เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย [LinHoon] AU : Thai

ตอนที่ 90 : มาลัยพวงน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    18 ก.ค. 63



 

เสน่ห์จันทร์ลมพระพาย

บทที่ ๕๒ มาลัยพวงน้อย


 

ชาวบ้านในชุมชนตลาดร่มสุข ส่วนมากเป็นพ่อค้าแม่ขายที่มีแผงอยู่ในตลาด หลายคนมีแผงดอกไม้พวงมาลัย ซึ่งจะตั้งแผงเอาไว้ใกล้ ๆ กัน

สายพิรุณมักจะจ้างงานพวกเขาเหล่านี้หลายครั้ง ในยามที่รับงานบายศรีแล้วเห็นว่าทำคนเดียวจะไม่ไหว อย่างเช่นงานประจำปีของเรือนจันทร์ดาราฉาย ซึ่งใช้บายศรีหลายชุด


คราวนี้ป้าพิสมัยมาช่วยงานเขาได้ไม่เต็มที่ เพราะต้องคอยดูแลสามีที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ดังนั้นสายพิรุณจำเป็นต้องหาคนที่ทำงานคล่องเพิ่มอีกหนึ่งคน


นางแหววเป็นหนึ่งในคนที่สายพิรุณจ้างมาทำงานนี้ ถึงแม้ว่านางแหววจะไม่ได้ร้อยพวงมาลัยขายเช่นแต่ก่อน และยังเปลี่ยนไปเป็นขายแกงถุงแล้ว แต่ยังถือว่ามีฝีมืออยู่ จากที่เห็นมารับจ้างทำบายศรีเมื่อปีก่อน


อันที่จริงแล้ว สายพิรุณจะไม่จ้างนางแหวว ส่วนหนึ่งเพราะเขาพยายามเลี่ยงทุกประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับพัตรา แต่เมื่อปีนี้ป้าพิสมัยมาช่วยได้ไม่เต็มที่ เขาก็จำเป็นต้องผ่อนเกราะป้องกันตัวเองลง


แต่ก็เหมือนหว่าตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน พัตราคงมองเห็นแล้วว่าสายพิรุณไม่ได้อยากจะสานสัมพันธ์อะไรกับหญิงสาวไปมากกว่าคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน ท่าทีของเธอในยามที่เขาเข้าไปพูดคุยกับนางแหววจึงค่อนข้างต่างไป


จากที่เคยพุ่งเข้าหาทึกครั้งยามที่บังเอิญเจอหน้า หรือจงใจบังเอิญ พัตรากลับแค่ทักทายเขาตามมารยาท และเป็นฝ่ายหยุดอยู่กับที่เสียเอง ไม่รุกคืบเข้ามาแต่ก็ไม่ได้ถอยหนีไปไหน


อีกทั้งยามที่เขาพูดคุยกับนางแหววเรื่องงานบายศรี ร้อยมาลัย ดูเหมือนพัตราจะสนใจเป็นพิเศษ


เธอพอจะร้อยมาลัยง่าย ๆ ได้ ในตอนเป็นวัยรุ่นเธอต้องช่วยนางแหววทำงานพวกนี้อยู่บ้าง ดังนั้นเธอจึงคิดว่าจะหารายได้พิเศษด้วยการขายพวงมาลัย แต่อาจจะไม่ขายในตลาด เพราะมีคนขายเยอะมากแล้ว


เธออาจจะลองฝึกเรื่องการร้อยพวงมาลัย แล้วเปลี่ยนไปเป็นหาลูกค้าในโลกออนไลน์ จากนั้นก็จัดทำและส่งไปในกรณีที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ส่งตามบ้าน... เธอว่ามันก็น่าจะไปรอด


“นี่ไงแม่ ลองร้อยแบบที่มันหรูหราหน่อย แล้วฉันก็จะโพสต์ขายไง พวงมาลัยแบบนี้น่ะคนรวยเขาชอบซื้อกัน สั่งกันทุกวันพระแหละ เราก็แค่ทำตามออเดอร์แล้วเอาไปส่ง”


“ค่าส่งมันจะไหวเหรอนังต่าย เกิดคนสั่งอยู่ฝั่งธนฯ เล่า” นางแหววตอบลูกสาว มือก็ตักแกงใส่ถุงแล้วมัดยางไปเรื่อย ๆ


เรื่องที่พัตราพูดมานั้นน่าสนใจไม่น้อย เธอก็ว่ามันน่าจะไปรอด แต่ตามประสาคนไม่ค่อยได้เข้าใจความกว้างขวางของโลกอินเตอร์เน็ต นางแหววเลยกังวลอะไรอีกหลายอย่าง


“ก็ให้ลูกค้าเขาจ่ายค่าเกรบฯ สิแม่ เขาสั่งพวงมาลัยราคาพวงละเป็นพัน ค่าวินแค่ไม่กี่สิบเขาจ่ายได้ แม่แค่ลองรื้อฝีมืออีกสักนิด สอนฉันด้วย มันก็ถือว่าน่าลองไม่ใช่เหรอ ไอ้ตาร์มันโตขึ้นมาทุกวัน เดี๋ยวก็ขึ้นมัธยม ถึงจะต้องเรียนโรงเรียนวัดก็เถอะ แต่เสื้อผ้า ของใช้ใช่ว่าจะไม่ต้องใช้เงินนี่แม่ แม่บ่นกับฉันเองนะ”


“แกคิดว่าดีแล้วใช่ไหม”


“ดีสิ ในเฟชบุคฉันน่ะ มีเพื่อนมีคนติดตามเยอะอยู่นะ น่าจะพอไปได้ เรามาลองกันสิ”


“เออ! ถ้าว่ายังไงก็จะลองดู แต่มันยากก็ตรงที่ไอ้พวงมาลัยพวกนี้มันซับซ้อนเรื่องลายแล้วก็พวกอุบะ แม่ต้องลองรื้อฝีมือสักพักเลย”


“เข้าที่เข้าทางแล้วก็สอนฉันด้วย” พัตราพูด มือก็หยิบถุงแกงของนางแหววในถุงพลาสติกแบบหิ้ว เพื่อจะเดินเอาไปส่งให้ลูกค้า ซึ่งเป็นแม่ค้าเขียงหมูที่อยู่อีกฝั่งตลาด และจะเลยเดินไปทำงานต่อ แต่ว่ากลับมีเสียงหนึ่ง ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ดังขึ้นมาเสียก่อน


“ถ้าป้าแหววไม่แน่ใจเรื่องลายของพวงมาลัย มาถามผมก็ได้นะครับ”


สายพิรุณ...


เป็นสายพิรุณที่เอ่ยขึ้นมา เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับหอบดอกบัวหลายมัดมาด้วย คงเป็นของยายสายที่มักจะขอแบ่งซื้อมาขายต่อ


“คุณพระพาย/พระพาย”


“สวัสดีครับ ไม่ต้องเรียกคุณหรอกครับป้าแหวว” สายพิรุณตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง รอยยิ้มบาง ๆ แต่งแต้มอย่างคนอารมณ์ดี ทำให้หลายคนมองเพลินตาไม่น้อย


ช่วงนี้จะเห็นสายพิรุณมาเดินตลาดบ่อยครั้ง เพราะต้องมาดูวัสดุต่าง ๆ ที่บางทีก็ขาดมือไปบ้าง เขาไม่อยากไปหาซื้อตามห้างใหญ่ เพราะอยากให้คนในตลาดมีรายได้เพิ่ม สักน้อยสักนิดก็ยังดี ดังนั้นถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง หรือเป็นของที่มีขายแค่ในแหล่งที่เจาะจง เขาก็จะมาเลือกหาซื้อในตลาดร่มสุขนี่แหละ


นางแหววได้แต่ยิ้มแปลก ๆ ก็เธอวางตัวไม่ค่อยถูกนักเมื่ออยู่ต่อหน้าสายพิรุณ มันเป็นไปเองตั้งแต่เมื่อปีก่อนแล้ว หลังจากที่พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เหมือนเจ้าหนูลมในอดีต


ใครอยากจะกล้าไปแตะต้องผู้ชายของเจ้าของตลาดล่ะ ยังอยากมีที่ซุกหัวนอนและที่ทำมาหากินอยู่


“ได้ยินเรื่องทำพวงมาลัยขายน่ะครับ ผมว่าดีนะ ถ้าป้าแหววทำได้แบบนั้น เดี๋ยวนี้คนเปลี่ยนวิธีซื้อของกันไปเยอะแล้ว ถ้าเขานั่งเฉย ๆ แล้วมีของไปส่งถึงบ้าน เสียเงินเพิ่มอีกนิดหน่อยเขายอมนะครับ”


พัตรายิ้มกว้างขึ้นมาทันที ที่ได้รับการสนับสนุน อีกทั้งเป็นถึงสายพิรุณ เธอจึงยิ่งรู้สึกเหมือนสามารถลอยขึ้นกลางอากาศทีเดียว


“ป้าก็อยากลองทำดู นัง... เอ่อ... ยัยต่ายมันก็อยากจะขายของ แต่ก็ไม่มั่นใจเรื่องงานร้อยมาลัยนี่แหละค่ะ ทิ้งไปนานหลายปีแล้ว”


“ป้าแหววลองรื้อสักหน่อยครับ ถ้าติดตรงไหนก็ถามผมก็ได้ อีกไม่กี่วันก็ไปทำบายศรี ถ้ามีเวลาช่วงนั้นผมจะดูให้ครับ”


“ขอบคุณพระพายมากนะจ๊ะ” พัตราไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เธอดีใจกับการที่ได้พบเจอสายพิรุณ และไมตรีที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้มาก


แม้ในใจลึก ๆ ยังตัดใจจากความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ได้ไม่ขาด แต่เธอก็รู้ดีว่าท้ายที่สุดตัวเองควรอยู่ตรงจุดไหนดี


เธอสู้ไม่ได้ตั้งแต่สายพิรุณเลือกที่จะรักกับผู้ชายอีกคนหนึ่งแล้ว


ไม่อยากจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนคนนั้นของอดีตคนรักด้วย เพราะเธอไม่มีอะไรที่ดีมากพอจะยกไปเทียบได้สักอย่าง


ดังนั้นจึงพยายามพอใจกับไมตรีฉันท์คนรู้จักที่ห่างเหินไปบ้าง ย่อมดีกว่า


“ช่วยได้ก็ช่วยกันไปครับ เพราะถ้ารอยมาลัยทั่ว ๆ ไปก็คงแข่งกันขายในตลาด ทำแบบนี้ก็เพิ่มรายได้ด้วย จริงสิ...” สายพิรุณขยับตัวนิดหน่อย ก่อนจะยกเอาถุงผ้าขึ้น ล้วงเอาของในนั้นออกมา


“เม็ดบัวฉาบครับ คุณจันทร์ทำเอาไว้กินเล่นเยอะมาก ผมเลยตักแบ่งมาแจกเด็ก ๆ ในตลาด ฝากให้น้องตาร์ด้วยนะครับ แล้วก็ขอให้น้องหายป่วยเร็ว ๆ ด้วย”


พัตรายื่นมือไปรับถุงที่บรรจุเม็ดบัวฉาบนั้นมา เธอพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้มือของเธอสั่นเทา ปากเอ่ยขอบคุณเบา ๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำดีกับลูกของเธอแค่คนเดียว แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะเกิดความฟูฟ่องในใจ


“ขอบคุณมากนะคุณพระพาย” นางแหววเอ่ยขึ้น


หลายครั้งที่เด็ก ๆ ในตลาดมีขนมไทยแสนอร่อยได้กิน โดยที่ไม่ต้องเสียเงิน แถมยังเป็นของดีที่ไม่ใช่ว่าอยากจะซื้อหาที่ไหนก็ได้ด้วย ทั้งหมดก็มาจากคนบนเรือนจันทร์ดาราฉายที่ผ่านมากับสายพิรุณ


อย่างเม็ดบัวฉาบสูตรโบราณชาววังแบบนี้ มันอาจจะถุงละไม่กี่บาทในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเด็ก ๆ และชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ถามว่าจะไปหาซื้อมากินได้ง่าย ๆ หรือ


ก็ต้องบอกว่าไม่ เพราะทุกคนต้องเก็บเล็กเก็บน้อย เพื่อเอาเงินไปซื้อกับข้าวกับปลาในมื้อต่อไปให้อิ่มท้อง ของกินเล่นแบบนี้ดีไม่ดี ทั้งชีวิตก็ไม่เคยได้กิน


“เดี๋ยวผมไปบอกคุณจันทร์ให้นะครับ อ่อ... แล้วก็ตักแกงขี้เหล็ก กับพะโล้ให้ผมอย่างละถุงครับ ผมจะซื้อไปฝากป้าพิสมัย ป้าเค้าชอบกิน”


“ได้จ้ะ ๆ ป้าตักให้ เอาหอยไปเยอะ ๆ เมื่อก่อนพี่สมัยเขาจะสั่งป้าประจำ” นางแหววรีบจัดการตักแกงขี้เหล็กถุงใหม่ให้กับสายพิรุณทันที และเธอก็ทำอย่างที่ปากว่าจริง ๆ คือพยายามตักเนื้อหอยให้มากเป็นพิเศษ แม้ว่าจะถูกปรามมาจากคนซื้อ แต่ก็ปรามไม่ได้หรอก


“ยังไงก็เจอกันที่สวนนะครับ ส่วนเรื่องพวงมาลัยไม่ต้องเกรงใจผมนะ ผมช่วยได้”


“ขอบคุณมากจ้ะ ป้าจะพยายาม”


สายพิรุณเดินจากไปแล้ว แต่สองแม่ลูกยังคงมองตาม นางแหววกำธนบัตรใบละหนึ่งร้อยบาทในมือจนแน่น หลังจากที่ลูกค้าใจดีไม่ยอมรับเงินทอนแล้วบอกว่า เก็บไว้เป็นค่าขนมของหลานชายของเธอ ก่อนจะก้มหน้าขายของต่อไป


ส่วนพัตรา เธอยิ้มกับตัวเองแม้ว่าขอบตาของเธอจะร้อนผ่าวมากแค่ไหนก็พยายามอดกลั้น


“แกอย่าคิดอะไรที่มันเกินตัวนะนังต่าย ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้น อย่าหาเดินทางลัดที่ไม่มีอยู่จริง”


มันจะดีแค่ไหน ถ้าในวันนี้เธอได้อยู่เคียงข้างกับผู้ชายที่ชื่อสายพิรุณ หากเธอไม่ทำผิดพลาดในวันเก่าก่อน หากเธอได้มีโอกาส...


แต่คิดได้ก็แค่นั้น... อิจฉาไปได้ก็แค่นั้น


มันไม่มีโอกาสอะไรให้เธอได้อีกต่อไปแล้ว


“ฉันรู้แม่... ฉันรู้ดีที่สุด”





 

อีกสองสัปดาห์จะถึงงานเลี้ยง คนบนเรือนจันทร์ดาราฉายยังคงทำงานกันเหมือนทุกวัน ยังไม่ดูวุ่นวายเช่นปีก่อน ๆ นั่นต้องยอมรับว่าเพราะรายการอาหารและขนมไทยของปีนี้ค่อนข้างง่ายและมีปริมาณน้อย ทุกคนจึงสบายตัวขึ้น


แต่สำหรับสายพิรุณแล้ว งานบายศรีและตกแต่งสถานที่ไม่ได้เหนื่อยน้อยลง อีกทั้งปีนี้มีการจัดงานในนามเสน่ห์จันทร์เป็นหัวเรือใหญ่ ขนาดเล็กกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีกว่าปีก่อน ๆ


งานเล็กแต่คุณภาพต้องเท่างานใหญ่ เขาจะไม่ยอมให้มีอะไรมาทำให้ชื่อของคนรักโดนตำหนิได้ ว่าไร้ผู้อาวุโสก็เป็นแค่เด็กอ่อนไม่ประสาเด็ดขาด


งานบายศรีจะเริ่มในสัปดาห์หน้า ในช่วงสัปดาห์นี้ สายพิรุณต้องเริ่มสะสมวัสดุต่าง ๆ วางแผนงานทั้งในแบบและหน้างานจริง

มีการสั่งดอกมะลิไร้สารจากสวนอื่นเข้ามาเพิ่มเติมด้วย เพราะช่วงนี้มะลิที่สวนพิรุณออกดอกน้อย เขาจึงกันทุกดอกเอาไว้เพื่อให้คนรักนำไปทำน้ำลอยดอกมะลิสำหรับทำขนม


“ครับ... ขอบคุณคุณตฤ[1]มากครับ ครับ สวัสดีครับ” สายพิรุณวางสายจากเจ้าของไร่ดอกไม้ผาสุก[2] ลังจากที่เขาโอนเงินมัดจำค่าดอกมะลิไร้สารไปให้


ไร่ผาสุกเป็นไร่ดอกไม้ที่เน้นดอกไม้สำหรับงานร้อยมาลัย ทำการขนส่งทั่วประเทศ มีดอกมะลิพันธ์ดี และลักษณะดีมากกว่าพันต้น และแน่นอนว่ามีดอกมะลิไร้สารที่ใช้สำหรับการทำขนม หรือชา


สายพิรุณรู้จักไร่แห่งนี้เพราะพิมรักษณ์ เจ้าของไร่ผาสุกเป็นคุณอาและคุณลุงของเธอ เห็นว่าสวนอยู่ติดกับไร่ส้มของแม่ตัวแสบ ทั้งเธอยังโม้ว่าเธอโตมาพร้อม ๆ กับไร่ผาสุกด้วย


ดอกไม้จากไร่ผาสุก สายพิรุณจะเอามาทำพวงมาลัยและพุ่มดอกไม้ในงาน ถึงแม้จะมั่นใจว่ามะลิจากที่นี่ปลอดภัยแค่ไหน แต่ความหวงแหนในใจเล็ก ๆ ก็มีอยู่


เขาไม่ต้องการให้คนรักใช้มะลิที่อื่นทำขนม


“ทำอะไรอยู่ครับ”


นึกถึงคนรัก คนรักก็มา


สายพิรุณเงยหน้าขึ้นมองเสน่ห์จันทร์ เขาแย้มยิ้มตอบรับรอยยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะขยับกายเล็กน้อยเพื่อให้คนรักนั่งลงบนแคร่ข้างกาย


“โอนมัดจำให้ไร่ผาสุกครับ เพิ่งคุยกันเสร็จ ช่วงนี้มะลิออกน้อย เร่งไม่ทัน พี่เลยสั่งส่วนที่จะทำพวงมาลัยจากที่นี่”


“เหนื่อยแย่เลย...” เสน่ห์จันทร์พูดเสียงเบา ใจนึกอยากจรดปลายจมูกกับแก้มเนียน แต่เสียงมอเตอร์ไซค์ที่ขับขี่เข้ามาทางประตูสวนพิรุณทำให้ทั้งสองต้องหันไปดู


“ต่าย?”


คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา ไม่ได้เรียกร้องความสนใจของเสน่ห์จันทร์ ได้เท่ากับน้ำเสียงของคนรักที่เอ่ยเรียกชื่อของอีกฝ่ายเบา ๆ นั่นหรอกนะ

สายพิรุณหันหน้าไปไปมองเสน่ห์จันทร์ที่นั่งนิ่ง คนรักแค่หลุบเปลือกตาลงมองมือของเขา และคลี่ยิ้มบาง ๆ เท่านั้น


เรื่องที่พัตราและป้าแหววมาหาเขาไม่ได้เป็นความลับอะไร เสน่ห์จันทร์รับทราบดี แต่ทั้งสองคนไม่เคยเจอกันจัง ๆ นับว่านี่เป็นครั้งแรก

ถึงจะเห็นว่าเสน่ห์จันทร์ยิ้ม แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรสายพิรุณจึงรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยนัก


ไม่ใช่ตัวเขาไม่ปลอดภัยหรอกนะ... แต่หมายถึงแขกทั้งสองมากกว่า


เอ๊! แล้วทำไมสายพิรุณต้องรู้สึกไม่ปลอดภัยแทนสองแม่ลูกด้วยล่ะ


สงสัยดูละครผีหลังข่าวมากเกินไปแล้วล่ะ


“สวัสดีครับป้าแหวว”


“สวัสดีค่ะคุณพระพาย สวัสดีคุณจันทร์ค่ะ”


นางแหววยกมือไหว้เสน่ห์จันทร์ รวมไปถึงพัตราที่เดินตามมาด้วย ทำเอาสายพิรุณทำหน้าไม่ถูก เพราะเขาไม่คิดว่าจะต้องเจอสถานการณ์นี้ แต่กับคนที่นั่งอยู่ข้างกาย และเอามือสะกิดให้สายพิรุณขยับกายเข้าไปใกล้เพื่อแบ่งที่นั่งให้นางแหววนั่งด้วยนั้น นอกจากยิ้มหวานเย็นแล้ว เป็นการรับไหว้แล้ว ก็นั่งเงียบ


สน่ห์จันทร์ชาชินกับการที่คนในตลาดให้ความเคารพเขาเช่นนี้ และการบอกว่าไม่ต้องไหว้ก็ดูเหมือนสายลมผ่านหู เพราะเจอทีไรทุกคนก็ล้วนแต่ยกมือไหว้ นานวันเขาชายหนุ่มรวมไปถึงพี่สาวของเขาก็ปล่อยตามใจ


แต่กับพัตราที่ยกมือไหว้นั้น... เสน่ห์จันทร์กลับคิดว่าสมควรแล้ว


“นั่งก่อนครับ” ถ้าไม่เพราะสายพิรุณตบมือลงบนแคร่ที่นั่งอยู่ นางแหววคงไม่กล้าจริง ๆ


ที่ผ่านมาเคยมาที่สวนพิรุณครั้งสองครั้ง เพื่อสอบถามเรื่องรอยมาลัย สองแม่ลูกจะเจอกับสายพิรุณคนเดียว ไม่ก็มีคนติดตามที่ชื่ออุ่น คอยอยู่ข้างกาย


แต่คราวนี้กลับเจอเสน่ห์จันทร์ตัวเป็น ๆ ที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้างดงามราวกับเทพยดาปั้นแต่งนั้นชวนหลงใหล แต่ไม่ว่าจะนางแหววและพัตรา ทั้งสองต่างไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบตาชื่นชมความงามนั้นสักนิด


“ป้ามาถามเรื่องเกลียวของมาลัยซีกน่ะจ้ะ” นางแหววรีบเอ่ย


พวงมาลัยซีกถูกนำออกมาจากถุงที่พัตนาถือเอาไว้ ผู้เป็นลูกสาวนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังของนางแหวว และพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เสนอหน้ายื่นคอเข้าไปให้สายพิรุณเห็น


เอาเป็นว่าความพยายามของเธอมันไม่ค่อยได้เรื่องนัก แต่เธอก็ต้องพยายามอย่างสุดความสามารถจริง ๆ การกระทำมันเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ เธอก็ไม่สามารถอธิบายได้เหมือนกัน


ไม่รู้ว่ากลัวสายพิรุณเห็นหน้า หรือกลัวใครอีกคนที่นั่งซ้อนไหล่เจ้าของสวนพิรุณกันแน่


เสียงพูดคุยของนางแหววและสายพิรุณดังพอได้ยิน เป็นคำแนะนำ ชี้แนะถึงความผิดพลาดเล็ก ๆ และบอกเคล็ดในการขึ้นลายมาลัยซีกที่ฟังแล้วเข้าใจง่ายมาก ทั้งยังมีคำชมสำหรับฝีมือที่ดูจะเข้าขั้นดีของนางแหวว


“ป้าแหววมือเสมอกันมากครับ ปลายกลีบเท่ากันเกือบทุกแถวแบบนี้ ฝึกอีกนิดผมว่าก็เข้าที่แล้วครับ แต่ต้องระวังเรื่องน้ำหนักแรงมือหน่อยนะครับ อันนี้เป็นใบมะยมตรงโคนช้ำอยู่ ถ้าเป็นมะลิกับกุหลาบมอญมันจะช้ำจนเห็นชัดเลยครับ”


เพราะเป็นการลองมือ นางแหววจึงเลือกเอาใบมะยมกับดอกเฟื้องฟ้าสีต่าง ๆ ตัดปลายให้เรียวรีแล้วพับจีบร้อย มะลิราคาแพงเกินไปที่จะเอามาลองมือแบบนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการคิดที่ดีมาก เนื่องจากสายพิรุณเองก็หัดร้อยมาลัยมาแบบนี้เหมือนกัน


จำได้เลย แรก ๆ คือพังมาก พังจนแม่ยุพินไม่อยากจะมอง


“ป้าชินกับทำงานหนัก ๆ น่ะ พอต้องเบามือเบาแรงก็เลยเผลอมากไปหน่อย”


สายพิรุณยิ้มรับ ก่อนจะเหลือบไปเห็นพวงมาลัยอีกพวงที่อยู่ในถุงที่พัตราถืออยู่ เขาจึงเอ่ยถาม


“แล้วอันนั้น...”


“อ่อ...” นางแหววนึกได้ “ต่ายมันลองทำน่ะจ้ะ เลยเอามาให้คุณพระพายดูให้ด้วย... เอาพวงมาลัยให้คุณเค้า”


“จ้ะ ๆ” พัตรารับคำ แล้วก็รีบเอาพวงมาลัยที่ตนเองหัดร้อยออกจากถุงเพื่อส่งให้สายพิรุณ


ทว่าสายพิรุณที่ยังไม่ทันยื่นมือออกมารับ กลายเป็นว่าคนที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดอย่างเสน่ห์จันทร์ยื่นมือออกมารับพวงมาลัยนั้นไปแทน ทั้งยังถือค้างไว้ตรงหน้าสายพิรุณ ราวกับว่าให้มอง ให้ดูจากมือของเจ้าตัว


ห้ามแตะต้องโดยเด็ดขาด


นั่นคือคำพูดที่สายพิรุณเผลอคิดอยู่ในใจ มันดังก้องอยู่ในหัว และร่างกายก็ทำตามทันที นั่นก็คือ นั่งมองด้วยสายตา มองฝ่ามือที่จับมาลัยพวงนั้นพลิกไปพลิกมา


“ยังต้องฝึกอีกมาก ๆ นะครับ แต่ถือว่าเริ่มต้น ขึ้นลายได้ดีครับ ใจเย็นอีกนิดนะจัดปลายกลีบให้เสมอกัน ค่อย ๆ ทำเดี๋ยวก็จะคล่องครับ”

“ขอบคุณค่ะ” พัตราเอ่ยเสียงเบา


เธอยื่นมือออกไปเพื่อรับพวงมาลัยคืน ในขณะที่สายพิรุณหันไปพูดคุยกับนางแหววต่อ


ในตอนที่กำลังจะได้มาลัยพวงนั้นมาถือไว้ในมือ แต่ทว่าเธอกลับพลาดรับไม่ทันจนพวงมาลัยหล่นลงพื้น


“โอ๊ะ! เพราะเสียงอุทานนั้น ทำให้ทุกคนสะดุ้ง รีบขยับกายเพราะจู่ ๆเสน่ห์จันทร์ก็ทำเหมือนว่าจะก้มลงไปเก็บพวงมาลัยพวงนั้น


“ไม่ต้องค่ะ ๆ คุณจันทร์ไม่ต้อง” นางแหววอุทานออกมาเพื่อห้ามไม่ให้เสน่ห์จันทร์ก้มเก็บของ


“ต่ายเก็บเองค่...” พัตรารีบพูดและรีบลงจากแคร่เพื่อก้มเก็บพวงมาลัย


แต่ไม่รู้วุ่นวายอีท่าไหนกัน กลับเป็นว่ามือยังไม่ทันได้แตะพวงมาลัย เท้าของเสน่ห์จันทร์ก็เหยียบเข้ากับพวงมาลัยพวงนั้นต่อหน้าต่อตา ทำเอาทุกคนนิ่งงันกันไปหมด


“คุณจันทร์ไม่ได้...” เหมือนเสน่ห์จันทร์จะพูดไม่ออก


มันกลายเป็นสถานการณ์ที่เหมือนมีอะไรอุดคอทุกคน ยิ่งสายพิรุณด้วยแล้ว เรียกได้ว่านั่งอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว


นางแหววเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ครั้นจะพูดอะไรออกมา ก็รู้สึกว่าไม่สมควรไปหมด เพราะมันเป็นอุบัติเหตุเล็ก ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน


ส่วนพัตรา เธอนั้นยิ่งรู้สึกมากกว่าใคร เพราะภาพตรงหน้านี้คือพวงมาลัยที่เธอพยายามฝึกร้อยอย่างยากเย็น รู้ว่ามันไม่ได้สวยงามนัก แต่เธอก็คาดหวังกับมันอยู่มาก ทว่าตอนนี้กลับถูกเหยียบย้ำ


และเธอกำลังคิดว่า เหมือนผีหลอกตอนเย็นหรืออย่างไรไม่รู้ ในขณะที่เสน่ห์จันทร์เอ่ยปากเหมือนสะเทือนใจนัก แต่เธอมั่นใจว่าเธอเห็นปลายเท้านั้นเหยียบขยี้พวงมาลัยของเธอ


“มะ... ไม่ ไม่เป็นไรค่ะคุณจันทร์ ไม่เป็นไรค่ะ” เป็นนางแหววที่รีบพูดออกมา


น้ำหน้าอย่างเธอและลูกสาวจะให้อีกฝ่ายออกปากพูดคำขอโทษมันไม่ใช่เรื่องเลย


แล้วดูเถิด ทั้งคำพูดและสีหน้าของอีกฝ่าย ดูอย่างไรก็สะเทือนใจไม่น้อย


“จันทร์...จันทร์ครับ” สายพิรุณเรียกชื่อคนรักเบา ๆ จนอีกฝ่ายหันมามองด้วยใบหน้าหม่นหมองน่าเห็นใจ และเมื่อยกเท้าออก พัตราถึงได้กล้าที่จะหยิบพวงมาลัยพวงนั้นขึ้นมา แล้วเก็บใส่ถุง


“คือ...คุณจันทร์...” เสน่ห์จันทร์เหลือบไปมองสบตากับนางแหววด้วยแววตาหม่นแสง ทั้งยังเลื่อนสายตามองไปยังพัตราด้วย


คำขอโทษ หรือคำว่าเสียใจยังไม่หลุดจากปาก แน่นอนว่าคนอย่างเสน่ห์จันทร์ไม่คิดจะเอ่ย ในเมื่อเขาตั้งใจจะทำอยู่แล้ว และนางแหววก็ช่างรับบทได้ดีเสียด้วย


“ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ”


“ใช่ค่ะ” พัตรารับคำด้วยน้ำเสียงเบาหวิว


ในหัวของเธอตอนนี้ตีกันวุ่นไปหมด ทุกอย่างมันเห็นได้ชัด ๆ ว่าเสน่ห์จันทร์จงใจทำ จงใจสร้าง และกล้าที่จะทำต่อหน้าต่อตาด้วย แต่เพราะเหตุใดเธอจึงเป็นฝ่ายหวาดหวั่นเสียเองเล่า


“เอาไว้หัดทำใหม่ค่ะ ยังต้องฝึกอีกเยอะด้วย” นางแหววรีบพูด แล้วก็รีบเปลี่ยนไปเรื่องอื่น โดยที่สายพิรุณได้แต่ตามน้ำไป ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจ แต่เขาก็ไม่กล้าจะยอมรับความจริงเท่าไหร่นัก


พูดคุยกันอีกไม่กี่ประโยคสองแม่ลูกก็ขอตัวกลับ เหลือเพียงแค่สายพิรุณที่กับเสน่ห์จันทร์ ทั้งสองต่างปล่อยให้สายลมที่พัดพาเอากลิ่นหอมของดอกมะลิพัดผ่าน


“หิวหรือยังครับ จันทร์ทำมื้อเย็นเลยดีไหมครับ” เป็นเสน่ห์จันทร์ที่เอ่ยถาม และเป็นสายพิรุณที่พยักหน้าตอบรับ โดยไม่พูดอะไรออกมา

อ้อมแขนสอดกอดเข้ากับเอว กอดรัดจนแผ่นหลังแนบเข้ากับแผงอก ใบหน้างดงามวางเกยกับบ่าลาด


“พระพายครับ...”


“ครับ...”


“ไม่พอใจจันทร์เหรอครับ”


น้ำเสียงหวานไหวแสนเศร้าหมองนั้นทำให้สายพิรุณได้สติขึ้นมา ก่อนจะรีบส่ายหน้าแล้วตอบกลับราวกับกลัวว่าจะทำให้คนรักน้อยใจและเสียใจ


“ไม่ครับ พี่ไม่ได้ไม่พอใจอะไร พี่คิดอะไรไปเรื่อย จันทร์อย่าคิดมากครับ


“รักจันทร์น้อยลงหรือเปล่าครับ ที่จันทร์ทำตัวไม่น่ารัก”


คำถามนี้ทำสายพิรุณนิ่งงัน หันกลับมามองสบตากับคนรัก ที่กำลังมองเขาด้วยแววตาเว้าวอน


“รักจันทร์น้อยลงหรือเปล่าครับ” เมื่อถูกถามย้ำอีกครั้ง สายพิรุณจึงแย้มยิ้มเพื่อปลุกปลอบคนรัก ที่ดูจะสะเทือนใจกับท่าทีคิดมากของตนเอง


ไม่ใช่ว่าเขาทำให้เสน่ห์จันทร์คิดว่าเคืองใจเรื่องพวงมาลัยหรอกนะ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกันเลย


อืม.. เกี่ยวนิดหนึ่งก็พอจะได้อยู่ แต่สายพิรุณกำลังคิดเรื่องพฤติกรรมแปลก ๆ ของคนรักที่เริ่มชัดขึ้นทุกวัน


เหมือนจงใจทำให้เขาสงสัยและหาคำตอบ เหมือนอยากให้รู้


“แล้วหลายปีที่ผ่านมา จันทร์รักพี่น้อยลงหรือเปล่าครับ”


เสน่ห์จันทร์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะแตะจูบที่ปลายนิ้วที่ยกขึ้นมาเกลี่ยเล่นตรงริมฝีปากของตนเอง


“ไม่เคยน้อยลงเลยครับ”


สายพิรุณยิ้มหวาน ดวงตาทอประกายวิบวาว อ่อนหวาน เต็มไปด้วยความรู้สึกรักที่ท่วมท้น และนี่ทำให้เสน่ห์จันทร์ห้ามรอยยิ้มของตัวเองไม่ได้


“จันทร์น่ะนะ... เก่งที่สุด เก่งทุกเรื่องเลย โดยเฉพาะ...”


“โดยเฉพาะอะไรครับ”


สายพิรุณส่งสายตาเจ้าชู้ใส่คนรัก ที่จ้องมองเขาไม่วางตา และเขาเองก็รู้ตัวว่าคงรอดมือเสน่ห์จันทร์ไปได้ยากอย่างแน่นอน


“โดยเฉพาะเรื่อง ทำให้พี่ตกหลุมรักจันทร์ได้ทุกวัน”


“พูดจาเจ้าชู้ไก่แจ้จังเลยครับ”


นี่คงเป็นครั้งแรกกระมังที่เสน่ห์จันทร์และสิ่งที่ได้รับตอบกลับมานั้นคือเสียงหัวเราะอย่าชอบอกชอบใจ ทั้งยังรีบจับมือประสานกันเอาไว้จนแนบแน่น


“คิดเมนูเย็นนี้ดีกว่า จันทร์อยากทำอะไรครับ”


“พระพายอยากกินอะไรครับ” สายพิรุณทำเป็นนิ่วหน้าคิด ก่อนจะส่ายหน้า


“ผัดไทยกุ้งสดไหมครับ? มีกุ้งเนื้อขาวตัวโต ๆ ในตู้เย็น”


“ได้ครับ จันทร์ทำอะไรก็อร่อย”


ริมฝีปากแตะจูบที่มุมปากของสายพิรุณ ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ไปที่ใบหู และเอ่ยกระซิบกระซาบให้รู้สึกวาบหวิวจนใจสั่นรัว


“จันทร์คิดทั้งเมนู ทั้งทำกับข้าว ต้องได้รางวัลแล้วนะครับคืนนี้”


เนี่ย... เดี๋ยวนี้มีขอรางวัลอยู่เรื่อย ขอบ่อย ขอตลอด


แปลก ๆ นะเนี่ย...


แต่เป็นเรื่องแปลกที่สายพิรุณยินยอมพร้อมใจเสมอ


สายพิรุณทำได้เพียงแค่พยักหน้า เพราะก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดี


เขาพ่ายแพ้กับคนรักในมุมแบบนี้ และดูแล้วนอกจากภาวนาให้ตัวเองมีสติครบร้อยตอนที่ฟังเรื่องเล่าแล้ว เขาคงทำอะไรไม่ได้อีกแล้วละมั้ง

ในส่วนเรื่องของพวงมาลัยพวงน้อย...


เออ...


ลืมไปแล้วล่ะ


 



พัตราและนางแหววกลับมาถึงชุมชนในเวลาต่อมา เธอจอดมอเตอร์ไซค์ที่ขอยืมจากเพื่อนบ้านที่บ้านอยู่ก่อนถึงห้องเช่าของเธอ

สองแม่ลูกเดินมาต่ออีกห้านาทีก็ถึงหน้าห้องเช่า ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาพัตราและนางแหววตกตะลึงจนหน้าซีด


กีตาร์ ลูกชายของพัตรากำลังนั่งบนแคร่ไม้เก่า บ่าเล็ก ๆ ของเด็กน้อยมีท่อนแขนผิวค่อนข้างเข้มพาดอยู่ และพัตรารู้จักเจ้าของแขนนั้นดี


“ไอ้เกม”


ทั้งกีตาร์และเจ้าของชื่อ ไอ้เกม หันมามองพัตราทันที ก่อนที่ผู้ชายรูปร่างผอมแห้งคนนั้นจะกระตุกยิ้ม


“ไสหัวไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้” คราวนี้เป็นนางแหววที่ตวาดขึ้นมา ทำเอาน้องกีตาร์สะดุ้งเฮือก ทำท่าจะวิ่งหนี แต่ถูกแขนของอีกคนรั้งเอาไว้อย่างแรง และบีบไหล่น้อย ๆ จนเจ็บ


“อ่าว ๆ กลับมากันแล้ว นาน ๆ เจอกันทีทักทายกันแบบนี้เหรอแม่ยาย”


“มึงปล่อยลูกกูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูแจ้งตำรวจแน่” พัตราไม่พูดขู่ เธอทำท่าจะเอาโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรออกจริง ๆ เห็นดังนั้นคนที่ไม่ได้รับการต้อนรับก็ผลักร่างของกีตาร์ให้ออกห่าง


นางแหววพุ่งถลาเข้าไปและออกแรงโอบอุ้มหลานชายเอาไว้ จากนั้นรีบพากันถอยห่าง


“พ่อจะมาหาลูก เมียอย่างมึงพูดอย่างนี้ได้เหรออีต่าย ห่างมือห่างตีนกูไปนานสินะ”


“พ่อเหรอ? ขี้ยาอย่างมึงกล้าพูดคำนี้เหรอ x! ออกไปจากบ้านกู”


“ถุ้ย! ห้องโกโรโกโสแบบนี้มึงกล้าพูดว่าบ้านเหรอ กูไม่อยากจะมานักหรอกนะ”


พัตราไม่พูดอะไร เธอเดินไปยืนขวางระหว่างกลางอดีตสามีที่เลิกลากันไปนานแล้วกับแม่และลูกของเธอ


คนอย่างไอ้เกม มันไม่เคยมีดีอะไรนอกจากรีดไถเงิน และตบตีลูกเมียหรอก ตอนนั้นเธอมันโง่ โง่จนไม่รู้จะด่าว่าโง่ยังไง ที่ตกล่องปล่องชิ้นกับมัน


“มึงมาทำไม กูไม่มีอะไรจะให้มึงหรอกนะ อย่างที่มึงเห็น จะกินยังไม่มี”


พัตรารู้จักไอ้เกมดี นอกจากมาไถเงินจากเธอ มันไม่มีเรื่องอื่นหรอก และสภาพเธอตอนนี้ เงินสักร้อยก็ไม่มีให้


“แหม.. กูเห็นมึงขายของออนไลน์ได้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ พวงมาลัยอะไรของมึงน่ะ แบ่งกันกินสักนิดสักหน่อยจะเป็นอะไรวะ กูก็ผัวมึง”


“ไปตายห่าซะไอ้เหี้ย! กูไม่มี!


ไอ้เกมไม่พูดมากอะไรไปกว่านั้น เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมามันก็ไม่เคยจะพูดอะไรดี ๆ กับเมียคนนี้อยู่แล้ว เมื่อดูท่าจะเปลืองน้ำลายให้มากความ เหตุการณ์เดิม ๆ ที่ชาวบ้านแถวนั้นเคยเห็นก็ปรากฏอีกครั้ง


ในตอนที่ไอ้เกมเดินออกจากหน้าห้องเช่าพร้อมกับเงินไม่กี่ร้อยไปจนไกลแล้ว คนแถวนั้นถึงกล้าเยี่ยมหน้าออกมาดูท่าที


สภาพพัตราที่ถูกตบตีจนดูแทบไม่ได้ นางแหววที่พยายามเข้ามาดูลูกสาว น้องกีตาร์ที่ร้องไห้อย่างเสียขวัญเป็นภาพที่ใครต่อใครก็สงสาร

แต่แล้วอย่างไร...


ไม่มีสักคนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยอยู่ดี



พัตราทั้งเจ็บตัวและเจ็บใจ ใบหน้าของเธอแดงเถือก และอีกไม่นานมันคงช้ำ เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา เธอลุกขึ้นนั่งกอดกีตาร์เอาแล้ว และซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของนางแหววที่ปล่อยโฮอย่างไม่อาย สายตาเจ็บช้ำของเธอจ้องมองพวงมาลัยที่ตอนนี้สภาพมันยิ่งกว่าถูกเหยียบด้วยเท้าก่อนหน้าเสียอีก


ชีวิตของเธอ...มันเหมือนมาลัยเละ ๆ พวงนี้เหลือเกิน





++++++++++++++++++++++


[1]  ตฤณ แก้วไพศาล คนรักของ การุณ ภักดี จากเรื่องเงารักในม่านใจ

[2] ไร่ดอกไม้ผาสุก อยู่ในนิยายเรื่อ เงารักในม่านใจ


----------------------------

ตั้งแต่เขียนนิยายมาก เรื่องนี้ตัวร้ายก็คือร้ายที่สุดแล้วจริง ๆ ไม่เคยเขียนตัวร้ายเรื่องไหนเท่านี้แล้ว... 

ห๊ะ? อะไรนะ? คุณจันทร์เป็นพระเอกหรอ?

ก็ใช่ไง คุณจันทร์เป็นพระเอก ตัวร้ายที่พูดถึงน่ะ ไอเกมตั่งหากกกกก


คิกค้ากกกกก


วันนี้ใครไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  ไม่ว่าคุณตัดสินใจอย่างไร คุณเป็นใครมาจากไหนก็ตาม แต่การที่คุณไปอยู่ในที่ตรงนั้น คุณคือคนที่เราชื่นชมมาก ๆ ค่ะ


ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,397 ความคิดเห็น

  1. #2351 CattyJMalamas (@CattyJMalamas) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 01:19
    คุณจันทร์หรือเปล่า คุณจันทร์ไม่น่ารักหรือเปล่า???
    อีกใจก็สงสารต่ายนะ ถ้ามันอับจนหนทางสุดๆ นางอาจหาทางมายุ่งกับพระพายอีกแน่ๆ ถ้าคนมันถึงทางตันเข้าตาจนแล้วก็คงไม่กลัวคุณจันทร์ล่ะนะ
    #2,351
    0
  2. #2343 HoneynLime (@HoneynLime) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 08:39
    นางร้ายในทีวีค่อน10 เรื่องร้ายไม่เท่าคุณจันทร์คนเดียวววแหมมมพ่อคู๊นนนนน เฮ้อไอ่หน้าตัวเมียตัวนั้นอย่าเรียกตัวเองว่าผัวเลยแค่เคยมีอะไรกันแล้วเป็นตัวเชื้อให้เกิดลูกออกมา ทำตัวเป็นแมงดาเกาะคนอื่นกินอีคนแบบนี้มันต้องโดน เฮ้อเอาใจช่วยต่ายนะเอาจริงคนเราการกลับตัวกลับใจคิดมันง่ายมากแต่การดิ้นรนต่อจากนี้มันยาก ยิ่งมีบ่วงเป็นอีผู้ชายเฮงซวยนี่อีกแทบจะตัดขาดกันด้วยซ้ำแต่ก็ยังใช้กำลังไปแจ้งความไว้เหอะต่าย
    #2,343
    0
  3. #2329 phasm (@phasungmin) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 22:30
    อัาว เกือบลืมไปเลยนะคะเนี่ยว่าคุณจันทร์เป็นพระเอก นึกว่าเป็นตัวร้า- แค่กๆๆ
    #2,329
    0
  4. #2328 Greenyepp (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 21:04

    แอบสงสารพัตราอ่ะ แงง

    #2,328
    0
  5. #2326 ้happytime (@patnaree_mook) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 17:21
    เกือบเข้าใจผิดว่าใครบางคนเป็นตัวร้ายแล้วค่ะ😌 คุณเขาออกจะน่ารักขนาดนั้น
    #2,326
    0
  6. #2319 Mu--Mu (@Mu--Mu) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 22:48
    ถ้าไม่ใช่คุณจันทร์นะ กำหมัดแน่น
    ดีใจที่ต่ายคิดได้และพยายามถึงวันนี้จะยังไม่สำเร็จพยายามต่อไปนะ แล้วมันจะดีขึ้น
    #2,319
    0
  7. #2318 BB BOY (@amilylee) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 15:22
    ใช่ค่ะใช่ค่ะ ตัวร้ายเรื่องนี้ร้ายสุดๆ ไปเลย
    #2,318
    0
  8. #2313 taetaan (@taetaan) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 12:31

    สงสารน้องตาร์ อยากให้หายป่วย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png

    #2,313
    0
  9. #2312 머저허 (@arales94) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 09:02
    แอบสงสารน่ายขึ้นมาเลยตอนนี้ คุณจันทร์นี่สมเป็นคุณจันทร์จริงๆ แต่ก็ว่าไม่ได้อีกล่ะ กลัวนรกกินกบาล
    #2,312
    0
  10. #2308 lunhh71 (@lunhh71) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 03:33
    เวลาไรต์อัพนิยายในแต่ละครั้งมันช่วยฮีลใจเราในแต่ละวันมากๆค่ะอย่าหาว่าเว่อเลยนะคะ คุณจันทร์กับพี่พระพายทำให้เรายิ้มได้จริงๆ ขอบคุณไรต์มากค่าที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่าน
    #2,308
    0
  11. #2306 ooy1565 (@ooy1565) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 00:03
    ตอนนี้สงสารต่ายแล้วนะอยากให้สายพิรุณยื่นมือช่วยครอบครัวนี้สะแล้วสงสารน้องต้าร์เด็กน้อยยิ่งป่วยบ่อยๆงมาเจอแบบนี้จะแย่เอานะถ้าพระพายเอ่ยปากคุณจันทร์ไม่กล้าขัดแน่นอนนกว่าทำบุญกับคนยากไร้คุณจันทร์นี่ร้ายกาจมากกัดไม่ปล่อยเลยจ้า
    #2,306
    0
  12. #2305 queentea (@fairy-pitta) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 23:27
    คุณจันทร์คะะะ พิต่ายเค้าไม่แย่งแล้ว อย่ารังแกพิต่ายเลยนะคะะะ
    #2,305
    0
  13. #2304 chnnm (@mintter2431) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 23:10
    หังแค่ว่าให้พัตราพบทางที่ดีกับตัวเอง นี่เชื่อว่าเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น
    #2,304
    0
  14. #2303 จันทราแห่งสายลม (@6shit) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 21:50
    เอาจริงนะ จะว่าบาปป่ะถ้าตอนนั้นทำแท้งไปก็คงไม่ลำบากขนาดนี้ เด็กก็ไม่ต้องเกิดมาตกระกำลำบากเจอพ่อแย่ๆด้วย เอาจริงพอพัตราคิดได้แล้ว คุณจันทร์ทำแบบนั้นก็แอบสงสารพัตรานะ ฮือ แต่ก็หวังว่าเหตุการณ์นี้จะไปใช่จุดเปลี่ยนที่ทำให้นางกลับมารนหาที่ตายอีกนะ โอ้ย มันสับสนในตัวเองจริงๆ 555
    #2,303
    0
  15. #2302 Lonicera (@Lonicera) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 21:41
    โล่งใจกับความคิดของพัตรานะ ที่ไม่คิดจะไปแย่งพระพายมาแล้ว(หลังจากรู้ว่าคบกับคุณจันทร์) เราคิดว่าคนเราน่ะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้นะ แต่ถ้าคนคนนั้นเคยทำให้เราเจ็บก็จะต้องใช้เวลาพิสูจน์นานหน่อย ถ้าเราเป็นคุณจันทร์ เราก็ไม่วางใจหรอก แต่นี่เราอ่านในมุมที่รู้ทุกอย่าง ก็แอบสงสารนิดๆ คิอมีความคิดที่ดีแล้ว กำลังเริ่มต้นอะไรแบบนี้ ก็มีอะไรมาฉุดลงไปอีก ส่วนตัวร้ายนี่ร้ายจริงๆ ร้ายต่อหน้าต่อตาทุกคนเลยอ่ะ เกมไง -เกมนั่นแหละ
    #2,302
    0
  16. #2301 phanphanza (@phanphanza) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 20:30
    นึกถึงตอนที่เอาน้ำร้อนราดดอกกุหลาบเลยๆๆ
    #2,301
    0
  17. #2300 rain_killer (@ledy-black) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 19:38
    กำลังจะเริ่มก่อร่างสร้างตัวได้แล้วเชียว มีสัมภเวสีมาตามรังควานเสียแล้ว เอาเถอะตราบใดที่คนขี้ยานั่นไม่มายุ่งกับพี่พายขาหรือคนของเสน่ห์จันทร์ดาราฉาย ก็ยังคงทำตัวกร่างไปได้อีกสักพักล่ะนะ
    #2,300
    0
  18. #2299 Muaynan (@Muaynan) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 19:09
    แอบสงสารพัตรา อยากให้นางมีชีวิตที่ดีขึ้นเหมือนกันนะ กำลังจะดีแท้ๆ เห้อออ
    #2,299
    0