นถูกคลื่นดาบตัดออกไปแต่ไม่มากพอทำให้แขนขาด ส่วนทางควันนั้นก็ปรากฏร่างของวอร์เดนที่กำลังเดินออกโดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย

 

“อะไรกัน?! โดนไปเต็ม ๆ ขนาดนั้นไม่เป็นอะไรเลยเหรอ!”

 

“แกควรจะรู้ตัวเองได้แล้วนะ... ว่าแกน่ะ เอาชนะฉันไม่ได้หรอก”

 

เมื่อพูดจบวอร์เดนจึงพุ่งเข้ามาหาอาคาอินุด้วยความเร็วและ

 

“คลื่นดาบตัดสะบั้น!”

 

วอร์เดนได้โจมตีอาคาอินุด้วยความเร็วสูงจนมองไม่ทัน ทุกคมดาบที่ตัดผ่านไปยังตัวของอาคาอินุได้ฟาดฟันไปทั่วร่างกายใหญ่นั่น พร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นและเส้นเอ็นที่ยึดส่วนต่าง ๆ ของร่างกายถูกตัดขาด เศษเนื้อมากมายกระจายออกตามค,ดาบที่ฟาดฟันลงมาจนกระทั่งจบลง ทำให้ร่างของหมาแดงแห่งกองทัพเรือที่ล่วงกองไปกับพื้นด้วยสภาพเลือดท่วมตัวและรอยฟันมากมายที่ตัดเนื้อตามร่างกายออกจนเห็นกระดูกด้านใน พร้อมกับร่างของวอร์เดนที่ยืนอยู่เหนือร่างของอาคาอินุ ก่อนจะย่อตัวลงมาและพูดว่า

 

“ฉันจะทำให้แกทรมานเจียนตายซาคาซุกิ ทรมานไปจนแกไม่อยากจะมีชีวิตอยู่”

 

วอร์เดนพูดขึ้นก่อนจะถอดแหวนหินไคโรที่สวมอยู่ออก แล้วยืนมือไปทางอาคาอินุพร้อมกับไอสีม่วงครามที่ปรากฏขึ้นมาบนมือของวอร์เดนก่อนจะหายไป พร้อมกับผลมากุมากุที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายได้ปรากฏสู่สายตาผู้คนและวอร์เดนได้วางมันไว้ด้านข้างตน และพูดว่า

 

“มือข้างนี้ใช้มั้ยที่แกใช้ฆ่าหลานชายฉัน และพยายามฆ่าหลานชายอีกคนของฉัน”

 

วอร์เดนพูดพลางใช้ดาบนั้นผ่าเข้าไปในแขนขวาของอาคาอินุ ลากยาวลงมาจนถึงปลายก่อนจะตัดเอากระดูกด้านในออกมา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของอาคาอินุ 

 

“ฉันได้ข่าวว่าแกปากดีใส่อานิวเกต และพูดพล่ามน่ารำคาญเกี่ยวกับเลือดชั่ว ๆ งั้นสินะ”

 

ตอนนี้ดวงตาของอาคาอินุหดลงด้วยความหวาดกลัวไม่ต่างกับร่างกายที่เริ่มสั่นสะท้าน เมื่อมีมือสีดำกำลังง้างและดึงลิ้นออกมาจากปากของเขา ตามมาด้วยคมดาบสีดำสนิทที่ตัดลิ้นของเขาออกไป ท่ามกลางสายตาของพวกทหารเรือที่มองฉากตรงหน้านี้ด้วยความหวาดกลัวจนถึงขีดสุด นี่มันโหดร้ายมากยิ่งการที่อยู่ในสภาพนั้นในแบบที่เป็นคนธรรมดามันไม่ต่างจากตายทั้งเป็น

 

ส่วนวอร์เดนที่ทำการตัดลิ้นของอาคาอินุทิ้งไปแล้วเขาก็ได้หันไปมองทางทะเลที่เผยให้เห็นเรือของโจรสลัดกลุ่มหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามา เมื่อพวกทหารเรือมองตามไปในทางเดียวกันก็ทำให้พวกเขาหน้าซีด เพราะเรือที่กำลังแล่นเข้ามานั่นมั่นเรือเรดฟอร์ด! 

 

เรือของหนึ่งในห้าจักรพรรดิ

 

กลุ่มโจรสลัดผมแดง แชงคูส

 

วอร์เดนที่เห็นเรือของแชงคูสเขาก็เลิกให้ความสนใจ และหันมาพูดกับอาคาอินุว่า

 

“นี่คือผลลัพธ์ ที่แกล้ำเส้นของฉัน แตะต้องครอบครัวของฉัน และฉันก็บอกไปแล้วว่าฉันจะทำให้แกตายทั้งเป็น แน่นอนฉันเป็นคนรักษาสัญญา...”

 

เมื่อพูดจบวอร์เดนก็ทำให้เรียวเค็ทซึกลายเป็นควันสีดำหายและหายไปก่อนจะหยิบผลมากุมากุที่วางอยู่ข้าง ๆ และกำลังจะลุกขึ้น แต่พอเห็นสายตาของอาคาอินุที่มองมายังตนก็ได้แต่สายหัว เพราะสายตานั้นมันเต็มไปด้วยความแค้นทำให้วอร์เดนก่อนจะยื่นมือข้างที่ว่างมายังดวงตาข้างนึงของอาคาอินุและได้ทำสิ่งที่พวกการ์ปทหารเรือและแชงคูสรวมไปถึงหนวดขาวไม่คาดคิด

 

“!!!!!!!”

 

อาคาอินุมีท่าทางเหมือนคนกำลังร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่กลับไม่มีเสียงพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณหน้าของเขาที่มีไฟสีม่วงครามถูกจุดขึ้นมา พร้อมกับร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุรายเหมือนกับก้อนเนื้อเพราะแขนขาไม่อาจจะขยับได้เพราะกระดูกและเส้นเอ็นที่ถูกตัดออกไป

 

“เอาจริง ๆ นะฉันกะแค่ว่าจะปล่อยแกไว้แค่นี้ แต่ในเมื่อแกกล้ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้...”

 

วอร์เดนพูดพลางหมุนดวงตาของอาคาอินุที่อยู่ในมือไปมา ใช่แล้ววอร์เดนได้ควักตาขวาของอาคาอินุออกมาแล้วห่อหุ้มมันด้วยไฟของผลการะการะ แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

 

“แดน พอเถอะสงครามนี้มันจบแล้วฉันขอให้นายหยุดได้มั้ย...”

 

วอร์เดนที่เห็นแชงค์ก็ยังคงสีหน้าเรียบนิ่งอยู่ แล้วพูดว่า

 

“ไอ้พวกเวรนี่ดูจะได้ใจมากจนพวกมันกล้าล้ำเส้นฉัน และไอ้เวรนี่ก็ล้ำเส้นฉันมากกว่าเดิมโดยการแตะต้องครอบครัวของฉัน แล้วนายจะให้ฉันปล่อยพวกมันไว้อีกรึไง...”

 

แชงค์มองไปยังวอร์เดนและมองไปรอบ ๆ ที่เต็มไปด้วยทหารเรือเหล่าโจรสลัดที่ล้มตายเต็มไปหมด ใหนจะอาคาอินุที่กำลังทุรนทุรายจากการความเจ็บปวด เมื่อมองไปเรื่อย ๆ ก็ไปพบร่างไร้วิญญาณของพวกหนวดดำ ก่อนที่จะหันมามองวอร์เดนแล้วพูดว่า

 

“ถือว่าฉันขอเถอะแดน แค่นี้พวกเขาก็ได้รับบทเรียนราคาแพงแล้วนะ ถ้ามันเกิดขึ้นอีกฉันจะไม่ห้ามนายเลย เพราะงั้นฉันขอล่ะเห็นแก่หน้าฉันเถอะ”

 

แชงค์พูดด้วยน้ำเสียงปกติไม่มีการข่มขู่หรือบังคับอะไรทั้งนั้น เพราะเขาไม่อยากจะมีเรื่องกับอีกฝ่ายนักหรอก อีกอย่างเขาอยู่กับอีกฝ่ายมานานตั้งแต่สมัยอยู่กับกัปตันโรเจอร์ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งและมีฝีมือมากขนาดใหน ผลปีศาจที่อีกฝ่ายมีมันเป็นแค่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาแค่นั้นเอง อีกอย่างถ้าเขาไม่ห้ามอีกฝ่ายเสียแต่ตอนนี้รับรองได้เลยว่ามารีนฟอร์ดและทหารเรือได้ถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ซากแน่นอน

 

วอร์เดนที่ได้ยินแชงค์พูดแบบนั้นก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนที่ดวงตาของอาคาอินุในมือของอีกฝ่ายจะสลายกลายเป็นผงไป จากนั้นก็มองไปรอบ ๆ ก่อนจะก้าวออกมาจากอาคาอินุและหันไปหาลูกเรือของตน

 

“ไปกันเถอะ สงครามนี้จบแล้วล่ะ... ไม่จำเป็นต้องอยู่อีกแล้ว”

 

“จำเอาไว้ครั้งนี้ฉันไว้หน้านาย และถ้าคราวหน้าฉันจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันบ่งบอกแล้วว่าฉันใจดีเกินไปจนทำให้พวกแกมันเหริง เพราะฉะนั้นจำเหตุการณ์วันนี้เอาไว้ให้ดี ถ้าคราวหน้ามันยังเกิดขึ้นอีกฉันสัญญาว่าฉันจะทำลายพวกแกสะ..”

 

ประโยคแรกวอร์เดนพูดกับแชงค์ส่วนประโยคหลังก็พูดกับเซ็นโงคุโดยมีเจ้าพยักหน้ารับฟัง และเมื่อพูดจบวอร์เดนก็มองผลมากุมากุในมือก่อนจะโยนมันไปให้อาคาอินุที่นอนอยู่บนพื้น ซึ่งมันสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน

 

“ทำไมถึงคืนให้มันล่ะคุณแดน”

 

ธันเดอร์ที่สงสัยจึงถามวอร์เดนในขณะที่คนอื่น ๆ เองก็สงสัยเหมือนกันในขณะที่คำตอบที่ได้รับกลับมานั้นกลับทำให้ดวงตาของผู้ที่ได้ยินเบิกกว้าง

 

“ผลสายโรเกียไม่ว่าผู้ที่กินเข้าไปจะอยู่ในสภาพใหนเมื่อกินเข้าไปแล้วมันจะทำการรักษาตัวเองโดยไร้ความเจ็บปวด ต่อให้อยู่ในสภาพไกล้ตายก็ตาม แต่หากกินเข้าไปโดยที่ยังคงมีเปลวไฟของผลหักล้างอยู่ในร่าง มันจะทำการต่อต้านกันและพลังของการรักษาที่ไร้ความเจ็บปวดจะอยู่ในสภาพไร้ผล และค่อย ๆ ฟื้นตัวตามสภาพโดยที่ความเจ็บปวดยังคงอยู่”

 

เมื่อเข้าใจในคำตอบธันเดอร์จึงหันไปมองอาคาอินุที่กำลังกินผลปีศาจโดยมีคิซารุเป็นคนป้อนให้ก่อนที่จะ...

 

“อึก..อึก...อ้ากกกกกกกก”

 

อาคาอินุที่กำลังเริ่มฟื้นสภาพร่างกายด้วยพลังผลปีศาจของตนก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดปานจะขาดใจ เพราะทุกส่วนในร่างกายที่เสียหายไปนั้นกำลังฟื้นตัวพร้อมกับความเจ็บปวดจำนวนมหาสารที่ไหลเข้ามา ไม่ต่างกับการที่ถูกผ่าตัดโดยไม่ได้ฉีดยาชา เดือดร้อนให้คิซารุและแพทย์ทหารต้องมาช่วยจับก่อนจะฉีดยาชาให้แต่กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะตอนนี้ร่างกายของอาคาอินุนั้นไม่สามารถสัมผัสกับอะไรได้เลย แม้กระทั่งการที่คิซารุแค่แตะต้องเขานิดเดียวก็ทำให้ความเจ็บปวดนั้นถาโถมเข้ามาความรู้สึกนั้นมันไม่ต่างกับมีดที่กรีดลงบนเนื้อหนังของตน ใหนจะการฟื้นตัวที่ช้ากว่าปกตินี่อีก ส่วนคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แบบนี้มันไม่ต่างจากตายทั้งเป็นเลยนี่!

 

ส่วนวอร์เดนก็ไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นและเดินตรงมายังแชงค์ก่อนจะพูดบางอย่างซึ่งแชงค์เองก็พยักหน้าเข้าใจ จากนั้นก็ขึ้นเรือของตนและล่องเรือออกไปท่ามกลางสายตาของคนอื่น ๆ ที่มองตามเรือนั้นไป ในส่วนของแชงค์เองก็ขอจัดเรื่องงานศพของเอสและให้หยุดถ่ายทอดสดการตายของเขาเพื่อไม่ให้เอสนั้นถูกดูหมิ่นไปมากกว่านี้ แต่ก็มีทหารเรือบางคนไม่ยอมเพราะพวกเขาต้องการหัวของเอสในการประกาศชัยชนะ ซึ่งทันทีที่พวกหนวดขาวได้ยินก็พร้อมที่จะสู้ต่อทันที แต่ไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกเซ็นโงคุขัดเอาไว้และยอมที่จะทำตามคำพูดของแชงค์ ในขณะที่เจ้าตัวเองนั้นก็ได้เตือนพวกทหารเรืออีกครั้งก่อนจะล่องเรือหายไปพร้อมกับเรือของกลุ่มหนวดขาวที่พาร่างของเอสไปด้วย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ณ เกาะแห่งหนึ่งในเขตการปกครองของหนวดขาว

 

เรือโมบี้ดิกได้แล่นมาเทียบท่าข้างกับเรือแบล็คการ์ดที่มาถึงก่อนหน้า จากนั้นก็ตามมาด้วยเรือเรดฟอร์ดที่แล่นตามกันมา เมื่อเรือทั้งสองทอดสมอเป็นที่เรียบร้อยก็ปรากฏร่างของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวและกลุ่มโจรสลัดผมแดงที่เดินลงมาจากเรือก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านในของเกาะ

 

เมื่อเดินเข้ามาสักพักก็พบเข้ากับกลุ่มของวอร์เดนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

 

“ไงแดน… มาไวจังนะ”

 

หนวดขาวที่เห็นแบบนั้นได้ทักขึ้นมาก่อนจะพาร่างของเอสไปนอนลงบนพื้นที่มีผ้าปูรองไว้อยู่ ซึ่งในขณะนั้นแชงค์เองก็กล่าวขึ้นมาบ้าง

 

“ฉันทำตามที่นายบอกแล้ว จะเอาไงต่อ”

 

“ตามที่ฉันบอกนายไปก่อนแล้ว แน่นอนว่าฉันจะใช้วิธีนี้ อยากให้เขาฟื้นมั้ยล่ะ…อานิวเกต”

 

เมื่อพูดจบกลุ่มของหนวดขาวก็หันมามองที่วอร์เดนพร้อมกัน และเป็นมัลโก้ที่ถามขึ้นก่อน

 

“นายจะทำอะไรโยย”

 

“อา…ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่หักล้างเท่านั้น”

 

เมื่อพูดจบวอร์เดนจึงเดินตรงมายังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ก่อนจะยื่นมือไปแตะตรงบาดแผลตรงกลางอกของเอส ในขณะนั้นเปลวไฟสีม่วงครามได้ปรากฏขึ้นมาก่อนจะหายไป พร้อม ๆ กับร่างที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ตรงหน้าอกนั้นหายไปและตื่นขึ้นมา ซึ่งสร้างความตกใจให้กับกลุ่มหนวดขาวและกลุ่มของผมแดงไม่น้อย จะเว้นก็แต่แชงค์ที่พอรู้เรื่องนี้มาบ้างแต่ก็ไม่เคยเห็นกับตาตัวเองจนมาถึงครั้งนี้เนี่ยแหละ

 

“พ่อ…ทุกคน”

 

“อาแดน”

 

“ไงเอส แต่ก่อนจะพูดอะไรมากกว่านั้น ฉันจะบอกว่าเธอตายไปแล้วครั้งนึงและอาชุบชีวิตเธอขึ้นมา ตอนนี้ก็อยากให้อยู่เงียบ ๆ ไปสักพักดูสถานการณ์กันก่อนแล้วอาจะจัดการเรื่องของเธออีกที”

 

เอสที่ได้ฟังแบบนั้นก็พยักหน้าและเริ่มถามต่อ

 

“ลูฟี่ล่ะอาแดน! เขาปลอดภัยใช่มั้ย”

 

“อา… เขาปลอดภัยดี ไม่ต้องห่วงหรอก”

 

ถึงจะบอกว่าไม่ต้องห่วงแต่ว่าตัวของวอร์เดนเองก็ยังเป็นห่วงลูฟี่อยู่ดี เขารู้ดีการที่เห็นพี่ชายตายต่อหน้านั่นถือว่าเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจและเจ็บปวดมาก แต่ลูฟี่จะต้องก้าวต่อและเขาก็หวังว่าลูฟี่จะสามารถผ่านมันไปได้ 

 

“แล้วทำไมอาถึงมาอยู่ที่นี่ อามาร่วมสงครามมารีนฟอร์ดเหรอ ผมคิดว่าอาจะไม่มา”

 

“ถ้าตามข้อตกลงรวมไปถึงคำเตือนที่อาให้ไว้กับทหารเรือน่ะใช่ แต่บังเอิญว่าทางนั้นมันได้ใจไปสักหน่อยเลยเกิดการหักหน้ากันขึ้นน่ะนะ อีกอย่างเธอเป็นหลานฉันนะจะให้ไม่มารึไง”

 

วอร์เดนพูดพลางไหวไหล่ราวกับมันเป็นเรื่องเล็กน้อย และเขารู้ดีว่าทั้งทหารเรือกับรัฐบาลโลกจะเจออะไรต่อจากนี้ ซึ่งเขาก็ไม่สนมันหรอกอีกอย่างจะโทษเขาก็ไม่ได้โทษในความประมาทของพวกมันเองเถอะ

 

“เอาเถอะอยู่ที่นี่ไปสักพักก่อนเราจะต้องรอดูการเคลื่อนไหวของภายนอกด้วยว่าจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใหน ตอนนี้เธอกับคนอื่น ๆ ก็พักอยู่ที่นี่แหละ”

 

เมื่อพูดจบทั้งเอส กลุ่มหนวดขาว กลุ่มผมแดง และกลุ่มจิ้งจอกดำต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน แต่ก่อนจะแยกไปกันหมดทางวอร์เดนก็ได้ใช้พลังของพลหักล้างรักษาให้กับหนวดขาว ในตอนนี้บาดแผลและอาการบาดเจ็บของหนวดขาวนั้นหายเป็นปลิดทิ้งรวมไปถึงโรคประจำตัวของเขาที่หายไปด้วยจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกัน ในขณะนั้นวิสต้าได้เดินมาหาวอร์เดนก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ อีกฝ่ายที่กำลังนั่งรับลมอยู่ชายทะเลไกล้ ๆ กับจุดที่เรือของทั้งสามจักพรรดิเทียบท่าอยู่

 

“นายไหวนะ ดูไม่ค่อยดีเลย”

 

“อา… ฉันโอเค แค่ก ๆ-”

 

วอร์เดนพูดพลางไอออกมาเป็นเลือด ทำให้วิสต้าที่อยู่ข้าง ๆ ยื่นผ้าให้เขาเช็ดเลือดในมือ ก่อนจะช่วยประคองวอร์เดนี่ทำท่าจะหัวทิ่มไปบนพื้น

 

“ใหนบอกไหวไง แล้วนี่อะไรเนี่ย”

 

วิสต้าพูดพลางปะคองให้ตัวของวอร์เดนนั้นพิงร่างที่ใหญ่กว่าของเขา ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร

 

“ก็นะ… ผลหักล้างน่ะมันหักล้างได้ทุกอย่างก็จริง แต่ว่าการที่หักล้างความตายนั้นถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎแห่งความตายแบบชัดเจน มันก็เลยมีข้อเสียตามมาอย่างการที่ฉันกระอักเลือดและดูพร้อมจะหัวทิ่มได้ตลอดเวลาเนี่ยแหละ โครตจะกินพลังชีวิตเลย”

 

วอร์เดนพูดพลางไม่ใส่ใจราวกับมันเป็นเรื่องเล็กน้อย ผิดกับวิสต้าที่เป็นห่วงเรื่องนี้และเขาก็แน่ใจเลยว่าไอ้คนที่พิงเขาอยู่เนี่ยจะไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับคนอื่นแน่ ๆ ให้ตายสิชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยสิน่า ต่อจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็นั่งรับลมอยู่ด้วยกันจนกระทั่งอาทิตย์ละขอบฟ้า

 

หลายวันผ่านไป

 

ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลโลกกับทหารเรือจะเจอศึกหนักตามที่วอร์เดนคาดไว้ เพราะการเปิดเผยเหตุการณ์ในเอนิเอสล็อบบี้นั้นดูจะลดความเชื่อถือของประชาชนลงไปมากทีเดียว แต่ข่าวนี้ก็ไม่น่าสนใจเท่ากับข่าวของเจ้าหลานชายของเขาที่ไปก่อเรื่องไว้ที่มารีนฟอร์ด ซึ่งลูฟี่ไม่มีทางคิดเรื่องแบบนี้ได้เองแน่ ๆ คงเป็นความคิดของคุณเรย์ดูแล้วน่ะนะ

 

“หึ 3D2Y งั้นเหรอ คุณเรย์ก็เข้าใจคิดนะเนี่ย”

 

เมื่อคิดได้แบบนั้นวอร์เดนจึงเดินไปนัดประชุมกับคนอื่น ๆ เพื่อที่จะจัดการเรื่องต่อจากนี้ ผ่านไปสักพักทุกคนก็มารวมกันที่จุดนัดหมายและเปิดมาด้วยหนวดขาวที่ถามขึ้นมาก่อน

 

“มีอะไรหรือเปล่าแดนที่นัดมาตอนนี้”

 

หนวดขาวถามพลางกระดกเหล้าในมือ ซึ่งคนเป็นหมอล่ะอยากจะเชือดเสียจริง ถึงแม้จะหายดีแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะมาจัดเหล้าแบบนี้มั้ย! มันควรจะพักก่อนสิเฟ้ย!

 

“ครับที่นัดมาตอนนี้จะคุยเรื่องที่เราจะต้องจัดการต่อจากนี้ครับ เอสตามที่เธอเห็นในข่าวลูฟี่นัดเจอเพื่อนของเขาในอีกสองปีข้างหน้า แน่นอนว่าในช่วงเวลาสองปีเธอจะต้องหายไปจากท้องทะเลนี้ ครบสองปีเมื่อไหร่อาจะมาหาและทำให้เธอแล่นในท้องทะเลได้อีกครั้งนึง ส่วนพวกนายที่เป็นพันธมิตรของอานิว พวกนายออกทะเลไปตามปกติแต่พวกนายจะต้องเก็บเรื่องของเอสเอาไว้ อย่าทำให้ใครก็ตามรู้ว่าเอสยังมีชีวิตอยู่ถึงแม้ฉันจะแน่ใจว่าทั้งโลกจะเชื่อว่าเอสตายไปแล้วก็ตาม ส่วนทางแชงค์พวกนายก็ทำตัวปกติของพวกนายไปไม่ต้องคิดอะไรมาก มีคำถามมั้ย”

 

เมื่อพูดจบทุกคนต่างพยักหน้าเข้าใจ แต่ก็มีใครบางคนถามขึ้นมา

 

“แล้วนายล่ะแดน นายจะทำอะไรต่อโยย”

 

เป็นมัลโก้ที่ถามขึ้นมา ซึ่งตัวของคนที่ถูกถามก็ตอบไปตามปกติ

 

“ก็ไม่มีอะไรมากฉัันจะไปหาพี่ฉันสักหน่อยน่ะ ซึ่งฉันแน่ใจว่าคงมีคนตกใจอยู่แหละ แล้วก็ว่าจะตรวจสอบเรื่องทางพวกโลกใต้ดินด้วยน่ะนะ เดี๋ยวจะต้องเก็บกวาดศพของคนบางคนบางพวกที่อยู่บนเรือพวกฉันด้วย”

 

“หา…หมายถึงพวกหน่วยรับของรัฐบาลโลกรึไงโยย”

 

“อา.. เจ้าพวกนั้นน่ะ ตีเนียนนานอยู่นะก็เลยเล่นด้วยโดยการปล่อยไว้แบบนั้นแหละ พวกฉันพึ่งจะฆ่าทิ้งไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วน่ะนะ”

 

วอร์เดนพูดอย่างไม่สนใจกับมันมากนักซึ่งลูกเรือของเจ้าตัวก็ไม่ต่างกัน พวกเขาต่างทำท่าทางราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติและเป็นแค่เกมแก้เบื่อเท่านัน

 

“เอาเถอะงั้นก็ตามนั้นฉันไปก่อนนะแดน”

 

แชงค์พูดพลางโบกมือลาวอร์เดน และแถมท้ายด้วยการเดินมากอดเจ้าตัวสะแน่น ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของลูกเรือหมาป่าดำและรวมไปถึงหนวดขาวที่ดูจะมีท่าทางหวงหลาน?ขึ้นมาหน่อย ๆ กับวิสต้าที่นั่งจ้องเขม็งอยู่ด้านข้าง

 

“ฉันว่าแกรีบไปได้แล้วผมแดง ดูเหมือนหลานชายฉันจะอึดอัดแล้ว”

 

หนวดขาวพูดพลางเอื้อมมือไปดึงหลานชายที่เขาโครตจะหวงออกมาจากเจ้าหัวมะเขือเทศที่เอาแต่กอดอยู่แบบนั้น โดยมีแชงค์ยักคิ้วใส่ก่อนจะหอมแก้มวอร์เดนไปฟอดใหญ่และรีบชิ่งตามลูกเรือของตนไป โดยมีเสียงก่นด่าของกลุ่มหนวดขาวกับหมาป่าดำไล่หลังไปติด ๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วอร์เดน รูปวาด by เราเองHunterk07(ชื่อของเราในDeviantart)

ชื่อ: มังกี้ ดี. วอร์เดน

ชื่อเล่น: แดน/แดนนี่

สูง: 201 ซม.

อายุ: 47 (เปิดตัว) 49 (ไทม์สคิป)

บ้านเกิด: อีสบลู, อาณาจักรโกอา

วันเกิด: 10 ธันวาคม

สังกัด: กลุ่มโจรสลัดหมาป่าดำ, โลกใต้ดิน, กลุ่มโจรสลัดโรเจอร์ (อดีต)

ตำแหน่ง: โจรสลัด, กัปตัน, เด็กฝึกหัด (อดีต)

กรุ๊ปเลือด: S (O)

เรกัล

ชื่อ: สตาลินกราด ดี. เรกัล

ชื่อเล่น: ริคกี้/ริค

อายุ: 35 (เปิดตัว), 37 (ไทม์สคิป)

สูง: 250 ซม.

บ้านเกิด: แกรนด์ไลน์, เกาะเรด

สังกัด: ทหารเรือ, G-5

ตำแหน่ง: พลเรือโท

ฉายา: สัตว์ร้ายแห่งกองทัพเรือ

กรุ๊ปเลือด: F (B)

รายนี้ไม่ถูกกับอาคาอินุแบบชัดเจน น้องบุญธรรมและเป็นลูกศิษย์ของวอร์เดนด้วย

ผลงานอื่นๆ ของ Jackrice

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 13:44

    สะใจมากกกอยากให้เป็นตอนยาวอ่ะ
    #6
    1
    • 20 กรกฎาคม 2563 / 18:06
      เรากำลังร่างเนื้อเรื่องอยู่ค่ะ เป็นตัวOCในเรื่องเลย แค่จะเล่าผ่านหลาย ๆ มุมมองค่ะ งานนี้ล่ะลูฟี่เราจะมีแบ็คที่ใหญ่โครต ๆ หนุนหลังค่ะ^_^
      #6-1
  2. #5 MaRa_Lyn (@ZERO_OWL) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 21:14

    เเต่เราโครตสะใจ
    #5
    1
    • #5-1 DTStill (@1012051002545) (จากตอนที่ 1)
      7 กรกฎาคม 2563 / 21:36
      ใช่มั้ย ๆ เน้นความสะใจด้วยบอกเลย
      #5-1
  3. #4 MaRa_Lyn (@ZERO_OWL) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 21:14

    ทำไมเอสต้องตาย
    #4
    2
    • #4-1 DTStill (@1012051002545) (จากตอนที่ 1)
      7 กรกฎาคม 2563 / 21:37
      เราต้องให้ลูฟี่ก้าวต่อค่ะ..ฮึก//ยื่นผ้าให้+น้ำตาท่วมไม่ต่างกัน
      #4-1
    • 8 กรกฎาคม 2563 / 05:02
      เเต่อย่างน้อยก็ไม่มีเสี้ยนหนามอย่างหนวดดำ
      #4-2
  4. #3 Phonthawan (@Phonthawan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 20:45
    แต่งดีสุดๆ
    #3
    1
    • #3-1 DTStill (@1012051002545) (จากตอนที่ 1)
      7 กรกฎาคม 2563 / 20:53
      ดีใจที่ชอบค่ะ//รู้สึกมีกำลังใจ
      #3-1
  5. #2 Phonthawan (@Phonthawan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 20:45

    สนุกมากกกกกกกกกกกกกก
    #2
    0
  6. #1 MUYCOKEz (@Teaw2145) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 19:38
    สนุกดีครับรออ่าน
    #1
    1
    • #1-1 DTStill (@1012051002545) (จากตอนที่ 1)
      7 กรกฎาคม 2563 / 20:03
      ดีใจที่ชอบค่ะ
      #1-1