[นิยายแปล] Back to the Apocalypse [BL]

ตอนที่ 11 : Leave

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 851 ครั้ง
    27 เม.ย. 61




หลังจากกลับมาที่ห้องของเขา แล้วไป่จิงก็ล็อคประตู มองไปทางมุมซ้ายมีเซฟสูงประมาณ 3 ฟุต ใส่รหัสผ่านที่ยังจำได้ดี เสียงดัง "ติ๊ด" ประตูเปิดออก นัยน์ตาของไป่จิงหดตัวอย่างกะทันหันเหมือนดังตาของแมว ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ เรื่องนี้ไม่อาจเป็นได้!

 

ในเซฟว่างเปล่า นอกจากมีดแมเชเทลแล้วก็ไม่มีอะไรอื่นอีก 

 

[TN : มีดแมเชเทล > มีดชนิดหนึ่ง]

 

ของดูต่างหน้าแม่ของเขาอยู่ไหน? 

 

ไป่จิงมีสีหน้าหงุดหงิด เลือดในกายพลันเดือด เขาโกธร ความโกธรที่ล้นทะลักอยู่ที่หน้าอก มันไม่สามารถอธิบายได้!

 

หลังจากที่เขาใจเย็นลง นอกจากเขาก็ไม่มีใครรู้รหัสตู้เซฟ ของในนี้ไม่สามารถถูกขโมยได้ และเขาจำได้อย่างชัดเจนในชีวิตก่อน เมื่อเกิดการระบาดของโรคสิ่งที่อยู่ในตู้นิรภัยยังคงเหมือนเดิม

 

มีดแมเชเทลนี้

 

ไป่จิงค่อยๆ เหยียดมือออกและมือขวาของเขาสัมผัสเบา ๆ ที่ตัวมีด ด้ามจับที่พอดีมือ ให้บรรยากาศที่เรียบง่าย เย็นและให้ความรู้สึกเก่าแก่ เขาดึงใบมีดออกจากฝัก ใบมีดกระพริบกับแสงไฟ ดูงดงาม แนวโค้งของมีดตั้งแต่ต้นจนถึงปลาย ความหนาของมัน ไป่จิงจำได้แม่นยำว่ามีดเล่มนี้หายไประหว่างการเผชิญหน้ากับซอมบี้ นั่นคือนอกจากของดูต่างหน้าแม่ มันเป็นสิ่งเดียวที่ไม่หายไปหลังจากการเปลี่ยนแปลงของมิติ

 

ข้างในหัวใจของเขามีความรู้สึกผิดหวัง สูญเสีย ขมขื่น โศกเศร้า แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าพอที่จะกระตุ้นหัวใจของเขา เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ทุกอย่างชัดเจนว่าเขาได้มาเกิดใหม่ มันไม่ใช่ความฝันหรือโลกคู่ขนาน แต่มันเป็นการข้ามเวลาของจริง เพราฉะนั้นสิ่งของที่สูญเสียไปจะไม่มีวันกลับมา

 

หยาดน้ำตาไหลลงมาบนหน้าของไป่จิง เขาหัวเราะและร้องไห้ เขาคิดว่าเขาจะไม่ร้องแล้วนะ เขาดีใจที่ทุกอย่างยังไม่เกิดขึ้น ยังมีเวลาเปลี่ยนแปลง เมื่อนึกถึงของที่ระลึกจากแม่ของเขา หัวใจของไป่จิงก็รู้สึกเศร้าสร้อย ความเสียใจวนเวียนอยู่ในหัวของเขา เขาถือมีดที่อยู่ในมืดแน่น สำหรับสิ่งนี้ มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาต้องการ

 

แม่ของเขาคือดอกไม้ในมหาวิทยาลัย D แต่โชคร้ายที่แม่ได้พบกับพ่อ ทั้งหมดที่เธอทิ้งไว้มันคือของสะสม ของสะสมที่คุณตาของเขาสะสมมาตั้งแต่รุ่นทวด แต่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นได้หายไปหมดแล้ว… 

 

ไป่จิงก้มลงแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย ฉับพลันเขารู้สึกเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องหลอกลวง ในความเป็นจริงคือของเหล่านั้นได้หายไปตั้งแต่ชีวิตก่อนของเขาแล้วใช่ไหม? 

 

เขารู้สึกดีขึ้น ไป่จิงได้เก็บมีดแมเชเทลไว้ในมิติ อย่างน้อยเขาก็ยังมีมันเป็นของดูต่างหน้า! 

 

ในยามดึก เขาคิดว่าเขาจะนอนกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืน แต่เขาคิดไม่ถึงว่าเขาจะนอนหลับสบาย นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เขาได้หลับอย่างสนิท หลังจากเกิดวันสิ้นโลกตลอดจนเขาตายเป็นเวลาห้าปี ตอนนี้เขาอยากจะซบอยู่บนเตียง!

 

แต่

 

คิดถึงพวกสายลับที่อยู่ข้างล่าง ภายใต้รอยยิ้มของเขาซ่อนเร้นไปด้วยใบมีด เขาไม่อยากจะอยู่ในบ้านนี้แม้สักนาที 

 

เขารีบจัดการตัวเองแล้วลงมาด้านล่าง หวังเสวี่ยปิ้งและเฉาเล่ยกำลังรอเขาอยู่ แม่นมเฉินยังคงพูดอยู่ เธอกำลังตำหนิพวกเขา 

 

หวังเสวี่ยปิ้งพยักหน้าตลอดเวลา เฉาเล่ยไขว้ขาของเขาไปมา สูญเสียเสียงหัวเราะ ดวงตาสีดำทั้งสองข้างของเขามองสุ้มไปทั้ว ไม่รู้ว่าเสียงของแม่นมเฉินมากน้อยแค่ไหนที่เข้าหูเข้า  ตาของเขาเป็นประกายขึ้นเมื่อเห็นไป่จิง เขาลุกขึ้น ยืนหน้าตรงราวกับจะทักทาย นายน้อย -”

 

เมื่อหวังเสวี่ยปิ้งได้ยินเสียงนี้ เขาก็ส่งสายตาออนวอนออกไป    

 

แม่นมเฉินโกธรจัด เธอไม่พอใจบอดี้การ์ดสิงคนนี้มาก พวกเขาปกติไม่ได้มีทัศนคติที่ดีหรือมีระเบียบวินัย ไม่รอให้เธอพูดอะไรอีก เฉาเล่ยถามขึ้นนายน้อยจะไปที่ไหนครับ? คุณอยากให้ผมจองตั๋วเลยไหม?” 

 

หวังเสวี่ยปิ้งก้มหัวลง เมื่อคิดถึงทริปเมื่อวาน เขาได้ลืมเรื่องสำคัญไปหมดแล้ว 

 

แม่นมเฉินตกตะลึง ไป่จิงมองไปที่เธอ เธอไม่ได้อ้างว่าห่วงเกี่ยวกับเขามาตลอดหรอกหรอ? เห็นได้ชัดว่าในชีวิตก่อนมีหลายอย่างที่เขาไม่ได้มองดูให้ชัดเจน เขาโง่มากแค่ไหนในชีวิตก่อน เมื่อเขาคิดว่าเธอเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา ตั้งแต่แม่เขาตายตอนเจ็ดขวบ เธอก็อยู่เคียงข้างเขามาตลอด

 

ไป่จิงถอนสายตาของเขาออกมาแล้วหันไปทางหวังเสวี่ยปิ้งโดยที่เมินเฉาเล่ยไปโดยทันทีเราจะเดินทางด้วยรถ ขับไปที่นั้นรถคันนั้นเขาซื้อเพราะซูถิงชอบมัน แต่เขาใช้มันไปเพียงครั้งเดียว ตอนนี้นำมันมาใช้อีกครั้งก็ดีเหมือนกัน 

 

ปากของหวังเสวี่ยปิ้งแข็งค้างเป็นรุปตัวโอ  แต่ก่อนเวลาที่นายน้อยเดินทางท่องเที่ยวถ้าเขาไม่ไปเที่ยวในที่สำคัญๆ ก็จะต้องไปเที่ยวต่างประเทศ ในเวลานั้นเขาแสดงให้เห็นถึงการใช้ชีวิตที่หรูหรา ความสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวล ตื่นเต้นเร้าใจ เขาพึงพอใจในงานประเภทนี้ เขาคิดว่าเขาจะสามารถช่วยให้เฉาเล่ยสนุกกับงานนนี้ได้ เดินทางด้วยรถ หัวใจของหวังเสวี่ยปิ้งแข็งค้างเป็นหิน และตอนนี้ก็มีพวกเขาแค่สามคน ไม่ว่านายน้อยจะไปที่ไหน ส่วนที่ยากที่สุดก็คือ มีแค่เขาสองคนที่ขับรถ

 

ถึงแม้เขาจะชื่นชอบรถเป็นอย่างมาก แต่เดินทางด้วยรถนั้นจำเป็นต้องอยู่บนถนนหลายวัน ไม่มีใครสามารถยืนได้ ใครจะไปมีอารมณ์ดูวิววะ หวังเสวี่ยปิ้งรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหลอก! 

 

เฉาเล่ยกัดริมฝีปากของเขา เมื่อเปรียบเทียบกับนายน้อยที่บอกว่าจะเดินทางด้วยรถแล้ว เขาเป็นกังวลกับท่าทางของนายน้อยมากกว่า เมื่อไหร่กันที่นายน้อยปฏิบัติกับหวังเสวี่ยปิ้งแตกต่างออกไป หรือว่านายน้อยจะขัดใจอะไรเขา ความรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ในหัวของเขา นี้มันมากพอที่จะทำให้เขางุนงง

 

แม่นมเฉินเหมือนต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเธอก็ไม่พูดมัน เพียงแค่บอกว่านมหวังว่านายน้อยจะมีความสุข กินอาหารเช้าแล้วค่อยไป ใส่ใจกับความปลอดภัยบนท้องถนน แล้วก็อย่าลืมโทรกลับมาที่บ้านด้วย ในเดือนกันยา นายน้อยจะกลับมาช้าไม่ได้ เข้าเรียนในมหาลัยหมายถึงเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ไม่จำเป็นที่นายน้อยจะต้องสนใจถิงถิงมากนัก เดียวนมจะช่วยพูดกับเธอเอง ว่านายน้อยของเราเป็นคนที่เธอสามารถพึงพาได้” 

 

ไป่จิงไม่รู้จะแสดงท่าทางออกมายังไง ถ้าหากคำพูดพวกนี้พูดเมื่อชีวิตที่แล้ว เขาก็จะอายขึ้นมาแล้วก็อึดอัด เขาโตขึ้นมาโดยไม่มีพ่อแม่และเขาก็ไม่ชอบฟังเรื่องกังวลมากนัก แต่ความกังวลพวกนี้มันจอมปลอม แม่นมเฉินรู้ว่าเดินทางด้วยรถ ไม่สามารถที่จะไปไหนได้ไกล เธอค่อนข้างมั่นใจ

 

จากนี้ต่อไป ไม่ต้องไปสนใจผู้หญิงคนนั้น เธอคงคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ ไปกันเถอะไป่จิงกล่าวจบ เฉาเล่ยเป็นคนขับ เขาโยนกระเป๋าของเขาให้หวังเสวี่ยปิ้ง กระเป๋าเดินทางใบเล็ก กับไดอารี่สองสามเล่ม

 

แม่นมเฉินมองดูพวกเขาอยู่ที่ประตูทางออก เมื่อหวังเสวี่ยปิ้งเข้าไปในรถ เขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เป็นรถที่ดีอะไรแบบนี้ ทุกอย่างในรถคันนี้ถูกปรับแต่งมาแล้ว ตัวรถไม่ได้ใหญ่ มันเพียงแค่ 30 ตารางเมตร แต่มันกลับมีทุกสิ่งอย่าง ภายในที่หรูหรา รถมีทตัวป้องกันการสั่นสะเทือน เมื่อนั่งอยู่ข้างในเขาไม่รู้สึกถึงแรงขับเคลื่อนเลยสักนิด อย่างกับอยู่บนรถไฟ ตุย! คนรวยมีทุกอย่าง งั้นคนขับรถก็ไม่มีอะไรดีอีกแล้ว 

 

[TN : ตุย > ถุยแหละค่ะ พยายามไม่ให้เสวี่ยปิ้งดูเกรียวกราด 555]

 

เอาละ ตอนนี้จะไปไหนครับ?” น้ำเสียงเอื่อย ๆ ของเฉาเล่ยดังขึ้น 

 

ไป่จิงรู้สึกทึ่งมาก ผู้ชายคนนี้ดูไม่แคร์อะไรเลย เขามาทำงานเป็นบอดี้การ์ดได้ยังไง? เขาถูกส่งมาโดยพ่อของเขา เพราะฉะนั้นมันหมายความว่าเขาคือมืออาชีพอย่างแน่นอน

 

เขาไม่เข้าใจ แล้วก็จะไม่คิดเกี่ยวกับมันอีก.อย่างไรก็ตามนั้นไม่เกี่ยวกับเขา เขาเปิดแผนที่เพื่อดูเส้นทางกินก่อน นายคิดแล้วกัน จากนั้นค่อยไปชิงเฉวียน

 

[TN : ชิงเฉวียน > น่าจะเป็นอำเภอ]

 

ร้านเซียนไจ้ดีไหมครับ?” เฉาเล่ยรอดูปฏิกิริยาการปฏิเสธของนายน้อย เขารู้ว่านายน้อยไม่ชอบเขา ทั้งหมดที่นายน้อยต้องการคิดการที่เขาขับรถไปอย่างเชื่อฟัง

 

ทำอย่างที่นายต้องการได้เลย!” ไป่จิงพูดจบก็ทิ้งตัวลงบนเบาะอย่างเกียจคร้าน เขาหยิบนิยายแฟนตาซีขึ้นมาอ่าน

 

หวังเสวี่ยปิ้งจ้องไปข้างหน้าและเขารู้สุกท้อแท้ ชิงเฉวียนอยู่ไม่ไกลจากเมือง B มากนัก แต่เขาจะไปทำอะไรที่นั้น

 

แต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร ก็ไม่มีใครตอบ ความคิดของไป่จิงจมอยู่ในหนังสือ และบอกตามความจริง ผู้ชายคนนี้ทำให้เกิดแต่เรื่องวุ่นวาย เขาดูเบื่อจริงๆ  แต่สำหรับเวทมนต์ของการจินตนาการนั้นเขาคงต้องยกย่อง ถึงแม้ตอนนี้เขาจะสามารถใช้มิติได้ แต่คนก็ไม่สามารถเข้าไปได้ โชคดีที่พลังจิตของเขาสามารถจัดการกับสิ่งของภายในได้ เขาสามารถมองเห็นความกว้างใหญ่ได้ แต่เขาไม่เคยใช้มัน ซึ่งนั้นมันแย่มาก 

 

และเขาอยากสร้างแรงบันดาลใจจากในนิยายเรื่องนี้ ในบางทีเขาอาจจะพัฒนาไปได้เหมือนกับตัวละครเหล่านี้. อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนอยู่ที่นี้ ไป่จิงไม่สามารถที่จะอ่านตำราแพทย์ได้. เขาจะอ่านมันได้เฉพาะตอนกลางคืนในห้องของเขาเท่านั้น จากตรงนี้จนถึงหวงซาง ระยะทางมันค่อนข้างที่จะไกล เขาจะต้องแวะพักเก็บสะสมวัสดุไปตลอดทาง จนกว่าจะถึงหวงซาน เขาคงจะสามารถจดจำจุดต่างๆ ของร่างกายได้หมดแล้วและเขาจะสามารถเชื่อมต่อกับทุกเส้นเมอริเดียนได้!

 

เมื่อมาถึงร้านอาหารเซียนไจ้ เฉาเล่ยก็รีบลงมาเปิดแระตูรถให้ไป่จิง ด้วยหน้าที่ที่ว่าต้องตามหลังนาย

 

ไป่จิงไม่ค่อยชินกับมันนัด เขาก้าวขาลงจากรถ ด้วยท่วงท่าสง่างาม ชุดสั่งตัดพอดีรูปร่าง ท่าทางของเขาดูสูงส่งและเถรตรง ใบหน้าสว่างใสเผยให้เห็นมุมมองที่เยืกเย็นและภาคภูมิในรูปลักษณ์ของตน ท่าทีของเขาเหมือนดั่งไม่เห็นใครอยู่ในสายตา โดยที่ไม่คัดค้าน เขาไม่ได้พยายามทำให้ตัวเขาดูด้อยลง

 

แม้แต่หวังเสวี่ยปิ้งยังต้องมองเขาอย่างสรรเสริญ ชนชั้นสูงก็คือชนชั้นสูง น่ากลัวว่าชาวบ้านพยายามเลียนแบบยังไงก็ทำไม่ได้

 

เพียงแค่ก้าวขาเขามาในห้องโถง ไป่จิงก็ตกเป็นเป้าสายตาทันที 

 

คนที่รู้จักเขาทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม นายน้อยจิง” 

 

ไป่จิงนิ่วหน้า และรีบเดินขึ้นบันไดไปโดยทันที เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดทำไมเมื่อชีวิตก่อนเขาถึงชอบอยู่ในกลุ่มคนจอแจเช่นนี้ และเขายังชอบแสดงออกว่าเขาพิเศษอีกต่างหาก ฉัน ไม่ รู้ ว่า ถ่อม ตน คือ อะ ไร ? และนั่นคือทัศนคติของเขา ราวกับว่าความหยิ่งทะนงมันฝังลึกอยู่ในกระดูก 

 

ไป่จิงยิ้มอย่างสมเพช ในความเป็นจริงสิ่งเหล่านั้นมันเป็นการนับถือตัวเองของเขาไม่ใช่หรือไง? แม้พ่อของเขาจะยอดเยี่ยม แต่เขาก็ไม่ใช่อะไรนอกเสียจากลูกนอกสมรส 

 

ไม่ได้เจอกันนานนะครับ นายน้อยจิงชายคนหนึ่งขยับแว่นสายทองเดินเข้ามาหาพวกเขา คนคนนี้เต็มไปด้วยรูปลักษณ์สง่างาม 

 

ไป่จิงมองไปที่เขาก่อนจะพยักหน้า

 

ชายคนนั้นไม่สนใจท่าทีเยือกเย็นของไป่จิง เขาหัวเราะเยาๆ  นายน้อยจิง คนที่คุณพามาครั้งที่แล้วกลับไปและนะครับ ก่อนที่เขาจะกลับไป เขาได้ขอข้อมูลติดต่อคุณด้วย แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากนายน้อย ผมก็เลยไม่ได้ให้อะไรไป คุณทานอะไรหรือยังครับ? จะเป็นอะไรไหมถ้าผมร่วมวงด้วย?” 

 

ไป่จิงงุนงง ใครกัน?

 

เฉาเล่ยเห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยเตือนความจำของเขาเสาร์ที่แล้ว ผู้ชายที่ถนนหงส์ไลย” 

 

ถนนหงไลย? ผู้ชายอะไร? ไป่จิงนึกอยู่สักครู่ แต่เขากลับนึกอะไรไม่ออกเลย สำหรับคนพวกนี้ มันอาจผ่านมาแค่ไม่กี่วัน แต่สำหรับเขา มันผ่านมาแล้วห้าปี และเขาเพิ่งตื่นขึ้นมาเมื่อวันอาทิตย์นี้เอง เรื่องเหล่านั้นมันนานมาแล้ว เขาจำได้ดี 

 

ดูเหมือนนายน้อยจิงจะลืมไปแล้วนะครับ แต่โชคดีที่ผมไม่ได้ตัดสินใจอะไรไป มันดูเหมือนพวกคุณรู้จักกันเฮ่อเยียยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรที่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับ และเขาก็ยังคงรู้สึกมั่นคงอยู่




PS. ปกติบทอื่นๆ เราจะแบ่งออกเป็น สองส่วน บทหนึ่งมี 13-17 หน้าขึ้น เราก็แบ่งเป็นลง 5-6 หน้าต่อตอน  

แต่ตอนนี้เราจะพยายามแปลบทเต็มๆ มันก็เหมือนกับการลงสองตอน 

แต่ถ้าแปลเสร็จสองบทก็จะลงสองบท 

อาจจะลงช้าลงเร็วแล้วแต่เวลาแปลเสร็จเพราะงั้นเราไม่มีเวลาลงนิยายตายตัว 

แต่จะพยายามลงทุกวัน T^T 


Pg. : 12

words : 2370  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 851 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

687 ความคิดเห็น

  1. #644 chocolato.p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 19:19
    ใครหว่า เสียดายของดูต่างหน้าคุณแม่จัง
    #644
    0
  2. #601 silensehun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 13:43
    จริงๆ จะใช้คำว่าถุยเลยก็ได้นะคะ อะไรใช้คำตรงๆได้ก็ใช้เถอะค่ะ มันได้อรรถรสมากกว่า เพราะถ้าไปเปลี่ยนคำที่ไรท์คิดว่าซอฟลงมันจะดูตลกๆอะค่ะ แล้วไรท์ไม่ได้แปลเก่งมากขนาดที่จะเขียนสำนวนให้อ่านได้ง่ายอะ มันจะทำให้ยิ่งอ่านยิ่ง งง นะคะ อันนี้ความเห็นส่วนตัวของเรานะ
    #601
    0
  3. #573 sakura17 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 13:49
    เซียวซารึเปล่าที่ขอ
    #573
    0
  4. #549 relis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 11:41
    หรือนั่นจะเป็นพระเอก
    #549
    0
  5. #525 Xialyu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:29
    ขอบคุณค่ะ^^
    #525
    0
  6. #508 Mamolia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 18:23
    พูดถึงพระเอกทุกตอนแต่ไม่เจอสักตอนคือไร?5555
    #508
    0
  7. #214 Mmmmmmm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 12:43

    มีดแมแชเทล >>มีดมาเชเต้ >> มีดสปาต้า

    #214
    0
  8. #183 Fit_cho (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 17:42
    สู้ๆน้าา เป็นกำลังใจให้❤
    #183
    0
  9. #148 Ravy_ravanan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 15:00
    ทำไมฉันนึกถึงคุณพระเอก?
    #148
    0
  10. #119 Nice_Maso (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 20:07
    ขอบคุณค่าาา (*´▽`)ノノ
    #119
    0
  11. #118 Treerainbow (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 19:35

    ก็ยังไม่เจอคุณพระเอกอยู่ดี

    คนแปลสู้ๆ ขอบคุณ

    #118
    0
  12. #117 ใต้เงาเมฆขาว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 19:11

    เป็นกำลังใจให้คนแปลนะคะ

    ว่าแต่ตอนนี้เซียวซาค่าตัวขึ้นหรอ ตอนนี้ไม่โผล่แม้แต่ชื่อเลยนะ555

    #117
    0
  13. #116 Estrellita (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:48

    เป็นกำลังใจให้คนแปลนะคะ

    ว่าแต่เซียวซาอยู่ไหนเนี่ยยย


    #116
    0
  14. #115 fukumoji (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:38
    เส้นเมอริเดียน น่าจะหมายถึงเส้นลมปราณรึเปล่าค่ะ
    #115
    0
  15. #114 ApMobile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:36
    ขอบคุณค่ะ
    #114
    0
  16. #113 cinnamon_kittyz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:27
    *แมเชเทล : น่าจะเป็นมาเชเต้รึเปล่าคะ? (Machete)

    ส่วนมากจะใช้สำหรับเดินป่า
    หรือในหนังแนวแอ็คชั่นของฝรั่งเขาค่ะ
    เห็นบ่อยในเกมแนวต่อสู้จำพวกcos,pb หรือเกมซอมบี้ก็มี
    เป็นมีดค่อนข้างพกพาสะดวก
    น้ำหนักไม่ค่อยมาก จับถนัดมือ ใบมีดคม

    คนไทยส่วนมากนิยมเรียกสปาต้าค่ะ
    #113
    1
    • #113-1 M. Issa(จากตอนที่ 11)
      27 เมษายน 2561 / 18:33
      ไม่รู้อะ T^T แต่ขอบคุณสำหรับข้อมูลจ้า
      #113-1
  17. #112 KaitoPO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:25
    ขอบคุณที่แปลนะคะ
    #112
    0
  18. #111 MIW001 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:13
    ขอบคุณสำหรับการแปลที่ดีคับ
    #111
    0
  19. #110 MIW001 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:13
    งือ~เซียวซาที่รักเธออยู่แห่งหนใด~
    #110
    0