หลงกิเลนจันทร์ [หยาง]

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 :: ราชวงศ์กิเลนแห่งพิภพสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    5 ก.ย. 54

บทที่ 1

ราชวงศ์กิเลนแห่งพิภพสวรรค์

 

นับแต่ครั้งบรรพกาล โลกนี้ประกอบด้วยหลากหลายหมื่นแสนพิภพอันเป็นที่ก่อตั้งรากฐานของสรรพชีวิต ในแต่ละพิภพนั้นยังสามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีกนับร้อยพันเขตแดน กระทั่งถึงกับมีคำกล่าว

แม้นเป็นเทพผู้สร้างเอง หากมุ่งหวังไปเยือนให้ถ้วนทั่วทุกแผ่นดินเพียงเหยาะย่างเท้า อาจต้องใช้เวลาเพื่อเวียนวนกลับมาที่เดิมมากกว่าแสนล้านปี

ทว่าโชคดีนักที่การแบ่งสรรปันส่วนเขตการปกครองกลับมิได้ยุ่งยากไปตามจำนวนดินแดนที่น่าเวียนหัวเหล่านั้น

พิภพกว้างใหญ่เหลือคาดคะเนทั้งหลายแหล่รวมกันแล้วแบ่งแยกเป็น สามพิภพ หนึ่งเขตแดนสวรรค์  

พิภพทั้งสามถูกแบ่งตามเผ่าพันธุ์ที่มีเชื้อสายใกล้เคียงกันอันได้แก่ พิภพเทพ พิภพมาร และพิภพมนุษย์ แต่ละพิภพนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของ สามจักรพรรดิสามผู้ยิ่งใหญ่เลื่องชื่อระบือนามที่ไม่ว่าผู้ใดก็ตามต่างครั่นคร้ามในพลังอำนาจกันหมดสิ้น

พิภพทั้งสามหาได้มีเขตพรมแดนชิดติดกันอย่างชัดเจน แม้คล้ายเป็นเอกเทศทว่ากลับมีเส้นทางและเขตแดนบางส่วนเชื่อมต่อกัน แม้มิได้มีสนธิสัญญาประกาศชัด หากเหล่าเทพผู้ทรงฤทธิ์ มนุษย์ผู้มีปัญญาอาคม และมารผู้เปี่ยมพลังอำนาจ ต่างอาศัยพลังฤทธานุภาพแห่งตนรักษาสมดุลยภาพระหว่างกัน ป้องกันมิให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดล่วงล้ำดินแดนแห่งตน

แล้วสวรรค์นั้นเล่าคือที่แห่งใด?

นับแสนล้านปีมาแล้ว กล่าวกันว่าพิภพสวรรค์คือแผ่นดินแห่งจิตวิญญาณธรรมชาติอันสมดุลเป็นหนึ่งที่สุดนับตั้งแต่มหาพิภพทั้งหลายกำเนิดขึ้น  ‘สวรรค์อันถูกเรียกว่า หนึ่งเขตแดนพิเศษ คือจุดศูนย์กลางของแสงสว่างและความมืด เป็นแผ่นดินของภูติสีขาวบริสุทธิ์ ปิศาจสีดำทมิฬ และเหล่าสัตว์เทพผู้ถือกำเนิดโดยการอำนวยพรจากธรรมชาติ

สัตว์เทพผู้ทรงฤทธานุภาพทั้งหลายประกอบด้วยสี่ตระกูลใหญ่หรืออาจเรียกว่าสี่เผ่าพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ อันได้แก่ กิเลนผู้บริสุทธิ์สูงส่ง มังกรผู้เรืองอำนาจ หงส์ผู้ครองชีวิตนิรันดร์ และเต่าดำผู้ทรงความยุติธรรม นานมากแล้วที่สัตว์เทพทั้งสี่ กิเลน มังกร หงส์ เต่าดำ ต่างเกาะเกี่ยวร้อยรัดสานสัมพันธ์เกื้อกูลหนุนนำ และถูกเรียกขานว่า สี่ราชันสวรรค์ ผู้ครองพลังอำนาจเหนือเหล่าจิตวิญญาณธรรมชาติทั้งปวง

สามจักรพรรดิ สี่ราชันสวรรค์ จึงเป็นคำเรียกขานเสาหลักแห่งอำนาจเหล่านั้น

นอกจากนี้แล้ว ผู้ใดก็ตามที่แสวงหายศศักดิ์ มีความหลงใหลทะยานอยากในพลังอันยิ่งใหญ่แห่งจอมราชัน ล้วนยอมมอบกายถวายจิตใจเป็นข้ารับใช้ สาบานตนเป็นเทพพิทักษ์ผู้กล้าหาญและเปี่ยมด้วยสติปัญญาอันถูกเรียกว่า สามเทพพิทักษ์ นั่นคือ เทพพิทักษ์สงครามผู้นิยมชมชอบการศึกสัประยุทธ์ เทพพิทักษ์เจ้าปัญญาผู้มากเล่ห์เหลี่ยมกล และเทพพิทักษ์เงาผู้เป็นดั่งตัวตายตัวแทนแห่งเจ้าชีวิต เทพพิทักษ์ทั้งสามแห่งสามจักรพรรดิและสี่ราชันสวรรค์ รวมเป็น ยี่สิบเอ็ดเทพพิทักษ์ ล้วนสร้างชื่อตนด้วยความสามารถ ค้ำจุนพิภพทั้งหลายให้สงบสุขรุ่งเรืองเสมอมา....

ณ เขตแดนแห่งพิภพสวรรค์...

แผ่นดินสุขสงบแห่งเหล่าสัตว์เทพยามนี้เปี่ยมด้วยความรื่นเริงปรีดายิ่งนัก ด้วยนับเป็นช่วงเวลากว่าแสนล้านปีที่จักได้เฉลิมฉลองในอุบัติการณ์อันเป็นมหามงคลที่สุด

กิเลนจันทร์ตัวแทนจิตวิญญาณแห่ง หยินและ หยาง

สิ่งวิเศษที่มีชีวิตแห่งแดนสวรรค์ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ท่ามกลางการอำนวยพรแห่งแสงสว่างและความมืดทั้งมวล!

เสียงเล่าลืออันลือลั่นมิได้จบแค่เขตแดนสวรรค์หากยังโด่งดังไปทั่วทั้งสามพิภพ ชาวสวรรค์ผู้สูงส่งทั้งหลายล้วนภาคภูมิกึ่งลำพองใจในความรุ่งโรจน์แห่งแผ่นดินสวรรค์ที่จักบังเกิดสืบไปชั่วกัปชั่วกัลป์ยิ่งนัก

ทว่า...

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวอ้างมาข้างต้น ยังมิได้มีส่วนใดเอ่ยพาดพิง คำทำนายอันแสนร้ายกาจ ของเทพพยากรณ์ผู้ทรงอาคมแห่งพิภพมนุษย์เลยสักนิด...

เทพนักทำนายเพียงหนึ่งเดียวบนแดนดินผู้สามารถถอดจิตสื่อร่างท่องเที่ยวไปทั่วทุกเขตแดนแห่งสามพิภพ หนึ่งเดียวที่ได้รับอนุญาตให้มองเห็นเศษเสี้ยวแห่งอนาคตอันเป็นดั่งสิ่งต้องห้ามแห่งห้วงกาลเวลา ย่อมสามารถกล่าวได้อย่างสนิทใจว่า คำพยากรณ์นั้นมิมีสิ่งใดเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างไร้สาระแก่นสารเป็นแน่แท้

เบื้องหน้าต้นท้อหมื่นปีแห่งอาณาจักรเยว่จินหรง[1] แผ่นดินจันทราทองแห่งราชันกิเลนสวรรค์

เยว่หรงเต๋อ ราชันกิเลนปฐพียืนสงบนิ่งอยู่ ณ ที่นั้น ค่ำคืนแห่งการกำเนิดกิเลนจันทร์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เวลานี้แสงสีทองรำไรจากผืนฟ้าครามอร่ามตาทอดผ่านกิ่งก้านสูงใหญ่ของต้นท้อวิเศษ ส่องกระทบใบท้อเรียวรีสีเขียวเข้มที่ไหวลู่น้อยๆ ตามแรงลม ผลท้อสุกสีชมพูอมทองเปล่งปลั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลขจรขจาย ความหอมหวานอันเกินพอดีนี้ดุจราวจักตอบสนองต่อจิตใจของราชันกิเลนหนุ่มที่บัดนี้เสมือนมีเศษเสี้ยวแห่งความกังวลซุกซ่อนอยู่ภายในความรื่นเริงยินดีที่โอรสน้อยทั้งสองถือกำเนิดขึ้น

แม้ต่อหน้าจักแสดงออกรับรองอย่างหนักแน่นยิ่งกว่าภูผากับยอดพธูราชินีกิเลนทั้งสองนาง จูเจินอวี้เหวิน และ มู่ตานกุ้ยฮวา ว่าอย่ากังวลต่อคำทำนายจนเกินพอดี หากภายในใจส่วนลึก... เยว่หรงเต๋อรู้ดีว่าคำทำนายนั้นย่อมเจือปนไปด้วยความจริงอันยากจะหลบเลี่ยงได้

ใบหน้าคมเข้มที่งดงามอ่อนโยนแหงนมองต้นท้ออย่างชั่งใจ ชายหนุ่มอยากจะแล่นไปยังพิภพมนุษย์เพื่อสืบสาวเอาความจากเทพพยากรณ์เสียยิ่งนัก แต่แล้วก็ส่ายศีรษะช้าๆ จนเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่ผูกมัดไว้หลวมๆ ขยับไหว ด้วยรู้ดีว่าจักรพรรดิพิภพมนุษย์จอมเจ้าเล่ห์เรืองปัญญาคงมิยินยอมให้พบโดยง่ายโดยไม่เสียค่าผ่านทางเป็นแน่แท้  ยิ่งคิดก็ยิ่งทอดตาอย่างกังวล นัยน์ตาหงส์สีเขียวมรกตอันเป็นที่น่าหลงใหลใฝ่ฝันเปล่งประกายวาววับสะท้อนแสงตะวันสีส้มทองดุจราวจะหม่นแสงลง 

องค์ราชันทรงมาอยู่ที่นี่นี่เอง ดีว่ายามนี้งานฉลองอึกทึกนัก องค์ราชินีทั้งสองก็ทรงพักผ่อน จึงไม่มีผู้ใดวิ่งวุ่นตามหา

เบื้องหลังราชันกิเลนปฐพี เสียงบุรุษผู้มาถึงเอ่ยนอบน้อมจงรักภักดี เขาคือเทพพิทักษ์เงาผู้มีนามว่า หลิวอันจิ้ง เพียงพิศดูสองบุรุษสูงศักดิ์ ณ ที่ตรงนี้ หลายคนอาจตั้งคำถาม ชนชาวกิเลนนั้นรูปโฉมงดงามราวเทพเซียนเหนือโลกีย์เช่นนี้ทั้งหมดหรือไม่? หลิวอันจิ้งมีเรือนผมสีเขียวอ่อนมัดรวบตึงยกขึ้นสูง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสดใส รูปร่างสูงโปร่ง โครงหน้าละม้ายราชันเยว่หรงเต๋อ ทว่ารัศมีทรงอำนาจคุกคามยังอ่อนชั้นกว่าอยู่หลายส่วน

คล้ายจะเข้าใจความกังวลแห่งนายเหนือหัว  หลิวอันจิ้งคุกเข่าลงอย่างสงบเงียบ เฝ้ารอคำสั่งอยู่เพียงอึดใจ ในความใกล้ชิดสนิทสนมและคุ้นเคยกันมานานดุจดั่งตัวตายตัวแทน เยว่หรงเต๋อจึงละความกลัดกลุ้ม ตัดสินใจบอกเล่าคำนายแห่งเทพพยากรณ์แก่เทพพิทักษ์ผู้ที่ไว้วางใจที่สุด ท่ามกลางกาลเวลาที่ค่อยเคลื่อนผ่านเนิ่นช้าแสนนานนั้น...

ภายหลังใจความอันน่าหวาดหวั่นถูกถ่ายทอดออกมา เทพพิทักษ์หนุ่มถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียด หากการณ์ในอนาคต... กิเลนจันทร์จักนำความล่มสลายมาสู่พิภพสวรรค์เป็นความจริง เรื่องนี้จึงสมควรแล้วที่องค์ราชันจักต้องวิตกกังวลนัก

แล้วทรงมีประสงค์เช่นไรกัน

หากราชันมังกรมิได้แพร่งพรายต่อผู้ใดก็คงเป็นการดี อย่างไรเสียตาเฒ่ามากเล่ห์นั่นคงจักต้องการสิ่งตอบแทนเป็นค่าปิดปากสักเรื่องหนึ่ง ส่วนราชันหงส์นั้นเรามิอาจคาดเดาใจนาง นางเสมือนสายลมอิสรเสรีพัดเพไม่แน่นอน แต่เรามั่นใจว่าผู้เกิดใหม่นับพันรอบเช่นนางนั้นย่อมรอบคอบเป็นที่สุด ข้างราชันเต่าดำคงมิต้องกังวล ความสัมพันธ์อันวิเศษระหว่างเขากับจูเจินนั้นล้ำลึกดุจราวพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน

เยว่หรงเต๋อระบายลมหายใจยาว เชื่อแน่ว่าอีกไม่นานคงมีสารลับจากวังมังกรเอ่ยอ้างทวงถามของวิเศษสิ่งใดสิ่งหนึ่งของเผ่ากิเลนเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ครั้งนี้ เผ่ามังกรที่มาร่วมงานกำเนิดกิเลนจันทร์นั้นประกอบด้วยราชันมังกรเฒ่าหลงหวางไห่ และรัชทายาทองค์น้อยหลงฟงหลาง หลงหวางไห่แม้แก่ชราสังขารร่วงโรยแต่ยังมีเขี้ยวเล็บเป็นที่ครั่นคร้ามลือชา ส่วนหลงฟงหลางแม้ยังนับเป็นทารกเพิ่งเกิดอายุเพียงสิบขวบปี หากก็ฉายแววฉลาดเฉลียวระคนเจ้าเล่ห์เหมือนบิดาไม่มีผิด เมื่อคิดดูแล้ว การติดสินบนอย่างไม่ตั้งใจครั้งนี้เปรียบเสมือนการมอบขนมหลอกล่อเด็กให้กระทำตามอย่างไรกระนั้น

ราชันกิเลนสวรรค์ยกสองมือไพล่หลัง นัยน์ตาหงส์ยังจับจ้องต้นท้อหมื่นปีอย่างครุ่นคิด

อันจิ้งเอ๋ย ลำบากเจ้าแล้ว ยามนี้เราไว้ใจที่สุดเพียงเจ้า สิ่งที่เราจักทำนั่นคือการเตรียมการให้พร้อมเมื่อเวลาแห่งคำทำนายมาถึง

หากมีสิ่งใดที่อันจิ้งกระทำได้เพื่อองค์ราชัน โปรดบัญชา” 

น้ำเสียงเทพพิทักษ์เงาเปี่ยมความมุ่งมั่นไม่หวั่นไหวมีผลให้เยว่หรงเต๋อคลี่ยิ้มบางๆ ทั้งพอใจและเป็นกังวล หากทว่าในเวลานี้เขามิควรมีความลังเล

หน้าที่นี้อาจทำให้เจ้าต้องระเหเร่ร่อนจากแผ่นดินสวรรค์ไปนานนับร้อยปี ทั้งต้องปิดบังโฉมหน้าชื่อเสียง กระทำการลักลอบดั่งโจรไม่สมเกียรติแห่งชาวกิเลน แต่เจ้าก็เป็นความหวังของเรา...

เยว่หรงเต๋อเอ่ยช้าๆ แล้วเว้นจังหวะลง ใบหน้างามสง่าดุจเทพเซียนสวรรค์ลอบถอนหายใจ

“เคยได้ยินสิ่งวิเศษนาม กระจกเสี้ยวจันทร์หรือไม่

พ่ะย่ะค่ะ กล่าวกันว่ากระจกเสี้ยวจันทร์คือเศษเสี้ยวแห่งดวงจันทร์ที่ตกหล่นจากฟากฟ้าลงสู่ผืนดินในวันที่จันทรามาเยือนท้องนภาเป็นครั้งแรก เป็นสิ่งวิเศษอาบไล้ด้วยไอจันทราทิพย์สะสมมาแต่โบราณกาล บัดนี้แตกเป็นชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปตามพิภพดินแดนต่างๆ ว่ากันว่าหากผู้ใดรวบรวมได้สำเร็จ จักได้รับพลังสะท้านฟ้าสะเทือนดินเป็นหนึ่งในใต้หล้า

หลิวอันจิ้งตอบได้ทันที น้ำเสียงทุ้มต่ำกล่าวเป็นจังหวะอย่างน่าฟัง เยว่หรงเต๋อหรี่ตาลง ก้มมองเทพพิทักษ์เงาผู้นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาเปี่ยมเมตตา ราชันกิเลนหนุ่มบรรจงปลดพู่หยกที่ห้อยประดับเอวอยู่ออก เส้นไหมละเอียดสีแดงชาดถักทอเป็นเส้นเชือกรัดร้อยผ่านห่วงทองคำที่เชื่อมต่อกับแผ่นหินหยกรูปวงกลม ทั้งบางใสทว่าแข็งแกร่ง ด้านบนสลักลวดลายรูปกิเลนคู่ในสัญลักษณ์หยินหยางเกี่ยวกระหวัดแนบแน่น ปรากฏประกายแสงสีทองจางๆ แปลบปลาบวิ่งแล่นไปทั่วราวกับแสงสะท้อนจากเสี้ยวกระจกอันแหลมคม

จงไปเถิดอันจิ้ง เจ้าจงไล่ตามแสงสะท้อนที่เพรียกหากันของกระจกเสี้ยวจันทร์ รวบรวมชิ้นส่วนทั้งหลายกลับคืนมาที่เดิม หากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงหายนะในกาลอนาคตได้ก็สมควรจัดงานเลี้ยงต้อนรับมัน

หลิวอันจิ้งเทพพิทักษ์เงาผู้ซื่อสัตย์เอื้อมมือไปรับพู่หยกของวิเศษคู่บุญราชันกิเลนสวรรค์ เพียงสัมผัส รังสีอันหนักอึ้งกดดันก็แผ่กระจายมากระทบพาให้ตนตระหนักถึงหน้าที่ใหญ่หลวงที่ได้รับความไว้วางใจฝากฝัง

เยว่หรงเต๋อเผยรอยยิ้มน่ามอง มือขาวสะอาดข้างหนึ่งตวัดขึ้นเบาๆ  ผลท้อหมื่นปีสุกปลั่งลูกหนึ่งก็ร่วงหล่นบนฝ่ามือ

นี่คือผลท้อที่โอชาที่สุด เต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งแผ่นดินอันเข้มข้นที่สุด เรามอบให้เจ้า

พริบตา ผลท้อหมื่นปีทรงคุณค่าก็มาอยู่ตรงหน้าหลิวอันจิ้ง มือเรียวสวยได้รูปยื่นผลท้อมาจรดริมฝีปากเทพพิทักษ์หนุ่มอย่างตั้งอกตั้งใจ

ในเมื่อเจ้าชีวิตของหลิวอันจิ้งประทานความเมตตาอย่างล้นเหลือให้ถึงเพียงนี้ หลิวอันจิ้งจึงซาบซึ้งใจยิ่งนัก ใบหน้าคมคายละม้ายองค์ราชันกิเลนปิดเปลือกตาลง ยอมรับผลไม้ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งแดนสวรรค์อย่างเต็มใจ ริมฝีปากบางเฉียบสีอ่อนเผยอขึ้น ฟันขาวสะอาดดุจไข่มุกบรรจงกัดเนื้อผลท้อหวานฉ่ำ กลิ่นหอมอบอวลแตะจมูกชวนให้ลุ่มหลง เพียงคำแรกก็รู้ถึงระลอกพลังอันเข้มข้นถ่ายทอดเข้ามาภายในร่างกาย ผลท้อหมื่นปีนั้นคือยาวิเศษเสริมพลัง ต่ออายุ และยังกล่าวขานว่านำพาโชคลาภมาให้ไม่สิ้นสุด ลิ้มรสแค่ผลเดียวก็สมบูรณ์พูนสุขไปหมื่นปี นับเป็นผลไม้ต้องห้ามอันสูงค่าที่สงวนไว้เพียงเหล่าจักรพรรดิและราชันสวรรค์ได้ลิ้มลองเท่านั้น เหตุนี้การที่เยว่หรงเต๋อมอบให้แก่เทพพิทักษ์จึงนับได้ว่าเป็นความปรานีอย่างที่สุดแล้ว

 

ณ แผ่นดินแห่งจันทราทองเยว่จินหรง เวลาเดียวกันนั้นในห้องส่วนตัวรโหฐานของสองราชินีกิเลน พวกนางกำลังรับรองแขกคนสำคัญยิ่ง นั่นคือ ราชันเต่าดำผู้เที่ยงธรรมเยวียนจุยเสวียนอู่[2] และราชันหงส์ผู้ครองชีวิตอมตะหลวนจูเชว่[3]

จูเจินอวี้เหวิน นางกิเลนแสนงามประดุจไข่มุกล้ำค่าผู้มีกำเนิดจากวารีนั่งสงบนิ่งสง่างามเคียงข้างมู่ตานกุ้ยฮวา นางกิเลนผู้งดงามอ่อนหวานประดุจดอกโบตั๋นผู้มีกำเนิดจากบุปผา เหล่ามารดาผู้งามเป็นหนึ่งในพิภพกิเลนสวรรค์ประคองลูกน้อยไว้แนบอก ร่างเล็กจ้อยสีขาวและสีดำของทารกกิเลนทั้งสองถูกห่อไว้ด้วยผ้าไหมเนื้อนุ่มนิ่ม โอรสกิเลนทั้งคู่ต่างหลับสนิทอย่างสบายอารมณ์

พี่เสวียนอู่ลำบากท่านแล้ว คำพยากรณ์อาจจะน่าพรั่นพรึงนัก ทว่าข้าซาบซึ้งใจเหลือเกินที่ท่านเอ็นดูหลานชาย ทั้งยังช่วยปกป้องคุ้มครองพวกเขาทั้งสอง

ท่านจูเชว่ก็เช่นกัน ชาวกิเลนทั้งมวลต้องขอขอบคุณยิ่งแล้วกับความเอื้ออารีของท่านครั้งนี้

เมื่อจูเจินอวี้เหวินกล่าวจบ มู่ตานกุ้ยฮวาก็เอ่ยขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจเช่นกัน

เป็นดังที่ราชันกิเลนสวรรค์เยว่หรงเต๋อคาด ท้ายที่สุด ราชันหงส์และราชันเต่าดำต่างยอมโอนอ่อนผ่อนตามช่วยเก็บงำความลับสวรรค์ในครั้งนี้ ด้วยเหตุว่ามีสัมพันธ์อันดีต่อกันมาแต่ครั้งโบราณกาลส่วนหนึ่ง ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งยิ่งใหญ่และน่าประทับใจกว่านั้น คือความเอ็นดูที่มีต่อตัวกิเลนน้อยทั้งสองเอง

 

ย้อนกลับไปในราตรีแห่งการก่อกำเนิด ภายหลังเยว่หรงเต๋อผู้เป็นบิดาประกาศเริ่มงานฉลอง กิเลนจันทร์แห่งหยินและหยาง ทารกกิเลนน้อยผู้สูงศักดิ์ที่เพิ่งลืมตามองดูโลกนี้เป็นครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นยินดีในโลกใบใหม่อันงดงามและน่ามหัศจรรย์นี้ยิ่งนัก ร่างกิเลนดังมฤคาตัวจ้อยสีขาวสะอาดและสีดำขลับ หางเหมือนหางโค ผิวปกคลุมด้วยเกล็ดอ่อนบางใสดั่งมัจฉา และหัวน้อยๆ ที่ประดับเขาเรียวบางกลางหน้าผาก ต่างพากันกระโดดออกจากอ้อมกอดของจูเจินอวี้เหวินและมู่ตานกุ้ยฮวาวิ่งไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

สองทารกกิเลนใช้แรงเท่าที่มีกระโจนลงสู่ทะเลสาบท่ามกลางแสงจันทร์ที่เปี่ยมด้วยไอจันทราทิพย์ กีบเท้าเล็กบางเหมือนอาชาก้าวกระโดดบนผิวน้ำใสกระจ่าง ทว่ายังมิทันสัมผัสดีนัก ดอกบัวสีสวยสดมากมายก็ผุดขึ้นมารองรับฝ่าเท้าเจ้ากิเลนซุกซน และมิว่าจะวิ่งวุ่นไปทางใด ณ ทางนั้นจะมีเส้นทางบุปผาแย้มบานผุดขึ้นมารองรับไว้เสมอ ดอกบัวงามหลากสีสัน ทั้งชมพูอ่อนใส ขาวบริสุทธิ์ น้ำเงินไพลิน เขียวมรกต ส้มทองบุษราคัม แดงเลือดนก ดำดั่งขนกา ล้วนผุดพรายขึ้นอย่างเอาอกเอาใจ

ภาพกิเลนน้อยสีขาวพิสุทธิ์เปล่งประกายส่องสว่างกระโดดโลดเต้นหยอกล้อกับกิเลนน้อยสีดำนิลขับประกายระยับด้วยแสงจันทร์จนคลื่นน้ำแตกกระจายช่วยผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียดของเหล่าผู้วิตกกับคำทำนายทั้งหลายจนหมดสิ้น กิริยาเล่นซนอย่างไร้เดียงสาของสิ่งมีชีวิตสุดวิเศษทั้งคู่เรียกเสียงหัวเราะขบขันด้วยความเอ็นดูจากราชันเต่าดำเยวียนจุยเสวียนอู่และราชันหงส์หลวนจูเชว่ได้ในทันที ดูเถิด ขนาดเจ้าตัวยุ่งทั้งสองเป็นเพียงแค่ทารกกิเลนก็ยังวิ่งแจ้นวุ่นวายขนาดนี้ แล้วอีกหน่อยในยามต้องเปลี่ยนร่างเป็นกายมนุษย์เต็มตัวจะเป็นเช่นใดกันเล่า?

ท่ามกลางเสียงหัวเราะคึกคัก มีเพียงราชันมังกรหลงหวางไห่ที่ปรายตามองอย่างเหยียดๆ กระนั้นแม้จะนึกดูถูกอากัปกิริยาโลดเต้นไม่สำรวมของสองทารกกิเลนน้อย ทว่าอดยอมรับไม่ได้ว่า พลังจันทราทองบริสุทธิ์เข้มข้นในตัว กิเลนจันทร์น่าพรั่นพรึงเสียจนสามารถกระตุ้นให้เหล่าพฤกษาในธรรมชาติเติบโตรวดเร็วผิดปกติธรรมดาเช่นนี้  ส่วนรัชทายาทมังกรน้อยหลงฟงหลางได้แต่อ้าปากค้างตกตะลึงด้วยไม่คาดคิดมาก่อนว่า กิเลนจอมหยิ่งที่ดูสูงส่งสง่างามในแต่ละย่างก้าวตลอดเวลาที่ตนเคยเห็นนั้น...ยามถือกำเนิดกลับไร้เดียงสาน่าหัวร่อเป็นที่สุด

หลังจากวิ่งไล่กันไม่ยอมหยุดพักจนประสบความสำเร็จในการสร้างกองทัพดอกบัววิเศษที่บัดนี้ดูราวกับพื้นพรมหลากสีบนผิวทะเลสาบสดใส กิเลนจันทร์ตัวน้อยทั้งสองก็ผล็อยหลับอย่างเหนื่อยอ่อนประดุจลูกลิงน้อยสิ้นฤทธิ์อยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของมารดา

จูเจินอวี้เหวินและมู่ตานกุ้ยฮวาจ้องมองลูกน้อยอย่างรักใคร่ เสียงเสนาะอ่อนหวานสองเสียงเอื้อนเอ่ยเคล้าคลอ ขับลำนำเพลงกล่อมเด็กด้วยถ้อยคำเปี่ยมด้วยรักทุกลมหายใจ...

 

“บนแผ่นดินรุ่งเรืองแห่งจันทราทอง... ลูกเอ๋ย เจ้าจงพักผ่อน

ท้องฟ้าไม่อาจแจ่มใสตลอดเวลา แสงอาทิตย์ก็ไม่อาจเจิดจ้าตลอดเวลา

ย่อมมีเวลาที่เมฆดำรวมตัวกัน

ลูกเอ๋ย อย่าหวั่นไหว อย่ากลัวเกรง จงเติบโต แข็งแกร่ง และกล้าหาญ

จะทิวาฤๅราตรีกี่ผ่านผัน หากรักของแม่จักคงอยู่เคียงกายเจ้าเสมอ

ลูกเอ๋ย เจ้าจงพักผ่อน... ในอ้อมกอดของแม่ เจ้าจะเป็นสุขและปลอดภัย”

 

เสียงขับขานดังแว่วกระทบโสตประสาทเจ้ากิเลนน้อยทั้งสองให้ยิ่งหลับลึก ร่างเล็กบางยิ่งเบียดชิดเอาไออุ่นจากกายมารดามาเก็บไว้กับตัวเองอย่างแนบแน่น ปากน้อยสีชมพูสดใสเผยอนิดๆ ขยับงึมงำ ก่อนจะมีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอเข้ามาแทนที่อย่างยาวนาน

ยามกำเนิดนั้นคือยามที่ใสบริสุทธิ์เป็นที่สุด เป็นยามที่น่าเคารพเป็นที่สุด น่ายินดีและควรค่าแก่การเฉลิมฉลองเป็นที่สุด...

 



[1] เยว่จินหรง ในที่นี่ หมายความว่า ความรุ่งเรืองแห่งจันทราทอง

[2] เสวียนอู่ ความหมายคือ เต่าดำ หรือเต่าดำแห่งทิศอุดร, บางตำราจัดให้เป็นเทพประจำทิศเหนือด้วย

[3] จูเชว่ ความหมายคือ วิหคแดง หรือวิหคแดงแห่งทักษิณ, บางตำราจัดให้เป็นเทพประจำทิศใต้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

122 ความคิดเห็น

  1. #111 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 02:06
    เริ่มต้นก็สนุกแล้วหน้าติดตามมากสู้ ๆ คับ
    #111
    0
  2. #104 Fral2a (@illreris) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2554 / 08:55
    รีไรท์เวอร์ชั่นล่าสุดแล้วรึนี่ ไรท์ซีซ๊ สู้ๆ ค่ะ!

    สู้เพื่อฝัน เย้!
    #104
    0
  3. #64 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 21:56
    ภาษาหรูเริ่ด !!
    #64
    0
  4. #36 yuuyami (@yuuyami) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:17
    ภาษาบรรเจิดมากค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าตนยังต้องฝึกฝน เคี่ยวกรำให้มากกว่านี้
    เพราะที่ตัวเองแต่งยังไม่งามงดหมดจดพอ สู้ๆ นะค่ะ จะรออ่าน
    #36
    0
  5. #21 Marymuay (@somjail) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2553 / 11:44
    สนุกดีค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ
    #21
    0
  6. #19 JinPan (@jin31018) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2553 / 09:06

    คงจะเป็นนิยายที่ดีแน่ๆ แต่อย่าลืมนะครับ ว่าขึ้นเป็นกำลังภายในต้องมีบทบู๊หน่อยนะครับ
    ภาษาสวยงามมากครับ ข้าพเจ้าเองก็แต่งตำนานอยู่เรื่องหนึ่ง ลองไปอ่านดูก็ได้นะครับ
    เรื่อง "ตำนานล้างพิภพ ภาคสามวีรบุรุษ" แต่งมาได้สักพักใหญ่แล้วครับ เนื้อเรื่องแบบบรรยายไปเรื่อยนะครับ

    #19
    0
  7. #18 Fhal2a (@illreris) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2553 / 23:58
    ดีมากเค้าว่าน้ำตาลยิ่งเคี่ยวก็ยิ่งหวาน เป็นไงหละ หวานจ๋อยเลยตอนนี้ แก้ไขจนน่าพอใจและ ไม่มีไรจะแก้และ

    ป.ล. เม้น #15 นั่นสับสนชีวิตไปหน่อย จะคอมเม้นต์แต่ลืมไปว่าคนละไอดี โทษที ลบไม่เป็นอีกต่างหาก - -'
    #18
    0
  8. #17 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2553 / 21:59
    หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่ต้องเอาเวลาปั่นนิยายหลักมานั่งแก้บทนี้ ( ยังไม่หายงอล!)
    แต่ก็คิดว่าดีขึ้นละ

    ต้องขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ ที่กดอัพอะไรก็ไม่รู้ซะหลายรอบกับบทนี้ ^^"

    ส่วนเรื่องมีนางเอกไหมนั้น...? ภาค 1 ไม่ขอเฉลย แต่ภาค 2 มีแน่ 1 คู่ หุหุ


    ปล. เม้นท์ล่าง #15 ทำไมเอาไอดีเค้ามาโพสล่า  - -"
    #17
    0
  9. #15 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2553 / 11:42
    no comment~

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 มกราคม 2553 / 17:25
    #15
    0
  10. #14 artropine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2553 / 00:16
    สนุกค่ะ ภาษาสวยมากๆๆ จะเป็นกำลังใจให้ต่อไปค่ะ (ขอจองเป็นแม่ยกหนูเทียนอ๋าวนะค่ะ หล่อได้ใจมากค่ะ)
    #14
    0
  11. #10 Fhal2a (@illreris) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 15:19
    เอรึมันจะยาวไปอ่านยาก *0* ไว้ค่อยๆปรับไปเนอะ

    ฉากนี้ตัวละครเดินทัพออกมาเพียบ *0* แอบกรี้ดท่านพ่อแหละ

    ป.ล. ขอบคุณ ZZ สำหรับเพลงกล่อมเด็กมาก

    แปลได้ว่าชีวิตมันต้องมีอุปสรรคให้ก้าวผ่าน แต่แม่จะเป็นกำลังใจให้ลูกนะจ้ะ บลาๆๆ

    รึเปล่า? แต่ชอบนะ ขอคารวะ 1 จอก
    #10
    0