หลงกิเลนจันทร์ [หยาง]

ตอนที่ 3 : หลงกิเลนจันทร์ ภาค 1 :: อารัมภบท กำเนิดกิเลนจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    5 ก.ย. 54

หลงกิเลนจันทร์ ภาค 1 : กำเนิดกิเลนจันทร์

 

อ า รั ม ภ บ ท

กำเนิดกิเลนจันทร์

 ในห้วงรัตติกาลลึกล้ำ จันทร์กระจ่างเต็มดวงที่งดงามอย่างเป็นที่สุดกำลังลอยล่องโดดเด่น...

ค่ำคืนศักดิ์สิทธิ์อันถูกเรียกขานว่าเป็น ราตรีแห่งการก่อกำเนิด  ความสงบเยือกเย็นครอบคลุมไปทั่วทั้งแผ่นดินและแผ่นฟ้า แสงจันทร์สีทองสาดส่องทั่วนภาสีเข้มเจือประกายครามหม่น หมู่ดาวนับพันดวงทอแสงระยับพาดผ่านเป็นแนวยาวจรดสุดปลายฟ้า เสียงสังคีตบรรเลงอย่างไพเราะที่สุดดังแว่วมาคลอเคลียทว่าหาใช่เกิดจากเครื่องดนตรีชิ้นใดไม่ หากแต่เป็นสรรพสำเนียงของเหล่าพฤกษาพนาไพร ทั้งสายลม ผืนดิน และผืนน้ำที่ร่วมขับขานเป็นท่วงทำนองงดงามอย่างตั้งอกตั้งใจ

ณ ใจกลางทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ผิวน้ำเป็นสีเงินยวงด้วยแสงจันทร์สั่นไหวเป็นคลื่นน้อยๆ สะท้อนภาพฝูงหิ่งห้อยบินไล่วนหยอกเย้าอยู่เหนือแผ่นน้ำ พวกมันติดตามเส้นทางแห่งแสงจันทร์ที่สาดส่องกระทบสองยอดปทุมมาสีเขียวหยกขนาดใหญ่ที่ลอยล่องเหนือทะเลสาบ และที่กึ่งกลางระหว่างสองบุปผาล้ำค่าปรากฏร่างหนึ่งบุรุษผู้งามสง่าอย่างหาได้ยากยิ่งในสามพิภพสี่เขตแดนสวรรค์ยืนสงบนิ่งอยู่ ณ ที่นั้น

เขาคือราชันกิเลนปฐพีแห่ง เยว่จินหรง แผ่นดินแห่งจันทราทองบนพิภพสวรรค์ ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์ล้ำค่าสีขาวอมทองยืนหลับตาประสานมือสงบนิ่งเพื่อเฝ้ารอบางสิ่งบางอย่าง ขณะเบื้องหลังไกลออกไปทางชายขอบริมทะเลสาบปรากฏเงาร่างแห่งสามราชันสัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์ในร่างมนุษย์ยืนจ้องมองดอกบัวคู่แฝดเหนือน่านน้ำสงบเงียบไม่วางตา ทั้งหงส์ มังกร และเต่าฟ้า ต่างเฝ้าคอยปรากฏการณ์พิเศษที่จะเกิดขึ้นด้วยตระหนักดีว่า อุบัติได้ยากอย่างยิ่ง ในรอบแสนล้านปีแห่งสามพิภพ

เวลาแห่งการกำเนิดกิเลนจันทร์

อย่างเชื่องช้า เสียงดนตรีแว่วหวานค่อยหยุดบรรเลงอย่างเงียบงัน หิ่งห้อยตัวน้อยหยุดขยับบินไหว ราชันกิเลนแห่งปฐพีปรือตาจากห้วงภวังค์ ใบหน้างามสง่าแหงนมองจันทราเต็มดวงที่ส่องประกายอย่างเต็มที่ นัยน์ตาหงส์สีเขียวมรกตจับจ้องอย่างชื่นชม ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอ่อนโยน เสียงทุ้มเอ่ยก้องกังวานอย่างเป็นสุข

เยว่จินหรง แด่ความรุ่งโรจน์แห่งจันทราทอง

จันทร์สีทองอร่ามเรืองฉายแสงสว่างวาบ พลันบังเกิดเงามืดลึกล้ำและแสงสว่างสุกใสพุ่งเข้าปะทะรุนแรงไปทั่วอาณาบริเวณ แรกเริ่มคลับคล้ายแสงสีขาวและเงาสีดำจะแบ่งดวงจันทร์บนห้วงฟ้าออกเป็นสองฟาก ทว่ามินานกลับส่งแรงดึงดูดเข้าหากัน แปรสภาพเป็นรูปหยดน้ำหมุนวนผสมผสานประดุจภาพปลาสองตัวแหวกว่ายวนเวียนนิรันดร์อยู่ภายในดวงจันทร์กระจ่าง บังเกิดเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมดุลอันเป็นเอกอุในโลกหล้า...

หยินและหยาง รวมเป็นหนึ่งก่อกำเนิดกิเลนจันทร์

ราชันกิเลนหนุ่มแห่งเยว่จินหรงเอ่ยก้องกังวานอย่างภาคภูมิใจ สำหรับกิเลนที่กำเนิดจากปฐพีเช่นเขา จันทรางามบนฟากฟ้าเปรียบเสมือนดวงประทีปส่องทางอันแสนอ่อนโยนและไม่มีวันดับ น่ายินดียิ่งนัก บัดนี้บุตรทั้งสองของเขากำลังถือกำเนิดด้วยการอำนวยพรแสนประเสริฐแห่งไอจันทราทิพย์!

จันทราหยินหยางดวงนั้นสาดส่องประกายทั้งแสงสว่างและความมืด ลำแสงพิสุทธิ์สว่างจ้าแห่งหยางอันร้อนแรงอาบไล้ดอกบัวงามทางฝั่งซ้ายแห่งราชันกิเลน ขณะแสงสีดำลึกล้ำแห่งหยินผสานด้วยไอเย็นอันเหน็บหนาวอาบไล้ดอกบัวคู่แฝดอีกฟากฝั่ง กลีบบัวบางสีเขียวหยกแปรเปลี่ยนเป็นขาวพิสุทธิ์และดำทมิฬตามอำนาจแห่งไอจันทราทิพย์ที่ได้รับ ผสมผสานซึมซาบ ถัดมาจึงค่อยสงบลง...

เพียงชั่วครู่...กลีบบัวบางเบาค่อยขยับแย้มบานอย่างช้าๆ  

เสียงอุทานเซ็งแซ่ดังแว่วมาจากทุกสารทิศ เหนือน่านน้ำทะเลสาบปรากฏร่างเหล่าภูติแห่งแสงสว่างและปีศาจหลากหลายแห่งความมืดแบ่งฟากฝั่งโอบล้อมดอกบัวสีขาวพิสุทธิ์และสีดำนิลอย่างรื่นเริงยินดี บัดนี้ราชันแห่งแสงสว่างและราชันแห่งความมืดต่างถือกำเนิดเป็นกิเลนจันทร์ศักดิ์สิทธิ์ สุดยอดสิ่งวิเศษที่มีชีวิตแห่งสามพิภพจรดแดนสวรรค์! ’

ปทุมมางามล้ำทั้งสองล้วนดูดเอาพลังไอจันทราทิพย์จนหมดสิ้นประกายแสงสุดท้าย แสงและเงาที่ว่ายวนบนดวงจันทร์ต่างถูกกลืนเข้าไปในดอกบัวคู่นั้นจนเต็มอิ่ม กลีบบัวบางทบซ้อนนับพันชั้นค่อยคลี่บานอย่างเริงร่า เผยให้เห็นสองสตรีงามเป็นหนึ่งในแดนดินนั่งอยู่ ณ ใจกลางดอกบัวของแต่ละฟาก สองนางนั้นคือราชินีแห่งราชันกิเลนสวรรค์ หนึ่งคือนางกิเลนวารีในปทุมมาสีขาว และสองคือนางกิเลนบุปผาในปทุมมาสีดำ

สองราชินีประคองร่างทารกน้อยในอ้อมอกอย่างรักใคร่ ในอ้อมแขนของราชินีกิเลนวารีเป็นกิเลนขาวตัวน้อย เกล็ดทั่วร่างเป็นสีใสสว่างจ้าดุจราวแสงตะวัน ในขณะราชินีกิเลนบุปผาประคองร่างทารกกิเลนน้อยสีดำนิลไว้ ผิวเกล็ดใสเป็นประกายดั่งเพชรสีดำที่ดูดกลืนบรรยากาศรอบด้าน

กลิ่นหอมอันชวนลุ่มหลงแห่งดอกบัวคู่ขจรขจายไปตามสายลม ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีจากเหล่าปีศาจภูติพรายดังก้องกระหึ่ม ต้นท้อหมื่นปีริมทะเลสาบเสมือนร่วมยินดีไปพร้อมสรรพสำเนียงนั้นด้วย เปลือกไม้สีน้ำตาลเข้มด้านบนของลำต้นพลันแยกออกแปรสภาพเป็นโพรงไม้สีดำสนิททันใด มีผลให้เนื้อไม้ด้านล่างปริแตกเป็นแนวขวางเปล่งเสียงร้องเสียดสีก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงใสกังวานจากสตรีนางหนึ่งที่เฝ้ามองการกำเนิดแห่งกิเลนจันทร์มาตลอดด้วยเช่นกัน!

 

สามจักรพรรดิ สี่ราชันสวรรค์ ยี่สิบเอ็ดเทพพิทักษ์

กิเลนจันทร์แห่งหยินและหยาง กิเลนจันทร์แห่งแสงสว่างและความมืด

จักก่อการทำลายที่ล่มสลายสวรรค์

เปลี่ยนผู้สมถะซ่อนตนให้ละโมบลุ่มหลง เปลี่ยนผู้กล้าเปี่ยมปัญญาให้ขลาดเขลา

เปลี่ยนวิญญาณพิสุทธิ์ให้โหดเหี้ยมอำมหิต

วงล้อชะตากรรมแห่งพรหมลิขิตจักวนเวียนมาอีกครั้ง

 

นับเป็นการประกาศถ้อยคำแสดงความยินดีอันไร้จิตใจอย่างร้ายกาจยิ่ง! ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงที่น่าดูชม ทว่า เทพพยากรณ์แห่งพิภพมนุษย์ กลับส่งสารอันก่อให้เกิดความเคลือบแคลงมายังเหล่าผู้สูงศักดิ์แห่งแดนสวรรค์ ไร้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ มีเพียงบางคนที่ลอบถอนใจ บางคนกล้ำกลืนคำพูดฝืดคอให้หายลับ เฝ้ารอการตัดสินใจของราชันกิเลนปฐพีแห่งเยว่จินหรง

ทว่าราชันแห่งจันทราทองกลับมิได้แสดงความเดือดเนื้อร้อนใจ สองราชินีกิเลนประคองบุตรในร่างกิเลนน้อยไว้แนบอก พาร่างระหงก้าวมายืนเคียงข้างซ้ายขวาของราชันหนุ่ม หนึ่งบุรุษงามสง่าและสองอนงค์นางพิลาศล้ำแลดูงดงามประหนึ่งภาพฝัน ดวงหน้านิ่งสงบแห่งราชันกิเลนสวรรค์จ้องมองแน่วแน่ไปยังต้นท้อหมื่นปีอันเป็นที่สิงสู่แห่งเทพพยากรณ์ ประกายตาที่สบมองคมกล้าเปี่ยมอำนาจอย่างราชัน เสียงทุ้มนุ่มประกาศก้องกังวาน   

เริ่มงานฉลองเถิด

ในเวลานั้น อาณาจักรกิเลนสวรรค์เยว่จินหรงได้ทำการเฉลิมฉลองไปถึงสามสิบวันสามสิบคืนเพื่อเป็นเกียรติแด่ กิเลนจันทร์  อีกทั้ง คำทำนายแห่งเทพพยากรณ์ที่แสนกำกวมและน่าหวาดระแวงก็มิได้ถูกถ่ายทอดออกไป เพียงเก็บงำเงียบไว้กับเหล่าผู้นำของแต่ละเผ่าพันธุ์สัตว์เทพเท่านั้น...

ห่างไกลออกไปบนหน้าผาสูงชันที่ปกคลุมด้วยต้นดอกเหมยผลิดอกสวยสดบานสะพรั่ง...

ณ ผิวดินเงียบสงบอันโปรยปรายด้วยกลีบดอกเหมย ทั้งอาหารและสุราชั้นดีถูกจัดวางบนผืนผ้าหนาที่ปูลาด ที่แห่งนั้นปรากฏเงาร่างอาจองงามสง่าแห่งสองบุรุษต่างนั่งจิบสุราอย่างออกรส สองอาคันตุกะแปลกหน้าล้วนรับชม การกำเนิดแห่งกิเลนจันทร์ที่สมควรเป็นความลับแก่บุคคลภายนอกมาตั้งแต่ต้น... การกำเนิดแห่งดวงวิญญาณหยินและหยางที่มีชีวิตอันหาได้ยากยิ่ง!

สมควรนับเป็นเรื่องน่าหนักใจโดยแท้ เหล่าราชันสัตว์เทพผู้ทรงอำนาจทั้งหมดกลับมิอาจสัมผัสถึงตัวตนของคนแปลกหน้าคู่นี้ได้ ย่อมหมายความว่า บุรุษทั้งสองต้องครอบครองพลังอำนาจอย่างเหนือชั้นจนสามารถซ่อนจิตปิดบังไว้ได้อย่างมิดชิด กระทั่งราชันกิเลนปฐพีแห่งเยว่จินหรงผู้ใกล้ชิดกับผืนดินที่สุดยังมิอาจไหวตัวทัน!

บุรุษผู้เยาว์วัยกว่ารินสุรามธุรสจากขวดหยกขาวสู่จอกหยกในมือบุรุษอีกผู้หนึ่งอย่างแคล่วคล่อง

ไม่นึกเลยมาเยี่ยมเกอเก[1]ครั้งนี้ จะมีโอกาสได้ชมสิ่งวิเศษที่หมื่นแสนปีจักมีสักครั้ง

ยอดสุราในคืนจันทราหยินและหยาง จักมีสิ่งใดประเสริฐยิ่งกว่าทิวทัศน์เช่นนี้เล่า สมแล้วที่มีคำเรียกขาน สัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพสวรรค์ กิเลนจันทร์

บุรุษผู้มีวัยวุฒิสูงกว่าเปล่งเสียงทรงอำนาจเจือเสียงหัวเราะรื่นรมย์ ดวงตาเรียวยาวดุจค่ำคืนลึกล้ำเหม่อมองกิเลนจันทร์น้อยทั้งคู่ไม่วางตา ริมฝีปากหยักสีเรื่อยิ้มกว้างเปิดเผย ดวงหน้างามสง่าภายใต้เงาจันทร์สูดลมหายใจเข้าลึก เพลิดเพลินในกลิ่นสุราชั้นดีผสานกลิ่นดอกปทุมมางามล้ำที่ลอยล่องขจรขจายมาไกล

น่าเสียดายที่บุรุษทั้งสองมิได้สดับฟัง คำทำนายแห่งเทพพยากรณ์ หาไม่แล้ว ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมของคนทั้งคู่ อาจทำให้คิดคาดเดาความหมายของคำพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับพวกตนได้ส่วนเสี้ยวหนึ่ง และยังอาจหวังให้หลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่จักถล่มทลายฟ้าดินในกาลอนาคตได้

ทว่าความมุ่งหวังนั้น ยามนี้กลับเป็นเพียงความเพ้อฝัน

อย่างเงียบงันเย็นชา กงล้อแห่งพรหมลิขิตอันหนักอึ้งได้เริ่มหมุนวนอย่างไร้ความปราณีและพร้อมจะบดขยี้ชะตากรรมของทุกผู้ทุกคน!!

 


[1] เกอเกอ (ออกเสียงหนักพยางค์แรก) ความหมายคือ พี่ชาย

 ^ สองหนุ่มลึกลับดื่มสุราชม "กิเลนจันทร์" 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

122 ความคิดเห็น

  1. #110 markbull (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 01:48
    ...*0*
    #110
    0
  2. #101 Fral2a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 15:34
     กำลังคิดว่าน่าจะเพิ่มเวลาไปหน่อย จาก หมื่นแสนปี เป็น แสนล้านปี *0*
    #101
    0
  3. #63 mdd~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 21:42
    .........................
    #63
    0
  4. #4 Fhal2a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 20:59
    อุอิ อุอิ คนแรก *0* เรื่องนี้ไม่วายนะจ้า
    #4
    0