ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า ผมไม่ใช่เกย์หรือพวกที่ชอบอ่านนิยายแนวผู้ชายชอบผู้ชายเท่าไหร่นัก แต่เมื่อผมได้อ่านนิยายเรื่องนี้(6 ตอนที่ผ่านมา) ผมกลับรู้สึกว่าหากนิยายเล่มนี้ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือ คงเป็นที่ต้องการของท้องตลาดมากไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของ ผู้รักการอ่านนิยายรัก หรือผู้รักการอ่านนิยายเพศเดียวกันก็ตาม | ดูเพิ่ม >>
ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า ผมไม่ใช่เกย์หรือพวกที่ชอบอ่านนิยายแนวผู้ชายชอบผู้ชายเท่าไหร่นัก แต่เมื่อผมได้อ่านนิยายเรื่องนี้(6 ตอนที่ผ่านมา) ผมกลับรู้สึกว่าหากนิยายเล่มนี้ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือ คงเป็นที่ต้องการของท้องตลาดมากไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของ ผู้รักการอ่านนิยายรัก หรือผู้รักการอ่านนิยายเพศเดียวกันก็ตาม
เรื่องนี้มีการผูกปมที่น่าสนใจมาก คือในแง่ของคำว่า "รัก" ในความรู้สึกของผู้อ่านทุกคน แน่นอนว่า ความรักคือเรื่องยิ่งใหญ่ หากเรื่องยิ่งกล่าวถึงความรักมากแค่ไหน ผู้อ่านก็ยิ่งจะมีความสุข ผู้แต่งพยายามเชื่อมเรื่องของความรักระหว่างชาย-หญิง และชาย-ชาย เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบเพื่อนหรือความใคร่ก็ตาม ซึ่งทำออกมาได้ดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป การบรรยายฉากเลิฟซีนก็ไม่ได้หวือหวาจนน่าเกลียดถึงขั้นต้องติดเรตขึ้นเป็นนิยายไม้ป่าเดียวกัน
ผมประทับใจการปั้นตัวละครของผู้แต่งคนนี้มาก ตัวละครของเธอมีมิติที่ผู้อ่านสามารถสัมผัสถึงได้ เพราะไม่ได้เวอร์เกินไปจนไม่สามารถหาได้ในชีวิตจริง ตัวละครไม่ได้เพียบพร้อมทุกอย่าง เช่น คนที่หน้าตาดีๆแต่เชื่อคนง่าย ไม่มีความสามารถพอที่จะพาตัวเองให้รอดจากเหตุการณ์ร้ายๆได้ด้วยตัวเอง , ผู้หญิงที่บ้านรวยแต่กลับไม่ได้อยู่กับครอบครัว(พ่อแม่ต้องอยู่ต่างประเทศ) จึงทำให้เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่เด็ดเดี่ยวเพื่อที่จะหาทางปกป้องตัวเองจากอันตรายรอบตัว เธอจึงมีนิสัยคล้ายผุ้ชาย , รุ่นพี่หนุ่มที่หล่อเลือกได้แต่กลับไม่เคยมีความรักจริงจังกับใครเลย , เพื่อนที่ต้องเข้าข้างเพื่อนเสมอไม่ว่าสิ่งที่เพื่อนทำจะถูกหรือผิด นี่คือตัวละครที่ผู้อ่านสามารถจินตนาการรูปร่างหน้าตานิสัยของตัวละครให้เป็นภาพของใครหลายๆคนที่เคยเจอในทุกวันได้ง่าย อาจจะเป็นเพื่อนของคุณ รุ่นพี่คุณ หรือใครก็ตามที่คุณรู้จัก เรื่องมันต้องสนุกแน่ๆ
ในแง่ของปมของเรื่อง และตัวละครก็พูดถึงกันแล้ว คราวนี้คงมาถึง การบรรยายเรื่องราวบ้างหล่ะ การบรรยายของเธอสามารถปั้นให้เป็นรูปได้ คือ แค่คุณอ่านคุณก็จะรู้เลยว่าฉากนี้บรรยากาศรอบๆเป็นอย่างไร ห้องนี้อยู่ตรงไหน ใครยืนตรงไหน และมีท่าทางอย่างไร โดยที่เธอไม่ได้ใช้คำบรรยายที่ยืดยาวจนทำให้น่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว เธอเลี่ยงที่จะใช้พรรณาโวหารที่ยืดยาว บรรยายถึงสภาพดินฟ้าอากาศหรืออะไรก็ตาม ทำให้กลวิธีการเขียนของเธอแตกต่างจากนิยายทั่วไปในท้องตลาด กลวิธีที่ผู้แต่งใช้น่าจะเป็นการใช้คำพูดสื่อบรรยากาศมากกว่า ซึ่งคำพูดตัวละครนั้นเธอไม่ได้เขียนขึ้นมาลอยๆและก็ไม่ได้เขียนขึ้นมาโดยอ้างอิงผู้พูดให้ผู้อ่านรู้สึกรกหูรกตา เหมือนหนังสือทั่วไป เธอกลับเลือกที่จะเขียนบอก(ไม่ใช่บรรยายนะ)บรรยากาศโดยรอบหรือพฤติกรรมของผู้พูดต่อท้ายคำพูดไว้สั้นๆ มันเป็นวิธีการเขียนที่ผมคิดว่าน่าอ่านที่สุด มันทำให้เนื้อหาไม่ยาวมาก แต่คงใจความของเรื่องไว้อย่างสมบูรณ์
ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร รักคุณจะต้องเสียความบริสุทธิ์ให้พี่เพิร์ชหรือเปล่า ความสัมพันธ์ของรักคุณกับเลิฟยูจะเลื่อนจากคำว่าเพื่อนรักเป็นแฟนได้หรือเปล่า ความสนุกไม่ได้อยู่ตรงนี้ ความสนุกและน่าติดตามมันอยู่ตรงที่ ทุกครั้งที่รักคุณต้องเจอปัญหากับพี่เพิร์ช เลิฟยูจะทำอะไรและเข้ามาช่วยอย่างไรต่างหาก คุณลองคิดดูสิ มันจะต้องลุ้นมากแค่ไหน เหมือนกับฉากที่ "รักคุณต้องโดนล็อกไว้ในห้องน้ำอยู่กับพี่เพิร์ชสองคน แต่เลิฟยูกำลังเรียนอยู่ รักคุณจะรอดจากเงื้อมมือของพี่เพิร์ชได้ยังไงด้วยกำลังวังชาอันน้อยนิดเช่นนั้น" และก็หลายครั้งที่เลิฟยูช่วยรักคุณไว้ด้วยวิธีการที่สุดแสนจะแปลกจากคนปกติทั่วไป ทั้งโทรแจ้งให้ตำรวจมาตรวจผับ ใช้ถังดับเพลิงทุบกระจกรถ แน่นอนคนทั่วไปไม่ทำแบบนี้แน่ แต่มันจะน่าสนุกแค่ไหนที่ต้องอ่านเรื่องราวที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน คุณจะรู้สึกว่าโลกนี้ยังมีทางออกอีกมากมายและโชคชะตาก็มีอยู่ข้างๆกายคุณเสมอ
ตอนนี้ผมคิดว่าเรื่องราวคงเดินทางมาได้เกือบครึ่งเรื่องแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าติดตามมาก ถึงเวลานี้ เรื่องราวสามารถเดินต่อไปได้สองทิศทาง จบด้วยชาย-ชาย หรือ จบด้วยชาย-หญิง ไม่ว่าจะจบด้วยทิศทางไหนก็ตาม หากยังรักษาความรู้สึกของตัวละครทุกฝ่ายได้โดยไม่เกิดความเสียใจเกิดขึ้นได้ จะเป็นนิยายที่ดีมากอีกเรื่องหนึ่ง
<< ย่อ |