Marvelous Ninetyeight [HaeEun]

ตอนที่ 4 : Coldness #1 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ต.ค. 54

NOTE: ไรเตอร์ลงให้ครบแล้วนะคะ… มีรีไรท์บ้างตอนต้นๆ แล้วก็แก้คำผิดด้วยค่ะ :D




เคยได้ยินมาว่าคนสองคนจะรักกันไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการพบกันที่ดี อาจจะเคยเกลียดกันมาก่อน อาจจะเคยเป็นเพื่อนกัน อาจจะแค่เดินชนกันแล้วสบตาปิ๊งๆ หรืออาจจะเป็นเพราะคนอื่นอยากให้คู่กัน… แต่ไม่ว่าจะเริ่มต้นแบบไหนตอนจบมันก็คือ‘รักกัน’ไม่ใช่หรอ?

























 

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!” เสียงกรี้ดจากคนนับพันดังสนั่นฮอลล์ขนาดกว้างทันทีที่เห็นคนสองคนปรากฎตัวบนเวที ผู้ชายในชุดสูทสีขาวยืนข้างใครอีกคนที่สวมชุดเหมือนกันเป๊ะต่างกันแค่อีกคนเป็นสีดำ เสียงนุ่มทุ้มดังออกมาจากลำโพงหลายตัวที่ถูกติดตั้งอยู่รอบๆ ฮอลล์ นอกจากเสียงไพเราะที่สะกดใจคนฟังแล้ว ใบหน้าหล่อน่าหลงใหลก็เรียกความสนใจได้ไม่แพ้เสียงเพราะๆ นั่นเลย

ตอนนี้เป็นเรื่องแปลกมาถ้ามีใครไม่รู้จักสองหนุ่ม SweetSome นักร้องดูโอ้ที่ดังไปทั่วเอเชีย การรวมตัวของแร็ปเปอร์หน้าหวานเหมือนผู้หญิงกับนักร้องหน้าหล่อที่ใครมองก็ต้องหลงรัก แต่ที่สองคนนี้น่าสนใจมากเป็นพิเศษนั่นคงเป็นเพราะความแตกต่าง คนหนึ่งมีบุคลิกเป็นผู้ใหญ่ แต่ล่ะคำพูดที่หลุดออกมาต้องผ่านการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน จะลงมือทำอะไรต้องวางแผนแล้ววางแผนอีก แต่ในความขรึมนั้นกลับมีความอ่อนโยน ถ้าไม่ใช่คนใกล้ตัวคงไม่สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกนั้นได้ กลับกัน… อีกคนมีนิสัยน่ารัก ร่าเริง อยากทำอะไรก็ทำ อยากพูดอะไรก็พูด เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ไม่ประสีประสา มันเลยเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ทางบริษัทจับคนสองคนนี้ให้มาเป็นดูโอ้แบนด์ ส่วนชื่อวงที่ดูแปลกๆ ตลกๆ นั่น มีที่มาจากคำว่า Sweet ที่แปลว่าความหวานและ Handsome ที่แปลว่าหล่อ คงไม่ต้องบอกหรอกใช่ไหมว่าหมายถึงใครยังไง? แล้วชื่อแฟนคลับคงไม่พ้น SomeSweet  มีความหมายไม่ต่างจากชื่อวง ก็แค่สลับคำกัน

“สวัสดีครับ! พวกเรา SweetSome!” เมื่อจบเพลงโปรโมตของอัลบั้มที่สองแล้ว ทั้งสองคนก็กล่าวทักทายชาว SomeSweet จำนวนมาก สำหรับคนในชุดขาวแล้วเป็นอะไรที่เขาชอบมาก ชอบบรรยากาศแบบนี้ ชอบเสียงกรี้ดของแฟนคลับ ชอบความสนุกสนาน ผิดกับคนใส่ชุดดำที่ตอนนี้กำลังฝืนยิ้ม พูดตรงๆ เขาไม่ชอบเลยอะไรที่มันเสียงดังๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีแฟนคลับแต่เขาคิดว่ามันจำเป็นหรอที่ต้องตะเบ็งเสียงใส่ศิลปินน่ะ? แค่ถือลูกโป่งสีดำกับขาวโบกไปมาเพื่อแสดงความรักก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรอ?

หลังจากกล่าวทักทาย แนะนำตัวเสร็จก็เริ่มร้องเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มชุดใหม่ เสียงอังกอร์ยังคงดังไม่ขาด วันนี้คงเป็นวันที่ผู้นับถือลัทธิขาวดำมีความสุขที่สุด ภาพที่คนสองคนเล่นกันไปมาบนเวที ถึงแม้ว่าดูดีๆ แล้วคนเสื้อขาวจะเล่นคนเดียวก็เหอะ แต่รอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฎบนหน้าคนชุดดำมันทำให้แฟนคลับรู้ว่า ‘ความจริงแล้วอีทงเฮก็ไม่ได้เย็นชามากเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก’

 

 

 

 

 

ห้องนั่งเล่นขนาดพอดีถูกตกแต่งได้อย่างลงตัว โซฟาหนังสีขาวนวลวางอยู่ตรงกลางห้อง ห่างออกไปประมาณสามเมตรมีจอแอลซีดีขนาดใหญ่ขนาบข้างด้วยลำโพงสเตอริโอเครื่องหรู มีโต๊ะกระจกเล็กๆ วางประดับอยู่หน้าโซฟาเล็กน้อย ด้านหลังโซฟามีเคาท์เตอร์ขนาดพอดีเป็นเขตกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องครัว เตาไฟ ไมโครเวฟ จาน ชาม ช้อน ซ้อมที่มีไว้ให้พอกับคนสองคนถูกวางตกแต่งอย่างดูดี ถัดจากห้องนี้ไปทางซ้ายเป็นห้องนอนของผู้ชายที่ได้ฉายาจากแฟนคลับว่า‘เจ้าชายขั้วโลก’ ภายในมีเตียงขนาดห้าฟุตวางอยู่ตรงกลาง ข้างขวาของเตียงเหมือนเป็นห้องขนาดเล็กเอาไว้ใส่เสื้อผ้าและตรงข้ามกันก็เป็นห้องน้ำ สีส่วนใหญ่ในห้องนี้เป็นสีเทา ส่วนห้องที่อยู่ทางขวาของห้องนั่งเล่นเป็นห้องของ‘เจ้าหญิงหวานเย็น’ ข้างในไม่ค่อยแตกต่างกับอีกห้องเท่าไหร่ แต่เพียงว่าห้องนี้มีสีเป็นขาวฟ้าแทน…

คนสองคนนั่งอยู่บนโซฟาอย่างอารมณ์ดี คนหนึ่งมีโน๊ตบุ๊คสีขาววางอยู่ตรงหน้า อีกคนนั่งนิ่งๆ เฉยๆ มองหน้าจอมืดสนิทของโทรทัศน์ข้างหน้า

‘[SweetSome] ผู้ชายขั้วโลกอย่างอีทงเฮก็ยิ้มได้!!’

‘[SS] รอยยิ้มเล็กๆ ของอีทงเฮ ใจละลายยยยย *-*’

‘[sweetsome] พี่ทงเฮ! พี่ยิ้มออกเพราะใครรึเปล่า?’

‘[SweetSome] วันนี้ฮยอกแจน่ารักมาก! +โบนัส’

‘[SweetSome] เฮฮยอก… รึเปล่า?’

ชื่อกระทู้เรียงรายในเว็บบอร์ดของชาว SomeSweet ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ และก็คงไม่พ้นเรื่องรอยยิ้มของอีทงเฮ ในแต่ล่ะกระทู้มีรูปของเจ้าของชื่ออีทงเฮและอีฮยอกแจที่ยืนสง่าอยู่บนเวทีเต็มไปหมด

“นี่ๆ ทงเฮดูรูปนี่สิ่ นายยิ้มด้วยนะ” ฮยอกแจที่นั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คเครื่องโปรดของตัวเองหันหน้าไปถามเพื่อนร่วมวงที่นั่งเก๊กขรึมอยู่ข้างๆ แต่ร่างสูงกลับไม่สนใจเลยสักนิด สีหน้านิ่งเฉยแบบที่ฮยอกแจไม่เคยเดาออกเลยว่าคนตัวสูงนี้กำลังคิดอะไร

“ฉันว่าเวลานายยิ้มดูหล่อกว่าเก๊กหล่อแบบนี้อีกนะ! นายยิ้มบ่อยๆ สิ่” ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ ร่างเล็กยังคงพูดกับทงเฮที่ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาเลยด้วยซ้ำ ฮยอกแจน่ะชินแล้วล่ะ เดบิวต์มาตั้งสองปีแล้วนะ อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ไม่ชินก็ไม่รู้จะว่ายังไง ตอนแรกฮยอกแจยอมรับเลยว่าเหงา ตัวเองมีนิสัยร่าเริงแต่ต้องมาอยู่กับคนเงียบขรึมแบบนี้มันน่าอึดอัดไม่น้อย

“เฮ้ย! ทงเฮดูอันนี้!! แฟนคลับของเราบอกว่าสาเหตุที่นายยิ้มก็เพราะฉันอ่ะ! ฮ่าๆ ตลกจังเลย!” ฮยอกแจเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเจอกระทู้จับคู่เขากับทงเฮ หรือเรียกอีกอย่างว่า‘เฮฮยอก’ คราวนี้ร่างโปร่งที่มองจอโทรทัศน์หันหน้ามามองจอสว่างแล้วอมยิ้ม… แต่ฮยอกแจไม่เห็นหรอก ก็ตอนนี้ลงไปนอนกุมท้องขำที่พื้นแล้วล่ะ

“ฮยอกแจลุกขึ้นมา… พื้นสกปรก” เป็นครั้งแรกที่เสียงเรียบของทงเฮเอ่ยออกมาตั้งแต่กลับมาจากบริษัท ความจริงแล้วทั้งสองคนไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนี้หรอก แต่นี่เพิ่งจบจากคอนเสิร์ตแรกพวกเขาเลยมีเวลาพักอีกสามวันก่อนจะต้องเตรียมตัวไปจัดคอนเสิร์ตทั่วเอเชีย

“ก็ได้ๆ คุณพ่อ~” ร่างบางหยุดขำแล้วกลับขึ้นมานั่งบนโซฟาเหมือนเดิม แบบนี้ทุกครั้งสิ่น่า เจอกระทู้เฮฮยอกทีไรคนตัวเล็กก็ต้องลงไปนอนขำที่พื้นไม่ก็ที่นอนทุกที เหมือนเด็กไม่มีผิด

“ทงเฮอ่า… ทำไมนายชอบทำหน้าเก๊ก พูดน้อยแบบนี้นะ มันไม่เข้ากับฉันเลยซักนิด!” ตั้งแต่ร่วมงานกับทงเฮมา นี่เป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้งที่ฮยอกแจถามคำถามนี้ แต่ก็ไม่เคยมีซักครั้งที่ทงเฮจะตอบ

“ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทางบริษัทเขาเห็นฉันขี้เก๊กเหมือนนายหรือเห็นนายลั๊ลลาแบบฉันหรอไง?! ถึงได้จับคู่เราแบบนี้น่ะ” นี่ก็เป็นอีกหนึ่งประโยคที่ร่างเล็กพูดบ่อยมาก บ่อยพอๆ กับประโยคก่อนหน้านี้

“นายพูดแบบนี้บ่อยมาก” เป็นอีกครั้งที่ทงเฮพูดออกมา แต่ยังคงความเย็นชาเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

“รู้แล้วหน่า… นายหิวไหม?” ฮยอกแจตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะถามคำถามกลับไป

“นายหิวแล้วหรอ? พึ่งกินเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วเอง” ทงเฮไม่ตอบคำถามแต่ถามร่างบางแทน หลังพิงเก้าอี้เอนตัวสบาย ขาข้างหนึ่งถูกยกมาวางบนหน้าขาอีกข้าง มือหนาบิดรูบิคไปมา ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มันเรียงสีถูกต้อง แต่แค่ไม่รู้จะทำอะไรต่างหาก

“ใช่น่ะสิ่ ต้มราเมนให้กินหน่อยน้าาาา” เสียงอ้อนกับท่าทางน่ารักของฮยอกแจทำเอาทงเฮยิ้มออกมาอีกครั้ง ร่างสูงวางรูบิคไว้ที่เดิมก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องครัวเล็กๆ ในห้องพักของนักร้องดูโอ้ชื่อดัง

ถ้าถามฮยอกแจว่าใครต้มราเมนได้อร่อยที่สุดคำตอบคงไม่พ้นเพื่อนร่วมงานของเขา ทงเฮชอบการทำอาหารมาก ไม่ใช่แค่ราเมนเท่านั้นที่เขาทำอร่อย แต่มันเกือบทุกอย่างเลยต่างหาก! ถ้าทงเฮได้แต่งงานกับใคร ผู้หญิงคนนั้นต้องโชคดีมากแน่ๆ

ไม่ถึงห้านาทีรางเมนร้อนๆ ในถ้วยสีสวยก็ถูกยกมาเสิร์ฟให้ฮยอกแจถึงที่ ปกติแล้วทงเฮไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้ใครนอกจากตัวเองเลย แต่กับฮยอกแจมันมีความรู้สึกแปลกๆ รู้สึกว่าอยากดูแลคนตัวเล็กคนนี้ อยากปกป้อง อยากเห็นรอยยิ้มของฮยอกแจ… แต่เขาไม่เคยพูดออกมาเท่านั้นเอง และนิสัยแบบฮยอกแจคงยากที่จะรู้ด้วยตัวเอง

“กินช้าๆ เดี๋ยวติดคอ” จบประโยค เสียงซู้ดที่เคยมีก็หายไป ห้องทั้งห้องเงียบมีแต่เสียงแอร์เบาๆ เท่านั้น

ฮยอกแจเกลียดบรรยากาศแบบนี้อ่ะ T0T

“นี่ทงเฮ…”

“เวลากินข้าวอย่าพูดสิ่” ร่างบางพูดยังไม่ทันจบก็ถูกขัดขึ้นมาซะก่อน ความเป็นผู้ใหญ่ในตัวทงเฮสูงมากจริงๆ เหมือนเป็นผู้ปกครองมากกว่า

“ขอโทษ…” ฮยอกแจก้มหน้าลงกินราเมนอย่าเงียบๆ มันเงียบเกินไปแล้วนะ อย่างน้อยขอมีเสียงซู้ดราเมนก็ไม่ได้หรอ T_T

 





ก๊อกๆๆ

เสียงดังมาจากหน้าประตู ดึงดูดความสนใจจากร่างสูงที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ ทงเฮเดินไปยังแหล่งเกิดเสียง เอื้อมมือไปหมุนลูกบิดอย่างใจเย็น

“มาช้าจัง” ชายหนุ่มวัยกลางคนพูดขึ้นทันทีที่ทงเฮเปิดประตู ก็แหงล่ะเขาไม่ค่อยได้รอบ่อยๆ นี่น่า เคาะประตูไปไม่ถึงนาทีฮยอกแจก็วิ่งโร่มาเปิดแล้ว

“มีอะไรครับ?” เสียงเรียบนิ่งของทงเฮถามกลับไปเหมือนทุกที

“ฮยอกแจล่ะ?” คนที่เป็นผู้จัดการของสองหนุ่มสวีทซัมถามบ้างเมื่อไม่เห็นคนร่าเริงพลางส่ายหน้าไปมาเหมือนกำลังหาใครอยู่

“หลับไปแล้วน่ะ” พูดจบแล้วก็เดินเข้ามายังห้องนั่งเล่นแล้วหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟานุ่ม ยกมือประสานกันไว้ตรงหัว เอนตัวนอนอย่างสบาย

“ห้ะ?! นี่บ่ายสามนะ?” ตะโกนกลับอย่างตกใจแล้วยกแขนขึ้นดูนาฬิกาที่ใส่ไว้ตรงข้อมือ เข็มสั้นชี้ที่เลขสามเข็มยาวชี้ที่เลขหนึ่ง ก็ดูเวลาไม่ผิดนี่!

“อืม พึ่งกินราเมนไปน่ะ” ถึงแม้ว่าทงเฮจะตอบผู้จัดการส่วนตัวแต่ว่าสายตาของเจ้าตัวกลับมองตัวหนังสือในนิตยสารประจำวันเล่มโปรดของฮยอกแจที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าโซฟาที่พึ่งหยิบมาเมื่อกี้

“นายนั่นตลอดเลยนะ -_-; ฉันแค่จะมาบอกว่าทางบริษัทเพิ่มตารางงานให้นายนิดหน่อยน่ะ…” บ่นศิลปินของตัวเองเสร็จก็หันมาคุยเรื่องงานกับทงเฮ จริงอย่างที่ผู้จัดการว่า… เวลาฮยอกแจกินข้าวมื้อบ่ายทีไรต้องหลับทุกที วันไหนไม่ได้กินก็ไม่หลับ -_- เพราะงั้นถ้าวันไหนมีงานช่วงบ่ายฮยอกแจจะถูกงดอาหารมื้อที่สาม เจ้าตัวก็จะโวยวายวิ่งเข้าห้องน้ำไปแอบกินขนมปังเสมอ

“ไหนพี่บอกว่าเราสองคนว่างสามวันไง?” ยังอยู่ท่าเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือน้ำเสียง ใครที่ฟังก็กลัวทั้งนั้นแหล่ะ ไม่เว้นผู้จัดการคนนี้

“ก็ทางนั้นเขาพึ่งบอกพี่มา พี่ก็พึ่งรู้ เถอะหน่าทงเฮ มันแค่แปบเดียวเองนะ” เสียงที่อ่อนลงของผู้จัดการคิมยองฮยอนทำทงเฮอารมณ์ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อย…

“งานอะไร?”

“แจกลายเซ็นต์น่ะ…”

“ที่ไหน? กี่โมง? ใช้เวลาเท่าไหร่?” จนทุกวันนี้ยองฮยอนก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเขาหรือผู้ชายเย็นชาคนนี้กันแน่ที่เป็นผู้จัดการน่ะ

“ที่โซลทาวเวอร์ตอนสิบโมงถึงเที่ยง โอเคนะ?” ยองฮยอนขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะตีหน้าเครียด

“ถึงผมบอกไม่โอเคผมก็ต้องไปจริงไหม?” คราวนี้เจ้าชายน้ำแข็งละสายตาออกจากนิตยสารเปลี่ยนไปมองผู้จัดการคนเก่งแทน

“ใช่ พรุ่งนี้รถมารับเก้าโมงครึ่งนะ บอกฮยอกแจด้วย พี่ไปล่ะ” ยองฮยอนบอกรายละเอียดเรียบร้อยก็ขอตัวออกมาทันที มันเป็นโชคร้ายของเขาที่มาหาสวีทซัมผิดเวลา ถ้าฮยอกแจไม่หลับ บรรยากาศมันจะดีกว่านี้ T0T

 





“ทงเฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!! ตื่นได้แล้วนะ! ทงเฮๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!” เสียงหวานของฮยอกแจดังลั่นไปทั่วห้อง เจ้าตัวกระโดดไปมาบนเตียงขนาดหกฟุตอย่างสนุกสนาน ถ้าใครมาเห็นต้องมองว่าเป็นเด็กประถมไม่ใช่นักร้องอายุ 23 เป็นแน่

“ทงเฮ! ย่าห์!!! รถมารับเก้าโมงครึ่งนะ!!!! นี่มันเก้าโมงแล้ววววว! ย่าห์ๆๆๆ!!!” เสียงโวยวายยังคงไม่เงียบ  ตอนนี้เปลี่ยนจากกระโดดเป็นไปทุบท้องร่างสูงที่ยังคงนอนนิ่งแทน

“เฮ้ย!!!” ทงเฮตื่นทันที่ที่ฮยอกแจเอามือเล็กของตัวเองไปบีบจมูกอีกคน มือใหญ่รีบดึงมือฮยอกแจออก ทงเฮหอบเล็กน้อยเพราะเกิดจากขาดอากาศเมื่อกี้

“เล่นเป็นเด็กไปได้” หันไปมองคนที่นั่งหอบข้างๆ ตัวเองก่อนจะบ่น

“ก็นายไม่ตื่นนี่ ดูสิ่ฉันอุตส่าห์อาบน้ำมาหอมๆ ปลุกนายทีเหงื่อออกเต็มเลย” ร่างบางบนพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดซับเหงื่อเบาๆ ตามใบหน้า

“ใครใช้ให้กระโดดอย่างบ้าคลั่งแบบนั้นล่ะ -_-” พูดจบก็ลุกออกจากเตียงไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำในทันที

“นี่ทงเฮฮฮฮ!!! นายรู้ว่าฉันมาปลุกแล้วทำไมไม่ตื่นล่ะะะะะะะะะะะะะ!!!!!!!!” ฮยอกแจนั่งงงอยู่กว่าสามนาทีก่อนจะรีบวิ่งไปโวยวายหน้าประตูห้องน้ำ

“หนวกหูหน่า…” เสียงทุ้มตอบกลับมาดูเหมือนว่ารำคาญ ฮยอกแจเบ้หน้าเล็กน้อย แต่เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าคนที่อยู่ในห้องน้ำกำลังอมยิ้มเพราะได้แกล้งคนตัวเล็ก

ไอ้น้ำแข็งเดินได้! ไอ้สโนว์แมนร้อยตัน! ไอ้ดาวพลูโต! ไอ้ไอติมแช่แข็ง! ไอ้ตู้เย็นเครื่องยักษ์! ฮึ่ย!! ทงเฮนายมันบ้าาาาาา!!!!

“เป็นอะไร? ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้” ทงเฮที่พึ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาด้วยสภาพที่น่าจับกด -.- ผ้าเช็ดตัวที่พันแบบลวกๆ อยู่ตรงเอว หยดน้ำเกาะพราวตามร่างกาย …เซ็กซี่ -.,- เจ้าตัวดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นฮยอกแจนั่งอยู่ในห้องนี้ ก่อนจะเอ่ยถามฮยอกแจทันที่เห็นเจ้าตัวนั่งหน้าหงิกอยู่บนเตียงของทงเฮ

“เปล่า! ปะ…​ไปแต่งตัวได้แล้ว เมื่อกี้พี่ยองฮยอนโทรมาบอกว่าใกล้ถึงแล้ว” ร่างเล็กที่นั่งกอดอกอยู่ปฏิเสธพลางหันไปหาทงเฮเพื่อจะบอกให้รีบ แต่ก็ต้องรีบหันกลับไปทางเดิมเมื่อเห็นสภาพของอีกคน จริงอยู่ที่อยู่ด้วยกันมานานแต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยมานั่งรอทงเฮอาบน้ำในห้องแบบนี้ ใบหน้าหวานขึ้นสีเล็กน้อยแล้วฮยอกแจก็เดินออกมาจากห้องของทงเฮทันที

 

รถตู้คันหรูขับไปเรื่อยๆ ตามทาง มีรถแท็กซี่ประมาณสามสี่คันตามมาติดๆ ทงเฮที่นั่งฟังเพลงจากไอพอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่าอารมณ์เสีย เขาไม่เข้าใจจริงๆ แฟนคลับพวกนี้ว่างมากหรอไง? เขาว่ามันดูไม่ดี อาจจะมีคนว่าก็ได้ มาตามศิลปินขนาดนี้ แค่เจอกันที่งานแจกลายเซ็นต์ก็น่าจะพอแล้วนี่น่า?

“โห พี่ยองฮยอนดูสิ่ครับ มีแฟนคลับตามเรามาด้วย *-*” ถึงแม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮยอกแจเห็นแฟนคลับตามมาแบบนี้ แต่มันก็ยังเป็นเรื่องน่าแปลกใจของฮยอกแจได้ทุกครั้ง

“มีทุกครั้ง และนายก็พูดแบบนี้ทุกครั้ง” ดูเหมือนทุกคนจะเริ่มเบื่อฮยอกแจแล้ว T_T ผู้จัดการคนเก่งพอตอบฮยอกแจเสร็จแล้วก็นอนเลย ทงเฮก็นั่งหลับตาฟังเพลงไม่สนใจใคร ฮยอกแจเลยต้องหันไปคุยกับพี่คนขับรถแทน

“พี่เหนื่อยไหมครับ?” ประโยคคำถามจากคนน่ารักถามคนขับรถที่อยู่ข้างหน้าสุด

“ไม่เหนื่อยหรอกครับ คุณฮยอกแจไม่นอนหรอ?”

“ฮยอกยังไม่ง่วงอ่า… พี่ขับรถไปเหอะครับ ฮยอกไม่กวนแล้ว ^^” หนุ่มน้อยน่ารักบอกกับคนขับรถพลางหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ได้มาเมื่อไม่นานนี้กดเข้าเกมแก้เบื่อทันที

 

ใช้เวลาแค่ยี่สิบนาทีหลังจากที่ฮยอกแจคุยกับคนขับรถเสร็จก็มาถึงสถานที่จัดานแจกลายเซ็นต์ ตอนนี้ที่โซลทาวเวอร์หนาแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีเทา ข้างหน้ามีลายสกรีนสีชมพูเขียนว่า SweetSome เสียงกรี้ดดังขึ้นทันทีที่เห็นคนที่รอสองคนเดินลงมาจากรถ การ์ดหลายคนกั้นแฟนคลับให้ออกห่างจากศิลปิน

คนสองคนที่ถูกจับตามองเดินไปยังโต๊ะที่ทางทีมงานเตรียมเอาไว้ให้ สาวกสวีทซัมพร้อมใจกันรวมตัวเป็นแถวเดียวอย่างรวดเร็ว ปกติแล้วถ้ามีงานแฟนไซน์จะมีแถวสองแถว คือถ้าใครอยากให้ใครเซ็นต์ให้ก็ต่อแถวคนนั้น แต่ครั้งนี้รวมเป็นแถวเดียวเพราะถ้าแฟนคลับคนไหนอยากให้ทั้งสองคนเซ็นต์ก็จะได้ไม่เสียเวลา อีกอย่างมันดูว่าศิลปินให้ความสำคัญกับแฟนคลับทุกคนเท่ากัน

“โอป้าคะ… ช่วยเซ็นต์ตรงนี้ว่าเจ้าชายกับเจ้าหญิงได้ไหมคะ?” แฟนคลับคนแรกเดินเข้ามาขอให้ฮยอกแจและทงเฮเซ็นต์ตามฉายาที่เหล่าซัมสวีทตั้งให้ หน้าหล่อหันไปมองดูโอ้ของตัวเองก่อนจะก้มลงเซ็นต์คำว่าเจ้าชายพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ฮยอกแจทำหน้าเหวอทันทีที่เห็นทงเฮยอมเซ็นต์ก่อนจะเซ็นต์ตาม

เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้ว จากแถวยาวก็เหลืออยู่ประมาณยี่สิบคน หลายร้อยคนก่อนหน้านี้มาแนวเดียวกับคนแรกหมดเลย ไม่เฮฮยอกก็เจ้าชายกับเจ้าหญิง นั่นมันทำให้ทงเฮมีความสุขไม่น้อย ต่างจากฮยอกแจที่กำลังอาการแย่เพราะปวดมือไม่ไหวแล้ว Y_Y

“เฮ้ยอย่าสิ่!!!!!!!!” เสียงดังโวยวายมาจากปลายแถว

“ขอดูหน่อยยยย!!!!” เสียงอีกเสียงดังไม่แพ้เสียงก่อนหน้านี้ ทงเฮเงยหน้ามองสถานการณ์แล้วก็ต้องส่ายหัว แฟนคลับสองคนนั้นอะไร?

พึ่บ!!!!

“เฮ้ยยยยยยยยยยยย!!!!”

“ฮยอกแจระวัง!!!!!!!!!!”

“กรี้ดดดดดดดดดดดดๆๆๆ!”

เสียงสามเสียงเกิดขึ้นติดๆ กันจนแยกเหตุการณ์แทบไม่ออก เฮ้ยแรกเป็นเสียงแฟนคลับสองคนท้ายแถวที่ยื้อแย่งอะไรกันซักอย่างจนของในมือลอยหวือไปทางฮยอกแจ เสียงที่สองคือเสียงของทงเฮที่ตาไวเห็นวัตถุแปลกประหลาดลอยมา และเสียงสุดท้ายเสียงแฟนคลับยี่สิบกว่าคนที่เหลือกรี้ดสนั่นเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า… ภาพที่คนตัวใหญ่กอดอีกคนเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้โดนของที่ลอยมา กอดแน่นเหมือนไม่อยากให้คนๆ นี้เป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว ส่วนของที่ลอยมานั้นก็ลอยมาชนแผ่นหลังกว้างของทงเฮแล้วหล่นตุบลงไปบนโต๊ะ

“ทะ… ทงเฮ…” คนในอ้อมกอดเรียกอีกคนเบาๆ เหมือนจะสื่อว่าให้ปล่อยได้แล้ว

“เอ่อ… ขอโทษนะ” ทงเฮผละออกมาจากคนตัวเล็ก ถ้าบอกไปใครจะเชื่อว่าตอนนี้เจ้าชายน้ำแข็งกำลังหน้าแดง!!

“กรี้ด! เมื่อกี้แกเห็นไหม?”

“แกๆๆ เห็นเจ้าชายของเราหน้าแดงป่ะ?”

“เฮ้ยมึงพี่ทงเฮเขินว่ะ!”

“มึง! ถ่ายทันป่ะ กูถ่ายทันด้วยล่ะ!!”

“ท็อปปิกนี้มันต้องดังแน่ๆ เลยว่ะ! อ้ากกกกก เขินแทนพี่ฮยอกแจ!!!”

เสียงแฟนคลับซุบซิบกันดังพอที่จะสองศิลปินจะได้ยิน ทงเฮที่ตอนนี้ลุกเดินไปขึ้นรถเรียบร้อยแล้วนั่งมองฮยอกแจผ่านหน้าต่างรถอย่างเงียบๆ ไม่มีใครรู้ได้หรอก เบื้องหลังสายตาคมนั่นคิดอะไรอยู่… ส่วนร่างบางที่ไม่รู้จะทำยังไง นั่งก้มหน้าเขินไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง…

 

ทำไมใจเต้นแรงจังนะอีฮยอกแจ! บ้าไปแล้วแน่ๆ แค่แฟนคลับจินตนาการเล่นกันเฉยๆ ไม่ได้แปลว่าเราต้องคิดจริงซะหน่อย -///-

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 ตุลาคม 2554 / 22:36
    เขินอ่ะ >///////<"~
    #40
    0
  2. #36 gifeh (@gifeh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 23:10
    เจ้าชายน้ำแข็งหน้าแดง คิคิ
    ฮยอกเพ้อใจเต้นแรงตามเฮแล้ว คิคิ
    แฟนคลับน่ารักกันมาก
    กริ๊ด รักเฮอึน รัก รัก

    #36
    0
  3. #35 luvhaeeun (@luvhaeeun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 16:37
    ชอบอ่ะ เขินนะเนี้ยยยยย
    #35
    0
  4. #34 nowlove (@nowlove) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 01:31


    โอ๊ะ....เรื่องนี้เฮ
    ออกขรึม ๆ
    แต่ก้รักฮยอก
    >////<
    ชอบ ๆ ....
    รอนะจ๊ะ
    ^__^
    #34
    0
  5. #33 boyung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2554 / 23:34
    เฮหน้าแดง>/////<

    555555555
    #33
    0
  6. #32 luvhaeeun (@luvhaeeun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2554 / 00:57
     ฮาาา น่ารักอ่ะ ชอบๆ  ๆ  เฮขรึม ๆ 
    #32
    0
  7. #30 boyung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2554 / 00:37
    เฮนายเกิดที่ขั่วโลกหรอ = =*

    ฮยอกน่ารักได้อีก55555555
    #30
    0
  8. #29 suju_eunhyuk_13only (@kaedsara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2554 / 23:49
     เฮเย็นเย็นได้อีกนะเนี้ย -0-
    ฮยอกนี้้ก็ร่าเริงสุดๆ
    ดูถ้าเเล้วเฮชอบฮยอกล่ะสิ
    #29
    0
  9. #27 gifeh (@gifeh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2554 / 23:05
    คิคิ จะสงสารฮยอกหรือดีใจที่เฮดีด้วยดีนะ คิคิ
    บริษัทช่างเอาอะไรที่มันแตกต่างกันมาก
    มาร่วมกันได้จริงๆ เก่ง
    เฮต้องแอบชอบฮยอกแน่เลย
    ฮยอกร่าเริงไปไหม
    #27
    0