#เขตห้ามหวง | HUNHAN

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ส.ค. 62




#เขตห้ามหวง







                                                                                                                                                  ★


★ 

ไม่รู้ว่าต้องโตท่ามกลางหมู่ดอกไม้มากมายขนาดไหน
★                 เธอจึงได้ครอบครอง รอยยิ้มที่สวยงามขนาดนี้

                                                                      




              หลังเลิกเรียนช่วงเวลาห้าโมงเย็นเป็นเวลาที่ทุกคนควรได้เตร็ดเตร่  ไปกินของอร่อยกับเพื่อนๆ  หรืออาจจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านอย่างที่ควรจะเป็น 

 

 

                         กลับกลายเป็นว่า  นักเรียน ม.ปลาย ส่วนใหญ่ต้องรวมตัวกันเพื่อเตรียมงาน  Open House  ที่แสนน่าเบื่อ

 

 

                         อากาศยามเย็นไม่ได้ร้อนอบอ้าว  แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาขยันขันแข็งมากเท่าไหร่นัก  นักเรียนแต่ละชั้นถูกแบ่งหน้าที่กันเสร็จสรรพ  ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานที่ได้รับมอบหมายตามความถนัดของตัวเอง

 

 

 

                         แต่ดูเหมือนว่าความสามารถของสุดเขต  จะพิเศษกว่าคนอื่นนิดหน่อย 

 


                        เขาได้รับหน้าที่สองอย่างในเวลาเดียวกัน 

 

 

           “ไอเขต ณาอยู่ไหน

 


 

          “นั่นไง”    เขาชี้นิ้วไปยังเจ้าของชื่อที่เพื่อนตามหา   นอกจากการท่องบทละครเวทีที่เขาได้รับแล้ว   ดูเหมือนคนตัวสูงยังได้รับความไว้วางใจให้มีอีกหน้าที่หนึ่ง 


                       



                        ทุกคนรู้ดีว่า 'สุดเขต' จะมีค่าสายตาที่ยาวกว่าใคร ... ตอนที่เขาพยายามมองหาใครคนหนึ่ง ...ที่ชื่อ 'ณารา' 


 

 


 

           “ขอบใจมากเว้ย


   

           “...


 

           เดี๋ยวกูกลับมาแซว  เป้ หัวหน้าห้องผู้อารมณ์ดี แต่ก็เอาจริงเอาจังเวลาทำงาน  ตบไหล่กว้างสองครั้ง  เพื่อแทนคำขอบคุณก่อนจะเดินออกไปยังจุดมุ่งหมายของตัวเอง 

 



          แซว?

 


          แซวทำไม...?

 

 

 

 

                   หลังจากนั้นสุดเขตก็พยายามสนใจบทที่ถืออยู่  ตามคำสั่งของอาจารย์  เขาพยายามสั่งตัวเองไม่ให้เหลือบมองใครอีกคน

 

 

                   ณาราชื่อนี้อาจจะฟังดูคล้ายชื่อผู้หญิง แต่ ณารา หรือ  ณา    ก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่น่ารักเหมือนชื่อก็เท่านั้นเอง

 


                    ไม่ว่าณาราอยู่ตรงไหน  คนตัวเล็กก็จะอยู่ในสายตาเขาเสมอ


 


                               แค่น่ารัก ไม่ได้ชอบ หรือชอบก็ไม่รู้ 

 


                    ไม่ใช่ไม่พยายามหาคำตอบให้ตัวเองเขาก็แค่คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย  ที่จะชอบคนที่ไม่เคยแม้แต่จะปริปากพูดกับเขาแม้สักครั้งเดียว

 

 


                      แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว  เพราะณาราไม่เคยคิดจะคุยกับใครเลยต่างหาก 

 

 

 

                  คนตัวเล็กมักหามุมสงบๆ  ใช้เวลาอยู่กับเพลงโปรด  ไม่ก็หนังสือที่ตัวเองสนใจ  บางวันก็เอาสมุดมาขีดเขียนเล่นตามประสาคนชื่อชอบงานศิลปะ    ส่วนใหญ่ที่เขาเห็นณารามักจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวเสมอตลอดช่วงเวลาพักกลางวัน    หรือไม่ก็อยู่กับเพื่อนต่างห้องที่ดูเข้ากันได้ดีกว่าเพื่อนร่วมชั้นเดียวกัน 

 


                    หลังเลิกเรียนณาราก็รีบกลับบ้าน  มีแต่กิจกรรมที่ติดค้างเท่านั้น  ที่พอจะฉุดรั้งคนตัวเล็กได้บ้าง 

 


                  

                   ณาราไม่ใช่คนแปลกประหลาดอะไรสำหรับสุดเขต   เพียงแค่เขามีโลกส่วนตัวที่สูงมากเกินกว่าทุกคนจะเข้าใจได้ก็เท่านั้นเอง 

 

 

 


              “ณามาช่วยดูตรงนี้หน่อยสิ 

 

 

               การแต่งแต้มสีลงบนฉากต้องหยุดลง  เมื่อเพื่อนเดินเข้ามาเรียก   สุดเขตเห็นเจ้าตัวพยักหน้าเล็กน้อย   พร้อมกับดึงหูฟังออกก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นเดินออกไป

 

 


                     ทิ้งไว้เพียงกระเป๋าผ้าย้อมสีลายแตงโม  ดูเหมือนจะออกแบบโดยเจ้าตัว

  

                

                    เพราะคล้ายว่ามีเพียงใบเดียวบนโลก  สุดเขตจึงดูสนอกสนใจกระเป๋าใบนี้เป็นพิเศษ   ทุกอย่างของณารามักจะมีเรื่องเล็กๆ เกี่ยวกับความชอบของตัวเอง  ซ่อนอยู่ในผลงานไว้เสมอ 

 

 


                            แตงโมคงเป็นอีกอย่างที่ณาราชอบ

 


 

                            เขาเองก็ชอบเหมือนกัน 

 

 

 

 

                     ณาราชอบศิลปะ    เขามักจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นกว่าใคร   ณาราเหมือนเกิดมาเพื่อเก่งทุกด้าน    เสมือนพระเจ้าจะเอาใจใส่เขาเป็นพิเศษ     แม้กระทั่งใบหน้าที่ดูหวานเกินกว่าคนทั่วไป   แพขนตางอนเหมือนตุ๊กตา    ดวงตาหวานล้ำคล้ายมีน้ำฉ่ำอยู่ตลอดเวลา  มันจึงวาววับเสมอเมื่อคนตัวเล็กตั้งใจทำบางสิ่งบางอย่าง

 

 

 

                          ไม่ใช่แค่ความสามารถที่โดดเด่น

 

                          

                          แค่หน้าตาก็น่าดึงดูดกว่าใครแล้

 

 

 

                        ไอเดียต่างๆ   ของฉากละครเวทีครั้งนี้ก็เป็นความคิดดีๆ ของคนตัวเล็กที่อาสาช่วยเต็มที่   อาจดูเหมือนไม่เป็นมิตรกับใคร  แต่ณารามักมีน้ำใจกับคนรอบข้างเสมอ

 

 

 

 






                 เวลาล่วงเลยไปจนเกือบหนึ่งทุ่มตอนนี้พวกเขาก็ได้เวลาแยกย้ายกัน    เวลาที่เราทำสิ่งที่เรารักมากๆ ก็มักจะลืมสิ่งรอบตัว

 


 

               ณารายังคงเพลิดเพลินกับการทาสีฉาก   จนลืมสังเกตว่าตอนนี้เพื่อนๆ  เริ่มทยอยเก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมออกไปกันแล้ว   เหลือ  เพียงกลุ่มของสุดเขตและคนอื่นๆอีกสองสามคนบริเวณนั้น

 

 

 

            “ณา กลับบ้านได้แล้ว   คนที่ยืนในกลุ่มของสุดเขตทักเขา

 

 

 

            คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมามองหอประชุมที่ตอนนี้เกือบจะไม่มีคนแล้ว    ก่อนจะรีบลนลานเก็บของ    คงไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวในหอประชุมมืดๆ  เพราะไม่เกินสองทุ่มลุงยามก็ต้องปิดไฟ

          


               ทุกการเคลื่อนไหวของ ณารา อยู่ในสายตาของสุดเขต

 



                     ... คนอะไร ทำไมทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมด

 

 

 

                และแล้ว   'เค'  เพื่อนสนิทของสุดเขต  เหมือนจะรู้ว่าเพื่อนซี้กำลังคิดอะไรอยู่  จึงออกแรงผลักเพื่อน ไปหาคนที่เจ้าตัวละสายตาไม่ได้     รู้ไว้ด้วยว่าอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั้น

                

  

                   มันโคตรน่าหมั่นไส้!

 


 


               ด้วยความตกใจเขาจึงรีบคว้าแขนคนตัวเล็กไว้แน่น  ความรู้สึกตอนนี้เขารู้เพียงแค่ว่า

 

 

                     นิ่ม ...

 

                  

                    ณารา  ตัวนิ่มมาก

 




            “เอ่อ...  เจ็บ     เขาพูดพร้อมกับดันคนตัวสูงออกเบาๆ 

 

 


                   เพิ่งรู้ว่ามือสุดเขตหนักมาก

 

 



           “ไอเหี้ยเค!    จะหันไปต่อว่าเพื่อนที่เล่นไม่รู้เรื่องทั้งที   แต่กลับต้องหยุดลงเพียงแค่เห็นนัยย์ตาหวานจ้องอยู่ใกล้ๆ  จึงได้รู้ว่า



                   ดวงตาของณารามีเสน่ห์มากกว่าที่คิด 

 



         ไอเขตมันซื้อน้ำมาให้น่ะ     ไม่พูดเปล่าเคยังจัดแจงยัดขวดน้ำแดง ใส่มือสุดเขตเพื่อจะให้เพื่อน ยื่นให้ณาราเองกับมือ  

 

 



                        อย่างน้อยก็ควรปรึกษากันก่อนไหม ...เพื่อนเชี่ย

 

 


                  

                    ณารามองมาที่สุดเขตอย่างงงๆพร้อมเม้มริมฝีปากเหมือนคนประหม่า

 

 

                          ไม่ได้ร้อน แต่ทำไมรู้สึกเหมือนอยากปาดเหงื่อออกจากใบหน้า

 

                          ไม่ได้เหนื่อย แต่ทำไมหัวใจเต้นแรงเหมือนคนทำงานหนักมากขนาดนี้

 

 

                    ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำแดงในมือสุดเขต   กับใบหน้าเขาอันไหนแดงกว่ากัน

 

 



                   ได้แต่ภาวนาขอให้เจ้าของมือที่ยื่นน้ำมาให้  ไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นถี่ 

 

 



              “ขอบใจนะ”      กลั้นยิ้มเต็มที่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนี้

 



              “ไม่เป็นไร

 

 

 

                     อย่างน้อยก็ไม่ใช่แค่ณารา   สุดเขตเองก็พยายามอย่างสุดตัวเหมือนกันที่ไม่ให้ยิ้มออกมา

 

 

 

                             ไม่ต้องชื่อณาราแล้ว ...ชื่อน่ารักไปเลยดีกว่า

 



 

                 “ณาไปนู่นแล้ว  มึงก็ไปได้แล้วมั้งไอเขต     เคพูดเรียกสติของเพื่อน   ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจิตล่องลอยไปไหนต่อไหน  ถึงเอาแต่เหม่อลอยจนไม่รู้ว่าณาราเดินออกไปสักพักแล้ว

 

 

 



                   เมื่อเห็นณาราขึ้นรถกลับบ้านไป   ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ นี่เป็น  ครั้งแรกที่เขาได้คุยกับคนโลกส่วนตัวสูงยิ่งกว่าตึกสิบชั้น

 



                        ครั้งแรกที่รู้สึกว่าเสียงณาราหวานกว่าครั้งไหนๆ 

 


           


               “มึงชอบเขาขนาดนี้ทำไมไม่บอกไปวะ

 

 

              “กูไม่ได้ชอบ...



               “...



              “กูไม่ชอบจริงๆนะ”    ฟังดูเหมือนแก้ตัว    แต่ในเมื่อยังรู้สึกลังเลกับความรู้สึกของตัวเอง   ก็ถือว่าไม่ได้ชอบก็แล้วกัน   



                               ...ก็แค่ปลื้มเฉยๆ ก็เท่านั้น

 



             “มึงปล่อยมันไปเถอะ   เดี๋ยวมันก็ได้แดกแห้วเอง    'ปัน'    เพื่อนที่เพิ่งเดินเข้ามาอีกคนรีบเสริม

 



                         พวกนี้จะเข้ากันดีเหลือเกินถ้าเป็นเรื่องของเขากับณารา

 



              “เออกูเหนื่อยจะพูด

 

              

              “...

 


             “เดี๋ยวจะหาว่าสอน  แต่มึงน่ะจะทำอะไรก็รีบทำ  จะจบ  ม.6  อยู่แล้ว  ถ้าไม่ได้เจอณาอีกมึงจะเสียใจ”    ดูเหมือนจะเล่นใหญ่ไปบ้าง แต่สายตาของเคกลับแสดงออกว่าเขาจริงจังแค่ไหนกับสิ่งที่พูดออกไป

 

 



                 นั่นสิทำไมเขาถึงลืมคิดเรื่องนี้ไปได้ 

 

 


 


_____________________________________

 

 

 



              “คุณหนูจะแวะทานอะไรก่อนไหมครับ?     เวลาเลิกเรียนคนที่มีนิสัยรักการกิน   อย่างณารามักจะอ้อนให้  'ลุงปอง'  คนขับรถเก่าแก่ของที่บ้าน  แวะตลาดก่อนกลับบ้านเสมอ  เพื่อหาอะไรกินรองท้องระหว่างนั่งรถกลับบ้าน    คำถามนี้จึงมักถูกถามขึ้นทุกครั้งที่ณารา หย่อนตัวนั่งลงบนเบาะรถ 





           “วันนี้ดึกแล้ว   เอาไว้พรุ่งนี้เช้าก็แล้วกันครับ  อยากกินหมูปิ้งพอดี 

 


 

          “ได้ครับคุณหนู 

 

 

 

 

 

 

 

 

               ใช้เวลาไม่นานเขาก็กลับมาถึงบ้าน   เมื่อลงจากรถ  ณาราก็ตรงดิ่งไปที่ห้องครัว   หวังจะแช่ขวดน้ำแดงไว้ในตู้เย็น  แต่ก็กลัวว่าใครจะหยิบเอาไปทิ้ง  เพราะบ้านหลังนี้แทบไม่มีใครกินน้ำอัดลม 

 



              ยืนชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจคว้าขวดน้ำแดงไว้ในมือเหมือนเดิม

 

   


            “ทำอะไรน่ะหนูนิ่ม? 

 


 

               'หนูนิ่ม'    เป็นชื่อที่ย่าเรียกเขาตั้งแต่แรกเกิด  เพราะว่าณาราตัวนิ่ม  แถมยังขาวเหมือนปุยเมฆ   ที่บ้านเลยพากันเรียกหนูนิ่มแทน    หนูนาที่แม่ตั้งใจว่าจะตั้งเป็นชื่อเล่นของเขา  แต่ชื่อนี้ก็มีแต่คนสนิทเท่านั้นที่จะเรียก  เขาคิดว่ามันคงจะแปลกไปหน่อยที่จะบอกใครต่อใคร

ว่าจริงๆ แล้วชื่อเล่นเขาคือหนูนิ่ม ทั้งๆ ที่เขาเป็นผู้ชาย จึงปล่อยให้ทุกคนเรียกเขาว่า ณา 

 

 

 

 

            เอ่อ... นิ่มกำลัง...

 

 


            “หนูนิ่มไม่กินน้ำอัดลมนี่?    ม่มองเขาด้วยความสงสัย   เวลากินน้ำอัดลมทีไรจะปวดท้องแทบทุกครั้งซึ่งเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว 

 



           “เพื่อนนิ่มให้มาน่ะ  แต่ไม่ได้จะกินหรอกฮะ

 

 


           “นิ่มไปอาบน้ำก่อนนะ  หิวข้าวจะแย่แล้ว   กระโจนกอดแม่ยิ้มๆ  ไม่ลืมที่จะเอาขวดน้ำแดงติดตัวไปด้วย    ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับงุนงงที่เห็นคนแบกโลกทั้งใบไว้อย่างณารายิ้มกว้างขนาดนั้น  เธอจึงคลี่ยิ้มออกมาบ้าง

 



               รอยยิ้มของลูกทำให้เธอยิ้มตามได้เสมอ

 

 

 

 

 

                  พ่อณาราเป็นเจ้าของโรงแรมขนาดใหญ่ของประเทศ    ส่วนแม่ก็ดูแลธุรกิจร้านตัดเสื้อเล็กๆให้คุณยาย  ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว    ณาราจึงเป็นดั่งหัวแก้ว หัวแหวนของทุกคนในครอบครัว

 


                 เขาเติบโตมาด้วยความรัก  ความอ่อนโยนของคนรอบข้าง 



 

                 เว้นแต่ความรัก  ความอ่อนโยนจากพ่อที่เขาไม่เคยได้รับ

 

 


                        ความเจ็บปวดลึกๆ กับบาดแผลในใจค่อยๆ เติบโตมาพร้อมกับเขาจนถึงทุกวันนี้

 

 


 

                       .... อยากให้รู้ไม่ใช่เขาไม่เคยสดใส    มันก็แค่เคยสดใสมากกว่านี้ก็เท่านั้นเอง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 เซฮาน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 09:02
    น้องดูนุ่มนิ่มจริงๆ แง
    #2
    0
  2. #1 5201990 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 01:21
    นู๋นิ่มน่ารักสมตัวมากลูก มิ๊เห็นหนูในทวิตวันนี้อยากเอามือไปหยิกเเก้มเลื้อเกิน บอบบาง นุ่มนิ่ม คนอะไร อ๊อยยย นู๋นิ่มก้เเอบมีใจให้พี่เค้าใช่ไม๊ล่า
    #1
    0