Rebirth of a CV Star : การกำเนิดใหม่ของสุดยอด CV (BL)

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 อ้อมกอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 360 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

บทที่ 9 อ้อมกอด

 

ระหว่างรอประกาศผล หยานมู่หลินอาการผ่อนคลาย แต่หากบอกว่าเขาไม่ประหม่าเลยคงโกหก เขาช่วยไม่ได้แต่ประหม่า นอกจากการพากย์เสียงโฆษณาแล้ว นี้ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้งานนักพากย์อย่างเป็นทางการ และเขาตื่นเต้นที่จะได้มัน ไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องเงินเดือนของเขา ในอดีต หรือในอดีต เขามีสติพอที่จะรู้จักชีดจำกัด

หลังจากออดิชั่น หยานมู่หลินมุ่งตรงกลับไปที่มหาวิทยาลัย

หลังจากเสร็จคลาสพละ หยานมู่หลินรู้สึกว่ากระดูกของเขายืดหยุ่นและผ่อนคลาย ร่างกายของเขาไม่เครียดอีกแล้ว เขามั่นคง และความยืดหยุ่นของร่างกายเขาก็ดีมาก เขากะจะบำรุงร่างกายต่อ ชายหนุ่มอาจต้องได้ใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายเข้าสักวัน [N/T:แน่นอนที่สุด!] คลาสพละไม่ได้เป็นคลาสบังคับสำหรับคณะพากย์เสียง แต่เป็นหลัสูตรเสริม นี้ไม่ใช่ตัวเลือกของหยานมู่หลิน แต่เป็นของเจ้าของคนก่อน ทุกคนในคลาสส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และผู้ชายมีน้อยนักจะเห็น เชงเซียเส่า เจ้าเด็กชายตัวน้อยคนนั้นที่มักจะป้วนเปี้ยนไปเกือบทุกที่ไมได้อยู่ที่นี้ หยานมู่หลินคาดอยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้

บางเวลาก่อน เขารู้สึกเกร็งขณะเตรียมตัวสำหรับการออดิชั่นปันจิเหลียน ตอนนี้มันเข้ากลางตุลาคมแล้ว สองวันหลังจากนี้จะเป็นประเพณีประจำชาติหัวเซี่ย – เทศกาลกลางฤดูหนาว

หลังจากอาบน้ำในหอพักเสร็จ หยานมู่หลินเช็คเวลาในโทรัพท์ของเขา ชายหนุ่มเห็นสายที่ไม่ได้รับ ชื่อของคนโทรคือ “แม่” ในตอนที่หยานมู่หลินยังเด็ก เขามักรู้ว่าตัวเองต่ำต้อยและไม่ได้รับความรักจากบิดานานนัก ชายหนุ่มพบพ่อของเขาตอนที่ไปที่วิทยาลัย และแม่ของเขา เมื่อเขาโตขึ้น จุดยืนของเธอก็เปลี่ยนไปเหมือนพ่อของเชงเซียเส่า เธอกลายเป็นคนไม่แยแสเขาอย่างยิ่ง

เมื่อครั้งเขายังเด็ก แม่ของเขาพาเขาไปที่บ้านของคุณยาย ชายหนุ่มดีกว่าเมื่อเทียบกับญาติของเขา คนเดียวที่อาจทำร้ายเขาคือยายของเขา โชคไม่ดี ยายของชายหนุ่มตายด้วยโรคมะเร็งในช่วงปีสองของเขา ตั้งแต่นั้น หยานมู่หลินก็สงวนท่าทีมากขึ้น หยานมู่หลินตัวจริงเลือกการพากย์เสียง มากกว่าจะไปเน้นที่สาขาอื่น ช่างเป็นโชคชะตา

เพียงแค่เขากำลังจะโทรกลับไป โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ดังนั้นเขาจึงตอบรับสายไปโดยอัตโนมัติ

หลังจากดูดีๆอีกครั้ง เขาจึงรู้ว่าไม่ใช่แม่แท้ๆที่โทรมาหา แต่เป็น “คุณเชง” หยานมู่หลินถูกบังคับให้เงียบ เขาไม่รู้ว่าควรจะติดต่อยังไงกับคนที่เขาไม่รู้จักดี ยิ่งไปกว่านั้น นี้คือพ่อแท้ๆของเจ้าของร่างเก่า หยานมู่หลินตัวจริงไม่พูดเยอะ ดังนั้นพวกเขาจึงเหมือนจะยังไม่ได้ตัดสินใจจุดยืนของเขา ชายหนุ่มก็มีศักดิ์ศรีของเขา เขาไม่ต้องการมีส่วนร่วมในการต่อสู้ของครับครัว ชายหนุ่มต้องการเมินเฉยและซ่อนตัว ถ้าเขาไม่สามารถไปยังตรกูลเชงได้ งั้นเขาก็จะไม่ไปตระกูลเชง พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเขาอยู่แล้ว

ที่อีกฝั่งของสายเหมือนจะคุ้นเคยกับความเงียบหยานมู่หลินดี ดังนั้นอีกฝ่ายจึงสั่งเขาทันที “มาฉลองเทศกาลกลางฤดูหนาวนี้ ฉันจะพาเธอไปหาปู่กับย่า”

ถ้าเขาไม่ต้องการจะไปตระกูลเชง งั้นหยานมู่หลินสามารถคุยกับพ่อแชงเรื่องนีได้ ดังนั้นในอนาคต เขาไม่ต้องมีปัญหาอีก หยานมู่หลินลัเลอยู่นานและปฏิเสธ “ไม่ ผมไม่ไป”

จนถึงตอนนี้ หยานมู่หลินไม่เคยปฏิเสธพ่อเชง ในความเป็นจริง เขาไม่เคยแม้แต่จะโต้ตอบเขาด้วยซ้ำ

เขาต้องการจะบอกให้เขากลับบ้านตอนนี้ เขาได้ยินผิด?

“พูดสิ่งที่พูดอีกครั้งสิ?”

หยานมู่หลินดึงผ้าม่านและพูดอีกครั้ง “ไม่ไปครับ คุณเชง”

ใช่ ในขณะที่เจ้าของร่างเก่าไม่เคยปฏิเสธพ่อเชงได้ เขาก็ไม่เคยเรียกอีกฝ่ายว่า “พ่อ” พ่อเชงอาจจะคิดว่าเป็นเพราะลูกชายคนนี้ไม่ได้อยู่ในทะเบียนตระกูล ดังนั้นเขาจึงไม่เรียกชายวัยกลางว่าพ่อ เขาเองก็ไม่ได้คิดมากเรื่องนี้ วันนี้ คำพูดเหล่านั้นกลับให้รสชาติที่แปลกไป คุณเชง นิสัยสามแบบนี้ฟังเหมือนกำลังเสียดสีอยู่ คนที่อยู่สูงกว่าถูกปฏิเสะทันที ตามจริง อารมณ์ของเขาไมได้ดีมาก พ่อแชงไมได้ถามเหตผล และพูดไม่ต่างกัน “ก็แล้วแต่เธอ”

มุมปากของหยานมู่หลินยกขึ้น “ลาก่อน คุณเชง” เขาเน้นเสียงตรงคำว่า “เชง” ตราบเท่าที่พ่อเชงไม่ได้โง่ เขาจะต้องเข้าใจสิ่งที่เขาบอกแน่นอน

อะไรนั้นคือเขาจะบอกว่าตัวเองมีนามสกุลหยาน ไม่ใช่เชง

ไม่ต้องพูดถึงว่าท่าทีของพ่อเชงจะเปลี่ยนไปหรือไม่ หยานมู่หลินพอใจที่เขาหลุดออกมากได้ ชีวิตเจ้าของร่างเก่ามืดมัวเกินไป เขาไม่สามารถอดทนกับมันได้นาน

หลังจากหยานมู่หลินวางสาย เขาไม่รู้เลยว่าใบหน้าของพ่อเชงตอนนี้หนาวยะเยือกขนาดไหน เขาน่งถัดจากเชงเซียเฉิง บุตรชายคนโตของสกุลเชง พ่อเชงพยายามอดกลั้นโทสะของเขาและหน้าบึ้ง หยานมู่หลินไม่เคยปฏิเสธ เขาอาจจะแค่ต่อต้าน

คุณ “เชง” ยิ่งกว่าที่เขาได้คือ คือความรู้สึกที่โกรธเกรี้ยว

เชงเซียเฉิงเห้นแบบนั้นหลังจากพ่อของตัวเองโทรไปหา “น้องชาย” ด้านนอก หน้าของเขาดูไม่ดีนัก ดังนั้นเขาจึงถาม “พ่อ เกิดอะไรขึ้น? หยานมู่หลินจะไม่มางานเทศดาลกลางฤดูหนาวเหรอครับ?”

พ่อเชง หรือที่ชื่อเชงฉินตง ฟังคำกล่าวของลูกชายคนโตและเข้าใจสิ่งที่หยานมู่หลินต้องการจะสื่อ เขาสนด้วยหรือ? หลังจากคิดเรื่องนี้ เชงฉินตงพุดกับเชงเซียเฉิง “ในตอนบ้าน ไปหาน้องสามของเธอและเอากุญแจห้องสูทในเชงตงให้หยานมู่หลิน ให้พวกเขาเปลี่ยนชื่อเป็นของเขาและเอาการ์ดใบนี้ให้เขา” เขงฉินตงเอาการ์ดออกจากกระเป๋าเงินของตัวเอง

เชงเซียเฉิงไม่ได้เมินเฉยเหมือนเชงเซียเส่า เขารู้หนี้รักของพ่อเขา ส่งกุญแจและการ์ดธนาคารให้กับเจ้าบ้านั้นเป็นอะไรที่เขาไม่มีทางทำ แต่ด้วยคำสั่งของบิดาของเขาที่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ บริษัทที่เขากำลังทำงานยังต้องการการสนับสนุนของพ่อของเขาอยู่

เชงเซียเฉิงรับการ์ดและสัญญาว่าจะส่งให้ถึงมือหยานมู่หลิน

พ่อเชงไม่ได้พูดอะไรอีกแม้จะเป็นเรื่องหยานมู่หลินควรมาช่วงเทศกาล นั้นหมายความว่านี้ไม่ใช่หัวข้อที่จะนำมาพุดคุยกัน เขาฉลาดพอที่จะเปลี่ยนเรื่องไปเป็นสถานการณ์ใหญ่

 

หลังจากหยานมู่หลินคุยทางโทรศัพท์กับเชงฉิงตง เขาเรียกคืนบิตอีกครั้งและปะติปะต่อเรื่องราวของแม่ของร่างนี้ พวกเขามีรูปภาพไม่มากนัก และพวกเขายังติดต่อกันน้อยมากและน้อยลงไปอีกหลังจากที่ยายของเขาตายไป แม่หยานให้แค่เงินกับเขา และไม่ได้สนใจเรื่องอื่นๆอีกเลย นี้เหมือนกับว่าเธอไม่มีลูกชาย อย่างเดียวที่จะพิสูจน์ได้คือการบันทึกการส่งเงินในธนาคารของเธอ

หากยากที่แม่หยานจะโทรมากหาลูกชายของเธอก่อน เธอจะถามแค่คำถามทั่วๆไปอย่างก่อนและหลังเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะแม่หยานเป็นนักแสดงสาวที่มีชื่อเสียง ต่อหน้าสาธารณชน เธอเป็นสตรีวัยสี่สิบปีที่ยังไม่แต่งงาน เธอควรจะไม่มีลูก หญิงสาวมีภาพลักษณะสาธารณะ หยานมู่หลินไม่เคยได้ออกสื่อต่างๆ คงมีแต่จีจ้งเหริ่นที่รู้ว่าเธอมีลูก เป็นเพราะเธออยู่ข้างกายแม่หยานมานาน

โทรมาหาก่อนเทศกาลกลางฤดูหนาว แม่หยานคงจะต้องบางอย่างในใจเธอ ดังนั้นหยานมู่หลินจึงโทรกลับไป เป็นเสียงของสตรีที่ตอบกลับมาในสาย แต่แทนที่เธอจะตอบ หญิงสาวกลับพูด “มู่หลิน ฉันรอให้เธอตอบกลับอยู่แล้ว นี้น้าโจวนะ แม่ของเธอป่วย เธอต้องเข้าโรงพยาบาล เธอพอจะมาเยี่ยมได้ไหม?”

หยานมู่หลินคิดว่าเธอคือใคร ผู้หญิงที่มีนามสกุลโจวเป็นผู้จัดการของแม่หยาน เธอเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถและแข็งแกร่ง เขาตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ได้ครับ น้าโจว บอกสถานที่ของโรงพยาบาล ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

เนื่องจากไม่สะดวกจะคุยเรื่องอาการป่วยทางโทรศัพท์ มันต้องไม่ใช่อาการเจ็ปวดเล็กๆแน่ หยานมู่หลินไม่หวังจะคิดมาก เขาจัดกระเป๋าตัวเอง ล้อคประตูห้องของเขา และส่งข้อความขอลางานไปยังจอมอนิเตอร์ของคลาส เขานั่งรถแท็กซี่ไปยังโรงพยาบาล

แม้ว่าหากพวกเขาไม่มีผลกระทบใดๆด้วยกันแล้ว เขาก็ยังจะไปอยู่ดี เพราะยังไง นี้ก็นับว่าเป็นคนเพียงคนเดียวที่เขาพอจะรับได้ว่ารักคนหนึ่ง

ในสองชีวิตของเขา ชายหนุ่มไม่มีครอบครัว เขาเคยชินกับมันเสียแล้ว ในชีวิตก่อนของเขา พ่อแม่ของเขาหย่าร้างกัน เมื่อพวกเขามีครอบครัวเป็นของตัวเอง เขาก็อยู่ตัวคนเดียว เมื่อคนที่มีครอบอครัวไม่ต้องทนหิว ไม่มีใครยุ่งเรื่องอาชีพของเขา เวลาที่พ่อแม่ของเขากลับมาถามชายหนุ่มในตอนที่เขาตกต่ำ เขาทำได้แค่ยิ้มและบอกว่าในชีวิตนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแต่งงาน ทำไมนะเหรอ? เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

ในแง่มุมนี้ เขาค่อนข้างคล้ายกับเจ้าของร่างเก่า พวกเขาไม่มีครอบครัวที่สนใจเพื่อนตัวพวกเขาเอง และไม่มีความรู้สึกปลอดภัย พวกเขาพยายามอย่างหนักที่จะมองหาทางแตกหักให้ได้ ในมุมสถานที่ที่พวกเขาสามารถวางใจความรู้สึกเหงาของพวกเขาได้

เมื่อชายหนุ่มออกจากรถ โรงพยาบาลก็อยู่ตรงหน้าเขา ไม่ว่าจะวันทำงานหหรือวันหยุด ที่นี้ก็ยังคงมีผู้คนมากมายในโรงพยาบาล พวกเขาบางคนเป็นหมอ พยาบาล ผู้ป่วยและญาติพี่น้อง

หยานมู่หลินซื้อตะกร้าผลไม้ที่ร้านขายผลไม้ตรงหน้าโรงพยาบาล

ในชั้นที่เก้า หยานมู่หลินเจอห้องที่มีหมายเลขตรงกันด้วยความช่วยเหลือจากคนในเคาท์เตอร์พยาบาล เขาเคาะประตู ใครบางคนตอบรับ ดังนั้นหยานมู่หลินจึงลักให้ประตูเปิดออก สิ่งแรกที่เขาเห็นคือปลายเตียง จากนั้นจึงเป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเตียง กำลังดื่มน้ำ เทียบกับตอนที่ยังอยู่ในอินเทอร์เน็ต สตรีตรงหน้าเขาดูสุภาพและเงียบสงบ เช่นเดียวกับภรรยาแสนบริสุทธิ์ทั่วๆไป รูปลักษณ์ของเธอดูเปราะบาง แต่คนอื่นๆไม่กล้าเรียกเธอว่าอ่อนแอ

เธอแค่แม่หยาน เธอดูเหมือนผู้หญิงวัยสามสืบต้นๆ แต่เธอก็ยังเป็นแม่ของหยานมู่หลิน

“คุณน้า” หยานมู่หลินทักทายเธอ เขาเรียกเธอว่าน้า ไม่ใช่แม่ เป็นเพราะอาชีพของแม่ของเขา ตั้งแต่ที่เขาเกิด แม่หยานไม่อนุญาติให้หยานมู่หลินเรียกเธอว่าแม่ การป้องกันของเธอถือว่าสูงเอาเรื่อง ถ้าหยานมู่หลินเรียกเธอว่าแม่เมื่อไหร่ เขาจะถูกตี จนท้ายที่สุด ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็หยุดอยู่แค่ “น้าหลาน”

แม่หยาน หรือที่ชื่อ หยานซีเซียนต่างมีอารมณ์วาบผ่านในดวงตาของเธอ แต่เมื่อเขายกหัวขึ้น อารมณ์เหล่านั้นพลันหายไป เหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หยานซีเซียนตอบ “เธอมาแล้ว นั่งสักหน่อยเถอะ”

หยานมู่หลินวางตะกร้าผลไม้บนโต๊ะหัวเตียงและนั่งลงบนเก้าอี้ที่ใกล้กับเตียง “คุณรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?”

แม้แต่คิดว่าหยานซีเซียนดูซีดเซียวและผอมผายเพราะอาการป่วยของเธอ เธอยังคงส่ายศีรษะ “มันเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น น้าโจวของเธอเป็นห่วงมากเกินไป มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ กลับไปโรงเรียนได้แล้ว”

หยานมู่หลินผงกหัวของเขา หยานซีเซียนจะต้องไม่ต้องการให้เขามาที่นี้ มันชัดเจนแล้วว่าน้าโจวเป็นคนเดียวที่โทรมาหาเขาถ้ามีอะไรสำคัญ คนเป็นแม่และลูกหยุดบทสนทนา มันเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงัด หยานมู่หลินแก้ตัวด้วยการล้างผลไม้ และออกจากตึกคนไข้ เขาเชื่อว่าอาการป่วยของแม่หยานจะต้องไม่ดีอย่างที่เธอแสดงออกแน่

เพียงแค่เขาออกจากตึกผู้ป่วย หยานมู่หลินเห็นน้าโจว เธอดูเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมีความสามารถ มองไม่เห็นความต่างของอายุสักเท่าไหร่ระหว่างเอและหยานซีเซียน ในเวลานี้ เธอแต่งหน้าอย่างประณีตบรรจง สวมชุดสูททางการธรรมดา เธอพร้อมจะอยู่ต่อหน้าสาธารณะทุกเวลา เมื่อน้าโจวเห็นหยานมู่หลิน เธอพาเขาไปอีกด้าน

โจวหยาเสียนถามเขา “เธอได้เจอแม่ของเธอยัง?”

นี้หมายควมว่าโจวหนาเสียนต้องารจะบอกอาการป่วยของแม่หยานให้หยานมู่หลินฟัง หยานมู่หลินไม่ได้โง่ และพยักหน้า “เขาไม่อยากบอกผมว่าเกิดอะไรขึ้น น้าโจว อย่าโกหกผม ผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบ” ตั้งแต่ที่ได้รับร่างของเจ้าของร่างเก่า เขารู้สึกถูกผูกมัดให้ช่วยเหลือดูแลแม่ของเขา

โจวหยาเสียนเอื้อมมือออกไปและเคาะหัวของเขา ผู้หญิงสูงร้อยเจ็ดสิบกว่าเซนติเมตรไมได้เลือดเย็นไปซะหมด “ได้ ฉันจะไม่โกหกเธอ ต้าเหริ่น ฉันเรียกเธอมา ฉะนั้นตามจริงแนควรจะบอกความจริงกับเธอ”

หยานมู่หลินจับศีรษะของเขาตรงที่โดนเคาะ และมองความไร้เดียงสาของอีกฝ่าย โจวหยาเสียนหยุดแกล้งเขาและกระซิบ “เธอเป็นลูคีเมีย และเขาไม่อยากจะบอกเธอ”

ลูคีเมีย ลูคีเมียเป็นอาการป่วยที่อันตรายมาก “มะเร็งในกระแสเลือด” ที่น่ากลัว หยานมู่หลินชะงัก “ตรวจจนแน่ใจแล้วใช่ไหมครับ?”

โจวหยาเสียนพยักหน้า “อืม”

บางที หยานมู่หลินเกิดแสบจมูกหลังจากฟังคำตอบของโจวหยาเสียน

แค่เช้านี้ เขาเพิ่งจะยังคิดเรื่อญาติเพียงหนึ่งเดียวของเขา ตอนนี้ เขาถูกบอกว่าญาติคนนั้นเพียงคนเดียวของเขากำลังจะหายไปได้ทุกเมื่อ

ไม่ต้องคิดถึงว่าหากนี้คือเขาหรือแม่แท้ๆ หยานมู่หลินก็ไม่สามารถยืนอย่างเกียจคร้านได้ สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือต้องปรับปรุงความสัมพันธุ์ระหว่างเขาและแม่ เพราะยังไง แม่หยานก็เป็นแม่ของเขาไปแล้ว

จมูกของเขารู้สึกแสบจริงๆ หันกลับไปยังตึกผู้ป่วย เขามองเพดานก่อนจะเปิดประตู

หยานซีเซียนถือหนังสือในมือของเธอ เธอเงียบมาก เป็นสตรีที่สง่างาม เธอไม่ควรจะตกลงมาในความสัมพันธุ์ที่ยุ่งยาก

หยานมู่หลินก้าวเท้าเป็นเส้นตรง และไม่อาจควบคุมเสียงของตัวเองได้ เสียงขึ้นจมูกของเขาหนักเล็กน้อย เขาถามอย่างสุภาพ “ผมกอดคุณได้ไหม?”

หยานซีเซียนเห็นดจวหยาเสียนยืนตรงหน้าประตู เธอเข้าใจได้ในทันทีว่าอะไรที่อีกฝ่ายทำ

เอไม่ปฏิเสธการขอร้องของหยานมู่หลิน และอ้าแขนออกให้กับเด็กที่เธอไม่คุ้นเคย

เมื่อไหร่กันนะที่เอกอดเขาเป็นครั้งสุดท้าย สามขวบ? หรือจะเป็นห้าขวบ?

 

 

 

เทศกาลกลางฤดูหนาว - เทศกาลเก็บเกี่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังโดยชนชาติจีนและเวียดนาม เทศกาลจะจัดขึ้นในวันที่ 15 ของเดือนที่ 8 ของปฏิทินจันทรคติด้วยดวงจันทร์เต็มดวงในเวลากลางคืนตรงกับช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมของปฏิทินเกรกอเรียนกับพระจันทร์เต็มดวงในเวลากลางคืน

ญาติbiaodi ในพินอิน คือญาติชายอ่อนเยาว์จากครอบครัวฝั่งแม่

นิสัยสามแบบ – คุณเชงในภาษาจีนคือ 盛先生 หรือ shèng xiānshēng หรือหมายถึงนิสัยสามแบบ

เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ – ปีใหม่จีน

ต้าเหริ่น – ผู้ใหญ่/คนที่โตแล้ว/คนที่เคารพผู้อาวุโสกว่า เธอก็แค่แกล้งหยอกเล่นกับหยานมู่หลิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 360 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #299 ChoNami (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:20
    สนุกนะคะ แต่ยังใช้ภาษางงๆอยู่ๆ
    #299
    0
  2. #285 MitsukiCarto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 09:46
    เหมือนมีพ่อแม่แต่ก็เหมือนไม่มีอ่ะ
    #285
    0
  3. #214 brazelra P (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 20:41
    'เขาเรียกคืนบิต' แปลว่าอะไรคะ ไม่เข้าใจ???
    #214
    1
    • #214-1 Zyrens(จากตอนที่ 9)
      28 พฤษภาคม 2562 / 06:57
      นั้นสิค่ะ กำลังจะเม้นถามเลย 5555
      #214-1
  4. #70 2360 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 11:13

    สนุกดีค่ะ แต่การแปลมีการเรียงลำดับคำแปลกๆอยู่ ลองอ่านทวนดูนะคะ


    * เปียวตี้ ถ้าใช้ลูกพี่ลูกน้องจน่าะเห็นภาพชัดกว่าใช้ญาติเฉยๆมั้ยคะ

    **ลิวคีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว

    #70
    0
  5. #54 Fayelaria~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 12:59

    พานจินเหลียน นางแพศยาแห่งวัฒนธรรมจีน.... อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/382227

    เอาเรื่องของพานจินเหลียนมาแบ่งปันทุกคน จะได้เข้าใจมากขึ้นจ้า ตอนเรียนอ.อ่านสกุลว่า พาน เจอปันนี้งงอยู่นาน จนอ่านเรื่องคร่าวๆเลยคิดออก

    https://www.posttoday.com/life/life/382227

    #54
    0
  6. #53 saithong01 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 03:31
    มาแล้วววววฮือออออ
    #53
    0
  7. #52 เฮกเซนเอง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 17:02
    โอ้ยเศร้าาาTT
    #52
    0
  8. #51 แกงส้ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 09:28

    มีความจริงอะไรที่ต้องบอกอีกรึป่าว หลินสู้นะ

    #51
    0
  9. #41 ZiNE-Nw (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:00
    ขำตรงที่บอกว่า อาจได้ใช้ความยืดหยุ่นของร่างเข้าสักวัน... ก็หวังว่าจะได้ใช้ในเร็วๆนี้นะคะ5555
    #41
    0
  10. #40 Rainfall Night (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 16:45
    นายเอกน่าสงสารมากเลย TT
    #40
    0