หลงกิเลนจันทร์ [หยาง]

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 :: งานฉลองพิธีเปลี่ยนร่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 ก.ย. 54

 บทที่ 2

งานฉลองพิธีเปลี่ยนร่าง

 
เด็กๆ เค้าเปลี่ยนร่างแล้วว น่ากอดจังเลย ^^

ลานหินกว้างโอ่อ่าของพระราชวังหลวงแห่งราชวงศ์กิเลนยามนี้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะจากทั่วทุกสารทิศ ด้วยว่าวันรุ่งคือวันมหามงคล วันที่แปดเดือนแปดวันอันถูกกำหนดให้เป็น วันพิธีเปลี่ยนร่างของโอรสกิเลนสวรรค์ทั้งสองที่จะมีอายุครบแปดเดือนพอดิบพอดี วันอันแสนสำคัญตามธรรมเนียมของชนชาวกิเลนเยว่จินหรงที่ทารกกิเลนน้อยจะเปลี่ยนร่างไปเป็นกายมนุษย์

ร่างกิเลนเมื่อแรกเกิดคือพื้นฐานแห่งพลังชนชาวกิเลน นับจากนั้นร่างทารกกิเลนน้อยจะค่อยๆ เติบโตจนกระทั่งถึงช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขีดจำกัดแห่งพลังที่มีจะบังเกิดมากขึ้นจนมีผลให้ร่างกิเลนต้องเปลี่ยนร่างไปเป็นรูปกายมนุษย์ ภายหลังจากนั้นกายมนุษย์และร่างกิเลนจะเป็นเสมือนภาชนะรองรับพลังอันไม่รู้จบของชนชาวกิเลนแห่งพิภพสวรรค์

คณะทูตจากหลากหลายเผ่าพันธุ์สูงศักดิ์ในแดนสวรรค์ล้วนพากันอัญเชิญของกำนัลมาร่วมแสดงความยินดี จึงเป็นหน้าที่ของเหล่าเชื้อพระวงศ์กิเลนที่พร้อมใจกันออกมาต้อนรับด้วยไมตรีและสีหน้ายิ้มแย้ม

ด้วยเหตุนี้ท่ามกลางรถม้าเทียมเกวียนและฝูงชนมากมายที่มาร่วมงาน เหล่าสามัญชนจึงมีโอกาสยลโฉมราชินีกิเลนแห่งบุปผาที่ยืนยิ้มต้อนรับอย่างอ่อนหวานประหนึ่งบุปผาผลิบานแห่งกาลวสันต์ ภายหลังที่นางถูกมอบหมาย หน้าที่นี้มาอย่างจงใจโดยราชินีกิเลนแห่งวารีและราชันกิเลนแห่งปฐพี

มู่ตานกุ้ยฮวาขยับก้าวเดินเยื้องย่างอย่างสง่างาม ใบหน้างามพิสุทธิ์เหลียวซ้ายแลขวาพลางโปรยปรายรอยยิ้มอ่อนหวานอย่างทั่วถึง พาให้หัวใจของเหล่าคณะทูตจากทุกแดนดินพองโต นางทอดสายตากวาดมองเรียบเรื่อยก่อนชะงักงันด้วยเสียงอื้ออึง ผู้คนต่างพากันแหงนหน้ามองท้องฟ้า ชี้ชวนให้มองตามปลายนิ้วไปด้วยความรู้สึกอัศจรรย์

            ผินไปทางทิศตะวันออก ราชรถเทียมอาชาคันงามลอยล่องลงมาจากท้องฟ้าสีครามสดใสอย่างนุ่มนวล ตัวรถที่สร้างด้วยไม้สักสีน้ำตาลเข้มถูกขัดลงยาอย่างประณีตจนเนื้อไม้เปล่งประกายเงาวับสะท้อนแสงตะวันร้อนแรงยามเที่ยงวัน อีกทั้งลวดลายสลักอาชาสวรรค์ห้อตะบึงอย่างองอาจรายรอบคันรถนั้นช่างวิจิตรบรรจงสมจริงราวกับทะยานออกมา

ม้าหนุ่มเทียมรถรูปร่างองอาจสองตัวสะบัดหัวไปมาอย่างมีชีวิตชีวา ตัวแรกขนสีขาวบริสุทธิ์แลดูอ่อนนุ่มดุจปุยเมฆสวรรค์ อีกตัวนั้นขนสีดำนิลพลิ้วไหวราวเมฆทึบยามฝนทะมึน กีบเท้าม้าทั้งสองใหญ่โตเท่ากับฝ่ามือชายฉกรรจ์ ที่กีบเท้าแต่ละข้างและล้อเกวียนมีปุยเมฆบางเบาลอยอ้อยอิ่ง ทั้งหมดนี้ฉายชัดว่าทั้งรถทั้งม้ามิใช่ธรรมดา สายตาทุกคู่บนลานหินกว้างที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน รถ และเกวียน จึงพากันจับจ้องมาที่ ราชรถวิเศษคันนี้อย่างช่วยไม่ได้

ไม่เว้นแต่มู่ตานกุ้ยฮวาที่มองขาดถึงความพิเศษจนต้องออกมาต้อนรับด้วยตนเอง นางกิเลนบุปผาบัดนี้อยู่ในชุดคลุมสีแดงสด ผมดำเป็นเงาถูกรวบขึ้นกลัดด้วยปิ่นหยกสีอำพันแซมด้วยดอกเหมยสีอ่อน ทุกย่างก้าวมีกลิ่นหอมสดชื่นจรรโลงใจแผ่ออกมาเหมือนกลิ่นมะลิป่า ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของทวิอาชาจนหมดสิ้น

หลังจากพินิจพิเคราะห์ลักษณะอันโดดเด่นของยอดอาชาทั้งสอง นางอดห้ามใจไม่สัมผัสกล้ามเนื้อหนาหนั่นภายใต้ขนเรียบลื่นไม่ได้ มู่ตานกุ้ยฮวาเงยหน้าขึ้นพลางทอดตามองอย่างชื่นชม มือขาวเนียนยื่นมาด้านหน้าจนปลายแขนเสื้อผ้าไหมสีเดียวกับดวงตาขยับพลิ้วไหวราวกลีบดอกโบตั๋นสัมผัสสีข้างม้าทั้งสองทีละตัวอย่างนุ่มนวล ใบหน้างดงามยิ้มแย้มพอใจ ด้วยนางเป็นผู้ฝักใฝ่ในการยุทธ์จึงรู้ดีว่ายอดอาชาควรคู่แก่การเคารพยกย่อง

เจว่ชิง คารวะราชินีกิเลน ท่านนี้คงเป็นเทพพิทักษ์สงครามมู่ตานกุ้ยฮวา ช่างงดงามดุจดั่งราชินีแห่งบุปผาสมคำร่ำลือนัก

เสียงจากชายหนุ่มที่ดูหนักแน่นแต่แฝงความถ่อมตนในทีเอ่ยขึ้นภายหลังควบม้าลงมาจากฟากฟ้าตามหลังราชรถมาเพียงอึดใจ เขาคือราชทูตเจว่ชิงผู้นำของขวัญมากำนัลจากพิภพมนุษย์

องค์จักรพรรดิให้ผู้น้อยนำขบวนรถพร้อมยอดอาชาที่เป็นเลิศที่สุดในแดนมนุษย์มากำนัลแด่องค์ชายทั้งสองเนื่องในโอกาสวันพิธีเปลี่ยนร่าง

ยอดอาชามิใช่คำกล่าวเกินจริง และอาจกล่าวได้ว่าอาชาแห่งพิภพมนุษย์นั้นชั้นเลิศที่สุด ม้าหนุ่มรูปร่างสมบูรณ์ลักษณะถูกต้องตามตำราสองตัวนี้ กำเนิดจากสายพันธุ์อาชาสวรรค์กับอาชาพิภพมนุษย์ ทั้งยังถูกเลือกเฟ้นและเลี้ยงดูด้วยยอดหญ้าอมน้ำค้างบริสุทธิ์ที่ผ่านการปลุกเสกอาคมจนทำให้มีความสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ม้าทั้งสองเป็นสินค้าขึ้นชื่อคู่ควรแผ่นดิน และมักถูกปล้นชิงจากชาวพิภพมารผู้รักการศึก บางคราก็ถูกลักลอบนำเข้าพิภพเทพด้วยมูลค่าสูงลิบลิ่วจนถึงกับมีคำกล่าว หนึ่งอาชาแลกหนึ่งเมือง

ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าต่อไปในกาลภายหน้า อาชาวิเศษคู่นี้จะเป็นพาหนะคู่ใจของสององค์ชายกิเลน ร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงข้างนายอย่างซื่อสัตย์ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต...

มู่ตานกุ้ยฮวาไม่ตอบว่ากระไร นางเพียงกล่าวเชิญราชทูตหนุ่มเข้าสู่ที่พำนักรับรอง ด้วยรู้ดีว่าสิ่งนี้คือของขวัญเอาอกเอาใจคล้ายจะปลอบขวัญพร้อมทั้งขอขมาแด่ คำทำนายแห่งเทพพยากรณ์เป็นแน่แท้ นางแค่นเสียงบ่นพึมพำกับตัวเองภายหลังเงาร่างราชทูตชาวมนุษย์หายลับไปในฝูงชน

จักรพรรดิมนุษย์เจ้าสำราญ หากเป็นเรื่องของเทพพยากรณ์แล้วดูเจ้าจะใส่ใจจริงจังเสียเหลือเกินนะ! ”

ว่าพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ลองส่งของขวัญมาดักหน้าเช่นนี้คงเกรงล่ะสิว่า เทพพิทักษ์การศึกแห่งพิภพกิเลนเช่นนาง ภายหลังเลิกทำหน้าที่ กิเลนแม่ลูกอ่อนแล้ว จะรีบแล่นไปเหยียบถึงวังเทพพยากรณ์สั่งสอนนางมนุษย์นั่นในฐานะที่กล่าวร้ายแก่ทารกแรกเกิดสักทีหนึ่ง!

ในระหว่างทำเสียงฮึดฮัดในลำคอพร้อมทั้งพยายามรักษาสีหน้ากิริยา ราชินีกิเลนผู้สูงศักดิ์นั้น มู่ตานกุ้ยฮวารู้สึกได้ถึงลมหายใจครืดคราดจากยอดอาชาทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง... ดูสิ เจ้าม้าหนุ่มพากันหลงใหลในกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมะลิป่าจึงกระดิกหูส่ายหาง หลับตายื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างเพ้อฝัน จ้าวแห่งอาชากลับทำท่าราวลูกม้าไร้เดียงสาเช่นนี้จึงเรียกสายตาเยาะเย้ยจากสัตว์เทียมรถและสัตว์บรรณาการอื่นๆ โดยรอบ ทั้งโคอ้วนพีสมส่วน นางสิงห์ขนปุกปุย และราชสีห์ร่างกำยำ ล้วนแต่หลิ่วตาถากถาง บางตัวทำท่าล้อเลียนจนมีผลให้รถที่มันเทียมอยู่ไหวไปไหวมา ทว่ายอดทวิอาชามีหรือจะยอมเสียท่า เมื่อรู้ตัวมันก็กลับมารักษาท่าทีสง่างามดังเดิมพร้อมส่งสายตาพิฆาตเย็นเยียบจับจิตอย่างราชันแห่งฝูงสัตว์เหยียดมองลูกกระจ๊อกทั้งหลาย ทำให้พวกมันที่บังอาจล้อเล่นไม่เกรงตายพากันกลัวหัวหด หางลู่หูลีบเจียมเนื้อเจียมตัวในทันใด

มู่ตานกุ้ยฮวาจ้องมองอาการทั้งหมดอย่างไม่วางตาถึงกับยิ้มกว้าง ท่าทางของนางดูน่ารักราวเด็กสาวตัวน้อย ลืมรักษาท่าทาง กิเลนผู้เหยาะย่างเย่อหยิ่งจนหมดสิ้น...

สายไปเสียแล้วเจ้าม้าจอมเก๊ก เจ้าพวกสร้างภาพ ฮะๆ !

ว่าพลางมิได้คำนึง...จะเป็นการว่ากล่าวตัวเองทางอ้อม มู่ตานกุ้ยฮวากระโดดรั้งคอ เจ้าขาวและ เจ้าดำตัวละทีแล้ววนมาโอบรอบคอม้าทั้งสองตัวแน่นสลับกันไปมาประหนึ่งได้พบของเล่นถูกใจก็ไม่ปาน และแล้ว... ราชินีกิเลนบุปผา ผู้งดงามอ่อนหวานก็เปลี่ยนร่างกลับมาเป็น  ม้าดีดกะโหลก  สมดังที่ราชินีกิเลนวารีจูเจินอวี้เหวิน และราชากิเลนเยว่หรงเต๋อปรารภกันด้วยความอ่อนอกอ่อนใจอีกคราหนึ่ง...

 

สูงขึ้นไปบนชานระเบียงไม้สักทองของอาคารทรงสูง จูเจินอวี้เหวินยืนสงบนิ่งมองลงไปที่มู่ตานกุ้ยฮวาอย่างเอ็นดูระคนขบขัน นางยกหลังมือขาวผ่องป้องปากพลางหัวเราะเบาๆ เรือนร่างบางระหงขยับไหวด้วยคลื่นเสียงจนเส้นผมสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหว ไข่มุกขาวนวลที่ร้อยยาวประดับมวยผมสั่นกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง

ดูเถิด เห็นทีที่ข้าและฝ่าบาทหรงเต๋อตั้งใจให้นางออกไปฝึกหัดกิริยาให้สำรวมนั้นคงเสียแรงเปล่ากระมัง

นางว่าพลางพิศดูมู่ตานกุ้ยฮวาผู้มีศักดิ์เป็นเสมือนน้องสาวเริ่มถักเปียสีดำสลับขาวด้วยขนแผงคอของยอดอาชาโชคร้ายทั้งสองอย่างสนุกสนาน

ท่าทางเจ้าเป็นสุขเสียเหลือเกินนะจูเจิน มู่ตานก็เล่นสนุก หรงเต๋อก็คงกำลังเพลิดเพลินกับเจ้าตัววุ่นทั้งสอง คงมีข้าผู้เดียวที่ทุกข์ตรมในยามนี้

เสียงแหบต่ำเอ่ยมาจากทางด้านหลัง ราชันเต่าดำเยวียนจุยเสวียนอู่นั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่เบื้องหน้ากระดานหมากรุก ตัวหมากฝ่ายเขาได้ข้ามแม่น้ำกลางกระดานบุกทะลวงมาจนถึงส่วนหน้าของพระราชวังในอาณาเขตของฝ่ายตรงข้าม ทว่า...จะตัวหมากม้า เรือ หรือปืนใหญ่ ที่เขาวางกลยุทธ์รุกไล่อย่างหยิ่งผยองในคราแรกนั้นกลับถูกตัวหมากทัพช้าง ม้า และองค์รักษ์ ของจูเจินอวี้เหวินดักทางไว้เสียสิ้น ได้แต่นั่งมองกระดานหมากตาปริบๆ อย่างสิ้นลาย

เบาะที่นั่งตรงข้ามกับเยวียนจุยเสวียนอู่ว่างเปล่ามานานแล้ว ทั้งยังไร้ซึ่งไออุ่น บ่งบอกให้รู้ว่าคู่ประลองรอตาเดินจนเลิกสนใจ และหันไปเฝ้ามองน้องสาวร่วมสาบานที่บัดนี้กำลังขะมักเขม้นปฏิบัติหน้าที่ รับแขกอยู่มากกว่า

สมแล้วที่เป็นเทพพิทักษ์ปราชญ์เจ้าปัญญา ข้ายอมแพ้ ยอมแพ้

เยวียนจุยเสวียนอู่กล่าวอย่างหมดอารมณ์ ชายหนุ่มคว่ำกระดานหมากเล่นเสียอย่างนั้น ดีที่เขาและจูเจินอวี้เหวินสนิทกันมากถึงขั้นเรียกได้ว่า มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์เจ้าก็ต้าน (?) ’ เช่นนี้แล้วจึงไม่เรียกว่าเสียมารยาท

อะไรกันพี่เสวียนอู่ ถ้าท่านดึงดันต่ออีกสักหน่อย ข้าคงได้สนุกมากกว่านี้

จูเจินอวี้เหวินว่าพลางหันมามอง นางกิเลนวารีอยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าสดใส แต้มหน้าผากขาวเนียนด้วยหยดน้ำค้างพิสุทธิ์ใสกระจ่างราวเพชรน้ำงาม เมื่อมองโดยรวมอย่างไม่สนใจบริบทและรอยยิ้มเยาะแล้ว รูปโฉมของนางดูประหนึ่งเทพธิดาผู้บริสุทธิ์ก็ไม่ปาน

หึ เจ้าเล่นวางองครักษ์ปิดช่องว่างไปหาราชาเสียสิ้นแบบนั้น ข้าคงจะมีโอกาสรุกฆาตหรอก!

ราชันเต่าดำแห่งพิภพสวรรค์แค่นเสียงเถียงไป

นั่นเป็นหน้าที่ขององครักษ์ผู้พิทักษ์ก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือพี่ท่าน ปกป้ององค์ราชันยิ่งชีพนางหัวเราะเสียงใสเสนาะราวระฆังแก้วก้องกังวานก่อนเปลี่ยนโทนเสียงต่ำลง เหมือนดั่งหน้าที่ของข้าและมู่ตานที่ต้องปกปักษ์รักษาเยว่จินหรง อาณาจักรจันทราทองแห่งนี้

เอ่ยจบคำ นัยน์ตาสีฟ้าใสราวน้ำทิพย์จากสวรรค์ฉายประกายแน่วแน่

ยังคิดมากเรื่อง คำทำนายอยู่อีกหรือจูเจิน?

เยวียนจุยเสวียนอู่ถามอย่างห่วงใยจริงใจเป็นที่สุด และมีเพียงราชันเต่าดำเพียงผู้เดียวในสามราชันสัตว์เทพที่ยอมโอ้เอ้ละเลยกิจการบ้านเมือง ย้ายถิ่นฐานมาพำนักอยู่ในพระราชวังกิเลนนานหลายเดือน

ใจข้า มู่ตานและท่านหรงเต๋อคงมิผิดกัน ดีนักที่ตลอดแปดเดือนมานี้ กิเลนน้อยเติบโตมาอย่างแข็งแรง พวกข้าเองก็ได้แต่หวังว่าวันเวลาที่สุขสงบจะดำเนินต่อไปเช่นนี้

นางกิเลนวารีว่าพลางทอดสายตาล่องลอยไปยังสุดขอบฟ้าไกล หากเทพพยากรณ์ผู้หยั่งรู้อนาคตได้ยิน...ก็คงส่ายหน้าให้กับคำภาวนานั้นด้วยความปวดร้าวใจ+

 

 

 

ยามดึกสงัดของคืนนั้นเอง...

ณ มุมมืดสนิทเงียบเหงาแห่งหนึ่งของแดนสวรรค์ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกสีรัตติกาลมืดมิดกลืนกิน กระทั่งท้องฟ้ายังไร้แสงดาว และที่ใจกลางของความมืดนั้นปรากฏป้ายหินสลักไว้ด้วยตัวอักษร

 

พ่ า ย รั ก 

 

กลิ่นอายความเกลียดชังอันน่าคลื่นเหียนลอยคละคลุ้งในบรรยากาศไปทั่ว ไม่กี่อึดใจ ป้ายหินนั้นก็สั่นไหวเบาๆ ก่อนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ปลดปล่อยกลุ่มควันสีดำคล้ำทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า มุ่งหน้าอย่างมุ่งร้ายไปยังอาณาจักรจันทราทอง!

 

 

 

รุ่งสางของ วันที่แปดเดือนแปด 

ตามโบราณราชประเพณีแห่งเยว่จินหรง วันที่แปดเดือนแปดหมายถึงช่วงเวลาอันเป็นมงคลที่สุดที่ทารกกิเลนสวรรค์จักได้รับ นาม พร้อมทั้งเปลี่ยนร่างเดิมมาอยู่ในรูปกายมนุษย์ ด้วยการเกื้อหนุนแห่ง 8 อันเป็นสัญลักษณ์มหามงคลแห่งความไม่สิ้นสุด[1]

เริ่มพิธีเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์เถิด

เสียงทรงอำนาจอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งราชันกิเลนหนุ่มดังขึ้น ณ ใจกลางลานหินกว้างที่ประกอบพิธีมงคล ร่างสูงสง่าของเยว่หรงเต๋อลอยเด่นอยู่กลางอากาศ อาภรณ์สีขาวประกายทองโบกสะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงลม สองแขนแกร่งตระกองกอดโอรสน้อยทั้งสองในร่างทารกกิเลนอย่างทะนุถนอมแล้วผายมือออก ปล่อยร่างกิเลนน้อยสีขาวและสีดำลอยเด่นอยู่เคียงข้างกัน พลังธาตุสว่างร้อนแรงและพลังธาตุมืดหนาวเหน็บค่อยก่อตัวไหลเรื่อยมาจากทุกสารทิศ บังเกิดเป็นกระแสธารแห่งพลังสองสีพาดผ่านอากาศตรงเข้าปกคลุมร่างทารกกิเลนทั้งสองอย่างรวดเร็ว!

โดยสามัญแล้ว ทารกแห่งราชวงศ์กิเลนจะถือกำเนิดมาพร้อมกับพลังธาตุแห่งธรรมชาติ พิธีเปลี่ยนร่างจึงเป็นการทดสอบความเหมาะสมต่อธาตุนั้นๆ อันเป็นกฎธรรมชาติแสนเรียบง่ายทว่าโหดเหี้ยม

เข้มแข็งรอด อ่อนแอตาย

กระแสธาร ธาตุกำเนิดจะไหล่บ่าเข้าสู่ร่างทารกกิเลนจนกว่าพิธีเปลี่ยนร่างจะเสร็จสิ้น ระหว่างนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางและสร้างภาระแก่ร่างกายกิเลนน้อยมากที่สุด เยว่หรงเต๋อผู้เป็นบิดาจึงต้องใช้พลังตนเพื่อช่วยกางกั้นอาณาเขตและควบคุมการไหลของพลังธาตุกำเนิดมิให้รุนแรงเกินไป ยิ่งเป็นพลังธาตุแห่งแสงสว่างและความมืดที่ถือว่าอยู่ ณ จุดสูงสุดของธาตุทั้งมวลด้วยแล้ว งานครั้งสำคัญนี้จึงกินแรงราชันกิเลนสวรรค์ไปเสียเก้าในสิบส่วน

พื้นเบื้องล่าง จูเจินอวี้เหวินกำลังก้าวเดินเวียนไปทางขวาขณะมู่ตานกุ้ยฮวาหมุนวนไปทางซ้าย ราชินีกิเลนทั้งสองจัดวางแปดอักษรและแปดสัญลักษณ์มงคลรอบกายกิเลนน้อยไปทั้งแปดทิศ เสียงหวานเสนาะสองเสียงดั่งไข่มุกตกกระทบแผ่นแก้วประกาศก้อง เริ่มด้วยนางกิเลนวารีว่าก่อนตามด้วยนางกิเลนบุปผาว่าคลอกัน

 

ฉัตรวิเศษเป๋าส่าน คือศีรษะ”  ขอประดับกตัญญู

"มัจฉาทองคำจินอวี๋ คือดวงตา”  ขอประดับจริยธรรม

ดอกบัวเหลียนฮวา คือลิ้น”  ขอประดับความจงรักภักดี

แจกันแห่งทรัพย์เป่าผิง คือลำคอ  “ขอประดับความซื่อสัตย์

ธงชัยไป๋ไก้ คือร่างกาย  “ขอประดับความเที่ยงธรรม

ธรรมจักรฝ่าหลุน คือสองเท้า”  ขอประดับความละอาย

หอยสังข์ฝ่าหลอ คือคำพูด”  ขอประดับสัจจะ

เงื่อนไม่รู้จบผานฉาง คือดวงจิต”  ขอประดับความรัก

 

แปดมงคล คือกำแพงแก้วแปดชั้นประดับด้วยหลักธรรมแปดข้อ ขอเปลี่ยนร่างบุตรที่รักแห่งเราสู่กายมนุษย์

 

สิ้นเสียงอ่อนหวานแห่งสองราชินีกิเลนเอ่ยคลอประสานในประโยคสุดท้าย... ฉับพลัน! พลังธาตุทรงกลมแห่งแสงสว่างและความมืดที่ห่อหุ้มกิเลนน้อยทั้งคู่ก็แตกมลายออกแล้วกลับกลายเป็นแสงเรื่อเรืองเจิดจ้าและมืดครึ้มเย็นเยียบอยู่กลางอากาศ

ในแสงสว่างสีขาว...ปรากฏร่างทารกมนุษย์ผิวขาวเนียน เส้นผมสีเงินส่องประกายราวเกล็ดแก้ว เด็กน้อยปรือนัยน์ตาสีเงินสุกใสพร้อมรอยยิ้มไร้เดียงสาน่ารักน่าชังยิ่ง เยว่หรงเต๋อมองบุตรชายคนแรกด้วยแววตาเปี่ยมความรักพลางกล่าว

 

เจ้าผู้เป็นบุตรชายคนโต กิเลนจันทร์แห่งแสงสว่าง

จิตวิญญาณแห่งหยาง ตัวแทนแห่งความซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ สูงส่ง

เป็นดั่งน้ำค้างพิสุทธิ์แห่งแดนสวรรค์

เราขอประทานนาม เยว่เทียนหมิง[2] ท้องฟ้าอันสว่างไสว

 

ถัดมา ราชันกิเลนสวรรค์หันมาทางทารกกิเลนอีกคนที่ลอยล่องอยู่ในความมืดลึกล้ำ เด็กน้อยมีผิวสีงาช้างตัดกับเส้นผมสีดำสนิทดั่งขนกา นัยน์ตาสีดำนิลราวห้วงจักรวาล ดวงหน้าอ่อนเยาว์ไม่ประดับอารมณ์

 

เจ้าผู้เป็นบุตรชายคนรอง กิเลนจันทร์แห่งความมืด

จิตวิญญาณแห่งหยิน ตัวแทนแห่งความชั่วร้าย ฉ้อฉล โหดเหี้ยม

เป็นดั่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าภูติผีปีศาจ

เราขอประทานนาม เยว่เทียนอ๋าว[3] ท้องฟ้าอันล้ำลึก

 

สิ้นคำแห่งโองการราชันกิเลนเยว่หรงเต๋อ เสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องไปทั่ว บรรดาเสนาอำมาตย์และคณะทูตที่ได้รับอนุญาตให้ร่วมงานต่างพากันชื่นชมยินดีในความงามสง่าของโอรสกิเลนสวรรค์ทั้งสอง

 

ทว่ากลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้...

ในครรลองสายตาของฝูงชนที่จับจ้อง กิเลนจันทร์ กลับมีสายตาคู่หนึ่งที่มองผ่านเลยไป...

ราชทูตหนุ่มแห่งพิภพมนุษย์เจว่ชิงจ้องมองราชันกิเลนสวรรค์ที่กำลังเหนื่อยล้าภายหลังใช้พลังถึงเก้าในสิบส่วนในพิธีเปลี่ยนร่างอย่างไม่วางตา ใบหน้าคมคายที่ยามปกติแลดูสุภาพสงบนิ่งบัดนี้กลับยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่งสายตาสิเน่หาออกมาไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นเยว่หรงเต๋ออ่อนแรงลงก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่อง

ราชทูตหนุ่มก้าวมาด้านหน้า ปรายหางตาเหลือบมองราชินีกิเลนทั้งสองด้วยความชิงชังครั้งหนึ่ง ก่อนสะบัดมือเบิกค่ายกล ทวารข้ามมิติ อย่างมุ่งร้าย พริบตา! น้ำพุสีดำอันกราดเกรี้ยวพลันผุดขึ้นจากผืนดินกลืนกินพื้นที่รอบๆ อย่างรวดเร็ว

เจว่ชิงกระโจนออกมากลางปะรำพิธีซึ่งบัดนี้ถูกไอหมอกสีดำบดบังไปทั่ว ราชทูตแห่งพิภพมนุษย์ตะโกนก้องด้วยเสียงแหลมสูง

ฮิ ฮิ ฮิ ตัวข้าปีศาจพ่ายรักขอรับตัวราชันกิเลนและลูกน้อยไปก่อนเถิดนะ

อย่างไม่ทันตั้งตัว! ทวารข้ามมิติที่ขับเคลื่อนด้วยพลังปีศาจพลันเปิดออก มือแห่งความมืดมิดที่แสนอัปลักษณ์น่าขยะแขยงตรงเข้าคว้าร่างของเยว่หรงเต๋อและองค์ชายกิเลนน้อยเยว่เทียนอ๋าว กระชากร่างทั้งสองหล่นลงสู่หลุมดำไร้ก้นบึ้งที่ปรากฏบนผืนดินพร้อมกับร่างของเจว่ชิงที่กระโดดตามลงไป

วินาทีถัดมา รอยแยกแห่งความมืดก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว แสงสว่างกลับคืนมาพร้อมกับความเงียบงัน ผู้ลักพาและ ผู้ถูกลักพาต่างหายลับ เหลือไว้เพียงกิเลนน้อยเยว่เทียนหมิงและสองราชินีกิเลนที่ยังมองจ้องอย่างตกตะลึง

 



[1] ตามธรรมเนียมจีนนั้น จะนิยมฉลองวันเกิดในอายุเลขที่มีเลข 9 และ เลข 10 แต่สำหรับนิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนได้ดัดแปลงให้เป็นเลข 8 เพื่อความเหมาะสมกับพิภพกิเลนสวรรค์ และเสริมความเป็นสิ่งมงคลของกิเลนจันทร์

[2] เทียนหมิง ความหมายคือ ท้องฟ้าสว่าง

[3] เทียวอ๋าว ดัดแปลงมาจาก เทียน () ที่แปลว่า ท้องฟ้า และ อ้าว () ที่แปลว่า ลึกล้ำ ลึกลับ ยากเกินเข้าใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

122 ความคิดเห็น

  1. #112 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 02:26
    เย้ยโดนลักไปสะแล้วงานเข้าแจ้ง 911
    #112
    0
  2. #29 ++//จี้ซัง//++ (@0u0uh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:08
    อ๊ายยย อะไรก๊านนน ทำไมดดนลักพาตัวไปอย่างง่ายดายเช่นนี้
    แล้วจะเป็นอะไรมั้ยนี่ โถ พ่อองครักษ์เงาก้ไม่อยู่ซะด้วย
    #29
    0
  3. #28 __=^ท่านโช^=__ (@porpor999) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:48
    อืม ภาษาสวยดีขอรับ

    เนื้อเรื่องค่อนข้าง ออกไปทางแนวแฟนตาซีแบบจีน

    ตอนนี้ No comment ขอรับ

    แต่จะติดตามไปเรื่อย ๆ
    #28
    0
  4. #27 mo-ko (@mook0007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:04
    เรื่องนี้วายหรือเปล่าอ่ะ
    แต่งเรื่องได้น่าติดตามจัง อยากรู้ตอนตอนไปแล้วอ่ะ
    #27
    0