[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,089 Views

  • 79 Comments

  • 43 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    132

    Overall
    1,089

ตอนที่ 8 : When is it deep?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 7

When is it deep?

25 / 04 / 2561

 


 


          ไอบิลลี่ ฮาร์โกรฟ แกกำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้า!!!

 

          สตีฟแทบอยากจะเขกหัวตัวเองลงไปบนโต๊ะเครื่องแป้งหน้ากระจก เพราะหลังจากที่ลงมาจากรถของบิลลี่เมื่อคืนนี้ ความคิดของเขาก็เอาแต่หมกมุ่นอยู่แต่กับเจ้าของรถ ที่อยู่ดีๆ ก็ซื้อแหวนวงนี้มาให้เขาด้วยเหตุผลประหลาดๆ

 

          สตีฟนั่งจ้องแหวนมงกุฎระหว่างนิ้วมือของตัวเองอยู่นานมาก ตั้งแต่ตอนที่เขาตื่นมาจนถึงหลังอาบน้ำ พลางในใจก็ได้แต่ลังเลว่าจะสวมรึไม่สวมมันไปดี เพราะถ้าสวมมันก็เหมือนกับว่าเขากำลังแสดงนัยน์อะไรบางอย่างให้กับบิลลี่ แต่ถ้าไม่สวมเขาก็ทำร้ายจิตใจของบิลลี่อีก บ้าชิบ เวลานี้เขาควรจะเห็นว่าฝ่ายนั้นเป็นเพื่อนหรือศัตรูก่อนดีฟะ!?

 

           สตีฟ ลงมาได้แล้ว! ช้ากว่านี้เดี๋ยวจะสายเอานะจ้ะ!เสียงเรียกของแม่ทำให้สตีฟตัดสินใจหยิบแหวนขึ้นมาใส่เอาไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต เขาถอนหายใจใส่ตัวเอง ขอช่างเรื่องสวมไม่สวมอะไรนี่ไปก่อนล่ะกันนะ!

 

          สตีฟรีบวิ่งลงไปที่ห้องครัว กล่าวทักทายพ่อที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโต๊ะอาหาร ก่อนจะเข้าไปช่วยแม่ทาแยมใส่ขนมปังเป็นมื้อเช้าที่เคาน์เตอร์ มันอาจจะฟังดูเรียบง่ายเกินไปสำหรับคนรวยๆ อย่างในบ้านแฮร์ริงตัน แต่เพราะความเร่งรีบของสมาชิกทั้งสามคนในครอบครัว ขนมปังทาแยมหรือกาแฟแค่หนึ่งแก้วในยามเช้าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

           อรุณสวัสดิ์ครับแม่

 

           อรุณสวัสดิ์จ้ะสตีฟ วันนี้ลูกทำแผลแล้วหรือยัง?” แม่ละสายตาจากขนมปังบนเคาน์เตอร์เพื่อหันมาสำรวจรอยช้ำบนใบหน้าของเขาที่ได้จากการไปปะทะกับพวกทอมมี่มาเมื่อวันก่อน

 

           ทาแล้วครับ อีกหน่อยเดียวเดี๋ยวคงหาย

 

           หายแล้ว เดี๋ยวก็กลับมาเป็นอีกพ่อสตีฟพูดทั้งที่ยังไม่ละสายตาออกมาจากหนังสือพิมพ์

 

           คุณคะแม่ปราม แต่เขารู้ดีว่าพ่อไม่มีวันหยุด

 

           ฉันไม่อยากมีลูกเป็นพวกอันธพาล ฉันกับแม่เคยบอกแกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเที่ยวหาเรื่องมาใส่ตัว

 

           ขอโทษครับ ผมสัญญาว่าจะพยายามไม่ก่อเรื่องอีกถ้าไม่จำเป็นต้องก่อน่ะนะ สตีฟพูดออกไปแบบนั้น แต่พ่อจะไม่มีวันเชื่อใจเขา…มันเป็นอย่างนี้เสมอมา

 

           นี่สตีฟ ลูกคงไม่ลืมนะว่าวันนี้เป็นวันเกิดของพ่อเค้า คืนนี้ก็เลยจะมีแขกมาที่บ้านของเรา ลูกต้องอยู่ที่นี่ด้วยนะ

 

           แต่ว่าผมต้องไปบ้านบิลลี่...

 

           แม่รู้จ้ะ แต่วันนี้แม่ขอแค่คืนเดียวนะลูกนะสตีฟถอนหายใจ ก็ลองพูดคำว่าไม่ดูสิ! มีหวังเช้านี้คงได้โดนบ่นจนเลือดออกหูตายแน่ๆ!

 

           ก็ได้ครับ ผมจะคุยกับเขาดู ผมไปล่ะสตีฟพูดจบก็หยิบขนมเข้าปากออกจากบ้านไป รถบิลลี่จอดอยู่บนถนน ฝ่ายนั้นคงมารอเขาอยู่นานแล้ว

 

           เฮ้บิลลี่ทัก

 

           เฮ้ แล้วแม็กซ์ล่ะอยู่ไหน?” สตีฟถามหลังจากที่หันไปพบกับเบาะหลังที่ว่างเปล่า

 

           ยัยนั่นต้องทำงานรอส่งอาจารย์ตั้งแต่เช้า ฉันก็เลยไปส่งที่โรงเรียนก่อนจะวนกลับมารับนายอีกรอบ

 

           ขยันเกินไปนะ หมายถึงนายน่ะสตีฟว่า บิลลี่อมยิ้มก่อนจะก้มมองลงมาที่มือเขา

 

          หมับ! ทันใดนั้นบิลลี่ก็คว้ามือทั้งสองข้างของสตีฟขึ้นไปแบในอากาศ สตีฟเสียวสันหลังวาบ เขาลืมเรื่องแหวนไปซะสนิท!

 

           สตีฟ แฮร์ริงตัน

 

          มะ...ไม่ต้องเรียกชื่อเต็มฉันด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมถึงขนาดนั้นก็ได้!

 

           นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันกำลังจะพูดถึงเรื่องอะไรอยู่น่ะ หืม?”

 

          สตีฟกลืนน้ำลาย รู้สิ! รู้ดีมากๆ ด้วย!

 

           ฉันคิดว่าเราสองคนน่าจะเป็นคนประเภทเดียวกันนะ ฉะนั้นนายก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเวลาที่คนแบบพวกเราถูกขัดใจแล้วมันจะ...เป็นยังไง?”

 

          คำขู่นั้นไม่ได้ทำให้สตีฟรู้สึกสะท้านขึ้นมาเลยซักนิด แต่ว่าไอ้การกระทำของบิลลี่ที่ยิงฟันขึ้นมางับนิ้วมือสตีฟแบบไม่เกรงใจกันนั่นต่างหาก ที่ทำให้ตัวเขาแทบจะนั่งไม่ติดกับที่!

 

           หยุดเดี๋ยวนี้นะ บิลลี่!อย่าทำให้ฉันต้องหวาดระแวงแกมากไปกว่านี้เลยเถอะ!

 

           งั้นก็บอกมาก่อนสิว่าแหวนนายอยู่ที่ไหน?”

 

           อยู่ในกระเป๋า โอ้ย! ไอ้บิล ฉันเจ็บนะ!งับแรงขนาดนี้ไม่ตัดมือฉันไปนั่งแทะเล่นที่บ้านซะเลยล่ะ!?

 

           ก็นายตอบช้าเอง ว่าแต่ไหนล่ะแหวนในกระเป๋าที่นายบอก

 

          สตีฟสะบัดมือออกจากการเกาะกุม ก่อนจะหยิบแหวนจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้บิลลี่ดู

 

           อ่ะนี่ พอใจนายแล้วรึยัง?”

 

           เกือบละ อย่างนั้นนายก็ทำให้มันสุดๆ ไปเลยสิ

 

           ได้!ก็แค่สวมแหวนเอง ไม่เห็นจะยากลำบากอะไรตรงไหน!...แต่บ้าชิบ เขาควรจะสวมมันเอาไว้ที่นิ้วข้างไหนดีล่ะเนี่ย!!?

 

           ชักช้าอะไรนักหนา เอามา ฉันใส่ให้

 

           เฮ้ย! เดี๋ยว บิลลี่! ไม่ต้อง! เดี๋ยววว!

 

          ควับ! บิลลี่เข้ามาชิงแหวนแล้วสวมมันลงไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของสตีฟอย่างรวดเร็ว พอสตีฟเห็นแบบนั้นก็ตั้งใจจะถอดออก แต่ว่ามันไม่ง่ายกับบิลลี่ที่ชิ่งมาคว้าข้อมือห้ามเขาเอาไว้

 

           อย่าถอดออกเชียวนะ สตีฟ

 

           “...”

 

           ไม่อย่างงั้นเราก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก

 

           ไม่ต้องมาพูดกันอีกนั่นก็หมายความว่าถ้าเขาขัดคำสั่งของบิลลี่ อีกฝ่ายก็จะไม่ตามเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตของเขาอีก ซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่สตีฟภาวนาขอเอาไว้ตั้งแต่ต้น

 

          แต่ถึงอย่างงั้นแม้ว่าบิลลี่จะยอมปล่อยมือเขาและขับรถออกไป สตีฟก็ยังคงเอาแต่นั่งจ้องแหวนในนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเองตลอดเส้นทางที่ไปโรงเรียนอยู่อย่างงั้น โดยที่ไม่คิดจะถอดมันออกไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

          นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย สตีฟคิดอย่างงั้น

 



          .

 



          สตีฟตัดสินใจบอกว่าเย็นวันนี้เขาจะไม่ไปที่บ้านฮาร์โกรฟพร้อมกับเหตุผล หลังจากที่บิลลี่ขับรถพาเขามาถึงที่หน้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้เอะอะโวยวายอะไร ออกจะดี๊ด๊าด้วยซ้ำที่เห็นเขายอมไม่ถอดแหวนออกมาจนถึงที่โรงเรียน

 

          น่าหมั่นไส้ชะมัด

 

          สตีฟเข้าเรียนจนเลิก แล้วให้บิลลี่ขับรถกลับมาส่งที่บ้านตามปกติ ส่วนอาหารเย็นวันนี้แม็กซ์อาสาที่จะทำเองสตีฟจึงหายเป็นห่วง ถึงจะไม่รู้รสชาติฝีมือของเด็กผมแดง แต่ยังไงซะเขาก็มั่นใจว่ามันต้องออกมาดีกว่ารสมือของบิลลี่แน่ๆ!

 

          สตีฟใส่สูทตัวโปรดทับกับเสื้อสีดำคอกลมแขนยาวข้างใน คืนนี้เขาตั้งใจแค่ว่าจะลงไปทักทายกับเหล่าแขกผู้มีเกียรติที่อยู่ข้างล่าง แล้วจะรีบขอตัวกลับขึ้นมาบนห้องทันที สตีฟทำแบบนั้นเป็นประจำแทบทุกปีจนมันติดเป็นธรรมเนียมเขาไปแล้ว

 

           สตีฟ มานี่สิ ฉันมีคนอยากแนะนำให้แกได้รู้จักแต่ยังไม่ทันที่สตีฟจะได้พักหายใจจากการลงบันได อ้อมแขนกว้างๆ กับรอยยิ้มที่สุดแสนจะหายากของพ่อก็ลากเขาไปยังกลุ่มคนผมแดงที่อยู่กลางงานปาร์ตี้

 

          ครอบครัวบลอสซั่ม หึ! เขาล่ะเชื่อเลยว่าถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปี แต่ความคิดของพวกผู้ใหญ่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน!

 

           นี่ไง สตีฟมาแล้ว สวัสดีคุณบลอสซั่มซะสิจ้ะแม่ของเขาพูด

 

           สวัสดีครับ

 

           สวัสดีจ้ะสตีฟ ไม่เจอกันตั้งนาน โตเป็นหนุ่มขึ้นเยอะเลยนะ เชอรีล ทักทายพี่เค้าสิ เห็นลูกบ่นว่าอยากเจอเขามาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วนี่

 

           แม่คะเชอรีลปราม ก่อนจะหันมายื่นมือทักทายเขาอย่างสุภาพ หวัดดี สตีฟ

 

           หวัดดี เชอรีลสตีฟจับมือตอบตามมารยาท แต่ที่มากไปกว่านั้นคือเชอรีลที่กระชับมือของเขาไว้เเน่นขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เลื้อยปลายนิ้วออกไปแบบนางพญาไม่มีผิด!

 

          เชอรีล บลอสซั่ม คือผู้หญิงคนหนึ่งที่สตีฟจัดเอาไว้ในประเภทของคำว่าสวย แต่มันแย่ตรงที่เธอไม่ใช่ผู้หญิงในสเปกของเขา และไอคำว่าสเปกหรือว่าคำว่าความรัก ก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อคำว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ พ่อแม่ของสตีฟกับเชอรีลจึงคิดที่จะจับคู่ให้พวกเขากันมาตั้งแต่เด็กๆ

 

          แต่เขากับเชอรีลยังไม่ได้หมั้นกัน นั่นล่ะที่ทำให้สตีฟสบายใจมาจนถึงทุกวันนี้ได้

 

          สตีฟอยู่คุยกับพ่อแม่และครอบครัวบลอสซั่มต่อซักพัก จนแน่ใจว่ามันนานมากพอที่จะทำให้พ่อของเขาพอใจ ถึงได้ขอตัวกลับขึ้นมาอยู่บนห้อง วุ่นวายชะมัด! แต่เขาก็ผ่านมันมาได้อีกตั้งปีนึงแล้วแน่ะ!

 

          สตีฟทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง ถอดเสื้อสูทออกไปวางไว้ข้างๆ แล้วหยิบเรียงความเข้ามหาวิทยาลัยที่เขียนเอาไว้มาตั้งแต่ปีละโว้ขึ้นมาดู จนมาถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าควรจะเดินไปตามเส้นทางของพ่อหรือว่าไปตามความฝันของตัวเองดีสตีฟไม่รู้ รู้แค่ว่าถ้าไปตามเส้นทางของพ่อ เขาก็อาจจะต้องได้แต่งงานกับเชอรีล ซึ่งนั่นไม่มีทางเป็นสิ่งที่เขาต้องการ จนสตีฟต้องตั้งคำถาม ถามตัวเองหลายๆ ครั้ง

 

          แต่เรียงความเขามันห่วย นั่นอาจจะเป็นคำตอบให้เขาอยู่แล้วก็ได้ ใช่มั้ยล่ะ?

 

           สตีฟ!

 

          สตีฟหันไปตามเสียงเรียก แล้วทันใดนั้นเขาก็เห็นอะไรบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากขอบบานหน้าต่างไร้มู่ลี่ รอยยิ้มกวนบาทา? อย่าบอกนะว่า...

 

           บิลลี่!?” สตีฟหัวเราะ นี่ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย!?

 

           ช่วยหยุดหัวเราะ แล้วรีบมาเปิดหน้าต่างให้ฉันซักทีเถอะ เร็วๆ เข้าบิลลี่เร่งเหมือนกับกลัวว่าตัวเองจะตกลงไปถ้าขืนว่ายังยืนอยู่ตรงนั้นนานกว่านี้ สตีฟขำจนตัวสั่นขณะที่ลุกขึ้นไปเปิดประตูหน้าต่างให้

 

           ว่าไงไอสิงโต อยากร่วมงานวันเกิดพ่อฉันมากจนต้องปีนขึ้นหน้าต่างบ้านกันเลยเหรอ?”

 

          บิลลี่เดาะลิ้นยิ้มใส่เขา ไม่ล่ะ ตราบใดที่มันยังไม่น่าสนุกเท่ากับการนอนเล่นกับลูกชายเจ้าของงานนั่นอ่ะนะ

 

           เล่นแรงเกินไปละไอสิงโตแรงจนหน้าเขาร้อนวาบไปถึงใบหูเลยล่ะ!!!

 

           หลีกทางให้หน่อยสิ ถ้าฉันปีนขึ้นไปล้มทับนายแล้วไม่รู้เรื่องด้วยนะสิ้นคำขู่นั้น สตีฟก็รีบขยับตัวหนีในทันทีก่อนจะมองลงไปข้างล่าง ห้องของเขาอยู่สูงตั้งขนาดนี้แล้วยังอุตส่าห์ปีนขึ้นมาได้ เขาล่ะนับถือใจไอหัวทองนี่จริงๆ เลย ให้ตาย

 

          สตีฟปิดหน้าต่างเมื่อบิลลี่ขึ้นมายืนข้างๆ เขาโดยสวัสดิภาพ ดีนะที่พ่อแม่ฉันปิดม่านชั้นล่างเอาไว้ ไม่อย่างงั้นทุกคนคงได้เห็นนายกันหมดแน่

 

           ระดับฉันมันนินจา ปีนขึ้นบ้านคนอื่นทั้งที ไม่มีใครได้เห็นหรอก

 

          นินจา...กลยุทธ์ที่เขาเคยมีไว้ใช้จีบหญิงและปีนขึ้นบ้านของสาวไหนต่อสาวไหน หากแต่ตอนนี้เขากลับต้องมาเป็นฝ่ายที่โดนปีนขึ้นบ้านซะเอง น่าตลกดีมั้ยล่ะ?

 

           แม็กซ์ทำมื้อเย็นไม่ถูกปากหรือไง ถึงได้โผล่หัวมาอยู่ที่นี่

 

           ถูกปากน่ะไม่แน่ แต่ว่าถูกใจไม่มีทางเท่ากับที่นายทำหรอก

 

          สตีฟเงียบ ได้แต่เม้มริมฝีปากอย่างไปต่อไม่เป็น จะตอบกลับไปว่าอะไรดีล่ะ? เขายังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำว่านั่นคือคำชม...หรือว่าคำหยอดกันแน่?

 

          แต่ถึงสตีฟจะแน่ใจ เขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปว่ายังไงอีกอยู่ดีนั่นแหละ

 

          ก๊อก!ๆ สตีฟ!” สตีฟเบิกตากว้างขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกนั้น เพราะว่าเขาจำได้เป็นอย่างดีว่านั่นคือเสียงของยัยเชอรีล บลอสซั่ม!

 

           มีคนมา! รีบไปหาที่ซ่อนเร็วสตีฟเริ่มตื่น บิลลี่จึงหมุนตัวเลิกลั่กมองหาที่ซ่อนในห้องของอีกฝ่ายไปทั่ว จนกระทั่งไปหยุดที่ใต้เตียงนอนของเขา ความคิดนั้นโคตรแย่! แต่สตีฟก็รีบกางผ้าห่มออกมาคลุมอีกฝ่ายเอาไว้ เขามองภาพนั้นจากมุมไกลๆ ม่มีทางที่ใครจะมองเห็นบิลลี่ได้จากในมุมนี้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เขาต้องเปิดมันจริงๆ แล้ว!

 

           เฮ้ สตีฟ?”

 

           ไงเชอรีล มาหาฉันบนนี้มีอะไรรึเปล่า?”

 

          เชอรีลส่ายหน้า เปล่า คุณนายแฮร์ริงตันบอกว่านายขอตัวขึ้นมาอยู่บนห้อง ฉันก็เลยตามมาดูว่านายสบายดีรึเปล่า?”

 

           อ้อ ฉันสบายดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก

 

           จริงเหรอ?” เชอรีลยื่นมือมาอังที่หน้าผากเขา ไอน้ำหอมลอยฟุ้งราวกับว่าเธอตั้งใจจะให้เขาได้กลิ่นมัน แต่สตีฟกลับตายด้านจนเขาก็นึกแปลกใจตัวเองไปเสียเฉยๆ

 

           จริงสิ แน่อยู่แล้ว!

 

           โอเค ฉันเชื่อ แต่จะให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนนายก็ได้นะเชอรีลทำท่าจะแทรกช่องว่างระหว่างประตูเดินเข้ามา สตีฟจึงรีบเอาตัวเข้าไปกันทางเจ้าหล่อนไว้

 

           มะ...ไม่ต้อง! ไม่เป็นไร ฉันอยากอยู่บนนี้คนเดียวมากกว่า คือว่าวันนี้ฉันมีการบ้านกองเป็นภูเขาเลย เธอลงไปสนุกข้างล่างต่อเถอะนะ

 

          เชอรีลนิ่งเหมือนกำลังชั่งใจคิด แล้วยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง ก็ได้

 

          จุ๊บ! ก่อนที่เธอจะประทับริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงมาที่แก้มของเขา!

 

           ฉันไม่กวนนายแล้วดีกว่า ไว้เจอกันตอนเป่าเค้กล่ะกันนะ

 

           โอเคสตีฟยิ้มให้ มองส่งเธอลงบันไดไปจนสุดสายตา แล้วถึงปิดประตูกลับเข้ามานั่งที่เตียงอีกครั้ง

 

           ใครนั่นน่ะ? สวยโบ๊ะเชียว” เพิ่งออกจากใต้เตียงมาก็ถามถึงสาวเลยเชียวนะ!

 

           เชอรีล บลอสซั่มว่าที่คนกระโดดลงถุงเงินพร้อมกันกับฉันเอง

 

           “???” ง งง ล้านล้านตัว

 

           คลุมถุงชนไง ไม่เก็ทเหรอ

 

           บิลลี่ร้องอ๋อแบบโอเวอร์ขณะที่ย่อตัวลงมานั่งข้างๆ เขาบนเตียง อ๋อ~ งั้นก็แสดงว่านายชอบเธออยู่ล่ะสิ ถึงได้ดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแบบนี้

 

           ไม่ใช่! จะบ้าเหรอ วันนี้ฉันเพิ่งได้เจอหน้าเธอเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้เองนะ นายคิดว่าฉันเป็นคนตกหลุมรักง่ายมากขนาดนั้นเลยหรือไง?”

 

           ไม่รู้สิ แต่ถ้านายชอบฉันอยู่ ฉันอาจจะตอบว่าใช่ก็ได้

 

          โอ้ตะปูกับไม้เบสบอลที่รัก บิลลี่พาเขาวนกลับมาที่เรื่องนี้ได้ยังไงกัน!?

 

           โอเค งั้นฉันก็คงเป็นพวกตกหลุมรักคนยากเเล้วล่ะ

 

           จริงเหรอ~? แฮร์ริงตัน” ว่าไม่พอยังเปรยสายตาส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาที่แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเขาอีก! ดูเหมือนว่าคิงสตีฟจะโกหกไม่เก่งเอาซะเลยนะ

 

           โอ้บิล นายมันโคตรคิดผิดถนัด! ที่ฉันยอมสวมมันก็เพราะว่าไม่อยากให้คนหน้าใหม่ที่เพิ่งถูกเพื่อนทิ้งมาอย่างนายไม่มีใครคบด้วยต่างหาก!”

 

           อย่างน้อยนายก็กลัวว่าฉันจะหายไป

 

           ฉันไม่ได้พูด...

 

           แล้วมันจริงมั้ยล่ะ?”

 

          จริง และมันโคตรจะไม่ดีต่อเขาเลย!

 

          แผล่บ!

 

           เฮ้ยบิลลี่! ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!?” สตีฟรีบเอนตัวหนี ยกมือขึ้นมาถูแก้มข้างที่เพิ่งถูกอีกฝ่ายเลียไปข้างเดียวกับที่เชอรีลจูบเขาเมื่อกี้นี้

 

           ยัยบลอสซั่มที่เพิ่งกลับมาเจอหน้านายไม่ถึงวันยังทำได้ แล้วทำไมฉันที่เป็นเพื่อนนายถึงจะทำไม่ได้ล่ะ!ดวงตาสีท้องฟ้ายามค่ำคืนของบิลลี่แข็งกร้าว แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสิ่งที่เจ้าตัวพูดออกมา ทุกอย่างที่บิลลี่พูด มันหมายความว่ายังไงกัน?

 

           “...”

 

           สตีฟ ฉันขอโทษ คือว่าช่วงนี้ ช่วงนี้ฉันมักจะคิดอะไรประหลาดๆ บ่อยเกินไปหน่อย นายช่วยลืมๆ มันไปเถอะนะแววตาบิลลี่อ่อนลง ขณะที่ยื่นมือข้างนึงมาสางปอยผมของเขา สตีฟกระพริบตา ใจเขาสั่นเป็นเจ้าเข้า จนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน

 

           มันรู้สึกยังไง...ตอนที่นายพูดแบบนั้นบิลลี่สบตาเขา คล้ายกับว่าจะหลอมรวมเอาดวงตาสีน้ำตาลของเขาให้จมเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น สตีฟนิ่ง ได้แต่จ้องอีกฝ่ายนั่งกลืนน้ำลายก่อนจะขยับใบหน้าของตัวเองเข้ามาใกล้เขามากยิ่งขึ้น สตีฟหลุบสายตาลงต่ำขณะที่เหลือบมองลงไปยังริมฝีปากคู่นั้น แล้วถามตัวเองซ้ำๆ ว่าเขาอยากสัมผัสมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ตั้งแต่ตอนไหนที่ความรู้สึกของเขาดำดิ่งลงไปคล้ายกับอยู่ในมหาสมุทรสุดลึกแบบนี้?

 

          สตีฟไม่รู้ แม้กระทั่งมาถึงตอนที่ริมฝีปากของเขากับบิลลี่แตะกันเบาๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝ่ายคิดจะจูบเขา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่สตีฟยอมจำนนโดยไม่ขัดขืนอะไร

 

          บิลลี่ ฮาร์โกรฟ

 

          นายทำอะไรกับฉันกันแน่?

 

           สตีฟ! ได้เวลาเป่าเค้กแล้วจ้าเสียงเรียกของแม่จากทางด้านล่างทำให้สตีฟกับบิลลี่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว คนผมทองรีบลุกขึ้นไปชิดที่ขอบบานหน้าต่างโดยอัตโนมัติ

 

           นี่ก็ดึกมากแล้ว ฉันกลับก่อนดีกว่า

 

           เอ่อ อ้อ ได้สิสตีฟลุกขึ้นตามไปเปิดหน้าต่างให้ เขากับบิลลี่สบตากันอีกครั้ง ขับรถไปก็ระวังตัวด้วยนะ

 

          อย่าให้พวกดีมอกอร์กอนจับไปกินได้เชียวล่ะ ( ถึงจะไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่มั้ยก็ตามทีเถอะ )

 

           แน่นอน ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ

 

           เจอกัน

 

           สตีฟมองตามแผ่นหลังของบิลลี่ที่กำลังปีนลงจากขอบบานหน้าต่างห้องนอนเขาลงไป อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาโบกมือลาเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะวิ่งลับหายไปจนสุดสายตา สตีฟคว้าเสื้อสูทขึ้นมาสวมไว้อีกครั้ง เสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ดังขึ้นแทบจะในทันทีที่เขาเดินลงไปหา พ่อเป่าเค้กเทียนวันเกิด แล้วความคิดในหัวของเขาก็ลอยฟุ้งขึ้นเหมือนกับควันเทียนในอากาศนั่นไม่มีผิด

 

          สตีฟ แฮร์ริงตัน

 

          แกชอบไอบ้าส่งตรงจากแคลิฟอร์เนียนั่นเข้าให้แล้ว!




---------------------------------------------------------------

ในที่สุดฟิคเรื่องนี้ก็เดินทางมาถึงหนึ่งร้อยวิว ( +กว่าๆ ) แล้วค่ะ เย้!!! แบบนี้มันต้องฉลองงง ดึ่งดึงดึงดึ้งดึงดึงดึ่งงง ( เริ่มบ้าแระ - - )

สำหรับในแชพเตอร์นี้ไรท์ก็ได้พาแขกรับเชิญ ( แบบไม่รู้ตัว ) อย่างเชอรีล บลอสซั่ม สาวผู้คีพเรดลุคจากซีรี่ย์ Riverdale มาด้วย สารภาพว่าไรท์ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้แบบจริงๆ จังๆ แต่ไรท์ก็ชอบตัวละครที่มีทั้งหมดของเค้าค่ะ 

โดยเฉพาะจั๊กเฮดกับสวีทพี ( หรืมมม -.,- ) 

ซักวันไรท์จะพานางมามีซัมติงกับฟิคเรื่องนี้ค่ะ เจอกันตอนหน้าจ้า รัก<3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #59 แบล๊คฟอกซ์ (@Ployngern) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 09:26
    รู้ตัวกันแล้วว
    #59
    0
  2. #16 ขุ่นแม่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 00:31
    เอาแล้วไงนางพญาประจำ riverdale เอาตรงๆอ่านมาตกใจตั้งแต่คำว่า บลอสซั่ม แล้วคะ!!!! รุเลยเจ๊เชอรีลต้องมา เชอรีลลถือว่าเป็นตัวละครที่เราชอบที่สุดตัวหนึ่งเลยละ มาทั้งความเริ่ดความแสบ ยังไม่รวมถึงวาสนาบารมีคนรวยเขามีกัน (แต่สงสารนางนะมีครอบครัวบัดซบมาก ไม่นับพี่ชาย อิแม่นี่ตัวดีน่าตบที่สุด ไปละช่างหัวพ่อ) แต่ในเรื่องนี้… เชอรีลจ้ะ แม่ว่าหนูไปหาโทนิของหนูเถอะ #ชี้ไปยังเรือลิลลี่นามว่า choni ปล่อยให้เรือ harringrove อยู่ดีมีสุขเถอะลูก
    #16
    0
  3. #14 Here.I.Am (@supernovas) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 11:14
    ในที่สุดสตีฟก็รูใจตัวเอง ไรท์สู้ๆๆ
    #14
    1
    • #14-1 Eski (@0eski0) (จากตอนที่ 8)
      26 เมษายน 2561 / 20:44
      ขอบคุณค่ะ ไรท์สิสู้ค่ะ ฮิ้วววว >_<
      #14-1