รามกร [LINHOON Au :THAI]

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    12 เม.ย. 62

บทนำ

 


ร่างสูงของบุรุษในชุดเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่ กำลังสาวเท้ายาว ๆ ตรงไปยังบ้านหลังเก่า ที่ถูกแปรสภาพให้ใต้ถุนชั้นล่าง เป็นพื้นที่พักเก็บผลผลิต หมวกครอบศีรษะใบโตถูกฝ่ามือใหญ่จับแล้วถอดออก ทำให้เห็นรูปหน้าที่มีเสื้อตัวเก่าคลุมกันแดดไว้อีกชั้น


“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง พ่อบอกว่าพ่อเลี้ยงมีธุระจะคุยกับผม”


พ่อเลี้ยงหิรัญ ภักดี ในวัยกลางคน หันกลับมาจ้องมองร่างสูงของขายหนุ่ม ซึ่งก็มองเห็นแค่ดวงตาคม ทอประกายวิบวับ ก่อนจะพยักหน้า แล้วพยักเพยิดให้อีกฝ่ายไปนั่งรอทางที่มีโต๊ะไม้อีกฝั่งหนึ่ง แล้วหันกลับไปจัดการงานในมือต่อให้เรียบร้อย


ราม เขมราช ชายหนุ่มรูปร่างสูง อายุเข้าเลขสามในปีนี้ ถอดเสื้อตัวเก่าที่เอามาใช้เป็นผ้าคลุมหน้ากันแดดยามทำงานกลางแจ้งออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา หมดจดจนสามารถพูดได้ว่าไปรับบทนักแสดงได้เลยทีเดียว แต่เจ้าตัวนั้นรู้ดีว่าชีวิตนี้ไม่มีความสามารถด้านนั้น อีกอย่าง ตอนนี้รามก็สนุกกับงานในไร่ส้มหาญนรินทร์


เมื่อหิรัญดูยอดบัญชีส้มที่เอามาพักเก็บก่อนขนย้ายเสร็จ เขาก็เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ไม้ รามถึงทรุดกายลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกัน


“พวกผักออแกนิกส์เป็นไงบ้าง ทันส่งตามออเดอร์ไหม” ภาษากลางติดสำเนียงสุโขทัยของพ่อเลี้ยงหิรัญไม่ได้ฟังยากนัก อันที่จริงถ้าพ่อเลี้ยงจะพูดภาษาถิ่นรามก็ฟังออก แต่ความใส่ใจของพ่อเลี้ยงที่ทำให้คนงานทั้งไร่เคารพก็คือการให้เกียรติลูกน้อง เมื่อรู้ว่าใครพูดภาษาถิ่นไม่ได้ ฟังไม่ค่อยออก พ่อเลี้ยงก็จะใช้ภาษากลางด้วย


เชื่อเถอะว่าคนงานหลายร้อยคนในไร่ พ่อเลี้ยงรู้ว่าต้องพูดกับใครด้วยภาษาไหน


“เรียบร้อยดีครับ แต่ถ้าลูกค้าจะเพิ่มปริมาณรอบนี้คงไม่ได้แล้วครับ เพราะสภาพอากาศแย่แบบนี้ ผักโตไม่ค่อยทัน เสียหายไปก็มีครับ”


“อืม...” พ่อเลี้ยงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะจ้องมองรามด้วยแววตาจริงจัง


“พ่อเลี้ยงมีอะไรให้ผมทำหรือเปล่าครับ” ยังไม่มีคำตอบมาให้รามในทันที


เขาไม่เซ้าซี้ถาม เพราะมาทำงานแบบเต็มตัวในไร่แห่งนี้มาก็แปดเดือนแล้ว พอจะรู้ดีว่าเจ้าของไร่เป็นคนเช่นไร ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาโตเป็นเด็กในไร่นี้มาเกือบทั้งชีวิตนะ


“ตอนอยู่กรุงเทพ นายขับรถเองใช่ไหม” รามนิ่งไปครึ่งลมหายใจ ก่อนจะพยักหน้า


“ครับ ผมขับรถไปทำงาน”


“รู้จักเส้นทางในกรุงเทพดีใช่ไหม จังหวัดใกล้เคียงล่ะ”


“ก็... ในกรุงเทพก็ได้ครับค่อนข้างคล่อง ส่วนจังหวัดใกล้ ๆ ถ้าเป็นพวกอยุธยา มาทางบ้านเราก็ได้ครับ ไปอีกฝั่งก็พัทยา หรือหัวหินก็เคยไปหลายครั้ง” หิรัญพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอนตัวพิงพนัก


“ถ้าจะให้นายไปทำงานที่กรุงเทพ จะสนใจไหม”


“หา? ไร่ของพ่อเลี้ยงจะไปเปิดหน้าร้านเหรอครับ หรือเอาแผงผลไม้ลงถาวร?”


“ไม่ใช่ ๆ” หิรัญรีบตอบ ก่อนจะบอกสาเหตุว่า “ผมว่าจะให้นายไปขับรถให้ไอ้อ้วน”


ตึง!!


คำว่าไอ้อ้วน ไม่ใช่เด็ก หรือคนตัวอ้วน แต่ไอ้อ้วนที่ออกจากปากของพ่อเลี้ยงหิรัญ ในไร่แห่งนี้มีแค่คนเดียว และเป็นคนที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องด้วย


พิมรักษณ์  ภักดี


ลูกสาวคนเดียวของพ่อเลี้ยงหิรัญ ภักดี เจ้าของไร่ส้มที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และควบกิจการขนส่งพืชพันธ์ทางเกษตรรายใหญ่


และในเมื่อเป็นลูกสาวคนเดียว ก็ไม่ต้องถามนะว่าความรัก ความห่วงใยของคนบ้านภักดีจะมีให้กับหญิงสาวผู้นี้มาแค่ไหน


“คุณรักษณ์น่ะเหรอครับ” รามถามย้ำเพื่อความชัดเจนอีกครั้งว่าเขาหูไม่ฟาด และการพยักหน้าตอบรับของพ่อเลี้ยงก็ทำให้เขาลอบกลืนน้ำลาย


“ใช่”


เวรล่ะ


“ฉันเห็นนายมาตั้งแต่เด็ก ถ้านายไม่คิดดูถูกว่าให้ไปเป็นคนขับรถ ฉันก็อยากจะให้นายช่วย”


โอ้ยยย มาขนาดนี้แล้ว


“พ่อเลี้ยงอย่าพูดอย่างนั้นเลยครับ” รามรีบเอ่ยออกไปอย่างเกรงใจ


ที่บ้านของเขาประสบปัญหาถูกโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัว พ่อของเขาจึงมาทำงานเป็นคนงานอยู่ที่ไร่แห่งนี้ตั้งแต่เขาอายุไม่กี่ขวบ พ่อเลี้ยงหิรัญซึ่งตอนนั้นยังมีพ่อเลี้ยงหาญอีกคน ให้ความไว้วางใจพ่อของรามจนก้าวหน้าเป็นหัวหน้าคนงาน ทั้งรามเองก็ได้รับการช่วยเหลืออุปการะจากคนในบ้านภักดีมาไม่น้อย ไม่เคยทวงถามบุญคุณกันสักคำ เรื่องยากเย็นกว่าไปเป็นคนขับรถ รามก็ว่าทำให้ได้อยู่แล้ว

เพียงแต่... ถ้าให้เขาต้องดูแลแม่เลี้ยงน้อยของไร่นั้น...


นั่นแหละ อาจจะเป็นปัญหา


ปัญหาชีวิตของเขาเนี่ย!!


“ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าตอบแทนหรอกนะ ฉันคุยกับไอ้อ้วนแล้วว่าจะให้...” จำนวนเงินที่เอ่ยมานั้น ทำเอารามไปต่อไม่ถูก สีหน้าของเขาบอกทุกความรู้สึกแล้ว หิรัญจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า “ไอ้อ้วนมันทำงานไม่เป็นเวลาร่ำเวลา ดังนั้นเวลาทำงานก็ไม่แน่นอน บางทีอาจจะต้องรบกวนให้นายหาข้าวหาน้ำให้ด้วยซ้ำ เรื่องความปลอดภัยอีก ดังนั้นเงินจำนวนนี้ถือว่าไม่มากเกินไป”


“ผมไม่มีปัญหาอะไรครับ ถ้าเป็นเรื่องขับรถกับทำตามคำสั่งของคุณรักษณ์ แต่ปัญหาคือเรื่องงานของช่อง ผมไม่มีความรู้เรื่องนั้น”


“นั่นไม่ต้องห่วง เห็นไอ้อ้วนบอกว่า จะจัดการเอง ช่วงนี้ไอ้อ้วนก็มีแต่งานอีเวรอีเว้นท์อะไรของมันก็ไม่รู้ เลยต้องใช้รถ เดินทางเยอะ”


“อ่อ...ครับ”


“สะดวกใจนะ ราม”


รามนิ่งคิด ก่อนจะพยักหน้ารับ เขามีอะไรต้องไม่สะดวกใจล่ะ เพียงแค่ช่วงแรก ๆ อาจจะต้องทำความเคยชินกับท้องถนนในกรุงเทพใหม่เท่านั้น


“ไม่มีปัญหาครับ”


“ดี ๆ” หิรัญแสดงท่าทีสบายใจจริง ๆ ส่วนหนึ่งที่เขารู้สึกว่าลูกน้องคนนี้จะลำบากใจ เพราะสาเหตุที่รามหลบลี้หนี้หน้ามาทำงานไร่ต่างหาก


อยู่กรุงเทพฯ ทำงานเป็นหัวหน้าคนอื่น เงินเดือนหลายหมื่น ต้องมาทำงานในไร่ได้รายวันละไม่กี่ร้อย ถ้าไม่เพราะมีปัญหาชีวิตก็คงไม่เลือกทางนี้ ซึ่งปัญหาของรามก็เป็นเรื่องของใจ


รามย้ายตัวเองกลับมาเลียแผลใจที่ไร่หาญนรินทร์ ช่วยผู้เป็นพ่อทำงานเป็นลูกจ้างเล็ก ๆ หวังให้ชีวิตเงียบสงบเยียวยาหัวใจ


เฮ่อ... เมื่อไหร่ทุกคนจะเลิกเห็นไร่พ่อเลี้ยงหิรัญเป็นศูนย์หลบภัยสักที


“แล้วพ่อเลี้ยงจะให้ผมลงไปกรุงเทพเมื่อไหร่ดีครับ”


“เออ... เรื่องนี้ก็อีกเรื่อง”


“ครับ?”


รามมองสบตากับพ่อเลี้ยงหิรัญ อีกฝ่ายตีหน้าตาได้เรียบเฉยที่สุด ทำเอาเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ตั้งแต่เล็กจนโตที่อยู่ที่นี่ เมื่อไหร่ที่พ่อเลี้ยงทำหน้าแบบนี้ นั่นหมายความว่า...


“เดินทางเช้ามืดพรุ่งนี้พร้อมรถส่งของเข้าตลาดไท”


“...”


“โทษที ๆ แต่ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ผู้ชายอย่างเรา ๆ ไม่ต้องมีข้าวของอะไรเยอะแยะหรอก ว่าแล้วก็ไปบอกลุงณรงค์ด้วยแล้วกัน ว่าฉันส่งนายลงกรุงเทพไม่มีกำหนด”


เนี่ย
!!!


เรื่องมันจะต้องลงเอยอย่างนี้ทุกที!


พ่อกับลูกผิดกันที่ไหน!!


คุณพากรณ์อยู่ไหนวะครับ! นายรามขอเข้าพบสักครู่ได้ไหม!


 


.


.


 


“กูอยากมีผัวอะ... แต่ไม่อยากได้ผัว”


เกิดความเงียบขึ้นหลังจากคำพูดประโยคนี้หลุดออกมา หญิงสาวสองคนมองหน้าชายหนุ่มคนเดียวในห้องนี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม


ถามอะไรไม่รู้ แต่คือมันสุดในคำถามแล้ว ณ จุดที่ได้ยินคำพูดประโยคนั้นของยศกร


“เดี๋ยวนะอิเมีย... มึง...อีกทีดิ” เป็นพิมพ์รักษณ์ ภักดี นักแสดงสาวผู้โด่งดังที่เอ่ยขึ้นก่อน เธอจ้องหน้าเพื่อนสนิทวัยเยาว์ด้วยแววตาโคตรจะไม่เข้าใจ


“คือแบบ.. กูอยากมีผัวไงอ้วน แต่กูไม่อยากได้ผัว”


พิมรักษณ์กระพริบตาสองครั้ง มองหน้ามนใสของยศกร ก่อนจะพยักหน้า


“โอเค... อยากมีผัวนะ แต่ไม่อยากได้ผัว... อืม...”


กรรัมภาเหลือบสายตามองพิมรักษณ์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ทำครัว อีกฝ่ายกำลังใช้มีดหั่นผักสำหรับทำสลัด


“มะยมอาจจะหมายถึงอยากมีคนคุย แต่ไม่ได้จริงจังอะไรแบบนี้มั้งอ้วน .... วางมีดลงก่อนนะ” เพราะเธอหวั่นใจเหลือเกินว่าแม่เพื่อนสาวจอมมือไวจะปามีดเล่มนั้นมาปักกลางหน้าผากของยศกร

กรรัมภาขี้เกียจไปเป็นพยานในชั้นศาล


“มึงก็ดูอิเมียมันพูดสิสามี ...กูควรงงไหม”


“โธ่... อิผัวอ้วน มึงใจเย็นก่อนสิ เอะอะจะฆ่าจะแกงกันอยู่นั่น ดุเป็นหมาขนาดนี้ มิน่า พ่อเลี้ยงไม่ได้ลูกเขยสักที”


“อีเมีย...” คราวนี้พิมรักษณ์เท้าสะเอว สายตาที่จ้องมองยศกรนั้นเอาเรื่อง ทำเอาอีเมียของพิมรักษณ์ยิ้มแหยเลยทีเดียว


“ใจเย็นนะคะผัว เมียผิดเองจ้า” ยศกรทำเป็นตลกกลบเกลื่อน แต่ขยับไปนั่งเสียชิดกับกรรัมภาที่นั่งกลอกตาแทบกลับ “สามีช่วยเมียจากอิผัวด้วยจ้ะ”


เธอควรขอบคุณที่ชีวิตนี้รู้จักมนุษย์รักยมมาตั้งแต่เด็กดีหรือไม่ ไอ้คำพูดคำจา คำแทนตัวแต่ละอย่างมันชวนงุนงงสงสัยขนาดนี้ แต่เธอก็ดันเข้าใจ


พิมรักษณ์คือ “ผัว” ของยศกร และใช่ ยศกรก็เรียกเธอว่า “สามี”


แล้วพิมรักษณ์ก็เรียกเธอว่า “สามี” เช่นกัน ดังนั้น ความสัมพันธ์ในกลุ่มตอนนี้ก็คือ


ยศกรผู้ชายหนึ่งเดียวของกลุ่ม แต่มีสามีสองคน


พิมรักษณ์ หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่ม มีเมียหนึ่ง สามีหนึ่ง


และเธอ...กรรัมภา... หญิงสาวคนที่สองของกลุ่ม มี... “ใจเย็น ๆ นะ เมียทั้งสอง


ความสัมพันธ์เช่นนี้ก็มีมาเนิ่นนานแล้ว เรียกกันจนติดปาก เป็นเรื่องขำขันของกลุ่ม แต่ถ้ามีใครมาร่วมสนุกด้วยไม่มีคำว่าขำมอบให้


ขนาดวาปีย์ แฟนสาวของกรรัมภายังงุนงงทุกครั้งที่ได้ยิน ทางนั้นให้เหตุผลว่า “ขนาดปีย์ฟังปีย์ยังงงเลย ปีย์เข้าไม่ถึง ถ้าปีย์ร่วมด้วย ปีย์จะมีตำแหน่งอะไรเหรอ?”


“นังเมียน้อย!


กรรัมภาจำได้ ในวันที่วาปีย์เอ่ยถามเช่นนี้ ทั้งยศกรและพิมรักษณ์ต่างเรียกขาน รวมหัวกันแกล้งคนรักสาวของเธอเช่นนี้ ทั้งยังสวมบทบาทเมียหลวงจอมโหดแหย่เล่นจนวาปีย์ปวดหัวทั้งวัน เธอรึก็ทั้งห้ามทั้งปราม แต่ถามว่าได้ผลไหม... ก็ไม่ ไป ๆ มา ๆ ก็ดึงเอาวาปีย์เข้ามาร่วมความสัมพันธ์นี้แบบงง ๆ ด้วย

เชื่อแก๊งรักยมจริง ๆ


“เอาเป็นว่าเรื่องของมะยมก็คือ อยากได้เพื่อนนอนแบบ Friend With Benefit อะไรนั่นหรือเปล่า เห็นเขาฮิตกันจัง” กรรัมภาวกกลับมาเรื่องเดิม ซึ่งยศกรก็พยักหน้า แต่เหมือนไม่เต็มใจนัก


“ก็ประมาณนั้น แต่มากกว่านั้นอีกนิด”


“อะ...เรื่องมากอีก” พิมรักษณ์แขวะ พร้อมกับเร่งจัดจานสลัด


“ก็อยากได้ดีเทลที่มากกว่านัดมาเอากันแล้วจบอะ”


“คือจะกิ๊ก ๆ กัน” กรรัมภาเสริม แต่ยศกรส่ายหน้า


“ไม่กิ๊กดิ ไม่เอาหึงหวงอะไร คือไงอะอยู่ด้วยกันไม่ใช่แค่เอา ๆ แล้วแยกย้าย ก็อยากเรียกที่รักบ้าง อะไรบ้าง เหมือนเป็นแฟนกันแค่ในห้อง แต่ถ้าออกจากห้องไปก็คือจบ”


“ครั้งเดียวจบ?”


“ไม่จบสิ เป็นประจำเลย แต่ไม่ใช่คนของกันและกันอะ เอากันเฉย ๆ”


“แรดนัก” ทั้งกรรัมภาและพิมรักษณ์ด่ายสกรพร้อมกัน


บอกตามตรงถึงตอนนี้ก็ยังงงกับสิ่งทีเพื่อนต้องการอยู่ มันเหมือนกับการบอกว่า อยากมี Friend With Benefit แต่อยากได้มากกว่า Friend With Benefit แต่ก็ต้องกลับมาที่ Friend With Benefit

ซึ่งมันเป็นอะไรที่...


“ฉันว่านะ สิ่งที่แกต้องการน่ะ คือความเป็นผัวเมียที่จะไม่มีทางแต่งงานกัน และไม่อยู่ด้วยกัน อะไรแบบนี้น่าจะเข้าใจง่ายกว่านะอิเมีย” นักแสดงสาวพูด พร้อมกับยกจานสลัดและเดินมาถึงโซฟาที่ทุกคนนึ่งอยู่ ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างกายของกรรัมภา คนละด้านกับที่ยศกรอยู่


“เหรอ? ไม่รู้ว่ะ คือก็คงใช่นะ แต่กูไม่อยากบอกใครอะว่านี่คือผัวกู กูไม่อยากมีความรู้สึกหึงหวงอะไร คือจะเอาใจใส่กันเหมือนแฟน เป็นห่วง โทรหา บอกคิดถึงได้ แต่เราไม่รักกันอะไรแบบนี้”


“มะยมไปอ่านนิยายเรื่องไหนมาหรือเปล่าเนี่ย” ยศกรส่ายหน้าทันที ก่อนจะอ้าปากรับมะเขือเทศที่พิมรักษณ์จิ้มป้อน


“งั้นมะยมไปเอาความคิดอย่างนี้มาจากไหน? ยิ่งฟังยิ่งงง”


“ไม่ต้องงงหรอกค่ะสามี เชื่อว่าอีกไม่นานอิเมียมันจะไปซื้อกิน วางร้อยหนึ่ง” ยศกรค้อนเข้าใส่พิมรักษณ์ เพราะดูเหมือนรักยมของเขาจะเข้าใจเขาดีเสียเหลือเกิน


ถึงแม้ว่าลึก ๆ เขาจะไม่อยากซื้อกิน เพราะแอบมีอะไรในใจอยู่เล็กน้อย แต่ว่า... จ่าย ๆ ไปก็ดี ไม่ต้องมีพันธะผูกพัน


“เป็นห่วงนะ ไม่อยากให้ทำ ถ้ายมอยากมีแฟนก็ควรหาแบบจริง ๆ จัง ๆ ไปเถอะ เรื่องความรักไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น”


กรรัมภาเข้าใจเพื่อนดี เพราะสิ่งที่เพื่อนและตนเองเป็นนั้นคล้ายกัน เรื่องบางเรื่อง ปากบอกว่าโลกเปิดกว้างรับได้แล้ว แต่จริง ๆ มันไม่ใช่เลย


“ไม่เอา ไม่อยากอกหัก มีกี่คน ๆ ก็เลิกกัน  ถ้าเป็นอย่างคู่คุณจันทร์กับพี่พาย เราจะไม่คิดมากเลย”


“โอ้ย อย่าพูดถึงเรื่องอิผีเฮี้ยนนั่นได้ไหม อารมณ์เสีย” พิมรักษณ์พูดเสียงหงุดหงิด แต่มือถือส้อมจิ้มฟักทองนึ่งเคลือบน้ำสลัดป้อนกรรัมภา และจิ้มผักใบเขียนใส่ปากตัวเอง


กี่ปี ๆ ก็หมั่นไส้เพื่อนผู้ดีของยศกรเหลือเกิน ยิ่งรู้ว่ายังรักกันหวานชื่นกับพี่พายขาคนดีของเธอ พิมรักษณ์ก็นึกอยากส่งควายธนูไปขวิด


“ก็ไม่ชอบหน้ากันจัง แต่ทุก ๆ ปีต้องไปรำประจำปีให้ร้านของเขานะคนเราน่ะ งานยุ่งแค่ไหนก็ต้องมีคิวว่างช่วงนั้นเนาะ”


“เพราะพี่พายขาขอหรอกยะ ไม่งั้นอย่าคิดว่าฉันจะไปเหยียบ”


“แล้วที่ชวนเราไปกินขนมไทยคราวก่อนนี่ พี่พายขาของเมียขอร้องหรือเปล่าล่ะ”


พิมรักษณ์ตวัดสายตาค้อนเข้าใส่กรรัมภา ก่อนที่เพื่อน ๆ จะขบขัน เธอไม่ว่า ไม่เถียงอะไรทั้งนั้น

เชอะ! ที่ไปชิมก็เพราะเห็นว่าเป็นร้านขนมไทยที่รสชาติไม่หวานมาก เธอไดเอทขนาดนี้ก็ต้องเลือกกินหน่อยสิ


“เออ...จะว่าไป เรื่องผู้จัดการส่วนตัวของอ้วนว่าไงบ้างอะ ช่องจะให้คนอื่นมาดูแลแทนคนเก่าหรือเปล่า”


“ก็คงงั้นแหละ แต่ถ้านิสัยเข้ากันไม่ได้ ฉันให้แกไปเป็นแทนดีไหมวะอิเมีย” ยศกรเบ้หน้า ก่อนจะส่ายหน้ารัว ๆ


“กูโง่ค่ะ ตามคนในแวดวงบันเทิงไม่ทันหรอก พามึงปวดหัวหนักกว่าเดิม”


“แล้วทำไงต่อไปล่ะ” กรรัมภาถาม ด้วยความเป็นห่วง แต่พิมรักษณ์กลับไหวไหล่เหมือนไม่สนใจ


“ก็รับงานเองก็ได้ ตอนนี้กูไม่จำเป็นต้องวิ่งหางานหรอก อีกอย่าง ไม่ต้องรับงานเยอะ ๆ ก็ได้ กูตั้งใจว่าอีกไม่กี่ปีก็จะกลับไปอยู่ไร่แล้วอะ”


“จริงจัง?” ยศกรเริ่มไม่เล่น เมื่อเพื่อนสนิทเอ่ยถึงอนาคต


กรรัมภาเป็นทันตแพทย์ พิมรักษณ์เป็นนักแสดง และกำลังจะผันตัวไปเป็นนักธุรกิจสายเกษตร แล้วตัวเขาล่ะ


ตอนนี้ยศกรทำงานฟรีแลนด์เกี่ยวกับเครื่องหอม ร้านออนไลน์ของเขาได้รับความนิยมค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่ง...อันที่จริงก็ต้องบอกว่าเพราะพิมรักษณ์ช่วยเขาไว้เยอะ


ความมีชื่อเสียงของเพื่อนสนิท ทำให้บรรดาแฟนคลับมาเป็นลูกค้าประจำของเขาค่อนข้างเยอะ อีกส่วนมาจากการแนะนำของกรรัมภา เนื่องจากเพื่อนคนนี้นำสินค้าในร้านของยศกรไปใช้ในคลินิกทันตกรรมของตนเอง และมีการแนะนำลูกค้าแบบปากต่อปาก


อะ... พูดเลยว่าหากินกับเพื่อนนั่นแหละ


แหะ ๆ


“ก็จริงจังแหละ เห็นด่าไฟแลบอย่างนั้นตาแก่ที่บ้านก็เหนื่อยมาหลายปีแล้วนะ เลยว่าจะกลับไปรับช่วงต่อ”


“แต่งานไร่มันหนักนะ”


“โอ้ยยยย ไม่กลัว ตาแก่ไม่ปล่อยฉันทำไร่เจ๊งหรอก เออ...จำพี่รามได้ปะ สมัยก่อนที่เป็นเพื่อนเล่นกับเราบ่อย ๆ”


“จำได้” กรรัมภาตอบ แต่ยศกรกลับขยับตัวนั่งดี ๆ ราวกับอึดอัดอะไรบางอย่าง แต่สองสาวไม่ได้สังเกต เพราะสนใจบทสนทนามากกว่า


“ตาแก่ให้พี่รามมาเป็นคนขับรถให้ฉันว่ะ จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เจอพี่รามก็สามสี่ปีก่อนนะ อาพุกไม่เห็นบอกว่าพี่รามกลับไปอยู่ไร่เกือบปีแล้ว”


“เป็นรามก็ดีสิ คนกันเอง แกจะไม่ได้ต้องไปสรรหารับสมัครคนขับรถ ทุกวันนี้คนไว้ใจได้หายากจะตาย นี่ตอนแรกเราคิดว่าจะให้มะยมขับรถให้ก่อนด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องเข้างานเป็นเวลา”


“ไม่ได้ดิ อิเมียอะเซ่อซ่าจะตาย คราวก่อนเอาพี่หวยไปจูบท้ายรถชาวบ้านเขาน่ะ...จำได้” พิมรักษณ์จงใจแกล้งแขวะยศกร แต่แทนที่จะได้เห็นท่าทีโวยวาย งอแงเช่นทุกที อีกฝ่ายกับทำราวไม่ได้ยินบทสนทนา


“มะยม... รักษณ์แขวะมะยมอยู่นะ” กรรัมภาสะกิดเพื่อน จึงได้เห็นสีหน้ายับยู่ยี่ของคนที่ทุกคนเรียกว่าเมีย


“ได้ยินน่า... ขี้เกียจเถียงด้วยหรอก อิผัวปากร้ายยิ่งกว่าผีเปรตแบบนี้ ใครเขาอยากเสวนาด้วย”


“หนอย ๆ อิเมีย กล้านะเดี๋ยวนี้ ปากกล้าเหลือเกิน มานี่เลยมานี่” พิมรักษณ์หาที่วางจานสลัด ก่อนจะพุ่งมากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับยศกรที่ก็ไม่ได้ยินยอมง่าย ๆ การต่อสู่ของรักยมจึงเกิดขึ้น แน่นอนว่าคนที่ปวดหัวน่ะเหรอ...


“พอแล้วววว พอได้แล้วโว้ยยย อิเมียที่เคารพทั้งสองงงงงงงงงงงงงง พ๊อออออออออ”


ไม่พอ! นี่คือเสียงที่ยศกรเถียงในใจ


ตอนนี้เขาว่าเรื่องที่เบี่ยงประเด็นน่าสนใจที่ดีที่สุดก็คือการตีกัน (เล่น ๆ) กับพิมรักษณ์แล้วให้กรรัมภาห้ามทัพนี่แหละ


บอกตามตรง แค่ได้ยินชื่อรามเข้ามาในโสตประสาท ยศกรก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว


ภาพบางอย่างเมื่อหลายเดือนก่อนมันผุดเข้ามาในหัว



กรรัมภาไม่ได้เจอผู้ชายที่รามมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยก็ว่าได้

พิมรักษณ์ไม่ได้เจอผู้ชายที่ชื่อรามมาสามสี่ปีแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเธอไม่ค่อยได้กลับบ้าน



แต่กับยศกรนั้น... เขาเจอรามครั้งสุดท้ายเมื่อ.... ไม่กี่เดือนก่อนนี้เอง


.


.


 

 

#รามกร



ปล. อะไรเอ่ย เปิดเรื่องใหม่ ไม่เกรงใจเรื่องก่อนหน้า

 

เอาน่า เปิดให้รู้ว่าในปี62 นี้ ทุกคนจะได้อ่านอะไรบ้างไง

ถ้ามึงเขียนไม่จบนะปุ้ยยยย จะให้คนอ่านเอาเงินมาฟาดหน้า เปรี้ยง ๆ ๆ ตามวิถีคนอ่านที่รวยยยยย 55555555555555555555555555555 จงลากเลขห้าให้ไกลพอที่น้ำตาจะไหลไปไม่ถึงค่ะ

 

อ่าวๆ อิเมียของผัวทั้งสองทำไมมีลับลมคมในล่ะจ๊ะๆ ๆ 555555555555

น้อง ๆ ในเรื่อง เดี๋ยวแทนตัวว่า กู มึง เดี๋ยว ก็ฉัน แก ก็แล้วมึน ๆ งง กันไปนะคะ อารมณ์แก๊งนี้คือป่าเถื่อนค่ะ 5555

ไร้ซึ่งคุณสมบัตรกุลสตรีไทยศรีสยาม ส่งไปให้คุณจันทร์อบรมเร้วววว โดยเฉพาะนางเอกของช่องอะ น้องคนนั้นคงอยากต้อนรับที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #272 panwinkinyourarea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 03:15
    น้องมะยมเลิกลักไรคะะะ แหน้
    #272
    0
  2. #188 Ff_mino (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 15:50
    มะย๊มมมมมมมมม หนูไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนลู๊กกกกกกก คือมีอะไรฝังใจหรือเปล่า ทำไมมะยมถึงกลัวการมีความรักหรือการมีใคร แง้
    #188
    0
  3. #175 LoverKimJr (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 12:26
    นอกเรื่องนะคะ อยากรู้ที่สุดคือ ใครจะสยบพิมพ์ลักษณ์ได้ 555555555555
    #175
    0
  4. #133 ppthana60 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 11:45
    เรื่องนี้จี้เอาความแซ่บไปเลยยยถูกมะ มาลงมาลัยบายศรีคือเก็บไปก่อนนเลยยยย ขยันเปิดเรื่องเราก็ขยันตามขออย่างเดียววอย่าลืมเรื่องเก่านะคะะะ รออยู่ทุกเรื่องเสมอ
    #133
    0
  5. #105 Momomo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:15
    น้องยมกับพี่รามมีซัมติงแน่ๆค่ะแม่
    #105
    0
  6. #53 zenxia_x (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:03
    เป็นความสัมพันธ์ที่งงดีนะคะกลุ่มนี้ 555+ ติดตามค่ะ
    #53
    0
  7. #37 minmiinz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 02:00
    มะยมกับพี่รามแอบกุ๊กกิ๊กอะไรกันรึป่าวเนี่ย แลดูอึดอัดใจยังไงบอกไม่ถูกทั้งคู่555555 พี่ปุ้ยนี่ก้ขยันเปิดเรื่องจังเลยค่ะ ภูมิใจ ! กร๊ากก ไม่ขออะไรมาก แต่งให้จบพอนะแม่นะ 5555 สนุกทุกเรื่องแหละ หนูจะอุดหนุนตามประสาคนอ่านรวยๆเอง!!
    #37
    0
  8. #5 Pitchayada Khethamma (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:42
    รามกับยศกรแอบแซ่บกันหรอคุณ!!!!
    #5
    0
  9. #4 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:00
    มีอะไรกันแล้วแบบรามชอบมะยมอยากคบ แต่มะยมไม่อยากผูกมัดรึเปล่า รามเลยไปเลียแผลใจที่ไร่
    #4
    0
  10. #3 iiQ_2910 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 21:05
    ตลกความแซะว่าไร่พ่อเลี้ยงรัญเป็นที่พักใจ 555555
    #3
    0
  11. #1 ppat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 14:28

    ยังงงๆกับเรื่ิองผัวๆเมียๆของแก๊งนี้แต่เดี๋ยวเราคงเข้าใจไปเอง แต่ที่คาใจคือ555 ทำไมคนอื่นไม่เจอรามเป็นหลักปี แต่น้องยศไม่เจอแค่หลักเดือน เอ๊ะๆ...

    (คิดถึงคุณจันทร์กับพระพาย)


    #1
    0