Sound Mate กระซิบรักสัมผัสที่หก

ตอนที่ 4 : ไม่รู้จักฉัน ไม่เห็นหน้ากัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62

- 3 -

ไม่รู้จักฉัน ไม่เห็นหน้ากัน

แต่เหมือนคล้ายๆ จะมีความ ผูกพัน บางอย่าง

 




“แล้วนี่...ทำไมนายถึงมาตามฉันล่ะ เรา...รู้จักกันเหรอ” เมธนัญยิงคำถามต่อมาหลังจากที่เธอแทบไม่ได้คำตอบอะไรจากเขาตรงหน้าเลยสักอย่าง

“ผมเองก็อยากถามเธอเหมือนกันว่ารู้จักผมมั้ย แต่ติดตรงที่ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร หรือว่าตายได้ยังไง”

“เอ้า! ไหงวนกลับมาถามฉันงี้อ่ะ”

“ก็บอกอยู่เนี่ยว่าผมจำอะไรไม่ได้ แล้วจะรู้จักเธอได้ไง”

“...เห้อ”

คำถามของเมธนัญยังคงไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากเขาที่เธอมองไม่เห็น แถมยังเพิ่มคำถามจากคนไม่มีตัวตนให้ด้วยอีกหญิงสาวถึงกับยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองแบบพยายามตั้งสติ

“ฉันเองก็มองนายไม่เห็นเหมือนกันนะ แล้วฉันจะรู้จักนายได้ไงว่าเป็นใคร”

“เออ ก็จริง...”

“ไปส่องกระจกดูหน้าตาตัวเองไป”

“นี่...ผมเป็นผีนะเธอ จะไปส่องกระจกได้ไงล่ะ โง่เหรอ?”

“...”

เมธนัญทำหน้าเหรอหราไปชั่วขณะหนึ่ง เธอไม่โกรธที่ถูกเขาว่า เพราะมันเป็นคำถามโง่ๆ อย่างที่เขาพูดมาจริงๆ เธอรู้อยู่แล้วว่าผีไม่มีกายหยาบ ต่อให้ส่องอะไรไปก็เห็นแค่ความว่างเปล่าอยู่ดี แต่เธอก็นึกอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้วเหมือนกันนั่นแหละเลยลองเสนอไปดูเผื่อว่าเขาจะฟลุ๊คมองเห็นตัวเองบ้าง

“เฮ้อ สรุปว่าเราได้คำตอบอะไรจากการถามกันไปมาแบบนี้บ้าง” เธอถอนหายใจยาวๆ แล้วทำหน้านึกอะไรอยู่พักหนึ่งก่อนจะถามต่อ

 เออ! แล้วชื่อล่ะ? นายจำชื่อตัวเองได้รึเปล่า?”

ไม่เลย...” เขาตอบกลับมาทันที แต่ถ้าเธอมองเห็นจะรู้ว่าเขากำลังพูดกับเธอด้วยสีหน้าโคตรจริงจัง แหงสิ มันไม่ตลกหรอกนะกับการที่จำเรื่องของตัวเองไม่ได้เลยสักอย่างแบบนี้น่ะ ซึ่งเมธนัญเองก็พอรู้สึกได้ว่าเจ้าตัวอยู่ในอารมณ์ไหนจากน้ำเสียงที่เขาใช้พูดกับเธอ

ในสมองผมมีแต่ภาพอะไรก็ไม่รู้ยุ่งเหยิงไปหมด พอรู้สึกตัวก็กลายเป็นแบบนี้ลอยไปลอยมาจนได้เจอกับเธอนี่แหละ เขาอธิบาย

“…เจอฉัน?” เมธนัญเลิกคิ้วขึ้นถามกับความว่างเปล่าตรงหน้า

ใช่ ผมได้ยินเสียงเธอในหัวน่ะ

เสียงเธอเนี่ยนะ?

เมธนัญทำหน้างงแทนคำถามให้อีกคนเข้าใจว่าเธอต้องการคำอธิบายเสริม

“ตอนแรกผมไม่รู้หรอกว่าเสียงที่ได้ยินคือเสียงของใคร ผมพยายามตามหาเจ้าของเสียงจนมาเจอเธอกำลังคุยกับยายตรงสะพานลอยเข้า” เขาอธิบาย

“อ่อ...” ฟังถึงตรงนี้หน้าตางงๆ ของเมธนัญก็คลายออก

“นั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าเสียงที่ผมได้ยินคือเสียงของเธอ แล้วเธอ...ก็มองเห็นอะไรแบบผมด้วย แต่พอเข้าไปหาใกล้ๆ เธอกลับทำเหมือนไม่เห็นผมซะงั้น” เสียงของเขาเงียบลงตรงนี้พร้อมกับการผ่อนลมหายใจที่เมธนัญได้ยินชัดเจน “ผมเลยต้องลองตามเธอเข้าไป เอ่อ...ในห้องน้ำเมื่อกี้ไง”

“นั่นไม่ใช่ข้อแก้ตัวถูกมั้ย?” เมธนัญหรี่นัยน์ตาลงนิดหน่อยตอนได้ยินประโยคหลัง เรื่องที่มันยังค้างคาอยู่เลยถูกขุดขึ้นมาอีกรอบ

ก็มันฟังไม่ขึ้นนี่ ต่อให้เธอจะมองไม่เห็นเขาแต่เธอได้ยินเสียงเขาชัดเจนนะ ตอนเธอยังไม่ถอดเสื้อผ้าอาบน้ำทำไมเขาไม่เรียกล่ะ

“ไม่นะ เพราะผมชวนเธอคุยทีแรกเธอก็ทำมองผ่านผมไปเฉย...” อีกคนตอบกลับ และเมธนัญรู้ดีว่าเขาไม่ได้โกหกจากน้ำเสียงที่เขาใช้ แต่มันก็ยังฟังไม่ขึ้นอยู่ดีนั่นแหละ โดยเฉพาะกับประโยคที่เขาบอกว่าเธอมองผ่านเขาไป...ตั้งแต่แรก!

“ตอนไหนที่นายว่าฉันมองผ่านนาย?”

“ก่อนฝนจะตก ที่เธอคุยกับเด็กตรงทางเข้าตึกไง”

กลับได้ยัง ฝนจะตกแล้วนะ...

“...”

เออว่ะ จริงด้วยสิ

คำตอบจากคนที่มองไม่เห็นกับเสียงที่ยังคงติดหูในความทรงจำเมื่อไม่นานมานี้ทำเอาเมธนัญเลิกคิ้วขึ้นสูงๆ รับ แล้วหน้าตาเอาเรื่องไม่พอใจก็กลายเป็นยิ้มแหยอ่อนๆ แทน

“...ใช่มั้ย?” เขาถามย้ำเหมือนเป็นการเอาคืนเรื่องที่เธอโวยวายของขึ้นใส่เขา แถมยังให้เขาไปจ้องจอไอแพดอ่านบทความอะไรก็ไม่รู้โคตรยาวอยู่พักหนึ่งอีก

เมธนัญทำหน้าปั้นยากทั้งรอยยิ้มเจื่อน

“ก็...ตอนนั้นฉันนึกว่าตัวเองหูฝาดนี่”

“ยอมรับแล้วสิว่าเธอเมินใส่ผม?”

“เออๆ ยอมรับว่าไม่ได้ตอบเองอ่ะ แต่ที่ฉันไม่ตอบก็เพราะฉันมองไม่เห็นนายนี่จริงๆ นะ ไม่ได้โกหกสักหน่อย” เมธนัญว่า

อีกเสียงหัวเราะคิกก่อนจะพูดต่อ

“หึ...เชื่อ...ขนาดผมตามเธอมาถึงในห้องเธอยังถอดเสื้อผ้าสบายใจเหมือนไม่มีผมอยู่ซะงั้นนี่”

!!!

แต่นั่น...มันเป็นคำบอกเล่าที่ทำเอาเมธนัญช็อคตาค้างไปเลยเหอะ

“ตั้งแต่เข้าห้องมาเลยเหรอ!” เมธนัญลุกพรวดขึ้นยืนจนเต็มความสูง เธอเบิกตากว้างมองไปตรงๆ ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าของเสียงอยู่ตรงนั้นรึเปล่าด้วยซ้ำจนอีกคนต้องขยับตัวมาอยู่ตรงหน้าให้ซะเอง

“อื้อ ตั้งแต่เข้าห้องเลย” เขาตอบซื่อๆ ด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะสื่อให้อีกคนรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจทำเรื่องไม่ดีกับเธออย่างที่คิด

ก็เธอถอดก่อนเขาจะตามเข้าไปทักในห้องน้ำอีกนี่

เมธนัญทำหน้าเหวอแบบนั้นอยู่พักหนึ่งจนอีกคนที่มองอยู่เริ่มเห็นท่าไม่ดี

“เธอ? เป็นอะ...”

“ฮึก...ฮือออออ”

“เฮ้ย! เธอ! เป็นไร! ร้องไห้ทำไมเนี่ย!?

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถามจบประโยคดี เมธนัญก็แบะปากร้องไห้โฮออกมาเหมือนเด็กๆ อย่างที่เห็น แถมเจ้าตัวยังทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอีกต่างหาก ทำเอาคนไม่มีร่างเผลอยกแขนขึ้นมาคว้าเธอเอาไว้ตามสัญชาตญาณ แต่ร่างของเธอก็ทะลุผ่านเขาไปจนเจ้าตัวใจหายวูบทำอะไรไม่ถูกเลยต้องทิ้งตัวลงนั่งตามเธอมา

“เธอ! เป็นอะไร? เจ็บตรง...”

“ฮืออออ เป็นเจ้าสาวไม่ได้แล้ว ฉันโป๊ต่อหน้าผีที่ไหนก็ไม่รู้ที่ตัวเองมองไม่เห็นอ่ะ แง้!

“...ไหน...มั้ย...เห้อออ”

ประโยคยาวๆ ปนเสียงงอแงที่แทบฟังไม่รู้เรื่องของหญิงสาวตรงหน้าทำเอาผีอย่างเขาไปต่อไม่เป็น โดยเฉพาะคำว่า เป็นเจ้าสาวไม่ได้แล้ว นั่นน่ะ

อะไรของเธอวะ

นี่เธอ! การโป๊ต่อหน้าผีแบบผมมันไม่ได้ทำให้เธอเสียซิงนะว้อย!

“แต่นายไม่ใช่แฟนหรือสามีฉันนะยะ! จะมาบอกว่าการดูฉันโป๊มันไม่เป็นอะไรได้ยังไงเล่า!

“เห้อ...”

แบบนั้นก็ได้ด้วยเหรอวะ?

ผีล่ะงง

“ฮือออ แฟนก็ยังไม่มี ยังจะมาแต่งงานไม่ได้เพราะไปโป๊ให้ผีที่ไม่รู้จักเห็นอีก แม่รู้โดนตีตายแหง”

เสียงจากคนไร้ร่างเงียบลงแล้วในขณะที่เมธนัญยังคงคร่ำครวญต่อไป แม้จะไม่ได้มีน้ำตาไหลจริงจังแต่เรื่องที่เธออายนะมันจริงมากนะ คิดสิว่าผู้หญิงที่โสดมาทั้งชีวิต แฟนสักคนก็ไม่มีจนอายุขนาดนี้ อยู่ๆ ก็มีผีที่เป็นใครไม่รู้เข้ามาเห็นตอนเธอแก้ผ้าหมดไม่เหลือสักชิ้น!

ต่อให้จะมองไม่เห็นอีกคนก็เหอะ แต่ใครหน้าไหนมันจะไปรู้สึกดีกันล่ะ!

“แล้ว...ผมจะทำไงต่ออ่ะ?” พอเห็นว่าอีกคนเริ่มจะเงียบเขาก็ถามต่อทั้งอย่างนั้น

หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับสะบัดสายตามองหน้าใครอีกคนที่เธอมองไม่เห็น แต่จากที่ฟังทิศทางของเสียงแล้วเขาคงอยู่ข้างๆ เธอนี่แหละ เพราะเสียงทุ้มหูน่าฟังของเขามันดังใกล้กันมากพอสมควร

“มาถามอะไรฉันเนี่ย?”

“ก็เธอเป็นคนเดียวที่ผมอยู่ด้วยได้นี่”

“หา?” เมธนัญขยับหัวคิ้วเข้าหากันมากกว่าเดิมจนหน้าผากเธอมันน่าจะยับไปหมดแล้ว “ยังไงของนายนะ? อะไรคือฉันเป็นคนเดียวที่อยู่ด้วยได้”

“ก็หมายความว่าผมลองพยายามไปที่อื่นดูแล้ว แต่เหมือนโดนรั้งเอาไว้แค่กับเธอ ไปไหนไม่ได้เลย”

คำอธิบายที่มีแต่เสียงทำเมธนัญหน้ายับยุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ

“แบบนี้...แสดงว่านอกจากอยู่กับเธอ ผมก็ไปตรงอื่นไม่ได้ถูกมั้ย?”

“ทำไมแค่ฉันล่ะเนี่ย?” เมธนัญถามด้วยเสียงเลื่อนลอยคล้ายจะเป็นลมเสียให้ได้ บอกตรงๆ ว่าตอนนี้เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกอะไรบ้างแล้วระหว่างเขินอาย โกรธ หรือความงงที่มันตีกันมัวไปหมดในหัวของเธอ อ่อ นับเสียงเขาที่เธอมองไม่เห็นด้วยนะ

“แล้ว...สรุปว่า...เรา...” เป็นคนที่ไม่มีร่างกายให้เห็นเริ่มถามขึ้นก่อนหลังจากความเงียบชั่วขณะเกิดขึ้นระหว่างคนกับผี เขาเว้นจังหวะเพื่อดูว่าเธอจะพูดอะไรแทรกอีกมั้ยแต่พอเห็นว่าเธอดูจะสนใจนวดขมับตัวเองมากกว่าเขาเลยพูดต่อ

“...จะเอาไงกันต่ออ่ะ?”

“นั่นสิ...”

“...”

คำพูดที่ไม่เชิงว่าจะตอบรับจากหญิงสาวทำเอาคนไม่มีกายเนื้อเงียบเสียงลงฟังบ้าง เมธนัญนิ่งคิดอะไรนิดหน่อยก่อนที่เธอจะถอนหายใจยาวๆ ทิ้งเหนื่อยๆ

ให้ตายเหอะ

นี่เธอถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันนี้แล้วนะ

“ในเมื่อนายไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แล้วฉันก็มองไม่เห็นนายอีก งั้น...เราสองคนคงต้องอยู่กันแบบนี้ไปก่อนละนะ”

“ได้เหรอ?”

น้ำเสียงเขาฟังดูดีใจมากชัดเจนซะจนเมธนัญนึกอยากเห็นหน้าเขาขึ้นมา ทำไมต้องทำเสียงเหมือนดีใจมากขนาดนั้นด้วยนะ นี่มันไม่ใช่เรื่องน่าดีใจสักหน่อยเหอะ

ผีบ๊อง!

“ก็แล้วมันมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ให้ฉันมั้ยละ?” เมธนัญว่าเสียงเซ็งๆ “แต่ก่อนหน้านั้นเราคงต้องหาชื่อให้นายก่อนสินะ” เธอว่าต่อพลางลุกขึ้นเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอีกครั้ง

อีกคนไม่ได้ตอบ เขาแค่ลุกตัวยืนจนเต็มความสูงมองรอเธอเงียบๆ อยู่ที่เดิม ตรงหน้าของเธอ

เมธนัญทำหน้าใช้ความคิดอยู่คนเดียวพักหนึ่งจนเธอพึมพำออกมา

“เอ...โซล...”

“โซล...?” เขาทวนพยางค์สั้นๆ ที่คล้ายกับจะเป็น...

...ชื่อเรียก

“อื้อ ต่อไปนี้ฉันเรียกนายว่า โซล ก็แล้วกันนะ”

“...”

ชั่วขณะหนึ่งตอนได้ยินชื่อเรียกแทนตัวที่เธอตั้งให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรแว่บผ่านเข้ามาในสมอง มันเหมือนกับว่าเขาคุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นชื่อของใคร หรือว่าเขาเคยได้ยินจากไหนมาก่อนรึเปล่า

จากนั้นความเงียบก็เกิดขึ้น

ทุกเสียงถูกทิ้งช่วงไปนานซะจนเมธนัญต้องกวาดสายตามองหาไปรอบๆ เพราะเธอไม่รู้ว่าอีกคนที่ไม่ใช่คนจะชอบชื่อเรียกนี้ที่เธอตั้งให้มั้ย

“ไม่ชอบเหรอ?” เมธนัญถามขึ้นก่อนเรียกสติของอีกคนให้กลับมาสนใจเธออีกครั้ง

“หา? เอ่อ...เปล่า ไม่รู้สิ เหมือนถูกเรียกชื่อยังไงก็ไม่รู้น่ะ”

“ก็ชื่อไง เนี่ยแหละชื่อนาย”

“อ๋อ เหรอ...”

“อื้อ หรือว่า...นายไม่ชอบชื่อนี้ งั้นชื่ออื่นดีมั้ย?”

“ไม่อ่ะ ชื่อนี้แหละ...” เขาบอกพลางสะบัดความสงสัยในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรออกไปก่อน “ผมได้ชื่อแล้วนะ ทีนี้ชื่อเธอล่ะ? จะให้ผมเรียกเธอว่าอะไรดี?”

เมย์”

เมธนัญแนะนำตัวแล้วยิ้มให้เขา

เป็นครั้งแรก

ถึงเธอจะมองไม่เห็นเขาที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็ตาม

เรียกฉันว่าเมยนะ โซล…”

“เมย...”

เขาทวนชื่อเรียกแทนตัวของเธอ

ตอนนี้เองที่ความรู้สึกกับภาพบางอย่างแวบผ่านเข้ามาให้สมองการรับรู้ของเขาตอนเธอบอกชื่อแทนตัวอีกครั้ง เขาหลับตาลงและพยายามแพ่งมองว่าภาพที่มันผ่านเข้ามาคืออะไร แม้จะแค่เสี้ยววินาทีแต่เขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับภาพพวกนั้นมาก

มันคืออะไรกันนะ ภาพกับความรู้สึกแปลกๆ นี้น่ะ

หรือว่า

มันจะเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ตรงหน้าเขา

 

ระหว่าง เมย์ กับเขาที่กลายเป็น โซลในตอนนี้อาจจะเคยเกี่ยวข้องอะไรกันสักอย่างแน่ๆ

รวมไปถึงเรื่องที่เขามาอยู่กับเธอด้วย

 


5 ความคิดเห็น

  1. #5 Wonwiwa (@Wonwiwa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 16:32

    น่าสนุกจัง รอนะคะ
    #5
    0