[Not] A One Night Lover : เสน่ห์ร้ายผู้ชาย[ไม่ใช่]คืนเดียว

ตอนที่ 2 : night 1 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    30 ก.ค. 54

บทที่ 1

 

นับจากมือเรียวบางยกแก้วเหล้าสีอำพันกรอกผ่านลำคอระหงเป็นครั้งสุดท้าย มวลสติรับรู้ทั้งหมดของอริสาก็ยิ่งถดถอยลงเกือบเท่ากับศูนย์...

ร่างระหงสมส่วนในชุดเดรสสั้นผ้าบางพลิ้วสีดำนอนหงายเนื้อตัวสั่นไหวระริกอยู่บนพื้นผิวที่นอนนุ่มๆ เส้นผมยาวดำขลับเหมือนเส้นไหมแผ่สยายระพื้นที่ไปรอบๆ  ด้วยฤทธิ์ร้อนแรงของเหล้าหลายขนานที่เธอบรรจงดื่มหมดไปก่อนหน้าผสานด้วยแรงลมเย็นๆ จากแอร์เย็นฉ่ำที่เป่ารดกระทบผิวทำให้เธอหนาวๆ ร้อนๆ อย่างบอกไม่ถูก สองขาเพรียวยาวและท่อนแขนกลมกลึงบิดไปมาอย่างไม่เป็นสุข เนินอกขาวสล้างที่โผล่พ้นคอเสื้อแขนกุดออกมาเกือบครึ่งสะท้อนขึ้นลงถี่ๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ใบหน้าขาวนวลตลอดลำคอบอบบางเป็นสีแดงเรื่อ ดวงตากลมโตหรี่ปรือคลอด้วยหยาดน้ำ

เธอ...มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันหนอ?

ที่นี่ ที่มองเห็นเป็นภาพห้องรโหฐานที่อยู่ภายใต้แสงหลอดไฟสลัว เพดานห้องสูงและกว้าง การตกแต่งตลอดจนเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นแบบเรียบง่ายทว่าหรูหรา เพียงแต่ไม่ว่าจะเพ่งมองอย่างไร เธอก็ไม่รู้สึกคุ้นเคยกับห้องนี้เลยสักนิด

หญิงสาวครางเบาๆ ใบหน้าหวานละมุนบิดเบี้ยวเหยเก ยิ่งใช้ความคิดก็ยิ่งปวดหัว อานุภาพของเหล้าที่ดื่มเข้าไปออกฤทธิ์กดทับประสาทรับรู้ของเธอไว้ ความทรงจำจึงขาดๆ หายๆ จำได้เลือนรางแค่ว่าวันนี้เธออยากจะเมา อยากจะเล่นสนุกด้วยการปั่นหัวผู้ชายแปลกหน้าเล่น และผลที่ได้ก็คือ...ประสบความสำเร็จเกินคาด!

 

ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน...

วันนี้เพื่อนร่วมงานสี่ห้าคนในสถานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ซึ่งอริสาทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่นั่นต่างเอ่ยปากชวนเธอให้ออกมาร่วมสังสรรค์ยามค่ำคืนเสียบ้าง เพื่อเป็นการกระชับมิตรและเปลี่ยนบรรยากาศ แรกเริ่มอริสาคิดจะปฏิเสธเพราะความขี้เกียจออกจากบ้านอยู่แล้วเชียว แต่แล้ว... เหตุการณ์พิเศษที่บังเอิญเกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนก็ทำให้เธอคิดเปลี่ยนใจทันควัน

วันนั้น เธอเพิ่งจะจับได้ว่า...ชายหนุ่มท่าทางดูดีที่เธอกำลังเริ่มคบหาดูใจ ที่แท้เขาก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว!

หลายใจ เห็นแก่ได้ จับปลาสองมือ! ทั้งที่คิดว่าสแกนมาดีแล้วแต่ยังพลาด เป็นโอกาสอีกครั้งที่ทำให้เธอรู้ซึ้งแล้วว่าผู้ชายดีๆ ในโลกนี้น่ะมีแต่หาทำยายาก! เจอแบบนี้เข้า นารีผู้มีรูปและวิชาเป็นทรัพย์อย่างอริสาถึงกับเซ็งจิตกับความไม่แน่นอนของมนุษย์ผู้ชายบนโลก

ด้วยความหงุดหงิดสุดเหลือจะกล่าว อริสาจึงรับคำชวนติดตามเพื่อนกลุ่มนั้นออกมาโลดแล่นยามราตรี ดื่มเหล้าเคล้าแสงสีด้วยความสนุกสนาน และก็เป็นธรรมดาของสาวโสดที่มาเที่ยวกลางคืนโดยไร้ผู้คุม หนุ่มๆ นักเที่ยวมากหน้าหลายตาต่างแวะเวียนเข้ามาจีบที่โต๊ะเธออยู่เป็นระยะ ยิ่งที่นี่เป็นผับหรูที่ตั้งอยู่ในโรงแรมชื่อดังของย่านธุรกิจสำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ชายหนุ่มน้อยใหญ่หน้าตาดีๆ ทั้งคนไทยและต่างชาติจึงโผล่มาให้เห็นกันหน้าสลอน

“อันผู้ชายมากมีเหมือนฝูงลิง จะจีบทิ้งจีบขว้างก็ยังไหว!

อริสาหัวเราะร่วน ประกาศปณิธานของตัวเองในค่ำคืนนี้อย่างอารมณ์ดี ถึงจะยังไม่ค่อยมั่นใจในความสวยของตัวเองเท่าไหร่ แต่การที่มีชายหนุ่มหลายคนเสนอตัวเข้ามาจีบก็ทำให้คุณเธอสุดแสนจะลำพองใจ เห็นไหมล่ะ! ตัวเธอมีเสน่ห์จะตายไป ผู้ชายในโลกนี้ก็มีมากเหมือนฝูงลิง แล้วนับประสาอะไรกับผู้ชายเฟคที่ดูดีแต่รูปพรรค์นั้นแค่คนเดียว

คิดอย่างไม่ใส่ใจอะไรมาก อายุเธอยี่สิบเจ็ดย่างเข้าปีที่ยี่สิบแปดเข้าไปแล้ว หมดเวลาจะมาไร้เดียงสากับความรัก ใช่ว่าเธอไม่เคยมีแฟนมีกิ๊กมาก่อน รูปร่างหน้าตาก็จัดว่าพอไปวัดไปวาได้ แต่ติดด้วยความช่างเลือกประกอบกับหน้าที่การงานที่ทำให้ไม่ค่อยได้พบปะผู้คนวัยเดียวกันมากนัก ไอ้เรื่องจะหาแฟนตัวจริงที่คบดูหาใจกันได้นานๆ มันก็ยิ่งลดถดถอย

“ริสา ชนแก้วกันเถอะ! เพื่อนในกลุ่มมีทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวร่วมสรวลเสเฮฮากันเต็มที่ แก้วใสบรรจุน้ำสีอำพันถูกส่งวนเวียนมาให้อีกหลายครั้งพร้อมคุณสมบัติลบเลือนสติและเปลี่ยนนิสัยให้ใจกล้ามากขึ้น ยิ่งดื่มยิ่งอร่อย เสียงเพลงอึกทึกที่ดังเคล้าคลอก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงฟังแล้วรื่นหูจนนึกสนุกอยากลุกขึ้นมาเต้น

ภายในผับ เสน่ห์แสงสีของค่ำคืนยามดึกมีอำนาจดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางผู้คนมากมายที่พอใจขยับแข้งขยับขาไปตามจังหวะของบทเพลงอย่างต่อเนื่อง ร่างโปร่งบางในชุดเดรสสั้นของอริสาก็ร่วมวงขยับส่ายสะโพกเต้นตามไปด้วย ยิ่งเต้นก็ยิ่งสนุก เพลิดเพลินเสียจนยังไม่อยากจะกลับ ไปๆ มาๆ... จากที่ตอนแรกเพื่อนในกลุ่มตกลงว่าจะกลับพร้อมกันก็เปลี่ยนเป็นแยกย้ายกันกลับ

ยิ่งดึกเสียงเพลงก็ยิ่งกระแทกกระทั้น แสงไฟสลัวหลากสีส่องวูบวาบดูน่าสนุกสนาน พื้นที่เกือบทั้งหมดในผับเต็มไปด้วยผู้คนจนแทบไม่เหลือทางเดิน หนุ่มสาวมากหน้าหลายตาต่างลุกขึ้นมาเต้น มีหลายคนไม่น้อยที่ยืนมองเฉยๆ พลางสอดสายตาหาเพศตรงข้ามที่ว่างอยู่ และความที่อริสาถูกน้ำเมาครอบงำสติไปกว่าครึ่งแล้ว เธอจึงไม่ได้สังเกตเลยว่า ในสถานที่เที่ยวกลางคืนแบบนี้ หญิงสาวที่มาเพียงลำพังจะตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่มาเที่ยวในผับนี้แค่ไหน...

ออกแรงขยับกายบริหารตามจังหวะเพลงคึกคักจนพอใจหญิงสาวก็เริ่มคอแห้ง ในที่สุดก็พาร่างตัวเองเดินโซเซเข้าไปหาที่นั่งแถวโต๊ะเคาน์เตอร์บาร์จนได้ และในระหว่างที่สมองอันเชื่องช้ากำลังขบคิดอยู่นานว่าจะสั่งอะไรดี จังหวะนั้น...คล้ายๆ จะได้ยินเสียงชายหนุ่มสักคนเอ่ยทัก

  “มาคนเดียวเหรอครับ ถ้าไงให้ผมเลี้ยงสักแก้วมั้ย...”

ประโยคนั้นของชายแปลกหน้ายังไม่ทันจางหาย แก้วทรงสูงบรรจุเครื่องดื่มค็อกเทลสีหวานก็ถูกเลื่อนมาส่งให้จนเกือบถึงตรงหน้า ทว่ายังไม่ทันจะตอบรับหรือปฏิเสธ... แก้วใบนั้นก็พลันล้มกลิ้งหล่นหายไปด้านหลังเคาน์เตอร์ เหลือเพียงน้ำสีสวยหกกระจายอยู่บนโต๊ะ

อริสาขมวดคิ้วน้อยๆ แหงนหน้ามองอย่างนึกฉงน บริกรหนุ่มในชุดสูทที่ยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์กำลังตกใจจนหน้าซีด กระทั่งภายใต้แสงสลัวก็ยังมองเห็น เขาอ้าปากพะงาบๆ ได้ไม่กี่อึดใจก็รีบกระวีกระวาดจัดการเคลียร์โต๊ะให้ทันที

“อ้าว...หกหมดแล้ว เปลี่ยนแก้วใหม่เป็นน้ำผลไม้ให้คุณผู้หญิงคนนี้ก็แล้วกัน”

เสียงทุ้มต่ำของ ชายหนุ่มแปลกหน้าดังขึ้นจากที่นั่งข้างๆ อีกครั้ง และเมื่อหันไปมองในคราวนี้จึงได้เห็นใบหน้าและรูปร่างของเขาอย่างเต็มตา

ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาคมคายโดดเด่นไม่แพ้ใคร ทว่ากลับเยือกเย็นมากจนดูคล้ายกับคำว่าเย็นชา

ร่างสูงใหญ่ลำตัวหนามาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบบุรุษ เขาสวมใส่ชุดสุภาพกึ่งลำลอง ทุกท่วงท่าน่ามองดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจขณะเดียวกันก็แฝงกลิ่นอายอันตราย กระนั้นก็ยังเป็นที่ถูกใจของหญิงสาวหลายคนที่ชะเง้อคอมองจนหน้าแดง

อริสากวาดสายตา ประเมินชายหนุ่มตรงหน้าขึ้นลงอยู่หลายรอบ ถึงจะไม่ค่อยตรงสเปคสุภาพบุรุษในฝันผู้อ่อนโยนใจดีเท่าไรนัก แต่ในใจก็ยังนึกขอบคุณที่โลกนี้ยังหลงเหลือทรัพยากรมนุษย์ผู้ชายดีๆ ให้เธอดูเป็นอาหารตา

ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มจางๆ ให้เธออย่างสุภาพ เป็นจังหวะเดียวกับที่บริกรหนุ่มเสิร์ฟแก้วทรงสูงบรรจุน้ำส้มส่งให้ ชายหนุ่มแปลกหน้าผายมือออกเลื่อนแก้วใบนั้นส่งให้อริสา

“เชิญครับ” เสียงทุ้มต่ำกึ่งสะกดใจอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเชื้อเชิญเธออย่างเอื้อเฟื้อ แต่ที่อริสาติดใจคือ... ดูเหมือนว่าเสียงของเขาในประโยคแรกจะฟังดูไม่น่าเกรงขามเท่าตอนนี้นี่นา...

อริสาเชิดหน้าเล็กน้อย ภายใต้แสงสลัวที่ช่วยขับเน้นให้ใบหน้าผ่องใสดูอ่อนหวานยิ่งขึ้น หญิงสาวคลี่ยิ้มหวานหยดจนใครหลายคนที่แอบมองถึงกับใจสั่น

“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไร เพราะฉันอยากดื่ม ออน เดอะ ร็อค[1] มากกว่า”

ในยามที่ฤทธิ์เหล้ากำลังแผลงฤทธิ์ เจ้าแม่อริสาก็ถึงคราวป่วน เธอปฏิเสธ ความเอื้อเฟื้อของเขาอย่างไม่ไว้หน้า จากเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์มาเป็นอะไรที่หนักหนากว่านั้นหลายเท่า! คิกๆ ไม่รู้ทำไมพอเห็นหน้าหล่อๆ ของเขาแล้ว อยากจะกลั่นแกล้งให้เขาหน้าแตกเพราะผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างเธอบ้าง

ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดๆ โน้มใบหน้าลงมาสบสายตา สีหน้าราบเรียบคล้ายจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม

“คุณ...ยังดื่มไหวเหรอ?”

จะดูถูกกันมากไปแล้ว! เขาเพียงไม่ถือสาแต่ยังสั่งน้ำเปล่ามาเพิ่มให้เธอดื่มด้วย อริสาตาลุกวาวเมินหน้าหนีอย่างไม่สนใจเขา เครื่องดื่มรายการที่เธอว่ายังคงบอกสั่งมันต่อไป สีหน้าบริกรหนุ่มย่ำแย่เต็มทีแต่ก็ยังจัดการทำมาเสิร์ฟให้ทั้งที่มือไม้สั่น

แก้วน้ำสีอำพันใสแต่รสชาติไม่เบาถูกเลื่อนมาอยู่ตรงหน้า อริสายื่นมือไปคว้าหมายจะยกขึ้นดื่ม ทว่ายังไม่ทันจะได้แตะ มือใหญ่กว่าของชายหนุ่มก็ชิงคว้ามันไปก่อนแล้ว

“ส่งมานะ” เสียงหวานๆ เริ่มจะแข็งขึ้นบ้างแล้ว ดวงตาคู่สวยตวัดมองมาอย่างไม่ค่อยพอใจ

“คุณเมาแล้วนะ” สีหน้าของเขายังคงเยือกเย็น ที่ริมฝีปากก็ดูเหมือนจะผุดรอยยิ้มจางๆ “วันหลัง ค่อยมาต่อดีกว่าไหม”

มีที่ไหนบ้างคนที่เมาแล้วจะยอมรับว่าตัวเอง เมา อริสาก็เช่นกัน ตัวเธอในยามปกติที่มักวางตัวเนี้ยบเก็บอาการหายสาบสูญไปอยู่โลกหน้าตั้งนานแล้ว! ส่วนตัวเธอในยามนี้จึงเป็นอีกด้านที่เข้าขั้นเลวร้ายจนยากจะรับมือไหว

คนเมาผู้น่ารักเปลี่ยนแผนใหม่ทันใด เมื่อเอาชนะความใจเย็นของผู้ชายแปลกหน้าไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธี

“ไม่ดื่มแล้วก็ได้” อริสายอมแพ้ง่ายๆ ร่างระหงที่ซ่อนรูปอยู่ในชุดเดรสสั้นบางพลิ้วพลันขยับเก้าอี้มานั่งชิดติดชายหนุ่ม เท่านั้นยังไม่พอ สาวเจ้ายังเอนตัวมาเกาะกุมท่อนแขนใหญ่ของเขาไว้ด้วย ใบหน้าหวานละมุนแหงนมองเขาสบสายตาเขาเป็นประกายวิ๊งๆ

“แต่... คุณต้องไปส่งฉันที่บ้านนะ”

อริสาพยายามกลั้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเต็มที่ เป็นไงล่ะ! เจอไม้นี้เข้า เขาต้องอึ้งกิมกี่แน่!

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปจริงๆ การเข้ามาใกล้ชิดอย่างไม่ให้ตั้งตัวของเธอมีผลให้สติของเขาตกในภาวะอันตรายได้ง่ายๆ ถึงจะรู้ดีว่าเธอทำลงไปเพราะความเมา และยังเมามากเสียจนสร้างความปั่นป่วนขึ้นได้ แต่...เรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นที่อยู่ใกล้แค่คืบนี้...

ชั่วขณะที่นัยน์ตาคมกริบพิจารณาผิวแก้มเนียนสีกุหลาบเป็นลำดับถัดมา สองมือเรียวบางของอริสาพลันผลักร่างเขาออก จากนั้นก็ฉวยโอกาสคว้า ออน เดอะ ร็อค แก้วสุดท้ายนั้นกรอกใส่ลำคอระหงเป็นที่เรียบร้อย

 

ใช่แล้ว ตอนที่ยังสนุกอยู่ในผับเรื่องราวทั้งหมดก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ

หลังจากนั้นอริสาก็ยังป่วนเขาไม่เลิก ไม่ยอมให้เขาทำตามที่รับปากว่าจะพาเธอไปส่งบ้านสักที ถึงจะไม่ได้ดื่มต่อแต่ก็แกล้งไม่ยอมกลับ และพอได้รู้ว่าเขาเองก็เป็นหนึ่งในแขกผู้เข้าพักของโรงแรมเจ้าของผับแห่งนี้ เธอก็นึกสนุกอยากแกล้งเขาต่อ หลังจากนั้น...จากนั้น...

แรงขบย้ำเบาๆ ที่ริมฝีปากเรียกคืนสติของเธอให้กลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง ทุกรอยสัมผัสแฝงการรุกรานอย่างเด่นชัด กลีบปากนุ่มละมุนถูกบดเบียดจนเผยออ้า เปิดช่องทางให้รสสัมผัสที่ร้อนแรงกว่านั้นแทรกผ่านเข้าไป ปลายลิ้นชุ่มชื้นที่ยังเจือรสของเหล้าถูกกระหวัดเกี่ยวพัน ทุกลมหายใจถูกปลุกเร้าจนหอบฮัก

อริสารู้สึกเหมือนตาพร่า สมองอันชาญฉลาดถึงคราวไม่ขยับทำงาน หัวใจเต้นแรงระรัวราวจะโลดแล่นออกมา ตลอดทั้งร่างกายคล้ายตกอยู่ในอ้อมกอดของเปลวไฟร้อนแรงที่อันตรายทว่าอบอุ่น เอวคอดถูกกอดรัดไว้แน่น ทรวงอกนุ่มหยุ่นสัมผัสแนบชิดอยู่กับกล้ามเนื้อแน่นหนั่นที่คุมขังเธอไว้ ไม่เพียงเท่านี้... พื้นที่บนผิวกายเกือบทั้งหมดยังถูกฝ่ามือร้อนผ่าวเคลื่อนผ่านไปพร้อมกัน กระทั่งที่ต้นขาเพรียวสวยยังถูกลูบไล้นุ่มนวลไต่สูงขึ้นมาเรื่อยๆ

อา...

ที่แท้... จูบของจริงมันก็เป็นแบบนี้นี่เอง

เลือดในกายสาวพุ่งฉีดพล่าน ดวงตาที่เคยกระจ่างใสบัดนี้เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ จูบนั้นช่างยาวนาน วาบหวามวะหวิวจนแทบขาดใจ ไม่เหมือนกับที่เธอเคยจินตนาการไว้เลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับร้อนแรงยิ่งกว่าเหล้า

“ริสา...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเรียกชื่อเธออยู่ชิดติดริมฝีปาก ก่อนจะไล่ระเรื่อยไปบนผิวแก้ม “ริสา... ริสา...”

อริสายังคงหอบหายใจรวยระริน จูบเมื่อตะกี้ทำเอาเธอหายใจแทบไม่ทัน หญิงสาวปรือตามองไปตามเจ้าของเสียงเรียก... ประหลาดจัง ทำไมเสียงนั้นถึงฟังแล้วคุ้นหูแบบนี้นะ

มองผ่านม่านน้ำเอ่อคลอในดวงตา ภาพที่เห็นในระยะประชิดนั่นคือ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ดูคุ้นตาของชายคนหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบที่จ้องมองเธอตลอดเวลาฉายแววลึกล้ำ สีหน้าของเขาแฝงรอยยิ้มจางๆ ไม่เหลือเค้ารางความเย่อหยิ่งเย็นชาอย่างเมื่อตอนครั้งแรกที่พบกันในผับอีกต่อไป

ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ชิด แนบหน้าผากจรดปลายจมูก สองแขนแกร่งที่กอดรัดเอวบางตลอดจนแผ่นหลังผ่อนคลายแรงรั้งแล้วเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นมาสอดประสานกับสองมือเล็กๆ ของเธอ

“ชิน... ผมชื่อชิน จำไว้ให้ดีนะ อริสา”

เสียงทุ้มต่ำที่ก้มกระซิบฟังคล้ายคำสั่งประกาศิต น่าแปลกตรงคำที่ออกเสียงชื่อของเขากลับฟังดูแปร่งกว่าคำอื่นๆ

ทว่าอริสาไม่มีเวลาหยุดคิดมากนักเพราะร่างกายหนาหนักของชายหนุ่มพลันทาบทับลงมาแนบสนิททันใด และความที่ร่างกายท่อนบนของเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้า ไอร้อนผะผ่าวจากกายเขาจึงตรงเข้าแผดเผาร่างกายเธอโดยง่าย

ใครจะรู้...

ฤทธิ์ร้ายของเหล้าหลายขนานที่เธอกรอกเข้าปากกำลังกลับมาสำแดงเดชอีกครั้ง...

เมื่อระลึกได้ว่าตัวเธอต่างหากที่ตกเป็นฝ่าย ถูกควบคุมแทนที่จะเป็นเขาแบบในตอนแรก เจ้าแม่อริสาก็เกิดแรงฮึด หญิงสาวเบือนหน้าหนีหลบลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป็นพัลวัน สองมือนุ่มๆ ที่ถูกสอดประสานไว้อย่างหลวมๆ ถูกดึงกลับมาเพื่อผลักร่างของเขาออกให้พลิกกลับไปนอนหงาย จากนั้นสาวเจ้าก็โถมร่างขึ้นไปอยู่บนลำตัวเขา สองมือกดตรึงไหล่กำยำเอาไว้ไม่ให้ขัดขืน

ชายหนุ่มไม่ว่ากระไร ทั้งยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ร่างสูงใหญ่ถูกสองมือไร้น้ำหนักของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งผลักล้มหงายอย่างง่ายดาย

“ลืมแล้วเหรอ คืนนี้นายเป็นคนของฉัน!

เสียงหวานเย่อหยิ่งมาพร้อมกับลมหายใจหอมกรุ่นที่เจือด้วยกลิ่นเหล้าชั้นดี อริสาจ้องมองเขาอย่างถือไพ่เหนือกว่า ใบหน้าหวานละมุนตลอดจนหัวไหล่กลมกลึงคลอเคลียด้วยเส้นผมนุ่มสลวย ดูงดงามน่าหลงใหลเป็นพิเศษ

ชินเฝ้ามองทุกการกระทำของเธออยู่เงียบๆ นัยน์ตาดำสนิทเป็นประกายวาววับ ใบหน้าเรียบเฉยจุดรอยยิ้มอันตราย

“นายต่างหากที่ต้อง...อ๊ะ!

ลมหายใจของสาวเจ้าถึงคราวสะดุดเพราะฝ่ามือร้อนผ่าวของเขา...แทรกผ่านสาบเสื้อที่ถูกปลดกระดุมหน้าออกจนหมด ตรงเข้าไปเคล้นคลึงความนุ่มละมุนเต็มไม้เต็มมือทั้งหมดนั้นไว้

คนเมาผู้น่ารักหน้าร้อนวูบในพริบตา สองมือปัดป้องการจู่โจมของเขาจนร่างกายเสียการทรงตัว กว่าจะรู้ตัวว่าสถานการณ์พลิกกลับ ตกเป็นฝ่าย ถูกควบคุมอีกครั้ง ตลอดทั้งร่างก็อยู่ภายใต้พันธนาการแน่นหนาของเขาไปอีกแล้ว

“พูดออกมาเอง ก็อย่าเปลี่ยนใจทีหลังแล้วกัน อริสา” ลมหายใจร้อนๆ ของชินเป่ารดอยู่บนใบหน้าแล้วเคลื่อนมาปิดผนึกริมฝีปากสีแดงเรื่อที่กำลังจะอ้าปากแผลงฤทธิ์ไว้อย่างทันท่วงที ไม่กี่อึดใจ...จากเสียงอู้อี้ไม่ยอมแพ้ก็กลายเป็นเสียงหวานครางแผ่วจนตัวเธอเองยังนึกแปลกใจ...

สัมผัสร้อนแรงทว่าทะนุถนอมในทุกจุด รวมไปถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เคลื่อนผ่าน ปลุกเร้าร่างอ่อนนุ่มจนอ่อนยวบ ความปรารถนาบางอย่างที่ไม่อาจเติมให้เต็มได้เพียงลำพังถูกก่อกวนขึ้นมาอย่างหยุดไม่ได้ บางครั้งตื่นเต้นจนแทบคลั่ง บางครั้งหวิวไหวจนแทบขาดใจ หลายครั้งที่สองแขนเปลือยเปล่าของเธอเลื้อยไปเกาะพันอยู่บนตัวเขา ยามใดผวาก็เผลอจิกเล็บฝากรอยประทับไว้บนมัดกล้ามแน่นหนั่นจนเป็นเส้นทางยาว

ชั่วขณะหนึ่งที่ท่อนแขนแข็งแรงสอดใต้บั้นเอวบางรั้งร่างอ่อนละมุนให้แนบชิดยิ่งกว่าทุกครั้ง มืออีกข้างเลื่อนไล้ลงต่ำลูบคลำต้นขาเพรียวสวยของเธออย่างตั้งใจ ชายหนุ่มโน้มหน้าผากมาแนบสนิทกับใบหน้าของอริสา ปลายจมูกโด่งของชินพ่นลมหายใจร้อนติดขัด เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนผิวหน้า น้ำเสียงสุดแสนจะแหบพร่า

“ริสา...ไปพร้อมกับผมนะ”

ไม่ต้องรอคำบอกอนุญาต ร่างสูงใหญ่ของเขาก็บดเบียดแทรกเข้ามา ส่งผ่านความร้อนอุ่นจัดครอบครองความนุ่มละมุนที่สุดของเธอไว้ อริสาผวาเฮือก ความหวานเคลิบเคลิ้มเหมือนความฝันถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสนในชั่วพริบตา...

“ ...ยะ...อย่า ไม่...ไม่...” เสียงหวานครางเครือ ใบหน้าอ่อนหวานเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ เส้นผมยาวสยายถูกสะบัดเป็นลายคลื่น สองมือเล็กๆ ทั้งทุบทั้งผลักไส เช่นเดียวกับเรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นที่ขยับดิ้นรนให้พ้นจากการถูกยึดครองอย่างสุดกำลัง

“อา...อะ...เอาออกไปนะ...จะ...เจ็...อื้อ! ” ประโยคถัดไปที่กำลังจะพูดกระท่อนกระแท่นว่า เจ็บจะตายอยู่แล้ว!’ ยังไม่ทันขยับ ที่ริมฝีปากก็ถูกเขาจูบปิดผนึกไว้ก่อนแล้ว

สองแขนแกร่งไม่ได้คลายแรงกอดรัด ตรงกันข้ามกลับยิ่งพันธนาการร่างอ่อนหวานไว้อย่างแน่นหนา จูบนี้ดึงดันและอ่อนโยนเป็นพิเศษ อ่อนหวานและใจเย็นอย่างที่สุด เมื่อผละจากริมฝีปากนุ่มเนียนสีแดงก่ำก็จูบระเรื่อยไปตลอดทั้งใบหน้า

“ริสา...ผมอยู่ที่นี่ เชื่อใจผมนะ”

เสียงทุ้มต่ำที่พูดชิดติดริมฝีปากไม่เพียงหนักแน่นแต่ยังฟังดูคล้ายๆ คำมั่นสัญญา

เชื่อใจ? ทำไมต้องเชื่อใจ ด้วยสติอันรางเลือนของอริสาให้ขบคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ทว่าภายใต้การปลอบประโลมอย่างใจเย็นของเขา อาการเจ็บแสนเจ็บในครั้งแรกก็ถูกเปลี่ยนเป็นคลื่นความสุขสมอันไร้จุดสิ้นสุดในเวลาต่อมา

เสียงครางแว่วหวานผนึกผสานกับลมหายใจร้อนหอบหนัก ร่างสองร่างเกี่ยวพันใกล้ชิดยิ่งกว่าสนิทแนบ หนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวแปลกหน้าที่เพิ่งพบกันในค่ำคืนนี้ ร่วมกันกุมมือประสาน เดินทางเคลื่อนผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดไปพร้อมๆ กัน

 

 

ZZ: หวา~ เขินจังง่ะ เขียนเองก็อายเองวุ้ย



[1] ออน เดอะ ร็อค อธิบายอย่างง่ายก็คือ การราดเหล้าบนก้อนน้ำแข็งก้อนในแก้วเหล้าทรงเตี้ย ไม่ผสมอะไรเลยเพื่อซึมซับรสชาติแท้จริงของเหล้า เหล้าที่ใช้จะเป็นเหล้าชั้นดีมีเกรด  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

136 ความคิดเห็น

  1. #84 kimjunzu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 20:48
     อร๊ายยยยยยยยยยย
    คนอ่านหน้าร้อนหมดแล้ววววววว
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
    แต่ชอบมากๆๆคร่า ฮ่าๆ
    #84
    0
  2. #83 Delphine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 18:17

    กรี๊ดดดดดดดดดดดด ไม่ไหวแล้ววว

    #83
    0
  3. #82 rozannawill (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:47
    เลือดสูบฉีด พุ่งหน้าคอมเลยทีเดียว พี่ชินนนนนนนนนนนน~~!
    #82
    0
  4. #81 เธอร้ายฉันเลยรัก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:36
    ไหลด้วยย>O< ขอทิชชูๆๆ!!!!!!!!
    #81
    0
  5. #80 Summer' Sky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 09:17
    ละ...ละ...เลือดกำเดาจิไหล -,,,-
    #80
    0
  6. #79 kikza_kung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:54
    ไรเตอร์ขาเปิดตัวได้แรงงงงมาก

    อ่านแล้วหัวใจจะวายไหมเนี่ย

    #79
    0
  7. #78 NuTTy..O_0 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 / 05:54
    จะทำให้ติดนิยายทุกเรื่องเลยเหรอคะไรเตอร์    โอ๊ย มาอัพต่อเร็วๆนะคะ
    #78
    0
  8. #77 Fral2a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:36
     อร้ายยย เขียนแบบนี้ เขินกันให้ตายกันไปข้างนึงดีก่า

    ว่าแล้วก็หันกลับไปมองของตัวเอง ยังตัดสินเรทมะได้ -.-
    #77
    0
  9. #76 andromeda (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:53
    It's so fun and so cool. I waiting for your update again.

    Pls, hurry up.
    #76
    0
  10. #75 cattycall (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:25
      อยากอ่านต่อจังเลย

     
    #75
    0
  11. #74 Zozo - Lazy - FoX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:08

    จัดไปค่ะ

    เดี๋ยวคืนนี้จะมาอัพเพิ่มให้ตามรีเควส


    ใจจริงก็อยากเขียนให้มัน เอ่อ...มากกว่านี้  "^__^a  แต่ก็กะเรทไม่ค่อยถูกเหมือนกัน

    #74
    0
  12. #73 Fral2a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 09:40
    เอาขวานจามกันเลยดีกว่า ตัดจบแบบนี้
    จามกันให้ตายไปเลยดีกว่า!
    #73
    0
  13. #72 กาว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:58
    ค้างต่อ



    อยากรู้อะอัฟบ่อยๆนะไรเตอร์พลีส
    #72
    0
  14. #71 p-nam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 06:24
    5555!!! Sanook di ka.
    #71
    0
  15. #70 Fral2a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:31
    แม่นางอริสา น่ารักจริงเชีขว อ่านไปฮาไป 5 5 5
    #70
    0
  16. #69 cattycall (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:08
    แค่บทนำก็สนุกแล้วนะ
    อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆๆจังเลย
    #69
    0
  17. #68 ผักกาดต้ม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:29
    อยากอ่านไวๆๆ
    #68
    0