Sound Mate กระซิบรักสัมผัสที่หก

ตอนที่ 3 : ผีที่ไร้ซึ่งความทรงจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 พ.ค. 62

- 2 -

ผีที่ไร้ซึ่งความทรงจำ

อยู่ดีๆ ก็เป็นผีไร้ญาติ ความจำเสื่อม งงไปหมด




 

“เลนส์ที่มีคุณสมบัติเบลอหลังได้ดีมักจะเป็นเลนส์ระยะไกลที่มีค่า F ต่ำๆ ที่ซูมไม่ได้? เอ...ค่า F เหรอ? แล้วค่า F มันคืออะไรหว่า?”

เสียงเข้มบ่นพึมพำคนเดียวระหว่างที่กำลังอ่านบทความจากในอินเตอร์เน็ตซึ่งอีกคนทิ้งเปิดเอาไว้ให้และสั่งให้ เขา อ่านออกเสียงให้เธอได้ยิน

หลังจากเมธนัญได้ยินเสียงของใครสักคนในห้องน้ำจนตกใจกับการโดนผีหลอกครั้งแรกในชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว พอเริ่มตั้งหลักกับดึงสติได้บ้างเธอก็บอกให้เจ้าของเสียงนั่นออกมารอด้านนอกก่อน แต่เพราะเธอมองไม่เห็นเขา ได้ยินแค่เสียง เมธนัญเลยแก้ปัญหาด้วยการให้เขาอ่านบทความในไอแพดของเธอที่วางกองๆ อยู่บนโต๊ะทำงานด้านนอกเพื่อความปลอดภัยและแน่ใจได้ว่าเขาจะมองแค่จออย่างเดียวตอนเธอกำลังจัดการตัวเองให้เรียบร้อยอย่างที่เห็น

“นี่! แล้วไอ้ค่า F นี่มันคืออะไรเหรอ?” เขาที่เธอมองไม่เห็นตะโกนถาม พอได้ยินอย่างนั้นเมธนัญก็หันกลับมาแหวใส่เสียงแข็ง

“ก็บอกว่าอย่าหันมามองไง!

“ผมไม่ได้หันไปเหอะว้อย! แค่ถาม! แล้วก็จ้องจอไอแพดเธออยู่เนี่ย!

“ไม่ต้องสงสัยจะได้มั้ยเล่า! บอกให้อ่านก็อ่านไป ฉันไม่ไว้ใจนายไอ้ผีถ้ำมอง!

เจ้าของเสียงไร้ร่างมองบนสูงๆ ก่อนจะทิ้งลมหายใจไปหนักๆ เฮือกใหญ่

“นี่เธอ...”

“อะไรของนายอีก!

“ผมขอโทษ บอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น”

“ใครจะไปเชื่อละยะ!

“เชื่อเหอะ เพราะถ้าผมตั้งใจมองจริงๆ คงไม่เรียกให้เธอรู้ตัวหรอกว่าผมมองอยู่”

เมธนัญถึงกับรู้สึกชัดว่าหัวคิ้วตัวเองกะตุกแรงมากแค่ไหนตอนได้ยินประโยคนี้

ยังจะมีหน้ามาพูดแบบนั้นได้หน้าตาเฉยอีกเหรอ!

“ไม่รู้ด้วยหรอก! ห้ามขยับจากตรงนั้นนะ! แล้วก็อ่านไปเลย!

“เฮ่อ...” เสียงของคนไร้ร่างสบถหนักๆ อีกครั้งแทนคำบ่นและความเซ็งทั้งหมดของตัวเอง

“...ซวยฉิบ” เขาบ่นเบาๆ

นี่ถ้าเธอมองเห็นเขาเรื่องมันคงไม่ยุ่งยากแบบนี้หรอก และเธอก็คงไม่ต้องมานั่งระแวงว่าเขาจะไปมองเธอตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย

เขาไม่ได้อยากตามเข้าไปมองเธอตอนอาบน้ำสักหน่อย

มันอาจฟังดูเป็นข้อแก้ตัวโง่ๆ นะที่บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่นั่นน่ะ...มันเป็นเพราะมีแค่เขาเท่านั้นที่ไม่ว่าทำยังไงเธอก็มองไม่เห็นเขาสักที เพราะงั้นเขาเลยตัดสินใจลองของตามเธอเข้าไปในห้องน้ำแล้วลองเรียกดูไง เขาอยากรู้ว่าที่เธอไม่เห็นคือไม่เห็นเขาหรือแค่เธอทำเป็นไม่ทักเขาเท่านั้น

ก็ผีตนอื่นเจ้าตัวมองเห็นหมดนี่นา

แถมตอนเรียกบอกว่าฝนจะตกนั่นเจ้าตัวก็ทำเหมือนได้ยินแท้ๆ กลับเมินใส่เดินผ่านเขาไปซะงั้น แต่ตอนนี้เขารู้แล้วล่ะว่าเธอมองไม่เห็นแค่เขาจริงๆ ซึ่งนอกจากเรื่องนี้ที่มันน่ารำคาญจนรู้สึกว่ากำลังจะกลายเป็นปัญหาแล้ว ตัวเขาเองก็ยังมีปัญหาใหญ่รออยู่อีกเรื่องหนึ่ง

เป็นเรื่องใหญ่มากซะด้วยสิ

“นี่นาย...” เสียงของเมธนัญดังขึ้นเรียกความสนใจของอีกคนที่ไม่มีร่างกายให้เห็นหลุดจากภวังค์ความคิดเงียบๆ คนเดียวในหัว

“อยู่ตรงไหนน่ะ?” ถามไปก็กวาดสายตามองหาไปด้วย

“ยืนอยู่ตรงโต๊ะทำงานหน้าไอแพด” เขาตอบ

เมธนัญค่อยๆ เดินย่องเข้ามาแล้วหยุดในจุดที่เธอคิดว่าน่าจะไม่ไปเหยียบโดนอีกคนซึ่งมองไม่เห็นเข้า แต่เธอคงคิดไม่ถึงว่าจุดที่เธอยืนอยู่คือตรงหน้าในระยะประชิดกับอีกคนเลย แถมยังเป็นระยะที่ใกล้กันซะจนเขาต้องเป็นฝ่ายขยับออกห่างไปเองอีก ไม่อย่างนั้นคงคุยกับเธอไม่ถนัดเท่าไหร่

เพราะเธอสูงแค่หน้าอกเขาเอง

อา...นั่นสิ ดูเหมือนว่าเขาจะสูงอยู่นะเนี่ย เท่าที่เห็นนี่ตัวเขาเองก็สูงมากอยู่นี่นา สูงขนาดว่าสามารถเอื้อมหยิบของบนหลังตู้ในห้องนี้ได้สบายๆ เลยด้วยสิ (ถ้าเขาจับได้นะ) หรือว่าเธอตรงหน้าเขาตัวเล็กกว่าผู้หญิงปกติทั่วไปกันล่ะ? แต่ก็นั่นแหละ...อย่างที่เห็นว่าเขาน่ะมองเห็นเธอชัดเจนในขณะที่เธอได้ยินแค่เสียงของเขาเท่านั้น

ดังนั้น ไอ้การขยับตัวถอยออกมาให้พอเห็นหน้ากันได้คงมีแค่เขาที่รู้สึกสะดวกเวลาคุยกัน อีกอย่าง ระยะที่เธอยืนอยู่ ถ้าเขายังเป็นคนคงทำตัวไม่ถูก

เพราะมันก็จะใกล้มากไปจนหน้าเธอแทบชนแผงอกเขาแล้วน่ะสิ

เมธนัญกวาดมองไปรอบๆ อย่างพยายามจะมองสำรวจเผื่อว่าเธอจะสามารถสัมผัสหรือรับรู้การมีอยู่ของเขาได้บ้าง แต่มันก็ไม่เป็นผลเท่าไหร่ หน้าตาเธอตอนนี้เลยดูตลกสำหรับคนไม่มีกายหยาบให้เห็นไปซะอย่างนั้น

เขายิ้มขำ “ทำหน้าอะไรของเธอน่ะ”

“มองนายไง แต่ฉันมองไม่เห็นก็เลยไม่รู้จะโฟกัสตรงไหนดีน่ะสิ” เมธนัญตอบซื่อๆ เรียกเสียงหัวเราะจากใครอีกคนที่เธอก็มองไม่เห็น

“ไม่ต้องหรอก เพราะถ้าจะมองให้ตรงหน้าผมเลย เธอคงต้องแหงนหน้ามองจนเมื่อยคอแน่ๆ” เสียงทุ้มบอกกลั้วหัวเราะ เจ้าตัวพูดเชิงแหย่กับความน่ารักของเธอที่พยายามจะมองหาเขา แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะไม่ชอบใจเท่าไหร่ พอได้ยินอย่างนั้นปุ๊บ เมธนัญก็ทำหน้าหงึกใส่เขาซะอีกรอบ

“นี่นายว่าฉันเตี้ยเหรอ!

“เปล่า เธอแค่ตัวเล็ก”

ก็เป็นคำปลอบใจจริงๆ นั่นแหละ แต่สำหรับคนฟังแล้วมันต่างกันตรงไหนวะ!

เมธนัญแยกเขี้ยวรับคำแก้ตัว (รึเปล่า) ที่ก็ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกว่ามันจะดีขึ้นเลยของเขา นี่ขนาดเธอมองไม่เห็นหน้าตาอีกคนนะยังรู้สึกได้เลยว่าเขาดูกำลังสนุกกับการได้แกล้งเธออยู่

ผีบ้าอะไรเนี่ย นิสัยโคตรจะไม่ดีเลย!

“นอกจากนายจะเป็นผีเสียมารยาทแล้ว ยังปากไม่ดีอีกนะยะ! ไอ้ผีลามก!” เมธนัญว่าแล้วสะบัดหน้าหนีพร้อมกับเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงไม่ไกลกัน

“แล้วนี่นายเป็นใคร? มาจากไหน? ทำไมถึงเข้ามาห้องฉันได้เนี่ย?” เธอถามต่อ

“ไม่รู้สิ”

“หือ!

แต่คำตอบที่เหมือนจะไม่หยุดคิดอะไรสักอย่างจากเขาทำเอาเมธนัญครางอือหนักๆ ในลำคอ เธอถลึงตาโตมากขึ้นไปอีกจากเดิมที่มันก็โตอยู่แล้ว เสียงถอนหายใจดังขึ้นตามมาหลังจากนั้น พร้อมคำอธิบายจากคนไม่มีร่างกายแบบที่เมธนัญไม่ต้องถามต่อ

“ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร หรือมาอยู่กับเธอได้ยังไง ผมรู้แค่ว่าพอรู้สึกตัวอีกทีก็กลายเป็นแบบนี้ เป็นผีลอยตามเธอไปมาแล้ว”

ใช่ ก็นี่แหละปัญหาใหญ่ที่เขาคิดไม่ตกอยู่เมื่อกี้

เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ตายมาเป็นผีได้ยังไง หรือแม้กระทั่งทำไมตัวเองถึงได้มาลอยตามเธอแบบนี้ได้ เขาไม่รู้อะไรสักอย่าง จะบอกว่าเสียความทรงจำทั้งหมดตอนเป็นคนไปก็ไม่ผิดนักหรอก

“ได้เหรอ? เป็นผี...แต่ความจำเสื่อมได้ด้วยงี้? ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อน”

“นี่ไง ก็จำอะไรไม่ได้ใส่อยู่เนี่ย ความรู้ใหม่โดยผมเอง จำๆ”

“ประชดย่ะ!” เมธนัญแยกเขี้ยวใส่ความว่างเปล่าตรงหน้า “ว่าแต่...ทำไมนายถึงเข้ามาในห้องฉันได้เนี่ย ไม่สิ ต้องถามว่าทำไมนายถึงเข้าตึกนี้ได้มากกว่านะ”

“ทำไมอ่ะ? เข้าไม่ได้เหรอ?”

“ก็ต้องไม่ได้สิ! ตรงนี้เขามีเจ้าที่นะ!

“เจ้าที่? หมายถึงคนหน้าดุๆ ตัวใหญ่ๆ ตรงหน้าทางเข้าตึกใช่มั้ย?” อีกคนถามต่อ เมธนัญชะงักไปนิดหน่อยตอนเธอได้ยินประโยคนี้จากเขา เพราะคำว่า คนหน้าดุๆที่เขาเอ่ยถึงตรงกับเจ้าที่เจ้าทางของตึกนี้ที่เธอเห็นน่ะสิ

“นายก็เห็นเขาเหรอ?”

“อื้อ เห็นสิ...”

“แล้วยังไง? เขาเห็นนาย นายเห็นเขา แต่นายก็เดินตามฉันเข้ามาได้...งี้?”

“ก็...เข้าได้ปกตินะ ไม่เห็นเขาว่าอะไรเลยนี่ แค่มองๆ”

เมธนัญทำหน้าฉงนกับอากาศที่เธอสมมุติไปแล้วว่าเขาคงอยู่ตรงนั้น (?) แม้ว่าเขาจะยืนอยู่อีกทางก็ตาม

“แปลก...”

“ยังไง?”

“ที่ถูกต้องคือนายต้องเข้าไม่ได้สิ เพราะไม่มีใครอนุญาตหรือเชิญนายให้เข้ามาเหอะ แล้วฉันก็ไม่ได้เชิญนายด้วย”

“...เหรอ?”

“เจ้าที่ไม่ทำงานรึไงนะ” เมธนัญเอียงคอสงสัย อันนี้เจ้าตัวบ่นคนเดียวตามประสา แต่หน้าตาของเธอตอนนี้กลับทำเอาอีกคนที่อยู่ไม่ไกลกันหัวเราะออกมา

“สงสัยเธอไม่ได้จ่ายค่าเช่าให้เขาแหง” เขาแหย่

“กับผีสิ!” เมธนัญแยกเขี้ยวรับมุกไม่เข้าท่าของเขา

“อื้อ ผมเอง”

ยังอีก! มันใช่เวลามาเล่นมุกใส่กันมั้ยเนี่ย!

“เฮ่อออ”

เมธนัญจบการสนทนานี้เอาไว้ด้วยเสียงครางในลำคอหนักๆ ยาวๆ เธอส่ายหัวมองบนทำหน้าเหวี่ยงโลกอยู่คนเดียวแว่บหนึ่งก่อนจะดึงสติให้ทั้งเธอแล้วก็เขาที่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร มาจากไหนให้กลับเข้าเรื่องกันสักที

ใช่ เขาเป็นใคร ทำไมมาตามเธอแบบนี้

นี่แหละเรื่องที่เธออยากรู้

แต่ในเมื่อเขาจำตัวเองไม่ได้ งั้นคงต้องตัดคำถามแรกออกไปเป็นคำถามที่สองละนะ

“แล้วนี่...ทำไมนายถึงมาตามฉันอ่ะ เรา...รู้จักกันเหรอ”

 

ใช่มั้ยละ?

ต้องมีสาเหตุอะไรสักอย่างที่เขามาลอยตามเธอแบบนี้สิ...จริงมั้ย?




=======

EP. นี้ช้าเลย ขอโทษค่ะ ไรเตอร์ติดงาน ฮือออ T_T

ช่วงไหนทิ้งนานๆ คือเค้างานยุ่งมากนะคะ แต่จะพยายามปั่นมาลงให้ค่ะ ไม่อยากลงไว้ค้างๆ คาๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #4 chiil2 (@Chiil) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 19:08
    อ้าว!!!!ผีความจำเสื่อม...น่าสงสาร
    #4
    0