ข้าจะเป็นฮูหยิน!

ตอนที่ 2 : แม่ทัพอี้หานเพ่ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    14 ก.ย. 63

.

 

 

ทันทีที่มาถึงจวนตระกูลอี้ก็มีคนพาฉินช่านเฟินไปแนะนำกับพ่อแม่ของท่านแม่ทัพ จากนั้นก็พาไปส่งที่เรือนที่เขาจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยนับจากนี้ไป ยังไม่เห็นแม้แต่เสี้ยวหน้าของบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเขาเลยสักนิด แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้หายใจคล่องหน่อย ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันจนแทบจะรวบรวมสติไม่ได้

         “คารวะอี๋เหนียง นี่เป็นบ่าวรับใช้ที่ทางเราเตรียมไว้ให้ขอรับ” ฉินช่านเฟินมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่เต็มหน้าเรือนด้วยความสงสัย

         “เยอะขนาดนี้เชียวหรือ อาเป่ย เจ้าเลือกมาสักสองสามคนก็เพียงพอแล้ว ข้าไม่ต้องการคนเยอะขนาดนั้นหรอก” ทันทีที่ผู้เป็นนายสั่ง อาเป่ยก็ลงมือคัดเลือกคนที่จะมาเข้ามาอยู่ในเรือนนี้ด้วยทันที นางเองก็มีประสบการณ์สู้รบปรบมือกับเหล่าบ่าวของอนุหวังมาบ้าง พอจะมองออกว่าใครไม่น่าไว้ใจ เรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นอยากจะเป็นที่หนึ่งนั้นคงมีอยู่แทบทุกจวน อย่างไรเสียนางก็ต้องดูแลคุณชายของนางให้ดีที่สุด

         “เพียงพอหรือขอรับ อนุท่านอื่น...” เขาตั้งใจจะบอกว่าอนุท่านอื่นรับไปมากกว่านี้อีก แต่ก็ไม่กล้าขัดเพราะอาเป่ยสะบัดมือไล่กลายๆ

         “เรือนนี้มีเพียงข้าคนเดียว คุณท่านเองก็คงไม่ได้มาบ่อยๆ ไม่ต้องมีคนมากมายนักหรอก” เมื่อผู้เป็นนายบอกเช่นนั้น คนเป็นบ่าวมีหรือจะขัดได้ พ่อบ้านพาบ่าวที่เหลือกลับไปดูแลส่วนอื่นๆในจวนต่อ ปล่อยให้ฉินช่านเฟินเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเรื่องในจวนของตนเอง

         “อาเป่ย เจ้าดูแลจัดการแบ่งหน้าที่ให้พวกนางเสีย ข้าจะเข้าไปจัดการข้าวของในเรือน”

         “เจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะรีบตามไปช่วย” 

          ฉินช่านเฟินมองดูข้าวของในเรือนที่สามีตระเตรียมไว้ให้แล้วก็ลอบชมเชยอยู่ภายในใจ คนผู้นี้ก็มีรสนิยมดีไม่น้อยเลย เครื่องเรือนต่างๆดูเข้ากันดีไปหมด แต่ทั้งหมดก็อาจจะเป็นฝีมือของพ่อบ้านก็ได้ คนที่เป็นถึงแม่ทัพแล้วยังต้องดูแลกิจการต่างๆคงไม่มีเวลามานั่งเครื่องให้กับอนุคนที่ห้าอย่างเขากระมัง ฉินช่านเฟินไม่ได้สนใจอีกต่อไป เขาเพียงแต่หยิบจับสิ่งของที่ตนเตรียมมาให้อยู่ในที่ๆเหมาะสม หยิบจับได้สะดวกดังเช่นบ้านเดิม 

         อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นอนุคนที่ห้า เรือนที่ได้อาศัยอยู่ห่างไกลจากห้องรับรองพอสมควร ไม่ค่อยมีคนมาเพ่นพ่านเสียเท่าไหร่ อยู่ไกลขนาดนี้คงไม่มีผู้ใดยอมทนเหนื่อยเดินมาหาเรื่องเขาทุกวันเป็นแน่ 

         “อี๋เหนียงเจ้าคะ อนุเล่อมาขอพบเจ้าค่ะ” ไม่ทันถึงไหน ก็มีคนโง่ยอมเหนื่อยเดินมาหาเขาถึงที่เสียแล้ว

         “เชิญนางเข้ามา”

         อนุเล่อหรือเล่อเจี๋ยกวาง เป็นอนุคนแรกที่ตระกูลเล่อเร้าหรือขอแต่งเข้าจวนตระกูลอี้ หลังจากนั้นก็มีคนรบเร้าขอแต่งเข้าตามมาติดๆถึงสองคนอย่าง หนิงม่านมี่และเว่ยฉีโหรว ในปีเดียวกันแม่ทัพอี้มีอนุที่แต่งเข้าจวนถึงสามคน เป็นบุรุษที่เนื้อหอมไม่น้อย แต่หลังจากเว่ยฉีโหรวมาเป็นอนุได้เพียงสองวัน ท่านแม่ทัพก็ต้องเดินทางไปรบที่ทางใต้ถึงหนึ่งปี ทันทีที่กลับมาตระกูลเติ้งก็ส่งเติ้งเทียนซินเข้ามาเป็นอนุคนที่สี่ทันที นี่เป็นเรื่องที่เขารู้มาจากน้องชาย เรื่องที่ภายในกว่านั้นน้องชายของเขาก็ไม่อาจรู้ 

         “คารวะอนุเล่อ”ถึงนางจะแต่งเข้ามาคนแรก แต่ก็เป็นอนุเช่นกัน ฉินช่านเฟินไม่จำเป็นต้องเคารพอะไรนางมากมาย

         “คารวะอนุฉิน ได้ข่าวว่าท่านมาถึงแล้ว ข้าก็เลยอยากจะเดินมาทักทายเสียหน่อย ในฐานะคนที่แต่งเข้าก่อนถึงสองปี” เฮ้อ ดูเหมือนนางผู้นี้ตั้งใจจะมากดขี่เขาให้เกรงกลัวเสียตั้งแต่วันแรกเลยสินะ 

         “ลำบากท่านแล้ว แต่หากจะพูดเช่นนั้นข้าก็คงต้องรออนุหนิงและอนุเว่ยมาทักทายด้วยกระมัง พวกท่านก็แต่งเข้ามาในปีเดียวกัน” ฉินช่านเฟินหาได้เกรงกลัวนางไม่ คนที่เปิดเผยเช่นนี้ย่อมไม่น่ากลัวเท่าคนร้ายเงียบ แต่ถึงอย่างไรก็จะประมาทนางไม่ได้เสียทีเดียว 

         “เจ้า!” 

         “เสียงดังใหญ่เลยนะอนุเล่อ วางท่าอวดว่าตนเองได้แต่งเข้าเรือนเป็นคนแรกอีกล่ะสิท่า” มีอนุคนที่หนึ่งแล้วก็ต้องมีอนุคนที่สองตามมา

         “คารวะอนุหนิง”

         “คารวะอนุฉิน ข้าเองก็อยากมาดูอนุคนที่ห้าของท่านพี่ เห็นว่าเป็นเกอที่งดงาม อยากรู้ว่าจะงดงามเพียงใดกัน” ใบหน้าของนางเชิดขึ้น ใช้สายตามองเหยียดฉินช่านเฟินตั้งแต่หัวจรดเท้า จริงอยู่ที่เกอที่งดงามก็อาจจะไม่งดงามเท่าสตรีเพราะมีรูปร่างเยี่ยงบุรุษ ด้วยส่วนสูงและส่วนโค้งเว้าที่ไม่เท่าสตรีอาจทำให้ดูไม่น่าทะนุถนอมเหมือนอนุคนอื่นๆ แต่ฉินช่านเฟินก็มั่นใจว่าตนเองไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร โดยเฉพาะเรื่องสมอง

         “ชมเกินไปแล้ว ข้าหาได้งามเช่นสตรีเยี่ยงพวกท่านไม่” พวกนางเหยียดยิ้มอย่างคนเหนือกว่า

         “เพียงแต่ร่ำเรียนมาไม่น้อย ทั้งงานใช้สมองเช่นบุรุษและงานในเรือนเช่นสตรี ความรู้คงทำให้ผู้คนมองข้างดงามมากขึ้นกระมัง” ประโยคนี้แอบด่านางทั้งสองอยู่กลายๆว่าโง่ วันๆเอาแต่อวดคนอื่นเรื่องความงาม เดินลอยชายไปมาไม่มีประโยชน์ ความรู้เทียบเท่าหางอึ่ง

         “วันนี้ข้าเพียงแต่มาทักทายเท่านั้น หากเจ้าอยากรู้วิธีปรนนิบัติท่านพี่ก็มาถามข้าที่เรือนได้” อนุเล่อพูดจบก็สะบัดชายกระโปรงเดินตัวปลิว

         “ไร้สาระ ข้าต่างหากที่ใกล้ชิดท่านพี่ที่สุด” คนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ มารบกวนเขาถึงในเรือนแต่พอหมดธุระก็สะบัดผ้าตามอีกคนไปโดยไม่กล่าวลาเลยสักคำ ดูเหมือนว่าตระกูลหนิงคงจะไม่สอนมารยาทเท่าไหร่นัก เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมารบกวนแล้ว ฉินช่านเฟินจึงจัดการข้าวของในเรือนตนต่อไปวันแรกก็ปวดหัวถึงเพียงนี้ วันต่อๆไปคงจะรับมือยากขึ้นกว่านี้แน่

 

 

.

 

         “อย่างนั้นหรือ”อนุสามหรือเว่ยฉีโหรวนั่งจิบชารับข่าวที่ส่งบ่าวในเรือนไปสอดแนม

         “เจ้าค่ะ ต่อกรได้ไม่มีกลัวเลยเจ้าค่ะ”

         “ดูไปก่อน หวังว่าครานี้ข้าจะมีข้างให้เลือกเสียที”

 

 

.

 

 

         ปกติแล้วที่จวนของเขาจะรับสำรับเช้าและเย็นพร้อมกัน แต่เพราะแม่ทัพอี้มีราชกิจมากมายให้ต้องทำ บางคราต้องออกรบนานแรมปี ให้อนุสี่คนนั่งรับอาหารบนโต๊ะเดียวกันก็คงจะไม่ไหว ที่จวนตระกูลอี้จึงแยกกันรับอาหารที่เรือนใครเรือนมัน แต่เพราะวันนี้เป็นวันที่เขาเข้ามาอยู่เป็นวันแรก พ่อบ้านที่เขามารู้ภายหลังว่าชื่อจิ้งจู่อี้ก็มาบอกให้เขาเตรียมตัวเพราะแม่ทัพอี้จะเข้ามารับอาหารเย็นด้วยที่เรือน

         ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถึงจะไม่ได้อยากรับเสียเท่าไหร่ อย่างไรก็รับมาเป็นภรรยาแล้ว หากจะไม่มาดูเลยในวันนี้ก็ออกจะใจจืดใจดำไปเสียหน่อย ฉินช่านเฟินทำใจมาแล้วว่าเขาอาจจะต้องรับมือกับอะไรบ้างในวันแรกที่เข้าจวน อกสั่นอยู่บ้างก็เพราะไม่เคย แต่ใครๆก็ย่อมต้องมีครั้งแรกเท่านั้น

         เขานอนแช่ในน้ำอุ่นโดยมีบ่าวในเรือนขัดสีฉวีวันเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องในคืนนี้ ถึงแม้จะไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่หากไม่เตรียมตัวเลยก็คงจะไม่ได้ การสร้างความประทับใจเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะมิตรหรือศัตรูก็ควรอยู่ในจุดที่พร้อมรับทั้งนั้น ถึงสามีจะไม่อาจนำไปวางในจุดมิตรหรือศัตรูได้ก็ตาม

         “คารวะท่านแม่ทัพ” ฉินช่านเฟินยังคงเรียกอี้หานเพ่ยว่าแม่ทัพเพราะไม่รู้จะต้องเรียกอีกฝ่ายว่าอย่างไรดี จะเรียกท่านพี่ก็เกรงว่าจะเป็นการสนิทสนมจนเกินไป พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะพบหน้ากันมาก่อน 

         อี้หานเพ่ยเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ขนาดว่าฉินช่านเฟินเองก็เป็นเกอซึ่งรูปร่างภายนอกคล้ายบุรุษก็ยังเตี้ยกว่าอยู่มากโข ไม่รู้ไปออกรบหลายปีอย่างไร ผิวพรรณจึงได้ดูขาวผ่องกว่าเจ้าน้องชายตัวดีของเขาขนาดนี้ ไม่ได้ถึงกับขาวเผือกเหมือนสตรี แต่ก็ไม่ได้กร้านแดดชนิดที่เหมือนคนไปรบ มีเพียงกล้ามเนื้อและรอยแผลเท่านั้นที่บ่งบอกได้ว่าคนผู้นี้คงเป็นทหารกล้าที่ออกรบมานับไม่ถ้วน

         “อืม เรียกว่าท่านพี่เหมือนคนอื่นๆเถิด” อีกฝ่ายบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยดั่งก้อนหินก็หนึ่งก็มิปาน

         “ขอรับ สำรับเย็นพร้อมแล้ว เชิญท่านพี่” ฉินช่านเฟินคีบเป็ดย่างวางบนถ้วยข้าวของสามีเป็นการเริ่มช่วงเวลาอาหารอย่างแท้จริง

         อี้หานเพ่ยลอบสังเกตคนตรงหน้า เขาเองก็เคยได้ยินมาบ้างว่าบุตรเกอของตระกูลฉินนั้นงดงาม ตัวน้องชายอย่างฉินเฉิงลู่เองก็ดูสง่าสมฐานะรองแม่ทัพ เขาจำได้ว่าเฉิงลู่เคยพูดถึงพี่คนนี้ของตนอยู่บ่อยครั้งยามที่ต้องกลับเข้าจวน ของชิ้นไหนที่ได้รับเป็นรางวัลก็มักจะเอ่ยว่าคงเหมาะกับพี่ช่านเฟินอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่เคยพูดถึงพี่สาวร่วมบิดาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เห็นทีความสัมพันธ์ในจวนตระกูลฉินคงไม่ดีเท่าไหร่แน่

         แต่จากการที่เขาให้คนไปสืบมา ก็ได้ความว่าฉินช่านเฟินผู้นี้มีความสามารถอยู่ไม่น้อยนัก ทั้งความสามารถในการค้าขายซี่งได้มาจากมารดาที่มาจากตระกูลเมิ่ง ถึงแม้จะไม่ใช่ตระกูลที่มีอำนาจมากมายเท่าตระกูลอี้ แต่ก็ถือเป็นตระกูลที่มีความสามารถในการค้าขาย ความสามารถในเรื่องศิลปะและงานเรือนก็ดูจะมีฝีมืออยู่ไม่น้อย ดูจากรสนิยมการเลือกของและจัดวางของต่างๆภายในบ้าน ดูก็รู้ว่าจัดให้ตนเองหยิบถนัดมือ เพราะหากเป็นเรือนที่จัดไว้สำหรับโอ้อวดก็คงไม่นำของที่เอาไว้ใช้งานจริงมาวางให้เห็นเด่นชัดขนาดนี้

         ก็ถือว่าเป็นคนที่น่าสนใจคนหนึ่ง หากไม่ได้สร้างความวุ่นวายอะไรในจวนนี้ก็พอจะมีคุณสมบัติที่เขาจะแต่งตั้งให้เป็นฮูหยิน แค่รับอนุมาห้าคนก็มากพอแล้ว หากจะให้รับอนุไปเรื่อยๆโดยไม่มีฮูหยินเสียที เห็นทีเรือนเขาคงจะมีอนุเป็นร้อยกระมัง

 

 

 

 

 

talk: ยังไม่ได้ทำอะไรก็จะได้เป็นฮูหยินละ ท่านพี่รีบเหรอค้าาา 5555555

 

#ข้าจะเป็นฮูหยิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #7 MitsukiCarto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 23:52
    น้องเหมาะสุดแล้วค่ะ!
    #7
    0
  2. #5 tossakun1106 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 18:30
    เชียร์น้องสุดใจจจจ
    #5
    0