สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ประสบการณ์ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง เดือนละ 10 กิโลฯ

ตอนที่ 83 : และแล้วผมก็เดินจาก มศว ประสานมิตรถึงบ้านที่สวนสยามได้สำเร็จ


     อัพเดท 28 ส.ค. 48
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : ภันดร ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ภันดร Email : suppasit22(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/maniac
< Review/Vote > Rating : 83% [ 1,518 mem(s) ]
This month views : 179 Overall : 310,364
3,579 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 116 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ประสบการณ์ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง เดือนละ 10 กิโลฯ ตอนที่ 83 : และแล้วผมก็เดินจาก มศว ประสานมิตรถึงบ้านที่สวนสยามได้สำเร็จ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1816 , โพส : 1 , Rating : 10 / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด








                   เขียนวันที่                                      จำนวนวันที่อยู่ในโปรแกรม                                น้ำหนัก



                 28 สิงหาคม 48                                              209                                                   75







                   เมื่อวานนี้เป็นวันที่ผมตื่นเต้นมากๆอีก 1 วันครับ เพราะผมเดินจาก มศว ประสานมิตร จนไปถึงบ้านที่สวนสยามเลย ใช้เวลาเดินประมาณ 4 ชั่วโมง ผมเริ่มเดินออกจากประสานมิตรประมาณ 6 โมงเย็น ถึงบ้านก็ประมาณ 4 ทุ่ม ระยะทางที่เดินน่าจะประมาณ 25 กม. แสดงว่าผมใช้ความเร็วประมาณ 5 กม./ชม.  ถ้าดูจากหนังสือ\"ผู้ชายพร่องมันเนย\" หน้า 94 ก็พอสรุปได้ว่า เมื่อวานตอนที่ผมเดินผมเผาผลาญพลังงานไปทั้งสิ้นประมาณ 1200 แคลอรี่ และการที่ผมทำแบบนี้ได้ในวันที่ 27 สค 48 ก็เพราะผมฝึกเดินมา 7 เดือนเต็มอย่างสม่ำเสมอ





                   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่น้ำหนักผมขึ้นถึง 4 กก. ภายในสัปดาห์เดียว คือสัปดาห์ที่ 16-24 สค 48 แค่เพียง 3 วันเท่านั้น และ หลังจากผมชั่งน้ำหนักเมื่อวันที่ 24 สค 48 ผมหนัก 76.5 กก.  แต่วันนี้ผมหนัก 75 กก. น้ำหนักของผมหายไป 1.5 กก. ภายใน 4 วัน ถือว่าสุดยอดแล้วครับ แต่แผนการณ์ที่ผมคิดเอาไว้ก็คือ ผมตั้งใจจะเดินกลับบ้านทุกวันตลอดเดือน กันยายน และผมก็อาจจะเพิ่มปริมาณการกินขึ้นมาด้วย คือผมอยากจะลดน้ำหนักให้ได้ประมาณสัปดาห์ละ 1 กก. เพราะผมเองในตอนนี้ไม่มีความจำเป็นใดๆทั้งสิ้นที่ผมจะต้องลดน้ำหนักให้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย



                  ผิดกับเมื่อตอนเดือน กพ ที่ผ่านมา ตอนนั้นผมกำลังประสบปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่องของระบบหายใจ ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย อาการปวดข้อและยังมีอะไรอย่างอื่นอีกมากมาย เพราะฉะนั้นมันก็สมเหตุสมผลดีแล้วที่ 2 เดือนแรกผมควรลดน้ำหนักให้ได้เดือนละ 10 กก. แต่พอถึงวันนี้ผมไม่มีความจำเป็นใดๆทั้งสิ้นที่จะต้องทำอย่างนั้นอีก เพียงเวลาไม่ถึงปี ร่างกายของผมแข็งแรงขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อวานพอเดินอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก พอกลับถึงบ้าน ผมแทบไม่มีอาการหอบและเหนื่อยแต่อย่างใดเลย





                   และผมแทบไม่มีความรู้สึกว่ามันเป็นการออกกำลังกายที่หนักเลย ผมสนุกกับมันมาก พอตื่นเช้นขึ้นมาวันนี้ แขนกับขาของผมไม่มีอาการปวดเลยแม้แต่นิดเดียว  ณ ปัจจุบันนี้เวลาผมขึ้นบันได ผมจะวิ่งเหยาะๆขึ้นทุกครั้ง ตอนขึ้นบันไดรถไฟฟ้าผมก็วิ่งเหยาะขึ้น และผมมีความรู้สึกว่า \"ทำไมบันไดรถไฟฟ้ามันเตี้ยจัง\" เหมือนกับเมื่อวานครับ ผมรู้สึกว่า ทำไมห้องทำงานที่ประสานมิตรกับห้องนอนที่บ้านสวนสยามมันใกล้กันจังเลย แค่เดินแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว ตอนนี้ผมเลยพอใจกับสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างมาก และพอใจที่เดือนนี้ผมหนัก 75 กก. ถึงแม้ผมจะทำภาพรวมผิดพลาดในสัปดาห์ที่ 16-24 สค 48 ที่ผ่านมา จนทำให้ผมน้ำหนักเพิ่มขึ้นถึง 4 กก. ผมก็ไม่รู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังแต่ประการใด และก็ไม่รู้สึกอายด้วยที่ผมจะบอกผู้อื่นว่าสัปดาห์นั้นผมน้ำหนักขึ้น 4 กก. (เพราะมีเพื่อนผมบางคนให้ความเห็นไว้ว่า \"ห้ามบอกในเนตนะว่าเราน้ำหนักขึ้น 4 กก. เดี๋ยวยอดขายหนังสือจะตกฮวบ\" แต่ผมคิดว่าควรรายงานตามความเป็นจริง จะได้บอกน้องๆเขาได้เต็มปากว่ามาลดน้ำหนักกันแบบนี้ พอทำไปแล้วไม่ว่าจะน้ำหนักตัวคงที่หรือเกิดเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวขึ้นถึง 4 กก. ก็ไม่ควรท้อแท้หรือสิ้นหวังแต่ประการใด)





                   จริงๆแล้ว เมื่อวานนี้ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะเดินถึงบ้านหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าพอเดินถึงหน้าสนามกีฬาหัวหมากแล้ว มันก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อย จนเดินมาถึงแยกลำสาลี มันก็ยิ่งสดชื่นขึ้นทุกขณะ พอผ่านหน้านิด้าไปแล้วยังกระชุ่มกระชวยอยู่เลย พอเดินมาถึงหน้าหมู่บ้านนวธานีจิตใจก็ยิ่งฮึกเหิม พอผ่านหน้าสวนสยามไปแล้วก็ต้องเดินถึงบ้านไปเลยครับ เพราะอีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านแย้ว





                   พอผมเดินมาถึงประตูหน้าบ้าน ก่อนที่จะเข้าบ้าน ผมหันหลังกลับไปมองแล้วผมก็เห็นใครบางคน ที่อ้วนถึง 107 กก. ผมมองเห็นเขาตอนต้นเดือน กพ. ที่เพิ่งผ่านมานี่เอง เห็นเขาเดินอย่างขัดๆเขินๆในวันแรกด้วยรองเท้าหนังที่เก่าแล้ว พอเดินมาจนถึงแยกแถววัดภาษี เขาก็หอบแฮ่กๆ  จนต้องนั่งพักตรงป้ายรถเมล์แถวนั้นอยู่นาน ผมเฝ้ามองเขาอยู่ ตอนเขานั่งหอบพุงห้อยนั้น เขาน่ารักมากๆเลยหล่ะ หลังจากนั้นเขาก็ก้มมองรองเท้าหนังของตัวเองก็เห็นได้ว่ามันพังไปแล้ว นั่งพักอยู่ไม่นานเขาก็นั่งรถกลับบ้าน





                   พอวันรุ่งขึ้นเขาก็หารองเท้าผ้าใบมาใส่ ใส่รองเท้าผ้าใบวันแรกๆ เขาจะรู้สึกขัดๆเขินๆเอามากๆ เพราะเขาไม่เคยใส่รองเท้าผ้าใบเลยมาเป็นสิบๆปี พอตกเย็นเขาก็ตั้งใจเดินใหม่ วันนี้เขาเดินจนเลยแยกคลองตันแล้วเลี้ยวซ้ายจนไปถึงแถวนาซ่าเก่า  เขาต้องนั่งพักตรงป้ายรถเมล์แถวนั้น เพราะเหนื่อยมากๆ เขาไม่เคยเหนื่อยเท่านั้นมาก่อนเลย และมันเป็นความเหนื่อยที่มาพร้อมกับความเจ็บ เพราะที่ต้นขาที่มันสีกันนั้นมันดันไปสีกับกางเกงที่ใส่ด้วยทำให้วันนั้นมันเจ็บมากๆเลย



                   พอถึงบ้านเขาไปเช็คดูปรากฏว่า ตรงต้นขาข้างที่สีกันมันเป็นรอยแดงและเจ็บมาก เขาเลยเดินไปที่ตู้ยาแล้วหายามาทา ตอนที่เขาเดินไปหายานี่เขาก็ดูน่ารักดีนะ ผมเฝ้ามองเขาไปตลอดเลยล่ะ เขาทายาไปเจ็บไป ตอนนั้นเขามีความคิดอยู่ว่า \"จะมาทำแบบนี้ทำไมกันวะ หาเรื่องเจ็บตัวแท้ๆ\" แต่พอวันรุ่งขึ้นเขาก็กลับมาคิดว่า เขาควรที่จะเดินอีก คราวนี้เขาพยายามหากางเกงที่มีอยู่ที่เนื้อผ้าไม่หยาบ  และก็เอาพลาสเตอร์ปิดแผลปิดที่รอยแดงนั้นไว้ พอตกเย็นเขาก็เดินอีก เขาคิดแค่ว่าถ้าเขาไม่เดิน อนาคตข้างหน้าคงไม่รอดแน่ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะดีขึ้นเมื่อไหร่



                   วันนั้นรู้สึกว่า เขาจะเดินไปถึงเดอะมอลล์ราม ต้องบอกว่าเขาฝืนหน่อยนึง เพราะพอถึงแยกเอวอนเขาก็เหนื่อยมากๆแล้ว พอถึงเดอะมอลล์ราม เนื่องจากปวดฉี่ด้วย เขาจึงเข้าไปในห้องน้ำ หลังจากฉี่เสร็จเขาก็นั่งหอบขนานใหญ่ ช่วงเวลาเดี๋ยวนั้นมันทำให้เขาคิดถึงวันที่เขาไปนั่งแน่นท้องจะเป็นจะตายในห้องน้ำที่ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้าฯ แต่วันนี้เขากลับมานั่งหอบในห้องน้ำห้างอีกครั้ง ผิดกันแต่เพียงว่าเขาเลือกที่จะเดินออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของตัวเอง







                   พอผมหันกลับเข้าไปในบ้านปรากฏว่าพ่อขึ้นนอนแล้ว เจอแต่แม่ ผมก็เล่าให้แม่ฟังว่า \"วันนี้ผมเดินจากที่ทำงานมาถึงบ้านเลยครับ\" แม่ผมตกใจแทบช้อค \"เดินมาได้ยังไงเนี่ย เดี๋ยวก็วูบหรอก แล้วหอบรึเปล่า\"   \"ไม่หอบเลยครับแม่\"    ไม่น่าแปลกหรอกครับที่แม่ของผมจะห่วงผมมากถึงขนาดนี้ เพราะผมเองเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจมานานแล้วสมัยผมยังเด็กๆอยู่ แม่เคยเล่าให้ฟังว่าขณะที่พ่อไปอยู่เวร แล้วผมเกิดอาการไม่ดี แม่อุ้มผมเดินผ่านที่เปลี่ยวมากๆๆ เพื่อจะหาแท็กซี่พาผมไปหาหมอ พอมีแท็กซี่ผ่านมาคันหนึ่ง พอแม่โบกแล้วจะขึ้นไปนั่งโดยบอกว่าจะเอาเด็กไปโรงพยาบาล คนขับก็บอกว่า \"อย่ามาขึ้นบนรถผมเลย ดูสิเด็กท่าทางจะไม่รอดแล้ว ขืนมาตายบนรถผม ผมก็ซวยนะสิ\"  แม่ผมเริ่มใจเสีย \"ไหว้ล่ะพี่ พ่อของเด็กก็ไปเข้าเวร ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แถวนี้ก็เปลี่ยวมากเลย แท็กซี่ก็ไม่ค่อยมี ถ้าพี่ไม่รับแล้วไม่มีรถมาอีก ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดี\"  แท็กซี่คงเห็นใจก็เลยบอกออกมาว่า \"เอาล่ะๆๆ ขึ้นมาๆ\"





                    หลังจากนั้นแท็กซี่ก็ต้องช้อคเมื่อแม่ยืนยันว่าให้พาผมไปโรงพยาบาลรามาฯ \"โถ แม่คุณแถวพระประแดงเนี่ยก็มีโรงพยาบาลนะ ทำไมต้องถ่อไปถึงรามาด้วย มันไกลมากเลยนะ\"  แต่แม่ผมก็ยังยืนยันว่า \"ขอร้องล่ะพี่ ลูกคนนี้เป็นความหวังเดียวของฉันนะ ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมา ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน  เมื่อปีที่แล้วฉันก็เพิ่งแท้งลูกไป ฉันมดลูกไม่ดี มาแท้งเอาตอน 7 เดือน เป็นพี่สาวของเขานี่แหละ พอดีเขาคลอดที่รามา ฉันก็เลยอยากเอาเขาไปที่รามาฯ ถ้าเขาตายที่รามาฉันจะไม่ว่าอะไรเลย\" จนสุดท้ายแท็กซี่คันนั้นก็ต้องยอมตามที่แม่ของผมขอร้อง





                    แม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนที่ผมคลอดออกมาเมื่อวันที่ 3 ธค 2514 นั้น ผมก็อาการไม่ค่อยดี คุณหมอทำคลอดที่รามาเห็นคุณแม่บอกว่าคือคุณหมอวราวุฒิ สุมาวงศ์ คุณหมอนักแต่งเพลงที่ใช้นามปากกาว่า \"วรา วรเวท\"ที่แต่งเพลง \"เทพธิดาดอย\" ให้ พญ.พันทิวา สินรัชตนันท์ ร้อง ได้นำผมเข้าออกซิเย่นเต้นท์โดยด่วนเพราะระบบหายใจของผมมีปัญหา







                    พอแท็กซี่มาถึงโรงพยาบาล แม่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี พอดีมีนักเรียนแพทย์ท่านหนึ่งอยู่เวรที่นั่น คือนักเรียนแพทย์ \"นิตยา\"  คุณแม่ยืนยันว่า ตอนนี้ท่านก็คือ พญ.นิตยา คชภักดี ตอนนั้นนักเรียนแพทย์นิตยา ช่วยดูแลผมเป็นอย่างดี ผมโชคดีมากที่ตอนอยู่ ม.6 ตอนนั้นผมชนะเลิศการแต่งกลอนสุภาพเนื่องในวันสุนทรภู่ 2 ปีซ้อน คือตอนอยู่ ม.5 และ ม.6 และในปีนั้นเป็นปีที่โรงพยาบาลรามาธิบดีครบรอบ 20 ปีพอดี เขามีการให้เด็กที่เกิดที่โรงพยาบาลรามาฯส่งไปรษณียบัตรเข้าไปเล่าประสบการณ์และความสามารถของตัวเอง เพื่อคัดเลือกมาแสดงความสามารถในวันงาน และผมเองก็ถูกคัดเลือกด้วย โดยต้องไปแต่งกลอนสดในวันงาน  









                    จริงๆแล้วจุดประสงค์ของผมคืออยากไปเห็นหน้า พญ.นิตยา ชัดๆ และโชคก็เข้าข้างผม เพราะตอนที่ผมอยู่หลังเวที พญ.นิตยาก็ได้เข้ามาคุยกับผม ผมยังจำได้ว่าท่านใส่ชุดสีฟ้าที่สวยมากๆ ตอนกำลังจะลาจากกัน ผมก็ยกมือไหว้ตามปกติ แต่ผมพูดในใจว่า \"ขอบคุณมากครับที่ช่วยผมกับแม่ในคืนนั้น\"





                    หลังจากนั้นก็ยังมีอีกนะครับที่ผมอาการหนักตอนอายุประมาณ 13-14 ปี คืนนั้นพอเห็นท่าไม่ดี แม่ก็เลยต้องพาผมส่งโรงพยาบาลกลางดึกอีก ช่วงนั้นพ่อไปราชการต่างจังหวัดครับ แม่ก็เลยต้องดูแลผมแต่เพียงผู้เดียว คือนั้นจะมีแพทย์หลายคนที่มาช่วยผมเสียดายที่ผมจำนามสกุลไม่ได้ มีนายแพทย์วิเชียร  และก็ พญ.สุวรรณภา พอตรวจอาการผมเสร็จเห็นท่าไม่ดี พญ.สุวรรณภา ต้องเรียก พญ. สุวรรณา ซึ่งน่าจะเป็นรุ่นพี่มากลางดึก คืนนั้นผมยังจำได้เลยที่ พญ.สุวรรณาเดินมาจากหอพักแพทย์ พร้อมกับตำราเล่มโต พร้อมกับความตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะช่วยเหลือผม คืนนั้นผมมีอาการหอบหืดขั้นรุนแรง มีไข้และยังมีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงอีกด้วย





                   ผมยังจำได้เลยว่าขณะที่นั่งแท็กซี่ผ่านอนุเสาวรีย์ชัย มุมนั้นในวันนั้นอนุเสาวรีย์ชัยสวยมากๆ  แต่ผมนี่สิแทบจะหมดสติอยู่แล้ว แพทย์หลายท่านช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงดีแล้วท่านก็ตัดสินใจรักษาไปจนผมรอดมาจนถึงทุกวันนี้ สมัยเด็กๆตอนที่ผมยังป่วยๆหายๆหมอจิม ซึ่งเป็นหมอเด็กที่รามาฯดูแลผมเป็นอย่างดี ผมไม่แน่ใจ่ท่านเป็นชาวอะไร ผมไปหาท่านบ่อยมากจนผมติดหมอจิมที่แผนกผู้ป่วยเด็กของรามาฯไปเลย ผมชอบสำเนียงการพูดของหมอจิมมาก ท่านพูดไทยสำเนียงฝรั่งได้ไพเราะน่าฟัง วันที่หมอจิมพูดกับผมว่า \"วันนี้เราคงเจอกันเป็นวันสุดท้ายแล้วนะ เพราะต้องอายุ 15 แล้ว มาหาหมอคราวต่อไปต้องไปหาแผนกผู้ใหญ่แล้วนะ มาหาหมอจิมไม่ได้อีกแล้ว\" ด้วยความที่ผมผูกพันธ์กับหมอจิมมาก วันนั้นหัวใจผมแทบสลาย หมอจิมเห็นผมหงอยลงไปก็เลยพูดกับผมอีกว่า \"อย่าท้อแท้และสิ้นหวังนะ คิดว่าอาการที่ต้องเป็น สักวันมันต้องหาย ยังมีหวังนะ พอหายแล้วก็ต้องรักษาสุขภาพให้ดีนะ จะได้เป็นที่พึ่งของแม่ได้ ดูสิแม่ต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านกับโรงพยาบาลหลายครั้ง บางวันก็ไม่ได้หลับได้นอนเลย เพราะต้องมาดูแลเรา\"





                   รู้สึกเสียใจเหมือนกันครับที่พอหายจะโรคหอบหืดและโรคต่างๆอย่างเด็ดขาดโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าหายได้ยังไง ผมก็ทำผิดสัญญาที่ให้ไว้กับหมอจิม โดยหลงใหลกับวัฒนธรรม \"บริโภคนิยม\"จนเลยเถิด  กินจนทำร้ายตัวเองและมีน้ำหนักมากถึง 107 กก. โชคดีที่ผมยังกลับตัวทัน ผมอยากจะพูดกับหมอจิมว่า \"หมอจิมครับ ตอนนี้ผมมีสุขภาพที่ดีแล้วนะครับ เดินจากประสานมิตรมาถึงบ้านสวนสยามโดยไม่หยุดพักเลยและไม่เหนื่อยด้วย และอีกอย่าง หมอจิมต้องนึกไม่ถึงด้วยว่า ผมยังเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายๆคนลดน้ำหนักอย่างถนอมสุขภาพเหมือนผมด้วยนะครับ หมอจิมจะได้ไม่ผิดหวังในตัวผม หมอจิมเคยบอกว่าข้ามน้ำข้ามทะเลมาเป็นหมอเด็กที่ประเทศไทยก็เพราะอยากให้เด็กไทยมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า ตอนนี้ผมมีโอกาสช่วยหมอจิมอีกแรงแล้วนะครับ ช่วยเหมือนกับตอนที่หมอจิมช่วยผมตอนที่ผมแทบจะไม่มีความหวังเลย ไม่ว่าหมอจิมจะอยู่ที่ไหน ผมยังจำหน้าหมอจิมได้นะครับ ผมอยากจะบอกว่าผมรักหมอจิมมากๆเลยครับ\"







                    แล้วคนที่ขาดไม่ได้ก็คือแม่ แม่ที่ห่วงใยและดูแลผมตลอดมา ยังเสียใจอยู่เหมือนกันนะ ที่ตอนที่ผมเรียน รด วันแรกคือผมก็อยากเรียนกับเพื่อนอ่ะครับ  แต่ด้วยความเป็นห่วงของแม่ แม่ก็ยืนยันว่าจะไปส่ง ผมก็ว่ายังไงๆอยู่นะ ใส่ชุดทหารทั้งที ความรู้สึกตอนนั้นก็คืออายเพื่อนอ่ะครับ แต่แม่ก็ยังจะยืนยันไปส่งผมอีก ผมก็เอาวะ ขึ้นรถเมล์ไปด้วยกัน แต่พอถึงกรม รด ผมแอบลงทางประตูหลังแล้วให้แม่นั่งเลยไปเลย ตกเย็นกลับถึงบ้านแม่เอ็ดใหญ่เลย แต่ก็ต้องเข้าใจนะครับว่า ผมไม่อยากให้เพื่อนๆล้อทั้งกองพัน





                    พอพูดถึง รด ขอพูดถึงเหตุการณ์ที่ผมป่วยด้วยอาการหอบหืดอย่างรุนแรงครั้งสุดท้ายก่อนนะครับ ตอนนั้นหลายคนไม่อยากให้ผมไปเขาชนไก่เลย เพราะกลัวอาการจะกำเริบ เพราะช่วงนั้นผมอาการดีขึ้นมาก แต่ผมก็ยืนยันว่าจะไป การได้ไปเขาชนไก่กับเพื่อนนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากและผมพลาดไม่ได้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ตอนเดินทางไกลแค่ไม่กี่โลในวันที่ 3  อาการของผมก็กำเริบหนัก ครูฝึกสั่งให้เพื่อน 2 คนช่วยกันหิ้ววปีกผมกลับฐาน และไม่ให้ผมไปฝึกในป่าในวันที่ 3 และ 4 แต่ให้ผมพักอยู่ที่ฐาน ช่วงนั้นก็มีนายทหารหลายท่านเข้ามาเยี่ยมอาการ และแนะนำถึงการนั่งสมาธิเพื่อช่วยรักษาโรคหอบหืด และหลังจากนั้นผมก็ฝึกนั่งสมาธิกับแม่ ผมว่ามันน่าจะมีส่วนช่วยปรับระบบทางเดินหายใจของผม ช่วงนั้นแม่ทำเซอร์ไพร์สด้วยการโผล่มาเยี่ยมที่ค่ายที่เขาชนไก่เลย  





                    พ่อเล่าให้ฟังว่า ทนคำรบเร้าของแม่ไม่ไหวเลยต้องพามา พอมาถึงจังหวัดกาญฯก็ต้องวานให้เพื่อนชาวอุตุฯจังหวัดกาญฯช่วยดูแลเรื่องที่พักให้ คือพ่อผมเขาทำงานที่กรมอุตุนิยมวิทยาครับ ตอนนี้เกษียณแล้ว





                    โชคดีมากที่อาการของผมหายดี และยังกลับเข้าไปฝึกร่วมกับเพื่อนๆได้อีกในวันที่ 5 -7 ของการฝึกที่เขาชนไก่ ช่วงนั้นผมประทับใจมากเลย เพราะเป็นช่วงที่มีพี่ปี 5 มาช่วยฝึกด้วย ตอนแรกพี่เขาก็ฝึกโหดหน่อยจนทำให้มีเรื่องบาดหมางกันบ้าง แต่พอพวกเราเข้าใจว่าพี่เขาตั้งใจฝึกให้พวกเราขนาดไหน พวกเราทุกคนก็รู้สึกเคารพรักในตัวพี่เขามากๆเลย พอถึงวันที่ 7 พวกเราไม่อยากให้พี่เขาไปเลย แต่พี่ รด ปีห้า เขาต้องไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับชุมชนต่อ ผมยังจำได้ติดตาถึงวันที่รถบรรทุกของทหารมารับพวกพี่ๆ รด ปี 5 ตอนนั้นน่าจะประมาณ 6 โมงเย็น พอพี่ๆเขาขึ้นรถไปกันหมดแล้ว พวกเราหลายคนก็มายืนออกันท้ายรถ ขอจับมือพี่เขาบ้าง มายืนยิ้มแบบไม่รู้จะพูดอะไรบ้าง มีเพื่อนบางคนเข้าไปเรียกเพื่อนที่กำลังอาบน้ำอยู่ว่า \"พี่เขาจะไปแล้วโว้ย ออกมาส่งกันหน่อย\" หลายคนรีบวิ่งออกมาทั้งๆที่นุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียว บางคนยังมีสบู่อยู่เต็มตัวไปหมด



                    พอใกล้ตอนที่รถกำลังจะออก ก็มีไอ้ประธานกองพันมาดแมนตะโกนนำคำขวัญของหน่วยเราพร้อมกับชูมือขวาขึ้นมาจนทำให้พวกเราตะโกนตามกันอย่างพร้อมเพรียงว่า \"สกอเปี้ยน สกอเปี้ยน สกอเปี้ยน รวดเร็ว รุนแรง เรียบร้อย สกอเปี้ยน สกอเปี้ยน สกอเปี้ยน \" เสียงนั้นดังจนทำให้พี่ๆ ปี ห้า ตะโกนพร้อมไปกับพวกเราด้วย พอรถค่อยๆแล่นออกไป พวกเราบางคนก็เดินตามรถไปด้วย ทั้งพี่ทั้งน้องก็ต่างส่งเสียงคำขวัญของหมวดเราโดยพร้อมเพรียงกันและดังมาก จนลั่นไปทั้งป่าเขาชนไก่ พอรถลับตาไปแล้ว แต่พวกพี่ๆยังส่งเสียง \"สกอเปี้ยน...สกอเปี้ยน\"กันอยู่เลย ทำให้พวกเราทราบว่าพวกพี่ๆเขาก็ประทับใจในตัวพวกเราเหมือนกัน หลังจากนั้นพวกเราก็ซึมกันอยู่พักหนึ่งจนครูฝึกตะโกนถึงไอ้พวกที่ใส่กางเกงในตัวเดียวว่า \"พวกมึงรีบไปอาบน้ำให้เสร็จไวๆ กูนับหนึ่งถึงห้า ถ้าพวกมึงยังวิ่งไม่ถึงโรงอาบน้ำล่ะก็กูจะเอาพวกมึงไปลุยโคลนทั้งคืนให้เข็ดเลย\" พวกเราถึงได้คืนสติ





                      ขอกลับมาพูดถึงแม่อีกครั้งครับว่า แม่เหนื่อยกับผมมาทั้งชีวิตเลย แต่ด้วยความดีของแม่ทั้งกับเพื่อนร่วมงานและการทำงานทำให้แม่ของผมได้ถูกคัดเลือกให้เป็นข้าราชการดีเด่นของกรมโยธาธิการและผังเมืองเมื่อปีที่แล้ว ผมอ่ะดีใจมากกว่าตอนที่ตัวเองรับปริญญาเสียอีก และเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดงานเกษียณฯให้กับข้าราชการทุกคนที่โรงแรมสวิส โฮเต็ล ฯ แถวรัชดา พอดีท่านอธิบดีสว่างท่านเกษียณในปีนี้ด้วย งานจึงจัดใหญ่โตและแม่ผมก็ได้รับเกียรติให้ไปในงานนี้ด้วย ผมเองก็ไปครับ พลาดไม่ได้เลยแหละ แม่ผมใส่ชุดที่สวยมากๆแม่ผมเข้าโปรแกรมตามผมจนท่านลดน้ำหนักจาก 72 เหลือ 64 จนใส่ชุดได้พอดี แล้วท่านก็ไม่ลืมที่จะใส่แหวนเพชรที่ผมซื้อให้ท่านเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด วันแม่ และวันเกษียณปีนี้อีกด้วย เบื้องหลังนั้นผมต้องหาเวลาไปที่ร้านและเลือกแบบตั้ง 3 ชม.เต็มๆ ก็เพิ่งรู้ครับว่า แบบแหวนสมัยนี้มีหลากหลายมาก







                       หลังจากท่านอธิบดีมอบโล่ห์ให้ทุกคนที่เกษียณในปีนี้รวมทั้งแม่ของผมด้วยแล้ว ท่านก็กล่าวโอวาทให้กับผู้ที่เกษียณอายุและท่านอื่นๆที่มาร่วมงานและยังกล่าวปิดท้ายด้วยว่า \"นอกจากพวกเราจะทำงานกันอย่างดีแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเลี้ยงลูกให้ดีดังตัวอย่างของคุณประภัทร์ศรี \"    พอท่านเอ่ยชื่อแม่ผมเป็นการปิดท้ายแล้ว ผมแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ ภาพที่แม่ลำบากมาทั้งชีวิตทั้งจากที่ผมเห็นเองและปากคำที่แม่เล่าก็ผุดขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย ทั้งวันที่ผมเกิด วันที่แม่อ้อนวอนแท็กซี่คันนั้น และยังวันอื่นๆอีกมากมาย





                       ที่เล่ามาซะยืดยาวก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เพียงแต่อยากจะบอกทั้ง แม่ หมอจิม หมอที่รามาฯ ทหารที่ รด และทุกท่านที่ช่วยกันดูแลผมมาตอนที่ผมป่วยเป็นหอบหืดขั้นรุนแรงจนเดินแทบไม่ได้ว่า ตอนนี้ผมแข็งแรงแล้วนะ และผมก็เดินจาก มศว ประสานมิตรถึงบ้านที่สวนสยามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย และยังเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆคนรักสุขภาพของตนโดยที่ผมก็ไม่ได้คาดคิดว่าผมจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาได้ สิ่งที่หลายๆคนทุ่มเทแรงใจช่วยประคับประคองสุขภาพของผมมานับว่าไม่เสียแรงเปล่าจริงๆครับ ต้องขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับผม

                          


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ประสบการณ์ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง เดือนละ 10 กิโลฯ ตอนที่ 83 : และแล้วผมก็เดินจาก มศว ประสานมิตรถึงบ้านที่สวนสยามได้สำเร็จ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1816 , โพส : 1 , Rating : 10 / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#1 : ความคิดเห็นที่ 3123
Mee Shape แอลคานิทีนแท้ 100% นำเข้ามาจากอเมริกา ช่วยในการเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนักเพื่อหุ่นสวยและรูปร่างที่เพรียวงาม ช่วยเพิ่มการเผาผลาญแป้งและน้ำตาล และไขมันเก่าที่สะสมอยู่ บล็อกแป้งและน้ำตาลไม่ให้ดูดซึมเข้าสู้ร่างกาย ลดน้ำหนักที่ต้นตอจึงทำให้ไม่กลับมาอ้วนอีกและไม่เกิดโยโย่เอฟเฟค “แล้วเรื่องลดน้ำหนักจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ”

1. สารสกัดจากถั่วขาว (White Kidney Bean Extract) มีคุณสมบัติยับยั้งการดูดซึมแป้ง สารเฟซาโอรามีน ส่งผลให้คาร์โบไฮเดรตที่ทานเข้าไปไม่ย่อย และไม่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงลดการสะสมของไขมัน แป้ง และน้ำตาล

2. คลอลาเจนจากปลาทะเล (Hydrolyzed Fish Collagen) คุณสมบัติช่วยป้องกันและเชื่อมอวัยวะต่างๆภายในร่างกายให้เข้าด้วยกันในชั้น ผิวหนังแท้ และช่วยให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่นชุ่มชื้น นุ่มนวล และเต่งตึง

3. สารสกัดจากดอกคำฝอย (Safflower Extract) ดอกคำฝอยมี CLA เข้มข้นถึง 78-85% จึงช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญ ลดการสะสมไขมันในร่างกาย

4. สารสกัดจากส้มแขก (Garcinia Extract) ส้มแขกมีสารสกัดสำคัญที่ชื่อว่า กรดไฮดรอกซีซิตริก ช่วยยับยั้งกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน และยังช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

5. สาหร่ายเคลป์ (Kelp) มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความหิว ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญน้ำตาล ลดคอเลสเตอรอล และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ

6. แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญไขมัน

7. แอลกลูตามีน (L-Glutamine) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่มีประโยชน์ช่วยลดความเครียด

8. แอลอาร์จินิน (L-Arginine) ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ช่วยลดไขมันในร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

9. วิตามินซี (Vitamin C) เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และความแข็งแรงของเนื้อเยื้อในร่างกาย ป้องกันเซลล์ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ

10. วิตามินอี (Vitamin E) ต้าน และป้องกันการก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ลดการอุดตันของคอเลสเตอรอล ทำให้ผิวพรรณสดใส คงความชุ่มชื่นให้กับผิวพรรณ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์

11. โครเมี่ยมคีเลต (Choromium Chelate) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลีน ในการเปลี่ยนไขมัน แป้ง และน้ำตาลให้เป็นพลังงาน ลดคอเลสเตอรอลและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ


"Mee Shape"ผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก คำตอบของคนหุ่นสวยสุขภาพดี อาหารเสริมลดน้ำหนักที่ ให้มากกว่าการลดน้ำหนักด้วยกระบวนการลดน้ำหนัก6ขั้นตอนในการลดน้ำหนัก ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ทีทำให้คุณมั่นใจได้ว่าลดน้ำหนักได้จริง 5-10กก.ต่อเดือน(แล้วแต่คน) ไม่มีอันตราย ไม่เกิดโยโย่เอฟเฟค ทางแล้วสมารถหยุดกินได้เมื่อลดได้น้ำหนักที่ต้องการ ใครที่เคยลดด้วยผลิตภัณฑ์อื่นไม่ได้ผลลองมากินตัวนี้ก็สามารถลดน้ำหนักได้ เหมือนกัน มีอย. มีGMP(มาตรฐานการผลิต)รับรองชัดเจน พิสูจน์ด้วยผู้คนมากมายที่ลดน้ำหนักด้วย "มีเชป" แล้วคุณจะพบว่าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องง่ายๆ...

http://pop4slim.ran4u.com/
086-8200583
Name : pop [ IP : 125.27.112.210 ]
Email / Msn: pop16808(แอท)gmail.com
วันที่: 5 พฤษภาคม 2554 / 04:13


หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android