ด า ว ใ น ใ จ ☆

ตอนที่ 33 : merry christmas

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    25 ธ.ค. 63


merry christmas and happy new year!!



หลังจากที่ต่างคนต่างเรียนจบ เราทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปทำงานที่เหมาะกับตัวเอง ม่านฟ้าถูกบริษัทชั้นนำจองตัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ส่วนเหมือนดาวเริ่มทำงานเป็นฟรีแลนซ์ได้ประมาณครึ่งปีก็โชคดีที่ฝีมือไปถูกใจช่างภาพชื่อดังเข้า ตอนนี้ก็เลยเซ็นสัญญาเป็นตากล้องในบริษัทเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าหน้าที่การงานกับชีวิตในตอนนี้นั้นมั่นคงกันสุดๆ

         ถึงม่านฟ้าจะต้องไปนอกสถานที่เพื่อดูไซต์งานบ่อยๆหรือเหมือนดาวจะต้องพบเจอกับเหล่านักแสดง นายแบบหน้าตาดีมากแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่สั่นคลอนไปเลยแม้แต่น้อย พูดก็พูดเถอะ แต่แฟนของเขาเองก็หล่อไม่แพ้นายแบบพวกนั้นเหมือนกัน

         ช่วงปลายปีนี้ก็เป็นโอกาสดีสำหรับพวกเขาทั้งสองคน ในเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เงินเก็บเองก็มีมากพอแล้ว ม่านฟ้าและเหมือนดาวจึงตัดสินใจที่จะใช้วันหยุดในช่วงคริสต์มาสนี้บินลัดฟ้าไปเที่ยวกันที่ฟินแลนด์ ดูดาวที่ไทยกันมาหลายที่แล้ว เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างก็ดีเหมือนกัน

         จริงๆเหมือนดาวก็ได้ทำการชวนคนอื่นๆในครอบครัวแล้ว แต่ทุกคนก็ติดภารกิจของตัวเองกันทั้งนั้น ทำให้มีแค่เขากับคนรักเท่านั้นที่สามารถเดินทางไปเที่ยวกันได้ในทริปนี้ ก็ดีเหมือนกัน พอเริ่มรับงานเยอะๆก็ไม่ค่อยได้ผ่อนคลายเท่าไหร่ คราวนี้เขาก็จะเที่ยวให้เต็มที่ไปเลย ไปกับม่านฟ้าก็ไม่ต้องกลัวอะไร อุ่นใจสุดๆ

         “เก็บของครบหรือยัง”

         “อื้อๆ เราเก็บครบแล้ว”

         “มั่นใจนะ”

         “มั่นใจซี่ ฟ้าให้เราช่วยไหม” เหมือนดาวตอบรับด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เพราะไม่ได้ไปเที่ยวมานานทำให้เขาค่อนข้างที่จะตื่นเต้นในการเดินทางครั้งนี้พอสมควร

         “ไม่เป็นไร เรียบร้อยแล้ว” เมื่อเก็บของกันเรียบร้อยแล้ว ม่านฟ้าก็บังคับให้เหมือนดาวเข้านอน เพราะการเดินทางในวันพรุ่งนี้คงจะทำให้อีกคนอ่อนเพลียไปอีกสักพัก แถมอ้นยังบอกมาว่าให้เขาพกลูกอมเปรี้ยวๆไปด้วย เผื่อเวลาบินนานๆแล้วเจ้าแฟนของเขาอาจจะเกิดอาการพะอืดพะอมได้ เขาก็ทำตามคำแนะนำนั้นอย่างดี

         “ตื่นเต้นจัง”

         “นอนได้แล้ว พรุ่งนี้จะเหนื่อยนะ”

         “โอเคๆ ฝันดีนะ”

         “ฝันดีครับ” ม่านฟ้าจูบหน้าผากกล่อมให้อีกคนหลับฝันดีดังเช่นที่ทำอยู่ทุกคืน หวังว่าเหมือนดาวจะไม่ฝันร้ายใดๆ

 




         สิบชั่วโมงกว่าบนเครื่องบินช่างยาวนานสำหรับเหมือนดาวที่แสนจะตื่นเต้นคนนี้ ดีที่เราจองตั๋วแบบบินตรง ไม่อย่างนั้นคงต้องนั่งรอเปลี่ยนเครื่องอีกนาน เมื่อยก้นไปหมด ส่วนแฟนของเขาก็ยังดูปกติแล้วก็หล่อเหมือนเดิม มีแต่เขาที่บ่นโอดโอยแทบจะทุกชั่วโมง

         แน่นอนว่าพวกเรานั่งเครื่องมาลงที่เมืองหลวงของฟินแลนด์อย่างเฮลซิงกิ เมื่อนั่งรถออกมาจากสนามบิน บรรยากาศพลุกพล่านสองข้างทางก็ทำให้เหมือนดาวอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างอย่างมีความสุข แม้ว่าจะง่วงเพราะเวลามันต่างกันก็ตาม

         “นอนก่อนไหม แล้วค่อยออกไป” ม่านฟ้าถามคนรักที่เอาแต่เกาะกระจกโรงแรมมองไปข้างล่าง

         “ไม่เอาๆ ไปเที่ยวกันดีกว่า”

         ม่านฟ้าย่อมไม่ขัดใจเหมือนดาว นั่นเป็นเรื่องที่แน่นอนที่สุด ก็ดีเหมือนกัน นอนตามเวลาท้องถิ่นของที่นี่ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว โปรแกรมเที่ยวในวันถัดๆไปจะได้ไม่ติดขัด และที่แรกที่พวกเขาเดินทางไปถึงก็คือตลาดคริสต์มาสที่จัตุรัสเซเนทนั่นเอง คิดถูกมากที่มาช่วงใกล้เทศกาลแบบนี้ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและเหล่าบรรดานักช็อปที่ผ่านไปผ่านมาล้วนแต่สร้างสีสันให้เมืองดูมีชีวิตชีวา คนตรงหน้าเขาก็เช่นกัน เหมือนดาวสนใจสิ่งนั้นสิ่งนี้แทบจะทั่วทั้งตลาด แถมตอนนี้ยังหิ้วของกินไว้ในมืออีกเพียบ

         “อันไหนไม่อร่อยหรือรสชาติแปลกๆก็ไม่ต้องฝืนกินนะ เดี๋ยวท้องเสียมาแล้วจะแย่”

         “อื้อๆ เราเชื่อฟังฟ้าอย่างดีแน่นอน” ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่เขาก็ต้องคอยห้ามปรามไม่ให้อีกคนซื้อของมั่วซั่วเพียงเพราะอยากได้ไปตลอดทาง

         “เมื่อยเท้าจัง” เหมือนดาวบ่นออกมา เขาไม่ได้เดินเยอะๆแบบนี้นานแล้ว แถมอากาศมันก็หนาว เขาเลยรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ตัวแข็งๆยังไงก็ไม่รู้

         “กลับห้องพักเราก่อนไหม”

         “ไม่เอา นั่งพักตรงนี้ก่อนก็ได้” เขาส่ายหัวแรงๆเพราะกลัวว่าแฟนหนุ่มจะลากตัวเองกลับที่พัก เขายังอยากเที่ยวอีกหน่อย พวกเรามาถึงในตอนกลางวัน ทำให้มีเวลาเดินเที่ยวในเมืองอีกเยอะ ไม่อยากกลับห้องตอนนี้ อีกอย่างเฮลซิงกิไม่ใช่เป้าหมายของเรา เพราะฉะนั้นเหมือนดาวคนนี้ต้องตักตวงให้คุ้มค่า

         “แต่ถ้าไม่ไหวต้องรีบบอกนะ” ม่านฟ้ากำชับ เขารู้ดีว่าพวกเราไม่ได้มาเที่ยวกันบ่อยๆ แต่ฝืนตัวเองไปก็มีแต่จะทำให้ไม่สบายเท่านั้น

         “อื้อ เราจะไปไหนกันต่อเหรอ”

         “นั่งบัสต่อไปดูสถานีรถไฟกลางกัน” จริงๆพวกเขาจะนั่งรถไฟก็ได้ แต่เพราะยืนอยู่ใกล้ๆกับป้ายรถบัสอยู่แล้ว ม่านฟ้าก็เลยคิดว่าไปบัสน่าจะสะดวกกว่า จริงๆเขาไม่ได้แพลนจะมาทำอะไรที่นี่มากสักเท่าไหร่ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็ไม่ได้สนใจมากนัก มีอยู่ไม่กี่ที่ที่เขาคิดว่าน่าจะถูกใจทั้งตัวเขาแล้วก็เหมือนดาว

         ประมาณสามสิบนาทีหลังจากนั้นพวกเราก็มาถึงสถานีรถไฟกลาง ก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายนอกจากชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมแล้วก็ถ่ายรูปกันเท่านั้น เขาขอให้คนที่เดินผ่านไปมาช่วยถ่ายรูปคู่ให้บ้างสองสามครั้ง จากนั้นเหมือนดาวก็หมดความสนใจในสถานีรถไฟแล้วหันไปสนใจร่านอาหารแถวนั้นแทน ถึงจะเพิ่งกินมาเมื่อกี้ก็ตาม

         “เรากินดินเนอร์กันที่ร้านนี้กันเถอะ” เหมือนดาวว่าไงเขาก็ว่างั้น จริงๆคนที่ควรจะหิวมันควรจะเป็นเขาเสียมากกว่า เพราะเหมือนดาวเล่นกินของว่างที่ตลาดมาตั้งเยอะแล้ว เขาได้ชิมๆไม่กี่คำเท่านั้นเอง แต่ก็ช่างเถอะ มาเที่ยวนี่นา กลับไปก็ไม่ได้กินอะไรแบบนี้แล้ว ไม่เป็นไรหรอก

 





         วันนี้หลังจากที่พวกเขาตื่นกันในตอนสายๆ ไม่นานนักก็เตรียมตัวพร้อมที่จะออกเดินทาง นี่เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ที่เฮลซิงกิ เพราะในวันพรุ่งนี้พวกเขาจะบินไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจจะมา แน่นอนว่าแพลนก็ยังไม่แน่นเหมือนเดิม ม่านฟ้าตามใจเหมือนดาวด้วยการพาอีกคนไปถ่ายรูปที่ Keskuspuisto เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีกิจกรรมหลายอย่างให้กับคนทั่วไปได้มาใช้พื้นที่กัน

         เหมือนดาวในฐานะช่างภาพนั้น เขาได้วางภาพในหัวแล้วว่าจะใช้แฟนตัวเองเป็นนายแบบสำหรับสถานที่ในครั้งนี้ เมื่อมาถึงที่สวนพวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากเดินเล่นแล้วก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ม่านฟ้าเองก็ยอมเป็นแบบให้แบบไม่มีอิดออด มีบ้างที่ผันตัวมาเป็นตากล้องถ่ายรูปให้กับเขา ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวๆจนหลายคนงงว่ามันมีใครมาเดินป่าเล่นช่วงนี้ แต่เหมือนดาวก็มีความสุข แค่ได้ใช้เวลากับม่านฟ้าเขาก็พอใจแล้ว

 

         และจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของพวกเขาในการมาฟินแลนด์ก็คือแลปแลนด์นั่นเอง สถานที่แรกที่เป็นเป้าหมายของพวกเราก็คือหมู่บ้านซานตาคลอส เราจะพักกันที่นั่นแล้วก็อยู่เล่นกันสองวัน และเพราะจองมาช่วงเทศกาลคริสต์มาส แน่นอนว่าคนแน่นพอสมควรเลยทีเดียว ม่านฟ้าปล่อยให้เหมือนดาวตื่นเต้นกับทุกอย่างราวกับเด็กที่เชื่อมั่นในซานตาจนพอใจ เขามีความสุขที่ได้เห็นคนรักมีความสุข เราจะฉลองคริสต์มาสด้วยกันที่นี่ เอาให้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กที่รอของขวัญจากซานตาเลย

         “อยากนั่งอันนี้” เหมือนดาวชี้ไปที่รถลากเลื่อนหิมะ

         “เอาสิ”

         เหมือนดาวยิ้มกว้างมากๆเมื่อได้เห็นกวางเรนเดียร์ตัวจริง พวกมันสวยมากๆ เขาตื่นตะลึงกับภาพทุกอย่างตรงหน้าจนคนที่ผ่านไปผ่านมายังขำด้วยความเอ็นดู ก็เขาเป็นผู้ใหญ่แล้วนี่นา แต่เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตื่นเต้นกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้สักหน่อย

         “สนุกมากเลย”

         “ดีแล้ว”

         เมื่อเล่นสนุกข้างนอกจนพอใจ เหมือนดาวกับม่านฟ้าก็กลับเข้าห้องพักและมอบความอบอุ่นให้กับร่างกายเป็นการชดเชยที่เอาตัวออกไปปะทะกับอากาศหนาวมาแล้วทั้งวัน พอได้แช่น้ำอุ่นๆแล้วสบายตัวสุดๆเลย บรรยากาศแสนจะครึกครื้นที่นี่ทำให้เหมือนดาวหลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม ม่านฟ้าที่เห็นแบบนั้นก็อดจะเอ็นดูไม่ได้ จะน่ารักไปถึงไหนกันนะ จะว่าไป พอเหมือนดาวขดตัวเป็นก้อนแบบนี้มันก็ชวนให้คิดถึงตอนที่พวกเขาเจอกันแรกๆ เป็นเจ้าก้อนของเขามาตลอดจริงๆ

 



         เช้าวันถัดมาพวกเขาเอ่ยคำว่า merry Christmas ไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ทุกครั้งที่เดินผ่านใครก็ทักทายกันด้วยประโยคนี้ วันนี้คึกคักยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก ทันทีที่จัดการตัวเองและรับอาหารเช้ากันเรียบร้อย เหมือนดาวก็จูงมือเขาไปที่สำนักงานของซานตาทันที เพราะเมื่อวานอีกคนเอาแต่เล่นสนุกอยู่ข้างนอกจนลืมที่นี่ไปเลย

         “เราจะเจอคุณซานตาใช่ไหม”

         “อือฮึ ไปทักทายสิ” พวกเขาเดินดูรอบๆสำนักงาน แล้วก็เจอคุณลุงที่แต่งตัวเป็นซานตาคลอสนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขา เหมือนดาวปรี่เข้าไปพูดคุยย่างตื่นเต้น เขาก็เลยยืนถ่ายรูปเก็บไว้ให้ เหมือนเด็กเล็กจริงๆเลยนะ

         come here and take a photo with us” คุณลุงซานตากวักมือเรียกให้เขาเข้าไปถ่ายรูปด้วย ม่านฟ้าก็ทำตามอย่างไม่อิดออด ถึงเขาจะไม่ได้เชื่อเรื่องซานตา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่นี่ทำมาได้ดีสมกับที่เด็กหลายๆคนคาดหวัง การที่เราไม่เชื่อก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำลายความเชื่อของคนอื่นนี่นา

         “ไปเขียนจดหมายกันนะ” เหมือนดาวพาม่านฟ้ามายังที่ทำการไปรษณีย์ของคุณลุงซานตา พวกเราตกลงกันว่าจะเขียนจดหมายหากันและกัน รวมทั้งส่งจดหมายนี้ไปให้กับครอบครัวและเพื่อนๆที่ไทยด้วย หวังว่ามันจะส่งไปถึงไทยนะ

         เมื่อเขียนจดหมายเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็มาเลือกซื้อของฝากไปให้ทุกๆคนกัน ใช้เวลาเลือกอยู่นานมาก เพราะทุกอย่างน่าซื้อไปหมด ทั้งซื้อให้ตัวเองและคนอื่นๆก็แทบจะหมดตัวกันเลยทีเดียว ม่านฟ้าเสนอตัวเอาของพวกนี้ไปเก็บที่ห้องพักให้ แต่เมื่อเขากลับมาถึงจุดที่เหมือนดาวยืนรอก็พบว่าอีกคนไปเล่นปั้นหิมะกับเด็กๆแถวนั้นเสียแล้ว ดูยังไงก็คงไม่เกินห้าขวบสินะเด็กคนนี้

         เขาเก็บภาพจนพอใจ แล้วก็หาที่นั่งรอให้เหมือนดาวเล่นสนุกจนเสร็จจึงชวนกันไปกินมื้อเที่ยง จะเรียกว่ามื้อเที่ยงก็กะไรอยู่ กว่าพวกเขาตื่นก็เกือบเที่ยงแล้ว นี่คงเรียกว่ามื้อเกือบเย็นเสียมากกว่า คงได้กินอีกทีก็มื้อดึกนู่นเลย

         “วันนี้พวกเราจะได้เห็นไหมนะ”

         “ก็เป็นเด็กดีมาทั้งปี ต้องได้เห็นแน่นอน” เหมือนดาวยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำชมจากคนรัก เขาเป็นเด็กดีมาทั้งปีเพื่อรอสิ่งนี้เลยนะ

         “ไปแช่น้ำแล้วฉลองคริสต์มาสด้วยกันเถอะ”

         “อื้อ ไปสิ”

         เมื่อแช่น้ำเสร็จเรียบร้อย เหมือนดาวก็รีบพุ่งตัวออกมาซุกผ้าห่มอุ่นๆทันที ไม่อยากให้ไอหนาวโดนตัวแม้แต่น้อย ของที่สั่งรูมเซอร์วิสมานั้นคนรักของเขาก็จัดวางทุกอย่างเรียบร้อยสวยงาม เป็นดินเนอร์แสนอบอุ่นและโรแมนติก ถึงแม้ข้างนอกจะอากาศหนาวติดลบ

         merry Christmas” เราทั้งสองคนอวยพรให้กันในวันคริสต์มาสแล้วจึงแลกของขวัญที่เตรียมมาให้กันและกัน

         “แหวนเหรอ” เหมือนดาวทำตาโตเพราะแหวนของแบรนด์นี้ราคาค่อนข้างสูง ไม่คิดว่าม่านฟ้าจะซื้อให้เขาเลย ถึงมันจะดูเรียบๆแต่ก็สวยและเข้ากับเขามากทีเดียว

         “ชอบไหม”

         “ชอบสิ ชอบที่สุดเลย” เหมือนดาวพุ่งไปจุ๊บปากอีกคนเป็นการขอบคุณ ม่านฟ้าที่ตั้งตัวไม่ทันก็ได้แต่ตกใจเท่านั้น คาดเดาอะไรไม่ได้เลยกับคนนี้

         “หือ? สร้อย”

         “ก็ฟ้าต้องไปทำงานข้างนอกบ่อย บางทีก็ต้องใส่ถุงมือจับนั่นจับนี่ พวกกำไลคงไม่สะดวกเท่าไหร่ ชอบไหม”

         “ชอบครับ” ม่านฟ้าเองก็ตอบแทนอีกฝ่ายด้วยวิธีเดียวกัน แต่ดันไม่ยอมถอนจูบออกจนคนรักทุบเอานั่นแหละถึงจะผละออกมา

         เหมือนดาวมองค้อนเล็กๆ แต่หลังจากนั้นก็ตาก็เบิกกว้างอีกหน รอบนี้ตาโตกว่าเดิมหลายเท่า เพราะที่เขาเห็นผ่านหน้าต่างมันดูเกินจริงไปมากๆ สิ่งที่เขาเฝ้ารอมาทั้งปีมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่สุด

         “มาแล้ว แสงเหนือ” ม่านฟ้าหันไปมองหน้าต่างตามที่เหมือนดาวชี้ มันสวยราวกับอยู่ในเทพนิยายดังที่ใครๆเขาพูดกัน พวกเราไม่รอช้ารีบใส่เสื้อผ้าให้หนาที่สุดแล้วออกมาชื่นชมความสวยงามนอกห้องพัก วันนี้คงเป็นวันที่ท้องฟ้าสวยที่สุดที่เขาเคยเห็นมา ดาวดวงเล็กๆยังคงมีให้เห็น แต่แสงออโรร่าที่ลากผ่านท้องฟ้าคาบเกี่ยวดวงดาวพวกนั้นทำเอาเขาไม่รู้จะพูดอะไร

         พวกเขาไปดูดาวแต่ละที่ด้วยกันมาเยอะมากตั้งแต่โปรเจกต์ตอนนั้น แต่การดูดาวด้วยกันในวันนี้มันพิเศษไปกว่านั้น ทั้งดาว ทั้งแสงเหนือมันสะกดให้เราไม่อาจละสายตาไปจากท้องฟ้าตรงหน้าได้ เก็บทุกภาพความสวยงามนี้ด้วยสายตาและทุกเทคโนโลยีที่มีอยู่ ไม่นานหลังจากนั้นสายตาของม่านฟ้าก็เลื่อนมาจับที่คนรักของเขาแทน พอมีอีกคนอยู่ข้างๆแบบนี้แล้วมันยิ่งกว่าสวยงามอีก เขาไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกออกมายังไงดีเลยด้วยซ้ำ

         “ฟ้า ถ่ายรูปกัน” เหมือนดาวที่ได้สติแล้วก็รีบตั้งกล้องเพราะกลัวว่ามันจะหายไป

         “ยิ้มนะ” ม่านฟ้ายิ้มตามที่อีกคนบอก แต่ไม่ได้ยิ้มให้กับกล้อง ยิ้มให้คนข้างๆที่ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขต่างหาก

         “รักนะครับ” เหมือนดาวเบิกตากว้างเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวันนี้ให้กับคำบอกรักแบบกะทันหันของแฟนหนุ่ม

         “อื้อ รักเหมือนกันนะ” เขาหวังว่าเขาจะได้ไปยืนมองดาว มองท้องฟ้าแบบนี้กับม่านฟ้าอีกหลายๆปีต่อจากนี้ เราจะกุมมือกันเดินทางไปทุกที่ทั่วโลก แล้วก็บอกรักกันจนเป็นคุณตาเลย

 







talk: สุขสันต์วันคริสต์มาสแล้วก็วันปีใหม่ล่วงหน้าเลยนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุข ปลอดภัยแล้วก็สุขภาพแข็งแรง ในปีหน้าและปีต่อๆไปก็ขอให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้นะคะ ไม่ได้คุยกับทุกคนนานเลย หวังว่าจะมีความสุขกับตอนพิเศษนี้นะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ

          

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

596 ความคิดเห็น

  1. #596 mmamaexx (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 21:41
    น่ารักเหมือนเดิมเลยนะเหมือนดาวเนี่ย
    #596
    0
  2. #595 pp9397 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 18:23
    แอแงงง น่ารักก
    #595
    0
  3. #594 _queenpop (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 15:34
    Merry Christmas นะคะ ขอให้ทุกๆวันเป็นวันที่มีความสุขค่า
    #594
    0