รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นวิญญาณเกาะติดซะแล้ว - นิยาย รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นวิญญาณเกาะติดซะแล้ว : Dek-D.com - Writer
×

    รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นวิญญาณเกาะติดซะแล้ว

    เคยนั่งๆอยู่ดีแล้ววูปป่ะครับ.. ประโยคแนวกวนส้นเท้าประโยคหนึ่ง ใครมันจะไปคิดว่าผมจะได้สัมผัสกับมันจริงๆ

    ผู้เข้าชมรวม

    28

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    0

    ผู้เข้าชมรวม


    28

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  แฟนตาซี
    จำนวนตอน :  1 ตอน
    อัปเดตล่าสุด :  22 ต.ค. 64 / 01:47 น.

    อีบุ๊กจากนิยาย ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

    “เคยนั่งอยู่ดีๆแล้ววูปป่ะ… ” น้ำเสียงกวนบาทาดั่งกล่าวเอ่ยกระซิบมาจากข้างๆหูของผม ถึงอย่างงั้นผมนั้นก็ยังไม่มีท่าทีจะสนใจเจ้าของเสียง สองมือเรียวหยิบขนมปังรูปทรงเลขาคณิตขึ้นมาอย่างใจเย็น เสียงท้องร้องยังดังอย่างต่อเนื่อง 

    ตั้งแต่เช้ามานี้เรียกได้ ไม่มีของอะไรตกถึงท้องผมเลยก็ว่าได้ สำหรับผมที่เป็นแค่พนักงานเงินเดือนหาเช้ากินค่ำอย่างผมนั้น ข้าวเช้านั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่ไอเราดันพลาดโอกาสนั้นไปจนได้ การที่คนเราจะโฟกัสอะไรสักอย่างต้องเข้าเงื่อนไขสักสองอย่าง อย่างแรกเหตุผลที่ผมนั้นพบเจอ อย่างที่สองความต้องการ สองเหตุผลหลักๆที่ผมจะเพิกเฉยต่อเสียงกระซิบดั่งกล่าว เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมนั้นมันเป็นสิ่งไม่อาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยง มันเป็น

    “ชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงยังไงล่ะ” ข้าวกลางวันสุดแสนพิเศษของกระผมนั้นเอง!! ก้อนพลังงานชิ้นสุดท้ายของผม เพราะวันนี้ คือวันที่เงินเดือนของผมออกแล้วยังไงล่ะ

    “นั้นสิน้าา… มันอาจเป็นดั่งที่เจ้ากล่าวมาก็ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่เจ้ามิอาจหลีกหนีได้ยังไงล่ะ ความตายที่เจ้าต้องพบเจอ เรื่องราวต่างๆที่เจ้ามิอาจทนหลับฝันถึงมัน ยินดีด้วยนะ ยินดีต้อนรับสู่โลกที่แท้จริง วาเรเมีย! ” น้ำเสียงยี้ยวนกล่าวออกมาลากยาว มันทั้งไร้ที่มาของเสียง ไร้แม้กระทั้งต้นตอ ด้านฟ้าที่ไร้ผู้คนกับมีเสียงที่ไม่สามารถระบุได้กล่าวออกมา 

    แป๊ะ! 

    สิ้นสุดเสียงทุกอย่างก็มลายหายไปเสียจนหมด ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขขาวโพลน 

     

     

     

     

    “อ๊ะ…” เสียงตกใจของผมดังขึ้นมา เรื่องราวทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สมองของผมนั้นไม่อาจประมวลผลถึงเหตุการณ์ดั่งกล่าวได้ ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไหนๆที่สามารถรับรองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

    เรื่องราวที่สุดแสนมหัศจรรย์ แต่มีสิ่งหนึ่งไม่มหัศจรรย์ ผมโดนตบหัวก่อนทุกอย่างจะหายไป ให้ตายสิ โลกจะวายวอดอยู่แล้วยังตบหัวกันได้

    “แค่กๆ ” ผมไอออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แซนวิชที่กำลังเข้าปากนั้นแปรเปลี่ยนกลายเป็นฝุ่นฉับพลัน สิ่งที่เข้าปากของผมควรเป็นพลังงานที่ผมควรได้ใช้ตลอดช่วงบ่าย นั้นกับมลายหายกลายเป็นเพียงแค่ฝุ่น! ให้ตายเถอะพระเจ้าจอร์ช

    “อย่างน้อยก็ยกเว้นแซนวิชของฉันสักหน่อยก็ยังดี” ถ้าหากเข้ายังมีชีวิตอยู่ ทำไมแซนวิชของเขาจะยังอยู่ไม่ได้กันล่ะ!! 

    “ยินดีด้วยนะคุณคือผู้อยู่รอด กรุณาสวมใส่สิ่งนั้นแล้วเดินตามผมมาด้วยครับ ” ชายหนุ่มผมบรอนซ์กล่าวออกมา เป็นคนยุโรป ผมในตอนนี้แต่ทำปากพะงาบๆ จากห้องที่ขาวโพลนนั้นกับมาบางสิ่งที่เรียกว่าประตูประกฏออกมา… พร้อมกับคนจำนวนหนึ่งเที่ใส่ชุดสีขาวดินออกมา

    “ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอครับ…” ผมกล่าวออกไปด้วยความสงสัย มันทำเอาเรื่องราวก่อนหน้านี้ราวกับความฝันทั้งหมดเลยล่ะ

    “โลกทั้งใบตอนนี้เต็มไปด้วยเชื้อไว้รัสชนิดพิเศษ พวกเราจำเป็นต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเพื่อช่วยพวกคุณมาจากห้องทดลองของแต่ล่ะชั้นในตึกแห่งนี้ เพราะฉะนั้น อย่าดื้อและขัดขืนเราเลยครับ โปรดมากับเรา เราจะช่วยคุณเอง” ติดเชื้ออืมม.. คงประมาณนั่งซอมบี้ละมั้ง ตอนนี้ผมคงต้องทำตามกรูรูผู้นี้ไปก่อน 

    เมื่อผมกล่าวผ่านออกมาจากห้องนั้น กลิ่นชวนอ้วก ฟรุ้งกระจายไปทั่วบริเวณกลิ่นซากศพเหม็นเน่าล้วนตายเกลื่อน สภาพศพที่ล้วนแล้วมีเค้าโครงเช้นเดียวกับมนุษย์นั้น ล้วนอยุ่ในสภาพเวอะวะ เป็นภาพที่ไม่น่ามองเอาซะเลย 

    ให้ตายสิ… กว่าจะรู้ตัวอีกทีผมก็มาอยู่ในห้องสีขาวโพลนอีกครั้ง เกลียดห้องแบบนี้ชะมัดยาก ผมเดินไปเช็ครอบห้องๆ ก็จะเดินไปชักเก้าอี้ออกมาและนั่งลง สายตาจ้องมองไปยังฝ่ายตรงข้าม คงราวๆห้องสอบสวนละมั้ง 

    ให้ตายสิ ผมเอานิ้วเคาะโต๊ะยังช่วยไม่ได้… เสียงเคาะโต๊ะยังดังอย่างต่อเนื่องท่ามกลางห้องสีขาวโพลนที่เงียบสงัด มันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิดทีละนิด 

    แกร๊ก…

    เสียงเปิดประตูได้ดังขึ้น 

    “สวัสดีค่ะ ฉันเจ้าหน้าที่ มาเรีย วอส์ดสัน จะมาสอบสวนคุณค่ะ ” เธอเดินเข้ามาในห้องพร้อมกล่าวแนะนำตัวออกมา แล้วผายมือเป็นการเชิญชวนให้ผมนั้นแนะนำตัวต่อจากเธอ 

    “นั่งลงสิ ผมคงไม่ต้องเกริ่นอะไรให้มากความหรอกนะ” น้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบนิ่งของผมจ้องมองไปยังอีกฝ่าย

    “ได้ค่ะ ในเมื่อคุณนั้นจะไม่เกริ่นอะไรเกี่ยวกับตัวคุณดิชั้นก็พร้อมที่จะนั่งลงแล้วเข้าเรื่องหัวข้อหลักของเรากัน” มาเรียดันแว่นกรอบเรียบเธอขึ้นพร้อมกับฉ่ายแววตาเรียวคมกริบที่ดูจริงจังใส่ผม 

    การกระทำแบบนี้มันก็ทำเอาไปไม่เป็นเหมือนกัน แต่ในเมื่อผมเริ่มเล่นก่อนผมก็ต้องเล่นไปจนจบ…

    การแสดงของผมมันพึ่งเริ่มเองนะ 

    “กลิ่นคุณหอมดีนะครับ ” ถึงแม้มีระยะห่างอยู่แต่ก็ไม่อาจกลบกลิ่นหอมๆอ่อนทที่มาจากตัวเธอได้

    “ขอบคุณที่ชมนะคะ ใครๆก็บอกอย่างนั้น ฉันได้ยินมาเยอะแล้วค่ะ ” เอิ่ม… ให้ตายสิ เหมือนคุณเธอกำลังบอกว่าคำชมที่เธอได้มานั้นเป็นของบ้านๆที่ได้มาเหมือนใครหลายๆคนสินะ อ๊าก ให้ตายสิรับมือกับผู้หญิงนิยากจริงๆ

    “แล้วกลิ่นของผมล่ะครับ ” หวังว่าคุณเธอจะตอบรับนะ 

    “เข้าเรื่องดีกว่านะคะ ” อ่าา… นิผมโดนเมินงั้นหรอ 

    “นิๆ ไม่เอาน่า เธอนะบริหารหน้าสวยเธอไม่เป็นเลยสินะถึงได้ทำย่นๆแบบนั้นทำบ่อยระวังโดนเด็กเรียกว่าป้านะ ” ขืนคุยกับเธออย่างงี้ผมได้ขาดใจก่อนพอดี 

    “โฮ๊ะๆ ฉันก็พึ่งเคยเจอคนเลี้ยงหมาไว้ในปากเยอะขนาดนนี้เช่นกันค่ะ ” 

    “…” ปากร้ายใช้เล่นนิ

    “ดิฉันว่า ตัดสินใจได้แล้วค่ะ นิคือเอกสารที่คุณต้องเขียนเพราะฉันไม่อยากได้ยินเสียงหมาที่เลี้ยงไว้ในคอกแล้วไม่ยอมปิดสักที” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับแสยะยิ้มออกมาเล็กๆ แตะมันไม่อาจหลุดรอดจากสายตาผมหรอกนะ 

    ผมหยิบปากกาจากมือเธอ แล้วควงปากกาใต้โต๊ะอย่างสะบายใจพร้อมกับผิวปากพร้อมกับจ้องไปที่เธอ ผมไม่ท่าทีที่จะจดข้อมูลลงไปในนั้นเลยแม้แต่น้อย

    แต่ผมคิดผิดแฮฺะ เธอดูไม่รีบร้อนอะไรเลย… ผมเหมือนต้องกรอกเอกสารลงไปจริงๆสินะ

    ผมกรอกเอกสารในนั้นทุกอย่างเสร็จสรรพ แต่ผมก็ไม่มีท่าที่จะยื่นมันให้เธอเลย เธอกระตุกคิ้วไปมาราวกับความอดทนที่มีมาจะขาดสบั้น ให้ตายสิ ทั้งที่ตอนแรกเธอก็แลดูมีความอดทนดีแท้ๆ จนเธออดใจไม่ไหวยื่นมือมาเอาเอกสารตรงหน้า

    แต่… ผมดันไม่ให้ืทำอย่างงั้นนะสิ  ผมกระชากมือของเธอมาพร้อมกับปากในมือนั้นจิ้มทะลุมือเธออย่างทันที

    เป็นไปดังกลุอุบาย…

    “ฮิฮิ ฮ่าๆๆ เจ้านิมันเหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ ” เธอหัวเราะออกมาอย่างบ้างคลั่ง ลักษณะท่าทางการพูดของเธอก็เปลี่ยนไปด้วย ดูเหมือนสาวมาดเข้ม จะของเข้าแล้วสิ

    “ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยเก่งเรื่องการเขียนโค้ดเท่าไหร่สินะ ฮ่าๆ ให้ฉันคนนี้สอนมั้ยล่ะ ” ผมยิ้มออกมาอย่างได้ใจตรงกันข้ามกับสีหน้าของเธอที่เริ่มบิดเบี้ยว ฮิฮิ

    มีหลายอย่างที่ผมสามารถจับไต๊เธอได้ คราบเลือดบนเท้าของผมนั้นหายไป… ทั้งที่เดินออกมาจากตึกที่มีแต่ซอมบี้แท้ๆ สอง… ผมไม่สามารถรับถึงความเจ็บปวดแม้จะพยายามทำร้ายตัวเองไปมากแค่ไหนก็ตาม สาม…ที่ทำให้เธอโป๊ะแตก เธอยื่นปากกามาให้ผม ผมแอบทำร้ายตัวเองด้วยปากกาอยู่หลายรอบ แต่กับไม่เกิดบาดแผล เพื่อความชัว ข้อสุดท้าย ปากกาที่ผมแทงเธอนั้นกระเด็นออกไปเมื่อโดนแขนเธอ ในห้องนี้… ผมไม่สามารถทำร้ายใครได้ กับกันก็จะไม่มีใครมีบาดแผลในห้องนี้เช่นกัน 

    “เลิกแสดงได้แล้ว… คิดว่าความรู้สึกที่ผมมีต่อโลกใบนั้นเป็นของปลอมรึไงกัน ” ตลอดหลายสิ่งที่ผมพบเจอในโลกใบนั้นมันเป็นของจริง… ไม่เหมือนของปลอมไร้คุณภาพที่เธอสร้างขึ้นมาหรอกนะ ทุกคนๆที่ผมล้วนพบเจอ ทุกอย่างๆที่หล่อหลอมจนเป็นผม มันไม่มีทางเป็นของก็อปเกรด C ไร้คุณภาพหรอกนะเฟ้ย!!  

     

     

          

     

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น