สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สวรรค์ไร้นัยน์ตา ภาคลิขิตแห่งมนตรา

ตอนที่ 3 : เมืองประหลาดคนประหลาด.100%


     อัพเดท 28 ม.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/กำลังภายใน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : แลเงา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แลเงา
My.iD: http://my.dek-d.com/s-raan
< Review/Vote > Rating : 94% [ 22 mem(s) ]
This month views : 84 Overall : 212,097
3,332 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 488 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สวรรค์ไร้นัยน์ตา ภาคลิขิตแห่งมนตรา ตอนที่ 3 : เมืองประหลาดคนประหลาด.100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2805 , โพส : 17 , Rating : 296 / 63 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


         นับว่าชีวิตของม่อเทียนกับลูกหลานของมัน ล้วนไม่พ้นคำว่า ยา จริงๆ เพราะบ้านท่านโดโรธีเองก็เหมือนเป็นแหล่งผลิตยาจริงๆ สภาพการใช้พลังเช่นนี้ไม่เคยพบเห็นในที่ใดๆมาก่อน เหมือนทุกสิ่งในห้องล้วนสามารถคิดเอง ทำเป็น และไม่ต้องรอให้สั่งแม้แต่น้อย หากมันเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือวัตถุสิ่งผลิตก็จะไม่น่าแปลกใจ นี่แม้กระทั่งแก้วน้ำใบเล็กๆก็ยัง ขยับไปของมันเอง ว่าควรจะทำอะไรตรงใหนยังไง ภพประหลาดบ้านประหลาด คนก็ดูเหมือนไม่ประหลาดแต่แค่อายุพอๆกับท่านเทพมังกรเล่งเทียนนี่ ไม่นับว่าประหลาดคงไม่ได้แล้วแน่ๆ ทว่าเท่าที่เห็น มันก็สุดยอดไปอย่างหนึ่งจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนคิดเองทำเป็น ยอดเยี่ยม..!
   
        "กานอยส์ ไปดูหลิงหลงหน่อยสิ ดูท่าจะใกล้ตื่นแล้ว อ้อทำความสะอาดร่างของมันด้วยนะ ตักน้ำในสระมรกตมาให้ อ่างแก้ว นำมันมาวางให้อ่างแก้วดูแลเอง.."
        
         "ครับนายหญิง "
          
         ร่างเล็กๆโผล่ออกมาจากผนัง มันเหมือนเป็นแค่ไม้กระดานแผ่นหนึ่งชัดๆ จู่ๆก็โผล่ออกมาจากผนัง ร่างสูงเพียงสองฟุต มีปีกสีดำด้านหลังไม่สิปีกสองสีมากกว่าเหมือนเสื้อสองด้านชัดๆ กระพือเบาๆ ร่างก็ลอยออกไปด้านนอก ตอนนี้ใบหน้าที่เริ่มตึงเพราะโดนอากาศ ไม่ยับย่นเหมือนตอนออกมาจากท้องมารดาใหม่ๆของ ม่อหลิงหลง ตาเล็กๆยังไม่ลืมเต็มที่ มือน้อยๆกำร่างเล็กๆนอนงอขา ดิ้นส่ายไปมาเบาๆ กานอยส์ที่ใบหน้าเป็นเหมือน หนูตัวโตๆมากกว่าจะเป็นเหมือนมนุษย์ ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เห็นร่างของม่อหลิงหลง มันนับว่าพบเห็นชีวิตกำเนิดใหม่ๆแล้วก็รักทันทีจริงๆ เสียงกังวานสะท้อนไปมาของมันเอ่ยออกมาเหมือนจะถามท่านโดโรธี..

        "นี่มิใช่ลูกมนุษย์เหรอครับนายหญิง..?"
 
       "ก็ใช่น่ะสิ ใครบอกว่าไม่ใช่ล่ะ อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ไปเอาน้ำมาให้มันอาบ เอาตรงใจกลางนะ รอบๆไอศักดิ์สิทธิ์ยังอ่อนเกินไป ใช้ได้แต่ไม่ค่อยดีเท่าไร.."
 
        "ครับนายหญิง ฮิๆ น่ารักนะเราน่ะหลิงหลง..!"
  
        แววตาใบหน้าน้อยๆของมัน ไม่ได้ขยับ เพียงแต่กลอกช้าๆ เหมือนเห็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจ ก่อนจะทำท่าเบะปากออกมา ทว่ายังคงไม่ส่งเสียงร้องอยู่ดี มันยังนับว่ามีสภาพดีกว่าทวดต้นตระกูลหลายเท่านักที่ไม่ได้ถูกชำแหละแต่ยังเล็กๆ ฮ่าๆ..

        "อาบน้ำนะเจ้าตัวน้อย อ่างแก้ว ดูและให้ดีๆล่ะ ระวังอย่าให้น้ำเข้าตาเข้าปากหลิงหลงนะ ไม่อย่างนั้น โดนเปลี่ยนไปอยู่ก้นครัวแน่ๆแกน่ะ.."
 
         ร่างน้อยๆของหลิงหลง ถูกนำไปวางไวบนน้ำสีเขียวใส ไออุ่นลอยออกมาอ้อยอิ่ง เมื่อร่างของมันกระทบอ่างแก้วใบกลมๆก็ขยายออกเป็นแนวยาวพอๆกับตัวของม่อหลิงหลง ทั้งยังหมุนช้าๆทำให้น้ำสีมรกต ซึมผ่านไปทั่วร่างน้อยๆของม่อหลิงหลง กานอยส์ก็วักน้ำล้างหน้าของมันเบาๆ เส้นผมที่ดำขลับของม่อหลิงหลงถูกสระอย่างเบามือ พักใหญ่ร่างของมันก็ลอยขึ้นพ้นน้ำอ่างแก้วก็ลอยวูบออกไปจากห้อง ก่อนจะลอยกลับเข้ามาภายในแล้วลอยออกทะลุผนังเข้าไปในห้องยา อย่างเงียบเชียบ กานอยส์ ดีดนิ้วแผ่วเบาเบาะรองนอนของทารกก็ปรากฏขึ้น มันนำร่างแรกเกิดของม่อหลิงหลงไปวางไว้อย่างเบามือ ไม่น่าเชื่อว่าร่างที่สูงเพียงสองฟุตของมันจะยกร่างของม่อหลิงหลงที่ ขนาดใหญ่เกือบครึ่งตัวของมัน ไปมาอย่างสบายๆ ดูท่าเรี่ยวแรงของคนประหลาดนี่ก็ไม่ได้น้อยๆ เหมือนลักษณะลำตัวที่ผอมเพรียวเลยสักนิด..!

        "หลับไวจริงๆ แล้วไม่คิดจะร้องกินอะไรเลยรึนี่น่ะ..?"

        "มันจะร้องได้ยังไง คงอีกหลายวันแหละกว่าจะอยากกิน บิดามันใช้พลังชีวิตของตัวเองหล่อเลี้ยงลูกชายมันเช่นนี้เจ้าตัวน้อยนี่คงอิ่มไปหลายวัน ปล่อยมันนอนอย่างนั้นแหละ มาช่วยข้านำยาที่เสร็จแล้วไปให้ เอม๊อบที แล้วขอใข่ของวิหคศักดิ์สิทธิ์ของนางมาด้วยใบหนึ่ง บอกว่าข้าสั่ง แล้วแวะไปหาเจ้าอ้วนไรน่อน ขอน้ำนมธาตุของเจ้าเขาสี่ขามาด้วย ไปเร็วๆเดี๋ยวมันตื่นขึ้นมาอีกรอบก็คงหิวแล้ว อาบน้ำมรกตคงหลับไปสองสามวันกว่าจะตื่นแหละ รีบไปรีบมากานอยส์..!"

        "ขอรับนายหญิง.."

       ร่างของกานอยส์บินวูบ ทะลุผนังออกไปดังอยู่ในที่โล่ง มันบินลงต่ำไปยังพื้นเบื้องล่าง มีขวดแก้วคอคอด ด้านในบรรจุน้ำสีเหลืองเรืองรอง กานอยส์บินไปในหมู่บ้านที่มองเห็นรวมกันอยู่ลิบๆไกลออกไปราวสี่ห้าร้อยวา ไม่มีเพียงมันที่แปลกประหลาดทั้งใบหน้าและรูปร่าง แต่เหล่าที่มันบินผ่านมาก็เป็นเช่นเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน มีม้า มีหมา นก แม้กระทั่งงูขนาดใหญ่ แต่หัวและลำตัวเป็นคน ไม่ก็ลำตัวซีกหนึ่งขาวซีกหนึ่งเหลือง เหมือนคนสองคนประกบกัน มีบางตัวที่เรียกว่าบางตัวเพราะมัน หัวเป็นช้างแต่ละตัวดันมีแขนขา เป็นคนชัดๆดังกับว่าตัดศรีษะของช้าง และสาระพัดสัตว์มาต่อลำคอของมนุษย์เพียงแต่ ร่างไม่ได้เล็กๆเช่นมนุษย์แค่นั้นเอง กานอยส์บินวาบ เข้าไปยังบ้านหลังใหญ่ ด้านหน้าวางแผงขายสาระพัดอย่างที่แปลกประหลาด มีแม้กระทั่งรากไม้ เดินวนไปมาในกลุ่มยา และโสมที่นั่งทอดหุย ถอนหายใจมองไปยังกลุ่มร่างแปลกประหลาด ตรงหน้า และต้นยาที่ใบเป็นห้าแฉก ร้องแรกแหกกระเซอ..

        "เชิญคร้าบบบ ผมสามารถรักษาโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อย อ้อแม้แต่ฟันเป็นแมงแทะก็ยังใช้ได้นะคร้าบบบ..!!"
       
        "......."
       
        นี่มัน ดีที่ม่อเทียนหมดยุคไปแล้ว ไม่อย่างนั้นมันได้กลิ้งแปดตลบ ด้วยความงงงัน ยาบ้านใหนร้องขายตัวมันเอง โครตของโครตประหลาดเว้ยเห้ย..!!!

        "ท่านเอม๊อบ ยาจากท่านโดโรทีได้แล้วครับ ท่านโดโรธีบอกว่าเอาใข่ของวิหคศักดิ์สิทธิ์ให้ด้วยนะขอรับ.."

       "ฮ้า นางจะเอาไปทำอะไร..??!!"
 
       "ไม่รู้ขอรับเพียงแต่ใช้ให้มาขอ นี่ครับยา.."
 
       เอม๊อบเป็นหญิงวัยกลางคน หน้าตาเหมือนปลาโลมามากกว่าจะเป็นคนจริงๆ ร่างขาวผ่องแต่มีครีบด้านหลัง ทั้งมือยังเป็นผังผืด จะบ้าตายนี่มันเมืองอะไรกันเนี่ย..??

        เอม๊อบรับยาไปจากมือของกานอยส์แล้วเดินหายเข้าไปภายในสักพักใหญ่ ก็เดินออกมา ในมือมีใขสีแดงสด ทั้งยังดิ้นแกว่งไปแก่วงมา บางครั้งก็หลุดมือแต่ยังไงก็ไม่ตกแตก นอกจากว่าจะต้องใจถือแล้วทุบมันกับพื้นจริงๆจังๆ นั่นแหละถึงจะแตก เพราะภพนี่มันไร้น้ำหนักชัดๆ ใข่ที่ใหนจะร่วงลงไปแตก มึน..!

        กานอยส์รับใข่วิหคศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ บินฉวัดเฉวียนหลบร่างที่ เดินบ้านบินบ้างวุ่นวายไปหมด จนพักใหญ่ก็หลบพ้นตลาดใหญ่ของหมู่บ้าน ถลาร่อนอีกหนก็ไปถึงชายป่าที่รากสุมกันเป็นกระจุกเดียว แต่ยอดยื่นออกไปเป็นเหมือน ลูกโลกกลมๆตามศูยน์วิทยาศาสตร์ปัจจุบันไม่ผิดเพี้ยน แต่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ร่างของนก สาระพัดแปลกๆพุ่งไปๆมาๆ เหมือนกับวานร นกบ้าอะไรไม่บินแต่กระโจน รูปร่างของมันเป็นนกชัดๆนกดีๆนี่เองแต่ดันไม่ยอมบิน ไม่รู้เพราะบินไม่เป็นหรือขี้เกียจจะบินกันแน่ เล่นกระโจนไปกระโจนมา เหมือนวานรไปฉิบ..

        "ท่านไรน่อนคร๊าบบบ นายหญิงใช้ให้มาเอาน้ำนมธาตุของเปกาซัสสองเขาขอรับ..!"
      
        "ครืดดดด !!"

        เสียงดังเหมือนแผ่นดินแยกออก แต่จริงๆเป็นรากไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งถอนออกไป ไม่ไช่ถอนออก เป็นมันยกรากขึ้นซึกหนึ่งเหมือนคนง้างเท้าข้างหนึ่งมากกว่ามองเห็น ร่างขนาดใหญ่สูงร่วมเจ็ดฟุตครึ่ง ใบหน้าเป็นสุกร เออเห้อะหมูดีๆนี่แหละพุงพลุ้ย เสื้อหนังที่สวมอยู่ปริแยกจนเห็นพุงยื่นออกมาแขนขาเต็มไปด้วยขนสีดำรุงรัง กานอยส์หุบปีก ยืนตัวตรงก้มศรีษะน้อยของมันให้ความเคารพเจ้าหน้าสุกรตัวใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกมาตามที่ถูกสั่งมาอีกครั้ง เสียงหึๆในลำคอไม่รู้ว่าหัวร่อหรือ เอ่ยวาจาเพราะไม่เห็นกานอยส์ตอบอะไร ร่างของไรน่อนเดินหายไปภายใน พักใหญ่ก็กลับออกมามือ ใหญถือขวดคอคอด เป็นหยกสีขาว สูงครึ่งร่างของกานอยส์ยื่นให้มันโดยไม่กล่าวอะไรออกมา เมื่อหันหลังเดินเข้าไปในฐานรากของต้นไม้ใหญ่ ที่ยกรากขึ้นก็ ไหววูบ ปักรากจมลงไปในดินอย่างเก่า เสียงนกร้องจอๆแจๆ บางตัวยังร้องถามกานอยส์ออกมาอย่างคุ้นเคยกัน ..
    
         "กานอยส์หน้าหนู เจ้ามาทำอะไรบ้าน นายใหญ่..?"

         กานอยส์ไม่เอ่ยตอบอะไรเพียงแต่ชูขวดขนาดใหญ่ให้เจ้าตัวที่ถามดู มันมองเห็นก็ผงกหัวงึกๆก่อนจะกระโจนไปต้นไม้ต้นอื่นต่อไม่มีความสนใจอีก กานอยส์เมื่อได้สิ่งของตามคำสั่งก็บินวูบขึ้นสู่เบื้องสูง ไปยังบ้านของเจ้านายตัวเองอย่างว่องไว..!

         "นายหญิง มาแล้วขอรับ ได้มาทั้งสองอย่างเรียบร้อย.."
 
         "อืมม์ดี เอาเข้ามาให้ข้าข้างใน อ้อระวังเจ้าตัวดูดเลือดด้วยนะ ปล่อยปอนอยออกจากกรงที.."

         "ขอรับ.."

         กานอยส์ พริ้วไหวหายเข้าไปในผนัง มาโผล่อีกทีในห้องยาขนาดใหญ่ มันเดินเข้าไปยกขวดหยกและใข่วิหคศักดิ์สิทธิ์ให้กับท่านโดโรธี ที่ตอนนี้นั่ง งอนิ้วดีดเปลวไฟออกจากปลายนิ้วเป็นระยะๆ มีหม้อยาเป็นแก้วใสๆครึ่งวงกลม ภายในมีน้ำยาสีขาวไหลวนย้อนทิศทางหมุนของหม้อ เปลวไฟที่ถูกดีดออก ตีเกลียวเป็นวงไต้หมอยา ความร้อนแผ่วูบออกฟองน้ำยาก็เดือดปุดๆ ไหลไปตาม เกลียวของเปลวไฟที่หมุนเป็นวงก้นหม้อยา เมื่อดับลงท่านโดโรธีก็ดีดเปลวอันใหม่ใส่ ไฟที่หมุนบางครั้งช้า บางครั้งเร็ว บางทีก็ลุกมาก บางครั้งก็ลุกน้อยๆ ท่านโดโรธีไม่ได้เหลียวหน้ามาแต่ส่งเสียงบอกกานอยส์..

         "ใส่ใข่ลงไป ดูว่าน้ำยา มันเหนียวเป็นวุ้นก็ใส่ น้ำนมธาตุเจ้าสองเขาลงไป อย่าใส่จนหมดนะ รอให้ยาละลายแล้วกลายเป็นข้นเหนียวเมื่อไรก็ค่อยๆเทใส่ ฟังเราบอก..!"
 
         "ขอรับนายหญิง.."

         ใข่วิหคศักดิ์สิทธิ์ถูกหย่อนลงไปในหม้อยาแก้ว พอแตะก็แตกสลายออก สภาพไอชีวิตใข่วิหคศักดิ์สิทธิ์ปรากฏเหมือนนักตัวน้อยๆพยายามบินหนี แต่ไอยาดังมีแรงดึงดูด เปลือกใข่ค่อยๆหลอมละลายกลายเป็นสีขาวไหลวนปนกันหมดสิ้น..

        "เทครึ่งหนึ่ง.."
 
        "พรวด ซ่า..!"

       กานอยส์ใช้พลังกักน้ำนมธาตุเปกาซัสสองเขาไว้ ครึ่งหนึ่งแล้วเทส่วนที่เหลือลงไปในหม้อยาหมดสิ้น นิ้วมือของท่านโดโรธีดีดเปลวไฟออกมาทั้งมือซ้ายและมือขวา เปลวไฟสีเหลืองเรืองรอง พุ่งวาบเข้าไปไต้หม้อยาคราวนี้เปลวไฟ หมุนย้อนสลับกันเป็นวงอันหนึ่งหมุนซ้ายอันหนึ่งหมุนขวา น้ำยาดังถูกทัพพีคนให้สลับทางหากันอย่างรวดเร็ว พักใหญ่น้ำยาสีขาวก็ส่งกลิ่หอมกรุ่น เมื่อสูดดมก็ทำให้จิตใจปลอดโปร่งสบายอย่างยิ่ง แถมเหมือนจะรู้สึกอิ่มดังกับได้รัปประทานอาหารทิพย์มาก็ไม่ปาน

        "เทที่เหลือให้หมด.."

        "ซู่ๆ..!"

        กานอยส์เทน้ำนมธาตุของเปกาซัสสองเขาหมดสิ้น น้ำยาเริ่มเหลวท่านโดโรธี ดีดนิ้วให้เปลวไฟพุ่งใส่อีกสี่ครั้ง น้ำยาในหม้อจากที่ขนเหนียวอยู่สักพักก็กลายเป็นใส ดังหม้อยาไม่ผิดเพี้ยนจนมองไม่รู้เลยว่าตอนนี้มียาอยู่ในหม้อ หากไม่ใช่เห็นว่ากานอยส์เทใส่หลัดๆ คงยากจะเชื่อว่ากำลังต้มยาอยู่ เหมือนต้มหม้อเปล่ามากกว่า ขวดนมขนาดเท่าแขนของกานอย ลอยวูบเข้ามาใกล้ๆหม้อยา ท่านโดโรธีหยุดมือลง หม้อยาแก้วก็กลายเป็นปากแหลม เทยาลงในขวดนมหมดสิ้น ไอร้อนหายไปเหลือเพียงอุ่นๆนิดเดียวเท่านั้น ท่านโดโรธีเดินเข้าไปอีกฟาก คนหนังสืออะไรต่อมิอะไรออกมาอ่าน ส่งเสียงพึมๆพัมๆ ไม่ได้สนใจขวดนมหรือหม้อต้มยาอีก ส่วนกานอยส์เดินตามขวดนมออกไป ทั้งยังส่งเสียงสนทนากับมันพึมๆพัมๆ..

        "นึกว่าเอามาทำอะไร เจ้าขวด รสชาติเป็นยังไงมั่ง..?"

        "จะมีอะไรก็ทำให้อิ่มไปสักสองปีมั้ง เจ้าหนูนี่หลับสนิทจริงๆมันไม่เคยร้องงอแงเลยแฮะ แปลกคน..?"
        
         ขวดนมลอยไปใกล้ๆ ทั้งคู่หยุดอยู่ข้างๆเบาะของม่อหลิงหลง พักใหญ่ประกายตาของทารกน้อยก็ค่อยๆลืมขึ้นแววตาของมันช่างสดใสนัก ขวดนมหย่อนทางจุกลงไปใกล้ๆปากของมัน เหมือนมีสัญชาติญาณรับรู้ ปากน้อยของม่อหลิงหลงอ้าออก ดูดกินน้ำยาในขวดสองมือของมันจับขวด เสียงดูดนมดังแจ่บๆ พักใหญ่ขวดนมก็หลุดออกจากปาก นัยน์ตาเล็กๆใสๆค่อยๆหรี่ปรือ ทั้งยังเหมือนส่งเสียงเรอออกมาเบาๆ เมื่อเบาะที่รองนอนพลิกแผ่นหลังให้มันนอนคว่ำลง โดยไม่หล่น สิ้นเสียงเรอ ใบหน้าเล็กๆม่อหลิงหลงก็หลับพริ้ม ไปอีกครั้ง..

        "อยู่นี่ไง ลมปราณ ๆๆ  อ้อหน้านี้ ลมปราณไม่สามารถเปล่งอานุภาพในภพแดนเวทย์ได้ เพราะปราณทุกชนิดล้วนแล้วแต่อาศัย พลังธรรมชาติผลักดัน หรือควบคุม ในแดนเวทย์ไร้พลังธรรมชาติ เพราะทุกชีวิตล้วนแล้วแต่มีพลังของตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยพลังธรรมชาติหล่อเลี้ยงภพอยู่ได้ด้วยพลังชีวิต พลังชีวิตอยู่ได้ด้วยพลังเวทย์ พลังเวทย์อยู่ได้โดย..??"

         เสียงของท่านโดโรธีเอ่ยออกเสียงเบาๆ เมื่อเปิดหนังสือขนาดใหญ่ อักษรล้วนไม่ใช่ภาษาเทพหรือภาษามารฟ้าและภพใดๆทั้งสิ้น นี่เป็นอักษรประจำดินแดนเวทย์โดยเฉพาะ ต้องมีเวทย์ระดับหนึ่งถึงจะสามารถอ่านได้ ตอนนี้ท่านโดโรธีกำลังมีใบหน้าหงุดหงิด ที่อ่านมาถึงตรงใจความสำคัญข้อความกลับหายไปเฉยๆ เหมือนมีใครบางกลุ่มหรือบางคนตั้งใจลบทิ้งอย่างนั้นแหละ..

         "หากจำไม่ผิด พลังเวทย์อยู่ได้โดยราชันย์แห่งเวทย์ แต่ในนี้ใยจึงปกปิดไว้นะ แปลกใช่มีการเปลี่ยนแปลงไปรึไร ไม่หรอกใครจะกล้าเปลี่ยนแปลง หรือทำได้อย่างง่ายดาย ราชันย์เวทย์และราชินีเวทย์สามารถเปลี่ยนได้ก็จริงแต่ไม่ใช่นึกอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ที่ใหนเล่า ลมปราณที่จะอยู่ได้ในภพนี้ทั้งยังสามารถ ใช้ออกเสมอเวทย์จะมีก็เพียงปราณของเฒ่าเล่งเทียนนั่นแหละ แต่หากมันใช้ในแดนเวทย์ ปราณที่ใช้จะเหมือนใช้พลังชีวิตออกร่วมด้วย ฝ่ามือหนึ่งชีวิตหดสั้นไปวันหนึ่ง คงไม่มีใครบ้าขนาดนั้นหรอกมั้ง เจ้าตัวเล็กหลิงหลง ใช่มีปราณของตาเฒ่านั่นรึเปล่า รอให้มันเติบโตก่อนค่อยสำรวจอีกครั้ง หวังว่าสิ่งประดิษฐ์เจ้าหมอประสาทนั่นจะใช้ได้เถอะ ไม่อย่างนั้นก็เสียเวลามากแล้ว.."

         ท่านโดโรธีดีดนิ้วเบาๆ หนังสือทั้งหมดล้วนลอยหายไปในผนังหมดสิ้น มีเพียงเล่มเดียวเล็กๆที่ยังถือไว้ในฝ่ามือ ท่านโดโรธีเปิดออก ในหน้าหนังสือล้วนแต่มี สัตว์เล็กๆ บางรูปเป็นเพียงใข่กลมเฉยๆ บางหน้าก็เป็นเพียงหนอนดักแด้ยังไม่ออกจากดักแด้ แต่บางรูปก็มีรูปร่างแปลกๆ มีแม้กระทั่งมังหรสองหัว หรือสามหัวแม้กระทั่งห้าหัวก็ยังมี ทั้งชื่อตัวเล็กๆกำกับไว้ด้านล่าง เมื่อท่านโดโรธีเปิดไปถึงหน้าสุดท้ายก็ มีเพียงชื่อเฉยๆแต่ไร้รูปใดๆ มีแต่ความว่างเปล่า เสียงท่านโดโรธีพึมพัมเอ่ยรายชื่อที่อยู่ด้านล่าง..

         "จิตวิญญาณแห่งภพ แปลกแม้แต่ชื่อยังไม่ปรากฏ แล้วเจ้านี่จะเป็นตัวอะไร ต้องลองเสี่ยงวาสนาดูแล้ว หากหลิงหลงมีวาสนาผูกพันธุ์กับมัน คงค้นเจอได้ สัตว์คู่วิญญาณ.."

         "ไปเที่ยวในเมืองสักพัก กลับมาหลิงหลงคงตื่นแล้ว ให้เจ้ากานอยส์พาไปเล่นก็คงดี จะได้เปิดหูเปิดตาแต่เล็กๆ .."

          ท่านโดโรธี เดินออกไปภายในนอก ส่งเสียงเรียกหากานอยส์ ..
 
          "กานอยส์ หากนายน้อยตื่นขึ้นพามันไปเที่ยวเล่นสักพัก จนมันเบื่อค่อยพากลับมา เข้าใจรึไม่..?"

          "ขอรับนายหญิง แต่ไม่กลัวคนลักพามันไปรึขอรับ ..?"

          ประกายตาของท่านโดโรธีฉายแว่บออกมา พร้อมทั้งเสียงแค่นเบาๆ..

          "ใครมันจะลักก็ลักไป สุดท้ายก็กลับมาอยู่ดี มันเป็นบุตรของเราแล้วอย่างมากก็แค่นำไปสอนแค่นั้นแหละไม่มีใครกล้า นำมันไปทางที่เสียหายหรอก แค่นมขวดเดียวชีวิตของหลิงหลงกับเราผูกติดกันแล้ว มันอยู่ในผืนดินแห่งนี้ตรงจุดใหนเราล้วนรับทราบ อยากลักก็ให้ลักไป ..ไปล่ะอย่าลืมล่ะ.."

        "ขอรับนายหญิง.."

        ร่างของท่านโดโรธีย่ำเท้าออกไปเพียงวูบเดียวก็ปรากฏอยู่ในท่ามกลางตลาดใหญ่ เพียงเดินอีกก้าวเดียว ใบหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นสตรีอายุเพียงสิบสองขวบ ในมือมีแส้ยาวๆม้วนพันไว้ เดินเลาะดูตลาด สอดสายตามองหาสิ่งที่ต้องการ เพื่อใช้เลี้ยงทารกน้อยหลิงหลง ท่านโดโรธีเดิน ตั้งแต่หัวตลาดจรดท้ายตลาด จนจะออกไปอยู่แล้วก็และเห็นแผงขายของเก่าๆคร่ำคร่า วางอยู่ในซอกตึกด้านหลัง ลึกเข้าไปภายใน สิ่งที่วางอยู่ด้านบนเป็นเหมือนขนสัตว์ชนิดหนึ่ง มองแต่ไกลให้ความรู้สึกอ่อนนุ่ม แต่ประกายของมันหมองมัวสลัวสิ้นดี..

         "หนังแผ่นนี้ขายยังไง ผู้เฒ่า..?"

          บุรุษหน้าตาเหมือนแมวแก่ๆตัวหนึ่ง หนวดสองสามเส้นที่งอกยาวห้อยย้อย กระดิกไปมาตามแรงหายใจ มองใบหน้าของท่านโดโรธี ชูมือขึ้นมาสามนิ้ว ท่านโดโรธีควักเหรียญผลึกคล้ายๆกับเพชรกลมๆสามเหรียญ วางไปในมือของชายใบหน้าคล้ายแมวชรา เมื่อรับเงินมาแล้วก็ผลักแผ่นหนังที่กองอยู่ด้านหน้าให้กับท่านโดโรธีๆ คลายแส้ที่อยู่ในมือปล่อยให้ยืดยาวออกมามัดหนังแผ่นเอาไว้ก่อนจะเดินจากไป ..

          "คิดว่าจะไม่มีซะแล้ว นับว่าเผ่านักล่านี่ยังคงมีอยู่ถึง มีผู้นำมาขาย ฤดูหนาวเปลวหิมะใกล้จะผ่านมาอีกไม่กี่วันแล้ว หากได้หนังแผ่นนี้คงช่วยให้หลิงหลง หายหนาวได้ โลหิตของมันยังไม่เข้มแข็งพอที่จะทนต่อสภาพเปลวหิมะที่เผาผลาญ ไอเย็นออกมา..!"

          ท่านโดโรธีคลายรูปร่างกลับสู่สภาพเดิมก่อนจะ ชูหนังขึ้นมาสู่ระดับสายตา เอ่ยพึมพัมมาอีกหน..

          "หนังปลาผลึกอัคคีตัวนี้ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก สีหมองเกินไป แปลว่าเจ้าผู้ที่ลงมือล่ามาได้ ไม่รู้วิธีถลกหนังของมันออก ประกายความพิเศษสูญเสียไปเกือบครึ่งค่อน ฝีมือย่ำแย่จริงๆ.."

          "ฟุ่บ..!"
 
         ท่านโดโรธีวางแผ่นหนังปลาผลึกอัคคี เป่าปากเบาๆมันก็เลือนหายไปจากฝ่ามือ ร่างบอบบางของท่านโดโรธีกลายเป็นหญิงชราแก่หง่อม มีมือถือไม้เท้า เดินออกไปช้าๆคราวนี้ต้องการไปที่ใดอีกนะ..?

         "เจ้าพวกนั้นต้องออกมาชุมนุมกันแล้วแน่ๆ ถึงจะเหม็นเน่าน่าเบื่อ แต่ก็เป็นแหล่งข่าวที่ดีในยามนี้.."

         ท่านเดินก้าววูบเดียวตรงหน้าไม่ไกลนักมีร่างของผู้คน รูปลักษณ์แปลกประหลาด บางคนยังมีสองหัว บางคนมีทั้งสองร่างบุรุษและสตรีในสองศรีษะหรือสองร่าง ทั้งเล็กแคระแกร็น สูงเพียงสองฟุต บางคนก็จนต้องแหงนคอมองยังไม่พอต้องให้มันก้มลงมาถึงจะเอ่ยถามกันรู้เรื่อง จุดนี้เรียกว่าเคหาฟ่นฟอง ไม่มีอะไรมันเป็นเพียงแค่จุดแลกเปลี่ยนความรู้ และการพบปะสังสรรค์ของเมือง เซโนวาแห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆเมืองของภพแดนเวทย์ ดินแดนที่มีทั้งหมดห้าทวีป อันได้แก่
    
         กอลอนเทียทวีปอาทิตย์อัสดง ทั้งวันจะมองเห็นอาทิตย์ก็ต่อเมื่อมันใกล้ลับฟ้าแล้วเท่านนั้น

        ซีนาร์ลีโมเทียทวีปแห่งเปลวหิมะน้ำแข็ง

        ซารัมมาเนีย ทวีปแห่งสงครามปีทั้งปีล้วนมีแต่เรื่องทะเลาะวิวาทกันไม่หยุดหย่อนเป็นเพราะความร้อนที่เผาผลาญหรือไออุ่นแห่งชีวิตทีมากเกินไปก็ไม่ทราบพวกนั้นวันๆมีแต่ไล่ฆ่ากัน แต่จะไม่มีวันตาย เว้นแต่ออกมาจากทวีปแล้วโดนเชือดก็เป็นอีกเรื่อง

         ไอนอนเทเรีย ทวีปแห่งศาตร์และศิลปหรือความไม่เต็มเต็งก็ว่าได้ สิ่งแปลกประหลาดของทวีปนั้น ยังยิ่งพิลึกกึกกือกว่าที่พบเห็นตอนนี้เป็นหลายร้อยหลายพันเท่า..

         สุดท้ายก็เป็นโกลดอนฮาเลท ทวีปไฮโซขนานแท้ไมมีที่ใดปาน วันๆมีแต่บ้าแต่งตัวอวดกัน ฉุยฉายไปฉุยฉายมา ถึงระดับแต่งจนคอหักคาอัญมณีก็ยังมี ..

          ดูท่าเมืองแห่งเวทย์หรือภพแห่งเวทย์นี่ ไม่เพียงภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ลี้ลับยังไม่พอ สภาพการดำเนินชีวิตยังไม่มีที่ใด ภพใดๆเสมอเหมือน บ้าก็บ้าปานนั้น อย่างเคหาฟ่นฟอง เป็นการตั้งชื่ออย่างประชดประชันกัน เพราะวันๆมีแต่บ้าน้ำลาย สาระพัดจะแถออกมาไม่มีการเก็บงำหรือ สภาพความลับใดๆทั้งสิ้น หากเทียบไปมันยิ่งกว่าโลกออนไลน์ของมนุษย์ทุกวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ในห้าทวีป ยังมีถิ่นเล็กๆที่เป็นแกนกลางให้ทุกทวีปกลัวเกรง นั่นคือ เกาะแห่งราชันย์และราชินีเวทย์ ที่เป็นเหมือนหัวใจของภพ ดึงดูดและเหนี่ยวนำให้ทุกๆทวีปหมุนไปตามดัง พระจันทร์ที่เป็นบริวารหมุนไปตามกระแสของโลกมนุษย์ เช่นทุกวันนี้ดุจเดียวกัน ส่วนที่ท่านโดโรธีพักอยู่ เป็นทวีปซีนาร์ลีโม ที่มีฤดูกาลเพียงสองฤดู อบอุ่นกับหนาวเหน็บ หากสิ้นเวลาหนาวเหน็บก็กลายเป็นอบอุ่น ความหนาวเหน็บไม่ได้เกิดจากหิมะที่ตกมาจากท้องฟ้า แต่เป็นไอเวทย์ที่คลุ้มคลั่งถ่ายเทออกมาจากชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในทวีปแห่งนี้ปลดปล่อยยามเมื่อถึง กาลเวลาพักผ่อนหลับนอน..

        ใช่..พักผ่อนหลับนอนจริงๆ เพราะปกติที่นี่ไม่ค่อยมีวันคืน หรือจะเรียกให้ถูกแดนแห่งเวทย์ไร้ดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ที่มองเห็นก็เป็นพลังเวทย์ขับเคลื่อนขึ้นทั้งสิ้น ดังนั้นชีวิตในนี้ล้วนไม่เคยหลับไหล ปีหนึ่งๆจะนอนเพียงสามเดือน ที่เหลืออีกสิบเดือนตื่นและดำเนินชีวิตในสภาพตื่นอย่างเดียว แต่เมื่อพ้นสิบเดือนไปแล้วก็จะถึงเวลาหลับไหลของทวีป กำแพงเวทย์จะปกคลุมไปทั่วทุกทิศ แผ่ไอเวทย์ที่ลุกโชนคลุมทั่งท้องฟ้าและ ดินแดนให้มีแต่เปลวไฟที่หนาวเหน็บ ..อีกไม่นานคงได้พบกับ ปรากฏการณ์แปลกประหลาดแน่ๆที่ไม่มีภพหรือดินแดนใหนๆเสมอเหมือน ไม่มีแม้เพียงจะคล้ายเพียงนิดเดียวก็ไม่มี..!

        ท่านโดโรธีเดินเข้าไปภายใน เสียงคุยกันด้วยภาษาถิ่น บ้านเกิดของใครของมันเมื่อพูดคุยกับเผ่าหรือฝ่ายเดียวกัน แต่ที่นี่ล้วนมไม่อาจปิดบังความลับ เพราะภาษาหรือสำเนียงที่เอ่ยออกมาล้วนแล้วแต่ ไม่ว่าจะประหลาดขนาดใหนระดับใด ล้วนสามารถฟังออก เพราะเคหาฟ่นฟองเป็นการรวมกลุ่มของจอมขมังเวทย์ในซีนาร์ลีโม จากทุกที่ของดาราจักร 1 พันคนร่วมกันใช้เวทย์ประสานสิบทิศผนึกไอเวทย์พลังชีวิตเข้าด้วยกัน ผู้ที่เข้ามาภายในล้วนไม่อาจปิดบังสิ่งใดๆ ทีแรกเมื่อสร้างขึ้น เพียงเพราะขี้เกียจมานั่งคุยกันเฉยๆ อยากบอกเรื่องอะไรก็เข้ามานั่งครุ่นคิดแล้วก็ทำตามจิตใจของแต่ละฝ่าย แต่เมื่อนานๆไปกลายเป็นสถานที่ ของผู้ชุมนุมภายในและภายนอกทวีปไปซะอย่างนั้น เพราะมีส่วนเสียก็มีส่วนดี ที่นี่หากสามารถปิดบังความลับของจิตใจได้ เหมือนท่านผ่านการศึกสงครามล้วงตับความลับมาโดยปลอดภัย เพราะหากระดับเคหาฟ่นฟองยังไม่อาจล้วงความลับในใจให้เผยออกมา ท่านหรือคนๆนั้นนับเป็นหนึ่งที่สามารถกระทืบฟ้าสะเทือนดินได้  ท่านโดโรธีนับเป็นหนึ่งในทวีปซีนาร์ลีโมนี่เลย ไม่ว่าใครๆจะพยายามเพียงใหนระดับรวมหัวกันประสานเวทผนึกข่ายพลังระดับใดก็แล้วแต่ ไม่มีทางที่จะเปิดให้เห็นจิตใจที่เก็บงำอยู่ของท่านโดโรธีได้ แม้แต่น้อย ท่านโดโรธีจึงนับเป็นหนึ่งในไม่กี่ชีวิต ที่เหล่าชีวิตในภพแห่งเวทย์ให้ความนับถือ และกลัวเกรงยิ่งนัก..!

        "ไอเรช น้ำชา.."
 
        "อ้าวท่านโดโรธีมาเมื่อไรเจ้าคะ ก๊องส์ น้ำชาเวทย์มึนเมาหนึ่งที่ เร็วๆด่วนจี๋..!"

        ร่างของลิงตัวน้อยๆที่มีสองหัว หนึ่งหันออกไปด้านหลังหนึ่งหันออกไปด้านหน้า เสียดายม่อเทียนไม่ได้พบเห็นไม่เช่นนั้นมัน เอาไปแทนร่างมหาเทพเซ่งเซียนได้คง จะดีพิลึก ฮ่าๆ มันถือแก้วน้ำชาเวทย์มึนเมา เป็นสูตรพิเศษเฉพาะของท่านโดโรธีเมื่อแวะเวียนมาทุกครั้ง ก๊องส์นำมาวางใกล้ๆแล้วก็พุ่งกระโจนไปเก็บกวาดแก้วเปล่า รอบๆอย่างว่องไว ไอเรชผลักน้ำชาเข้ามาตรงหน้าของท่านโดโรธีพลางเอ่ยถามออกมา..

        "ไม่ได้มานานแล้วนี่เจ้าคะท่านโดโรธี ใยวันนี้ถึงแวะมาได้ มีอะไรให้หนูรับใช้รึเปล่า..?"

        ใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านโดโรธียิ้มออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองยังร่างของชายเผ่าจงอางไฟที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างอีกฟาก แค่นเสียงประหลาดออกมาจากลำคอ ร่างของชายที่ครึ่งร่างเป็นงูแต่ท่อนบนเป็นมนุษย์ปลิวกระเด็นร่วงออกไปจากหน้าต่างส่งเสียง ขู่คำรามฟ่อๆออกมา แต่นั่นเป็นเสียงแผดร้องโหยหวนขอรับ ฮ่าๆ..

         "น่ารำคาญ..!"

        เพราะตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว เจ้านี่พยายามเจาะควักล้วงจิตใจ เพื่อสืบหาความลับ ทั้งๆที่เตือนไปแล้วหลายหน โดยปิดผนึกจิตใจจนไม่อาจเข้าหารับทราบได้แต่เหมือนเจ้าร่างครึ่งงูนี่ไม่มีความสำเหนียกเอาซะเลยว่า ผู้ที่สามารถปิดผนึกจิตใจในเคหาฟ่นฟองแห่งนี้ ล้วนไม่อาจตอแย คงเป็นคนมาใหม่ของทวีปกระมัง..?

       สภาพก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ถูกถีบส่งออกไปนอกเคหาฟ่นฟอง อย่างทันทีทันใด มีผู้เหลียวมองไปวูบเดียวก็ไร้ความสนใจ เสียงจอแจดังกลบขึ้นมาอย่างเก่า แค่คนร่วงลงไปกองกับพื้น เรื่องปกติรายวัน ไม่สิรายชั่วโมงเลยล่ะมั้ง..!

        "โครมมมม ..!!"

        "บอกแล้วว่ามาให้มาดีๆ อย่าริคิดเรื่องลามก แล้วเป็นไงตรูเตือนมึงแล้วนะไอ้เวรตะไล ไปกลับบ้าน.."

        ร่างของชายหน้าตาขี้หลีคนหนึ่ง เผ่าครึ่งม้าไม่ก็ครึ่งหมากระมัง เพราะมันตัวเล็กกว่าม้าบานเบอะ แต่ก็โตกว่าหมาหลายเท่า นอนกุมเป้าสั่นระริกเหมือนปลาถูกทุบหัวไม่ผิดเพี้ยน ตาเหลือกจนเพื่อนที่อยู่ข้างๆบ่นออกมา ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วพากันลากสังขารครึ่งคนครึ่งสุนัขตัวโตๆของมันออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะจู่ๆเก้าอี้ที่มันนั่งก็กลายเป็นหมัดชกเปรี้ยงเข้าเป้าบุรุษของมัน เสียงร้องไม่มีออกมาเพราะว่าคงจุกไปหลายชั่วโมงหน้าเขียวหน้าเหลืองออกขนาดนั้น..!
 
         ...เหอะ วุ่นวายดีพิลึกจริงๆ..

        "ยังวุ่นวาย เหมือนจะยิ่งกว่าเก่าอีกนะไอเรช แล้วเจ้าเป็นไงสบายดี..?"

        "ฮิๆ เจ้าค่ะสบายดี โอยอย่างนี้ทุกวันแหละเจ้าค่ะ ท่านปู่ดีมานด์ยังบอกเลยว่าตั้งชื่อซะใหม่ว่าเคหาสะดุดตีนไปเลยจะดีกว่า คิกๆตลก..!"

         "ฮ่าาๆ ท่านผู้เฒ่ายังแวะเวียนมาด้วยรึ..?"

         "เจ้าค่ะ เดือนหนึ่งจะมาหนหนึ่ง นั่งอยู่จนค่ำแล้วก็ไปเจ้าค่ะ.."

        ที่ไอเรชว่ามืดในที่นี้ก็คือ แดนแห่งอาทิตย์เวทย์เข้าสู่การหลับนอนพักผ่อน เมื่อพวกนั้นหลับพักผ่อน สภาพของแดนเวทย์ก็จะสลัวลง ไม่ถึงกับมืดสนิทดังภพที่มีดวงอาทิตย์สาดส่องจริงๆ แต่ทุกคนเรียกว่ามืดค่ำแล้วก็แค่นั้นจริงๆจะเรียกให้ถูก มันไม่เคยมืดเลยมากกว่า จะมืดได้จริงๆจังๆชนิดมองไม่เห็นนิ้วมือของตัวเอง ก็คือสภาพของราชันย์หรือไม่ก็ราชินีเวทย์สิ้นใจ หรือเสียชีวิตแล้วทั้งคู่เท่านั้น แต่นั่นก็นานจนลืมไปเลยว่ากี่ปีกี่ชาติ แต่กาลเวลาเช่นนั้นใกล้เข้ามาแล้ว เพราะสภาพของบรรยากาศเริ่มมืดสลัวผิดปกติไปทั่วทุกทวีป เหล่าผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในภพแห่งเวทย์มนต์รู้ว่ากำลังจะถึงเวลาผลัดเปลี่ยนองค์ราชันย์ใหม่ ทั้งเลือกราชินีใหม่อีกไม่นานแล้ว ไอเวทย์ขององค์ราชันย์เริ่มสลัวลงพอๆกับพลังชีวิตที่เริ่มเข้าสู่สภาพโรยแรงเต็มทีแล้ว แม้จะเป็นดินแดนที่เทียมอมตะแต่ก็มีเวลาดับสลาย ไม่ใช่ตายไม่ได้เพียงแต่มันช้าสุดๆแค่นั้นเองกว่าจะถึงวาระ..!

          ท่านโดโรธีเพียงนั่งจิบน้ำชา แต่สำเนียงวุ่นวายจอแจในเคหาฟ่นฟองล้วนถูกเวทย์ผนึก กักเก็บไว้หมดสิ้น ไม่เว้นแม้แต่จิตใจที่เปิดออกมาจากพลังเวทย์ของเคหาหรือเปิดออกโดยการสำรวจของตัวเอง ท่านโดโรธีคุยกับไอเรชเมื่อนางว่างจากเสริฟของให้ลูกค้า ก็จะเลี่ยงมาคุยด้วย อยู่เป็นเวลาร่วมครึ่งวันท่านโดโรธีก็เอ่ยออกมา พร้อมๆกับจิบชาจนหมดเหยือก (จิบอะไรเขาเรียกว่ากระดกแล้ว)

           "ไปแล้วไอเรช แวะมานั่งฟังพวกผู้คนคุยกันเฉยๆ อ้อหากท่านปู่ดีมานด์แวะมาก็ฝากทักทายแทนเรามั่ง บอกว่าว่างๆจะไปหาที่บ้าน แค่นี้แหละจ๊ะ.."

           "เจ้าค่ะ ไอเรชจะบอกท่านปู่ให้ โชคดีนะเจ้าคะท่านโดโรธี.."

           "อือ ..!"

           "ปุ๋ง ตู้มมม..!!"

           ท่านโดโรธีดีดนิ้วเบาๆอีกหน ร่างของหนึ่งสตรี ใบหน้างดงามยั่วยวน เสียเพียงแต่มีขาอันเดียว ใช่อันเดียวที่เรียกอย่างนั้นเพราะสภาพร่างเหมือนเสาต้นเดียวถูกสลักขึ้นเป็นคนโดยแค่สลักขาให้ข้างเดียวตรงกลาง เออเป็นหางไปเลยก็ดูดีกว่า ศรีษะของนางโขกเปรี้ยงเข้ากับเพื่อนๆที่นั่งรวมวงอยู่ด้วยกัน สลบเหมือด..!

           "ปากอุบาทว์ นินทาแต่เรื่องของผู้ชายจะสืบพันธ์ก็ยังยาก ปากเหมือนเอากระโถนสิบอันยัดเข้าไว้จริงๆ ..!"

           เพราะตั้งแต่นั่งยันท่านลุกหนี ทั้งสามนินทาแต่บุรุษ สาระพัดอย่างที่จะออกจากปากแต่โดยมากจะเป็นเรื่องไต้สะดืออย่างเดียว เหมือนเป็นการแก้แค้นที่เผ่าพันธุ์ตัวเองสืบพันธุ์ยากเย็น และกว่าจะเข้ามาในแดนเวทย์ได้ก็ต้องสาระพัดความวุ่นวาย เข้ามาแล้วก็ยังวุ่นวายไม่เลิก ท่านโดโรธีจึง กำนัลให้คนละฉาด หัวกระแทกเข้าใส่กันสลบเหมือด ก่อนจะมีร่างของผู้เก็บงำที่ว่างเข้ามาแล้วคว้าคอโยนออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อให้พื้นที่ว่างจะได้ต้อนรับคนอื่นๆที่กำลังจะเข้ามาไม่ขาดสาย มีคนเหลียวมองแค่ไม่ถึงสามสี่คน นอกนั้นยังคงส่งเสียงจอแจอื้ออึงอย่างเก่า สุดยอดเมืองประหลาดพิศดารโลก..!!




 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สวรรค์ไร้นัยน์ตา ภาคลิขิตแห่งมนตรา ตอนที่ 3 : เมืองประหลาดคนประหลาด.100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2805 , โพส : 17 , Rating : 296 / 63 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#17 : ความคิดเห็นที่ 3138
เป็นร้านที่แปลกมาก+555+
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.102.251 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2557 / 16:13

#16 : ความคิดเห็นที่ 2126
อย่าเรียกว่า โลก เลย ประหลาดในภพทั้งหมดดีกว่า 55555+ ว่าแต่นี้มันจะกลายๆแฟนซีผสมกำลังภายในสุดยอดมากกก
Name : เทพ [ IP : 113.53.209.190 ]
Email / Msn: -
วันที่: 29 มีนาคม 2557 / 14:46


#15 : ความคิดเห็นที่ 290
ที่ประหลาด  เป็นที่อยู่ของคนประหลาด
PS.  สถานะ : อารมณ์ดีมากกกก 5555555 ขอบคุณนักเขียนทุกท่าน ที่แต่งนิยายมาให้อ่าน
Name : yukai< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yukai [ IP : 223.206.250.85 ]
Email / Msn: yuka_cutie(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:16

#14 : ความคิดเห็นที่ 270
ภพนี้มันชวน เงิบบวกประหลาดแบบหาที่สุดไม่ได้จริงๆ หวังว่าหลิงหลงน้อยคงไม่สืบทอดนิสัยประหลาดๆจากปู่ทวดมันมาหรอกนะ นิสัยประหลาดในภพประหลาด... -*-
PS.  อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ เราผิดท่านล้างเราชอบ เราบ่ผิดท่านล้างดาบนั้นคืนสนอง !!!!!!!!!!!!- -
Name : ยุงลำบาก< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ยุงลำบาก [ IP : 223.207.35.95 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:36

#13 : ความคิดเห็นที่ 198
เห็น ด้วย กัน คห. ที่ 92 จริงๆ แฮะ ต้นแบบ นิสัย ในภายภาค หน้า ฮ่าๆ
Name : uาeต้uไม้< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ uาeต้uไม้ [ IP : 223.204.78.18 ]
Email / Msn: kraiwit.kb(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:39

#12 : ความคิดเห็นที่ 92
นั้น ปรากฏร่างต้นแบบร่างที่สองแล้ว โตขึ้นคงหล่อเหมือนม่อเทียน อิ อิ
PS.  \"ถามไถ่ทั่วโลกหล้า อันว่ารักเป็นฉันใด จึงมอบให้กันละกันด้วยชีวิต...\" ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งกี่หน อ่านผ่านตาไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ถึงอย่างไร... มันก็ทำให้ ลี้มกโช้ว ดูทั้งน่ารัก น่าสงสารขึ้นมาจับจิตจับใจ
Name : watch012< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ watch012 [ IP : 223.207.251.23 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2557 / 09:30

#11 : ความคิดเห็นที่ 63
พระเอกภาคนี้ปรากฏตัวแล้ว?
Name : ploythara ( Rain and Drops )< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ploythara ( Rain and Drops  ) [ IP : 203.158.140.71 ]
Email / Msn: ploy_1993_1_27(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มกราคม 2557 / 16:02

#10 : ความคิดเห็นที่ 62
โอ้วววว สวัสดีท่านไรท์ที่นับถือ คราวนี้มาภพเวทมนต์เจ๋งแหะ แล้วหลิงหลงเมื่อไหร่หลิงหลงจะตื่นน้าาาาา จะเป็นแบบปู่ทวดไหม อิอิ ลุ้นๆๆๆ
Name : คนผ่านมา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนผ่านมา [ IP : 223.205.39.26 ]
Email / Msn: pop-ni-ka(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มกราคม 2557 / 15:24

#9 : ความคิดเห็นที่ 60
ถ้าย้ายมันคงจะกลายเป็น แฟนตาซีที่ ดิบ เถื่อน เลือดสาด อันดับต้นๆเป็นแน่แท้ ฮ่าๆ 
Name : WhoAmI< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WhoAmI [ IP : 58.8.37.130 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มกราคม 2557 / 07:42

#8 : ความคิดเห็นที่ 59
ใช่เลยชาวแฟนตาซีตื่นตาตื่นใจแน่ท่านเมฆร่าเริง
PS.  ไรเตอร์สู้แต่งและอัพ นักอ่านอย่างเราก็สู้อ่านเหมือนกัน
Name : Funggier< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Funggier [ IP : 113.53.27.112 ]
Email / Msn: s-siver(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มกราคม 2557 / 06:30

#7 : ความคิดเห็นที่ 58
โดโรธี. แดนมหัศจรรย์..
สุดยอด..ม่อหลิงหลงเปนมักเกิล..ฮะๆๆ.
ผิดหมวดแล้วต้องหมวดแฟนตาซี
ยกไปหมวดแฟนตาซีแล้วแฟนๆ .ตามไปให้ชาวแฟนตาซีได้ตื่นตาตื่นใจ..มั่ง
Name : เมฆร่าเริง [ IP : 27.55.164.102 ]
Email / Msn: -
วันที่: 28 มกราคม 2557 / 00:59

#6 : ความคิดเห็นที่ 56
รอต่อ
Name : Ohmmie Kub< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ohmmie Kub [ IP : 180.183.22.23 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2557 / 23:23

#5 : ความคิดเห็นที่ 52
สรุปว่าตัวเล็กลูกม่อ ตัวนี้พระเอกภาคนี้ใช่ปะ
PS.  วัยเด็กไม่รู้สิ่งใดเริ่มใฝ่รู้ ต่อสู้ข้อผิดพลาดเมื่อเป็นผู้ใหญ่ แก่ตัวจมอยู่กับอดีตรำลึกถึงความหลัง
Name : Mr.Bermuda< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr.Bermuda [ IP : 14.207.195.33 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2557 / 21:51

#4 : ความคิดเห็นที่ 51
F5 มันมือ คับ -0-
PS.  อิสระคือพิสดาร ปัญญาคือสายน้ำ เมื่อเริ่มต้นก็มีดับสูญ ตัวตนยังไงก็เป็นตัวตนอยู่วันยังค่ำ :D
Name : GodUniverse< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GodUniverse [ IP : 61.90.78.140 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2557 / 20:10

#3 : ความคิดเห็นที่ 48
งานนี้เหมือนม่อหลิงหลง หลุดไปฮอควอร์ด ของแฮรี เลย
Name : เอก [ IP : 27.55.152.65 ]
Email / Msn: -
วันที่: 27 มกราคม 2557 / 19:36

#2 : ความคิดเห็นที่ 47
fantasy มากเลยครับชอบมาก
Name : นายปีแสง< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นายปีแสง [ IP : 111.84.70.116 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2557 / 19:22

#1 : ความคิดเห็นที่ 45
F5 F5 อิอิ มาเม้นแรกเลยยยย
Name : ^_^น้ำรุ้ง^_^< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ^_^น้ำรุ้ง^_^ [ IP : 158.108.136.44 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2557 / 18:16

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"ถ้าคุณคิดว่าภารโรงประจำ โรงเรียนเป็นแค่คนทำความสะอาด คุณคิดผิด เพราะภารโรงที่ชื่อแจ็ค สมิธ เป็นมากกว่านั้น"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android