หลงกิเลนจันทร์ [หยาง]

ตอนที่ 9 : บทที่ 6 :: สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ก.ย. 54

บทที่ 6

สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด

 

เจ้าคือนางพญาบุปผา

เสียงอ่อนเยาว์ทว่าทรงอำนาจเด็ดขาดเอ่ยขึ้น เย่วเทียนอ๋าวพาร่างเล็กๆ ของตนมาหยุดยืนตรงหน้าขบวนของภูติบุปผาแห่งความมืด กิเลนจันทร์แห่งหยินหยิบยื่นโบตั๋นดอกน้อยให้แก่เติงหลงฮวา นางภูติราตรีคุกเข่าถวายบังคมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางชายตาเยาะเย้ยภูติโบตั๋นและเหล่าภูติบุปผาแห่งแสงสว่าง ภูติบุปผาแห่งความมืดตนอื่นพากันหัวเราะคิกคักสนุกสนาน ยินดีที่เติงหลงฮวาหักหน้าฝ่ายตรงข้ามได้

โดยปกติแล้วองค์หญิงเติงหลงฮวามิเคยใส่ใจในงานฉลองนางพญาบุปผา ไม่ทราบว่าครานี้นึกสนุกอันใดจึงให้เกียรติมาเยือนได้

ภูติโบตั๋นถามเสียงจริงจังไร้แววหยอกเอิน นางเหลียวมองราชินีกิเลนทั้งสองคล้ายจะขอความเห็นทว่าไม่ได้รับคำตอบอันใด ควรทราบว่า เรื่องไม่ลงรอยกันของภูติบุปผามิใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดที่ราชันและราชินีกิเลนสวรรค์ต้องเป็นกังวล

จันทราฉายแสงเมื่อยามราตรีกาลฉันใด บุปผาแห่งความมืดย่อมเบ่งบานใต้แสงจันทร์ฉันนั้น การได้เข้าเฝ้าองค์ชายกิเลนจันทร์ทั้งยังได้รับพระเมตตาประทานตำแหน่งนางพญาบุปผา จะมีสิ่งใดน่ายินดีไปกว่านี้อีกหรือ

สิ้นคำของเติงหลงฮวา ภูติบุปผาแห่งแสงสว่างพากันกระซิบกระซาบเซ็งแซ่ ธรรมชาติสตรีย่อมคิดหวังให้ตนเป็นผู้งามเลิศที่สุด เมื่อถูกหักหน้าครั้งใหญ่โดยภูติแห่งดอกโคมไฟที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ทั้งอยู่ฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้แล้ว ริ้วรอยแห่งความไม่พอใจจึงฉายชัดอยู่บนดวงหน้างดงามของพวกนาง กระทั่งภูติโบตั๋นผู้ร่าเริงเป็นนิจยังจนปัญญาจะห้ามปรามความอิจฉาริษยาของผู้อื่นได้ ภูติบุปผาทั้งหมดพากันหันหน้าไปหากิเลนจันทร์แห่งแสงสว่าง ส่งสายตาเว้าวอนขอความเป็นธรรม

เย่วเทียนหมิงรู้สึกลำบากใจเป็นอันมาก ด้วยว่าไม่เคยถูกจับจ้องจากสายตาคาดหวังอ้อนวอนเช่นนี้มาก่อน ทว่าด้วยความใจดีเป็นพื้นฐานกิเลนน้อยจึงตัดสินใจ

ถ้างั้น เรายกโบตั๋นให้พวกเจ้าก็แล้วกัน จะได้เป็นนางพญาบุปผากันทุกคนเลย

เทียนหมิงกล่าวน้ำเสียงสดใสพลางยื่นมือเล็กๆ ส่งดอกโบตั๋นไปทางเหล่าภูติบุปผา ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ราวกับเซียนสวรรค์จำแลงมาเผยรอยยิ้มจริงใจ

เติงหลงฮวาถึงกับหน้าตึง นางพิศมองกิเลนจันทร์น้อยแห่งแสงสว่างพลางเก็บซ่อนความมุ่งร้ายแนบเนียน

ฝ่าบาทแห่งความมืดเพคะ จะทรงยอมให้พี่ชายหักหน้าหรืออย่างไร ฝ่าบาทเทียนหมิงทำเช่นนี้แสดงว่าไม่เห็นการตัดสินใจของฝ่าบาทอยู่ในสายตา

เทียนอ๋าวขมวดคิ้วขัดใจเมื่อได้ยินคำยุแยงที่เป็นดั่งเสียงกระซิบจากปีศาจร้ายของเติงหลงฮวา

ไม่ได้! ข้าเลือกภูติบุปผาตนนี้แล้วห้ามยกตำแหน่งให้ใคร!”

กิเลนจันทร์น้อยแห่งความมืดตะคอกใส่จนพี่ชายสะดุ้งโหยง เทียนอ๋าววิ่งรี่ไปหาเทียนหมิงสองมือพยายามยื้อยุดแย่งดอกโบตั๋นในมือพี่ชาย

ส่งมาให้ข้า

อ๊า ไม่ได้นะ ภูติดอกไม้ตนอื่นน่าสงสารออกเทียนหมิงน้อยร้องตกใจ ลำแขนกลมป้อมกอดดอกโบตั๋นไว้แนบอก พยายามเบี่ยงตัวหลบการยื้อแย่งของน้องชาย

ใช่แล้วเพคะฝ่าบาท อย่ายอมให้แสงสว่างมีอำนาจเหนือพระองค์

เติงหลงฮวายังคงกระซิบเข้าสู่จิตของเทียนอ๋าวอย่างมุ่งร้าย...

อนิจจา การสื่อจิตของจ้าวแห่งความมืดเช่นเยว่เทียนอ๋าวกับภูติแห่งความมืดนั้นนับเป็นพรสวรรค์แต่กำเนิดของกิเลนจันทร์ แม้แต่ราชันกิเลนเองก็ไม่อาจได้ยิน

ในสายตาของบิดามารดาแล้วนี่นับเป็นครั้งแรกที่สองพี่น้องทะเลาะกัน มู่ตานกุ้ยฮวาทำทีเสมือนจะเข้าไปปรามทว่าจูเจินอวี้เหวินยกมือห้ามไว้ นางกิเลนวารีมองตาก็รู้ใจราชันกิเลน

พี่น้องกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดา บางครั้งควรปล่อยให้เด็กๆ ลองแก้ปัญหาดูก่อน

เอามานะ!

เทียนอ๋าวร้องหงุดหงิดพร้อมกับแยกเขี้ยวเล็กๆ ที่อาจจะดูน่ากลัวในสายตาเทียนหมิงทว่ากลับน่ารักใคร่ในสายตาผู้ชม โดยเฉพาะกับเหล่าบิดามารดาผู้ยิ้มเอ็นดูอย่างใจจืดใจดำ

ไม่!

เทียนหมิงเริ่มร้องเสียงเครือ นัยน์ตาสีเงินสุกใสมีหยาดน้ำคลอหน่วย ทว่าไม่ทราบเจ้าตัวเล็กเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนจึงยังสามารถป้องกันการจู่โจมของน้องชายได้ชะงัดนัก

สองกิเลนจันทร์น้อยผู้น่ารักบัดนี้กลายสภาพเป็นลูกม้าพยศสองตัวลงคลุกฝุ่นยื้อแย่งดอกโบตั๋น เทียนอ๋าวกระชากแขนเสื้อของเทียนหมิงแต่ด้วยเรี่ยวแรงที่ดูจะน้อยกว่าส่วนหนึ่งจึงไม่สามารถง้างดอกโบตั๋นออกจากมือพี่ชายได้

เทียนหมิงพลิกตัวพยายามเดินหนีทว่าเทียนอ๋าวกลับโอบสองแขนจากด้านหลังใช้แรงเท่าที่มีเอื้อมคว้าดอกโบตั๋นอีกครั้งหนึ่ง เทียนหมิงจึงโถมแรงทั้งตัวพยายามสะบัดอ้อมกอดอันเกรี้ยวกราดของน้องชายออก เด็กน้อยสองคนยื้ดยุดกันไปมา หน้าตาผมเผ้าที่เคยเรียบร้อยกลับยุ่งเหยิงราวรังนกพันกัน ขณะคนรอบข้างเริ่มมีสีหน้ากังวล...

ฤๅแสงสว่างกับความมืดจะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ อายุเพียงเท่านี้แต่กลับทะเลาะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

เอามา!

ไม่เอา!เย่วเทียนหมิงเริ่มสู้กลับด้วยท่าทางขึงขัง

เทียนอ๋าวใจร้าย!กิเลนจันทร์น้อยแห่งแสงสว่างร้อง

เพี๊ยะ!

มือน้อยๆ ของเทียนอ๋าวสะบัดกระทบผิวแก้มใสของเทียนหมิงดังสนั่น เทียนหมิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก ใบหน้าเล็กขาวเนียนค่อยๆ ปรากฏรอยแดงเป็นปื้นทีละน้อย มือหนึ่งยังคงกำดอกโบตั๋นไว้แน่นส่วนมืออีกข้างลูบแก้มตนเองพลางจ้องมองน้องชายอย่างไม่เชื่อสายตา

“……………….………”

แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!”

ทุกอย่างเงียบลงเพียงอึดใจก่อนเทียนหมิงจะระเบิดเสียงร้องไห้ด้วยความน้อยใจอย่างที่สุด ด้วยไม่คิดเลยว่าเทียนอ๋าวจะทำร้ายตน หยาดน้ำตาสีใสพิสุทธิ์หยดแล้วหยดเล่าทะลักทลายราวทำนบน้ำแตกพัง

แง้ๆๆๆๆ !!! แงงงงงงงง!!! โฮๆๆ!!” องค์ชายกิเลนน้อยแห่งแสงสว่างแหกปากร้องดังกึกก้องตัดพ้อน้องชายไม่หยุด

เทียนอ๋าวใจร้าย แงงงงงงงงง!!”

เทียนอ๋าวก็ตกใจเช่นกัน ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสของพี่ชายที่ปกติเห็นจนรำคาญตามาบัดนี้กลับเหยเกทั้งยังแดงก่ำ น้ำมูกน้ำตาใหลไม่หยุดอย่างน่าเวทนา

องค์ชายน้อยนี่เป็นโอกาสอันดี รีบแย่งดอกโบตั๋นมาสิเพคะ

เสียงร่าเริงอย่างน่ารังเกียจของเติงหลงฮวาดังขึ้นในห้วงจิต เทียนอ๋าวเม้มปากเล็กๆ ของตนที่เริ่มสั่นระริก นัยน์ตาสับสน

องค์ชายน้อยจะช้าอยู่ไย พวกเราผู้อาศัยในความมืดย่อมพอใจเมื่อแสงสว่างพ่ายแพ้ไป

นางภูติราตรียังกล่าวยุอย่างใจดำไม่หยุด

องค์ชายน้อยเพคะ หัวเราะสิเพคะ ท่านชนะแล้ว

หนวกหู...

เยว่เทียนอ๋าวคำรามลอดไรฟัน เสียงกระซิบเบาๆ ทว่าแจ่มชัดในโสตประสาทยิ่งทำให้เยว่เทียนหมิงร้องไห้จ้าหนักขึ้นไปอีก

คราวนี้เทียนอ๋าวถึงกับปั้นหน้าไม่ถูกจึงเหลียวมองรอบกายคล้ายจะขอความช่วยเหลือ เมื่อหันไปหาบิดาก็ได้รับเพียงความเงียบตอบกลับมา ทั้งที่ปกติแล้วเยว่หรงเต๋อจะตามโอ๋ตามใจบุตรชายคนเล็กเป็นที่สุด เทียนอ๋าวเริ่มรู้สึกตัวว่าทำผิดไปแล้ว ใบหน้าพยศดื้อรั้นอยู่เป็นนิจเริ่มบิดเบี้ยวฉายแววไม่มั่นใจ ก้อนสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้เริ่มทะลักทลายออกมา

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!! แง้!!”

เสียงอ่อนเยาว์ทว่าแหลมเสียดหูจากเทียนอ๋าวพลันดังขึ้นประสาน น้ำตาหยดเล็กๆ ไหลป้อยๆ ไม่หยุด กิเลนจันทร์แห่งความมืดแหกปากร้องไห้อย่างสิ้นลาย ลูกกิเลนน้อยสองตัวยืนร้องไห้ช่วยกันบรรเลงเพลงน้ำตาอย่างตั้งอกตั้งใจ

เทียนหมิงได้ยินเสียงร้องไห้ของน้องชายจึงเบิกตาขึ้นมาดู ในสายตาฝ้าฟางไปด้วยหยาดน้ำนั้นใบหน้าน่ารักน่าสงสารของเทียนอ๋าวลอยเด่น น้องชายแสนรักที่ยามปกติมักจะเย่อหยิ่งอยู่ในทีกลับร้องไห้หมดท่า เส้นผมสีดำสลวยปรกใบหน้าเปียกชื้นไปหมด

เทียนหมิงรีบกลั้นสะอื้นสูดลมหายใจลึกๆ อ้าสองแขนเล็กๆ โอบกอดเทียนอ๋าวไว้แน่น ไออุ่นจากร่างกายนุ่มนิ่มส่งผ่านถึงกัน กิเลนจันทร์แห่งแสงสว่างลูบหัวลูบหลังน้องชายอย่างปลอบโยน

ไม่ร้องนะไม่ร้อง อย่าร้องนะเทียนอ๋าว เกอเกอขอโทษ เกอเกอยกโบตั๋นให้ ไม่ร้องนะ

เทียนหมิงคลายดอกโบตั๋นที่ตนเองกำอยู่ในมือออกเบาๆ บรรจงทัดดอกไม้สีแดงสดดอกน้อยบนเรือนผมสีดำขลับของเทียนอ๋าว มืออีกข้างช่วยเช็ดน้ำตาให้ไม่หยุด

กิเลนจันทร์แห่งความมืดเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายก็เห็นรอยยิ้มสว่างไสว นัยน์ตาสีเงินของพี่ชายเปี่ยมไปด้วยความรักความจริงใจ รู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดอบอุ่น...

เทียนอ๋าวหยุดร้องไห้ นัยน์ตาสีดำเป็นประกาย ใบหน้าแดงระเรื่อ มือน้อยๆ คลำดอกโบตั๋นบนเรือนผม กลีบดอกอ่อนนุ่มดีดสะท้อนรับกับปลายนิ้ว

ฮื่อ....ขอโทษ.....เกอเกอ...... เทียนอ๋าวพยักหน้าตอบเสียงอ้อมแอ้ม

เทียนหมิงได้ยินน้องชายเรียกตนเองว่า เกอเกอเป็นครั้งแรกถึงกับยิ้มร่าทันที ดีใจจนออกนอกหน้า เขย่งเท้าจุมพิตหน้าผากน้องชายไปทีหนึ่งทั้งยังกอดรัดแน่นไม่ปล่อย

เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกหลายเสียงดังขึ้น ราชันกิเลนถึงกับลุ้นจนเกือบลืมหายใจ แท้จริงแล้วเยว่หรงเต๋อแทบจะวิ่งเข้าไปปลอบตั้งแต่กิเลนน้อยเริ่มร้องไห้ ทว่า ราชสีห์ยังยอมผลักลูกตกหน้าผา กิเลนก็ต้องยอมให้ลูกร้องไห้จ้าบ้าง

ยังดีที่แผนการ บิดามารดาผู้ไร้น้ำใจนั้นได้ผล ราชินีกิเลนทั้งสองจึงยิ้มพอใจ ทว่าด้วยลางสังหรณ์ของสตรีทั้งคู่จึงหันไปมองเติงหลงฮวาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย นัยน์ตาสองคู่ของสองราชินีกิเลนจับจ้องนางภูติราตรีไม่หยุดราวกับจะเค้นความจริงสักเรื่องหนึ่ง

ทว่าเติงหลงฮวากลับไม่ยอมแพ้

ฝ่าบาทกำลังโดนหลอกเพคะ แสงสว่างไม่มีทางจริงใจ

เยว่เทียนอ๋าวได้ยินเข้าก็ถึงกับขมวดคิ้วหันหน้าไปทางนางภูติใจร้าย

หนวกหู หุบปากซะ!

เสียงตะคอกอย่างร้ายกาจส่งตรงสู่สมองของเติงหลงฮวา กิเลนจันทร์แห่งความมืดสื่อสารกับภูติราตรีด้วยความโกรธเกรี้ยว นางจึงได้แต่เพียงยืนตัวแข็งทื่อด้วยไม่คาดคิดว่าเด็กน้อยจะโต้ตอบกับนางทางจิตได้

เติงหลงฮวาเงยหน้าลอบมองเยว่เทียนอ๋าวในอ้อมแขนพี่ชายชัดๆ นัยน์ตาแข็งกร้าวคู่นั้นคุกรุ่นราวกับเปลวไฟสีดำเหลือบมองมาทางนางอย่างเย็นชา ส่งผลให้ทั่วร่างหนาวยะเยือกสั่นสะท้านไม่หยุด นางภูติราตรีถึงกับลืมตัวถอยหลังไปหลายก้าว...

น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้

 

ราตรีกาลสีหม่นมาเยือนอีกครา ห้วงฟ้าไร้จันทร์แม้มืดมิดหากกลับพร่างพราวด้วยแสงดาริกา งานเทศกาลฉลองนางพญาบุปผาจบลงด้วยความชื่นมื่น ภูติโบตั๋นยินดีมอบตำแหน่งให้เติงหลงฮวาอย่างจริงใจ แม้จะเกิดเหตุการณ์สองกิเลนจันทร์น้อยทะเลาะเบาะแว้งแต่หลังจากราชันกิเลนผู้เป็นบิดากอดโอ๋ลูกน้อยทั้งคู่ไม่ยอมปล่อยจนเลิกงาน ก็ไม่เกิดเรื่องน่าตกใจอันใดอีก

ทว่า...นั่นเป็นเพียงเปลือกนอก แท้จริงแล้วฟันเฟืองแห่งความโหดร้ายได้เริ่มหมุนนับแต่วินาทีที่กิเลนจันทร์แห่งความมืดคาดโทษของเติงหลงฮวา...

บนที่นอนอบอุ่นนุ่มสบายปูลาดด้วยผ้าไหมสีขาวสะอาด เยว่เทียนหมิงกำลังโอบกอดน้องชายตัวน้อยหลับใหล เยว่เทียนอ๋าวก็ดูท่าจะหลับสนิทด้วยความเหน็ดเหนื่อยเช่นกัน

แต่เมื่อถึงเวลาที่ลึกล้ำที่สุดของราตรีมาถึง ทุกสรรพสิ่งพลันเงียบงัน กระทั่งดวงดาวยังหยุดเสียงกระซิบ ราวกับกำลังหวาดเกรงต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างยิ่งยวด เป็นความเงียบสงัดอันเจือปนไปด้วยความอึดอัดอันน่าหวาดผวา

เยว่เทียนอ๋าวพลันลืมตาสีดำหม่นแสงในความมืด กิเลนน้อยชันกายขึ้นผละจากอ้อมกอดของพี่ชายแผ่วเบา เหลียวมองใบหน้าพี่ชายคราหนึ่งก่อนลุกขึ้นเดินเงียบหายไปในราตรีกาล...

เงาสีดำหลายสายไหววูบวาบไปตามสายลมดูคล้ายวิญญาณทมิฬลอยละล่อง สีดำของพวกมันนั้นมืดมิดเป็นที่สุด เข้มหม่นยิ่งกว่าราตรีกาล เป็นสีดำที่ไม่อาจเทียบได้กับสีสันใดๆ บนโลกหล้า ใจกลางเงาดำที่เต้นระริกอย่างยินดีปรีดาคือร่างของกิเลนน้อยเยว่เทียนอ๋าว แสงสีดำคุกคามเปล่งประกายหม่นรอบตัวกิเลนจันทร์แห่งความมืด

เพียงอึดใจองค์ชายกิเลนน้อยก็เดินมาหยุดอยู่หน้าพลับพลา ณ ท้องพระโรงหลวง เยว่เทียนอ๋าวยืนอยู่บนบันไดหินขั้นสูงสุด ทอดสายตามองลงล่าง ริมฝีปากสีชมพูเรื่อเปื้อนยิ้ม

จันทร์ข้างแรมมืดมิดไร้แสง งดงามนักใช่หรือไม่?

เด็กน้อยกล่าวเสียงเย็นใจ เสียงใสเจือด้วยความสุขเต็มเปี่ยม

ฝ่าบาท โปรดเมตตา...

เบื้องล่างของกิเลนจันทร์แห่งความมืดคือปีศาจอัปลักษณ์ ตัวเล็กจ้อยเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่นับร้อยนับพันตัว พวกมันยืนชุมนุมล้อมวงนางภูติดอกโคมไฟเติงหลงฮวา บางตัวป่ายปีนอยู่บนเสื้อผ้าอันงดงาม ฝากรอยนิ้วเปื้อนโคลนเปรอะเปื้อนเติงหลงฮวาไปทั่ว นางภูติโดนเหล่าปีศาจน้อยดึงรั้งให้คุกเข่า ดอกโคมไฟที่นางเคยถือบัดนี้เสียบอยู่บนมวยผมสีม่วงเข้มตัดกับแสงประทีปสีชมพูเรื่อเรืองเปี่ยมเสน่ห์กระจ่างตา

เยว่เทียนอ๋าวหงายมือออกไปด้านหน้า ปีศาจตัวหนึ่งจึงกระชากดอกโคมไฟออกจากเรือนผมของเติงหลงฮวาอย่างรุนแรงจนเส้นผมสีม่วงพลิ้วกระจาย นางภูติราตรีเขม้นมองปีศาจสีแดงรูปร่างแคระแกร็นแขนขาลีบเล็กผิวแห้งกรังแต่กลับมีพุงโรอวบอ้วน มันแสยะยิ้มจนเห็นฟันเขี้ยวแหลมคมสีเหลืองสกปรกทว่าเป็นประกายวาววับให้นางคราหนึ่ง มันเดินกระย่องกระแย่งไปหากิเลนจันทร์แห่งความมืดเพื่อยื่นดอกโคมไฟถวาย

เยว่เทียนอ๋าวรับบุปผาบอบบางมาพลางมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีดำที่หมุนวนราวห้วงน้ำสกปรกของปีศาจน้อยอย่างพอใจ

เรื่องวันนี้ เราจะลงโทษเจ้าอย่างไรดีนะ เติงหลงฮวา?

ฝ่าบาทเมตตาด้วย... หม่อมฉันเพียงแต่พูดความจริง อย่างไรเสียแสงสว่างและความมืดจักไม่มีหนทางมาบรรจบกันได้เติงหลงฮวาร้องเรียนอย่างกระวนกระวาย

เยว่เทียนอ๋าวไม่ตอบแต่มือกลับฉีกกลีบดอกบางใสของดอกไม้ในมือไปทีหนึ่ง...

            กรี้ดดดดดดดดดดด!!!

เติงหลงฮวากรีดร้องอย่างเสียขวัญ แขนข้างหนึ่งของนางกำลังถูกฉีกกระชากอย่างโหดเหี้ยมโดยเหล่าปีศาจน้อยเฉกเช่นเดียวกับกลีบบุปผา!

ฝ่าบาทหม่อมฉันทำผิดเรื่องใด ความมืดเป็นปรปักษ์กับแสงสว่าง! กิเลนน้อยแห่งแสงพ่ายแพ้วันนี้ เหตุใดฝ่าบาทจึงไม่พึงใจเพคะ?!”

นางร้องถาม ร่างกายเจ็บปวดแสนสาหัสเพราะเยว่เทียนอ๋าวยังคงบรรจงใช้สองมือน้อยๆ ฉีกกลีบดอกโคมไฟอย่างสนุกสนาน

กรี้ดดดดดดด ไม่!!”

เหล่าปีศาจน้อยอัปลักษณ์รุมล้อมเข้ามาทุกขณะ... พวกมันยื้อแย่งสองแขนซ้ายขวาของเติงหลงฮวาอย่างบ้าคลั่ง ฟันสีเหลืองสกปรกของพวกมันกระทบกันดังกึกกักราวกับกำลังเปล่งเสียงหัวเราะเยาะ

เติงหลงฮวา ความชั่วร้ายของเจ้าน่าชื่นชมนัก เราพอใจ

เยว่เทียนอ๋าวกล่าวตอบนาง ใบหน้าน่ารักไร้เดียงสาฉาบไปด้วยความชั่วร้าย

แต่เจ้าทำให้เกอเกอร้องไห้ เพราะฉะนั้นเจ้าต้องชดใช้

กิเลนจันทร์แห่งความมืดแสยะยิ้ม โยนความผิดของเรื่องวันนี้ให้เติงหลงฮวาแต่เพียงผู้เดียวอย่างง่ายดายไร้ความยุติธรรมยิ่ง... แต่ท่านเอย เมื่อเยว่เทียนอ๋าวได้ชื่อว่าเป็นจิตวิญญาณแห่งความมืดอันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าภูติผีปีศาจชั่วร้ายจึงมีหรือจะละอายใจ โลกแห่งความมืดหมุนรอบตัวของกิเลนจันทร์แห่งหยิน ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามประสงค์

ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ!” เสียงอ่อนเยาว์หัวเราะสดใส กิเลนน้อยใช้สองมือกระชากดอกโคมไฟขาดออกจากกัน ฝ่ามือเล็กๆ ขาวสะอาดขยี้ดอกไม้งดงามอย่างเลือดเย็น

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”  

เติงหลงฮวาเปล่งเสียงสุดท้ายโหยหวนอย่างน่าเวทนา ร่างของนางถูกฝังกลบอยู่ในคลื่นเนื้อหนังของเหล่าปีศาจน้อยอัปลักษณ์ เจ้าพวกปีศาจแสยะยิ้มน้ำลายสอ จะมีกี่ครั้งกันที่พวกมันจะได้ลองลิ้มรสชาติของภูติบุปผาแห่งราตรี...

กลีบดอกโคมไฟสีม่วงบางใสแหลกสลายปลิวไปกับสายลมอย่างอ้างว้าง เยว่เทียนอ๋าวหันหลังเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะกึกก้อง หลังจากคืนนี้แม้ไม่มีผู้ใดในอาณาจักรเยว่จินหรงล่วงรู้ถึงความลับอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับเติงหลงฮวา ทว่าเสียงโจษจันเล่าขานถึงความอำมหิตของเยว่เทียนอ๋าวกลับถูกกระซิบกระซาบส่งผ่านทุกซอกทุกมุมของราตรีกาลไปทั่ว เหล่าภูติชั่วช้าและปีศาจชั่วร้ายพากันระย่อหวาดเกรงระคนยินดีอย่างที่สุด

กิเลนจันทร์แห่งความชั่วร้ายถือกำเนิดอย่างสมบูรณ์เป็นที่แน่นอนแล้ว!

 

องค์ชายน้อยเยว่เทียนหมิงกำลังนิทราอย่างมีความสุข ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ริมฝีปากสีแดงสดอมยิ้มน้อยๆ สองแขนเล็กๆ กอดหมอนนุ่มไว้แน่นคล้ายจะไพล่นึกไปว่าหมอนนั้นคือน้องชาย... เยว่เทียนอ๋าวมองภาพนั้นตาขวางพลางเบ้ปากอย่างขัดใจทีหนึ่งก่อนจะกระชากหมอนออกจากวงแขนพี่ชาย เทียนหมิงผู้หลับไม่รู้เรื่องตัวสั่นน้อยๆ ด้วยความหนาว เทียนอ๋าวเพียงโยนหมอนใบนั้นทิ้งอย่างไม่แยแส จากนั้นซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนของพี่ชายแทนที่

ที่ตรงนี้เป็นที่ของข้า......

เทียนอ๋าวกล่าวอย่างเย่อหยิ่งกับหมอนผู้อาภัพ ร่างเล็กซุกไซ้ใบหน้าหาความอบอุ่นจากอ้อมแขนของพี่ชาย รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก

            แสงสว่างและความมืดคือพลังงานขั้วตรงข้าม ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ไม่อาจแยกจากกันได้ สายสัมพันธ์เหนียวแน่นแห่งสายโลหิตที่ผูกพันกิเลนน้อยทั้งสองไว้... ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจแยกให้ขาดได้

ทว่าชะตากรรมช่างเล่นตลกอย่างเลือดเย็น ตัวแทนแห่งแสงสว่างและความมืดคือคู่พี่น้องผู้น่าเวทนา

คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะให้อภัย ส่วนอีกคนหนึ่งเรียนรู้ได้เพียงการแก้แค้นเท่านั้น!

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

122 ความคิดเห็น

  1. #118 สวยซะเมื่อไหร่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 13:26
     อ่า เทียนอ๋าวนิสัยไม่ดี แต่เค้าก็ร้ากกกอ่ะ
    #118
    0
  2. #116 markbull (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2554 / 01:17
    สนุกมากคับน่ารักด้วย..นะเออ
    #116
    0
  3. #68 mdd~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 15:58
    ...........................
    #68
    0
  4. #49 Zozo - Lazy - FoX (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 12:55
    อัพต้อนรับวันจักรี!! ช่างเป็นสิริศุภฤกษ์มงคลอะไรเยี่ยงนี้ *0* !!

    ที่ ZZ กล้า อั พ ทุ ก วั น  (และวันละตอนอีกด้วย!!) ก็เพราะมีนักสะสมที่แสนน่ารักและแสนดีอย่างคุณฟ้าไงคะ XD รักนะตะเองงง

    ปล. คงต้องหาโอกาสจัดหาขนมกุ้ยฮัวมาลองชิมบ้างซะแล้ว ^^~ สุราดอกท้อก็น่าสนน้า~ 
    ปล.2 นอกเรื่อง จะให้ฉางเอ๋อร์แบ่งขนมให้คงต้องให้เฮียมังกรที่รักอนุญาตก่อนละมั้ง?!! ^^"

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 เมษายน 2553 / 12:53
    #49
    0