รามกร [LINHOON Au :THAI]

ตอนที่ 2 : ออกมาเจอกันได้ไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 788
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    18 เม.ย. 62


รามกร

บทที่ 1


 



ทำไมรามถึงเลือกที่จะใช้ยานพาหนะเป็นมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์ คำตอบก็มีแค่ไม่กี่อย่าง สำหรับเขาแล้ว ในสภาพการจราจรของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ไม่เอื้อประโยชน์อะไรให้กับเวลาชีวิตของมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเขาเลย จะให้ซื้อรถยนต์น่ะหรือ ก็ซื้อได้นะ แต่การที่แทบจะต้องใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนวันละหลายชั่วโมงก็เผาผลาญพลังงานชีวิตของเขาเหมือนกัน


เขาปัดตกการซื้อรถยนต์ไปในวันที่คิดว่าจะต้องมียานพาหนะส่วนตัว แล้วเดินเข้าโชว์รูมที่รู้สึกว่า เออ... นี่แหละตัวเขา


Kawasaki Ninja ZX-10RR สีดำ โลดแล่นอยู่บนท้องถนน ท่ามกลางแสงไฟ เสียงบีบแตร และอะไรอีกมากมาย ไม่สามารถหยุดความตั้งใจของรามได้ เมื่อเจ้าลูกชายสุดหล่อหยุดล้อหมุน ถ้าไม่เพราะถึงที่หมายแล้ว ก็คือติดไฟแดงนั่นแหละ


ชายหนุ่มยืดตัวนั่งให้หลังตรง สองขายาวประคองมอเตอร์ไซค์ได้สบาย ๆ เอาเข้าจริงเขาก็แทบจะสามารถพอยต์ขาได้เลย โชคดีของคนที่พ่อแม่เป็นคนตัวสูง แต่เขามักโดนน้องสาวค่อนแคะเสมอว่าแย่งมวลกระดูกไปหมด ดังนั้นตอนนี้เธอถึงมีความสูงแค่ไหล่แค่อกของเขาเท่านั้น


ในขณะที่รอให้สัญญาณไฟสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว ซึ่งก็อีกพักใหญ่ รามเอาโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดู เขาไม่ได้เล่นเกมหรือแชทอะไร แค่ดูว่ามีสายโทรเข้ามาหรือไม่ หรือมีข้อความเร่งด่วนอะไรหรือเปล่า แต่เมื่อไม่พบว่ามีอะไรที่ต้องให้ความสำคัญ ก็เก็บเอาไว้เหมือนเดิม ก่อนจะเหม่อมองสี่แยกเบื้องหน้า...


สองปีก่อน รามวางเงินดาวน์เจ้านินจาคันนี้ด้วยเงินเก็บส่วนตัวจำนวนครึ่งหนึ่งในบัญชี ก่อนจะนั่งรอให้มันมาอยู่ในอ้อมใจด้วยความรู้สึกตื่นเต้นทุกวินาที แต่ทันทีที่แฟนสาวของเขารู้ว่าเขาเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์ แถมราคาก็แทบจะแตะเจ็ดหลัก เธอก็โกรธจนไม่ยอมมองหน้าเขาไปเป็นเดือนเลยทีเดียว


รามในตอนนั้นไม่รู้จะทำอย่างไรดี เรื่องมอเตอร์ไซค์เป็นความชอบของเขา และเขาตั้งใจที่จะเก็บเงินเพื่อเป็นเจ้าของมัน แม้จะรู้ว่าจะทำให้เขาต้องเหนื่อยกับการทำงานเพิ่มขึ้นอีก เขาก็ยอมรับ แต่ความชอบของเขาคงไม่ใช่ความชอบของสาวคนรัก เธอโกรธเขามาก เก็บเสื้อผ้าออกจากห้องพัก แล้วกลับไปอยู่กับครอบครัวเกือบเดือน


รามเป็นผู้ชายที่ไม่ละเอียดอ่อนนัก และหลายครั้งที่ทำให้คนรักต้องโมโห หลายครั้งที่ทะเลาะและมีปากเสียงกัน แต่เขาไม่เคยใช้กำลังลงมือตอบโต้ เต็มที่ก็เดินหนี การหอบเสื้อผ้ากลับบ้านของเธอเป็นเรื่องที่เห็นบ่อยมาก


แต่เรื่องมอเตอร์ไซค์ เป็นการกลับบ้านที่นานกว่าทุกครั้ง รามต้องหาทางง้อเธออยู่พักใหญ่ จะปล่อยให้เรื่องคาราคาซังก็ได้ แต่มันไม่ดี ยังไงก็แฟน ก็รักกันมานาน


การไปง้อคนรักก็เหมือนทุกครั้ง ดอกไม้ราคาแพง เครื่องประดับ เครื่องสำอางแบรนด์เนม ร้านอาหารหรู แล้วก็คำพูดหวาน ๆ อันที่จริงไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่การเอาใจคนรักต้องหรูหราขนาดนี้ สมัยเรียนก็ไม่ได้จะเยอะสิ่ง คงเริ่มตั้งแต่ทำงานล่ะมั้ง


คนรักของรามทำงานเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ก็หรูหราเอาเรื่อง ดังนั้น การแต่งตัว การดูแลตัวเอง การใช้ชีวิตของเธอ ก็ต้องดูดีสมหน้าตาหน้าที่การงาน


เธอสามารถอวดเขาเรื่องหน้าตากับเพื่อนที่ทำงานได้ พูดถึงหน้าที่การงานของเขาได้แบบไม่ต้องเสียงเบา ก็รามเป็นถึงหัวหน้าวิศวกรเครื่องยนต์ของบริษัทนำเข้ารถหรูที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่างไรล่ะ เงินเดือนก็เกือบจะแตะหกหลักอยู่แล้ว


ทั้งหมดในตัวรามถือว่าเป็นคุณสมบัติแฟนหนุ่มแห่งชาติที่แฟนสาวต้องการ แต่ถามว่ารามต้องการไหม...


บางทีเขาก็แค่อยากกินข้าวผัดกะเพราโง่ ๆ ของร้านอาหารตามสั่งหน้าปากซอยเข้าห้องพัก ไอ้ของหวานยอดฮิตอะไรพวกนั้นเขาไม่ได้ชอบ หรือแม้แต่เสื้อผ้า ก็เอาแค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์เยิน ๆ ก็ได้


สิ่งที่รามไม่ชอบที่สุด ก็คงเป็น ก่อนกิน ก่อนเล่น ก่อนพัก ก่อนทุก ๆ อย่าง ต้องถ่ายรูปแล้วอัพเดตในโซเชียล!


เอาเถอะ รามในวันนั้นรักและผูกพันกับคนรักมาก เขาคิดว่าเวลาหลายปี เธอซึ่งเป็นผู้หญิงที่สวยและเก่งมากคนหนึ่ง ยอมที่จะเลือกใช้ชีวิตกับเขามาหลายปี เริ่มต้นหลาย ๆ อย่างพร้อมกับเขา และเป็นผู้หญิงที่รามเลือกแล้วว่าคือแม่ของลูกของเขาในอนาคต


เรื่องนี้เขายอมได้



ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี


เธอใจเย็นลงแล้ว และทำใจแล้วว่า รามคงไม่เอามอเตอร์ไซค์ไปคืน เพราะมันเกินจุดนั้นไปแล้ว


ในระหว่างที่ดินเนอร์ในร้านอาหารหรูสไตล์อิตาเลียน พริ้มพราว แฟนสาวของราม ก็พูดเรื่องสำคัญขึ้น นั่นทำให้ชายหนุ่มเลิกสนใจไวน์รสเลิศ


“เราอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้วนะราม พริ้มว่าเราควรคิดถึงอนาคตมากกว่านี้ได้แล้ว”


รามเลิกคิ้ว เขาพยักหน้า เพราะก็ไม่ได้ซื่อบื้อจนไม่รู้ว่าคนรักหมายความว่าอย่างไร


ก็จริงอย่างที่พริ้มพราวพูด ทั้งสองคนคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนตอนนี้อายุก็เกือบจะสามสิบแล้ว


“พริ้มพร้อมจะให้รามไปคุยกับที่บ้านเมื่อไหร่ดีล่ะ”


ดวงตาที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางจนงดงามเปิดกว้างขึ้น เพราะไม่คิดว่ารามจะเอ่ยออกมาอย่างนั้น


“ขอโทษนะ เอ่อ... รามไม่ได้เตรียมตัวมา แล้วก็ที่ทำให้พริ้มต้องพูดขึ้นก่อน แต่ถ้าเรื่องที่พริ้มพูดหมายถึงเรื่องแต่งงาน รามก็คิดอยู่ แค่...” ยังไม่รู้จะพูดตอนไหนเท่านั้นเอง


ก็เพราะอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายปี ดังนั้นเรื่องนี้สำหรับรามแล้ว ไม่ได้สะกิดต่อมรับรู้นัก


พริ้มพราวตกใจและตื่นเต้นจนต้องยกมือขึ้นมาปิดปาก แววตาของเธอทอประกายดีใจและมีน้ำตาคลอหน่อย จนรามอดไม่ได้ที่จะต้องเอื้อมมือใช้นิ้วเกลี่ยที่หางตาให้เธอเบา ๆ


“บอกพ่อกับแม่อย่าเรียกสินสอดแพงนะ ตอนนี้รามจนเพราะเพิ่งถอยลูกชายมา”


“บ้า” พริ้มพราวตีมือรามเบา ๆ แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความดีใจ จนลืมเรื่องเจ้ามอเตอร์ไซค์ราคาเฉียดล้านของรามไปแล้ว


นั่นแหละ

เรื่องของรามกับคนรัก

จะบอกว่าเริ่มต้นก็คงไม่ใช่

การแต่งงานสำหรับรามไม่ใช่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เป็นจุดจบเสียมากกว่า


จบแบบ... พระเอกตายห่าเสียด้วย

 




 

“ก็เอาเลขมงคลละกันนะ ทองเก้าบาท เงินสดเก้าแสน ส่วนเรื่องบ้านกับรถยนต์ ก็อยากให้เป็นชื่อของยัยพริ้มจ้ะ”

รามรู้ว่าเลขมงคลคือเลขอะไร แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกถึงความไม่เป็นมงคลเสียแล้ว


วันที่พาพ่อกับแม่มาพูดคุยกับพ่อแม่ของคนรัก ครอบครัวของรามพูดคุยกันมาในระดับหนึ่ง เงินเก็บส่วนตัวของรามนั้น ส่วนหนึ่งหมดไปกับมอเตอร์ไซค์แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะนำมาใช้ไม่ได้ และเขายังมีเงินเก็บในส่วนกลาง ซึ่งเป็นการหักจากเงินเดือนของเขาแล้วให้พริ้มพราวเป็นคนเก็บไว้ หลายปีมานี้เงินจำนวนนั้นก็มีเยอะพอสมควร จะบอกว่าเยอะกว่าเงินส่วนตัวของรามก็ว่าได้


เนื่องจากรามมีเงินเดือนค่อนข้างสูง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้ชายบ้าน ๆ อย่างเขาไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากหมดไปกับค่าเหล้าค่าเบียร์แล้ว ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินอะไรที่ไหนอีก


แต่ด้วยพริ้มพราวที่มีฐานเงินเดือนน้อยกว่าเขามาก และเขาเองก็มั่นใจแล้วว่าอย่างไรก็แต่งกับเธอแน่นอน ดังนั้นวันที่เธอตกลงมาใช้ชีวิตร่วมกับราม เขาจึงไม่ได้เรียกร้องให้เธอช่วยออกค่าใช้จ่ายใดใด


ค่าห้องเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ของทั้งสองคน ค่าน้ำมันรถของคนรัก รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน กินเที่ยว หักเป็นเงินเก็บ ทุกอย่างรามรับผิดชอบ


สำหรับพริ้มพราว เงินเดือนของเธอที่ได้มาก็จะใช้จ่ายเพียงค่าเสื้อผ้า เครื่องสำอาง หรือไปกับกลุ่มเพื่อนของเธอ ซึ่งบางครั้งรามก็ให้คนรักรูดจากบัตรเครดิตของเขาด้วยซ้ำ


การที่พริ้มพราวกล้าเอ่ยเรื่องแต่งงาน นั่นอาจจะเพราะเธอมั่นใจเรื่องฐานะทางการเงินของรามในระดับหนึ่ง เพราะเธอนั้นดูแลอยู่ ทั้งยังเพิ่งรู้เรื่องเงินเก็บส่วนตัวที่รามนำไปซื้อมอเตอร์ไซค์ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น...


เพราะตอนนี้ประเด็นอยู่ที่เรื่องสินสอดและการจัดงานแต่งงานต่างหาก


“เรื่องการจัดงานแต่ง ใจก็อยากจัดเล็ก ๆ นะคะ แต่พ่อกับแม่มีแขกผู้ใหญ่เยอะ หลาย ๆ ท่านก็มีหน้ามีตาในสังคม จัดเล็ก ๆ ยัยพริ้มก็เป็นที่รักที่เอ็นดูของพวกท่าน ถ้าจะไม่เชื้อเชิญคงไม่เหมาะ”


คุณพรรณราย มารดาของพริ้มพราวเอ่ย แต่เล่นเอาใจของรามร่วงไปที่ตาตุ่ม แค่ไอ้เรื่องสินสอดนั่นเขาก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ไอ้เรื่องงานแต่งเล่า...


เขาเหลือบไปมองสีหน้าของบิดาและมารดา ท่านทั้งสองไม่ได้แสดงอาการอะไรมากนัก แต่มองแม่อุ่นจิตแล้ว รามก็รู้สึกผิดไม่น้อย


ใบหน้าของผู้เป็นมารดา แม้จะดูไม่คิดอะไรมาก แต่มุมปากที่กดหยักลงเล็กน้อยนั้น ท่านมักจะทำเมื่อรู้สึกไม่สบายใจและเริ่มเครียด


ถ้ายังเป็นแบบนี้...


“แม่มียัยพริ้มเป็นลูกคนเดียว กับรามก็ไว้ใจให้คบหากันมาหลายปีแล้ว ไปอยู่ด้วยกันแม่ก็ไม่ได้ว่าไม่ได้ห้าม เมื่อถึงเวลานี้ก็อยากให้ทำให้ถูกต้องและเป็นที่รู้กัน”


ฟังดูอบอุ่นใจ แต่ทำไมรามรู้สึกใจร้อนเป็นไฟขนาดนี้


“เรื่องค่าใช้จ่ายในงานแต่ง พริ้มว่า... เราใช้เงินเก็บได้นะราม อาจจะต้องเพิ่มอีกนิดหน่อย”


“เดี๋ยวนะพริ้ม” รามเค้นเสียงออกมาจนได้


เขามองหน้าคนรักด้วยสายตาที่ตัวเขาเองไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่ เพราะตอนนี้ในหัวของเขาโล่งไปหมด


“พริ้มบอกว่าเงินที่รามให้พริ้มเก็บ จะใช้เรื่องการจัดงานและต้องหาเพิ่มอีกนิดหน่อย”


“ใช่ ทำไมเหรอราม”


นั่นหมายความว่ารามต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด... โอเค เป็นหน้าที่ของฝ่ายชาย


แล้วสินสอดล่ะ...


ถ้าเงินก้อนนั้นถูกละลายไปกับการจัดงาน ซึ่งก็มั่นใจได้ว่าไม่น่าจะพอ...


“พริ้ม”


“คะ”


“เงินทั้งหมดของราม มีแค่ที่พริ้มเก็บนะ มีแค่นั้น”


รามรู้ว่าสิ่งที่ตนพูดอาจจะทำให้ทุกคนตกใจ และก็ตกใจจริง ๆ แต่เขาไม่มีทางออก


เขาไม่มีก็คือไม่มี และเขาจะไม่ดึงพ่อแม่มาเดือดร้อน


ในวัยเยาว์ พ่อกับแม่แทบไม่ได้กินข้าวอิ่มท้อง เพราะต้องเจียดทุกอย่างให้เขากับน้องสาวได้กิน เงินที่เคยมี บ้านที่เคยใหญ่โต ถูกโกงถูกยึดไปหมด ที่ซุกหัวนอนแทบไม่มี


ในวันนี้ พวกท่านมีบ้านเล็ก ๆ เขามีชีวิตที่ไม่เดือดร้อน และน้องสาวกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย


ถ้าเขาใช้เงินที่มีทั้งหมดและต้องรบกวนเงินที่บ้านอีก น้องสาวของเขาเล่า


“รามจะพูดอะไร” พริ้มพราวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจกึ่งไม่พอใจ เพราะเธอพอจะเดาความคิดของรามได้ ซึ่งเธอก็รู้ด้วยว่ารามกล้าที่จะพูดแน่ ๆ


“รามรักพริ้มนะ และอยากแต่งงานกับพริ้ม อยากใช้ชีวิตอยู่กับพริ้ม สร้างครอบครัวที่ดีและอบอุ่น แต่รามมีเงินสำหรับการเริ่มต้นแค่ที่พริ้มถืออยู่เท่านั้น ถ้าหมดจากตรงนั้น คือเราต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด”


“ราม!


“รามพูดจริง ๆ พริ้ม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเห็นแก่ตัวและทุเรศสิ้นดี แต่ถ้าต้องเริ่มด้วยความเดือนร้อนและหนี้สิน ก็จะต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป


และรามไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น


“คุณลุงคุณป้าครับ ผมต้องขอโทษด้วย เรื่องสินสอด ทอง และเงินสด ผมมีไม่พอครับ ถ้าต้องจัดงานแต่งที่มีสเกลงานใหญ่เกินไป ผมหาเงินมาไม่ได้แน่นอน”


“ราม!!” พริ้มพราวแทบจะกรีดเสียง เธอมองหน้าคนรักเหมือนจะหาอะไรมาอุดปาก ทั้งที่สิ่งที่ชายหนุ่มพูดนั้นเป็นความจริง


เพราะเธอรู้ว่ารามมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อย และพอสำหรับสินสอด ส่วนเรื่องการจัดงาน เธอก็มั่นใจว่ารามจัดการได้ กว่าจะแต่ง กว่าจะจัดงานก็ไม่ใช่เวลาน้อย ๆ รามหามาได้อยู่แล้ว ที่บ้านของรามก็ไม่ได้เดือดร้อน ที่สำคัญ คนรักของเธอเพิ่งจะซื้อไอ้มอแตอร์ไซค์โง่ ๆ นั่นมา เธอเพิ่งรู้ว่าราคามันเกือบล้าน นั่นหมายความว่ารามก็ยังมีอยู่กับตัวอีกไม่น้อย


“รามพูดแบบนี้หมายความว่าพริ้มกับที่บ้านเอาเปรียบรามเหรอ? สินสอดมันก็เป็นเรื่องที่ผู้ชายต้องจัดการอยู่แล้ว ส่วนบ้านกับรถยนต์ มันก็จำเป็นต้องมี ส่วนงานแต่ง ก็อย่างแม่ของพริ้มพูด ญาติผู้ใหญ่ของพริ้มเยอะ เพื่อนฝูงของพริ้มก็เยอะ พริ้มเป็นถึงหัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์ของโรงแรมนะ จะให้จัดงานก๊องแก๊งได้ยังไง อยากให้พริ้มอายคนที่ทำงานเหรอ?”


“รามซื้อบ้านด้วยเงินสดไม่ได้หรอกนะพริ้ม บ้านพร้อมที่ดินในกรุงเทพราคาถูกสุดก็หลายล้านแล้ว รถยนต์อีกล่ะ ถ้าจะเอาพร้อมกัน รามก็ต้องผ่อน ซึ่งการทำเรื่องกู้พร้อมกันสองอย่างในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้คิดว่าแบงค์จะผ่านเหรอ ส่วนเรื่องงานแต่ง พริ้มแต่งกับราม มีพ่อแม่พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่รับรู้เป็นพยานก็น่าจะดีแล้ว เรื่องเพื่อน เราเชิญเพื่อนสนิทก็พอไหม? ทำไมต้องอายสายตาคนอื่นที่เขาไม่ได้มาใช้ชีวิตคู่กับเราล่ะ เขาไม่ได้มาช่วยเราสร้างบ้านนะพริ้ม”


คำพูดของรามเป็นความจริง ซึ่งทุกคนย่อมรู้ดี แต่จะพอใจหรือไม่นั้นอีกเรื่อง และแน่นอนว่าพริ้มพราวไม่พอใจ เธอเอาสมุดบัญชีที่เก็บเงินของรามไว้ขวางลงบนโต๊ะตรงหน้าทันที


“คิดว่ากี่ปีที่พริ้มอยู่กับรามมา พริ้มไปได้ไกลกว่านี้อีกมากด้วยซ้ำ แต่พริ้มก็เลือกราม พริ้มอุตส่าห์เลือกราม แล้วดูสิ่งที่รามทำกับพริ้ม”


คำพูดของพริ้มพราวทำเอารามพูดไม่ออก ตอนนี้หูของเขาอื้อจนฟังคำด่าทอของคนรักและแม่คนรักไม่รู้เรื่องแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็สะดุ้งเพราะเสียงของ


“หนูใช้คำว่าอุตส่าห์เลือกกับลูกชายของน้าอย่างนั้นเหรอ”



 

ปิ้น ๆ



เสียงบีบแตรรถทำให้รามตื่นจากภวังค์ เขามองซ้ายมองขวาก็พบว่ายังติดไฟแดงอยู่ แต่เป็นอีกฝั่งหนึ่งของถนนที่บีบไล่ พอดูตัวเลขที่ต้องรอ เขาก็ถอนขยับตัวไปมา ก่อนจะเตรียมตัวเพื่อจะขับรถต่อไป...


เรื่องราวเก่า ๆ จบไม่สวยนักหรอก เพราะหลังจากที่แม่ของรามเอ่ยคำพูดนั้นออกไป ทุกอย่างก็ต่อกันไม่ติดแล้ว รามพาพ่อกับแม่กลับ โดยที่ทางฝ่ายของพริ้มพราวไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถามว่าทางเขานั้นพอใจหรือ...


“แม่ไม่เคยขออะไรแกนะราม แต่ถ้าแกคิดจะมีเมีย จะไม่สวยไม่รวย หรือจะไม่ใช่ผู้หญิงก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้... แม่ขอได้ไหม”


ถึงรามรั้นที่จะเลือกพริ้มพราว มันก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว


เรื่องราวระหว่างเขากับพริ้มพราวจะว่าจบกันตรงนั้นก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เธอก็ไม่กลับมาหาเขา และในวันที่เขาไปทำงาน พอกลับถึงห้องในเย็นวันหนึ่ง ข้าวของส่วนตัวของเธอได้หายไปเรียบร้อย


ไม่ใช่รามไม่คิดจะกลับไปคุยกันในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ในหัวของเขาก็มีแต่คำพูดของแม่ และคำพูดของพริ้มพราววนเวียนสลับกันไปมา จนสุดท้ายต้องเลือกเอาหัวไปจุ่มน้ำเมา


ฟางเส้นสุดท้ายระหว่างรามและพริ้มพราวไม่ใช่เรื่องในวันนั้นเสียทีเดียว อาจจะเป็นข้อความที่คนรักเก่าเลือกที่จะโพสต์สู่สาธารณะ


เขาอ่านแทบไม่จบโพสต์... อ่านแล้วก็ได้แต่รู้สึกว่า คนเรามันช้ำใจได้ขนาดนี้เพราะคำพูดที่ไม่มีน้ำเสียงขนาดนี้ได้ด้วยหรือ...


เขาเลวร้ายเช่นที่เธอว่าใช่ไหม


แม้จะมีเพื่อนของเขาหลายคนที่เห็นข้อความแล้วตอบกลับข้อความแบบกึ่งปรามกึ่งเป็นกลางอยู่ไม่น้อย แต่กระแสทางหญิงสาวนั้นไม่เบาเลย...


หรือที่แท้แล้ว... เขาเป็นเช่นนั้นจริง ๆ



พริ้มพราว จงกิจเจริญรุ่ง ได้โพสต์ข้อความ


ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องการอะไร หากไม่ใช่ความรักและความชัดเจน ใช้ชีวิตด้วยกันมาไม่เคยขออะไรเลย ขนาดแต่งงาน พริ้มเป็นผู้หญิงยังต้องเอ่ยปากก่อน แต่สุดท้ายเป็นยังไง พริ้มเกิดมา พ่อแม่ดูแลเป็นอย่างดี การที่ท่านจะวางใจส่งลูกสาวที่ท่านรักที่สุดให้กับผู้ชายคนหนึ่ง ท่านคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายสิ่งที่ได้ตอบกลับมากลับเป็นคำดูถูก หาว่าพ่อแม่ขายลูกกิน พริ้มอยู่กับรามมากี่ปีแล้ว ในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา พริ้มทุ่มเทให้กับราม ไม่เคยเรียกร้องอะไร แต่ความรักและความชัดเจน รามไม่เคยมีให้เลย... วันนี้พริ้มไม่อยากจะพูดอะไรมาก แต่พริ้มจะถือว่าที่ผ่านมา พริ้มเองที่ผิด ที่เรียกร้องมากเกินไป ต่อไปก็คงจะไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้ว คำพูดที่รามพูดกับพ่อแม่ของพริ้ม พริ้มจะรับไว้เอง อย่าคิดว่าท่านอยากได้อะไรจากรามเลยนะ แม้ที่ผ่านมาพริ้มจะไม่ได้อะไรจากรามเลยก็ตาม #มูฟออน #จะมองไปข้างหน้า

 


รามผิดเต็ม ๆ และเขาก็ควรจะรับไว้เองเต็ม ๆ ใช่ไหม


ใช่ รามเกือบคิดอย่างนั้นแล้ว ถ้าในบรรดาข้อความที่ด่าทอ ทั้งติดแท็กมาให้รามไม่มีข้อความของเพื่อนสนิทของเขาอย่างปัทมาไปแย้ง แต่สุดท้ายก็โดนลบไปน่ะนะ


 

Pattama yanapongsak : ไม่ได้อะไรจากอิรามเพื่อนกูเลยจริงดิ... งั้นโอนเงินเก็บที่เพื่อนกูฝากไว้ในบัญชีทุกเดือนตั้งแต่เริ่มทำงานมาคืนดีไหมเอ่ยยย ได้ข่าวเป็นล้านเลยนา... เพื่อนกูไม่ทวง = ไม่คืน งี้เหรอ ๆ ไม่รวมของแบรนด์เนมที่ฝากน้องกูหิ้วมาให้แทบเดือนเว้นเดือน ใครจ่ายวะ? อ่อ... เพื่อนโง่กูเองที่จ่ายให้ ล่าสุดอะไรว้า สินสอดเป็นล้าน ให้ซื้อบ้านซื้อรถให้ แถมจะจัดงานใหญ่ระดับเกินล้าน เพราะอยากอวดชาวบ้าน แต่ให้ผู้ชายออกคนเดียวหมด ดีจ้ะแม่รสนิยมสูง #มูฟออนจริงก็คืนเงินมาจ้า #มองไปข้างหน้าก็อย่าโกยจากคนข้างหลังสิจ๊ะแม่ #กูเสือกทวงแทนเองเพราะบทเหี้ยเพื่อนกูโดนไปแล้ว #อยากเหี้ยต้องสร้างเอง

 


ข้อความของปัทมาอยู่ได้ไม่นานนักก็ถูกลบไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าพริ้มพราวไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องอีกด้านหนึ่ง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็จะทำให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย


นับจากวันนั้นรามไม่ติดต่อ ไม่เจอ ไม่คิดจะกลับไปคุยอะไรกับพริ้มพราว ไม่ว่าเธอจะพยายามติดต่อมา ด้วยเหตุผลอะไร เขาก็ทำเหมือนไม่มีรู้จักผู้หญิงชื่อพริ้มพราว


ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาตัดใจได้หมดจดขนาดนั้น...


ใช่.. เขาไม่อยากจะเชื่อเลย


ถ้าไม่เจอใครคนหนึ่ง... เรื่องตัดใจคงเป็นไปไม่ได้


https://www.youtube.com/watch?v=fozWaFMlBiA

 



 

รามจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ข้างทาง ซึ่งมีต้นไม้ชนิดหนึ่งขึ้นบังแสงจากไฟข้างทาง แต่เขาไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นอะไรนัก เพราะตรงนี้ไม่ใช่ซอยเปลี่ยว แต่เป็นซอยที่มีผู้คนพลุกพล่านไม่น้อย อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินรถไฟฟ้า ขนาดตรงนี้เป็นซอยย่อยก็ยังมีร้านค้า ผู้คนเดินไปมาเยอะแยะ ทั้งที่เป็นเวลากว่าสี่ทุ่มแล้ว


วันนี้เขามาถึงกรุงเทพฯ ตั้งแต่ตีสี่ เขาช่วยคนงานในไร่ที่เดินทางมาด้วยกันของผลไม้ลงรถ ซึ่งคราวนี้เขาต้องดูแลผลไม้ถึงสี่คันรถกระบะเล็ก ส่วนกระบะคันที่ห้านั้น มีผลไม้มาแค่ครึ่งเดียว และเป็นมอเตอร์ไซค์ของเขา


เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้ ๆ นั้น ก่อนจะตื่นมาในตอนเย็นย่ำ ออกหาอะไรกินแล้วก็ติดต่อเพื่อนเก่าสองสามคน เพื่อให้ช่วยหาที่พักให้ ซึ่งมีข้อแม้ว่า ต้องอยู่ใกล้กับซอยอารีย์สัมพันธ์มากที่สุด เพราะเป็นที่พักของพิมรักษณ์ ราคาพอประมาณ ไม่จำเป็นต้องห้องใหญ่มาก แต่เรื่องความปลอดภัยต้องดี เพราะเขาต้องจอดเจ้าลูกรักเอาไว้


อันที่จริง ตอนนี้ที่เขาอยู่ก็ใกล้พื้นที่เป้าหมายที่ต้องการ แต่คนละฝั่งเท่านั้น


รามถอดหมวกกันน็อค แล้วเลือกที่จะเดินไปนั่งใต้ต้นไม้ ซึ่งมีม้านั่งม้านั่งเก่า ๆ อยู่


ไม่น่าเชื่อว่ามันยังไม่พังไป เพราะเมื่อหลายเดือนก่อน เขาเห็นสภาพของมันแล้ว... ไม่คิดว่าจะอยู่รอดเกินเดือนหรอกนะ


ข้อศอกทั้งสองข้างเท้าลงบนเข่า ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเสยผมให้เข้าที่เข้าทาง แต่จริง ๆ ก็เหมือนทำให้มันยุ่งมากกว่าเดิม จากนั้นก็นั่งนิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองทาวน์เฮาส์ซึ่งถูกรีโนเวทจนแตกต่างกับทาวน์เฮาส์หลังอื่น ๆ


ไฟยังคงปิดมืดสนิท เจ้าของคงยังไม่กลับ...

 


เดี๋ยวนี้กลับบ้านดึกแบบนี้ตลอดหรือเปล่า?

ปรกติแล้วไม่ใช่คนชอบไปไหนไม่ใช่หรือ?

หรือเวลาไม่กี่เดือนที่ห่างเหินกันไป... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว

 


ถ้ารามโทรหา... อีกคนจะรับสายหรือไม่

ถ้ารามส่งข้อความไป... อีกคนจะอ่านแล้วตอบกลับมาหรือเปล่า...

แล้วถ้าเขา...


 

เสียงรถยนต์ที่แสนเป็นเอกลักษณ์ทำให้รามต้องรีบหันไปมอง และห้ามรอยยิ้มมุมปากไม่ได้ เมื่อเห็นรถโฟล์กเต่า ปี 1998 สีชมพู ชะลอและหยุดลงตรงหน้าบ้านที่เขานั่งมองอยู่


ไม่นานคนขับก็ลงจากรถแล้วรีบไปไขประตูบ้าน ก่อนจะวกกลับมาขับเจ้าโฟล์กเต่าสีชมพูเข้าบ้านไป


รามยืนมองจนอีกฝ่ายปิดประตูบ้าน และเปิดไฟสว่าง... มองเงาคนที่เดินไปมา ก่อนที่ไฟชั้นสองของบ้านจะสว่าง และมีเสียงเพลงสากลยุค 90 ดังขึ้น และถูกลดเสียงให้เบาลงจนเขาไม่ได้ยิน


ชายนั่งอยู่ที่เดิม ในมือถือโทรศัพท์มือถือค้างไว้ที่หน้าจอแสดงรายชื่อของใครบางคน ซึ่งหลายเดือนมานี้ เขาเปิดมานั่งมองหมายเลขสิบหลักจนท่องได้แทนเบอร์โทรศัพท์ของตนเองแล้ว



 

อยากเจอ...

อยากให้อีกฝ่ายออกมาเปิดประตูรับเขา

อยากบอกให้รู้ว่าเขาคิดถึงมากแค่ไหน...

คิดถึง...

“กร...”

 


เปิดมือถือดูรูปเธอ เปิดข้อความเก่าของเรา   

เลยคิดถึงอดีต ความหลังเก่าเก่า ที่แสนประทับใจ   

ไม่เคยลบมันสักที เปลี่ยนกี่เครื่องก็เซฟไว้   

ความงดงามเก่าเก่า รุมเร้าในใจ ก็เลยต้องโทร.หา   

   

แม้เธอจะอยู่ที่ไหน กับใคร   

ความคิดถึงมันบังคับให้หัวใจมันถามเธอ   

   

ออกมาเจอกันได้ไหม อยากจะเจออีกสักที   

อยากจะฟื้นความจำ ทุกเรื่องที่มี ที่ดีต่อหัวใจ   

ออกมาเจอกันอีกสักครั้ง ช่วยมาเติมต่อลมหายใจ   

มาย้ำมาเตือน ว่าเคยรักใคร    

คิดถึงเธอ คิดถึงเธอ คิดถึงเธอ เหลือเกิน   

(มาเพิ่มมาเติม เรื่องราวใหม่ใหม่   

คิดถึงเธอ คิดถึงเธอ คิดถึงเธอ..เหลือเกิน)   

   

อยากเจอหน้าเธอสักหน่อย อยากขอคุยด้วยนิดนึง   

ก็เรานั้นห่างห่าง เลยแค่ห่วงห่วง ชีวิตเธอเป็นไง   

จะเป็นเหมือนฉันหรือเปล่า ตอนที่เหงาไม่เห็นใคร   

คิดถึงภาพเก่าเก่า ความหลังเก่าเก่า น้ำตามันก็ไหล   

   

ที่เราต้องเลิกกัน มันมีปัญหามากมายเป็นร้อยพัน   

แต่ขอไม่เก็บไว้ จะจำเอาไว้แค่เรื่องดี   


+++++++++++++++++++++++++++++

 

ว๋ายยยยยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #273 panwinkinyourarea (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 16:46
    เอ๋ เรื่องของชะนีนี่อย่าให้พูดถึง สังคมไทยก็เป็นงี้แหละเนาะ สนประเด็นคนรักเก่ามากกว่าตอนแรกคิดว่าเคยวันไนท์กันไรงี้แต่เคยคบกันหลอออโอเอมชรี คบก่อนชะนีหรือหลังหรือพร้อมกันนะ หืมๆๆๆๆๆ
    #273
    0
  2. #189 Ff_mino (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 16:06
    ดูก็รู้แล้วปะว่าบ้านยัยชะนีพริ้มต้องการจะเกาะพี่รามแหลกอ่ะ!!!! ถ้านี่เป็นปัทนะ จะด่าให้ยัยชะนีพริ้มไม่ได้เกิดเรยคอยดู มอหอ!!!! / พี่รามมาดักรอหน้าบ้านเค้าขนาดนี้ มันจะต้องมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่าที่เราคิดใช่ไหมนะ
    #189
    0
  3. #176 LoverKimJr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 12:40
    ทำไมถึงเลิกกับน้องกร
    #176
    0
  4. #134 ppthana60 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 12:12
    เอ้ด่อนหน้าาเค้าไปอะไรกันตอนนนไหนน้าา
    #134
    0
  5. #127 fallingforyou. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 04:40
    ความคิดถึงมันทำให้พี่เป็นขนาดนี้เลยเรอะ อมกกก กรไหนน้าา
    #127
    0
  6. #106 Momomo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:23
    กร คือ ยศกรใช่ไหมจ๊ะ แอบไปแซ่บกันมาตอนไหนนนนนน
    #106
    0
  7. #98 mameeeeee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 17:35
    เอ๋ๆๆๆๆๆ
    #98
    0
  8. #82 atit9494 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 14:54
    หื้มมมมมมมมมม
    #82
    0
  9. #58 The Hatter (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:43

    กร นี่น้องมะยมป่ะจ้าพ่อราม

    #58
    0
  10. #54 zenxia_x (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:20
    อยากได้อยากมีขนาดนั้น เชิญป้ายหน้าค่ะคุณพริ้มพราว
    #54
    0
  11. #38 minmiinz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 02:14
    อย่างงี้ต้องแฟลชแบ็คแร้ววว คุณรามมานั่งรอน้องถึงหน้าบ้านแถมยังดูพร่ำเพ้อไม่เบา แปลว่าที่ผ่านมาต้องลึกซึ้งกันน่าดู อยากอ่านแล้วเนี่ยว่าไปกันขั้นไหน คิคิ รำคาญผู้หญิงแบบพริ้มพราวมาก ไม่เหมาะจะเป็นแฟนกรจริงๆ ลาก่อย
    #38
    0
  12. #18 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:11
    อ่าวเห้ยยยย เจอกันได้ยังไงละเนี่ย รามดูชอบมากเลย
    #18
    0
  13. #9 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 11:05
    เอ๊ะ สรุปมานั่งหน้าบ้านใครเอ่ยยยยยนน ใช่หนูมะยมรึเปล่าาาาาา
    #9
    0
  14. #8 Pitchayada Khethamma (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:21
    ว๋ายยยยยด้วยคนฮือ คุณไรท์รีบมาต่อนะคะสู้ๆ
    #8
    0
  15. #7 iiQ_2910 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 23:49
    ว๊ายยยย ทำไมเปิดมาพี่รามเลิกกับแฟนเก่าแม่นางนั้น แล้วจบด้วยการเพ้อถึงแฟนเก่าถึงเป็นน้องกรล่ะจ้ะ 55555
    #7
    0
  16. #6 khunjued (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 21:43
    ว้ายยยย
    #6
    0