ข้าจะเป็นฮูหยิน!

ตอนที่ 3 : รสชาติของการเข้าหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    25 ก.ย. 63

.

 

 

 

ถึงแม้ฉินช่านเฟินจะพอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องเป็นวันที่เขาคงต้องได้ปรนนิบัติสามีเช่นนั้นจริงๆ แต่มันก็อดที่จะรู้สึกแปลกๆไม่ได้ ตัวเขาเองถึงแม้ว่าจะรูปร่างเหมือนบุรุษ แต่ก็หุ่นเก้งก้าง ผอมแห้งแรงน้อย ไม่ได้เหมือนกับอี้หานเพ่ยที่ดูแข็งแรง มันก็รู้สึกแปลกๆที่ตนจะต้องมาเห็นร่างกายของคนอื่น แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผ่านคืนนี้ไปก็คงไม่มีอะไรที่ลำบากอีกแล้วในชีวิตนี้

         “ข้าจะไปแช่น้ำรอ” อี้หานเพ่ยที่เห็นฉินช่านเฟินคล้ายจะเหม่อไปถึงสวรรค์แล้วก็พูดขึ้นมาเพื่อให้อีกคนรู้สึกตัว เขาก็พอจะเข้าใจว่ามันคงต้องมีการเตรียมใจบ้าง อย่างไรเสียก็เป็นวันแรกที่เจอกัน อีกทั้งยังต้องเข้าหอกันตามทำเนียมทันที หากฉินช่านเฟินพร้อมที่พุ่งเข้าใส่เขาตลอดเวลาก็คงไม่ดีเท่าไหร่นัก

         “ขอรับ” ฉินช่านเฟินตอบรับเสียงเบา เอาวะ ทำให้มันจบๆไป

         เมื่อคิดว่าเตรียมใจพร้อมแล้ว ฉินช่านเฟินก็ตามผู้เป็นสามีเข้าไป เพียงแวบแรกที่มองเห็นแผ่นหลังที่แน่นขนัดไปด้วยกล้ามเนื้อ มือของเขาก็สั่นเสียจนนึกว่าเป็นโรคร้าย ใจเต้นจนแทบจะหลุดออกมา เขายกมือขึ้นนวดๆตรงหัวใจเพื่อคลายความกังวลลง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเช่นกัน 

         “ทะ ท่านพี่” เขาทำใจกล้าเอ่ยเรียกสามี

         “ลงมาสิ” อี้หานเพ่ยไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ เขาทำเพียงเรียกอีกคนให้ลงมาแช่น้ำอุ่นด้วยกัน แต่เมื่อขาเรียวสวยก้าวลงมาในอ่าง เขาก็ต้องชะงักไป 

         อี้หานเพ่ยรู้ว่าฉินช่านเฟินผิวสวย แต่ไม่ได้คิดว่าผิวส่วนที่ถูกอาภรณ์ปกปิดไว้จะขาวราวกับหิมะ อีกทั้งยังเปล่งประกายเมื่อยามต้องแสงไฟจากตะเกียงที่จุดไว้ เนียนละเอียดไปเสียทั้งตัว เพียงแค่ใช้สายตามองผ่านๆก็รู้ได้ว่าเป็นผิวกายที่ต้องได้รับการดูแลมาอย่างดีแน่นอน

         เมื่อฉินช่านเฟินแช่ลงไปในน้ำทั้งตัว บางส่วนของผิวก็ไปแตะโดนอีกคนที่นั่งอยู่ก่อน คนทั้งคู่สะดุ้งราวกับได้ยินเสียงฟ้าผ่า พวกเขาหันหน้าเข้าหากัน ไม่รู้จะมองไปทางไหน จึงได้แต่ก้มมองมือตัวเองภายในผิวน้ำ สุดท้ายแล้วคนที่ทนไม่ได้จึงเป็นอี้หานเพ่ย เขาหันหลังให้กับภรรยาหมาดๆของตนเองแล้วขอให้อีกคนคลายความเมื่อยล้าให้

         “นวดให้ข้าที คุยงานกับกองทัพนานๆแล้วเริ่มปวดเมื่อย”

         ผู้เป็นภรรยาขยับตัวอย่างรวดเร็ว เขาลงแรงทีละนิดไปตามจุดที่ท่านแม่เคยสอน ค่อยๆนวดคลายความตึงของกล้ามเนื้อให้กับสามี และเพราะความสบายเนื้อสบายตัว อี้หานเพ่ยก็ส่งเสียงครางออกมาตามธรรมชาติ แต่มันดันทำให้ภรรยาตัวน้อยคิดไปไกลจนเลือดลมตีขึ้นหน้า ทั้งหน้าทั้งตัวแดงเหมือนแต้มชาด

         “เจ้าป่วยหรือ รู้สึกไม่ดีตรงไหน เหตุใดตัวแดงถึงเพียงนี้”

         “ข้า ข้าไม่เป็นไรท่านพี่ คงเป็นเพราะแช่น้ำนาน”

         “เช่นนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปรอที่เตียงเถิด ข้าจะจัดการตรงนี้แล้วตามไป”

         การขึ้นจากน้ำไม่ได้ทำให้ความร้อนในตัวฉินช่านเฟินกลับมาเป็นปกติ และเพราะประโยคที่ว่าให้ไปรอที่เตียงกลับทำให้เขาตัวแดงกว่าเดิมเสียอีก ธาตุหยางในตัวเขาคงมีมากเกินไปกระมัง เขาจัดนู่นจัดนี่บนเตียงคลายความตื่นเต้นของตนเอง จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้า

         “เรียบร้อยแล้วหรือขอรับ”

         “อืม เจ้า...เรียบร้อยแล้วหรือยัง” อี้หานเพ่ยถามภรรยาที่ยังคงตัวแดงดังเดิม

         “ขอรับ เรียบร้อยแล้ว” ถึงแม้จะตอบเสียงเบาราวกับลมพัด แต่เพราะใกล้จะยามห้าย* ราตรีเงียบไร้เสียงสรรพสิ่ง อีกทั้งวรยุทธ์ของคนเป็นถึงแม่ทัพก็ช่างแก่กล้า เขาจึงได้ยินเสียงของฉินช่านเฟินชัดเจน 

         อี้หานเพ่ยดึงอีกคนเข้ามาชิดตัวแล้วมอบจุมพิต ในคราแรกฉินช่านเฟินยังเกรงๆ เหตุเพราะไม่เคยได้รับสัมผัสเช่นนี้มาก่อน หากแต่เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับจังหวะและฝ่ามืออุ่นของผู้เป็นสามี อีกฝ่ายจับให้ทำอะไร หันไปทางไหน เขาก็ล้วนแต่ทำตามทั้งสิ้น 

         บ่าวไพร่ตัวเล็กตัวน้อยที่เฝ้าอยู่หน้าเรือนก็พากันขยับตัวออกห่างหลังจากที่ได้ยินเสียงร้องแห่งความสุขสมของผู้เป็นนาย พลางมองหน้ากันอย่างปลงๆ วาสนาคนเป็นบ่าว ถึงแม้จะไม่อยากอยู่ฟังเสียงคนรักกัน แต่หากนายเรียกใช้ก็จำต้องมา ทำให้ออกห่างจากเรือนไม่ได้ จึงได้แต่ภาวนาอยู่ในใจให้ท่านแม่ทัพเบามือกับภรรยามือใหม่เสียหน่อย เพราะไม่เช่นนั้นเสียงนี้คงดังไปถึงเรือนของอนุคนอื่นเป็นแน่

 

 

 

 

 

          ฉินช่านเฟินรู้สึกตัวคราแรกเมื่อยามเหม่า*(05.00-06.59) เพราะสามีหมาดๆของตนขยับตัวลงจากเตียง แต่เพราะสามีบอกว่าจะต้องออกไปหารือที่ค่ายทหาร ให้เขานอนพักเสีย เขาจึงหลับตาลงพักผ่อนต่อ ลืมตามาครานี้ก็เป็นยามอู่*(11.00-12.59)เสียแล้ว เขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำ ว่าเมื่อคืนตนหลับตาลงเมื่อใด จำได้เพียงแค่ว่าอี้หานเพ่ยเช็ดตัวให้เขาเสียเรียบร้อยแล้วลูบหัวกล่อมนอน ไม่นานหลังจากนั้นก็หลับเป็นตาย ไม่รู้ว่าเพราะอ้อมกอดอุ่นๆหรือเพราะเหนื่อยกันแน่

         ช่างมันเถอะ อย่างไรเรื่องเมื่อคืนก็ผ่านไปแล้ว อี้หานเพ่ยเองก็ไม่มีรสนิยมการร่วมรักที่ผิดแปลกพิสดาร อีกทั้งยังคอยสังเกตว่าเขามีท่าทีไม่ชอบใจหรือไม่อีกด้วย นับว่าเป็นสามีที่ดีอยู่พอตัว ถ้าไม่ติดว่าเขาเข้ามาเป็นอนุคนที่ห้าก็คงจะยินดีปรีดามากกว่านี้

         “อี๋เหนียงจะรับอาหารเลยไหมเจ้าคะ บ่าวเตรียมของบำรุงไว้ให้” อาเป่ยเอ่ยทักทันทีที่เห็นผู้เป็นนายตื่น นางเตรียมสำรับไว้ตั้งแต่เช้า แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเพราะคุณชายของนางใช้แรงไปเสียมากเมื่อคืน ก็ต้องรู้สึกเพลียจนตื่นสายเป็นธรรมดา

         “อืม หิวแล้วเหมือนกัน” 

         ฉินช่านเฟินล้างหน้าล้างตาแบบลวกๆแล้วรีบหยิบตะเกียบกินข้าวทันที ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตนเองหิวขนาดนี้ หากอาเป่ยไม่เตือน เขาคงนอนเหม่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเสียจนลืมกินข้าวไปเสียกระมัง ตอนนี้ก็ยังไม่ได้วางแผนว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตของตนเองที่นี่ต่อไปดี 

         “คนอื่นออกไปก่อน” เมื่อชีวิตยังต้องเดินต่อ การใช้ชีวิตในฐานะอนุก็จำต้องมีกลยุทธ์ในการเดินหมาก ฉินช่านเฟินไล่คนอื่นๆออกไปจากห้องจนหมดยกเว้นอาเป่ยเพราะเขายังไม่สามารถมั่นใจได้ว่าใครน่าไว้ใจ บางคนอาจจะเป็นคนที่สามีของเขาส่งมาดู แต่บางคนก็อาจจะเป็นคนที่อนุคนอื่นๆส่งมาสอดแนมก็เป็นได้ คนที่เขาสามารถไว้ใจได้ในตอนนี้ก็มีเพียงแค่อาเป่ยเท่านั้น

         “เจ้าได้เรื่องอะไรมาบ้างอาเป่ย” เขาพูดเสียงเบาเพื่อให้มั่นใจว่าถึงจะมีคนแอบฟังก็ยากที่จะได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ในตอนนี้

         “บ่าวลองถามทั้งผู้คนในตลาดและคนที่ดูแลเรือนรับรอง ส่วนใหญ่จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอนุเล่อและอนุหนิงหาเรื่องอนุคนอื่นๆตลอดเลยเจ้าค่ะ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ บางทีก็โวยวายเพียงเพราะเดินเฉียดกันกลางตลาดก็มีเจ้าค่ะ ส่วนอนุเว่ยกับอนุเติ้งไม่ค่อยมีเรื่องเป็นขี้ปากใครเท่าไหร่นักเพราะค่อนข้างเก็บตัวเงียบ อีกทั้งยังวางตัวเป็น กับบ่าวไพร่นอกเรือนก็พูดจาดี ลือกันว่าหนึ่งในสองคนนี้คงมีสักคนที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นฮูหยินแน่นอนเจ้าค่ะ”

         “อืม อนุเล่อกับอนุหนิงนั้นข้าไม่ค่อยติดใจ คนที่ร้ายเปิดเผยขนาดนั้นจับไต๋ได้ง่าย หากโดนตอกกลับด้วยคำพูดก็หน้าหงายจนทำอะไรไม่ถูกเสียแล้ว เป็นพวกยกตนข่มท่านเท่านั้น แต่อีกสองคนก็ต้องดูกันต่อไป จะเป็นคนหน้าเนื้อใจเสือหรือจะจริงใจก็ไม่อาจรู้แจ้ง”

          

 

 

 

 

         “เจ้าว่าอย่างไรนะ มันได้หลับนอนกับท่านพี่อย่างนั้นหรือ” นางผู้นั้นแทบเขวี้ยงจอกชาทิ้งทันทีที่ได้ข่าวจากบ่าวที่ส่งไปสอดแนมในคืนแรกของการเข้าหอ

         นางมั่นใจว่าตนเองเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน ผิวพรรณหน้าตาหรือก็สะสวย รู้จักเอาอกเอาใจผู้เป็นสามี มีจริตออดอ้อน แล้วเหตุใดท่านพี่จึงไม่เคยร่วมหลับนอนกับนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว วันเข้าหอก็ทำเพียงแค่แช่น้ำร่วมกันและนอนหลับจนถึงเช้าเท่านั้น ขนาดนางเปลือยกายอยู่ตรงหน้ายังไม่แม้แต่จะเอื้อมมือมาแตะต้อง แต่กับเกอผู้นั้นที่ไม่ได้มีดีกว่านางเลยแม้สักนิด ท่านพี่กลับยอมหลับนอนจนบ่าวไพร่ทนฟังเสียงไม่ไหว วิ่งแจ้นกลับมาหานางที่เรือน 

         “อี๋เหนียงเจ้าคะ บ่าวว่าท่านแม่ทัพคงเพียงแต่อยากระบายอารมณ์เสียกระมัง เพิ่งกลับมาจากนำทัพก็ต้องเข้าหอทันที หากอี๋เหนียงเข้าหาท่านแม่ทัพคืนนี้ก็ย่อมต้องเป็นเช่นเดียวกัน” นางฟังที่บ่าวรักพูดก็เริ่มคิดตามได้ ก็อาจจะจริงดังที่มันว่า ตัวนางทั้งสวยกว่า เรือนร่างก็สะโอดสะองมีส่วนเว้าโค้งตามประสาสตรี อย่างไรเสียท่านพี่ก็ไม่มีวันปล่อยนางทิ้งขว้างเป็นแน่

         “จัดของกันเสีย ข้าจะเตรียมตัวไปหาท่านพี่คืนนี้” บ่าวไพร่ที่ได้ยินก็ขยับตัวหยิบจับข้าวของมาเตรียมให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว หากนายได้เป็นฮูหยิน เป็นคนโปรดของท่านแม่ทัพ ชีวิตพวกนางก็จะดีขึ้นตามไปด้วย แล้วใครเล่าจะไม่อยาก และในบรรดาอนุทุกคน พวกนางก็ยังเห็นว่าไม่ได้มีใครครองใจนายท่าน ชายผู้หนึ่งหรือจะสู้การออดอ้อนยั่วยวนจากหญิงงามได้ คงจะมีแต่คนตายด้านเท่านั้นที่ทนไม่ทำอะไรได้ นายท่านเองก็ยังหนุ่มยังแน่น เรื่องแบบนั้นคงไม่เกิดเป็นแน่  

 

 

 

 

 

 

 

 

talk: เขาเข้าหอแล้วทำไมนะ อิจฉาทำไมนะ หรือว่าาาาา

 

 

#ข้าจะเป็นฮูหยิน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #8 MitsukiCarto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 00:00
    เข้าหอแล้วๆ~
    #8
    0
  2. #2 ผักน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 16:01

    รอตอนต่อไปนะคะ

    #2
    0