[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,041 Views

  • 73 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    84

    Overall
    1,041

ตอนที่ 7 : Your Ring, My Friend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 6

Your Ring, My Friend.

19 / 04 / 2561

 


 

          แนนซี่นัดทุกคนที่ไม่มีเรียนคาบบ่ายมาซ้อมละครกันที่โถงเวที สตีฟเป็นหนึ่งในนั้น สิ่งที่เขาทำเป็นอย่างแรกตั้งแต่ที่เดินทางมาถึงจึงเป็นการพูดคุยเรื่องแผงไฟกับดัสตินเป็นการใหญ่

 

          สตีฟบิดตัวไปมาบนเก้าอี้ล่างเวทีขณะที่สายตาก็เบนขึ้นไปมองแนนซี่ที่กำลังช่วยลูคัสกับแม็กซ์จำบทพลางคุยกับโจนาธานไปด้วย สีหน้าของหมอนั่นดูเหมือนว่ากำลังรู้สึกผิดอะไรบางอย่าง แต่มันคงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แนนซี่ถึงได้ลูบไหล่ตอบกลับไปแบบนั้น

 

           เฮ้ อมิโก้เสียงคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างของบิลลี่ที่เดินเข้ามานั่งข้างๆ เขาพร้อมกับรอยยิ้มอารมณ์ดีประจำตัว

 

           นายมาทำอะไรที่นี่?”

 

           ก็มาดูน้องสาวซ้อมละครเวทีไง ไม่ได้อ่อ?” บิลลี่ว่าพลางเหลือบสายตาขึ้นไปที่แม็กซ์บนเวที เธอหันมามองแวบนึงก่อนจะสะบัดหน้าหนีไป

 

           น้องสาว?”

 

          บิลลี่ยักไหล่ ก็คนแถวนี้บอกให้เรียก

 

          ฉันก็ไม่ได้บอกให้นายเรียกตรงๆ ซักหน่อย!

 

           แล้วนี่แม่วีลเลอร์ให้พวกนายแสดงเรื่องอะไรกัน?”

 

           เชอร์รี่ เจ้าสาวกบ

 

           ฮะ? เรื่องอะไรนะ เจ้าชายกบ?”

 

           เจ้าสาวกบต่างหาก! เป็นนิทานกริมม์ ถ้านายยังไม่เคยได้ยินก็ลองไปหาอ่านเอาเองล่ะกัน

 

           แล้วยัยแม็กซ์เล่นเป็นอะไร?”

 

           แม่ชี เธอจะเป็นคนสาปให้เชอร์รี่กลายเป็นกบ

 

           งั้นใครเล่นเป็นเชอร์รี่?”

 

           แนนซี่

 

           โอ้ เจ้าหญิงแนนซี่~”

 

           เงียบน่า!กลัวคนบนเวทีไม่ได้ยินกันหรือไง!

 

           ถ้าอย่างงั้นใครเล่นเป็นพระราชา สามพี่น้อง หญิงชรา แล้วก็กบล่ะ?”

 

           ก็จะมีโจนาธาน ลูคัส แล้วก็...เฮ้! ถ้าอย่างงั้นนายก็รู้เรื่องหมดแล้วน่ะสิ!แล้วจะแกล้งทำมาเป็นได้ยินว่าเจ้าชายกบตั้งแต่ทีแรกทำม้ายยย!!?

 

           แน่นอน~ เพราะนอกจากว่าฉันจะหล่อแล้ว ยังเป็นคนที่ฉลาดรอบรู้อีกด้วย

 

           รอบรู้มากจนหนีเรียนไปมีเรื่องแบบเมื่อวานนี้ใช่ป่ะ?”

 

           ทำเป็นมาพูด เมื่อวานนี้นายก็หนีเหมือนกันนั่นแหละ

 

           ถ้าฉันรู้ว่านายจะมาย้อนกันแบบนี้ ก็จะไม่หนีให้เสียเวลาเรียนหรอกเว่ย!

 

           สตีฟ!เสียงแนนซี่ดังขึ้นทำให้เจ้าของชื่อกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ หันไปมอง เมื่อเห็นว่าเธอกำลังกวักมือเรียก สตีฟจึงรีบวิ่งขึ้นไปหาเธอบนเวทีในทันที

 

           มีอะไรเหรอแนนซ์?”

 

           พอดีว่าโจนาธานมีสอบนอกตารางน่ะ เลยอยากขอนายมาช่วยซ้อมแทนให้หน่อย ได้มั้ย?” แนนซี่ว่า ทำให้สตีฟหันไปมองโจนาธานที่ยังคงทำสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่หาย

 

           ได้สิ นายไปเถอะ พวกเราจัดการทางนี้กันได้สตีฟพูด หวังว่ามันจะช่วยทำให้โจนาธานรู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น ช่วยซ้อมบทให้แค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรซักหน่อย

 

          โจนาธานหยิบบทละครจากกระเป๋าสะพายออกมายื่นให้เขา ขอบใจ ฝากด้วยนะ

 

           อืม

 

          โจนาธานพยักหน้าให้สตีฟกับแนนซี่ก่อนจะเดินออกไปจากโถงเวที ทำให้สตีฟที่มองตามไปได้สบตากับบิลลี่อีกครั้ง ฝ่ายนั้นนั่งกอดอกทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเก้าอี้พลางส่งยิ้มมาให้ แต่มันน่าหงุดหงิดก็ตรงที่บิลลี่ยักคิ้วหลิ่วตาใส่เขาสลับกับแนนซี่ เหมือนกะจะบอกว่าเขามีโอกาสทำให้ถ่านไฟเก่ากลับมาร้อนแล้วยังไงยังงั้นแหละ!

 

          ฉันไม่เลวไปแย่งแฟนชาวบ้านมาเป็นของตัวเองเหมือนอย่างแกหรอกนะโว้ย!

 

           ขอบใจมากนะสตีฟ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้นายต้องลำบาก

 

           ตามแต่จะบัญชาเลยขอรับ คุณหญิงแนนซี่สตีฟผายมือล้อเลียนก่อนที่พวกเขาจะพากันหัวเราะ เมื่อทุกอย่างเข้าที่ แนนซี่จึงให้ทุกคนเริ่มซ้อมบทกันในทันที

 

          โจนาธานได้รับบทเป็นพระโอรสคนสุดท้องของพระราชาซึ่งก็คือพระเอกของเรื่อง สตีฟผู้ที่จำต้องตกเป็น พระเอกจำเป็นท้าวสะเอวอ่านบทพลางขมวดคิ้วมุ่น ตัวละครนี้มีบทพูดตั้งแต่ตอนประมาณกลางเรื่องยันท้ายเรื่อง เนื้อหาก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากพูดกับลูคัสที่เล่นเป็นพระราชาเมื่อเอาของกลับไปถึงเมืองและขอความช่วยเหลือจากเจ้าสาวกบที่ข้างลำธารเท่านั้นเอง

 

          โอเค ก็แค่พูด นายไม่จำเป็นจะต้องจำบทจริงๆ ซักหน่อย ว่าแล้วสตีฟก็ก้มหน้าอ่านบทตอบกับคนอื่นๆ ที่จำบทกันมา สตีฟรู้ดีว่าที่ตัวเองทำอยู่มันดูน่าขัน แต่เขาก็ขี้เกียจจะจำบทที่ไม่ต้องมาเล่นเองจริงๆ นี่นา

 

           เนื้อเรื่องตรงนี้ไม่มีบท มันเป็นฉากอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายกับเชอร์รี่ นายก็แค่จับมือฉันเอาไว้แบบนี้จนกว่าบทบรรยายจะจบลงก็พอแนนซี่ดึงบทในมือสตีฟไป ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปกุมเอาไว้ สตีฟเผลอใจสั่นและมันเจ็บตรงที่เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้คิดอะไร นอกจากเขาที่คิดสกปรกไปเองคนเดียวเท่านั้น

 

          ใช่ ฉันเคยบอกเธอว่าไม่เป็นไร แต่ทำไมมันถึงยังได้รู้สึกเจ็บอยู่แบบนี้อีกล่ะ แนนซ์?

 

          ทันใดนั้นอะไรบางอย่างที่หางตาเขาก็เคลื่อนไหว สตีฟหันไปเห็นว่าบิลลี่กำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินออกจากโถงเวทีไป โดยที่ไม่คิดจะหันมาบอกลาเขาหรือว่าแม็กซ์ก่อนเลยซักคำ

 

          นั่งดูนานจนเบื่อแล้วล่ะสิ ไอสิงโต

 



          .

 



          สตีฟกับแม็กซ์ออกมาจากโถงเวทีหลังจากที่พวกเขาซ้อมละครรอบที่สองกันจนเสร็จ โจนาธานกลับมาตอนกลางเรื่องระหว่างที่พวกเขาซ้อมรอบที่สองกันอยู่พอดี สตีฟเลยได้เข้าไปดูดัสตินจัดการกับแผงไฟฟ้าอีกครั้งและพบว่าเด็กนั่นทำได้ดีมากทีเดียวเชียวล่ะ!

 

           หมอนั่นแย่จริงๆ ที่อยู่ดีๆ ก็เดินออกจากโถงไปแบบนั้นสตีฟชวนคุยขณะที่พวกเขากำลังเดินไปที่ลานจอดรถหน้าโรงเรียน

 

           ใช่ แต่ฉันคิดว่าบิลลี่ไม่ควรเข้ามาอยู่ในห้องนั้นตั้งแต่ทีแรกแล้วมากกว่าแม็กซ์ตอบอย่างเย็นชา เรื่องความชิงชังคงจะทำให้สองคนนี้เลิกกันไม่ง่ายเลยจริงๆ

 

           นั่นสินะ

 

          พวกเขาพบบิลลี่ทันทีที่เดินออกมาถึง แม็กซ์เดินนำสตีฟไปที่รถแล้วขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังแบบเงียบๆ สตีฟถอนหายใจมองแผ่นหลังเจ้าของรถก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เพื่อกะจะถามเรื่องที่เจ้าตัวหายตัวไปในตอนบ่าย แต่เพียงแค่ได้สบตากัน อีกฝ่ายก็ดีดบุหรี่ในปากลงบนพื้น ก่อนจะเดินหนีเขาขึ้นไปบนรถโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากทักทายหรือว่ากวนประสาทเขาเลยซักคำ

 

          เป็นอะไรของหมอนี่อีกล่ะเนี่ย?

 



          .

 



          สตีฟพบว่ารอบๆ ตัวเขายังคงเต็มไปด้วยความเงียบ แม้ว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงที่บ้านฮาร์โกรฟกันแล้ว แต่บิลลี่ก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่พยางค์เดียว และยิ่งแม็กซ์หนีเข้าไปอยู่ในห้อง ทุกอย่างมันก็ยิ่งเงียบมากขึ้นไปอีก สตีฟจึงตัดสินใจเข้าครัวทำอาหารเย็นเอาไว้ให้ทั้งสองคนนั้น เพราะไม่ว่ายังไงเย็นวันนี้เขาก็จะไม่มีทางทนอยู่ในความอึดอัดแปลกๆ นี้แน่ๆ!

 

          สตีฟต้มเส้นพาสต้าและรู้สึกว่าบิลลี่กำลังมองอยู่ แต่พอหันไปหมอนั่นก็หลบตาเขาแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน่ารำคาญ ถ้าที่นี่มีแค่เขากับบิลลี่ กระบวยที่อยู่ในมือของสตีฟคงได้ลอยไปโดนหัวทองๆ นั่นตั้งนานแล้ว!

 

          ก๊อก!ๆๆ เฮ้ แม็กซ์ สตีฟเคาะเรียก แม็กซ์ยอมเปิดประตูออกมาเจอหน้าเขาในทันที

 

           “มีอะไรเหรอสตีฟ?”

 

           เย็นนี้ฉันว่าจะขอตัวกลับก่อน เลยเอาเบอร์มาให้ ถ้าหมอนั่นทำอะไรเธอก็รีบโทรหาฉันเลยนะ

 

          แม็กซ์รับกระดาษใบเล็กๆ ที่สตีฟเขียนเบอร์บ้านของตัวเองลงไปถือไว้ เธอยิ้มขอบคุณ ก่อนจะปิดประตูกลับเข้าห้องตัวเองไป

 

           เอาอะไรมาให้ยัยนั่น?” ทันใดนั้นเสียงของบิลลี่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง สตีฟสะดุ้งหมุนตัวพรวดพราดจนหน้าของตัวเองเกือบจะหันกลับไปชนเข้ากับหน้าของบิลลี่เข้า สตีฟพบว่าบิลลี่ยังคงทำสีหน้าขมึงทึงอยู่เหมือนเดิม ที่เป็นเเบบนี้ก็เพราะว่ากำลังโกรธเขาอยู่จริงๆ สินะ แต่ว่ามันเรื่องอะไรกันล่ะ? บ้าชิบ

 

           เรื่องของฉัน ไม่สำคัญกับนายหรอกสตีฟจ้องบิลลี่ ใช้ตาเขม็งของตัวเองเข้าสู้ เอาให้รู้กันไปเลยว่าเขาเองก็โมโหเป็นเหมือนกัน!

 

           แล้วนั่นนายจะไปไหน?”

 

           กลับบ้าน

 

           เดี๋ยวฉันไปส่งสตีฟที่ตั้งใจจะเดินกลับยังไม่ทันได้ปฏิเสธอะไร ก็ถูกบิลลี่จับแขนลากออกไปจากบ้านพร้อมกับกุญแจรถซะก่อน เอาแต่ใจชะมัด! กว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกยัดขึ้นไปนั่งบนเบาะรถเรียบร้อยแล้ว!

 

 

Half and hour ago

They were feeling fine

There's no tears now

In her eyes

He says she's fine tonight

And he's walking home

He's thinking of what she's done

 

 

          บิลลี่สตาร์ทเครื่องแล้วขับรถออกไปแบบเงียบๆ แต่รวดเร็วราวกับจะแข่งกับเสียงเพลงร็อคปวดแก้วหูที่เปิดสนั่นออกมาจากวิทยุ สตีฟพยายามทำเป็นไม่สนใจขณะที่เบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองหน้าคนขับอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง สตีฟมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องรู้ตัว แต่เจ้าตัวกลับไม่หันมามองตอบเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

          นายกำลังโกรธอะไรฉันอยู่กันแน่? สตีฟพยายามทวนนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นแบบนี้ แต่ก็นึกอะไรไม่ออกนอกจากวินาทีที่เขาใจสั่นตอนที่จับมือกับแนนซี่อยู่ข้างบนเวทีนั่น

 

          บิลลี่เดินหนีออกไปในตอนนั้น...ตอนที่เขากำลังจับมือกับแนนซี่

 

          บิลลี่โกรธเพราะว่าเขาซ้อมจับมือกับแฟนเก่าของตัวเองอยู่เนี่ยนะ!?

 

          ความคิดนั้นทำให้สตีฟย่นคิ้วและแทบจะสิงตัวเองเข้าไปในเบาะรถ ไร้สาระน่า! อาการแบบนั้นมันมีเอาไว้ใช้กับคนที่หึงกันไม่ใช่รึไง? บิลลี่ไม่มีทางยกความคิดอะไรแบบนั้นขึ้นมาใช้กับเขาหรอก จริงมั้ยล่ะ? ฮะฮะ...ฮ่า

 

          บิลลี่เลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าบ้านแฮร์ริงตันโดยสวัสดิภาพ สตีฟถอนหายใจ หันไปมองหน้าบิลลี่ที่ไม่ยอมหันมาพูดจากวนประสาทเขาก่อนลงจากรถเหมือนอย่างเมื่อก่อน ถึงจะรู้สึกโหวงๆ และอยากรู้เหตุผล แต่สตีฟก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ให้มีเรื่องขุ่นใจกันมากไปกว่านี้

 

          แกมันงี่เง่าบิลลี่! ฉันจะไม่สนใจนายอีกต่อไปแล้ว!

 

          สตีฟเปิดประตูรถและถึงแม้ว่าจะพยายามทำให้ตัวเองคิดแบบนั้น แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดี ถ้าเกิดว่าที่จริงแล้วบิลลี่ไม่ได้กำลังโกรธเขาอยู่ล่ะ แต่ว่าอาจจะไปมีเรื่องกับใครซักคนหลังจากที่ออกไปจากโถงเวทีนั่น มันจะต้องไม่ดีแน่ถ้าหากว่าบิลลี่เก็บปัญหาเอาไว้กับตัวเองคนเดียว

 

          แล้วรังสีแห่งความเป็นคนดีก็เอาชนะเขาได้อีกครั้ง ให้ตายเถอะ ก็ได้ ก็ได้ๆๆ!

 

          สตีฟปิดประตูรถเสียงดังสนั่น ก่อนจะขยับตัวหันกลับเข้าไปนั่งที่เดิมอีกครั้ง บิลลี่ วันนี้นายเป็นอะไรของนาย?”

 

           เปล่า ฉันไม่เป็นไร

 

           ไม่เป็นไรบ้านนายสิ! นายทำตัวแปลกๆ มาตั้งแต่ตอนที่ออกไปจากโถงเวทีนั่นแล้ว มีปัญหาอะไรนายก็เล่าให้ฉันฟังสิ เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ

 

           “...” บิลลี่ไม่พูดนอกจากหันมามองหน้าเขานิ่งๆ สตีฟไม่รู้ว่าควรจะรุกยังไงให้ตัวเองได้คำตอบ จึงได้แต่จ้องอีกฝ่ายตอบกลับไปด้วยสายตาที่จริงจังมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

           บิลลี่

 

           ฉันขอมือนายหน่อยสิ

 

           “...!?”

 

           บอกว่าขอมือนายหน่อย

 

           เอาไปทำไม จะตัดนิ้วฉันเล่นเรอะ!?” สตีฟยิ้ม แกล้งทำเป็นกลัวจนบิลลี่หลุดหัวเราะ บทจะอารมณ์ดีก็ดีขึ้นมาง่ายๆ เลยเชียวนะ! อ่ะ ยื่นให้ละ

 

           หลับตาด้วย

 

           ต้องหลับตาด้วย~?”

 

           ใช่ หลับตา แล้วก็อย่าลืมกัดฟันด้วยล่ะ เวลาตัดจะได้ไม่เจ็บ

 

           บิลลี่!!!สตีฟกระชากมือหนีโดยอัตโนมัติ แต่อีกฝ่ายกลับแรงดีจับเเขนเขาไว้ซะเเน่น

 

           ใจเย็นๆ ฉันล้อเล่น เป็นถึงคิงสตีฟแล้วอย่าเชื่อคนง่ายนักสิบิลลี่อมยิ้ม ค่อยๆ ผ่อนแรงที่จับแขนสตีฟลงพลางสบตากับเขาอีกครั้ง หลับตาสิ ไม่อย่างงั้นคืนนี้ฉันไม่ปล่อยนายลงจากรถนะ

 

          แหม ได้ทีแล้วเอาใหญ่เลยนะ ไอสิงโต

 

          สตีฟแค่นยิ้มหลับตาลงตามที่บิลลี่บอก สตีฟสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วของบิลลี่ที่เลื่อนจากแขนไปที่มือของเขาแทน บิลลี่แบมือเขาออกก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างแตะลงมาบนฝ่ามือของเขาเบาๆ

 

           ลืมตาได้บิลลี่พูด ในน้ำเสียงฟังดูน่าตื่นเต้นจนสตีฟอยากลืมตาขึ้นมาดู แต่เมื่อได้เห็นสิ่งที่วางอยู่ เขาก็พูดอะไรไม่ออก

 

          แหวน? แหวนมงกุฎสีทองขนาดจิ๋ว สตีฟไม่รู้ว่าบิลลี่เอาแหวนวงนี้มาวางไว้บนฝ่ามือเขาทำไม หากแต่หัวใจกลับเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

 

           ให้ฉันเหรอ?”

 

           ก็ใช่น่ะสิ วางไว้ขนาดนี้แล้วยังต้องถามอีกเหรอ?”

 

           เนื่องในโอกาสอะไร?”

 

           เอ่อ...ก็...ไม่รู้สิ วันนี้ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดีก็เลยขับรถเล่นจนไปเจอแหวนวงนี้เข้าแล้วคิดถึงนาย ก็เลยซื้อมาให้

 

          ซื้อมาให้เพราะว่าคิดถึงเขาเนี่ยนะ?

 

           จะถือว่าในโอกาสที่เราเป็นเพื่อนกันก็ได้ ขอแค่ให้นายใส่มันเอาไว้ตลอดเวลาก็พอ โอเคป่ะ?”

 

           ตลอดเวลาเลยเหรอ? นายนี่โลภจังเลยนะสตีฟยิ้ม และรู้สึกมีความสุขอบอุ่นจากข้างใน นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้รับของขวัญจากใครซักคนที่ไม่ใช่ในวันสำคัญ หากแต่ในอีกมุมหนึ่งเขากลับรู้สึกแปลกๆ ที่เพื่อนเพียงคนเดียวของตัวเองในตอนนี้ซื้อแหวนมาให้

 

          มันไม่มีทางเป็นของขวัญที่สตีฟคิดจะซื้อให้กับคนที่เป็นเพียงแค่เพื่อนกันหรอกนะ

 

           ว่าแต่นายชอบมั้ยล่ะ?”

 

           ชอบสิ ขอบใจนะสตีฟพูดออกไปแบบนั้น เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสายตาที่ตัวเองไม่เคยได้รับจากเพื่อนที่ไหนมาก่อน สตีฟเม้มริมฝีปาก พยายามบอกกับตัวเองว่าที่บิลลี่ทำอาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวอยู่กับสาวบ่อยจนเผลอติดเอานิสัยนั้นมาใช้กับเขาก็ได้ ใช่! มันต้องแบบนั้นแน่ๆ!

 

          เหตุผลที่สตีฟมีโคตรจะสมเหตุสมผล หากแต่ความรู้สึกของเขากลับเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ตอนนั้น...

 



          .

 



          บิลลี่ไม่รู้ว่าเขาอยากจะซื้อแหวนให้สตีฟไปทำไม แม้แต่ตอนที่เอาไปให้ เขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองอยู่ดี

 

          ตอนที่เจอมัน บิลลี่คิดได้แค่ว่ามันสมควรที่จะเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่มันสมกับรูปร่าง ยกตัวอย่างเช่นคำว่าคิง แล้วคำว่า คิงสตีฟก็ลอยขึ้นมาในหัวเขาแทบในทันทีต่อจากวินาทีนั้น ทั้งที่ตัวเองกำลังหงุดหงิดอยู่แทบตาย แต่เขากลับยังคิดถึงสตีฟขึ้นมาได้ น่าตลกดีใช่มั้ยล่ะ!?

 

          และถ้าจะถามว่าอะไรที่มันน่าตลกยิ่งกว่านั้น บิลลี่ก็คงจะตอบว่าเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจนต้องโผล่หัวมาอยู่ที่นี่ นั่นก็เพราะว่าเขาเห็นคิงสตีฟกำลังซ้อมจับมืออยู่กับแฟนเก่า ด้วยสายตาที่สุดแสนจะลึกซึ้ง และในบรรยากาศที่โคตรจะโรแมนติก ใช่! นั่นล่ะคือเรื่องที่น่าตลกที่สุดของวันนี้ เรื่องตลกที่บิลลี่ขำไม่ออกเลยซักแอะ!

 

          บิลลี่จ่ายเงินซื้อแหวนมาในราคาไม่กี่เหรียญ แล้วความคิดเอาแต่ใจที่ว่า แหวนวงนี้เป็นของฉัน ใครที่สวมมันก็ต้องเป็นคนของฉัน ก็ทำให้บิลลี่เหยียบคันเร่งขับรถกลับไปที่ฮอว์กินส์ไฮสคูลอีกครั้ง เพื่อมอบมันให้กับสตีฟ แต่เพียงแค่ได้สบตากับว่าที่คนรับ ความใจกล้าและหน้าด้านที่มีอยู่ก็หายไป ถ้าสตีฟไม่หันกลับมาชวนเขาคุยด้วยเมื่อกี้นี้ บิลลี่ก็คงจะเอาแต่นั่งเงียบอยู่อย่างนั้น


          แต่เมื่อสตีฟได้แหวนวงนั้นไป ประโยคที่ว่า แหวนวงนี้เป็นของฉัน ใครที่สวมมันก็ต้องเป็นคนของฉัน ก็เด้งกลับขึ้นมาทำให้บิลลี่คิดว่าทำไมเขาถึงอยากได้คิงสตีฟมาเป็นของตัวเองขนาดนั้นนัก?


          บิลลี่ชอบสตีฟ แต่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่เคยคิดที่จะครอบครองอีกฝ่ายเหมือนอย่างในตอนนี้เลยซักหน่อย!

 

          บิลลี่ล็อกประตูเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ส่วนแม็กซ์น่าจะทานมื้อเย็นจนเสร็จและกลับเข้าห้องตัวเองไปแล้ว อยากรู้จริงๆ เชียวว่าสตีฟแอบเอาอะไรมาให้ยัยหัวแดงนั่นก่อนที่เขาจะพากลับไปส่งบ้าน 


          บิลลี่ตักอาหารที่เหลืออยู่ใส่จานมานั่งกินเงียบๆ คนเดียวบนโต๊ะอาหาร รสชาติคุ้นปากคล้ายกับมื้อเช้าในวันนั้นทำให้บิลลี่เผลอจินตนาการว่ามีคนทำมานั่งอยู่ข้างๆ

 

          เพ้อเจ้อใหญ่เกินไปละ ไอบิลลี่

 

          บิลลี่รีบหยุดความคิดนั้นทันทีที่ได้ยินเสียงเเม็กซ์เปิดประตูเดินออกมา แกล้งทำเป็นไม่สนใจจนกระทั่งเห็นเศษกระดาษข้อความอะไรบางอย่างที่เธอหยิบออกมาวางไว้บนโต๊ะ เขารู้ได้ในทันทีว่ามันคือเบอร์บ้านของแฮร์ริงตัน เพราะมีชื่อสตีฟเขียนกำกับไว้บนนั้น

 

           เขาให้ไว้ก่อนจะไป แต่ฉันคิดว่านายน่าจะอยากได้มันมากกว่า” บิลลี่รอให้เเม็กซ์พูดจบแล้วกลับเข้าห้องตัวเองไปถึงได้หยิบเศษกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะถามตัวเองอีกครั้งว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบเวลาที่ได้เห็นคิงสตีฟกับยัยเจ้าหญิงแนนซี่อยู่ด้วยกันขนาดนั้นนัก?

 

          บิลลี่นั่งคิดอยู่นานมาก จนในที่สุดเขาก็ได้คำตอบ

 

          ช่างสิวะ




——————————————

เป็นคำตอบที่ดีมากเลยค่ะบิลลี่ อุตส่าห์นั่งคิดมาตั้งนานเลย โถ่ววว~ หึงก็บอกว่าหึงสิ ซื้อแหวนไปให้แค่นั้นใครเค้าจะรู้ตัวล่ะ แหมมม ( เอิ่ม บ่นยาวเกินไปละ - - )

สำหรับตอนนี้ก็บทบรรยาย...เยอะมว้ากกก เพราะตาบิลลี่เอาแต่งอนไม่ยอมพูด ถ้ารีดเดอร์อ่านแล้วงงๆ ไปก็ขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ถ้าท่านรีดเดอร์ใจดีก็เม้นท์ให้ไรท์ได้ค่ะเพราะไรท์เหงา//บนเรือนี้มันเฟ้งฟ้าง 

เจอกันตอนหน้าจ้ะ บัยย


ปล. เพลงที่ใช้ในตอนนี้คือเพลง 30 Minute Break ของวง The Luka State ft. Thomas Brodie-Sangster ค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #31 Mayyongchy (@Mayyongchy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 15:07
    มีความแสดงตัวเปนเจ้าของ อิอิ น่ารักนะเนี้ย
    #31
    0
  2. #15 ขุ่นแม่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 00:15
    โอ๊ยๆๆๆ ตายๆๆๆ อกอิแม่จะแตก ชอบกันก็บอกไปเลยสิลูก คนสวยก็เลิกเอาตรรกะประหลาดๆมาอ้างได้ล่ะ ถ้ามีคนมาทำยังงี้กับแม่ปานนี้เสร็จแม่ไปแล้ว ขออวยพรให้ลูกชายได้กันเรวๆ
    #15
    0
  3. #13 Here.I.Am (@supernovas) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 11:07
    ยอมรับซะหนุ่ม ชิบเขาอ่ะะ
    #13
    0